ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : กอดครั้งที่19

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 17 มิ.ย. 2562 10:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กอดครั้งที่19
แบบอักษร

 

 

 

 

 

 

 

“น้องหมอก พี่มินเรียกหาหน่ะ อยู่หลังเวที”พี่ส้มโอเดินมาเรียกผมที่นั่งท่องบทอยู่ที่หน้าเวที 

ผมพยักหน้ารับพี่ส้มโอก่อนจะเดินไปหาพี่มินที่ด้านหลัง  

เมื่อวันก่อนหลังจากที่ตกลงคบกับพี่วินอีกครั้ง ผมก็รีบกลับขึ้นไปบนห้องแต่พี่กัสดันกลับไปแล้ว แต่ผมไม่โกรธหรอกเพราะว่าพี่กัสทำของอร่อยให้กินก่อนที่จะกลับไป ที่พี่กัสกลับก่อนเพราะมีเที่ยวบินไปอังกฤษแค่รอบสุดท้ายของวันแล้ว และผมก็กลับไปช้ามากๆเลยทำให้คลาดกัน 

ผมเดินหลบทางพี่ๆที่แบกของมาจนถึงด้านหลัง 

หลังเวทีค่อนข้างวุ่นวายมากเพราะมีพวกพี่ๆเซ็ทฉากกันอยู่รวมถึงคนที่มีหน้าที่อื่นๆด้วย ไม่รู้ว่าพี่มินหายไปไหนแล้ว ผมเดินหาจนทั่วแล้วแต่ก็ยังไม่เห็นพี่มินซักที 

“หมอก”มีมือยื่นมาจับผมจากทางด้านหลังจนผมต้องหันไปมอง 

“ว๊าก ผีหลอก”ผมกระโดดหนี ผ้าผืนใหญ่สีขาวที่มีมือยื่นออกมา 

“นี่พี่เอง”พี่มินดึงผ้าออกจากหัวตัวเองจนผมต้องลอบถอนหายใจออกมา คิดว่าจะโดนผีหลอกตอนกลางวันแสกๆแบบนี้แล้วซะอีก 

ขวัญเอ้ยขวัญมา  

“พี่มินเรียกหมอกมามีอะไรครับ”ผมถามคำถามพี่มินออกไป 

“นี่ชุดหมอกไง จะเรียกมาลองชุดซักหน่อย จะได้รู้ว่าต้องแก้ตรงไหนให้บ้าง”พี่มินหันไปหยิบชุดสีขาวตัวใหญ่อีกตัวมายื่นให้ผม 

“อ้อครับ”ผมรับชุดมาถือไว้ก่อนจะเดินไปเปลี่ยนชุดที่ห้องพักหลังเวที 

หลังจากเปลี่ยนชุดเสร็จผมก็เดินกลับมาหาพี่มินที่ยังคงวุ่นวายอยู่กับชุดของนักแสดงอยู่ 

“โอ้ ท่านเป็นผู้ใดกัน ถึงได้มีรูปโฉมงดงามเช่นนี้”พี่เรย์เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าผมก่อนจะยกมือขึ้นลูบข้างแก้มผมเบาๆ 

“ข้าคือบุตรแห่ง โอดิน เจ้าเป็นผู้ใด”ผมต่อบท โอดินนี่คือชื่อเทพเจ้าที่มีศักดิ์เป็นพ่อของผมในเรื่อง 

“ข้ามีนามว่า อลาโน่ เป็นบุตรของเจ้าเมืองบอน แล้วท่านมีนามว่าเช่นไร”พี่เรย์ถามคำถามกลับมา 

ตอนนี้พี่เรย์กำลังใส่ชุดของอลาโน่ นั่นมันเลยทำให้เขาดูเป็นเจ้าชายอลาโน่จริงๆ 

“ข้ามีนามว่าโรม”ผมก็ยังคงต่อบทกับพี่เรย์อยู่ ไม่รู้ว่าพี่มันจะต่อไปจนถึงตอนไหน แต่ผมจะไม่เป็นคนหยุด 

“ช่างเป็นชื่อที่ไพเราะ ข้าคงตกหลุมรักท่านแล้วหล่ะ ท่านโรม” 

“มนุษย์อย่างท่านเชื่อใจไม่ได้ซักนิด ข้าไม่หลงคารมท่านหรอก”ตามบทโรมเป็นเทพที่ อลาโน่ที่เป็นมนุษย์นั้นตกหลุมรัก อลาโน่ต้องพิสูจน์ตัวเองให้โรมเห็นว่าตัวเองรักอีกฝ่ายจริง เพื่อหวังว่าจะได้ครองรักกัน 

“แล้วท่านให้โอกาสข้าพิสูจน์ได้หรือไม่ “พี่เรย์พูดต่อ 

“ท่านจะยอมทิ้งยศถาบรรดาศักดิ์ของท่าน เพื่อมารักบุรุษเพศอย่างข้ารึ”ผมเอียงคอมองคนมี่ยืนอยู่ตรงหน้า 

พี่เรย์ขยับเข้ามาใกล้ผมมากขึ้นเอาแขนเกี่ยวเอวผมให้ขยับเข้าไปหา มืออีกข้างก็จับปลายคางผมให้เชิดขึ้นไปมองหน้าเขา 

“แม้ต้องแลกด้วยชีวิต ข้าก็จะยอม”พี่เรย์โน้มหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกเราสัมผัสกัน 

