ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : สื่อรัก : 1 <Rewrite>

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.7k

ความคิดเห็น : 15

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ก.พ. 2563 22:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
สื่อรัก : 1 <Rewrite>
แบบอักษร

สื่อรัก 

มิน Part 

“ น้องมินคนสวยจ๋า............................อยู่ไหนคร้าบบบบบ” 

“น้องมินคร้า.........................สุดสวยของพี่โฟร์อยู่ห้องไหนเอ่ย....” 

“ไอ้เฟียส.............ตกลงอีมินมันอยู่ห้องไหน.....กูหิวแล้วนะเนี้ย” 

“แล้วกูจะให้คำตอบมึงได้ไหมโฟร์....ก็เดินมาด้วยกันแล้วยังจะถามอะไรโง่ๆอีก....อีงัว” 

“โถ่ๆๆ............อีสัด...ด่ากุมาได้....นี่มึงคงไม่ได้ลืมใช่ไหมว่ามึงก็ออกมาจากรูเดียวกับกูอ่ะ.........อีน้องงัว” 

. 

. 

. 

ก่อนที่อีแฝดนรกจะทำให้ทุกอย่างมันดูวุ่นวายและเลยเถิดไปไกลมากกว่านี้ ผมคงต้องออกมาปรากฏตัวให้มัน 

สองคนเห็นก่อนที่มันจะกินหัวกันเอง ที่จริงผมได้ยินเสียงมันสองคนเรียกมาแต่ไกลแล้วล่ะครับ แต่ยังไม่อยากขาน 

ตอบมันสองคนไปเพราะผมกำลังใช้สมาธิในการทาเจลาตินลงบนทาร์ตผลไม้สดอยู่ในห้องปฏิบัติการณ์ (เรียกง่ายๆ 

ก็ห้องทำอาหารของมหาลัยนี่แหละครับ) ไหนๆตอนนี้ก็เป็นตอนแรกของเรื่อง....ผมขอแนะนำตัวเองก่อนที่จะเข้า 

เรื่องแล้วกันนะครับ 

ผมชื่อ “มิน”  เป็นนักศึกษาทุนของคณะมนุษย์ศาสตร์ สาขาการโรงแรมและการท่องเที่ยว ที่ผมเข้าคณะนี้ก็เพราะ 

ขนมที่ผมกำลังทำอยู่นี่ละครับ ผมเป็นคนที่รักในการทำอาหารและขนมทั้งไทยแล้วก็เทศ ผมทำงานส่งตัวเองเรียน 

ตั้งแต่ยังเด็ก จนพอเมื่ออายุผมครบ18 ปี ผมก็ต้องย้ายตัวเองออกมาจากบ้านเด็กกำพร้า แต่ชีวิตของผมมันก็ไม่ได้น่า 

เศร้าขนาดนั้นหรอกนะครับ ถ้าไม่นับเรื่องที่ผมขาดทั้งพ่อแล้วก็แม่ เพราะหลังออกจากบ้านเด็กกำพร้า ผมก็สอบชิง 

ทุนเข้ามหาลัยไฮโซแห่งนี้ได้  แล้วมิหนำซ้ำพี่โมรุ่นพี่ที่บ้านเด็กกำพร้าที่ผมนับถือเปรียบเสมือนพี่สาวแท้ๆของผมก็มา 

ชวนให้ไปอยู่ด้วย เพราะพี่โมกำลังจะเปิดร้านคอฟฟี่ช็อปใกล้ๆมหาลัย แกเลยอยากได้ผมไปช่วยอีกแรง....ในเมื่อมี 

ข้อเสนอมาให้ ผมก็สนองสิครับ อิอิ งานถนัดของผมหนิ ไหนจะได้ทั้งงาน ได้ทั้งเงิน แถมที่อยู่ก็ยังฟรีอีก มีหรอครับที่ 

ผมจะปฏิเสธ 

^^ 

“กูอยู่นี่ 

!! 

................” ผมวางแปรงที่ใช้ทาเจลาตินลงในอ่างล้างจาน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นอีแฝดนรกเดินยิ้มร่า 

เข้ามาหา ที่มันสองคนยิ้มไม่ใช่เพราะมันหาผมเจอหรอกนะครับ แต่นั้นเป็นเพราะว่ามันเห็นว่าผมกำลังทำของโปรด 

พวกมันอยู่น่ะสิครับ 

“ เพี้ยะ 

!! 

