email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Please 3

คำค้น : Please nanaกะหอยทาก คุณหมอ หมอ แพทย์ น่ารัก อบอุ่นละมุน ใส่ใจ หวาน ฟินจิกหมอน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 5k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 26 พ.ค. 2562 19:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Please 3
แบบอักษร

 

Please 3

 

 

                “อ้าวคุณหมอสวัสดีค่ะ เพิ่งลงเวรไปตอนเช้าไม่ใช่เหรอคะ”

                “ครับ มีธุระด่วนน่ะครับ ถ้ายังไงขอตัวก่อนนะครับ”

                “ค่ะคุณหมอ แต่ว่าสาวน้อยข้างๆน่ารักดีนะคะ”

                “ขอบคุณครับ แต่อย่าเพิ่งแซวเยอะนะ น้องเขินเก่ง” เสียงกระซิบกระซาบของเขาทำให้ฉันกระตุกมือเขาอย่างไม่พอใจ เขาพูดอะไรกันฉันไม่รู้เรื่องในช่วงท้ายประโยคแต่การเหล่ตามองฉันแล้วยิ้มกรุ้มกริ่มแบบนั้นฉันไม่สบายใจ

                “โอ๋ แค่พี่เขาบอกว่าเราน่ารักเองอย่างอนเลยนะ”

                “ไม่ได้งอน” ฉันตอบสั้นๆ พี่วันเองก็ยังยิ้มกริ่มมาให้ สงสัยล่ะว่าว่าทำไมฉันถึงเรียกคนแก่ว่าพี่ จะบอกให้นะก็คนเก่งบอกว่าให้เรียกว่าพี่ถ้างั้นจะไม่ยอมพามา เป็นเพราะว่าอยากจะหายหรอกนะฉันเลยยอมเรียกน่ะ  

                “ครับๆ ไปกันเถอะพี่นัดเพื่อนไว้แล้ว” หลังจากตอนเช้าที่เรากลับมาถึงบ้านใครบ้านมันพี่วันก็ขอไปนอนพักก่อนและช่วงเที่ยงเราก็ทานอาหารที่ร้านดอกไม้พร้อมกับพนักงานที่ร้านฉัน ทั้งสามดูตกใจเป็นอย่างมากที่จู่ๆก็มีเจ้าของร้านกาแฟที่กำลังจะเปิดบริการมานั่งทานข้าวด้วย นั่นแหละหลังจากทานข้าวเสร็จพี่วันก็พาออกจากร้านเพื่อมาตามที่เขาเอ่ยปากบอกนั่นคือเขาบอกว่าเขาได้นัดเพื่อนของเขาไว้ให้แล้ว และเขาเองก็บอกว่าเพื่อนเขาอยากคุยกับฉัน

                “หมอปราบอยู่ในห้องไหมครับ” พี่วันเอ่ยถามพยาบาลที่กำลังถือแฟ้มผ่านเราทั้งสองไป

                “อยู่ค่ะ คนไข้คนสุดท้ายเพิ่งเสร็จค่ะ”

                “ขอบคุณครับ”

                “ยินดีค่ะ ว่าแต่นี่แฟนคุณหมอใช่ไหมคะ”

                “ยังไม่ใช่ครับ แต่ก็คงจะเร็วๆนี้ถ้าเขาเปิดใจบ้าง” อีกแล้ว ประโยคแปลกๆพวกนี้มันคืออะไรกัน

                “ขอให้สมหวังเร็วๆนะคะ”

                “ขอบคุณครับปะ เพื่อนพี่รออยู่” พี่วันหันมาบอกก่อนจะพาเดินเข้าไปยังห้องตรวจห้องหนึ่งก่อนเข้าไปมือหนายื่นไปพลิกแผ่นป้ายที่แขวนอยู่หน้าห้องอย่างรวดเร็วฉันก็อ่านไม่ทันว่าเขาพลิกจากคำไหนไปคำไหน

                “อ้าว มาแล้วเหรอแปบนะขอไปฉี่ก่อนมีน้ำหยิบให้น้องเลย เดี๋ยวพี่มานะครับ” ยังไม่ทันจะได้นั่งคนที่สวมเสื้อกาวน์สีขาวก็ยืนบิดไปมาพร้อมกับเอ่ยพูดเร็วๆ เขาหันมามองฉันเชิงขอโทษก่อนจะรีบเดินแกมวิ่งออกจากห้องตรวจไป พี่วันมองตามคนที่ฉันคาดว่าน่าจะเป็นเพื่อนของเขาอย่างเอือมๆ