“คัท!!!!!”พี่มินเดินเข้ามาดึงผมออกจากพี่เรย์”มดมันตอมหมดแล้ว ตกลงชุดพอดีไหมหมอก”พี่มินดึงผมออกห่างจากพี่เรย์มาสำรวจชุดต่อ ส่วนพี่เรย์นั้นก็ให้พี่อีกคนมาเอาตัวไปแล้ว 

“หมอกว่าได้อยู่นะครับ พี่มินอยากให้มันรัดกว่านี้หรือเปล่า”เพราะตอนนี้เอวผมมันหลวมอยู่แต่ก็หลวมอยู่ไม่มาก เพราะผมไม่รู้ว่าตามบทต้องใส่หลวมหรือให้มันพอดี 

“เอาเข้าสักหน่อยก็ได้ หมอกกลับไปเปลี่ยนชุดไป แล้วเดี๋ยวเราจะขึ้นซ้อมกันแล้ว”พี่มินหมุนตัวผมไปมาเพื่อดูชุดก่อนจะไล่ให้ผมไปเปลี่ยนชุดอีกรอบ 

หลังจากเปลี่ยนชุดเสร็จผมก็เดินมาซ้อมละครเวทีต่อ กว่าจะซ้อมเสร็จก็เกือบจะสามทุ่มแล้ว ตอนนี้ท้องไส้ผมมันก็กำลังปั่นป่วนมากๆเพราะเริ่มหิว กว่าจะช่วยพวกพี่ๆเก็บของเสร็จก็เลยมาจนเกือบจะสามทุ่มครึ่งผมเดินออกมาที่หน้าโรงละครหยิบโทรศัพท์ออกมาเพื่อที่จะโทรให้ไอซุงมารับเพราะมัวแต่ช่วยพวกพี่ๆเก็บของจนลืมโทรตาม 

“น้องหมอก เดี๋ยวพี่ไปส่งครับ”พี่เรย์เดินมาหาผมที่กำลังก้มกดโทรศัพท์อยู่ 

“หมอกหิวด้วยครับ”ตอนนี้แม้จะไม่มีพี่กัสกับพี่ปลายให้อ้อน แต่ผมก็ยังเหลือพี่เรย์อยู่เพราะฉะนั้น ผมก็จะอ้อนให้เต็มที่ 

“เดี๋ยวพี่พาไปกินก๋วยเตี๋ยวหลังมอครับ เจ้านี้อร่อยมาก”พี่เรย์ส่งยิ้มตอบกลับมา 

ผมพยักหน้ารับ พี่เรย์พาผมเดินมาที่ลานจอดรถ เมื่อถึงเจ้าบิ๊กไบค์คันโตพี่เรย์ก็หยิบหมวกกันน็อคส่งมาให้ผม 

“วันนั้นที่หายไป หมอกไปหาไอวินมาใช่ไหม”พี่เรย์มองหน้าผม 

ต้องพูดถึงวันที่ไปทะเลกับพวกพี่ๆแน่ๆเลย 

“พี่เรย์จะบอกพี่ปลายไหม หมอกไม่ได้อยากจะโกหกนะ หมอกแค่ไม่อยากให้พี่ปลายทำอะไรพี่วินเฉยๆ” 

ผมไม่อยากให้พี่ปลายรู้จริงๆ เพราะถ้าพี่ปลายรู้ ไม่รู้ว่าพี่ปลายจะทำอะไรพี่วินบ้างธุระกิจผิดกฎหมายของพี่ปลายมันทำให้ผมกลัวว่าเขาอาจจะมีอำนาจพอที่จะทำอะไรใครก็ได้โดยที่ไม่ได้รู้สึกผิด และกฎหมายก็คงจะทำอะไรเขาไม่ได้เหมือนกัน ถ้ามันเป็นแบบนั้นขึ้นมาจริงๆผมคงจะโกรธตัวเอง ที่ปกป้องคนที่ผมรักไม่ได้ 

“พี่ปลายรู้ตั้งนานแล้วครับ แต่แค่ไม่แน่ใจว่าหมอกไปเจอวินมาจริงๆไหม แค่นั้นเอง”พี่เรย์พูด 

“รู้ได้ไงครับ”ผมเงยหน้าขึ้นถามพี่เรย์ 

“ไอวินมันไปคุยกับพี่ปลายมาครับ”พี่เรย์พูดต่อ”พี่ปลายก็ไม่ได้โกรธอะไรนะครับ แต่พี่ว่าคราวหลังหมอกต้องบอกความจริงพี่ปลายเท่านั้นเอง พี่ปลายเค้าเป็นห่วงหมอกนะ พี่กัสก็ด้วย”พี่เรย์บอกผมด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน ยกมือขึ้นมาลูบหัวผมเบาๆ 

“ขอโทษครับ หมอกจะไม่ทำให้พี่ๆเป็นห่วงอีก”ผมยอมรับว่าผมก็ทำไม่ถูกที่ไม่ยอมบอกความจริงกับทุกคน แถมยังโกหกอีก 

“แค่บอกความจริงพวกพี่ ไม่โกหกก็พอแล้วครับ”พี่เรย์พูดจบก็ส่งยิ้มมาให้ผม 

ผมรู้สึกว่าผมโชคดีมากที่มีพี่ชายที่รักผมมากขนาดนี้ ผมมันเป็นน้องที่แย่เอง  

พี่เรย์พาผมมากินก๋วยเตี๋ยวหลังมอ อย่างที่พูดเสร็จแล้วก็พาผมมาส่งที่หอ ระหว่างทางกลับพี่เรย์ก็แวะซื้อขนมมาให้ผมอีก ก็คือพี่เรย์กะจะให้ผมเป็นไตตายหรือไม่ก็เบาหวานซักโรคเนี่ยแหละ 