.....................โอ้ย...อีมินแค่นี้ทำเป็นหวง “ อีโฟร์เดินมาไม่พูดไม่จา แต่กลับยื่นมือมาหมายจะหยิบสตรอเบ 

อรี่ที่อยู่บนหน้าทาร์ต ผมเห็นแล้วหมั่นไส้เลยฟาดไปที่มือสักที ตั้งแต่รู้จักกับมันมาตั้งแต่ปีหนึ่งยันปีสาม สันดาน 

ความเป็นหญิงไม่เคยผุดขึ้นมาในตัวอีคนนี้สักที 

นอกเสียจากความสวยที่ผุดเอาผุดเอา 

“ กูไม่ได้หวง....................แต่ใครให้มึงใช้มือหยิบ...........รอแปบดิเดี๋ยวกูตัดแบ่งให้กินที่โรงอาหาร “ ไอ้เฟียสได้แต่ขำ 

เบาๆที่เห็นพี่มันโดนผมตีมือ 

“ หรอครับน้องมิน..................นี่พี่เฟียสก็นึกว่าน้องมินหวงเอาไว้ให้ผัวแดกคนเดียวซะอีก ฮ่าๆๆ “เห็นไหมครับ ผมว่า 

คำว่าแฝดนรกนี่เหมาะสำหรับมันสองคนที่สุดแล้วล่ะ แม่งปากหมาทั้งพี่ทั้งน้องเลย เจอมันสองคนทีไรเป็นต้อง 

แซวเรื่องของไอ้อินกับผมทุกที  ไม่ใช่ว่าทุกคนไม่รู้นะครับเรื่องที่ผมชอบไอ้อิน ขนาดเจ้าตัวมันเองก็ยังรู้เลย 

“ หยุดทั้งสองคนเลย..................กูไม่ได้หวงไว้ให้มันกินคนเดียว...........แต่กูหวงไว้ให้ไอ้วิน กับไอ้ฟอสด้วยต่างหาก “ 

ผมถอดผ้ากันเปื้อนออก ก่อนจะยกทาร์ตใส่กล่อง โดยมีสายตาล้อเลียนของอีสองพี่น้องที่ทำหน้าทำตาอ้อล้อแสดง 

ถึงความไม่เชื่อในสิ่งที่ผมพูด 

“ จะแดกไหมข้าวน่ะ..................ยื่นทื่ออยู่ได้ “ 

อีสองศรีพี่น้องเมื่อได้ยินเสียงผมแหว ก็รีบเดินมาอยู่ข้างๆแล้วยก 

กล่องทาร์ตไปถือกันเอง 

. 

. 

. 

ใช้เวลาเดินไม่นานมากนักเราก็มาถึงโรงอาหารคณะบริหาร ส่วนเหตุผลที่ว่าทำไมพวกผมสามคนถึงต้องมากินข้าว 

ที่โรงอาหารนี้น่ะหรอ ก็เพราะไอ้อิน ไอ้ฟอส ไอ้วินมันเรียนอยู่ที่คณะนี้ไงครับ  เพราะฉะนั้นพวกผมก็เลยต้องมากินที่ 

โรงอาหารนี้  หลายๆคนอาจจะงงว่าผมมารู้จักกับแก็งค์เทพ พวกนี้ได้ยังไงทั้งๆที่ผมก็ไม่ได้รวย  ก็คงต้องบอกว่า 

เพราะอีแฝดนรกที่เรียนอยู่คณะเดียวกันกับผมนี่แหละครับที่ทำให้ผมรู้จักพวกเพื่อนๆของมัน ตอนแรกผมก็อาจจะมี 

อึดอัดใจบ้างเพราะด้วยความที่ไม่รู้ว่าพวกมันจะรับได้ไหมที่ผมเป็นแค่เด็กทุนจนๆ แต่พอนานไปทุกอย่างกลับผิด 

