อัพทุกวันอาทิตย์ ฝากติดตามด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

ตอนที่ 8 ความวุ่นวายก่อนเดินทาง

ชื่อตอน : ตอนที่ 8 ความวุ่นวายก่อนเดินทาง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 146

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.ค. 2562 16:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 8 ความวุ่นวายก่อนเดินทาง
แบบอักษร

หลังจากที่เจรจากันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ในจวนของชินอ๋องก็วุ่นวายขึ้นมาอีกครั้ง ในการหาข้าวของที่จำเป็นเพื่อไปที่เขาหยางซาน

ชินอ๋องสวมชุดลำลองรัดรูปเพื่อจะได้ทะมัดทะแมงเวลายามเดินป่า เขาเหม่อลอยขึ้นมาอีกครั้ง นัยน์ตาสีดำของเขาวูบไหว เต็มไปด้วยความกังวล

แต่อีกมือก็คอยเก็บข้าวของอย่างไม่รีรอ เขามีเจตนาดีที่จะช่วยเหลือไม่ว่าจะเป็นน้องสาวของติงจื่อเฉิง หรือแม้แต่บรรดาอนุทั้งหลายของชินอ๋อง

การที่เขาได้มาอยู่ที่นี่ อาจจะเป็นชะตากรรมที่เขาได้ชีวิตใหม่มาเพื่อชดใช้ก็เป็นได้ พอคิดได้แบบนั้นลมหายใจที่ขาดห้วงก็หายใจเข้าไปจนเต็มท้อง เพื่อเรียกพละกำลังที่จะต้องเดินทางไกล

 

พฤติกรรมทั้งหมดของชินอ๋องที่ประเดี๋ยวหยุด ประเดี๋ยวถอนหายใจ กลับอยู่ในสายตาของติงจื่อเฉิงที่เขาเตรียมสัมภาระเรียบร้อยนานแล้ว จึงได้เดินมาดูว่าชินอ๋องว่าจะบิดพริ้วหรือมาลูกไม้แบบไหนอีก

ร่างสูงยืนพิงเสาอยู่บริเวณทางเดินที่ตรงกับหน้าต่างของห้องชินอ๋อง แต่สิ่งที่เขาเห็นกลับมองเห็นความอ่อนแอและไม่มั่นคง แต่ก็มีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าที่แสนประหลาดในแววตาที่เขาเห็น

ความรู้สึกเห็นใจกลับก่อตัวขึ้นที่อกข้างซ้ายทวีคูณมากขึ้นทุกที ติงจื่อเฉิงกุมหน้าอกตัวเองที่กำลังเต้นระรัว แล้วมองไปยังชายหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา

ในความทรงจำครั้งก่อนแล้ว ไม่ว่าจะมาท้าประลองอย่างไร ต่อสู้กับชินอ๋องจนล้มลุกคลุกคลาน เขาก็ไม่เคยมีความรู้สึกเช่นนี้แม่แต่ครั้งเดียว ติงจื่อเฉิงยืนนิ่งแล้วหลับตาลงช้าๆ พยายามควบคุมอารมณ์ตัวเอง

 

“คนถ่อย มายืนหลับอะไร..? อยู่ข้างห้องข้า”

ชินอ๋องยืนมือไพ่หลังแล้วเงยมองร่างสูงที่กำลังอแข็งเป็นหิน

เขาพยายามควบคุมตัวเอง แต่กลับลืมตามาเจอคนที่กำลังลอยวนอยู่ในความคิดตรงหน้า แววตาใสซื่อกลับมีรอยยิ้มที่แสนจะบริสุทธิ์ยิ้มกว้าง

ทุกอย่างรอบกายติงจื่อเฉิงหยุดเคลื่อนไหว เมื่อสายตาของเขาเห็นแต่เพียงริมฝีปากอมชมพู ที่ขยับมุบมิบ ‘อยากดึงเข้ามางับ’

เพียงความคิดชั่ววูบแบบนั่นก็ทำให้หัวใจของชายหนุ่มเต้นระรัว โดยที่ชินอ๋องไม่เข้าใจเลยว่าสีแดงฝาดระเรื่อบนแก้มผิวสีแทนนั้น เขาคิดอะไรเลยเถิดไปกับเจ้าตัวอยู่

 

ปึก !

“โอ๊ย !!!”

ชินอ๋องล้มลงด้วยแรงของเจ้าตัวโต ที่จัดการความรู้สึกตัวเองไม่ได้แล้วก็พาลไปยังตัวการที่ทำให้เขาคิดแทน

“คนถ่อย !! ข้าถามดีดี เห็นว่ายืนใบหน้าแดงระเรื่อนึกว่าเป็นไข้ ข้านี่ทำบุญกับคนไม่ขึ้นจริงๆ”

“คะคะใครให้เจ้ายื่นหน้าเข้ามาละ”

“ข้าเห็นเจ้าหลับ เลยไม่อยากเรียกเสียงดัง แต่เจ้ากลับผลักข้าแบบนี้หรอ คนถ่อย คนถ่อย”

ชินอ๋องเจ็บสะโพกด้วยความโมโห เลยหยิบก้อนหินเล็กๆบริเวณพื้นมาปาติงจื่อเฉิงเสียยกใหญ่

พอเสียงเอะอะโวยวายพาลดังไปถึงห้องโถงด้านใน เล่าบรรดาอนุภรรยา ก็รีบตรงปรี่มาช่วยพยุงชินอ๋องให้ลุกขึ้น แล้วกล่าวตำหนิตัวการที่ยืนเป็นทองไม่รู้ร้อนอยู่ด้านข้าง

“เจ้ากับน้องสาวมาอาศัยอยู่ที่นี่ยังมิพอ ยังมารังแกขู่เข็ญเจ้าของบ้านหลายต่อหลายครั้ง”

ถางหยี่เหยี่ยนเท้าเอวตะเบ็งสุดเสียงด้วยความเกรี้ยวกราด นัยน์ตาหวานๆดุดัน

“พอเถิด ข้า เออ เปิ่นหวางมิได้เป็นอะไรมาก”

ชินอ๋องพยายามจะห้ามปราม

“จริงเจ้าค่ะ ให้อภัยพี่ชายข้าด้วยเถิดคุณหนูถาง”

ติงเจียฉานที่ถูกกล่าวถึง ได้เข้ามาแทรกพยายามที่จะขอโทษแทน

เพี้ย !!

ถางหยี่เหยี่ยนฟาดมือลงไปสุดแรง กะหวังไว้ว่าจะสั่งสอน นั่งตัวดีที่บังอาจมาเจรจาแทนคนที่ทำร้ายสามี

แต่ทุกอย่างกลับไม่เป็นอย่างที่คิด เมื่อเลือดมุมปากของชินอ๋องไหลซึมออกมา พร้อมด้วยรอยแดงห้านิ้วบนแก้มด้านซ้าย

ติงจื่อเฉิงยืนตะลึงกับภาพที่เห็น ถึงแม้เขาดูเหตุการณ์อยู่ แต่ระดับอย่างเขาแล้ว สามารถดึงตัวน้องสาวออกมาได้ก่อน ซึ่งชินอ๋องไม่จำเป็นต้องมาขวางแบบนี้เลย

ชายารองทั้งสาม ตัวแข็งทื่ออยู่แบบนั้น คนที่พวกนางคิดว่ามาจากตระกูลต้อยต่ำ และรังแกมาตลอด บัดนี้นอกจากจะมีพี่ชายที่แข็งแกร่งปกป้อง กับชินอ๋องเองก็ยังเอาตัวเองเข้ามาขวางอีก

ยังมิทันที่พวกนางจะได้ขอโทษที่ก่อเรื่องทั้งหมด ชินอ๋องส่ายหน้าด้วยความเอือมระอาแล้วเดินกลับเข้าห้องพักเก็บตัวเงียบไป

 

“เฮ้อ”

ชินอ๋องนอนลูบแก้มที่กำลังบวมเห่อขึ้น แล้วก็พลางนึกสงสัย บรรดาชายทั้งหลายที่พอมีอันจะกิน แท้จริงแล้วมีภรรยาเยอะเอาไว้เพื่อเสริมบารมีแค่นั้นจริงๆ

ไม่ได้สนนิสัยส่วนตัว การดำเนินชีวิต หรือความชอบพออะไรเลย เพียงงดงามแค่นนั้นก็พอ ‘ยังดีนะที่ท่านพี่เหวินเทียนของข้า ไม่ใช่คนมักมากเช่นนั้น’

พอนึกถึงความทรงจำครั้งก่อนที่หอมหวาน เขาก็อดยิ้มออกมาไม่ได้

 

“สงสัยจะเป็นห่วงไปเอง ชินอ๋องผู้ยิ่งใหญ่ชอบ ที่ภรรยาตบหน้าจึงลูบแก้มยิ้มน้อยยิ้มใหญ่”

เสียงประชดดังขึ้นมาจากทางหน้าต่าง พร้อมด้วยร่างสูงของติงจื่อเฉิงที่กระโดดข้ามเข้ามา

“เป็นห่วง..?”

ชินอ๋องทวนคำพูดที่เขาพูดแปลกๆออกมาอีกครั้ง เพราะฟังแล้วมันดูไม่รื่นหูเท่าไรนักสำหรับคนถ่อยปากจัดอย่างเขา

“นะนะน้องสาวข้าต่างหากที่เป็นห่วงเจ้า ก็เจ้าเป็นสามีนางหนิ”

“แล้วไป”

“ทำไมต้องบอกว่าแล้วไป..?”

ติงจื่อเฉิงถามย้อนขึ้น

“ก็ถ้าเจ้าเป็นห่วงข้า ข้าคงไม่ได้มีชีวิตอยู่บนโลกนี้แน่ๆ ข้าคงตกลงในนรกโคลนตมที่ร้อนที่สุดอยู่กระมั่ง ถึงจะได้ยินเจ้าคิดเช่นนั่น”

“พูดมากปากก็ไม่ได้ใหญ่ หุบไว้บ้างไม่ได้รึ”

ติงจื่อเฉิงแกะห่อผ้าที่โยนเข้ามาแล้วยื่นยาให้ชินอ๋อง

 

“พระจันทร์สวยดีจัง”

นัยน์ตาชินอ๋องเป็นแระกายขึ้นเมื่อเขาเดินมาหยิบยา พอมองลอดหน้าต่างออกไป ก็พบพระจันทร์ดวงโตลอยสูงเด่น

“งดงามจริงๆนั้นแหละ”

ติงจื่อเฉิงเสริมขึ้น

“แล้วเจ้าจะนั่งอยู่แบบนี้หรอ ทำไมไม่กลับห้องไป”

“ไม่อะข้าจะนอนที่นี่”

“ติงจื่อเฉิง ที่นอนมีเยอะแยะ”

ชินอ๋องพยายามดึงตัวเขาให้ออกจากที่นั่งไป

“จะให้ข้านอนที่ที่พำนักริมหน้าต่างตรงนี้ หรือให้ขึ้นไปเบียดแย่งที่นอนเจ้า..?”

สายตาคมกริบกับคำพูดของเขาทำให้ชินอ๋องกลืนน้ำลายอึกใหญ่ แล้วไม่ต่อปากต่อคำวกกลับไปซุกตัวใต้ผ้าห่มอย่างเงียบๆ

รอยยิ้มเล็กๆของคนถ่อยยกยิ้มขึ้นแล้วชมพระจันทร์ดวงโตต่อ

ในขณะที่ชินอ๋องเผลอหลับแทบจะทันทีที่ขึ้นที่นอนไป

........

 

 

ความคิดเห็น