หลังจากพี่เรย์มส่งและกลับไปแล้วผมก็เข้าห้องไปอาบน้ำสระผมออกมานั่งเช็ดผมที่เตียง พลางนึกถึงพวกพี่ๆไปด้วย จะว่าไปผมก็ไม่ได้โทรไปคุยกับแม่มาสักพักแล้ว งั้นโทรไปซักหน่อยดีกว่า 

ผมเดินไปหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่หัวเตียงขึ้นมา กดโทรหาคนที่ผมอยากคุยด้วยตอนนี้ 

รอสายได้ไม่นานปลายสายก็กดรับ 

(Hello!) สำเนียงอังกฤษที่พูดออกมาทำให้ผมหลุดยิ้มออกมาให้คนที่อยู่ปลายสาย 

“นี่น้องครับ”พี่กัสเค้าจำเบอร์ผมไม่ได้หรือไงกัน 

(อ้าว! หมอกหรอ) น้ำแสดงแสดงความแปลกใจของอีกฝ่ายลอดเข้ามาให้ผมได้ยิน 

(เอามาให้กู กูจะคุยกับน้อง) 

(เลิกทะเลาะกันได้แล้ว เอามาให้แม่นี่) 

(ไม่ต้องเลย เอามาให้พ่อ) 

เจ้าของเสียงสี่เสียงก็ยังคงดังวุ่นวายเข้ามาในสายให้ผมได้ยินอยู่ ผมอมยิ้มออกมาอีกครั้ง ทั้งดีใจที่มีคนอยากคุยกับผมมากขนาดนี้ แล้วก็คิดถึงคนที่อยู่ในสายทุกๆคน ผมอยากเจอหน้าทุกคนเลย โดยเฉพาะพ่อกับแม่ 

“เลิกทะเลาะกันได้ไหมครับ”ผมหัวเราะออกมาเบาๆ 

(กัสมึงเปิดลำโพงเลย) เป็นเสียงพี่ปลายที่สั่ง 

(หมอก แม่คิดถึงเดี๋ยววันหยุดแล้วจะกลับไปหานะ)แม่พูดสายตอบกลับมาทำให้ผมอมยิ้มอีกครัง 

“ครับ หมอกจะรอนะ”ผมอยากไปหาทุกคนตอนนี้เลย แต่ก็คงทำไม่ได้ 

(หมอกโทรมามีอะไรหรือเปล่า) พี่กัสถามกลับมา 

“หมอกแค่อยากขอโทษ ที่วันนั้นหมอกโกหกพี่ๆ หมอกนิสัยไม่ดีเลยครับ”ผมแค่อยากให้พี่ๆรู้ว่าผมรู้สึกผิดจริงๆ ที่ผมโทรหาก็เพราะเรื่องนี้นี่แหละ 

(เรื่องผู้ชายที่ชื่อวินหน่ะหรอ) เป็นเสียงของพ่อที่ถามกลับมา 

“พ่อโกรธไหมที่หมอกชอบผู้ชาย”จริงๆผมอยากคุยเรื่องนี้กับพ่อแม่ตอนที่เจอหน้ากันมากกว่า แต่ตอนนี้ผมคงเก็บไว้ไม่ได้อีกแล้ว เพราะผมรู้ว่าถ้าผมปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปแล้วมันมีปัญหาขึ้นมาอีก ผมไม่รู้ว่าผมจะแก้ปัญหาได้ไหม ไม่รู้ว่าผมจะไหวหรือเปล่า 

(เอาไงหล่ะแม่) เหมือนว่าพ่อจะคุยกับแม่ 

(ปลายกับกัสหล่ะ ชอบผู้ชายหรือผู้หญิง) และก็ดูเหมือนว่าแม่จะคุยกับพี่ปลายและพี่กัสต่อ 

(ไอปลายมันชอบน้องซีนครับ เป็นน้องชายของเพื่อนหมอก) พี่กัสตอบคนเป็นแม่ 

(แต่พ่อเห็นปลายออกไปข้างนอกกับออสตินตั้งบ่อย นึกว่าคบกันอยู่ซะอีก) พ่อพูด 

(พ่อ!! เลิกพูดถึงมันได้ไหมเนี่ย)พี่ปลายโวยวาย 

(แล้วกัสหล่ะ ชอบผู้หญิงหรือผู้ชาย) แม่เหมือนจะทิ้งพี่ปลายให้ทะเลาะกับพ่อแล้วมาสนใจพี่กัสต่อ 

(ถ้ากัสชอบผู้ชายอีกคนแม่จะโกรธไหมอ่ะ แม่จะไม่มีหลานแล้วนะ) พี่กัสตอบแม่ไป 

เดี๋ยวๆ พี่กัสชอบใคร ทำไมหมอกไม่รู้ 

(พ่อ) แม่พูด 

(หืม) พ่อขานรับ 

(แม่ว่าเราต้องมีลูกเพิ่มแล้วหล่ะ ดูเหมือนว่าลูกๆเราจะนิยมไม้ป่าเดียวกันหมดแล้ว) เดี๋ยวนะแม่ ทำไมน้ำเสียงแม่มันดูไม่ได้เศร้าแต่ดันแฝงไปด้วยน้ำเสียงที่ไปทางดีใจมากกว่าแบบนี้ 