                “นั่งตรงนี้ก่อนครับ” พี่วันดันไหล่ให้นั่งที่เก้าอี้ตัวหนึ่ง ให้เดาคงจะเป็นเก้าอี้ที่ใช้ให้คนไข้นั่ง

                “เดี๋ยวพี่เอาน้ำให้ มีน้ำอัดลมนะเอาไหม” ตู้เย็นหมอมีน้ำอัดลมด้วยเหรอ พวกเขาต้องสายสุขภาพนี่นาทำไมถึงมีอะไรแบบนี้ติดตู้เย็นไว้ล่ะที่สำคัญนี่มันตู้เย็นโรงพยาบาลด้วยนะ

                “น้ำครับ”

                “ขอบคุณค่ะ” ฉันยื่นมือไปรับน้ำเปล่าเย็นจัดมา ส่วนพี่วันก็ดื่มน้ำเปล่าเช่นเดียวกัน เขานั่งลงข้างๆฉันเราทั้งสองต่างไม่มีใครพูดคุยอะไรกัน รออยู่นานเพื่อนพี่วันก็กลับเข้ามาในห้องพร้อมกับมาดคุณหมอแต่มันก็ยังลบล้างท่ายืนบิดไปบิดมาของเขาที่ฉันเห็นก่อนหน้านี้ไม่ได้หรอก

                “ขอโทษด้วยนะครับที่พี่ให้รอนาน”

                “ไม่เป็นไรค่ะ”

                “เรื่องเรา วันมันเล่าให้พี่ฟังบ้างแล้วนะแต่พี่อยากฟังจากน้องอีกทีพอจะเล่าให้พี่ฟังได้ไหมครับ” คุณหมอปะเหลาะถามเสียงนุ่ม มือข้างที่จับพี่วันบีบแน่นพอเงยหน้ามองคนข้างๆก็เห็นเขายิ้มแล้วพยักหน้าให้เบาๆ

                “หนู หนูฝันเห็นเหตุการณ์วันที่รถเราคว่ำ เสียงคนคุยกันแต่ไม่มีใครช่วยเราเลย พ่อกับแม่เสียเพราะอุบัติเหตุครั้งนั้น ทุกครั้งที่นอนหนูจะฝันเห็นเหตุการณ์นั้นซ้ำทุกคืน ไม่มีคืนไหนที่ไม่ฝันกินยานอนหลับก็ฝัน...”

                “ตอนนี้ยังใช้ยาอยู่ไหม” คุณหมอถามมา ฉันส่ายหน้าเบาๆก่อนจะสบตาคุณหมอกลับ

                “มันฝันเหมือนเดิม เลยไม่กิน”

                “ดีแล้วครับที่หยุดกิน...” ฉันใช้เวลาพูดคุยกับคุณหมอเกือบชั่วโมงหมอสรุปให้ฉันมาพบเขาสัปดาห์ละหนึ่งครั้งจะวันไหนก็ได้ เขาบอกว่านัดฉันเป็นกรณีพิเศษ คุณหมอแนะนำการรักษาแบบการบำบัดเพราะคุณหมอยังไม่อยากให้ถึงขั้นรักษาด้วยยา

                “เรานอนคนเดียวมาตลอดเลยใช่ไหม” คุณหมอเอ่ยถามอีกครั้ง

                “ค่ะ”

                “เคยนอนค้างคืนกับเพื่อนไหม”

                “ไม่ค่ะ ไม่เคย” หรือเคยนะแต่นอนไปมันก็ไม่หลับ พอหลับก็ฝัน

                “อือ หมออยากให้ลองนอนกับคนอื่นดูนะ กับเพื่อนก็ได้แต่ลองดูเพราะบางทีเราอาจจะต้องการที่พึ่งในขณะที่เรากำลังหลับก็ได้ จิตใต้สำนึกคนเรามันต่างจดจำเหตุการณ์ต่างกันบางทีเราอาจจะต้องการใครสักคนที่เข้ามาช่วยปกป้องในช่วงเวลาที่เราเจ็บหรือหวาดกลัวและห้วงความรู้สึกนั้นมันตรงกับช่วงเกิดอุบัติเหตุเลยทำให้เรานึกถึงเหตุการณ์นั้น อันนี้พี่แนะนำนะครับ”

                “ขอบคุณนะคะ”

                “ด้วยความยินดีครับ พี่จะให้เราเป็นคนไข้เคสพิเศษของพี่นะ”

                “ค่ะ...”

