facebook-icon

เมื่อโลกแห่งมายาไม่ได้สวยหรูเหมือนที่ทุกคนเห็น แต่กลับดำมืดไร้ที่สิ้นสุด... ใครกันที่จะยื่นมือมาช่วยเขาให้พ้นจากความมืดมนนี้

ชื่อตอน : บทที่ 3-4 Traumatic

คำค้น : นิยายเกาหลี นิยายวาย Yaoi ความรักของซูเปอร์สตาร์

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 29 พ.ค. 2562 15:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3-4 Traumatic
แบบอักษร

 

 

“แล้วไง จะให้จ้างบอดี้การ์ดงั้นเหรอ” 

ขณะที่ตำรวจค้นบริเวณรอบๆ แล้วเจอเข้ากับอาวุธที่ชายคนนั้นทำตกไว้ ชินกับผู้จัดการจึงไม่สามารถออกจากโรงพยาบาลได้ ชินกับผู้จัดการตอบคำถามตำรวจสองสามคำถามเพื่อตรวจสอบด้านความปลอดภัย ชินถึงกลับบ้านได้ 

“อืม บอกแล้วไงว่าเกือบตายไปตั้งสองครั้งแล้ว” 

ผู้จัดการพูดขึ้นกับชินตอนวางถุงยาที่ได้จากโรงพยาบาลลงบนโต๊ะหน้าโซฟา 

“ไม่เอา” 

“ชิน” 

“ให้เอาคนมาคุ้มครองเหรอ ผมเนี่ยนะ” 

“เพื่อความปลอดภัยของนาย ไม่รู้เจ้านั่นจะตามนายมาอีกเมื่อไหร่” 

“บอกว่าไม่เอา!” 

“คิมชิน!” 

“ผมมีแรงพอจะดูแลตัวเองได้” 

“เลิกดื้อเสียที!” 

หลังจากต่อรองอยู่หนึ่งชั่วโมงท้ายที่สุดก็ไม่ได้ข้อสรุป ผู้จัดการปิดประตูอย่างแรง แล้วเดินออกไปด้วยใบหน้าโมโหสุดขีด 

ชินยกมือขึ้นมานวดขมับ ปวดหัวตุบๆ ร่างกายก็อ่อนล้า ไม่อยากนึกถึงทั้งเรื่องที่เกิดขึ้นที่กองถ่าย และเรื่องตัวตนของฆาตรกรนนั่น  

ชินล้มตัวลงนอนบนเตียงเงียบๆ แล้วยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาบังแสงไฟที่สาดลงมา 

บอดี้การ์ดอะไรกัน 

แม้แต่หัวเราะก็ยังไม่ออก แค่ความจริงที่ว่าต้องถูกกักขังอยู่กับใครบางคนอีกครั้งก็ทำให้หายใจแทบไม่ออกแล้ว ชินไม่มีอะไรติดค้างในชีวิตไม่เหมือนกับผู้จัดการที่บอกว่าเขาต้องได้รับการปกป้อง วินาทีที่ชายในชุดกันฝนสีดำเข้ามาหาเขา แทนที่จะเป็นความหวาดกลัว แต่มันเป็นความเบาใจ และคิดว่าโชคดีแล้ว โลกที่ไม่มีอะไรติดค้างอยู่แล้วแม้แต่น้อย อยากพักผ่อนเต็มที 

แต่ว่าทำไม... 