(แม่จะไหวหรอ) พ่อถามต่อ 

(พ่อนั่นแหละไหวหรือเปล่า) แม่พูดกับพ่อและมีเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ 

(งั้นคืนนี้เลยไหม) พ่อ! พูดอะไรอายลูกกันด้วยเซ่ ลูกฟังกันอยู่เนี่ย 

(ตอนนี้เลยพ่อ) แล้วผมก็ได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักของแม่กับพ่อค่อยๆเงียบหายไป 

คือผมเข้าใจนะว่าแม่กับพ่อเป็นคนอารมณ์ดี แต่อันนี้มันดีเกินไปหรือเปล่าเนี่ย ผมต้องห่วงความรู้สึกแม่อยู่ไหมตอนนี้ว่า แม่จะไม่โอเคที่ลูกๆมีหลานให้ไม่ได้ หรือต้องห่วงว่าแม่จะคลอดลูกคนใหม่ไหวหรือเปล่า คือตอนนี้ผมปวดหัวมาก 

(กับวินเป็นยังไงบ้าง) ผมแยกไม่ออกว่าคนที่พูดเป็นพี่ปลายหรือพี่กัส 

(ได้คุยกันหรือยัง) 

“คุยแล้วครับ วันที่พี่กัสหนีผมกลับไปก่อน” 

(ขอโทษครับที่กลับมาก่อน แล้วตกลงว่ายังไงครับ) พี่กัสถามกลับมา 

“ตกลงว่าคบครับ พี่ไม่โกรธใชไหม” 

(หมอกเป็นคนเลือกหนิ พี่จะโกรธทำไม) 

(นี่ดึกแล้วหรือเปล่า ทำไมยังไม่นอนอีกครับ) เสียงแบบนี้ต้องพี่ปลายแน่ๆ 

“กำลังจะนอนครับ”ผมทิ้งตัวนั่งลงบนเตียงกว้างก่อนจะทิ้งตัวลงนอน 

(ฝันดีนะตัวเล็ก) 

“ครับ”ผมพูดจบก็กดตัดสาย เงยหน้ามองเพดานสีขาวสะอาดตาก่อนจะเอื้อมมือไปกดปิดไฟที่สวิซข้างเตียง ค่อยๆข่มตาลงด้วยความเหนื่อยล้าก่อนจะหลับไป 

อ่า ได้คุยกับทุกคนแล้วมันรู้สึกดีจัง 

. 

. 

. 

. 

. 

. 

. 

. 

. 

(มึงโอเคไหมเนี่ย?) 

“ทำไมต้องไม่โอเค?” 

(กูก็ถามเฉยๆไหม เกิดมึงคิดมากอะไรอีก แล้วนี่ได้นอนบ้างไหมเนี่ย) 

“ซุง นี่มึงจะวนกูเข้าเรื่องซึมเศร้าอีกแล้วใช่ไหม” ผมถอนหายใจออกมา เอนหลังพิงกับที่พิงหลังด้านหลัง ตอนนี้ผมกำลังนั่งพักผ่อนอยู่ที่ร้านกาแฟแถวหอพัก วันนี้เป็นวันหยุดของผม พวกพี่ๆที่จัดงานละครอนุญาติให้หยุดพักได้ ก่อนที่สามอาทิตย์สุดท้ายก่อนแสดงจะเป็นการซ้อมที่หนักหน่วงกว่านี้  

(กูก็ห่วงมึงไหม) 

“กูหายแล้ว พี่หมอให้หยุดยามาจะปีแล้ว เลิกพากูวนเข้าเรื่องนี้ได้แล้วนะ” 

(มึงไม่หลอกกูใช่ไหม) 

“มึงโทรไปหาพี่หมอเลยไป” ซึมเศร้าที่ผมเป็นยังไม่หนักมากเท่าไหร่ การรักษาจึงใช้เวลาไม่นานบวกกับการที่ผมให้ความร่วมมือในการรักษาเป็นอย่างดี แม้ว่าจะหยุดยาไปแล้วแต่ก็ต้องกลับไปพบพี่หมออีกเป็นครั้งคราว เพื่อเช็คอาการอยู่บ้าง 

(เออ แล้วนี่หายไปไหนอีกแล้วทำไมไม่อยู่ที่ห้อง) 

“ไหนบอกกลับบ้าน แล้วรู้ได้ไงว่าไม่อยู่ห้อง”ผมหยิบแก้วโกโก้ร้อนขึ้นมาจิบ 

(ไม่อยากรู้แล้ว แค่นี้แหละ) พูดจบไอซุงก็ตัดสายไป  

คิดว่าผมไม่รู้หรอว่ามันรู้ได้ยังไง หึๆ 

ผมหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านและยังคงนั่งอยู่ในร้านกาแฟร้านเดิมไม่ได้ลุกไปไหน ผมรู้สึกเหนื่อยและเพลียมาก ยิ่งช่วงหลังๆที่เริ่มซ้อมละครหนักขึ้น วันนี้ผมจึงอยากที่จะนั่งอยู่เฉยๆมากกว่าที่จะลุกไปทำอะไร ได้วันหยุดทั้งทีก็อยากจะพักผ่อนให้เต็มที่ 

“เค้กหน้านิ่มที่สั่งครับ”พนักงานเดินมาวางจานขนมลงบนโต๊ะผม ผมเลื่อนหนังสือลงและมองจานเค้กที่วางอยู่ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองพนักงานซึ่งไม่ใช่ใครอื่น พี่เขาเป็นรุ่นพี่ในรั้วมหาวิทยาลัยเดียวกัน ถ้าจำไม่ผิดน่าจะชื่อ ‘ดาวเหนือ’ 

“เอ่อ พี่ครับคือผมไม่ได้สั่งครับ”ผมทักขึ้นเมื่อเห็นพี่เขากำลังจะเดินไป 

“อ้อ คนนั้นสั่งให้ครับ”พี่เขาชี้ไปที่โต๊ะอีกมุมนึงที่มีผู้ชายนั่งอยู่ ไม่ใช่ใครที่ไหนคนคนนั้นก็คือพี่วินนี่เอง 

ผมพยักหน้าให้พี่พนักงาน ก่อนที่พี่เขาจะเดินไปทำงานต่อ 

ไม่นานนักพี่วินก็เดินมานั่งที่ว่างตรงข้ามกับผมพร้อมกับฉีกยิ้มให้ นี่ก็ผ่านมาหลายวันแล้วแม้ว่ารอยช้ำบนหน้าพี่วินจะจางลงไปมาก แต่ถ้าสังเกตุก็ยังเห็นอยู่  

“อร่อยไหมครับ”พี่วินถามผมที่กำลังตักเค้กเข้าปากอยู่ 

ผมพยักหน้าให้เพราะยังมีก้อนเค้กอยู่ในปาก 

“จะไปไหนต่อไหมครับ”พี่วินถามต่อ 

“วันนี้อยากพักครับ ได้วันหยุดทั้งที”ผมตอบและตักเค้กเข้าปากอีกคำ 

“พี่ซื้อของกินมาด้วยครับ ขึ้นไปหาที่ห้องมาแล้วไม่อยู่ ก็เลยเดินหาดูแถวนี้ครับ” 

“งั้นเรากลับห้องกันเลยไหมครับ”ผมวางช้อนลงบนถ้วยที่เคยมีเค้กหน้าตาน่ากินอยู่แต่ตอนนี้มันดันไปอยู่ในท้องผมเรียบร้อยแล้ว 

“ครับ”พี่วินช่วยผมถือหนังสือที่ผมแบกมาติดมือไปด้วย  

เราสองคนเดินกลับมาที่หอ พี่วินแวะเอาของกินที่รถก่อนบอกว่าจะตามขึ้นมาทีหลัง ผมเลยเดินขึ้นมาก่อน 

หลังจากที่ตกลงคบกับพี่วินอีกครั้งวันนั้นก็ผ่านมาได้อาทิตย์นึงแล้ว ช่างเป็นช่วงคบกันที่ไม่ได้มีอะไรเลยเพราะผมก็วุ่นวายกับการซ้อมละครเวที ส่วนพี่วินก็วุ่นวายกับการเคลียงานที่คณะ ที่บอกว่าวุ่นวายเพราะพี่วินต้องทำให้พี่เรย์ด้วย  

ผมกลับมาถึงห้องก็อาบน้ำเป็นครั้งที่สองของวัน เนื่องจากสถาพอากาศประเทศไทยที่ไม่ว่าจะวันไหนของปีก็ยังคงร้อนอยู่ ผมออกมาจากห้องน้ำแต่งตัวเรียบร้อยก็เดินไปหาพี่วินที่อยู่ในครัว  

พี่วินกำลังเก็บของที่ซื้อมาใส่ตู้ให้ผม ของกินที่ว่าของพี่วินก็คือพวกอาหารกึ่งสำเร็จรูปที่ทานง่ายๆ ไม่ใช่แค่มาม่าแต่ยังมีโจ๊ก ไส้กรอก แล้วก็พวกแฮม มีนมกับผลไม้นิดหน่อยคงเพราะรู้ว่าผมต้องซ้อมละครหนักขึ้น ไม่ใช่ว่าที่ห้องผมไม่มีมาม่านะ มันก็มีแหละ แต่หมดไปแล้ว 

“หมอกมีขนมด้วยครับ อยู่ในโหลข้างบน”ผมชี้ไปที่ตู้เก็บของด้านบน ที่ผมจะยัดพวกคุกกี้ที่ผมทำเองเอาไว้ จำได้ว่าพี่วินอยากกิน 

“นี่หรอครับ”พี่วินหยิบโหลออกมาถือไว้และผมก็พยักหน้าให้เป็นคำตอบ 

“เราไปดูหนังกันครับ พี่วินไม่ต้องเก็บแล้ว”ผมแย่งโหลขนมมาถือไว้ก่อนจะลากตัวพี่วินออกมาจากครัวให้มานั่งที่โซฟา เดินไปเปิดทีวีเลือกรายการหนังที่อยากดูก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงข้างๆพี่วิน จริงๆจะพูดว่านั่งเบียดก็ถูกนะ อีกนิดนึงจะสิงพี่วินไปแล้วเนี่ย 

พี่วินโอบไหล่ผมไว้แน่นเราสองคงนั่งดูหนังกันไปได้ซักพักผมก็เกิดอาการง่วงขึ้นมา 

“เป็นอะไรครับ”คงเพราะพี่วินเห็นผมทำตัวยุกยิกไม่เลิกซักที  

ผมเงยหน้ามองพี่วินที่มองหน้าผมอยู่ 

“ง่วงแล้วครับ” 

“นอนในห้องไหมครับ” 

“ไม่ครับจะนอนตรงนี้”ผมยกมือกอดเอวพี่วินไว้ซุกหน้าลงไปบนอกของพี่วิน 

พี่วินลูบหัวผมเบาๆเป็นการกล่อมให้หลับ และผ่อนเสียงทีวีลงด้วย ไม่นานนักผมก็หลับไป  

. 

. 

“อื้อ..”ผมลืมตาขึ้นมาก็พบว่าตัวเองยังคงนอนหลับอยู่ตรงโซฟาที่เดิม หน้าจอทีวีตอนนี้ปิดไปแล้ว และข้างๆผมก็มีพี่วินที่นอนหลับอยู่ และตัวผมที่นอนทับพี่วินอยู่อีกที ผมซุกหัวลงไปบนอกพี่วินอีกครั้ง 

“ตื่นแล้วหรอครับ”พี่วินลืมตาขึ้นมามองผมที่ซุกหน้าอยู่บนอกเขา 

“หมอกทำพี่วินตื่นหรือเปล่าครับ”ผมถามและลุกขึ้นนั่ง ขยี้ตาตัวเองไปมาเพื่อให้หายง่วง 

“ไม่ครับ”พี่วินลุกขึ้นนั่งพิงโซฟาอีกฝั่ง”อย่าขยี้ตาสิครับ”จับมือผมออก 

“หมอกยังง่วงอยู่เลย”ถึงจะนอนไปตั้งนานแล้วก็เถอะแต่ก็ยังง่วงอยู่ดี 

“จะเย็นแล้วครับ ไม่ให้นอนแล้ว”พี่วินดึงผมที่ทำท่าจะลงไปนอนอีกครั้งจนผมเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดเขา 

“แต่หมอกง่วงนะ”ผมยังคงงอแง 

“พูดไม่ฟังหรอครับ”พี่วินว่า 

“จะลงโทษผมหรอ”เงยหน้าขึ้นมองพี่วิน 

“จะทำให้หายง่วงไงครับ”พี่วินโน้มหน้าเข้ามาใกล้ผมจนปลายจมูกเราสองคนชนกัน 

“หมอกน้ำลายบูดแล้วครับ ไม่ให้จูบ”ผมดันหน้าพี่วินออก ผมเพิ่งจะตื่นนอนเองยังไม่ได้แปรงฟันเลย 

“ช่างสิครับ”พี่วินจับมือผมออกก่อนจะโน้มหน้ามาหาอีกรอบ 

หน้าพี่วินค่อยๆเลื่อนเข้ามาใกล้ผมมากขึ้นจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของพี่วิน ปลายจมูกของเราชนกันอีกครั้ง ก่อนที่พี่วินจะเอียงหน้าและเข้ามาใกล้ผมอีก อ่า ให้ตายสิ ใจผมมันจะระเบิดแล้ว 

“เข้ามาขัดจังหวะสินะ” 

เฮือก!!!! 

ผมดันหน้าพี่วินออกทันทีเมื่อได้ยินเสียงบุคคลที่ไม่สมควรที่จะอยู่ในห้องของผมตอนนี้ ผมหันหน้าไปมองทางต้นเสียงนั่นก็คือประตูห้องของผมที่เปิดอ้าอยู่ มีเจ้าของเสียงเมื่อครูก็คือพี่กัส และข้างๆก็มีแม่ 

“แม่!!!” 

ไม่ ไม่พอ มีอีกคน 

“พ่อ!!! มาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ” 

ตายแน่ๆ ไม่มีใครช่วยผมได้แล้ว โดนจับได้คาหนังคาเขาขนาดนี้ว่าพาผู้ชายขึ้นห้อง จะแก้ตัวยังไงก็ไม่รอดอยู่ดี 

“แม่บอกว่าอย่าไปกวนน้องไง” 

แม่ตีแขนพี่กัสเบาๆก่อนจะเดินเข้ามาหาผมที่ขยับออกห่างจากพี่วินจนแทบจะตกโซฟาอยู่แล้ว 

“ขยับไปนั่งใกล้ๆกันสิ จะขยับออกมาทำไม”แม่เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าผมให้ผมขยับไปหาพี่วินที่นั่งอยู่อีกฝั่งของโซฟา และทิ้งตัวลงนั่งข้างผมเมื่อผมขยับไปหาพี่วินแล้ว 

พ่อเดินเข้ามานั่งโซฟาตัวเล็กที่อยู่ฝั่งแม่และมองหน้าพี่วินไปด้วย 

พ่อ อย่ากดดันผู้ชายของโผมมมมม 

“แม่ซื้อชาเขียวมาให้หมอกด้วย”แม่ยื่นแก้วน้ำชาเขียวปั่นที่มีสัญลักษณ์นางเงือกอยู่ข้างๆส่งมาให้ผม 

“ขอบคุณครับ”ผมรับชาเขียวปั่นมาถือไว้หันไปมองพี่กัสที่เดินหายไปในครัวก่อนจะดูดขาเขียวที่แม่ซื้อมาให้ 

“ชื่ออะไรนะเราหน่ะ”จู่ๆพ่อก็พูดขึ้น และพ่อก็คงไม่คุยกับผมแน่ และคนที่พ่อคุยก็เป็นใครไม่ได้นอกจากพี่วินที่นั่งอยู่ข้างๆผม 

“วินครับ”พี่วินตอบด้วยท่าทีสบายๆ และส่งยิ้มกลับไปให้พ่อด้วย 

รู้สึกเหมือนผมจะกลัวพ่อมากกว่าพี่วินเสียอีก ผมดูดน้ำชาเขียวในมืออีกรอบ 

“ได้กันกี่ครั้งแล้ว” 

“แค่ก!!” 

พ่อว้อย ถามอะไรของพ่อเนี่ย ใช้คำที่มันไม่รุนแรงขนาดนี้ได้ไหมห๊าาา!!! 

ผมยกมือขึ้นปิดปากตัวเองเมื่อได้ยินคำถามของพ่อที่มันไม่สมควรจะถามมากๆ จนผมค้องสำลักชาเขียวที่เพิ่งจะดูดเข้าไปออกมา พี่วินหยิบทิชชู่ที่อยู่ข้างๆส่งมาให้ผมและลูบหลังผมไปด้วย 

“พ่อก็ ไปถามอะไรลูกแบบนั้น”แม่หันไปว่าพ่อที่นั่งอยู่ 

“ก็พ่ออยากรู้นี่”พ่อตอบกลับแม่มาก่อนจะถามคำถามเดิมอีกรอบ”แล้วตกลงว่ากี่ครั้งแล้ว” 

“สองครับ”พี่วินเป็นคนเงยหน้าขึ้นมาตอบเพราะผมยังไอค่อกแค่กอยู่ 

“หมอก เดี๋ยวแม่พาไปล้างหน้า”แม่ดึงผมให้ลุกขึ้นก่อนจะพาเดินมาหาพี่กัสที่ครัว 

แม่เดี๋ยว!! จะทิ้งผู้ชายของผมไว้กับพ่อไม่ได้  

แม่พาผมเดินไปที่ซิงค์ล้างจานก่อนจะเปิดน้ำให้ผมล้างมือที่เปื้อนชาเขียวและช่วยผมล้างหน้าไปด้วย 

“หมอกจะไปหาพี่วินครับ”ผมหันไปบอกแม่ที่หยิบเอาทิชชู่มาเช็ดหน้าให้ผมอยู่ 

“พ่อเค้าอยากคุยด้วยเฉยๆ ให้พ่อเค้าคุยก่อน”แม่เอ็ดผมเมื่อเห็นผมทำท่าจะกลับไปให้ได้ 

“แต่หมอก...” 

“ไม่ค่ะ”จบครับ แม่พูดค่ะออกมาเมื่อไหร่คือทุกอย่างต้องจบ เพราะไม่งั้นจากนางฟ้าจะกลายเป็นนางยักษ์ทันที  

เมื่อเถียงไม่ได้ผมก็เลยต้องหุบปาก หันไปหาพี่กัสที่กำลังทำของกินอยู่ 

“ทิวจะมาเมื่อไหร่หล่ะ”จู่ๆแม่ก็พูดชื่อคนที่ผมไม่เคยได้ยินออกมา 

ทิวคือใคร ทำไมแม่ต้องถามว่าจะมาเมื่อไหร่ด้วย 

“ใกล้ถึงแล้วครับ บอกว่ารถติด”พี่กัสที่กำลังผัดข้าวอยู่ตอบออกมา  

“ใครหรอครับ”ถามมันไปเลยแล้วกัน  

“ก็ลูกชายแม่ไง” 

เดี๋ยวแม่ ตกลงแม่มีลูกชายกี่คนเนี่ย ทำไมมันเยอะไปหมดแล้ว 

“ น้องยังไม่รู้จักทิวหรอ ไหนบอกว่าบอกน้องไปแล้วไง”แม่เห็นว่าผมยังยืนทำหน้างงอยู่ก็เลยหันไปถามพี่กัส 

“อ่า เดี๋ยวมาก็จำได้เองแหละ”พี่กัสเลี่ยงการตอบคำถามและหันไปสนใจข้าวผัดในกระทะต่อ 

บอกสิ บอกหมอกตอนนี้เลย หมอกอยากรู้แล้ว  

ผมหันไปมองแม่ทำหน้าตาน่ารัก แม่บอกผมมาเถอะ ผมอยากรู้ว่าทิวลูกชายแม่นั่นคือใคร น่ารักเท่าผมไหม หรือผมน่ารักกว่า ไม่ยอมนะ ใครจะมาแย่งความรักแม่ไปอีกไม่ได้แล้ว 

“แม่คร๊าบบบบ” 

ใครเรียกแม่ของผม หรือว่าจะเป็นคนที่ชื่อทิว? 

แม่เดินออกจากครัวโดยมีผมเดินตามออกมาด้วย แต่ยังไม่ทันได้ก้าวขาก็โดนพี่กัสดึงมือไว้ก่อน 

“พี่กัส ปล่อยหมอกสิหมอกจะไปกับแม่”ผมหันไปมองค้อนพี่กัสที่ขัดขวางความอยากรู้อยากเห็นของผม 

“มาชิมก่อนครับ”พี่กัสยื่นช้อนที่ทีข้าวผัดอยู่มาให้ผม 

ใครชิมก็ได้ไหมอ่ะ พี่กัสนี่เรียกร้องความสนใจเหมือนผมเลย  

ผมอ้าปากงับช้อนก่อนจะบอกว่าโอเคแล้ววิ่งออกจากครัวมาหาแม่ที่นั่งอยู่กับพ่อและพี่วินในห้องนั่งเล่น พร้อมกับอีกหนึ่งชีวิตที่เพิ่มเข้ามาซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหน คนคนนั้นก็คือพี่เรย์ 

“อ้าวหมอก มานั่งข้างพี่สิ”พี่เรย์ตบโซฟาข้างตัวที่อยู่ข้างพี่วินเพื่อให้ผมเดินไปนั่ง 

“รู้จักกันแล้วหรอ”แม่ถามเมื่อผมเดินไปนั่งข้างพี่เรย์ และอีกข้างก็เป็นพี่วิน 

“ครับ รู้มาตั้งนานแล้ว”พี่เรย์ตอบ 

“แล้วทำไมหมอกไม่รู้จักชื่อทิวหล่ะ”แม่หันมาถามผม 

“ใครชื่อทิวครับ หมอกไม่เห็นรู้เลย”ผมถามแม่กลับ 

“นี่ไง ‘ทิวสน’ ลูกชายคนที่สามของแม่”แม่ชี้นิ้วไปหาพี่เรย์ที่นั่งยิ้มอยู่ 

“เขินจัง ไม่มีคนเรียกชื่อนี้มาตั้งนานแล้ว”พี่เรย์ยิ้มออกมา 

เดี๋ยว มันใช่เวลามาเขินไหมห๊ะ!!! 

“ไม่ได้บอกน้องหรอ?”แม่หันไปมองหน้าพี่เรย์ และพี่เรย์ก็ส่ายหัวให้เป็นคำตอบ 

“หมอกงงไปหมดแล้วนะ ตกลงชื่ออะไรกันแน่เนี่ย” 

“งั้นเดี๋ยวแม่จะบอกให้ฟัง แม่กับพ่อจะช่วยกันตั้งชื่อลูกแต่ละคน แม่จะตั้งชื่อเป็นภาษาไทย ส่วนพ่อจะตั้งชื่อจริงภาษาอังกฤษ อย่าชื่อทิวเนี่ย ชื่อไทยก็คือทิวสน ชื่ออังกฤษก็คือเรย์ พี่ปลายก็จะมีชื่ออังกฤษว่า แอมโบรส ส่วนหมอกรู้สึกว่าพ่อจะตั้งว่าเนวิน ”แม่พูด 

“แล้วพี่กัสหล่ะ”ที่แม่พูดมานี่ยังไม่มีพี่กัสเลยนะ 

“รายนั้นเค้าหวงชื่อจะตาย แต่แม่จะบอกให้ก็ได้ แม่ตั้งชื่อพี่กัสว่า...” 

“แม่ ผมทำกับข้าวให้น้องเสร็จแล้วเรากลับเลยไหม”พี่กัสเดินออกมาจากห้องครัวมาหยุดอยู่ข้างๆแม่ 

ว้อย แล้วผมก็ไม่รู้ไงว่าตกลงพี่กัสชื่อว่าอะไร 

“มานี่แค่มาทำกับข้าวให้น้องเนี่ยนะ”พ่อเงยหน้าถามพี่กัส 

“ใช่ ส่วนเรากลับบ้านไปกินข้าวฝีมือป้าอุ่นดีกว่า”พี่กัสพูดต่อ”หรือพ่อจะอยู่นี่“ 

“งั้นพ่อกลับดีกว่า ว่างๆหมอกก็แวะไปหาป้าอุ่นด้วยนะ แกบ่นว่าคิดถึงหมอกด้วย”พ่อลุกขึ้นยืนและหยิบขนมที่ผมทำไปถือไว้อีกสองชิ้นก่อนจะหมุนตัวเดินไปที่ประตู 

“แม่ไม่กวนแล้วนะ”แม่ลุกขึ้นยืนอีกคน 

แง ยังไม่รู้ชื่อพี่กัสเลย 

ผมลุกขึ้นไปกอดลาแม่ ส่วนพ่อไม่ได้กอดหรอกเพราะหายออกไปจากห้องผมแล้ว ไม่รู้จะรีบไปไหน 

“สวัสดีครับ”พี่วินกล่าวลาแม่ที่กำลังจะเดินออกจากห้องผมพร้อมกับพี่กัสและพี่เรย์ 

“ดูแลลูกแม่ดีๆ ส่วนหมอกก็ทำตัวน่ารักหน่อย”แม่พูดกับพี่วินจบก็หันมาพูดกับผมต่อ 

“หมอกน่ารักอยู่แล้ว”ผมเถียง 

แม่ขำกับท่าทีของผมก่อนจะเดินไปลงลิฟท์โดยมีพี่กัสและพี่เรย์เดินอยู่ข้างๆ 

จะเปลี่ยนให้เรียกพี่เรย์ว่าทิวมันก็แปลกๆไหม งั้นเรียกพี่เรย์เหมือนเดิมก็ได้ 

“พี่วินครับ”ผมหันไปหาพี่วินที่ยืนอยู่ข้างๆ 

“ครับ”พี่วินหันมายิ้มให้ผม 

“นอนด้วยกันไหมครับ” 

“หือ คิดดีแล้วหรอจะนอนกับพี่”พี่วินมองหน้าผมและยิ้มออกมาเล็กๆ 

“แล้วนอนไหมครับ”เอียงคอถาม 

“ครับ” 

ว้า วันนี้ตกผู้ชายได้ตั้งคนนึงแหนะ คิคิ 

 

 

 

 

 

 

 

—————————————- 

เค้ากลับมาแย้ววววววววว 

หายไปนานเลย ยังมีคนรออ่านอยู่ไหมเนี่ย5555 

ความคิดเห็น