                “ส่วนมึงวันนี้มาเข้าบ่ายกับดึกแทนกูหน่อย กูจะไปเคลียของที่คอนโดแม่จะให้เด็กนั่นย้ายเข้ามาอยู่ด้วยแล้ว”

                “กูต้องไปส่งน้อง” พี่วันบอก

                “ให้น้องนอนนี่ คืนนี้ ให้น้องอยู่กับมึง สังเกตอาหารน้องให้กูด้วย ถ้าไม่นอนพี่จะดุน้องนะครับ” ท้ายประโยคพี่หมอปราบก็หันมาบอกอย่างคาดโทษ

                “เออๆ แต่ก่อนไปมึงแวะไปสั่งข้าวมาให้น้องหน่อยจะหกโมงละน้องหิวแล้วเนี่ย” พี่วันบอกพี่หมอปราบ รายนั้นก็พยักหน้าเข้าใจ

                “งั้นวันนี้เรานอนที่นี่นะให้วันมันช่วยดูอาการด้วย ถ้ามีอะไรก็โทรหาพี่ได้เลยนี่เบอร์พี่”

                “ขอบคุณค่ะพี่หมอ”

                “ยินดีครับ”

                “วิวไปห้องทำงานพี่ได้แล้ว จะได้พักด้วยเลย” พี่วันจับมือฉันเดินออกจากห้องผ่านพยาบาลหลายต่อหลายคนที่มองฉันและพี่วันพร้อมกับทำสายตาล้อเลียนส่งให้พี่วัน แต่มีเหรอเขาจะสนใจน่ะ พี่วันพาเดินไปที่ห้องทำงานเขาที่ถูกจัดขึ้นเป็นห้องพักแพทย์เป็นแบบส่วนตัวห้องไม่ได้ใหญ่มากมีเพียงเตียงนอนและชุดโต๊ะเก้าอี้หนึ่งชุด และตู้เอกสารเท่านั้นไฟในห้องถูกเปิดสว่างจ้า ตอนที่เดินมาก็เห็นพยาบาลและหมอหลายคนผลัดเปลี่ยนกันเข้ามาพักอยู่เรื่อยๆ แต่จังหวะที่พี่วันเปิดประตูให้ฉันได้เข้าห้องพักของเขา ก็มีพยาบาลคนหนึ่งส่งเสียงแซวมาแต่มันฟังดูงัวเงียมากเลยไม่รู้ว่าแซวว่าอะไร

                “หนูกลับบ้าน...”

                “พี่จะรอดูอาการด้วย”

                “ค่ะ” ไม่มีอะไรจะเถียงเขา เรื่องนี้ฉันควรจะเสี่ยงดู เพราะฉันอยากหายจากฝันร้ายพวกนั้นแล้วฉันเหนื่อยแล้ว

                “ห้องน้ำใช้ได้เลยนะ อาบน้ำได้เลยพี่มีเสื้อเชิ้ตอยู่”

                “ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้นครับ ห้องนี้มันห้องพักส่วนตัวไม่มีใครเข้ามาแน่นอนพี่รับประกัน” พี่วันบอกแบบนั้น ฉันจะลองเชื่อเขาดูสักครั้งก็แล้วกัน

 

                เกือบห้าทุ่มพี่วันที่ออกไปดูคนไข้ฉุกเฉินมาก็เข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดใหม่ทันที ห้องเขามีกลิ่นยาฆ่าเชื้อตามฉบับโรงพยาบาลแต่ทำไมฉันไม่ค่อยชอบเลยไม่รู้ ฉันอ่านนิยายที่โผล่ไปขอยืมคุณพยาบาลมาอยู่บนเก้าอี้ พี่วันอาบน้ำออกจากห้องน้ำเขาก็สวมเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงวอร์มสีเข้มเดินเช็ดผมออกมาจากห้องน้ำ

                “ขึ้นไปนอนได้แล้วครับดึกแล้ว” พี่วันบอก มือก็ยื่นไปปรับเครื่องปรับอากาศในห้อง

                “ยังไม่ง่วง...”