คาดจากที่ผมคิดไว้ พวกมันไม่เคยถือตัวหรือว่าอวดร่ำอวดรวยเหมือนคนอื่นๆในมหาลัยเลยสักนิด มิหนำซ้ำยังติด 

ดินสุดๆ ถึงจะมีบ้างที่ใช้ของแบรด์เนม แต่ถ้าลองได้พาพวกมันไปเดินตลาดนัดแล้วละก็พวกมันก็ซื้อแหลกได้เหมือน 

กันนะครับ 

“มาแล้วคร้ามายเฟรน..................น้องมินดาวคณะมนุษย์ศาสตร์มาแล้วคร้า “ เสียงอีโฟร์แหกปากขึ้นมา ทันทีที่พวก 

เราสามคนเดินก้าวเข้ามายังโรงอาหารต่างคณะ ผมหันไปดุมันด้วยสายตาก่อนจะเดินไปที่โต๊ะที่มีไอ้สามตัวนั้นนั่งรอ 

อยู่ก่อนแล้ว 

“ อ้าวน้องมิน..................โบกมือทักทายชาวคณะบริหารหน่อยเร็ว....อิอิอิ “ อีแฝดน้องก็ไม่ยอมน้อยหน้า พูดเป็นลูกคู่ 

กับพี่สาวมันเป็นปี่เป็นขลุ่ย จนผมอยากจะจับเอามีดตัดลิ้นมันทั้งคู่เอาให้มันสองคนพูดไม่ได้เลยดีไหมเนี้ย 

“หึหึหึ...............ไอ้เหี้ยเปิดตัวได้ยิ่งใหญ่อลังการมาก “ นอกจากสายตาของคนในโรงอาหารแล้ว พอมาถึงโต๊ะที่พวก 

มันนั่งรออยู่ ไอ้ฟอสก็อ้าปากหมาๆของมันแซวผมทันที ส่วนไอ้พวกที่เหลือน่ะหรอครับ ได้แต่นั่งยิ้ม นั่งขำ จนผม 

เหลืออดต้องแจกหมาในปากของตัวเองบ้าง 

“ พวกมึงหุบปากเลยนะ....................โดยเฉพาะมึงสองคนอีแฝดนรก “  ถามว่าพวกมันเชื่อที่ผมพูดไหมน่ะหรอครับ 

ฝันไปเถอะ ผมทำหน้าเบื่อใส่พวกมันทั้งหมดก่อนจะนั่งลงตรงข้ามกับไอ้อิน  โดยมีอีแฝดนรกนั่งข้างๆฝั่งเดียวกับผม 

“หึหึหึ.......................อย่างอนสิครับเมีย....เดี๋ยวหน้าเหี่ยวนะ “ เสียงไอ้อินพูดหยอกเหมือนอย่างทุกทีที่มันชอบเรียก 

ผมว่าเมีย โดยมีไอ้พวกที่เหลือนั่งกุมท้องแล้วขำ 

“ใครเมียมึง.......ชอบหาเรื่องให้กูโดนบรรดา 

FC 

มึงมาตบกูซะจริงๆ......ไอ้เหี้ย “ นอกจากจะไม่สำนึกแล้วยังจะไม่ 

สลด ก็เพราะไอ้อินมันชอบมากอด ชอบมาหยอกผมแบบนี้แหละ ผมเลยกลายเป็นเป้าให้พวกบรรดา 

FC 

ของมันทั้ง 

หลายมาเล่นงาน ถึงผมจะแอบชอบมัน แต่ผมก็ไม่คิดที่จะหาเรื่องใส่ตัว ใส่หัวตัวเองหรอกนะครับ  นี่ขนาดเป็นแค่ 

เพื่อนกันพวกเมียๆของมันยังมาวอแวผมถึงขนาดนี้เลย 

“ หึหึ............พอ พอ พอ กูว่าไปซื้อข้าวแดกกันดีกว่า กูหิวแล้วเนี้ย “ เสียงไอ้วินดังขึ้นคล้ายเป็นเสียงระฆังบอกเวลา 

หมดยก 

ที่หนึ่ง ก่อนที่พวกเราจะลุกขึ้นเดินไปที่ร้านข้าว 

************************************************************************************* 

อิน Part 

สิ้นเสียงไอ้วินเพื่อนรักพูดจบ พวกเราทั้งหกคนก็เตรียมตัวเดินไปสั่งข้าว แต่ก่อนที่หยัดตัวยืนขึ้นเสียงโทรศัพท์ 

ของผมก็ดังขึ้นมาก่อน เลขหมายที่โชว์หราอยู่บนหน้าจอทำให้ผมต้องกดรับทันทีถึงแม้ในใจจะไม่อยากรับสาย 

ก็ตาม 

กริ้งงงง...........................กริ้ง.. 

“พวกมึงไปสั่งกันก่อนเลย แล้วเดี๋ยวกูตามไป” 

กริ้งงงงง...........................กริ้ง....ติ้ด 

! 

“สวัสดีครับ..............ผู้ให้กำเนิด..” 

( หึหึ..............กวนตีน ) 

“ โฮ้ 

!........... 

ด่าลูกแรงเว่อร์อ่ะ หึหึ.........ว่าแต่โทรมามีอะไรป่าวม๊า” 

( ก็ไม่มีอะไรมากหรอกแค่คิดถึงลูก.................) 

“ มาแนวนี้ ทำเสียงอ้อนๆแบบนี้ มีอะไรบอกมาซะดีๆ....” 

( เบื่อจริง............ไม่รู้ตอนเด็กเผลอเอาอะไรให้กินนะ...ถึงได้รู้ทันแบบนี้เนี้ย) 

“ อิอิ..............ตกลงมีไรครับม๊า....จะบอกได้หรือยัง” 

( ก็ไม่มีอะไรหรอก...ม๊าแค่จะโทรมาบอกว่าวันนี้ม๊ากับพ่อแกจะพาคุณปู่ไปเที่ยวอเมริกาสักอาทิตย์) 

“ฮ่ะ 

!! 

.......วันนี้...ทำไมมันปุ้บปั้บแบบนี้อ่ะม๊า” 

(ไม่เห็นปุ้บปั้บเลย......เรื่องนี้ม๊าคุยกับพ่อแกตั้งแต่จบงานแต่งเมื่ออาทิตย์ก่อนแล้ว....ที่แกไม่รู้เพราะแกไม่ยอมกลับ 

บ้านเองช่วยไม่ได้หนิ) 

“ โอเค โอเค ถ้างั้นอินผิดเอง..........ไม่ต้องเป็นห่วงอินนะ...........อินอยู่ได้ ม๊าพาปู่ไปเที่ยวเหอะ” 

( ดีครับลูกชาย........แต่ม๊าไม่ได้เป็นห่วงแกแค่คนเดียว....ม๊าเป็นห่วงไอ้สองหมูอ้วนด้วยต่างหาก) 

“ ม๊าหมายความว่ายังไง............แล้วมาไม่ได้เอาไอ้สองหมูอ้วนไปด้วยหรอ” 

( อืมใช่....................) 

“ เดี๋ยวก่อนนะ................นี่ม๊าอย่าบอกนะว่าที่คุยมากตั้งนานเนี้ย” 

(อืม...............อย่างที่แกคิดนั้นแหละ....ฝากดูน้องด้วยนะ อิอิอิ) 

“โฮ้ยยย..................ม๊า...แล้วทำไมไม่เอามันสองคนไปด้วยอ่ะ” 

(นี่ 

!!............. 

อย่าเรียกน้องว่ามัน แล้วอีกอย่างแกจะมาขัดข้องตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว เพราะม๊าให้คนขับรถไปส่ง 

น้องแกสองคนที่มหาลัยแล้ว อีกสักพักคงถึง) 

“ แต่.....อินมีเรียนต่อนะม๊าแล้วใครจะดูไอ้สองหมูอ้วนอ่ะ” 

( อินลูก...ม๊าไม่เคยสอนให้เป็นเด็กที่ขี้โกหกนะ.....ตอนบ่ายแกไม่มีเรียนอย่ามาหลอกซะให้ยาก ) 

“ เฮ้อ....รู้ทันอีก....ตกลงคืออินต้องยอมรับชะตากรรมใช่ป่ะ” 

(ใช่......ดูแลน้องให้ดีละ............แค่นี้นะเดี๋ยวซื้อขนมมากฝาก อิอิ) 

ก่อนที่มันจะยืดยาวไปกว่านี้ผมคงต้องตัดบทสนทนาระหว่างผมกับม๊าลงซะก่อน เฮ้อ.....ไม่รู้ว่าจะทำตัวเฮี้ยวไปถึง 

ไหน ปุ้บปั้บก็เอาไอ้สองหมูอ้วนมาทิ้งไว้ให้เลี้ยง ถึงแม้ว่าผมจะไม่ต้องดูอะไรมากก็เถอะ เพราะช่วงตอนกลางวันผมก็ 

แค่พาไอ้สองตัวแสบไปไว้ที่โรงเรียนเตรียมความพร้อมก่อนเข้าอนุบาลแล้วตอนบ่ายค่อยค่อยไปรับ แต่ปัญหามันไม่ 

ได้อยู่ที่ผมต้องขับรถไปรับส่งน้องนี่สิ .................โอ้ยชีวิตหนุ่มสุดฮอตอย่างผมต้องโดนไอ้หมูสองตัวป่วนเป็นอาทิตย์ 

เลยหรอเนี้ย 

คิดแล้วก็เซ็ง หาข้าวกินดีกว่า แต่เดินยังไม่ถึงร้านข้าวดีสายตาผมก็ไปเห็นไอ้คนที่ทำให้ผมเซ็งหนักยิ่ง 

กว่า 

“ หมับ..............เหี้ย 

!! 

” เสียงไอ้มินอุทานหลังจากที่ผมเดินเข้าไปข้างหลังมันแล้วยกแขนขึ้นโอบไหล่แคบของมันเอา 

ไว้ แล้วเหล่ตามองไอ้คนที่มันยื่นอยู่ข้างๆ ด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตรนัก 

“ มึงด่ากูหรอ.....เดี๋ยวจะโดน.....แล้วนี่สั่งอะไรให้กูยังอ่ะ” ในขณะที่ผมกับไอ้มินคุยกัน สายตาของผมกํบไอ้เหี้ยข้างๆก็ 

ยังคงฟาดฟันกันอย่างไม่ลดละ 

“ ทีหลังก็มาให้ซุ่มให้เสียงบ้างสิ...................สั่งกระเพราปลากระพงทอดให้ กินได้ป่าว” ผมยิ้มให้กับเจ้าของไหล่แคบ 

ที่ผมกำลังโอบอยู่  โดยไม่ลืมที่จะหันหน้าไปยิ้มกวนๆให้ไอ้คนข้างอีกครั้ง คงสงสัยใช่ไหมครับว่าผมกำลังกวนตีนใคร 

อยู่ อิอิ 

“ มิน..............เดี๋ยวเชนไปหาเพื่อนก่อนนะครับ” เสียงไอ้คนที่ทุกคนกำลังสงสัยพูดกับไอ้มิน เหอะ ทำเป็นพูดเพราะ 

พูดหวานไอ้เหี้ยอยากแดกเพื่อนกูละสิท่า ฝันไปเหอะ 

“อืม....ไว้เจอกัน” พูดอย่างเดียวไม่พอ มีโบกมือด้วย 

“ อิน......ป่ะ...ข้าวได้แล้ว” ผมลดมือที่โอบไหล่ชองมันลง แล้วรับจานข้าวจากมัน 

ไม่รู้ว่าไอ้มินมันจะรับรู้ไหมว่าผมไม่ 

พอใจมันอยู่ ตลอดทางเดินไปที่โต๊ะที่มีบรรดาเพื่อนนั่งรออยู่ก่อนแล้ว มันไม่ได้พูดอะไรออกมา ทั้งๆที่มันน่าจะรู้ว่า 

ผมไม่ชอบไอ้เชนแล้วผมก็ไม่ชอบให้ไอ้มินยุ่งกับมันด้วย 

“ ทำไมหน้าบูดแบบนั้นอ่ะ ...........หรือว่าม๊ามึงโทรมาด่า” เสียงไอ้วินถามทันทีที่ผมวางจานข้าวแล้วนั่งลงข้างๆมัน 

โดยที่คนที่ผมกำลังโกรธนั่งลงฝั่งตรงข้าม 

“ป่าว....” ผมตอบกลับไอ้วินไปด้วยเสียงห้วนๆ แล้วก้มหน้าก้มตากิน 

“ อ้าวไอ้เหี้ยนี่ไม่เป็นอะไรแล้วทำไมทำหน้าบูดแบบนั้น................มินมันเป็นอะไรว่ะ” 

“ไม่รู้ดิ” เสียงไอ้มินตอบไอ้วินพร้อมกับส่ายหน้า 

“โอ้ยไอ้เหี้ยพวกนี้นี่.....................ถามอะไรก็ตอบไม่รู้....เรื่องของพวกมึงแล้วกัน” ไอ้วินด่าเสร็จก่อนจะหันความสนใจ 

ไปที่จานข้าวตรงหน้ามัน 

“หึหึ..............จะอะไรอีกละ........กูว่าสงสัยมันไปเจอไอ้เชนมาอ่ะดิ” ผมละจากจานข้าวก่อนจะหันไปมองหน้าไอ้ฟอส 

และคนอื่นๆที่ยักคิ้วหลิ่วตามองอย่างรู้ทัน แต่ไอ้มินคนต้นเรื่องกลับก้มหน้ากินข้าวอย่างไม่สนใจใคร 

“โถ่ไอ้สัด............ที่แท้ก็หวงเมีย หึหึหึ” เสียงไอ้วินดังขึ้นอีกครั้งตามด้วยเสียงหัวเราะของคนอื่นๆ ผมไม่รู้ว่าผมรู้สึกกับ 

ไอ้มิน 

ยังไงเหมือนกันนะครับ ไม่รู้จะเรียกว่าชอบ หรือรักได้หรือป่าว ทั้งๆที่ผมก็รู้ว่ามันเคยแอบชอบผม แต่ที่แน่ๆ 

ผม 

สามารถพูดได้เต็มปากเลยว่าผมหวงโดยเฉพาะกับไอ้เชน  ด้วยความที่ผมไม่ชอบหน้ามันเป็นทุนเดิมตั้งแต่ 

ประกวด 

เดือนมหาลัย แล้วไหนจะสันดานเหี้ยๆฟันไม่เลือกอีก งานนี่ให้ตายยังไงผมก็ไม่ยอมให้มันเฉียดไอ้มินแน่ๆ 

“อินคะ” เสียงเล็กแหลมดังมาในขณะที่ผมกำลังอยู่ในภวังค์ความคิด ผมยิ้มให้กับเมย์ดาวคณะมนุษย์แฟนสาวคนสวย 

ของผม  ที่กำลังเดินมานั่งข้างๆพร้อมกับเอามือมาคล้องแขนผมเอาไว้ 

“ครับ.............เมย์ทานอะไรหรือยังเดี๋ยวอินไปสั่งให้เอาไหม” ผมหันไปพูดกับสาวสวยข้างๆ ก่อนใช้มือเกลี่ยผมที่ปรก 

หน้าเมย์ออก โดยลืมบุคคลทั้งห้าคนที่ตอนนี้กำลังทำหน้าเบะ ปากคว่ำใส่เมย์อยู่ ถึงตาผมจะมองไม่เห็นแต่ผมก็รู้ว่า 

เพื่อนๆดูจะไม่ค่อยชอบเมย์สักเท่าไหร่นัก 

“ไม่เอาหรอกคะ เมย์ทานไม่ลง......เหม็นสาบบางคน” ตอนต้นของประโยคเมย์พูดด้วยน้ำเสียงปกติ ก่อนที่ท้าย 

ประโยคจะแผ่วเบาลง นี่คงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่เพื่อนผมไม่ค่อยจะชอบเมย์ เพราะเมย์ดูเหมือนจะจงเกลียดจงชังมิน 

เอามากๆ และคงเพราะกิริยาที่เมย์แสดงออกกับมินทุกครั้งที่เจอกัน มันเลยกลายเป็นทำให้ไอ้โฟร์กับไอ้เฟียสยิ่งไม่ 

ชอบเมย์หนักกว่าไอ้วินกับไอ้ฟอส 

“ อิน.................คราวหลังก่อนจะมาเจอพวกกูหัดให้อาหารสัตว์เลี้ยงมึงก่อนด้วยนะ” เสียงไอ้โฟร์พูดหลังจากที่มันคง 

ได้ยินท้ายประโยคที่เมย์เหมือนตั้งใจจะพูดกระทบไอ้มิน 

“ หรือไม่ก็ซื้อตะกร้อครอบปากมันเอาไว้ก่อนก็ได้” ไอ้เฟียสพูดต่อพี่สาวมันติดๆทันที ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากจัดการอะไร 

นะครับ แต่ผมก็ค่อนข้างลำบากใจ นั้นก็เพื่อน นี่ก็แฟน เฮ้อ ผมมองหน้าเมย์ที่ตอนนี้กำลังแดงกร่ำด้วยความโมโห 

“อิน.........ดูเพื่อนอินว่าเมย์สิ” 

“ไอ้โฟร์ ไอ้เฟียส” ด้วยความลำบากใจ นั่นก็เพื่อน นี่ก็แฟนทำให้ผมจำต้องเอ่ยชื่อไอ้สองแฝดด้วยน้ำเสียงที่เตือนให้ 

ทั้งสองคนหยุดต่อล้อต่อเถียง ก่อนที่มินจะพูดแทรกขึ้นมา 

“ พอเหอะมึงรีบๆกินข้าว  กูต้องไปคุยกับอาจารย์เรื่องฝึกงานอีกนะ” ผมยอมรับว่าชอบในความใจเย็นของมินมันนะ 

ถึงแม้ว่าจะโดนพูดถากถางแค่ไหน แต่มันก็ยังคุมอารมณ์ได้ดีอยู่ จนไอ้สองฝาแฝดทำท่าฟึดฟัดที่เพื่อนของตัวเอง 

ยอมไม่แม้แต่จะด่ากลับ 

“ เฮ้อกุนึกว่าศึกนี้จะยืดเยื้อซะแล้ว.................” เสียงไอ้ฟอสพูดทำนองยอกล้อหลังจากที่มันกันไอ้วินนั่เงียบเป็นเป่า 

สากอยู่นาน 

“ หึหึหึ....................เออ  อินเมื่อกี้ม๊ามึงโทรมามีเรื่องไรป่าวว่ะ” หลังจากหัวเราะสะใจเสร็จ ไอ้วินก็ถามผม 

“ มีดิ............เรื่องใหญ่ด้วยไอ้เหี้ย” ผมตอบมันกลับในขณะที่มือข้างหนึ่งกำลังตักข้าวเข้าปาก 

“ เรื่องไรว่ะ..............บอกหน่อยดิกูอยากเสือก” เสียงไอ้แฝดคนน้องถามผมด้วยน้ำเสียงและหน้าตาที่แสดงออก 

ชัดเจนว่าอยากเสือก หึหึหึ รอไม่นานหรอกพวกมึงได้เสือกเต็มที่แน่ๆ 

“ ไม่ต้องให้กูบอกหรอก เดี๋ยวพวกมึงก็รู้ว่าม๊ากูมาทำไม” 

. 

. 

. 

. 

. 

“ พี่อินกั๊บ/พี่อินกั๊บ” เสียงไอ้สองหมูอ้วนดังมาจากทางเข้าดรงอาหารโดยมีคนขับรถจูงมือทั้งคู่เอาไว้ ผมและไอ้พวก 

ห้าคนที่เหลือรวมทั้งเมย์ที่หันไปมองทางต้นเสียงเล็กนั้นก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความที่รู้ว่าความวุ่นวาย และความ 

โกลาหลกำลังจะมาเยือน หึหึ 

............. 

TBC. 

** เริ่มตอนแรกให้ก่อนหลังจากห่างหายไปนาน ฝากติดตามกันด้วยนะ แฟนๆจาเรื่องที่แล้วอย่าเพิ่งทิ้งกันนะ ชอบ ไม่ชอบยังไงบอกกันด้วยนะจ้ะ ตอนนี้เพิ่งเขียนเสร็จแล้วเอามาลงให้อ่านก่อนเลย พิมพ์ หรือเนื้อเรื่องดูมั่วยังไงเตือนกันด้วยนะ 

^^ 

** 

ความคิดเห็น