email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Please 2

คำค้น : Please nanaกะหอยทาก คุณหมอ หมอ แพทย์ น่ารัก อบอุ่นละมุน ใส่ใจ หวาน ฟินจิกหมอน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 5k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 23 พ.ค. 2562 18:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Please 2
แบบอักษร

 

Please 2

 

 

                หลังจากที่ฉันบอกเรื่องที่อยู่ในใจกับคนที่บอกว่าเป็นหมอ นับตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ก็เกือบหนึ่งสัปดาห์ที่เขาหายหน้าไป หึหึ ใครจะอยากคุยกับคนบ้าแบบฉันกันล่ะ ฉันเองก็พอจะรู้ว่าเขาเข้ามาเพราะอะไรแต่เรื่องที่ฉันบอกเขา ฉันอยากหายจริงๆนะฉันไม่อยากเป็นแบบนี้อีกแล้ว

                “วันนี้มาเช้ากว่าทุกวันเลยนะ” ฉันก้าวเข้าไปในร้านข้าวต้ม คุณป้าก็เอ่ยทักอย่างอารมณ์ดี ฉันยิ้มให้ท่านบางๆก่อนจะตอบท่านกลับไปพร้อมกับสั่งอาหาร

                “ตื่นเร็วน่ะค่ะป้า วันนี้เอาเหมือนเดิมนะคะแต่ว่าขอเป็นใส่ถุง”

                “ได้จ๊ะเดี๋ยวป้าแถมให้เยอะๆเลยนะ หนูผอมลงไปมากเลยนอนไม่ค่อยหลับเหรอลูก”

                “ก็นิดหน่อยค่ะป้า” ใช่เลยฉันนอนไม่ค่อยหลับ พอหลับก็ฝันเรื่องราวเดิมๆ ยิ่งหลังๆมาฉันยิ่งอาการหนักขึ้นฉันไม่รู้ว่าฉันควรจะเข้าพบหมอแผนกไหนฉันถึงจะไม่ถูกมองด้วยสายตาขบขัน เพราะฉันเคยไปโรงพยาบาลแล้วมีพยาบาลและหมอหัวเราะเมื่อได้ยินเรื่องราวที่ฉันเล่น แม้จะเป็นการหัวเราะในคอและยิ้มบางๆแต่ฉันก็รู้สึกไม่สบายใจจากนั้นก็ไม่เคยเล่าอะไรให้ใครฟังอีกเลย กระทั่ง...

                “ตื่นเช้าจัง” เสียงทุ้มดังขัดจังหวะความคิดฉัน พร้อมกับร่างหนาของคนที่หายหน้าไปเกือบอาทิตย์ทรุดนั่งลงข้างๆ

                “...” ฉันเม้มปากแน่นก่อนจะมองเมินคนมาใหม่ทั้งที่ตัวเองก็มั่นใจว่าเขาคุยด้วย

                “ป้าครับ น้องเขาสั่งอะไรไปครับ”

                “ข้าวต้มทะเลกลับบ้านทำไมเหรอคุณหมอ”

                “ผมเอาเหมือนน้องเลยครับ”

                “ได้เลย รอแปบหนึ่งนะ”

                “ครับป้า เสร็จนี่จะไปไหนต่อไหม” คนข้างๆเอ่ยถามมือก็ยื่นมาแตะที่หลังมือฉันเบาๆ แต่เพราะตกใจเลยชักมือหลบอีกฝ่าย

                “ไม่ได้จะทำให้ตกใจนะ” อีกฝ่ายรีบอธิบาย

                “...”

                “ที่หายไปเพราะว่าขึ้นเวร แล้วต้องขึ้นบริหารด้วยครับ ขอโทษที่เงียบหายไป” จู่ๆเขาก็เอ่ยเล่าโดยที่ฉันไม่ต้องถาม แม้จะงงๆไปบ้างแต่ก็พยายามไม่สนใจเขา

                “ได้แล้วลูก” ฉันเงยหน้ามองป้าที่ยื่นถุงข้าวต้มมาให้สองถุง

                “ขอบคุณครับ ไม่ต้องทอนนะป้า”

                “ขอบใจลูก”

                “ปะ เราไปกันได้แล้ว” คนตัวสูงกว่ายืนขนานข้างยื่นเงินไปให้ป้าก่อนจะรวบถุงข้าวต้มไปถือไว้เอง มือข้างที่ว่างก็ยื่นมาจับมือฉันไว้แน่นๆและพาเดินออกจากร้าน

                “ปล่อย” ฉันเอ่ยบอกอย่างไม่พอใจ ฉันกับเขาไม่ได้สนิทกันขนาดที่จะมาเดินจับมือกันแบบนี้

                “ถ้าปล่อยก็หนีอีก ไม่เอาด้วยหรอกมีเรื่องจะคุยด้วยเยอะมากเลย”

                “ขอร้อง ปล่อย”

                “ไม่ครับ จะไปไหนต่อใช่ไหมปกติต้องเดินไปที่ร้านขายหมูปิ้งใช่ไหม” เขารู้ได้ยังไง?

                “อ่า กี่ไม้นะ” คนที่อยู่ข้างๆก้มหน้าลงถาม พอได้ยืนข้างๆกันแบบนี้ฉันก็เพิ่งรู้ว่าตัวเองสูงเลยไหล่เขามานิดเดียวเอง ฉันเตี้ยหรือเขาสูงเกินไปนะ

                “กี่ไม้ครับ” เขาถามย้ำอีกครั้ง

                “สาม”

                “สามไม้ครับ”

                “นี่จ้า วันนี้พาแฟนมาด้วยเหรอ ปกติเห็นมาคนเดียว”

                “ไม่...”

                “ครับ ขอบคุณครับ” และเป็นคนข้างๆที่เอ่ยไปแบบนั้น จะว่าไปเขาชื่ออะไรนะฉันจำไม่ได้แล้วเขาเคยบอกใช่ไหมนะถ้าจำไม่ผิดบอกว่าเขาชื่ออะไร

                “ซื้อเสร็จก็เอาไปให้แมวใช่ไหม ตรงนั้นใช่ไหมหรือเปล่า” เขาพึมพำคล้ายจะทวนกับตัวเองแต่มันน่าสงสัยว่าเขารู้ได้ยังไงว่าฉันเดินไปไหนมาไหนยังไง

                “เอาให้ไหม” มือหนายื่นหมูปิ้งมาให้ ฉันรับมาก่อนจะย่อตัววางหมูปิ้งให้แมวตัวสีขาวสว่างมันขาหักน่ะฉันอยากจะเลี้ยงแต่ติดที่ว่ายังไม่พร้อมด้วยอะไรหลายๆอย่างเลยต้องทำแบบนี้แทน

                “แล้วก็...”

                “รู้ได้ไงว่าทำแบบนี้” ฉันเอ่ยถามเสียงเข้มระหว่างที่ถูกดึงมือไปตามทางเดิน และร้านต่อไปที่เขาพาเดินไปหยุดคือร้านขนมปังสังขยา

                “ก็เห็นทุกวันนี่นา สั่งหน่อยสิ ไม่รู้ว่าปกติสั่งยังไง” ฉันยิ้มให้คุณยายคนขายน้อยๆก่อนจะชูสองนิ้ว ท่านยิ้มรับพยักหน้าให้ก่อนจะเตรียมของใส่ถุงแล้วส่งมาให้ฉัน

                “พาแฟนมาด้วยเหรอแม่หนู” อีกแล้ว คำถามนี้อีกแล้ว

                “ครับ นี่ครับเงินขอบคุณนะครับ” ตอบแบบนั้นคนอื่นก็เข้าใจผิดหมดน่ะสิแล้วเขายังจะยิ้มหน้าระรื่นอยู่อีกบ้าบอจริง

                “เสร็จแล้วก็กลับใช่ไหม” เขาก้มหน้ามามองเหมือนจะถาม แต่ฉันส่ายหน้าแทน และก้าวเดินไปยังที่สุดท้ายที่ต้องไป มุมสี่แยกที่ฉันยืนเป็นประจำฉันทอดสายตามองจุดที่ฉันจำได้ดีขึ้นใจ

                “อรุณสวัสดิ์ค่ะพ่อแม่ด้วยนะ วันนี้ไม่ได้มาคนเดียวนะมีคนมาด้วยหนูไม่รู้จักเขาหรอกมาได้ยังไงก็ไม่รู้แต่ก็ตามมาถึงนี่อ่ะนะ เอาไว้ว่างๆแล้วไม่ลืมหนูจะถามชื่อเขานะคะ” ฉันเอ่ยเล่าเสียงเบาแต่คนข้างๆก็ได้ยินแน่นอนเพราะเขาบีบมือฉันแรงขึ้นนิดหน่อย

                “วันนี้ผมมากับลูกสาวพ่อกับแม่นะครับ จากนี้ไปผมจะดูแลน้องเองไม่ต้องเป็นห่วงอะไรแล้วนะครับ”

                ทำไม? ทำไมประโยคนั้นของเขามันฟังดูแปลกๆเลยล่ะ

                “วันนี้กลับกันเถอะ ดูเพลียๆนะได้นอนบ้างหรือเปล่า” เขาถามมือก็ดึงฉันให้เดินตามเขากลับไปที่ร้าน

                “ถามครับ เมื่อคืนได้นอนพักบ้างหรือเปล่า” ฉันพยักหน้า

                “นอนตอนกี่โมงครับ” เขาถามต่อ

                “ตีสาม” ฉันตอบเสียงเบา มันเบามากๆเพราะกลัวว่าถ้าพูดแรงแล้วอีกฝ่ายจะรู้ว่าแต่ละคืนฉันได้นอนกี่ชั่วโมง

                “ตื่นกี่โมงครับ” อ่า ไม่กล้าตอบทำยังไงดี

                “คุณชื่ออะไรนะคะ” ถามคำถามอื่นไปด้วยเลย เขาจะได้เลิกซักถามฉันเสียงที

                “พี่ชื่อวันครับ ทีนี้ก็ตอบคำถามพี่มาครับวิว” เขายังถามย้ำ

                “น้องวิวครับ เมื่อเช้าตื่นกี่โมงครับบอกพี่ได้ไหม” น้ำเสียงนุ่มๆนั้นเอ่ยถามฉันอย่างนุ่มนวลสายตาที่จ้องมองฉันทำให้จังหวะหัวใจฉันเต้นแปลกไป

                “ตีห้า...” ตอบไปแล้ว ฉันตอบเขาไปแล้ว

                “อือ นอนสองชั่วโมงเอง เป็นแบบนี้ทุกคืนเลยเหรอ” ฉันพยักหน้า

                “ลองไปคุยกับเพื่อนพี่ดูไหม พี่เกริ่นเรื่องเราไปขอโทษนะที่เล่าโดยที่ไม่ขอก่อนแต่มันอยากเจอจริงๆนะ”

                “จะ...”

                “หือ? อะไรครับ”

                “จะ จะไม่หัวเราะใส่ใช่ไหม ไม่ทำแบบนั้นใช่ไหมคะ” ฉันถามอย่างลังเล ถ้าฉันเจอแบบนั้นอีกฉันก็ไม่รู้ว่าฉันจะกล้าเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังอีกไหม

                “ไม่ครับ จะไม่มีเรื่องแบบนั้นเชื่อใจพี่นะ”

                “เชื่อได้ใช่ไหม” ฉันถามอย่างมีความหวัง ขอแค่ ขอแค่ใครสักคนช่วยให้ฉันตื่นจากฝันร้ายนี้เสียที

                “ครับ พี่สัญญา”

ความคิดเห็น