ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : SO BITCH nightmare

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 25 พ.ค. 2562 23:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
SO BITCH nightmare
แบบอักษร

 

 

SO BITCH

20

NIGHTMARE

 

 “คิดถึงจัง ”

เป็นคำพูดที่ทำเอาคนฟังอยู่ใจเต้นแรงหน้าขึ้นริ้วแดงไปหมด ขิงนิ่งอยู่ในอ้อมกอดของข่าน มันแปลกๆ พอได้ยินอะไรแบบนี้หัวใจที่ห่อเหี่ยวมันกลับเต้นผิดจังหวะไปซะงั้น เหมือนความอบอุ่นที่เขาตามหามานานถูกเติมเต็มหัวใจ

 ขิงนิ่งยอมปล่อยเวลาและอ้อมกอดของคนตรงหน้าโอบกอดเอาไว้ จนข่านเองแอบตกใจที่จู่ๆ คนที่ชอบโวยวายทุกทีที่เขาเข้าใกล้กลับไม่ยอมขยับตัวและยอมให้เขากอดอยู่แบบนั้น ไม่รู้ว่าทำไม

ตอนแรกก็แค่อยากจะแกล้งยั่วโมโหให้โวยวายเล่นพอเอาเข้าจริง ขิงกลับนิ่งและยอมปล่อยให้เขากอด มันก็ทำให้เขารู้สึกแปลกๆไปจากเดิมเหมือนกัน อยากอยู่แบบนี้กอดคนตรงหน้าให้นานๆไม่อยากปล่อยเลยให้ตายเหอะ

 ข่านได้แต่ยืนกอดขิงนิ่งเขาไม่ได้ทำอะไรไปมากกว่านี้ ช่วงเวลาที่ใครสักคนต้องการ เขานี้แหละอาสาที่จะเป็นที่พึ่งพิงให้ แต่อย่างขิง กว่าจะยอมให้เขาเข้าถึงตัวก็คงต้องใช้เวลาอยู่สักหน่อย

 [ จริงๆแล้วก็ไม่ได้ เป็นอย่างที่เห็นสินะ ]

เขาคิดในใจมุมอ่อนแอในวันนี้ มันน่ารักจนเขาห้ามใจตัวเองไม่ไหวจริงๆ ข่านกระชับอ้อมกอดกอดคนตรงหน้าแน่นขึ้น ใบหน้าของขิงซุกเข้ากับแผ่นอกกว้างของเขา อยากอยู่แบบนี้ คนอะไรตัวหอมดี ในหัวได้แต่คิดแล้วก็เผลออมยิ้มคนเดียว ก็ถือว่าดีพอสมควร 2 อาทิตย์ที่ผ่านมามันก็คุ้มค่ากับการรอคอยทีเดียว

“ อ่า อิ่มเป็นบ้าเลยวะ อิ่มแล้วก็ง่วง กูนอนเลยได้ไหม วะ ”

บทสนทนาของบุคคลที่สามดังเข้ามาใกล้ ชายสองคนที่รุ่นราวคราวเดียวกันกำลังเดินเข้ามาด้านในสตูดิโอที่พวกเขาอยู่ ขิงเพิ่งรู้สึกตัวว่าตัวเองปล่อยให้ข่านกอดอยู่ตั้งนานแถมตัวยังหน้าไม่อายซบอกเขาอีก

“ ปะ ปล่อยได้แล้ว ”

ขิงกัดริมฝีปากพูดเพราะเขายอมข่านเลยฉวยโอกาสได้กอดเขาครั้งนี้มันไม่ใช่ความผิดของข่านแต่มันเป็นเพราะเขาเผลอตัว เลยโวยวายไม่ได้

ใบหน้าขึ้นริ้วแดงระเรื่อนั้นน่ารักจนข่านไม่อยากจะปล่อยไปเลยจริงๆ ได้คืบก็อยากจะได้ศอกด้วยเขาเลยยักคิ้วให้ขิงพร้อมกับกระชับกอดนั้นแน่นเพื่อให้ขิงได้แนบชิดเขา

“ ไม่ ”

คำตอบที่ได้สั้นกระชับได้ใจความมาก ขิงอยากจะอ้าปากตะโกนด่าให้รู้แล้วรู้รอด

“ ปล่อย ไม่เห็นหรือไงว่า มีคนมา ปล่อย ”

 พยายามขยับตัวเพื่อที่จะดิ้นให้หลุดแต่ดูจากสถานการณ์แล้วเสียเปรียบเห็นๆแบบไม่ต้องสงสัยกอดแน่นขนาดนี้ก็ไม่รัดเขาให้ตายคาอกไปเลยละ อึดอัดตัวเองที่ดันใจเต้นแรงกับกอดที่ได้รับ

“ งั้นถ้าไม่มีคนมาก็กอดต่อได้นะสิ ใช่ไหม ? ” พร้อมส่งยิ้มหวานและสายตาเจ้าเล่ห์ใส่

“ มา ไม่มาก็ปล่อยได้แล้ว ”

ขิงยังคงเลี่ยงตอบคำถาม ตอนนี้เขาไม่พร้อมจะตอบอะไรทั้งนั้นขอเพียงแค่ข่านยอมปล่อยเขาออกจากอ้อมกอด แค่นี้เขาก็ดีใจจะแย่ แต่ตอนนี้ ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ บ้าเอ๊ย ไม่รู้หรือไงว่า ใจมันเต้นจนมันจะระเบิดตัวเองตายอยู่แล้ว

“ปล่อย ”

 

 ขิงพูดเสียงเบา ในขณะที่ทีมงานและคนอื่นๆกำลังทยอยพากันเดินเข้ามาในสตูดิโอ

“ อิ่มจริงดีนะ วันนี้คนที่โรงอาหารไม่เยอะ แถมป้าแกยังใจดี ตักให้เยอะอีกต่างหาก พุงกางเลย ”

 บทสนทนาดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ขิงเองก็เริ่มใจไม่ดีพอเงยหน้ามองอีกฝ่ายก็ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้แต่ไม่ยอมปล่อยเขาจากอ้อมกอด แล้วแบบนี้ต้องทำยังไงถ้ามีคนมาเห็นเข้าไม่ดีแน่ ในหัวก็มีแต่ความคิดเต็มไปหมด ว่าจะหาทางแก้ไขเอาตัวรอดจากเสือร้ายอย่างข่านยังไงดี

“ ปล่อยเถอะ ”

 ขิงเริ่มเหนื่อยกับการขอให้อีกคนปล่อยตัวเขาแล้ว ทำยังไงพูดดีก็แล้วก็ยังไม่ยอมปล่อย

“ ตกลงว่าไม่ปล่อยใช่ไหม ? ”

“ ฮืม ”

“ ตกลงว่าไม่ปล่อยใช่ไหม ? ”

ขิงทวนคำถามย้ำอีกรอบในขณะที่ข่านกำลังเลิกคิ้วงงกับคำถามขิง

 

“ ตกลงว่าไม่ปล่อย ”

“ yep ”

เป็นคำตอบพร้อมรอยยิ้มที่กวนตีนมาก สำหรับขิง ก็ได้ งั้นคงต้องยอมเปลืองตัวสักหน่อยเพื่อและกับอิสระภาพ ในครั้งนี้

“ ทำไม ”

“ เปล่า ก็แค่ .... ”

ขิงหยุดคำพูดของตัวเองเอาไว้แต่นั้นก่อนจะนิ่งส่งยิ้มหวานให้ข่าน แล้วใช้มือทั้งสองข้างโอบรอบคอคนตัวสูงที่อยู่ตรงหน้าดึงท้ายทอยอีกฝ่ายให้โน้มลงมาเข้าหาตัว จรดริมฝีปากแดงระเรื่อของตัวเอง ปิดปากอีกฝ่ายแนบสนิทข่านเองก็ไม่คาดคิดว่าขิงจะเป็นฝ่ายรุกเขาขนาดนี้

ขิงกดจูบพร้อมใช้ลิ้นดุนริมฝีปากข่านให้อีกฝ่ายตอบรับ เขามันเป็นเรื่องง่ายที่ผู้ชายร้ายๆอย่างข่านมีเหรอจะยอมพลาด อ้อยเข้าปากช้างขนาดนี้ไม่กินก็ถือว่าพลาด แล้ว 

“ อื้อ ”

เขาตอบรับจูบที่เผ็ดร้อนของขิงทันที ความสุขที่หาไม่ได้ง่ายๆ ด้วยความที่เผลอตัว เขาเลยเผลอคลายมือที่โอบรัดอีกฝ่ายไป แถมยังกำลังเอามือซุกซนของตัวเอง เลื้อยตามแผ่นหลังของขิง

ส่วนขิงเอง ก็ยังคงจูบแบบดูดดื่มเผ็ดร้อนอยู่เพื่อให้อีกฝ่ายตายใจ แต่เขาก็สูญเสียพลังงานไม่น้อยกับการเปลืองตัวเพื่อหาช่องทางหนี ก่อนที่มือนั้นจะอยู่ไม่สุขไปกว่านี้

จังหวะที่ข่านเอียงหน้ารับจูบจากขิง เจ้าตัวเลยอาศัยจังหวะเหมือนข่านพยายามดันตัวเขาหลบมุม จากผู้คนที่กำลังทยอยเดินเข้ามา ยกเท้าตัวเองขึ้นสูง พร้อมๆกับออกแรงกระทืบเท้าลงตรงปลายเท้าของข่านเต็มแรง

“ โอ๊ย ”

เจ้าตัวถึงกลับเผลอผลักขิงออกจากตัว เพราะโดนเหยียบตีน ขิงเซเล็กน้อยแต่เขาก็พอใจผลงานตัวเองหน่อยๆ ในที่สุดก็หลุด ออกมาได้

เขายืนขำท่าที่กระโดดเป็นกระต่ายขาเดียวเอามือกุมเท้าของข่านอยู่ไม่น้อยในขณะที่ข่านเอง ได้แต่ตาเขียวพร้อมเอามืออีกข้างชี้หน้าขิงเป็นการคาดโทษกลายๆ

“ หึหึ ”

 ขิงแค่นเสียงหัวเราะเยาะเขาก่อนจะรีบเดินจ้ำอ้าวมายังจุดที่มีทีมงานรออยู่

“ หวัดดี ” 

เขาทักทายคนเหล่านั้นพร้อมกับยิ้มให้อย่างเป็นมิตร โดยที่ข่านเองยังคงยืนกุมเท้าตัวเองด้วยความ เจ็บ เจ็บทั้งกายเจ็บทั้งใจ เลยทีเดียว

“ อ่า ร้ายนักนะ เจ็บชะมัด  ” ข่านกระโดดตัวโยงหลังโดนกระทืบเท้าเต็มๆตีน ก่อนที่ผู้ร้ายจะเดินหนีไปแบบไม่หันกลับมาดูดำดูดีเขาเลย

“มีคนมาแล้วแฮะ ว้า เสียดายจังว่าจะได้แอบงีบนอนสักหน่อย ”

หนึ่งในทีมงานเอ่ยแซวหลังจากที่เขาทักทายขิงแล้ว คนที่เดินแล้วเอามือกุมเท้ากระโดดตามมานั้นก็คือข่าน

“ อ้าวแล้วนั้นเท้าไปโดนอะไรมาถึงได้เดินด้วยกระโดดด้วยแบบนั้น ”

“ อ้อ พอดีว่ามันมืด ขาเลยเตะโดนไม้ ไม่มีอะไร ”

ข่านเอ่ยตอบในขณะที่กำลังจะเดินเข้าไปยืนข้างตัวของขิง เอาเป็นว่าที่เขาเดินมาเขาไม่ได้ตั้งใจจะยืนข้างๆเจ้าตัวหรอก แต่จริงๆแล้วอบากยืนซ้อนหลังอีกฝ่ายมากกว่า เวลากระซิบจะได้ได้ยินกันสองคน แต่ยังไม่ทันที่จะได้ทำตามแผนที่คิด พอขิงรู้ว่าเขาจะเดินมาซ้อนหลังเจ้าตัวก็เบี่ยงลบไปนั้น ตรงมุมแทน แห้วแดกเลยครับงานนี้อดเอาคืน

ข่านหวืดเลยได้แต่ยืนยิ้มแห้งให้กับทีมงานที่พากันยืนอยู่ และตัวแสบที่นั่งหน้าตึงไม่มองหน้าเขาเลย

“ ระวังๆหน่อยแล้วกันสตูนี้ไม่ค่อยได้ใช้งานเท่าไหร่คนเลยเอาของมาเก็บเยอะ ”

“ อ่า ”

“ อีกอย่างนะ ไปอยู่ทำไมมืดๆยุงก็เยอะ ของก็เยอะ ไปเจออะไรดีๆมางั้นเหรอ ? ”

พอเขาได้ยินคำถามสายตาดันโฟกัสไปที่ขิงที่นั่งอยู่แต่รอบนี้เจ้าตัวไม่ได้หลบสายตาข่านแต่จ้องกลับมาตาแทบถลนออกจากเบ้า เพราะเจ้าตัวกำลังกลัวว่าข่านจะพูดอะไรออกไป

“ ก็นิดหน่อยครับ ว่าแต่ วันนี้ถ่ายกันกี่เซต ” เขาพยายามเบี่ยงประเด็นคุยเพื่อที่จะไม่ให้ขิงต้องถลึงตาใส่เขาอีก

“ อ้อ ที่จะถ่ายกันวันนี้นะเหรอ ? ”

“ ครับ ”

“ วันนี้มี 5 เซต ก็มีเดี่ยว คนละสอง อีกสามเซตเป็นถ่ายรวมกับถ่ายคู่ วันนี้ก็เป็นเราสองคน ” พอคนที่เขาคุมงานบอกแบบนั้นขิงก็ทำหน้างง ไหนบอกว่าถ่ายรวม แล้วทำไมถึงมีแค่เขากับข่านสองคน

“ มีถ่ายรวมแล้วทำไมถึงมีแค่ ผม กับ .... ”

 ขิงเอามือชี้ตัวเองแล้วก็ชี้ไปที่ข่านที่ยิ้มหน้าแป้นแล้นใส่จนน่าหมั่นไส้

“ เดี๋ยวสักพักคงมาสมทบกันแหละ ”

“ อ้อ ”

“ มีอะไรสงสัยอีกไหม ”

“ ไม่ครับ ” ขิงตอบ

“ อีก 30 นาที เราจะเริ่มเซตแรกกัน บ่ายโมงนะ ไปเตรียมตัวได้ ทีมแต่งหน้าทำผมรออยู่ ” พอบอกแบบนั้นแล้วทีมงานก็ขอตัวเดินออกไป เหลือทิ้งไว้เพียงขิงและข่านที่ยืนอยู่ ขิงเลยตัดสินใจลุกขึ้นยืนพร้อมทั้งกำลังจะปลีกตัวออกไป และอยู่ให้ห่างจากข่าน แต่ยังไม่ทันที่จะได้เดินไปไกลนัก เสียงข้อความมือถือของเขาก็ดังเจ้าตัวจึงหยุดเพื่อเปิดดู

ในจังหวะที่กำลังล้วงมือถือก้มมองหน้าจอกับข้อความที่เข้ามา เขาก็ไม่ทันได้ระวังตัวใดๆ จึงโดนข่านเดินมาซ้อนหลังพร้อมยื่นใบหน้าเข้าใกล้เขาแล้วก็กดริมฝีปากและจมูกลงที่แก้มขวาของเขาเต็มแรง จนขิงสะดุ้ง ตกใจ กับเสียงที่ดัง

ฟอด !!!!!!! 

“ อ่า มีกำลังใจทำงานขึ้นเยอะเลย มาแล้วครับ ผมพร้อมทำงานแหละกำลังใจดี ”

ข่านพูดแล้วยิ้มให้ขิงที่ยืนอึ้งอยู่และดูตกใจไม่น้อย ในขณะที่ผู้ร้ายอย่างข่านก็เดินตัวลอยไปหาช่างแต่งหน้า ปล่อยให้เขายืนเอ๋ออยู่ท่ามกลางความงุนงง อุตส่าห์จะอ่านข้อความที่เด้งเข้ามานั้นอย่างตั้งใจ ตอนนี้แทบจำไม่ได้เลยด้วยซ้ำว่าข้อความที่อ่าน ใจความเป็นยังไง

ขิงได้แต่ยืนทำแก้มพองลมเพราะทำอะไรไม่ได้ ก้มหน้ามองจออีกครั้งเพื่ออ่านข้อความ ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นข้อความจากป้าเจ้าของหอที่ส่งมาบอกเขาอย่างกะทันหัน ว่าตึกที่เขาอยู่นั้นมีกำหนดการเร่งรื้อถอนเร็วขึ้น

ให้ตายเถอะถึงเขาจะเก็บของบางส่วนแล้วแต่เขายังไมได้ขนมันออกจากห้องเลย ถึงจะมีไม่มากแต่ก็ของจำเป็นสำหรับเขาทั้งนั้นโดยเฉพาะอุปกรณ์การเรียน ขิงมีสีหน้ากังวลอย่างเห้นได้ชัด แต่จะให้หนีงานที่รับปากกับอาจารย์ไว้เขาก็ทำไม่ได้ ได้แต่หวังว่าข้อความที่เขาส่งตอบกลับไปป้าแกจะรับฟังและยอมเลื่อนเวลาให้เขาอีกสักหน่อยแล้วกัน

“ น้องค่ะ ทางนี้เลย ” พี่ที่เป็นคนแต่งหน้าเรียกเขา เขาจึงต้องตัดสินใจเก็บมือถือแล้วเดินไปหา

 “ ครับ ”

“นั่งเลย” 

ขิงพยักหน้าให้เธอก่อนที่จะนั่งลงเก้าอี้ตัวที่ถัดจากข่าน เขาจำใจต้องนั่งลงแม้ข่านจะหันหน้ามาส่งยิ้มให้เขา ตอนนี้โมโหไอ้บ้านี้ไปมันก็ไม่ช่วยอะไร เพราะขิงมีเรื่องให้ต้องคิดและสำคัญกว่านั้นคือเรื่องที่ซุกหัวนอน เขาไม่ได้สนใจข่านที่เอาแต่หันหน้ามาส่งยิ้มให้ เจ้าตัวไม่ได้หันมองเลยด้วยซ้ำทำเอาคนยิ้มแต่ยิ้มแห้งแล้วหันกลับไปสนใจ ช่างแต่งหน้าที่ถือแปรงรองเขาอยู่แทน

“ เอ่อเธอนี้ตกลงว่าหอเก่าที่เธออยู่เขาจะทุบหอวันนี้เหรอ ” สองสาวเทียมกำลังคุยกันไปด้วยโดยที่แปรงแต่งหน้ากำลังปัดไปมาบนหน้าของขิงและข่าน

“ ใช่นะสิแย่เลยไม่รู้ว่าจะไปหาที่อยู่ใหม่ได้ที่ไหน ตอนแรกเขาก็บอกอีกอาทิตย์นึง พอมาวันนี้เขาก็บอกใหม่ตั้งตัวไม่ทันเลย ฉันละเครียด จริงๆ ”

 ขิงตั้งใจฟังโดยที่ไม่พูดอะไรในขณะที่ใบหน้าก็โดนแต่งเติมไปเรื่อยๆ อีกทั้งสองสาวก็ยังไม่หยุดเม้าท์มอย กัน

“ เห็นเพื่อนบ่นอยู่แต่ทำยังไงได้ละแก ก็ต้องย้ายออกอยู่ดี เสร็จงานฉันต้องไปช่วยมันขนของ เอ๊ะ หน้าคุ้นๆนะเราอืม ”

           คนที่แต่งหน้าให้ขิงเอ่ยทักแล้วพยายามนึกว่าหล่อนเจอเขาที่ไหน ในขณะที่ขิงเองก็ขมวดคิ้วเป็นปมเพราะงงที่จู่ๆก็โดนทัก

“ อ้อ นึกออกแล้ว เรานี้เอง ”

“ อะไรของแกเชอร์รี่ ”

“ ป่าวฉันก็ว่าคุ้นๆหน้าที่แท้ก็คนที่อยู่ข้างห้องเพื่อนฉันนี้เอง ”

 ขิงอึกอักเล็กน้อยที่โดนทักแบบนั้น เพราะสิ่งที่เขาไม่อยากให้รู้ก็อยู่ด้วย ข่านหันหน้ามาสนใจพร้อมกับจ้องหน้าขิงเหมือนคนต้องการคำตอบ ทำไมเขาต้องให้หมอนี้ได้ยินเรื่องว่าเขาต้องหาที่อยู่ใหม่ด้วย

ยังไม่ทันที่ขิงจะได้ตอบคำถามอะไรก็โดนคนที่นั่งเก้าอี้อีกตัวเอ่ยปากก่อนแทน

“ หอที่ไหนเหรอครับ ”

“ ว๊ายตายจริง ก็ซอยวิลล่า 36 ข้างมอเราไง คนหล่อของพี่หอที่เดินเข้าไป แยก1 นะ ที่นั่นนะ ถูกที่สุดในบรรดาหอพักใกล้ มอเราแล้วละ เพื่อนๆอยู่ที่นั่นกันเยอะ สภาพก็ธรรมดาพออยู่ได้ แหละ ”

ขิงฟังบทสนทนาอย่างเงียบๆในขณะที่ข่านหันหน้ามามองเขายิ้มกรุ้มกริ่ม เจ้าตัวเลยต้องขยับปากมุบมิบด่าแบบไม่ออกเสียงให้คนอื่นได้ยิน

“ มองทำ … อะไร”

ดูเหมือนว่าข่านจะได้ยินชัดแจ๋วเหมือนขิงเปล่งเสียงออกมา เขายักไหล่กวนใส่ขิงทีนึงก่อนจะหันหน้ามายิ้มให้ โคตรจะน่าหมั่นไส้กับท่าทีและรอยยิ้มทำเหมือนคนเป็นมิตร ก่อนจะขยับปากช้าๆเน้นคำให้ขิงอ่านออกแม้จะไม่ได้พูดออกเสียงใดๆ

“ ไม่ได้มองทำ…ครับ แต่มองเพราะอยาก …เมีย”

แม้จะไม่ได้พูดออกเสียงแต่ทุกคำที่พูดออกมามันถึงกับทำให้ขิงควันออกหูเลยทีเดียว สีหน้าและแววตาของคนฟังเบิกตาโพลง ม่านตาขยายปากก็อ้าค้างไม่ได้ขยับเพราะตั้งตัวไม่ทัน ใบหน้าเห่อร้อนแดงแจ๋ ในขณะที่ข่านนั้นยิ้มแฉ่งอย่างพออกพอใจ

“แหม ยิ้มแบบนี้ เขินนะสุดหล่อ”

 เสียงสาวสองพูดในขณะที่ข่านยิ้มกว้างแต่ไม่ได้หันไปสนใจคนที่กำลังแต่งหน้าทำผมให้เขาเลย

“ ดูแล้วก็น่าจะเขินนะครับ หน้านี้แดงเชียว จริงไหมฮืม ?”

เขาไม่ได้หันหน้าไปขอคำตอบจากสองสาวแต่กลับหันหน้ามามองคนที่นั่งเก้าอี้ตัว     ข้างๆแทน

“แหมหยอดเก่งนะเราเนี้ย เรียบร้อยแล้วจ๊ะ คนหล่อนี้แต่งยังไงก็หล่อแกว่าไหม ”

 ชมข่านแล้วก็หันไปพยักหน้ามุ้งมิ้งคุยกันสองคนส่วนขิงได้แต่แอบเบะปากใส่อย่างไม่สบอารมณ์ข่านที่ทำหน้าตาชอบอกชอบใจ

“ขอเราก็เรียบร้อยจ๊ะ เราน่าจะถอดแว่นลุงนี้ออกสักหน่อยนะ เจ๊ว่า ”

เขาเอ่ยปากบอกขิงในขณะที่ยื่นมือมาเพื่อจะจับขิงถอดแว่น แต่มือขิงก็ไวกว่าคว้ามือของเขาไว้ทัน

“อ้อ ไม่เป็นไร ”

 พร้อมกับยิ้มแห้งใส่ เจ้าตัวจึงทำหน้าเสียดายพร้อมกับบอกขิงว่าให้เข้าไปแต่งตัวที่ห้องแต่งตัวที่มีเสื้อผ้าแปะป้ายชื่อแขวนอยู่ ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าสองสาวด้านนอกก็จับเข่าเม้าส์มอยทันที

“ แก ไม่คิดว่าจะได้ร่วมงานหล่อมากสัมผัสผิวดีมากเลยอยากได้เป็นผัวแบบอยากลูบ กล้ามท้อง แต่แกคิดเหมือนฉันไหมว่าคนที่ใส่แว่นเชยๆนั้นน่าจะถอดแว่นออก ”

“ แกก็คิดเหมือนฉันเหรอ นึกว่าฉันคิดอยู่คนเดียวซะอีกแต่งหน้าให้เมื่อกี้ฉันจะคว้าแว่นออกแล้วแต่โดนจับไว้ ถ้าตาฉันไปฝาดนะหน้าแบบเบ้าดีอะแกแบบ ไม่รู้อะเสียดายไม่ถอดแว่น ”

           “เนอะหุ่นอาจจะดูไม่แซ่บเท่าแต่ฉันว่าไทป์เมียอะ แบบต้องมีหลัวเท่านั้น ”

สองสาวคุยกันสนุกสนานในระหว่างที่ข่านและขิงต่างก็แยกกันไปแต่งตัวเพื่อรอถ่ายงาน เสื้อผ้าที่ถูกเตรียมไว้ก็มีทั้งชุดแฟชั่นทั่วไปแต่หลักก็ชุดนักศึกษาเพราะเป็นงานโปรโมทให้กับทางมหาวิทยาลัย ข่านที่เดินไปก่อนก็กลับออกมาพร้อมเสื้อผ้าเขตแรก เขากวาดสายตามองไปรอบๆเพื่อหาอีกคน

“ ยังไม่เสร็จสินะ ”

ในระหว่างที่กำลังยืนรอทีมงานเตรียมฉากจัดไฟ อาจารย์ก็เดินเข้ามาเหมือนกำลังมองหาใครสักคนอยู่

 “อ้าว กรวิทย์ เธอเห็นภีรณัทรไหม ? ”

“ อาจารย์ตามหา ขิง เอ่อ เขาทำไมเหรอครับ ”

“ อาจารย์มีธุระจะคุยกับเขานิดหน่อย พอดีอาจารย์รีบไปข้างนอกนะเลยจะมาบอกเจ้าตัวก่อน ”

เขาฟังใจจริงก็ไม่ใช่ว่าอยากจะยุ่งอะไรนักหรอกแต่ไหนๆก็นะถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับคนๆนี้ก็ขอฟังสักหน่อยแล้วกันไม่ได้จะเสือกแต่บังเอิญว่าได้ยินพอดี 

“อ้อ เขาเข้าไปเปลี่ยนชุดถ่ายเซ็ตแรกนะครับเพิ่งเข้าไปไม่นานกว่าจะออกมาน่าจะใช้เวลาอยู่พอสมควรถ้าไม่ได้สำคัญอะไรมากฝากผมไว้ก็ได้ครับ ผมบอกเขาให้ ”

เขายื่นข้อเสนอไม่ได้ทำเพราะหวังดีใจดีอยากช่วยที่ทำนะเพื่อตัวเองล้วนๆข่านคิดในใจ

“จะว่าไม่สำคัญมันก็พูดยากอยู่นะ ”

“งั้นก็คงอีกสักพักนะครับกว่าจะออกมาแล้วถ่ายเสร็จ ” ข่านตอบออกไป

“ อ่า รอไม่ได้ด้วยสิ อาจารย์มีประชุมสภา ” สีหน้าก็พอจะเดาออกว่าคงจะรีบจริงๆ ข่านเลยลองถามอีกครั้งเผื่อว่าอาจารย์แกจะยอมฝากเรื่องไว้กับเขา

“ฝากเรื่องไว้กับผมได้ครับผมบอกให้ได้” ข่านย้ำยืนยันความมั่นใจให้แก่อาจารย์

“เอางั้นก็ได้ นะ คืน ภีรณัทร เขาหาหอพักใหม่อาจารย์เห็นว่าคอนโดของแฟนอาจารย์บ่นๆอยู่ว่าไม่ค่อยได้กลับไปพักเสียดายเลยอยากปล่อยเช่าเห็นเขากำลังสนใจหาที่อยู่อาจารย์เลยไปถามแฟนมาให้ เลยจะแวะมาบอกเจ้าตัวนะ “

“อ้อ อ้าวแล้วหอที่เขาอยู่ไม่ดีเหรอครับทำไมถึงจะได้ย้ายออก “

“จริงๆเขาก็คงไม่อยากย้ายหรอกอาจารย์ว่าแต่ตึกเขาโดนธนาคารสั่งยึดหลายเดือนแล้ว แต่เพิ่งแจ้งผู้เช่าเลยต้องย้ายออกด่วน “ข่านฟังอย่างตั้งใจก่อนจะจับต้นชนปลายได้ จำได้ว่าสองสาวที่แต่งหน้าให้เขาก็พูดเรื่องนี้กัน แสดงว่าที่หน้าตาดูเครียดๆก็คงจะเป็นเพราะเรื่องหอพัก

 “แต่อาจารย์วานเราบอกภีรณัทรให้ทีนะ ว่าคอนโดไม่ว่างแล้วฝากขอโทษแกด้วยแล้วกัน”

 “ อ้อ ครับ ” เขาขานรับไปทั้งๆที่ยังไม่ใจด้วยซ้ำ คุยกับอาจารย์ได้ไม่นานแกก็รีบขอตัวออกไป สงสัยจจะรีบมากจริงๆ

[แล้วแบบนี้จะไปนอนที่ไหนกันนะ ] ข่านยืนคิดจนกระทั้งโดนเรียกให้ไปถ่าย ถึงแม้จะไม่ใช่เรื่องของตัวเองเขาก็อดที่จะเป็นห่วงิงไม่ได้จนหลายครั้งเผลอหลุด ไปเยอะจนขิงที่ถ่ายรูปด้วยเริ่มอารมณ์เสีย

หลังจากการถ่ายภาพเรียบร้อย ทันทีที่ขิงถ่ายเสร็จเจ้าตัวก็รีบเดินเข้าไปเปลี่ยนชุดแล้วรีบกลับทันที ถึงแม้ว่าข่านจะพยายามรีบตามไปแต่ก็ไม่ทัน

“อ้าว เสร็จงานแล้วนะ พ่อรูปหล่อไปกลับเหรอจ๊ะ ถ้าไม่กลับ จะกลับห้องพี่ก็ได้นะ ห้องพี่ว่าง ” เจ้าหล่อนขยิบตาให้ข่าน ทีนึงก่อนจะยิ้มหวานให้

“อิเชอร์รี่ อย่าแรดห้องมึงไม่ว่างอิชะนีกวาง รอมึงไปช่วยชนของอยู่เร็ว ” สาวสองอีกนางด่าเพื่อนสาว

“ ขัดใจ จริงๆ ทำไมชีวิตกูต้องมาแบกรับภาระเลี้ยงดูอิชะนีกวางคนไร้บ้านด้วยเนี่ย ”

“ เอาน่าถือว่าสงเคราะห์เอาบุญแล้วกันเขาให้ย้ายออกวันนี้ก็ยอมๆให้มันอยู่ด้วยหน่อย ไหนๆก็เพื่อนไปๆ รีบไป ”

“ยะ อิแม่พระ ” สองสาวจิกกัดกันก่อนจะเดินออกไปโดยที่มีข่านยืนยิ้มอยู่ตรงนั้น

ก่อนที่เขาจะตัดสินใจเดินออกจากสตูดิโอ

[ส่วนทางด้านขิง ]

“ เลขหมายที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้กรุณาฝากข้อความ ”

เขากดเบอร์โทรออกไปในขณะที่หลังจากรีบกลับมาที่ห้อเพื่อเก็บข้าวของภายในห้อง ตอนนี้เขาก็เป็นอีกคนที่นั่งอยู่ด้านนอกอาคารพร้อมข้าวของเครื่องใช้ หอพักนี้ถูกกว่าทุกๆที่และใกล้มหาวิทยาลัยถึงสภาพหอมันจะเก่าไปแต่มนก้เป็นตัวเลือกของนักศึกษาที่รายได้น้อยหรือต้องได้ทุนเรียนอยู่กันส่วนมาก

“ติดต่ออาจารย์ไม่ได้เลย ทำไงดีนะ ”

ขิงนั่งคิดและพยายามส่งทั้งไลน์และข้อความไปหวังเพียงว่าแกจะให้คำตอบเขา อย่างน้อยๆถ้ามันไม่ได้เขาจะได้หาเช่าโรงแรมค้างสักคืนก่อนที่จะหาหอพักใหม่ แต่ติดต่อไปเท่าไรก็ได้เพียงเสียงตอบรับว่าให้ฝากข้อความทิ้งไว้ เขาได้แต่ถอนหายใจ มองไปยังทางเข้าออกด้านหน้า ก็มีแต่คนหอบข้าวของขนย้ายกันวุ่นวายไปหมด ฟ้าที่เริ่มมืด เขาก็ยิ่งร้อนใจ เมื่อมองขึ้นไปเจอเมฆฝนกลุ่มใหญ่ลอยใกล้เข้ามา

“ทำไมต้องฝนตกด้วยนะ”

เขาพึมพำกับตัวเองเงยหน้าขึ้นมองเมฆสีดำกลุ่มใหญ่ลอยเข้ามาบดบังแสงอาทิตย์ยามเย็นจนฟ้าเริ่มมืดมิด เหล่าลูกหอที่เช่าอยู่ตึกเดียวกันกับเขาก็ต่างพากันส่งสีโอดครวญกันยกใหญ่ ภาพมันวุ่นวายไม่ต่างจากซ้อมหนีไฟไหม้เลย

เปรี้ยง !!!!!

เสียงฟ้าผ่าดังสนั่นหวั่นไหว ทำเอาขิงเอง สะดุ้งตกใจไม่แพ้ คนอื่นๆ เขาอยู่กลางแจ้ง ตกใจจนเผลอเอามือกุมหน้าอกตัวเองแน่น เขาเกลียดเสียงฟ้าร้อง ฟ้าผ่า มาตั้งแต่เด็กทุกครั้งที่มันร้องดังเขามักจะนึกถึงวันฝนตกวันที่แม่ของเขาโดนคนทำร้าย เขาไม่ชอบเอาซะเลย ยังไม่ทันได้ขยับตัว เสียงฟ้าร้องก็ดังสนั่น อีกครั้งพร้อมเม็ดฝน เขาอยากจะขยับตัวลุกแต่ขากลับไม่ขยับ เลยได้แต่นั่งนิ่งเงียบอยู่ท่ามกลางเม็ดฝนที่ตกกระหน่ำลงมา

เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสภาพตัวเองตอนนี้เปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝนที่สาดกระเด็นโดนเขาไม่ต่างจากลูกหมาตกน้ำด้วยซ้ำ แต่ยังไม่ทันได้ตั้งตัว แขนของเขาก็ถูกใครบางคนคว้าหมับดึงให้ลุกขึ้นยืน

“เป็นบ้าเหรอมานั่งตากฝน เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก”

เสียงต่อว่าแต่เต็มไปด้วยความห่วงใยดึงสติเขาให้กลับมา ขิงเงยหน้ามองคนที่ดึงแขนเขา หมอนี้อีกแล้วทุกครั้งไม่ว่าจะที่ไหนเมื่อไหร่ทำไมต้องเป็นคนนี้

“นาย”

“ไปขึ้นรถ เร็ว”

 ข่านออกคำสั่งแกมบังคับให้เขาขึ้นไปบนรถโดยที่ มืออีกข้างของข่านถือกระเป๋าเดินทางที่เต็มไปด้วยเสื้อผ้าของเขาหิ้วติดมือมาด้วย

ขิงขมวดคิ้วไม่พอใจก่อนจะแงะมือตัวเองออกจากข่าน

ปล่อย!!!!!

“บอกว่าให้ขึ้นรถจะยืนเปียกฝนทั้งคืนหรือไง บอกให้ขึ้นก็ขึ้น สิ หรืออยากให้อุ้ม ขึ้น เร็วเข้าเปียกไปหมดแล้ว”

“จะเปียกมันก็เรื่องของฉัน จะยุ่งทำไม”

“ทำไมชอบดื้อนักนะ ขึ้นรถ อาจารย์ แกบอกให้มารับ”

“อาจารย์”

 ไม่ต้องมาหลอกฉัน !!!!

ขิงสะบัดมือออกแต่กระเป๋าของเขากลับถูกอีกคนแย่งไปตอนนี้มันดันถูกโยนเข้าเบาะหลังรถของข่านเป็นที่เรียบร้อยฝนตกกระหน่ำแรงมากจนผู้คนส่วนใหญ่ต่างพากันหลบฝนในตัวอาคารเหลือเพียงเขาสองคนที่ยังบ้าทะเลาะกันกลางพายุฝนแบบนี้

           “ ขึ้นรถอย่าต้องให้ถึงกับอุ้มขึ้นนะ ”

 เขาหมดความอดทนกับคนดื้อตรงหน้าเต็มทนแล้ว ขืนยังดื้อดึงเถียงกันอยู่แบบนี้ไม่นานคงได้ป่วยกันทั้งคู่แน่

“ ไม่ ”

ขิงปฏิเสธเขาพร้อมทั้งเดินไปยังรถที่เขาจอดอยู่เพื่อที่จะคว้าเอาข้าวของ ของตัวเองลงจากรถ ในจังหวะที่เปิดประตูเพื่อที่จะเอื้อมเอาของ เจ้าตัวไม่ทันได้ระวัง ว่าอีกฝ่ายจะเดินตามหลังมา เขาเพียงแค่คิดไม่ทันว่าข่านจะเดินตามมาก่อนที่จะตัดสินใจพลักเขาเข้าไปด้านในตัวรถ พร้อมกับกดล็อกประตูไม่ให้เข้าได้มีโอกาสออกไป

“เปิดประตูรถเดี๋ยวนี้นะมีสิทธิ์อะไรมาทำแบบนี้ ”

            ถึงแม้ว่าขิงจะโวยวายแต่เขาเองก็ไม่ได้สนใจปล่อยให้เจ้าตัวโวยวายไปอยู่แบบนั้น แล้วก็เริ่มออกรถอย่างไม่สนใจเสียงโวยวายเลยแถมยังแกล้งเร่งแอร์ในรถให้เย็นขึ้น เพื่อที่จะทำให้ขิง หนาวและก็หยุดโวยวายในที่สุด

กว่าจะกำราบคนๆนี้ได้มันก็เล่นเอาเขาเหนื่อยเหมือนกัน ขิงกอดตัวเองสั่นสะท้านเพราะแอร์และอุณหภูมิที่เย็นเฉียบ ฝนที่เขาตากมานั่นก็ทำให้เขาแย่พอแล้ว มาเจอแอร์เข้าไปร่างกายที่เปียกน้ำมาทั้งตัวก็เย็นไปหมด

           ข่านสังเกตเห็นเขาจึงโยนเสื้อแขนยาวจากเบาะหน้าให้คนที่นั่งอยู่ด้านหลัง ใส่ ก่อนจะเบาแอร์ลงแล้วขับต่อไป ท่ามกลางพายุฝนที่ตกกระหน่ำไม่มีท่าทีว่าจะเบาลง

ขิงหยิบเอาเสื้อตัวนั้นมาห่มตัวเอาไว้ มองเหม่อออกไปนอกหน้าต่างในขณะที่วิวด้านนอกถูกบดบังไปด้วยเม็ดฝนที่กระหน่ำลงมา เขาไม่มีแรงมากพอที่จะต่อล้อต่อเถียงจึงเลือกที่จะเงียบด้วยบรรยากาศและเนื้อตัวที่เปียกปอนพอโดนแอร์เขาก็รู้สึกไม่สบายตัวและหนาว ทำให้เปลือกตาที่หนักอึ้งนั้นปิดลง

รถเคลื่อนเข้าจอดหน้าคอนโดที่คุ้นเคยในขณะที่ขิงเองกลับไม่รู้สึกตัวใดๆ ข่านดับเคลื่อนยนต์เดินลงมาจากเบาะคนขับด้านนอกก็ยังไม่มีท่าทีว่าฝนในคืนนี้จะหยุด เขาเดินมาเปิดประตูเบาะหลังที่ขิงนั่งหยิบเอากระเป๋าเดินทางที่เจ้าตัวเอาของใช้ใส่ไว้ลงจากรถโดยมีเจ้าหน้าที่ที่คอนโดรับไป

“ นี้ตื่นได้แล้วถึงแล้ว ”

ข่านพยายามสะกิดขิงให้ตื่นเพื่อที่เขาจะได้พาอีกคนขึ้นไปข้างบนนอนหลับในรถมันไม่ค่อยจะเป็นเรื่องที่ดีต่อสุขภาพเท่าไหร่แถมยังเปียกฝนแบบนี้ไม่นานคงจะได้เป็นไข้ไม่สบายเอาแน่ๆ

“ อืม “

เมื่อโดนปลุกเจ้าตัวจึงขยับตัวเองแล้วค่อยๆลืมตามองไปรอบๆ คงเป็นเพราะสายตาที่เพิ่งตื่นจากการเผลอหลับยังโฟกัสภาพไม่เพียงพอ ทำให้ขิงไม่ได้เอะใจอะไรกับสภาพแวดล้อมที่เป็นอยู่เจ้าตัวก้าวลงจากรถอย่างมึนงง ก่อนที่จะตัดสินใจเดินตามข่านเข้าไปด้านในของคอนโดแห่งนี้

เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก ทั้งคู่ต่างก้าวขาออกจากตัวลิฟต์พร้อมกันโดยที่ขิงนั้นเดินตามหลังข่านอยู่ไม่กี่ก้าว สายตาของเขาเริ่มกลับมาสู่สภาวะปกติ เขาเดินตามทั้งๆที่คิ้วเริ่มขมวดเป็นปมด้วยความสงสัย

“ เอ๊ะ นี้มัน ”

เขาเอะใจในหัวเหมือนมีหนังอะไรสักอย่างกำลังฉายให้เขาดู นึกย้อนไปถึงวันที่โดนไอ้โรคจิตนั้นวางยาเขา นึกถึงวันที่เขาถูกพามาที่นี้โดยคนตรงหน้า มันยิ่งทำให้เขาแน่ใจว่า ตอนนี้เขาโดนหลอกอีกแล้ว

“ นี้มันไม่ใช่คอนโด อาจารย์หนิ ”  คำพูดของเขาทำให้ข่านหยุดเดินแล้วหันมามอง แต่เจ้าตัวก็ไม่ได้รู้สึกยินดียินร้ายอะไรเพียงแค่หยักคิ้วให้ขิง เท่านั้น

 “ นี้นายหลอกฉันมาคอนโด นายเหรอ ”

“ เปล่า ไม่ได้หลอก ”

“ ไหนนายบอกว่าจะพาฉันไปส่งคอนโดของอาจารย์ไง ”

“ หืม ไม่ได้หลอกหนิ แค่บอกไม่หมดเฉยๆ ” ข่านบอก

“ ไอ้….. ”

อยากจะด่าแต่พูดอะไรไม่ออก อีกอย่างที่นี้ค่อนข้างเงียบและเป็นส่วนตัวจริงๆจะมายืนโวยวายก็คงไม่ได้

“ กระเป๋าของฉันอยู่ไหน ”

“ อยู่ที่ห้อง ”

เมื่อได้ยินแบบนั้นเขาก็ไม่ได้รอให้เจ้าของห้องพูดอะไรต่อเพียงแต่เร่งฝีเท้าเดินนำหน้าเจ้าของห้องไปทันทีเพื่อที่จะไปเอากระเป๋าของเขาแล้วรีบๆออกไปจากที่นี้

ข่านได้แต่ส่ายหัวไปมากับท่าทางที่ดูรีบร้อนของอีกคนแล้วเดินตามหลังขิงมาติดๆ ก่อนจะแตะคีย์การ์ดเพื่อเข้าไปด้านใน

ทันทีที่เข้ามาได้ขิงก็สาวเท้าเดินเข้ามาทั้งที จัดแจงหยิบเสื้อคลุมที่คลุมอยู่ออกวางพาดไว้บนโซฟาแล้วตรงดิ่งมายังกระเป๋าของเขาทันที

“ ขอบคุณสำหรับเสื้อคลุม ” เขาพูดโดยไม่รอให้อีกฝ่ายได้เอ่ยอะไรพร้อมกับสาวเท้าเดินลากกระเป๋าเตรียมตัวออกไปจากที่นี้ แต่ไม่ทันถึงประตูก็เจอเจ้าของห้องยืนขวา จ้องเขม่น

“ เดี๋ยวก่อนจะไปไหน ”

“ ไปไหนก็ได้ที่ไม่ใช่ที่นี้  หลีก ”

“ แล้วรู้เหรอว่าออกไปจะหาที่นอนได้ฝนตกหนักขนาดนี้ คืนนี้มันคงไม่หยุดตกง่ายๆหรอก ”

 ข่านยืนกอดอกพูดในขณะที่อีกคนเริ่มกัดริมฝีปากตัวเองอย่างช่างใจ ใช่ฝนตกหนักมากหนักอย่างที่ว่าคืนนี้น่าจะตกทั้งคืน ออกไปเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะไปนอนที่ไหน ไม่มีที่ไหนให้ซุกหัวนอนแล้วอย่างที่ข่านว่า

“ อยู่นี้แหละฉันไม่ทำอะไรหรอก อาบน้ำเปลี่ยนชุดซะ เดี๋ยวไม่สบาย  ”

 ข่านพูดในขณะที่น้ำเสียงเรียบนิ่งจนคงฟังนิ่งไปเขาเลยถือวิสาสะแกะกระเป๋าจากมือของขิงกลับมาถือก่อนจะเดินห่างออกจากประตูแล้ววางมืออีกข้างขยี้ผมขิงเบาๆ โดยทุกๆการกระทำมันทำให้คนฟัง ไม่ขยับตัวจากประตู

       “อะนี้ ผ้าเช็ดตัว ”

ข่านยื่นผ้าขนหนูสีขาวให้กับเขาเพื่อที่จะให้เจ้าตัวไปอาบน้ำ ในขณะที่ด้านนอก มีเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าเสียงดัง จนขิงสะดุ้งผวาเผลอกอดข่านแน่นจนเขาไม่ทันได้ตั้งตัว คนโดนกอดได้แต่ยิ้มชอบอกชอบใจ

“ หลอกแตะอั๋งเหรอ  ” ข่านถามคนที่กอดเขากลมไม่ยอมปล่อยแม้เสียงฟ้าร้องนั้นจะเบาลงแล้วก็ตาม

“ กลัวเสียงฟ้าร้องเหรอ ถึงได้กอดฉันแน่นขนาดนี้ ” ขิงเงยหน้ามองข่านพร้อมกับใบหน้าเห่อแดงด้วยความอาย

“ มั่ว ”  เขาผละออกพร้อมกับคว้าผ้าขนหนูหนีหายเข้าห้องน้ำไปโดยที่คนหนึ่งยื่นยิ้มอยู่อย่างนั้น

 เขาออกมาจากห้องน้ำในสภาพเรียบร้อยเป็นชุดนอนที่มิดชิดที่สุดเท่าที่เจ้าตัวเคยใส่ถ้ามีที่ปิดหัวได้ก็คงปิดไปแล้ว ขิงเดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมทิ้งตัวลงนั่งโซฟาในห้องรับเขา ในขณะที่ข่านเดินถือ นมร้อนยื่นให้เขา

           “ ขอบคุณ ”  เขายื่นมือรับแล้วก็ดื่มมันทำให้ร่างกายรู้สึกดีขึ้นมานิดหน่อยในขณะที่สภาพของข่านตอนนี้ก็ยังเปียกจากการตากฝนมาแต่เจ้าตัวก็ยังไม่เปลี่ยนเสื้อผ้า

           “แล้วนายละ ไม่เปลี่ยนชุด เหรอ เปียกแบบนี้ ”

           “ หืม เป็นห่วงเหรอ ”

           “ คะ ใคร บอกว่าฉันเป็นห่วง กลัวจะป่วยตายต่างหาก ”

           “ กลัวฉันตาย เลยเหรอ นี้แสดงว่าห่วงมากเลยสินะ ดีใจจัง ”

           “ นี้ ”  ขิงทำท่ายกแก้วนมเปล่าที่ดื่มไปทำท่าจะง้างมันเคาะหัวข่าน

“ นั้นมันแก้วเลยนะเกิดหัวแตกขึ้นมาทำไง หัวคนนะไม่ใช่เหล็ก  ” ข่านโวยวายในขณะที่มือก็จับแขนขิงไว้เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายฟาดแก้วมาใส่ให้ของเขา

 “ จะไปไม่ไป ”

“ไปก็ได้ครับไปแล้วครับ ”

 เขาทำท่ายกมือยอมแพ้ก่อนที่ขิงจะฟาดแก้วลงมาจริงๆ พอข่านเดินออกไปเจ้าตัวก็วางแก้วลงบนโต๊ะรับแขกก่อนจะทิ้งตัวลงบนโซฟานุ่ม เขาเหนื่อยล้ามาทั้งวันพอทิ้งตัวลงนอนที่โซฟาได้สักพักก็เลยเผลอหลับไปอย่างง่ายได้

พอข่านเดินออกมาจากห้องน้ำเขาก็เห็นอีกคนหลับไปแล้ว

“ คงเหนื่อยมากสินะ ”

 เขาเดินหายเข้าไปยังห้องนอนเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า ไม่กี่นาทีก่อนจะเดินตรงมาช้อนร่างของขิงอุ้มเข้าไปยังนานให้ห้อง นอนวางร่างคนหลับลงบนที่นอนนุ่มจัดท่าให้อีกคนได้หลับอย่างสบายที่สุด

-ในวันที่ฝนตกหนัก-

“ฮือ…..ฮือ แม่ครับ แม่อย่าไป แม่ ” เสียงสะอื้นร้องไห้ ของเด็กน้อยดังในขณะที่ผู้เป็นแม่พยายามแกะฝ่ามือเล็กๆที่จับไว้ออกแล้วดันหลังเพื่อที่จะให้เด็กน้อยไปวิ่งหนีไป

“ แม่รักลูกนะ ” เธอจูบที่หน้าผากของลูกชายอันเป็นที่รัก พร้อมกับพยักหน้าให้ชายคนหนึ่งอุ้มเด็กชายให้หนีไป

“ ฮือ…. แม่จ๋า แม่ อย่าทิ้ง อึก … ปล่อยนะ จะไปหาแม่ ฮือ  ”

“หนีไป พาลูกฉันหนีไป ได้โปรด  เธออ้อนวอนทั้งน้ำตา ”

 แต่ไม่ทันทีจะไปได้ไกลนัก เขาก็ได้เห็นอะไรที่เด็กในวัยนั้นไม่ควรจะได้เห็น เขาได้ยินเสียงฟ้าผ่าดังสนั่นจนต้องเอามือปิดหูด้วยความกลัว พร้อมทั้งร่างไร้วิญญาณของผู้เป็นแม่ที่ล้มลงจมกองเลือด คนพวกนั้นยิงแม่ของเขา คนพวกนั้นฆ่าแม่ของเขา ในวัยที่ฝนตก

ไม่ นะ ไม่ แม่ แม่อย่าทิ้งผมไป แม่ ครับ แม่ !!!!!!!

ขิงนอนกระสับกระส่ายในอ้อมกอดละเมอและร้องไห้เพราะฝันร่างจนอีกคนต้องลืมตาตื่นด้วยความตกใจ

“ อึก ไม่นะ ไม่ แม่ อย่าทิ้งผมไป ” ยอมรับว่าเขาตกใจเพราะจู่ๆขิงก็ดิ้น แล้วละเมอยกมือขึ้นปิดหูในจังหวะที่ฟ้าด้านนอกร้องพอดี ข่านกระฉับวงแขนแน่นก่อนจะใช้มือลูบหลังอีกคนเบาๆ

“ ไม่เป็นไรนะ ฉันอยู่นี้ ไม่มีใครทิ้งนายไปไหน ไม่ร้องนะ ฉันจะไม่ทิ้งนายไปไหน ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

[ไม่ได้เขียนนานมันก็จะดูตลกหน่อยๆ ขอโทษด้วยนะคะ ที่หายไป กลับมาต่อแล้วนะ ยังไม่ได้ตรวจคำผิด :ไม่ชอบก็กดออกได้เลยน้า ไม่ว่า กัน :]

ความคิดเห็น