ทำไมอยู่ดีๆ ถึงอยากมีชีวิตต่อ 

‘ไว้ชีวิตด้วย’ 

คำพูดของตัวเองวนเวียนอยู่รอบๆ หู 

“ยากล่อมประสาทงั้นเหรอ” 

ชินหยิบยาที่ผู้จัดการวางไว้บนโต๊ะออกมา ปล่อยไว้แบบนี้คงไม่ง่วงแน่ๆ เขากรอกยาหลายเม็ดเข้าไปในปากพร้อมกับน้ำหนึ่งอึก แล้วเอนตัวลงบนเตียงอีกครั้ง และไม่นานตาก็ปิดลงเอง 

 

*** 

ลืมตาตื่นขึ้นมาในตอนเช้า แต่ก็ยังคงเหนื่อยล้าอยู่ แม้ว่าเมื่อคืนจะไม่ฝันร้ายเหมือนทุกที ปกติแล้วหากตื่นจากฝันร้าย เขาจะนอนไม่หลับจนต้องออกไปวิ่งจ๊อกกิ้ง แต่เมื่อวานหลับลึกจนไม่ได้ตื่นขึ้นมาเลย 

ที่เขาสามารถหลับได้อย่างสบายใจแทนที่จะฝันร้ายเหมือนทุกค่ำคืน เป็นเพราะสัมผัสจากมืออันอบอุ่นที่รู้สึกในความฝัน สัมผัสนั้นช่างอ่อนโยน ทำให้นึกถึงแม่ที่ไม่มีอยู่แม้แต่ในความทรงจำ 

เป็นเพราะยางั้นเหรอ 

ชินที่คิดว่าเขานอนหลับลึกขนาดนี้อาจจะเป็นเพราะยา เขาเอื้อมมือไปหยิบถุงยาที่วางอยู่บนโต๊ะ ในตอนนั้นเอง 

“ชินตื่นรึยัง” 

ได้ยินเสียงของผู้จัดการดังมาจากด้านนอกของห้อง 

ชินจึงวางถุงยางลงตามเดิม และหันไปมองนาฬิกาเรือนเล็กๆ ที่แขวนไว้ด้านบน 

หกโมงเช้า ยังไม่ถึงเวลาเริ่มถ่ายทำ 

แอ๊ด 

ประตูห้องถูกเปิดออกแล้วผู้จัดการก็ยื่นหน้าเข้ามา 

“ตื่นแล้วเหรอ” 

“มีอะไร ทำไมถึงได้มาเร็วขนาดนี” 

“ออกมาหน่อยได้ไหม” 

ใบหน้าของผู้จัดการประหม่าเล็กน้อย 

“เรื่องบอดี้การ์ดน่ะ” 

พอเห็นชินที่เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเดินออกมาห้องรับแขก ผู้จัดการก็เริ่มหยิบเอาเรื่องที่พูดเมื่อวานขึ้นมาพูดต่อทันที ท่าทางของเขาตอนลอบมองชินและการพูดจาติดขัดนั้นช่างดูน่าสงสัย 

“บอกไปแล้วว่าไม่เอา ชีวิตส่วนตัวของผมจะให้ใคร...” 

ชินหยุดพูด ผู้ชายคนหนึ่งกำลังเดินเข้ามาตรงประตู 

“ระ... เรื่องนั้น” 

ผู้จัดการพูดต่อไม่ออก ได้แต่ลังเล 

ชินมองผู้ชายที่สวมสูทสีดำทับเสื้อเชิ้ตสีขาวแล้วได้แต่ถอนหายใจออกมา ผู้ชายรูปร่างบึกบึนและมีใบหน้าสมกับเป็นผู้ชาย ไม่ต้องถามเขาก็รู้ว่าทำไมผู้ชายคนนี้ถึงได้มาอยู่ที่นี่ 

“พี่! ผมไม่ไม่ทำตามที่ผมสั่ง” 

ผู้ชายคนนั้นตบไหล่ของผู้จัดการที่พูดไม่ออกได้แต่ยืนนิ่งอยู่กับที่ ก่อนจะเดินออกมาข้างหน้า ย่างก้าวที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ 

ชินจ้องมองเขาที่ขยับเข้ามาใกล้ 

ผู้ชายผมสีดำที่ถูกจัดทรงอย่างดี คิ้วเข้ม และแววตาแข็งแกร่งของเขากับผิวเกรียมแดด... 

อยู่ดีๆ ดวงตาของชินก็เบิกกว้าง 

“คุณ?” 

“ขอโทษนะ แต่ถ้าไม่ใช้บอดี้การ์ดก็วางใจไม่ได้แน่ ชิน ถือว่าขอสักครั้งเถอะ” 

ผู้จัดการมองชินที่ทำหน้าตาตกใจ ผู้จึงเอ่ยถามชินราวกับเร่งรัด 

สีหน้าเย็นชา 

ริมฝีปากเม้มแน่น 

ใบหน้าของชินที่มองผู้ชายคนนั้นอยู่ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีขาว 

*** 

“จะยืนอยู่ตรงนั้นไปเรื่อยๆ งั้นเหรอ” 

ชินถือเสื้อไหมพรมไว้ตั้งใจจะเปลี่ยนเสื้อเพื่อออกไปกองถ่าย เขามองดูผู้ชายคนนั้นแล้วถามขึ้นมา 

“มันเป็นงานของผม” 

ตั้งแต่เมื่อกี้เขาก็ไม่ขยับไปไหนทั้งที่ชินบอกให้ออกไป แล้วก็เอาแต่ยืนกอดอกพิงผนังมองมาที่ชิน 

“เป็นบอดี้การ์ดก็ต้องฟังคนจ้างไม่ใช่เหรอ” 

“ผมคิดถึงแค่เรื่องความปลอดภัย” 

“คิดว่าที่นี่อันตรายมากนักเหรอ นี่มันห้องนอนของผม เพราะฉะนั้นปลอดภัย รีบออกไปเดี๋ยวนี้!” 

ชินแผดเสียงดังลั่น 

เขารู้สึกหงุดหงิดมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว เหมือนมีอะไรมาสะกิดที่หัวใจ เขานึกถึงใครคนหนึ่งตั้งแต่วินาทีแรกที่มองเขา 

ผู้ชายเหมือนกันทั้งใบหน้า ส่วนสูง หรือแม้กระทั่งเสียง 

มันเป็นไปได้เหรอ 

 

*** 

‘คุณเคยเจอกับผมมาก่อนไหม’ 

เขาพยักหน้ารับคำถามของชิน 

‘เคยเจอกันมาก่อนงั้นเหรอ หรือว่าคุณ...’ 

ไม่น่าเชื่อ 

เขาคนนั้นตายไปตั้งแต่เมื่อสิบปีที่แล้วนี่นา... 

‘ก็นายเป็นถึงนักแสดงระดับแนวหน้า เมื่อกี้ฉันถามแล้ว เขาก็ว่ารู้จักนาย เคยดูหนังของนายด้วย’ 

ผู้จัดการพูดแทรกขึ้นมา เขาผ่อนลมหายใจกับปฏิกิริยาที่สั่งให้ออกไปของชินแล้วฟังบทสนทนาของทั้งคู่อย่างอารมณ์ดี  

‘ถ้าไม่รู้จักชินของเราก็คงมาจากดาวอื่นแล้วล่ะ ใช่ไหมครับ’ 

ผู้จัดการถามยอนโฮ แล้วเขาก็พยักหน้ารับ 

‘มีหนังที่ฉายปีที่แล้ว รู้ไหมครับว่าตอนถ่ายทำน่ะ ชินเหนื่อยแค่ไหน ฤดูหนาวลมแรงมาก แต่ถ่ายทำนอกสถานที่ตลอด ขาของชินก็เลยถูกหิมะกลัว... อ้า จริงสิ! ตอนนั้นมีทีมบอร์ดีการ์ดด้วย หรือว่าคุณเจอชินตอนนั้นครับ’ 

ผู้ชายคนนั้นไม่ปฏิเสธคำพูดของผู้จัดการ อีกทั้งยังยิ้มรับ 

‘พอเลย’ 

‘หืม ว่าไงนะ’ 

“ออกไปเลยทั้งคู่!” 