                “ไม่ง่วงก็ต้องนอนครับ มาเลยเก็บหนังสือก่อน” พี่วันโยนผ้าเช็ดผมทิ้งก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ดึงหนังสือออกจากมือแล้วรั้งให้ฉันเดินไปบนเตียงนอน

                “ขยับเข้าไปด้านในครับ” เขาสั่งมาแบบนั้น ฉันเองก็ทำตาม เอาสิ รู้จักสองวันขึ้นเตียงกับเขาแล้ว ยัยคนใจง่าย!

                “ทำไมทำหน้าตลกแบบนั้น พี่ไม่ได้จะทำอะไร แค่จะพานอนแค่นั้นเองมันดึกแล้ว” พี่วันเล่าพรางหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

                “มานอนครับ ขยับมา” พี่วันล้มตัวนอนบนเตียงยื่นมือไปกดปิดไฟโทรศัพท์ถูกวางลงหัวเตียงก่อนที่ร่างสูงจะขยับมารั้งฉันเข้าไปกอด

                “ปล่อย” ฉันเริ่มดิ้นขลุกขลักอย่างอึดอัด แต่วงแขนแข็งแรงก็ยังกระชับกอดฉันไว้แน่น

                “ชู่ นอนได้แล้วครับคนดี พี่อยู่นี่ไม่ต้องกลัวนะ” เพราะเสียงทุ้มนุ่มของเขาทำให้ฉันชะงักกึกไปทันที มันคุ้น คุ้นเหมือนฉันเคยได้ยินแต่ฉันนึกไม่ออกว่าได้ยินจากที่ไหน

                “ไม่กล้าหลับ...” ใช่ ฉันไม่กล้าหลับตาฉันกลัวว่าตัวเองจะฝันเห็นเรื่องราวเก่าๆพวกนั้น

                “ทำไมครับ?”

                “กลัวจะฝัน” ฉันบอกเสียงแผ่ว วงแขนที่โอบฉันอยู่กระชับแน่นขึ้น

                “พี่เล่านิทานให้ฟังเอาไหม” เขาเสนอ แต่ขอโทษนะคะ ฉันโตแล้วค่ะ!

                “ไม่เอา โตแล้ว”

                “หึหึ งั้นเดี๋ยวพี่เล่าเรื่องพี่ให้ฟัง...”

                เขาไม่รอฟังความเห็นอะไรจากฉันแต่เริ่มขยับปากเอ่ยเล่าเรื่องราวในชีวิตเขาให้ฟัง น้ำเสียงนุ่มๆเหมือนยานอนหลับที่ฉันไม่เคยเจอไม่เคยได้ยิน เพราะเมื่อได้ยินฉันก็เริ่มปิดปากหาวอย่างห้ามตัวเองไม่อยู่กระทั่งขยับซบใบหน้าเข้ากับท่อนแขนที่หนุนอยู่ทุกอย่างพลันเงียบสงบลง

                กลางดึก

                “ไปไหน” น้ำเสียงงัวเงียเอ่ยถามเมื่อฉันยกแขนที่พาดเอวอยู่ออก

                “เข้าห้องน้ำ” ฉันเองยังรู้สึกแปลกใจอยู่บ้างที่หลับไปโดยที่ไม่ฝันแบบนี้

                “รีบมานะ” พี่วันบอกเสียงงัวเงียขยับลุกให้ฉันลงจากเตียงส่วนตัวเองก็ขยับเข้าด้านในเตียงที่ชิดเข้ากับผนัง เมื่อทำธุระเสร็จแล้วเดินออกมาฉันขึ้นเตียงไปนอนแต่เป็นการนอนขอบเตียงด้านนอกเมื่อล้มตัวลงท่อนแขนพี่วันก็สอดรองที่ท้ายทอยและอีกข้างก็ยกขึ้นพาดเอวฉันรั้งให้เข้าไปซุกซบอยู่ในอ้อมกอดของเขาช่วงที่เคลิ้มหลับก็ได้ยินเสียงคนพูดคุยกันอะไรสักอย่างรวมทั้งพี่วันยังรั้งผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างเราทั้งสองไว้อีก

                “ขอโทษค่ะคุณหมอ”

                “ไม่เป็นไรครับ”

                “พอดีพี่เข้ามาเอาตราประทับค่ะ”

                “ครับ อยู่ในตู้ชั้นสอง เสร็จแล้วฝากปิดไฟปิดประตูด้วยนะครับ”

                “ค่ะ คุณหมอนอนต่อได้เลยค่ะ”

ความคิดเห็น