facebook-icon

เมื่อโลกแห่งมายาไม่ได้สวยหรูเหมือนที่ทุกคนเห็น แต่กลับดำมืดไร้ที่สิ้นสุด... ใครกันที่จะยื่นมือมาช่วยเขาให้พ้นจากความมืดมนนี้

ชื่อตอน : บทที่ 3-3 Traumatic

คำค้น : นิยายเกาหลี นิยายวาย Yaoi ความรักของซูเปอร์สตาร์

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 29 พ.ค. 2562 15:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3-3 Traumatic
แบบอักษร

 

“ชินไม่เป็นไรใช่ไหมครับ” 

ผู้จัดการตรงเข้าไปถามคุณหมอที่เปิดประตูออกมาจากห้องคนไข้ 

เขาดูไม่สบายใจตั้งแต่บอกไปว่าวันนี้มีถ่ายฉากบนเตียงแล้ว แต่ถึงกลับเป็นล้มพับไป ไม่นึกไม่ฝันว่าสาเหตุที่ชินพยายามเลี่ยงฉากบนเตียงรวมไปถึงแม้แต่ฉากอย่างพวกจูบจะเป็นเรื่องนี้ 

‘ไม่อยากเล่นเรื่องนี้’ 

เขานึกถึงคำพูดของชินที่เคยบอกไว้ด้วยใบหน้าซีดเผือดหลังจากได้รับบท 

“เฮ้อ” 

ผู้จัดการถอนหายใจด้วยความสงสาร กลัวนี่เองสินะ 

ตอนถ่ายทำไม่ได้นึกถึงใจของชิน เขาคงนึกถึงผู้หญิงพวกนั้นที่เคยสัมผัสและล้อเล่นกับร่างกายของตัวเอง 

“น่าจะเป็นอาการตื่นกลัวจากอาการภาวะบอบช้ำทางจิตใจครับ เมื่อกี้ผมฉีดยาคาร์บามาเซพีนให้ เขาเลยสงบลง เขามีอาการแบบนี้บ่อยหรือครับ” 

“ไม่ครับ แค่วันนี้มีการถ่ายทำต่างจากปกติ...” 

“แค่นี้ก็น่าเป็นห่วงแล้วครับ ก่อนหน้านี้ไม่ได้รักษาเลยหรือครับ ต่อให้เป็นดาราก็เถอะ ถ้าเป็นขนาดนี้ก็ถือว่าหนักนะครับ” 

“คุณหมอครับ ถือว่าผมขอนะครับ ผมอยากให้เก็บเรื่องอาการของชินไว้เป็นความลับครับ” 

เขามองด้วยสายตาจริงจัง พอคุณหมอเห็นท่าทางคิดหนักของผู้จัดการก็พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ 

“ห้องคนไข้ก็อยากให้ย้ายตอนนี้เลยครับ อยากได้ห้องที่เป็นส่วนตัวมากที่สุดเท่าที่จะทำได้” 

ก่อนอื่นต้องย้ายห้องเพื่อหลบนักข่าวที่คอยตามสืบข่าวของชินเสียก่อน 

“เรื่องนั้น ยังไงดีล่ะ...” 

ผู้จัดการพึมพำขึ้น 

มัวแต่พาชินมาโรงพยาบาลจึงลืมนึกไปเสียสนิท ที่กองถ่ายมีนักข่าวอยู่หลายคน แน่นอนว่าถึงแม้จะบอกว่าได้รับอนุญาตให้เข้ามาในกองถ่ายเพราะเป็นนักข่าวที่หวังดีต่อนักแสดงทั้งหมด แต่เรื่องที่ชินหมดสติไปก็เป็นสุดยอดข่าวของพวกเขาได้เลย 

ต้องป้องกันไม่ให้พวกเขาลงข่าวที่มาจากการคาดเดาเอาเองเรื่องที่ชินหมดสติไป เขาต้องเร่งขอความช่วยเหลือจากประธานลีเพื่อไม่ให้คนเหล่านั้นนำข่าวไปตีแผ่ 

ผู้จัดการควักโทรศัพท์มือถือออกมา  

“คือ... ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องจะเรียน” 

 

*** 

สมกับเป็นโรงแรมชั้นนำ ห้องพักวีไอพีของโรงพยาบาลนั้นเยี่ยมกว่าที่คิดเอาไว้นัก ห้องพักวีไอพีถูกสร้างแยกอีกตึก และมีระบบรักษาความปลอดภัยที่หนาแน่น หากไม่ใช่ผู้เกี่ยวข้องแล้วจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาอย่างเด็ดขาด ดูท่าข่าวที่ชินเข้าโรงพยาบาลจะรั่วไหลออกไปอย่างรวดเร็ว พอได้ยินข่าวลือว่าเขาเข้าพักรักษาตัวอยู่ที่นี่ เพื่อนร่วมงานก็เข้ามาเยี่ยมแล้วกลับไปอยู่หลายรอบ ดูเหมือนว่าประธานลีจะจัดการช้าไปหนึ่งก้าว 

ผู้จัดการได้แต่ยืมคำพูดของตัวแทนต้นสังกัด และบอกไปว่าโหมงานหนัก ร่างกายก็เลยรับไม่ไหว ข่าวของชินจึงรั่วไหลไปข้างนอก 

‘ชิน นักแสดงแถวหน้า! เข้าโรงพยาบาลเพราะโหมงานหนัก’ 

ผู้จัดการอ่านหัวข้อข่าวแล้วถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ 

โชคดีที่ห้องคนไข้นี้ทั้งกว้างและอบอุ่นสบายเหมือนเก้าอี้ตัวนุ่มที่เขานั่งอยู่  

สิ่งเดียวที่ได้ยินภายในห้องคนไข้ที่เงียบสงบนี้คือเสียงลมหายใจของเขาเท่านั้น 

“ชิน! รู้สึกตัวแล้วเหรอ” 

ชินลืมตาขึ้น เขาขยับมือและส่งเสียงออกมาในสภาพลืมตาขึ้นแต่ในดวงตายังคงว่างเปล่า พอเห็นชินยังไม่สามารถหลุดพ้นจากห้วงความฝัน ดวงตาของผู้จัดการก็เริ่มแดงกำ 

“ชิน” 

ผู้จัดการจับมือของชินเอาไว้ 

อายุสิบห้าปี 

ชินเริ่มเข้าวงการบันเทิงมาตั้งแต่ตอนนั้น 

หากไม่ใช่เพราะเรื่องนั้น... 

หากไม่ใช่เพราะเหตุการณ์เพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นที่ตึกที่พวกเขาอาศัยอยู่ ตอนนี้เขากับน้องก็คงได้ใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุข และชินเองก็คงได้ใช้ชีวิตอย่างเป็นสุขเหมือนแต่ก่อนนั้น... 

“ขอโทษ” 

ผู้จัดการถอนหายใจก่อนนะเอ่ยออกมา พอหวนย้อนนึกถึงอดีต เวลาก็ผ่านมาแล้วกว่าสิบปี ตอนนี้ไม่มีหนทางหลุดพ้นไปได้ 

“อืม” 

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะได้ยินคำนั้นหรือเปล่าชินถึงได้ส่งเสียงออกมาทำลายความเงียบ และมือของเขาก็ตกลงไปจากบนเตียงอย่างอ่อนแรง ลมหายใจก็เข้าสู่ภาวะปกติ 

“เขาจะไม่เป็นไรใช่ไหมครับ” 

“ค่ะ ตอนนี้ให้ยานอนหลับเพื่อให้เขาหลับสนิทอยู่ค่ะ” 

ทันทีที่ผู้จัดการถามพยาบาลที่เข้ามาฉีดยาตรงแขนให้ชินในห้องคนไข้ พยาบาลคนนั้นตอบพร้อมยิ้มไปด้วย ค่อยโล่งใจหน่อย ตอนนี้ชินกำลังหลับสนิท 

ผู้จัดการลุกขึ้นจากเก้าอี้ 

พอนึกถึงคำพูดของประธานลีที่สั่งให้ออกจากโรงพยาบาลทันทีหากชินฟื้นขึ้นมา เพราะว่าข่าวลือถูกแพร่ออกไป และบางทีอาจจะมีนักข่าวแฝงตัวเข้ามา ผู้จัดการจึงเห็นด้วยกับความคิดของประธานลีที่ให้รีบออกจากโรงพยาบาลเร็วที่สุด จึงนึกขึ้นมาได้ว่าต้องไปเอาเสื้อผ้ามาเตรียมไว้ให้ชินเปลี่ยนเพื่อให้สามารถออกจากโรงพยาบาลได้ทุกเมื่อ เขาจึงหยิบเสื้อแจ็คเก็ตที่ถอดเอาไว้ขึ้นมาถือไว้ 

“ชิน เดี๋ยวฉันมานะ” 