ชินตะโกนดังลั่น 

“ชิน ทำไมอยู่ดีๆ เป็นแบบนี้” 

 ผู้จัดการถามขึ้น แต่ชินไม่ยอมตอบ แล้วต้อนทั้งคู่ให้ออกไปนอกประตู 

ปัง 

ชินยืนพิงหน้าประตูที่ถูกปิดลง 

เขาสับสนระหว่างผู้ชายคนนั้นกับผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าอย่างโง่เขลา 

ทั้งๆ ที่รู้ว่าเขาคนนั้นตายไปแล้ว และไม่อาจกลับมามีชีวิตได้อีก... 

เฮ้อ 

ชินถอนหายใจยาว 

 

*** 

“บอดี้การ์ดเป็นเหมือนคุณหมดเลยเหรอ” 

ชินชักสีหน้าพูดขึ้น 

แม้จะเป็นครั้งแรกที่มีคนแปลกหน้าเข้ามาในบ้าน แต่ก็อดใส่ใจคนที่เอาแต่มองเขาตั้งแต่เจอกันครั้งแรกไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้นเขาไม่อาจเข้าใจชายคนนี้ที่พูดกับนายจ้างอย่างเขาด้วยคำพูดสบายๆ ไหนจะไม่ขยับกับคำสั่งที่ให้ออกไปของนายจ้าง แล้วยืนอยู่อย่างนี้ 

ชินวางเสื้อไหมพรมที่ถืออยู่ลง แล้วหันไปหาเขา จากนั้นก็ถอดเสื้อเชิ้ตที่ใส่อยู่ออก 

เผยให้เห็นกล้ามเนื้อบนผิวขาวใสและไหล่ที่เกลี้ยงเกลา หุ่นที่ไม่มีไขมันส่วนเกินเลยแม้แต่นิดเดียว นอกจากไหล่ที่ผึ่งผายแล้ว หุ่นของชินเป็นหุ่นที่งดงามและขาวผ่องเกินกว่าจะบอกว่าเป็นหุ่นของผู้ชาย ชินหยิบเสื้อไหมพรมมาสวมอย่างรวดเร็วแล้วหันกลับมา  

“ผมถามว่าจะอยู่ตรงนั้นไปเรื่อยๆ หรือไง” 

“...” 

“ไม่เห็นหรือไงว่าเปลี่ยนเสื้อผ้า” 

“ก็เปลี่ยนสิ” 

เขาพูดด้วยสีหน้าเฉยชา แต่สายตายังคงมองมาที่ชิน แต่พอเห็นชินเบิกตามองตัวเองด้วยใบหน้าโมโห ยอนโฮก็ถอนหายใจแล้วเปลี่ยนไปมองทางหน้าต่างแทน 

ไม่รู้ว่าเพื่อปกป้องชีวิตประจำวันของเขาที่เป็นนักแสดงหรือเปล่า แม้แต่กระจกหน้าต่างก็ยังสั่งทำเป็นพิเศษ ชายขอบผ้าม่านสีม่วงเข้มแกว่งไปมา ทั้งที่เป็นฤดูหนาว ทิวทัศน์ข้างนอกที่มองเห็นผ่านหน้าต่างช่างอึมครึ้ม ไม่สิ ที่เห็นเมืองหลวงอึมครึ้มแบบนี้ไม่ใช่เพราะวิวภายนอกหรอก 

คิมชิน 

เป็นเพราะเด็กนั่นต่างหาก          

 

*** 

‘จะไปเป็นบอดี้การ์ดดารางั้นเหรอครับ เป็นไปไม่ได้ คนอย่างคุณน่ะเหรอ ไม่รู้หรือครับว่างานที่นี่ขาดคุณไม่ได้’ 

โจมินฮยอง 

นึกถึงคำพูดที่เขาพูดเมื่อวาน 

ตัวสูงกว่าเขาที่เป็นหัวหน้าหน่วยนิดหน่อย และมินฮยองก็มีนิสัยสุภาพอ่อนโยนไม่สมกับร่างกายกำยำแข็งแรงและเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ แต่พอเป็นเรื่องงานกลับมีท่าทีเย็นชา เขาถูกใจจุดนี้จึงทำงานด้วย วันนั้นมินฮยองพูดเยอะไม่สมกับเป็นเขาเลย 

‘ถ้ายืนยันได้ว่าร่างกายของเด็กนั่นมีตราประทับเหมือนฉัน เด็กนั่นก็ตกอยู่ในอันตราย ปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้’ 

‘ตราประทับที่อยู่บนตัวคุณตอนนี้ลบออกหมดแล้วครับ ปลูกผิวหนังก็ทำสำเร็จแล้ว ตอนนี้ไม่ว่าใครก็ดูไม่ออก ทั้งเรื่องที่คุณเป็นเป้าหมายของการทดลอง แล้วก็เรื่องที่คุณเป็นผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวด้วยครับ ไม่รู้ว่าพูดเกินไปหรือเปล่า แต่ผมไม่อยากให้คุณเกี่ยวข้องกับเรื่องพวกนี้จนเป็นอันตรายอีกต่อไปครับ” 

‘มินฮยอง’ 

ยอนโฮเข้าไปใกล้เขา 

เขาผู้เคยอยู่ในสภาพผู้หลบหนีได้ชุบตัวใหม่จากความช่วยเหลือของเจซ ตอนที่เขาประเทศบ้านเกิดเมืองนอนไปมีเพียงมินฮยองเท่านั้นที่จำเขาได้ 

ในสมัยที่อยู่หน่วยรบพิเศษ มินฮยองเป็นลูกน้องใต้บัญชาเพียงคนเดียวที่เขารักใคร่มากที่สุด มินฮยอนคือคนที่ตามหาเขาขณะหายไปจากกองทัพ แล้วพอรู้มาว่าเขากลายเป็นเป้าหมายการทดลองในห้องทดลองใต้ดินของกองทัพพิเศษ มินฮยองก็หาแผนผังอาคารมาให้จนช่วยเขาให้หนีออกมาได้สำเร็จ ได้ยินว่ามินฮยองตกใจมากหลังจากรู้ข่าวว่าเขาตายแล้วจนถึงขั้นลาออกมาจากกองทัพ และในขณะที่กำลังสับสนกับเรื่องที่เกิดขึ้น พวกเขาก็ได้พบกันอีกครั้ง เขาไม่อาจลืมมินฮยอนที่คุกเข่าลงร้องไห้คร่ำครวญต่อหน้าเขาได้เลย 

‘ช่วงที่ฉันไม่อยู่งานทางนี้ก็ฝากนายด้วย นายเป็นพี่น้องคนเดียวที่ฉันเชื่อใจได้’ 

‘ต้องไปจริงๆ เหรอครับ’ 

เขาถอยจากมินฮยอนที่ซึ่งมองมาด้วยสายตาเป็นกังวล แล้วเข้ามาที่แห่งนี้เพื่อเป็นบอดี้การ์ด  

คิมชิน 

นักแสดงระดับท็อปสตาร์ในวัยยี่สิบห้าปี 

ยอนโฮไม่เข้าใจเลยว่าทำไมตราประทับนั้นถึงมีอยู่บนร่างกายของเด็กที่เข้าวงการบันเทิงมาตั้งแต่ตอนอายุสิบห้า แถมยังโด่งดังเป็นพลุแตกอีกด้วย 

เขาเห็นข่าวชินหมดสติไปขณะถ่ายทำละครผ่านรายการข่าวทางอินเตอร์เน็ตโดยบังเอิญ และได้แต่ตกใจ ตรงแผ่นหลังของชินมีตัวอักษร GR ประทับอยู่ เป็นตราประทับที่ประทับลึกลงไปบนร่างกายเพื่อระบุว่าคนนั้นคือมนุษย์ทดลองที่ซ่อนตัวอยู่ห้องใต้ดิน  

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว