ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 13 : น้ำตา

ชื่อตอน : ตอนที่ 13 : น้ำตา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.9k

ความคิดเห็น : 58

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ก.ย. 2558 18:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 13 : น้ำตา
แบบอักษร

 

 

ตอนที่ 13

 

 

 

 

 

            “อ่า ได้ครับ พี่มีสอนอีกสองวิชา เรารอได้มั้ย พี่คลีนมันถามกลับมาอย่างเกรงใจ ผมก็พยักหน้ารับ มานี่ก็ตั้งใจว่าจะมาคุย รอแค่นี้น่ะได้อยู่แล้ว

 

            ได้ จะให้ผมรอที่ไหน

 

            รถเราจอดอยู่ที่ไหนครับ เดี๋ยวสอนเสร็จแล้วพี่จะเดินไปหาเหมือนผมถ่วงเวลากินข้าวมันยังไงก็ไม่รู้ว่ะ คือนั่งคุยกับผมนี่พี่มันไม่ได้กินข้าวเลยนะ ไอ้ผมก็ไม่ได้กินเหมือนกัน

 

            ฝั่งซ้ายทางนู้น

 

            “โอเคครับ เรากินข้าวสิ

 

            ผมพยักหน้ารับแล้วเริ่มลงมือกินข้าว มีบางครั้งที่ผมแอบเหล่มองพี่มันที่คุยกับอาจารย์จีน (พี่แอนเรียกงี้) ก็ยิ้มแย้มให้ตามปกติของร่างสูง คือพี่มันเป็นคนกันเองแบบนี้อยู่แล้ว ผมก็เฉยๆ นะ เพราะไม่เห็นว่ามันจะเกินเลยอะไรตรงไหน

 

            น้องวาส แต่ดูท่าจะไม่ใช่กับพี่แอนนะ แกสะกิดผมยิกๆ คิ้วสวยขมวดมุ่นขัดใจ พยักพเยิดให้ผมมองทั้งคู่ ผมก็ได้แต่ยิ้มแหยๆ มีอะไรผมว่าผมควรไปคุยกับพี่มันที่อื่นมากกว่าไง นี่โรงเรียนนะ และพี่มันก็เป็นอาจารย์ด้วย รักษาภาพพจน์ของพี่มันไว้หน่อย

 

            เราเก่งมากเลย นั่งตรงหน้าแบบนี้เราทนได้

 

            “ไม่ใช่ว่าทนได้พี่ แต่มันไม่มีอะไรไง ถ้ามีจริงๆ อย่างเช่นอาจารย์คนสวยคนนี้ลุกขึ้นมาจูบปากพี่คลีนผมเองก็ไม่พอใจเหมือนกัน แต่นี่มันก็โรงเรียนไงพี่ และนั่นอาจารย์ ต่อสายตาเด็กเป็นร้อยๆ แบบนี้คงดูไม่ดีเท่าไหร่นะถ้ามีเรื่องอะไร ที่พูดไปไม่ได้ตั้งใจจะด่าอะไรพี่แอนนะ ผมแค่พูดให้พี่แกเข้าใจ ริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีอ่อนของพี่แอนอ้าค้างหน่อยๆ ก่อนที่พี่เขาจะพยักหน้ารับเบาๆ

 

            ใช่ พี่ลืมจุดนี้ไปเลย

 

            และก็นั่งกินข้าวต่อแบบไม่มีอะไร แต่ในใจผมนี่มันก็คันยิบๆ ใช่ได้เลยนะ โอเคพี่มันก็ให้ความสนใจกับผมอยู่ในระดับหนึ่ง มีหันมามองอย่างเป็นห่วง กลัวว่าผมจะอึดอัดนั่งอยู่ในโต๊ะที่ไม่สนิทกับใครสักคน แต่ก็ต้องหันไปตอบคำถามของอาจารย์จีนอยู่ตลอดด้วยเหมือนกัน

 

            ถามจริงนะอาจารย์ครับ อยู่บ้านมีใครคุยด้วยมั้ย เหมือนเก็บกดอะ ได้ทีพูดใหญ่เลย

 

            เดี๋ยวเรารอพี่ก่อนนะ พอกินข้าวเสร็จเดินออกมาพี่มันก็บอกเอาไว้ ผมพยักหน้ารับ ร่างหนาก้มมองนาฬิกาข้อมือ เหมือนว่าจะได้เวลาที่ต้องขึ้นสอนแล้ว ผมชี้นิ้วเป็นการบอกว่าจะไปรอที่ร

            แล้วพี่ไม่มีสอนเหรอ เมื่อพี่คลีนเดินขึ้นตึกไปแล้ว ผมก็หันมาถามพี่แอนที่ยืนอยู่ข้างๆ ไม่ไปไหนสักที

 

            พี่ไม่ใช่อาจารย์ค่ะ พี่ทำงานให้ส่วนของห้องธุรการ อู้ได้อีกนิด

 

            ดีครับดี

 

            หน้าน้องเครียดๆ นะพี่ว่า

 

            “ไม่มีอะไรหรอกครับ มีปัญหากับพี่คลีนนิดหน่อย เดี๋ยวคุยกันก็โอเคแล้วครับ มั้งนะ จะโอเคจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ พี่แม่งแปลกๆ ด้วยผมรู้สึกได้ ไม่เหมือนเดิม ไม่เหมือนเดิมจริงๆ

 

            โอเค งั้นพี่ไปทำงานต่อแล้วนะ โชคดีล่ะ พี่แกโบกมือลาแล้วเดินขึ้นตึกไปอีกคน ผมถอนหายใจแล้วเดินกลับมารอพี่คลีนมันที่รถ เปิดกระจกทิ้งไว้แล้วนั่งพิงเบาะด้วยท่าทีเหนื่อยๆ

 

            เหนื่อยใจไงเหี้ย!! โคตรจะไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้เลย พี่มันแปลกไป แปลกไปเพราะอะไร เพราะผมเหรอ ทำไมต้องทำท่าทีอึดอัดเหมือนกับเกร็งๆ เวลาที่อยู่กับผมด้วย เป็นเหี้ยอะไร มีอะไรก็ไม่พูดไม่ถาม

 

            ผมนั่งรอพี่มันจนเผลอหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่พี่คลีนมาสะกิดปลุก ผมงัวเงียลืมตามอง

 

            โทษทีพี่ มานานแล้วเหรอ

 

            “สักพักแล้วครับ พี่เห็นเราหลับอยู่เลยไม่อยากปลุก แต่ว่าแดดมันเริ่มส่องมาทางนี้แล้วนะ เดี๋ยวเราจะไม่สบายเอาผมเผลอนิ่งไปนิดเมื่อพี่มันพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง แต่ความรู้สึกของผมมันบอกว่ามันไม่เหมือนเดิม

 

            คล้ายกับว่าพี่คลีนมันไม่มั่นใจเลยที่จะพูดออกมา

 

            เราจะคุยกันที่ไหนครับ

 

            “บ้านพี่ก็ได้ เดี๋ยวผมขับตามไป ร่างหนาพยักหน้ารับแล้วเดินแยกออกไป ผมก็ขับออกมาก่อน เผลอเหยียบกระแทกคันเร่งด้วยความหงุดหงิด

 

            ถึงบ้านมึงเมื่อไหร่ได้มีคุยกันยาวแน่ๆ

 

 

 

 

            และกว่าจะมาถึงบ้านของพี่คลีนมันได้ก็ไม่ใช่แป๊บเดียว รถแม่งติดชิบหาย มึงจะออกไปไหนกันเยอะแยะ อยู่บ้านนอนเฉยๆ ไม่เป็นกันหรือไง จอดรถที่หน้าบ้านเสร็จผมก็เปิดประตูลงมา กระแทกประตูปิดเต็มแรง

 

            พี่คลีนที่ลงจากรถมาติดๆ กันก็หันมองผม ท่าทางเหมือนอยากจะพูดอะไรสักอย่างแต่ก็ห้ามตัวเองไว้

 

            นี่ไง!! ไอ้ท่าทางแบบนี้แหละที่ทำให้ผมหงุดหงิดที่สุด!

 

            “เปิดบ้านดิ

 

            “ครับ

 

            พี่คลีนเปิดประตูบ้านแล้วเบี่ยงตัวหลบให้ผมเดินเข้าไปก่อน และพี่มันค่อยตามเข้ามา ปิดประตูได้ผมก็หันไปใส่เลย

 

            พี่เป็นอะไรของพี่วะ

 

            “เป็นอะไรยังไงครับเหมือนจะตั้งตัวไม่ทันที่จู่ๆ ก็โดนถามอะไรแบบนี้ หน้าพี่แกอย่างงง ผมจิ๊ปาก เดินเข้าไปจนเกือบจะชิดร่างของอีกคน แต่พี่มันกลับถอยหนีผมให้ได้หงุดหงิดหนักขึ้นไปอีก

 

            เป็นเหี้ยอะไร

 

            “วาส พูดจาให้มันดีๆ หน่อย

 

            “มันใช่เวลาปะวะ พี่พูดมาเลยดีกว่าว่าเป็นอะไร ความอดทนเริ่มจะหมดไปเรื่อยๆ คุยกับคนซื่อนี่แม่งลำบากชิบหาย นู่นก็ไม่เข้าใจ นี่ก็ไม่รู้เรื่อง จะให้มานั่งคุยแบบใจเย็นตอนนี้มันทำไม่ได้จริงๆ

 

            อะไรทำให้เราคิดว่าพี่ต้องเป็นอะไรล่ะ ผมร้อน แต่อีกคนกลับเย็นไว้แบบเดิม ไม่ร้อนตามผมไปด้วย แต่ผมกลับรู้สึกว่าพี่แม่งไม่ได้คิดมากอะไรแบบผมเลย เหมือนกับว่ามีผมคนเดียวที่บ้าไปเลยทั้งหมด

 

            มึงไม่เหมือนเดิมพี่คลีน

 

            “วาส พี่เหมือนเดิมทุกอย่าง พี่แกถอนหายใจก่อนจะพูด มือหนาจะยื่นออกมาจับมือผมไปกุมเพราะเห็นว่าผมเริ่มจะทนไม่อยู่แล้ว แต่ยังไม่ทันที่พี่มันจะได้แตะมือผมเลย ก็ชักมือกลับไปซะก่อน

 

            เหี้ยอะไร!!

 

            “นี่ไง มึงเป็นอะไรของมึงวะพี่ มีเรื่องอะไรในใจก็พูดออกมา ทำเหมือนว่าไม่อยากอยู่ใกล้กูงั้นแหละ

 

            มันไม่ใช่แบบนั้นนะครับ

 

            “แล้วมันแบบไหน ไหนมึงลองบอกกูมาดิ๊ขึ้นมึงขึ้นกูแบบไม่สนใครหน้าไหนแล้วตอนนี้ คิ้วเข้มของพี่คลีนขมวดมุ่นไม่พอใจ อันนี้ผมรู้สึกได้ แต่มันเย็นไม่อยู่แล้ว รังเกียจกูไงวะ ก่อนหน้านี้เอะอะเป็นโดนตัวตลอด แล้วตอนนี้คืออะไร

 

            ยืนนิ่งทำเหี้ยไร! มีไรก็พูดมาดิ นี่แทบจะซัดหน้าพี่มันสักหมัดก่อนจะกลับมาคุยกันดีๆ

 

            วาส อย่าใช้อารมณ์สิ ไม่งั้นวันนี้เราก็คุยกันไม่รู้เรื่องหรอก

 

            “คุยด้วยหมัดด้วยตีนมั้ย หลังจากนั้นอาจจะคุยกันรู้เรื่องก็ได้

 

            วาส พี่ไม่ชอบคนใช้กำลัง

 

            อึก!

 

            ผมถึงขั้นสะอึก พูดอะไรต่อไม่ถูกเลย แววตาดุๆ ทำให้ผมเผลอหายใจสะดุดไปช่วงหนึ่ง ไม่ว่ายังไง พอพี่คลีนมันดุขึ้นมาผมเองก็ไม่กล้าเหมือนเดิม

 

            รอให้วาสใจเย็นกว่านี้ก่อนมั้ยแล้วเราค่อยมาคุยกันใหม่ โอเคมั้ยครับ

 

            “ไม่ ตอนนี้แหละเดี๋ยวนี้ มึงเป็นอะไรวะพี่ อะไรๆ ที่พี่ทำกับผมมันไม่เหมือนเดิมว่ะ มันแปลกไป เหมือนพี่แม่งรังเกียจที่จะเข้าใกล้ผมงั้นแหละ ทำเหมือนจะแตะตัวแต่ก็ไม่กล้า จะจับมือแต่ก็ไม่ทำ แววตาพี่ก็เปลี่ยนไป ทำไมวะ! เพราะเหี้ยอะไรพี่ก็บอกมาดิ ผมว้ากใส่ยาวเหยียดแล้วผลักอกหนาอย่างหาเรื่อง ไม่ผมก็มันล่ะวะงานนี้ที่จะทนไม่ได้ พี่คลีนก้มหน้าถอนหายใจ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองผมด้วยแววตาที่ดูจริงจังที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา

 

            เพราะวาสไง เราเป็นคนบอกพี่เองว่าไม่ต้องคิดอะไรมาก เราไม่อยากให้พี่วุ่นวาย พี่ก็ทำให้เราแล้ว เราบังคับพี่เอง บังคับพี่ทุกอย่างเลย ไม่ถามพี่บ้างเลยว่าพี่ต้องการอะไร พี่รู้สึกยังไง พี่จะเสียใจมากน้อยแค่ไหน

 

            “พี่…” ผมครางเรียกอีกคนเสียงอ่อน

 

            ที่เราพูดกับพี่แบบนั้น พี่เสียใจมากรู้มั้ยครับ ผมสะอึกพูดไม่ออกเลยเมื่อเห็นแววตาที่ปนไปด้วยความเสียใจของพี่มัน

 

            ถามพี่บ้างมั้ย เราไม่อยากให้พี่วุ่นวาย ไม่ต้องคิดมาก ไม่ต้องรับผิดชอบ แล้วพี่ล่ะ พี่ต้องทำแบบนั้นมั้ย โอเคครับ พี่รู้ตัวว่าพี่ไม่ใช่คนที่คิดตามคนอื่นได้ทัน พี่อาจจะซื่อในหลายๆ เรื่อง แต่เรื่องนี้พี่คิดได้นะ ถ้าพี่ไม่รู้สึกอะไรด้วย คืนนั้นพี่จะทำไปทำไมยิ่งได้ฟังที่อีกคนพูดผมยิ่งรู้สึกแย่

 

 

            รู้สึกว่าตัวเองแม่งแย่ชิบหาย เอาความรู้สึกของพี่มันมาเล่นๆ ใช้ความเจ้าเล่ห์ของตัวเองเพื่อหวังจะให้ได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการ แต่ไม่ได้มองเลยว่าคนที่ผมกำลังคุยอยู่ด้วยนี้รู้สึกยังไง

 

 

            แล้วทำไมพี่แม่งไม่พูดอะไรสักอย่างวะ ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ท่าทางแบบนั้น…” ผมกัดปากตัวเอง เริ่มรู้สึกว่าเสียงของผมมันจะสั่นๆ ด้วย

 

 

            ก็พี่ไม่รู้ไงครับว่าคนที่อยู่ที่บ้านของเราเขาเป็นอะไรกับเรา จะให้พี่จับมือ ลูบแก้มเราเหมือนทุกทีเหรอ

 

 

            มึงหึงก็พูดดิวะว่าหึง จะเงียบเก็บไปคิดทำส้นตีนอะไร!” ผมโวยอีกรอบ แทบจะผลักอกพี่มันอีกที

 

 

            พี่หึงได้เหรอ พี่มีสิทธิ์เหรอ เราไม่ได้ให้สิทธิ์นั้นกับพี่ เราบอกเองว่าไม่ต้องให้พี่คิดมากเรื่องคืนนั้น มันก็เป็นการบอกว่าไม่อยากให้พี่วุ่นวายอะไรด้วย แล้วจะให้พี่ทำยังไง

 

 

            “ไอ้จ้ามันเป็นเด็กที่ร้าน มันไม่มีอะไร

 

 

            “พี่ไม่ได้หึงหรอก ถ้าพี่ยังไม่เห็นวาสไปกอดหรือจูบกับใครอย่างที่ทำกับพี่ และที่เราบอกว่าพี่ไม่เหมือนเดิม รู้มั้ยว่าพี่ห้ามตัวเองแค่ไหน เด็กร้ายของพี่ ที่พี่เอ็นดูเขาที่สุด แต่พี่กลับโดนตัวเขาไม่ได้ พี่กลัวว่าความรู้สึกของพี่มันจะไปทำเราไม่สบายใจ

 

 

            เหี้ยเอ๊ย!

 

 

          นั่นคือความคิดของมึงเหรอพี่ มึงคิดเหี้ยอะไรของมึงแบบนั้น

 

 

 

 

            งั้นไม่ต้องมาอะไรกับกูเลยมั้ยล่ะ ไม่ต้องเจอ มึงจะได้ไม่ต้องฝืนเหี้ยไรทั้งนั้น

 

 

            “วาส

 

 

            “แม่งเอ๊ย!!” ผมขยี้ศีรษะตัวเองอย่างแรง ข้างในมันเดือด มันอยากจะระบายออกมา มันเป็นความรู้สึกที่ผมไม่ชอบมันเอาซะเลย

 

 

            อย่าพูดแบบนั้นสิ ทั้งๆ ที่เราน้ำตาไหล

 

 

            ห๊ะ น้ำตาไหล?

 

 

            ผมยกมือขึ้นมาจับแก้มตัวเอง รับรู้ได้ถึงน้ำที่มันไหลออกมาจากตา ผมยืนนิ่ง ในหัวเหมือนจะคิดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ ร้องไห้นี่ผมร้องไห้เหรอวะ

 

 

            เหี้ย!”

 

 

          พลั่ก!!

 

 

            สบถด้วยเสียงสั่นๆ ของตัวเอง แล้วผลักอกพี่มันอย่างแรงจนพี่มันล้มลงไปนั่งกับพื้น ผมเดินหนีออกมานอกบ้าน ยกมือขึ้นปาดน้ำตาที่มันยังคงไหลอยู่ ผมไม่รู้ตัวเลยว่ามันออกมาได้ยังไง และไม่คิดด้วยว่าตัวเองจะมาร้องไห้ต่อหน้าพี่มัน

 

 

            ผมขึ้นมาบนรถแล้วขับออกมาทันที ไม่นะ ผมไม่ได้โกรธอะไรพี่คลีน ผมไม่ได้งอนด้วย แต่ที่ออกมานี่คือกูรับตัวเองไม่ได้จริงๆ

 

 

            ชิบหาย ร้องไห้เป็นสาวน้อยเลยกู

 

 

            โคตรอยากเอาหัวโขกกับกำแพงหลายๆ ที เป็นเอามาก ไม่มีคำอื่นนอกจากคำๆ นี้ “มันออกมาเอง” ด้วยความรู้สึกทั้งหมดที่มีอยู่ในตอนนี้ มันเป็นตัวบ่งบอกได้ดีว่าผมแคร์กับเรื่องของพี่มันมากแค่ไหน

 

 

            และก่อนที่ผมจะออกมา ผมเห็นเลยว่าพี่คลีนเองก็ตกใจไม่น้อยที่เห็นผมร้องไห้แบบนั้น

 

 

            กูไม่รู้ตัว กูเผลอไอ้เหี้ย!!

 

 

 

 

            ผมขับรถกลับมาที่บ้าน ก่อนจะถึงมีจอดพักทำอารมณ์ด้วย กลับมาแบบน้ำตาไหลให้ไอ้จ้ามันเห็นนี่ไม่ดีแน่ๆ ผมเปิดประตูเข้ามาในร้าน เจอไอ้จ้าพอดี ผมกวักมือเรียกทันที

 

 

            เดี๋ยวปิดร้านเลย ปิดเลยๆ

 

 

            อะไรของพี่เนี่ย กลับมาถึงก็จะให้ปิดร้าน แล้วพี่จะเอาที่ไหนกินล่ะ มันพูดอย่างไม่เห็นด้วย ผมชี้หน้ามันเป็นการบอกว่าอย่าขัดคำสั่ง ก่อนจะเดินขยี้หัวตัวเองขึ้นข้างบนเหมือนคนเป็นบ้า

 

 

            ขึ้นมาบนห้องได้ก็แหกปากร้องลั่น กูร้องไห้!! ต่อหน้าพี่มันด้วย ชิบหายมั้ย นี่กูแน่เหรอ

 

 

 

 

            ก๊อกๆ

 

 

            ใครวะ ถ้าเป็นไอ้จ้าก็เข้ามาผมตะโกนกลับไปเมื่อมีคนมาเคาะประตู และไอ้จ้ามันก็เปิดประตูเข้ามา ผมเห็นหน้ามันปุ๊บก็กวักมือเรียกมันเข้ามาใกล้ๆ

 

 

            ผมปิดร้านตามที่พี่ต้องการแล้วนะ แล้วพี่เป็นอะไร เมื่อกี้ได้ยินเสียงร้องเหมือนพี่จะเป็นบ้า

 

 

            จ้า กูรับตัวเองไม่ได้ ผมคว้าเอวบางๆ ของมันเข้ามา แล้วซุกหน้าโวยวายอยู่กับหน้าท้องของมัน ไอ้จ้ามันเองก็ดูอึ้งๆ แหละ แต่ก็ไม่ได้ผลักผมออก มือแห้งๆ ของมันตบแผ่นหลังผมเป็นการปลอบ

 

 

            ผมก็รับไม่ได้เหมือนกันนะ พี่มากอดผมเนี่ย

 

 

            “สัด เดี๋ยวกูก็ดีดหงาย โอ้ยแม่ง!!” ผมดันตัวมันออกแล้วทิ้งตัวนอนแผ่ไปกับเตียง ไม่รู้ว่าตอนนี้พี่คลีนมันจะคิดยังไงนะ แต่ขอเหอะ ขอกูทำใจก่อน กูรับสภาพตัวเองไม่ได้จริงๆ ไม่ได้โกรธไม่ได้งอนเลย แต่รับไม่ได้

 

 

            ขอทำใจก่อน เดี๋ยวกูกลับไปหามึงแน่ๆ พี่ ดูที่พี่มันพูดมาสิ เล่นเอาซะคนอย่างผมที่ไม่ใสใจชาวบ้านสะอึกและรู้สึกผิดได้ แววตาพี่มันเสียใจจริงๆ และโคตรจะจุกตอนที่พี่มันบอกว่าผมบังคับพี่มันเองทุกอย่าง

 

 

            แล้วพี่กินอะไรมาหรือยัง จะเอาอะไรมั้ย

 

 

            “นี่เอาใจกูเหรอ

 

 

            “ผมกลับบ้านละ มันลุกขึ้นจะเดินออกจากห้อง ผมรีบคว้ามือมันไว้ก่อน  ไอ้ห่าแหย่นิดแหย่หน่อยทำหนีกลับบ้านไง มึงอย่าเพิ่งหายหัว ตอนนี้อย่าปล่อยให้กูอยู่คนเดียว เดี๋ยวกูคิดมาก กูฟุ้งซ่าน

 

 

            ไปซื้อน้ำปั่นที่หน้าปากซอยมาดิ๊ ข้าวกูกินแล้วไม่ต้อง ยังไม่หิว ผมส่งเงินให้มัน พอไอ้จ้าออกไปก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ตอนนี้มึงจะโอเคมั้ยวะพี่คลีน

 

 

            รอไอ้จ้าเอาน้ำปั่นมาให้จนเกือบจะหลับ แม่งหายไปนานมาก จนผมคิดว่ามันแอบมุบมิบเงินผมกลับบ้าน แต่พอมันเปิดประตูเข้ามาผมก็เลิกคิด ยันตัวลุกขึ้นมานั่ง

 

 

            อะพี่ เงินทอนผมซื้อขนมกินไปแล้วนะผมรับน้ำปั่นมาดูดกิน พยักหน้ารับสิ่งที่มันบอก

 

 

            แล้วก็มีคนมาหาพี่ด้วยแหละ รออยู่ข้างล่างน่ะ คนที่มาส่งพี่เมื่อวานนี้

 

 

            พรูดดด!!

 

 

            “แค่กๆ! มึงว่าไงนะ แค่กคนที่มาส่งกูเมื่อวาน? ผมถามเพื่อความแน่ใจ ไอ้จ้าก็พยักหน้าตอบ ผมนี่แทบจะยกมือขึ้นมาตบหน้าผากตัวเองแรงๆ โอ้ยยยย มึงไม่ได้เข้าใจกูเลย กูยังไม่พร้อมจะเจอจริงๆ ตอนนี้

 

 

            ใช่พี่

 

 

            พี่แม่งก็รีบ เดี๋ยวกูก็ไปหาเอง จะมาทำไม

 

 

            ไม่ลงไปเจอเขาหน่อยเหรอ ไอ้นี่ก็เร่ง ผมกัดริมฝีปากตัวเองอย่างเครียดจัด อายว่ะพูดตามตรงเลย ไม่กล้ามองหน้าพี่มันจริงๆ แต่ในเมื่อพี่มันมาแล้ว จะปล่อยไว้แบบนั้นมันไม่ดีแน่ แค่ที่ผ่านมาก็ทำพี่มันเสียใจไปเยอะแล้ว

 

 

            ผมสูดหายใจแล้วเดินลงมา ไอ้จ้านี่ก็ดีนะ มันให้พี่คลีนเข้ามารอข้างใน มันไม่กลัวว่าเค้าอาจจะมากระทืบพี่มันเลยเนอะ ผมเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าไอ้พี่คลีน

 

 

            เอ่อ…” พูดไม่ออก ไหนบทขอหน่อย เอามาให้กูหน่อย ผมเบือนหน้าหนีไปอีกทาง ไม่กล้าสบตากับคนที่นั่งอยู่

 

 

            น้องวาส

 

 

            “อะไร ขานรับกลับไปแต่ก็ยังไม่หันไปมอง แกล้งทำทีเป็นมองนู่นนี่รอบตัว

 

 

            มองหน้าพี่สิ น้ำเสียงมาแบบเข้มเต็มที่มาก แต่มึงงงง เข้าใจกูด้วย ณ จุดๆ นี้ กูแทบจะเก็บหน้าเอาไว้ไม่อยู่แล้วนะ ผมนิ่งไม่ยอมทำตามอย่างที่พี่มันสั่ง พี่คลีนนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะลุกขึ้น

 

 

            หมับ

 

 

            “เฮ้ย! อะไรมึงเนี่ย

 

 

            “กอดไงครับตอบได้หน้าตาเฉยมาก ส้นตีนเหอะ! มึงเกรงใจไอ้จ้าที่ยืนอยู่ข้างหลังด้วย แม่งยืนนิ่งเป็นรูปปั้นไม่พูดสักแอะ ผมหันไปมองมัน และมันก็เริ่มรู้ตัว

 

 

            งั้นผมกลับก่อนแล้วกันนะ แล้วมันก็รีบเดินหลบฉากออกไป ผมหันกลับมาที่ไอ้พี่คลีน มองหน้ามันได้สองวิเท่านั้นก็เป็นอันต้องหันหลบ

 

 

            ปล่อยดิวะ จะกอดอีกนานมั้ย

 

 

            กอดจนกว่าเราจะยอมมองหน้าพี่นั่นแหละ

 

 

 

 

 

 

100 %

 

 

___________________________________


 

 

 

 

 

ความคิดเห็น