ผู้จัดการหันไปพูดกับชิน แล้วเปิดประตูห้องคนไข้เดินออกไป 

ตรงทางเดินบนตึกมืดๆ ไม่มีเสียงที่แสดงให้รู้ว่ามีคนอยู่ แต่ด้วยแสงไฟเลือนรางตรงปลายทางเดินที่เหมือนอุโมงค์นั้นกลับมองเห็นว่าใครคนหนึ่งกำลังเดินเข้ามา คงเป็นหมอหรือไม่ก็พยาบาลที่มาอยู่เวรวันนี้ 

ประตูลิฟต์ถูกเปิดออก ผู้จัดการเดินเข้าไปในนั้น 

“โชคดีที่เป็นแค่นี้” 

ผู้จัดการพูดขึ้นคนเดียวขณะพิงตัวลงบนมุมหนึ่งในลิฟต์ และชั่วพริบตาที่ลิฟต์ถูกปิดลงก็มีบางอย่างผ่านหน้าเขาไปอย่างรวดเร็ว 

“อะไรน่ะ” 

ผู้จัดการรีบกดปุ่มเปิดประตูลิฟต์อย่างร้อนรน แต่ประตูที่ปิดสนิทแล้วไม่ยอมเปิดออกอีกครั้ง 

สิ่งที่เขาเห็นนั้นมีลักษณะสูงใหญ่และมีสีดำ 

ห้องคนไข้ที่อยู่ชั้นบนสุดของโรงพยาบาลมีแค่ห้องที่ชินพักอยู่ นอกจากนั้นยังนึกได้ว่าคนที่เข้าออกที่นี่ได้มีแค่คนไข้และผู้ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น 

[ชั้นล็อบบี้ค่ะ] 

พอลิฟต์เคลื่อนมาถึงชั้นล็อบบี้เสียงประกาศก็ดังขึ้นและประตูลิฟต์ก็เปิดออก ผู้จัดการกำลังก้าวออกไปข้างนอก แต่แล้วกลับหยุดชะงัก 

รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างแปลกๆ 

ขนลุกขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ 

“หรือว่า...” 

ผู้จัดการหน้าถอดสี 

วินาทีที่เขานึกถึงอะไรบางอย่างที่มีลักษณะสีดำที่มองเห็นผ่านช่องลิฟต์ เขาก็นึกถึงคนที่คล้ายกันนั้น ผู้ชายคนนั้นที่สวมเสื้อกันฝน ถือมีดด้ามยาวก้าวเข้าไปหาชิน 

ชุดที่ผู้ชายคนนั้นสวมใส่... 

ชุดกันฝนสีดำ 

“ชิน!” 

มือของผู้จัดการรีบกดปุ่มลิฟต์อย่างร้อนรน 

ชินลืมตาขึ้นเมื่อได้ยินเสียงปิดประตู แสงไฟสีเหลืองนวลที่ส่องลงมาจากเพดาน กลิ่นยาที่ไม่คุ้นเคย ใช้เวลาไม่นานเขาก็นึกออกว่าเรื่องราวเป็นมาอย่างไร 

ชินมองดูสายน้ำเกลือที่เชื่อมมาถึงเข็มที่ทิ่มอยู่บนมือของเขา เป็นครั้งแรกที่หมดสติในกองถ่ายแบบนี้ คนที่เห็นจะตกใจขนาดไหน 

คังฮเยรี 

เธอจะตกใจสักแค่ไหนกันนะ ตอนนั้นเองเขาคว้าเอาโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ตรงโต๊ะลิ้นชักข้างเตียงออกมาเพราะเป็นกังวล ประตูห้องคนไข้ถูกเปิดออกแล้วเขาคนนั้นก็เดินเข้ามา ผู้ชายในสุดเสื้อกันฝนสีดำสวมหน้ากากเดินเข้ามา แล้วเอื้อมมือไปปิดประตูด้านหลัง 

“คุณอีกแล้ว” 

ตกใจแค่เพียงครู่ 

ชินมองหน้าเขาแล้วรอยยิ้มก็ถูกวาดบนใบหน้า แม้จะไม่อาจรู้ได้ว่าทำไมผู้ชายคนนี้ถึงได้ตามราวีกันแบบนี้ แต่มันคงไม่เลวนักที่จะได้เขามาเป็นเพื่อนร่วมทางครั้งสุดท้าย  

พอเจอชินเขาก็ล้วงมือไปจับอาวุธปลายแปลมที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อผ้าออกมา พอเห็นเขาคนนั้นเดินเข้ามาด้วยสภาพกำอาวุธไว้แน่น ชินก็ขยับขาสองข้างลงจากเตียง ทั้งอยากหนี และไม่อยากหนี แม้คิดว่านี่อาจจะเป็นช่วงเวลาสุดท้ายที่ได้อยู่บนโลกนี้ แต่ก็ไม่นึกเสียดาย 

ลมหายใจที่ไม่สามารถหยุดมันด้วยตัวเองได้นี้...  

คงไม่เลวนักที่จะได้รับความช่วยเหลือจากเขา 

ชินหลับตาลงเงียบๆ 

‘ต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปนะ ห้ามตายเสียล่ะ’ 

ช่วงเวลาที่รู้สึกได้ว่านี่คือวาระสุดท้าย จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงของเขาคนนั้น 

ชินลืมตาขึ้นทันที 

“ฉันอยากมีชีวิตต่อ” 

และเขาก็พูดออกไปอย่างไม่รู้ตัว 

ร้องขอชีวิต 

เป็นเพราะคำพูดนั้นหรือเปล่านะ 

ก้าวเดินของเขาที่กำลังใกล้เข้ามาถึงได้หยุดชะงัก 

แต่พอเห็นชินยกขาที่ปล่อยลงมาเมื่อครู่ชักกลับขึ้นไปบนเตียง เขาก็ยกอาวุธขึ้นสูงอีกครั้ง 

“ไว้ชีวิตด้วย” 

ชินพูดขึ้นกับเขาอีกครั้ง 

“หึๆ” 

เสียงหัวเราะของเขาดังทำลายความเงียบ 

เป็นน้ำเสียงทุ้มต่ำแหบแห้งที่ทำให้รู้สึกอารมณ์ไม่ดี ขนของชินลุกไปทั้งตัวเพราะเสียงนั้น ตอนที่เขากำลังสาวเท้าเข้ามาใกล้ชิน 

“ชิน!” 

ตอนนั้นเองประตูห้องคนไข้ก็ถูกเปิดออก ผู้จัดการตะโกนดังลั่นราวกับรู้อยู่แล้วว่าต้องเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น 

“ตำรวจ! เรียกตำรวจเร็วเข้าครับ!” 

ก่อนเข้ามาเขาติดต่อหน่วยรักษาความปลอดภัยภายในโรงพยาบาลไว้แล้วเพื่อเตรียมการสำหรับเหตุการณ์ไม่ปลอดภัย 

ตอนที่ผู้จัดการตะโกนโหวกเหวกลั่นห้อง ชายคนนั้นก็ลดมือข้างที่กำอาวุธลง แล้ววิ่งไปทางประตูอย่างรวดเร็ว 

โครม 

ร่างของผู้จัดการกระเด็นไปกระแทกผนังอย่างแรง 

“จะไปไหน” 

ผู้จัดการคว้าชายเสื้อกันฝนไว้ในขณะที่เขาพยายามจะหนี ตอนนั้นเองที่อาวุธในมือที่เขาถือไว้ร่วงตกลงพื้น  

“แก...” 

ผู้ชายคนนั้นสบถออกมาพลางหันมาอย่างช้าๆ 

พอชายคนนั้นหันมามองผู้จัดการราวกับจะฆ่าให้ตายเสียตรงนั้น ผู้จัดการก็เริ่มปล่อยชายเสื้อกันฝนลง แล้วถอยหลังออกมาด้วยความตกใจ พอเขาเริ่มก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าวๆ ร่างกายก็แข็งทื่อ แม้จะตกอยู่ในสถานการณ์วิกฤติแค่ไหน แต่ผู้จัดการที่ใบหน้าซีดเผือดก็ยังตะโกนไม่หยุด 

“ฆาตกร! เร็วเข้า เร็วๆ เข้าครับ!” 

โชคดีที่ได้ยินเสียงของคนแว่วเข้ามา ไม่ใช่ทั้งเสียงของพยาบาลและหมอ แต่เป็นเสียงของพวกผู้ชายวัยรุ่น ผู้จัดการรีบหันไปทางที่ได้ยินเสียงอย่างรวดเร็ว ตำรวจสี่นายวิ่งเข้ามาพร้อมกับหน่วยรักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาล 

“ตรงนี่ครับ คนนี้แหละครับฆาตรกร” 

ผู้จัดการรีบตะโกนบอกคนที่กำลังวิ่งเข้ามา แต่เมื่อหันหน้ากลับมาอีกที ผู้ชายคนนั้นก็หายตัวไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ 

 

*** 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว