ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 15

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 13.1k

ความคิดเห็น : 138

ปรับปรุงล่าสุด : 20 พ.ค. 2562 21:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 15
แบบอักษร

 

 

ตอนที่ 15

 

“โอ้ย! แฮ่ก แฮ่ก จะไม่ไหวแล้ว” เสียงกรีดร้องโหยหวนเจ็บปวดดังขึ้นมาจากในเรือนใหญ่ของจวนตระกูลหวังในยามโฉ่ว(01.00น.-02.59น.)ของวันหนึ่งอันสุขสงบ เรือนหลักภายในจวนตระกูลหวังยามนี้จุดตะเกียงสว่างไสวมีคนเข้าออกนอกเรือนวิ่งวุ่นวาย บ่าวรับใช้ในเรือนต่างไม่ได้หลับได้นอนรวมตัวกันอยู่ที่เรือนใหญ่

เหล่าพี่น้องสกุลหวังยามนี้เดินกระวนกระวายไปมาอยู่ด้านนอกห้องนอนใหญ่ของผู้เป็นใหญ่ที่สุดในตระกูล แม้หวังหยุนจะง่วงเหงาหาวนอนอยู่บ้างแต่เมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องและเสียงหอบหายใจอันเหนื่อยอ่อนของผู้เป็นพี่ใหญ่เด็กน้อยก็หายง่วงนอนไปทันที แม้แต่ดวงตาปรือปรอยก็กลับมากระจ่างใส

เหล่าพี่น้องแซ่หยางทั้งสี่เองก็ไม่ได้ต่างกันมากนักเพียงแต่พวกเขาสงบเงียบไม่ได้เดินวนเวียนจนวุ่นวาย แม้จะสงบนิ่งแต่ก็ไม่อาจเก็บซ่อนความกังวลได้อย่างมิดชิดเนื่องจากคุณชายใหญ่หวังมู่เฟยเจ็บครรภ์จะคลอดบุตรตั้งแต่ยามซวี(19.00น.-20.59น.) แต่จนถึงยามนี้ก็ยังไม่สามารถคลอดทารกออกมาได้

ภายในห้องนอนของหวังมู่เฟยมีผู้คนเพิ่มเข้ามาเพียงสี่คนเท่านั้น มีหมอตำแยชราผู้ชำนาญการทำคลอดหนึ่งคนและผู้ช่วยอีกหนึ่งคน อาลู่มารดาของหลิงจีและหลิงเถาผู้ที่เคยผ่านการคลอดบุตรมาแล้วสองคราและอาหลินซึ่งคอยช่วยเหลือเรื่องราวเล็กๆน้อยๆในยามนี้

“เด็กตัวใหญ่เกินไปเจ้าค่ะท่านประมุข” หญิงชราผู้ทำคลอดหน้านิ่วคิ้วขมวดแต่ก็ยังเก็บอาการหวั่นใจได้เป็นอย่างดีจากประสบการณ์ที่สั่งสมมานาน ครรภ์ของประมุขสกุลหวังนั้นแปลกประหลาดอย่างยิ่ง

“โอ้ย! อาหลิน! หยิบโอสถมาให้ข้า” หวังมู่เฟยแทบหมดแรงเมื่อหญิงชรากล่าวจบ เขาร้องเรียกหาโอสถที่ตนเองหลอมเผื่อเอาไว้ทันที ถึงแม้จะเริ่มกินตั้งแต่ครึ่งชั่วยามแรกแล้วก็ตาม

หญิงชรามองดูเจ้าบ้านดื่มกินโอสถดั่งขนมหวานก็ให้ใบหน้ากระอักกระอ่วมยิ่งนัก โอสถแต่ละเม็ดที่นางเห็นเป็นโอสถล้ำค่าระดับกลางทั้งสิ้น เบื้องหลังตระกูลหวังไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน หากนางไม่สามารถทำคลอดได้สำเร็จคงเป็นเรื่องใหญ่โตเป็นแน่แท้ ยิ่งคิดใบหน้าก็ยิ่งซีดขาวลงเรื่อยๆ แพทย์สามัญธรรมดาเช่นนางใยต้องมาเจอะเจอเรื่องราวใหญ่โตเช่นนี้ด้วย!

แควก! เสียงดังกล่าวทำให้ใบหน้างามบิดเบี้ยวและเต็มไปด้วยเหงื่อของหวังมู่เฟยเผยแววโล่งใจซับซ้อนออกมา เขามั่นใจว่าช่องทางฉีกขาดกระจุยแล้วเรียบร้อย เจ็บจนไม่รู้สึกอันใดเพิ่งเคยสัมผัสเป็นคราที่สองและไม่คิดอยากจะลิ้มลองอีกครา หวังมู่เฟยจะทำอันใดได้เล่านอกจากร้องหาโอสถอีกหน

“เอาโอสถมาให้ข้าอีก! แฮ่ก แฮ่ก” อาหลินซึ่งคอยอยู่ก่อนแล้วรีบส่งโอสถให้กับเจ้านายของนางอย่างรวดเร็ว

“เห็นศีรษะของคุณชายน้อยแล้วเจ้าค่ะคุณชายใหญ่” อาลู่เอ่ยออกมาอย่างยินดีแม้ใบหน้าจะเผือดสีเมื่อเห็นโลหิตสีชาดไหลนองออกมามากมาย

“อ..ออกแรงเบ่งอีกเจ้าค่ะ” หญิงชราแม้เริ่มหวั่นใจกับโลหิตที่หลั่งไหลออกมามากกว่าปกติและยังไม่หยุดไหลแต่ก็ยังแข็งใจทำหน้าที่ของนางอย่างดีที่สุด

หวังมู่เฟยได้ยินเสียงวิ้งวิ้งในศีรษะเป็นระยะ สมองเริ่มมึนเบลอแต่ก็ยัดโอสถเข้าปากไม่มีหยุด หากมิใช่ชนชั้นจู้จีเขาคงตกโลหิตตายท้องกลมไปแล้ว ยังดีที่คาดเดาเหตุการณ์นี้ไว้บ้าง และเมื่ออาหลินพบว่าโลหิตมีมากจนเกินไปก็รีบหยิบขวดหยกออกมาจ่อริมฝีปากสีซีดของผู้เป็นนายดื่มกินน้ำในขวดหยกทันที

ธาราสวรรค์ที่เพิ่งดื่มกินเข้าไปทำให้หวังมู่เฟยมีกำลังขึ้นมาหลายส่วน เขาออกแรงเบ่งทารกทำลายช่องทางของตัวเองอีกคราด้วยแรงทั้งหมดที่มี แม่มมัน! แม้เขาจะชมชอบบุรุษแต่การคลอดบุตรใยต้องมาพบเจอด้วยเล่า! แม้จะทำใจไว้แล้วแต่เมื่อเจอกับของจริงมันไม่ง่ายเลย มารดา! เขาขอโทษที่ก่อนนี้เสเพลไม่เอาถ่านทำให้ท่านกังวลทุกข์ใจ ฮืออ

“แง้! แง้!”

เปรี้ยง! เสียงฟ้าผ่าฟ้าร้องอัสนีบาตฟาดฟันกึกก้องสะเทือนไปทั่วทั้งสามพันโลกอย่างพร้อมเพรียง ท้องฟ้าทั้งยามค่ำคืนทั้งยามมีดวงตะวันทั้งสามพันโลกสว่างจ้าสดใส ยามค่ำคืนดั่งยามทิวา ยามทิวาสว่างจรัสเกือบทำให้ผู้คนดวงตามืดบอดจากแสงเจิดจ้าเกินพอดี แม้ท้องฟ้าจะสว่างโล่แต่อัสนีบาตกลับฟาดฟันดังกึกก้องสั่นสะเทือนไปทุกย่อมหญ้า

บนท้องฟ้าจักรวาลสามพันโลกปรากฎมังกรขนาดมหึมาซึ่งเกิดจากการรวมตัวกันของกลุ่มเส้นแสงมากมายมหาศาลแหวกว่ายกู่ร้องปลดปล่อยสายฟ้าออกมาไม่ขาดสาย ปรากฎการณ์ดังกล่าวทำให้ผู้มีอำนาจทั้งสามพันโลกต่างใบมืดครึ้ม บ้างตื่นตะหนก บ้างตื่นเต้นยินดี

มังกรแสงขนาดมหึมาดังกล่าวใช้เวลาแหวกว่ายอยู่เพียงสิบลมหายใจก็หายไปทันทีอย่างไร้ร่องรอย ทั้งสามพันโลกไม่ว่าจะเล็กจะใหญ่ต่างประจักโดยพร้อมเพรียงกับนิมิตดังกล่าว ยามนี้ทั้งสามพันโลกกลับมาสงบเงียบดั่งไม่เคยมีสิ่งใดเกิดขึ้นมาก่อน แต่ผู้มีอำนาจทั้งหลายไม่อาจอยู่อย่างสุขสงบอีกต่อไป ทั้งหมดเริ่มเคลื่อนไหวแม้ไม่ทราบว่าเป็นสถานที่ใดแห่งหนใดที่ทำให้เกิดนิมิตดังกล่าวก็ตาม

ณ โลกเทพอสูรมังกรสวรรค์

“เป็นไปได้อย่างไร?! ไป! ไปรายงานท่านประมุข!” บุรุษวัยกลางคนร่างกายสูงใหญ่ดุดันกว่าสิบฉื่อ(ประมาณ 2 เมตร 31 ซม.)รีบเร่งบอกกล่าวผู้รับใช้ข้างกายทันทีอย่างตื่นตะหนกเมื่อนิมิตมังกรแสงอัสนีบาตหายไปได้ชั่วครู่ลมหายใจ

“ขอรับผู้อาวุโสหนึ่ง” ผู้ติดตามหายตัวไปทำตามคำสั่งอย่างรวดเร็ว เวลาผ่านไปเพียงสิบลมหายใจเสียงระฆังก็ดังก้องไปทั่วทั้งโลกเทพอสูรมังกรสวรรค์เป็นสัญญาณที่ผู้มีตำแหน่งระดับสูงทั้งหลายถูกท่านประมุขเรียกหาด้วยเรื่องเร่งด่วน

“ท่านประมุขเพิ่งจะออกมาจากการปิดตนฝึกฝนเมื่อสามวันก่อนก็เกิดเรื่องขึ้นเสียแล้ว เฮ้อ! แต่เป็นเรื่องน่ายินดีละนะ หรือเป็นเรื่องร้ายสำหรับผู้อื่นกันแน่ละ หึหึ”

ประมุขตระกูลหลงยามนี้อายุยังน้อยแต่มีพรสวรรค์อย่างยิ่ง แม้เหตุการณ์ทำร้ายสังหารครานั้นจะบาดเจ็บกลับมาจนต้องปิดด่านฝึกฝนตน แต่เมื่อสามวันก่อนเมื่อปรากฏตัวอีกครั้งหลังจากปิดด่านฝึกฝนไปนานสามปีในที่สุดตระกูลหลงก็กลับมายิ่งใหญ่เกรียงไกรดั่งเช่นในอดีตอีกคราเมื่อท่านประมุขบรรลุถึงขั้นต้าเฉิงได้สำเร็จ ซึ่งทั้งสามพันโลกมีผู้ที่บรรลุถึงขั้นต้าเฉิงน้อยนิดเพียงไม่กี่คนเท่านั้น นับได้ด้วยนิ้วมือได้เพียงข้างเดียว ไม่เกินสี่คน! หึหึ พวกคนเหล่านั้นที่ลอบทำร้ายท่านประมุขคงทำได้เพียงกระอักโลหิตแล้ว เป็นโชคดีในยามคราวเคราะห์โดยแท้

ณ จวนตระกูลหวัง

เช้าวันใหม่ในฤดูร้อนยังคงสดใสเช่นเคย หวังมู่เฟยนอนพังพาบขยับเขยื้อนตัวไปไหนไม่ได้ทำได้เพียงนอนโง่ๆอยู่บนฟูกนอนเท่านั้น ช่วงล่างของของเขาเจ็บปวดเกินทานทนแต่ก็ได้โอสถสมานแผลระดับกลางจัดการจนโลหิตหยุดไหลนานแล้ว ยังดีที่ร่างกายนี้ไม่ใช่คนธรรมดา แม้จะผอมแห้งลงไปมากก็ตาม

น้ำนมของหวังมู่เฟยนั้นมีไม่น้อยแม้ร่างกายจะผอมซูบเซียว การดื่มธาราสวรรค์และโอสถบำรุงล้ำค่าระดับกลางมากมายช่วยได้มากจริงๆ บุตรชายตัวแดงๆที่เพิ่งคลอดเมื่อคืนนอนหลับอยู่ด้านข้างโดยมีอาลู่และอาหลินคอยเฝ้าช่วยเหลืออยู่ตลอดเวลา เขาเพิ่งทานโจ๊กและให้นมเจ้าบุตรชายเสร็จเมื่อครู่นี่เอง จับพลิกไปพลิกมาไม่เจอสัญลักษณ์เกอจึงแน่ใจว่าเป็นบุรุษโดยแท้

บุตรชายที่ยังไม่มีนามตัวใหญ่โตจริงๆ มีน้ำหนักกว่าสิบสองจิน(หกกิโลกรัม) หากเป็นชีวิตก่อนคงต้องผ่าคลอดแล้ว ในชีวิตนี้ยังดีที่มีความเหนือจินตนาการอัศจรรย์ด้วยพลังปราณจึงรอดมาได้อย่างปลอดภัย เห้อ! รูเล็กๆคงต้องใช้เวลาพอสมควรจึงจะเข้าที่เข้าทาง สมุนไพรล้ำค่าที่เหลืออยู่หวังมู่เฟยเตรียมรักษาสภาพร่างกายของตนเองทั้งหมด

“พี่ใหญ่! ท่านเป็นอย่างไรบ้าง” หวังหยุนที่กลับไปพักผ่อนเมื่อรุ่งสางวิ่งเตาะแตะเข้ามาหาหวังมู่เฟยที่นอนอยู่บนเตียงด้วยความเป็นห่วงเป็นใย ด้านหลังหวังหยุนตามมาด้วยหวังจือ หวังเหมยและพี่น้องแซ่หยางทั้งสี่คน

“พี่ใหญ่สบายดี” หวังมู่เฟยแย้มยิ้มส่งให้หวังหยุนตัวน้อยด้วยความเอ็นดู แม้หวังหยุนจะอายุสิบเอ็ดปีแล้วแต่ในสายตาของเขาหวังหยุนก็ยังเป็นเด็กน้อยอยู่ดี

 “เจ้าหลานคนนี้ใยจึงตัวใหญ่เช่นนี้เล่า พี่ใหญ่ผอมแห้งจะแย่แล้ว” หวังเหมยยื่นมือจับมือเล็กของทารกอย่างแผ่วเบาระมัดระวังด้วยความสงสัยใคร่รู้ ปากเล็ก จมูกโด่ง ผมดกดำเงางามแต่เล็กแต่น้อย คิ้วเข้มพาดเฉียง ดูแล้วโตขึ้นคงหล่อเหลาเป็นอย่างมาก

“อย่าว่าให้หลานสิ” หวังจือยื่นหน้าเข้ามาดูหลานชายด้วยอีกคน

หยางหนิงอันมองดูคุณชายน้อยด้วยสายตาสับสนมึนงงด้วยความสงสัยก่อนจะปัดตกไปไม่สนใจ เจ้าตัวถามไถ่อาการผู้เป็นเจ้านายสองสามประโยคและออกไปทำงานที่โรงน้ำชาลู่เฟินแทนหวังมู่เฟยที่ช่วงนี้จะต้องอยู่ที่จวนเลี้ยงดูบุตรชาย ไม่นานจากนั้นหวังจือและพี่น้องแซ่หยางที่เหลือก็แยกย้ายกันไปทำงานของตัวเอง ซึ่งยามนี้เป็นช่วงที่ตระกูลหวังกำลังก่อตั้งสำนักคุ้มภัยหวังเฟยขึ้นมา ทุกคนในตระกูลหวังจึงงานล้นมือเป็นธรรมดา

 หวังเหมยและหวังหยุนอยู่ดูหลายชายครึ่งชั่วชามก่อนจะจากไปเล่าเรียนเมื่ออาจารย์ผู้สอนเดินทางมาถึงจวนแล้ว

“ชาปราณเจ้าค่ะคุณชายใหญ่” อาลู่พยุงหวังมู่เฟยขึ้นพิงหัวเตียงพร้อมยื่นชาปราณอุ่นร้อนให้กับเจ้านายของนาง

“เจ้ากลับไปทำงานเถิดอาลู่ ให้อาหลินอยู่รับใช้ข้าก็พอ”

“เจ้าค่ะคุณชายใหญ่” อาลู่เข้าใจดีว่างานในเรือนก็สำคัญ หากขาดนางไปอาหารการกินในครัวคงย่ำแย่ไม่น้อยเมื่อเหลือแต่บุรุษหยาบกระด้าง

“แอ้ แอ้!”

“คุณชายน้อยหิวอีกแล้วเจ้าค่ะ” อาหลิงโอบอุ้มทารกน้อยอย่างระมัดระวังก่อนจะส่งให้หวังมู่เฟย หากนางไม่ได้รับความเมตตาจากนายท่านเพื่อฝึกฝนลมปราณจนมาถึงเลี่ยนชีระดับสองในยามนี้นางคงโอบอุ้มคุณชายน้อยไม่ไหวเป็นแน่แท้

“เจ้าตัวตะกละน้อย” แม้จะกล่าวเช่นนั้นออกไปแต่หวังมู่เฟยก็โอบอุ้มทารกน้อยเข้าแนบอกแบนราบของตัวเองอย่างระมัดระวังทะนุถนอม

“’งืมม” ทารกดูดกลืนน้ำนมอย่างตระกละตะกลามไม่ผิดจากผู้เป็นมารดาว่าไว้นัก เหงือกสีแดงเล็กขบกัดยอดอกผู้เป็นมารดาเสียจนสะดุ้งเจ็บแปล๊บเมื่อน้ำนมไหลไม่ทันใจ ผู้ที่ไม่เคยคิดฝันว่าตนเองจะมาถึงจุดนี้ได้มีสีหน้าฉายประกายสับสนระคนงุนงงก่อนจะสลายหายไปอย่างรวดเร็วเมื่อได้พิศมองใบหน้าเล็กๆของบุตรชายที่ตนเองอุ้มท้องและคลอดออกมาเองกับมือ

..

วันเวลาผันผ่านหมุนเวียนไปอย่างรวดเร็ว หกเดือนที่ผ่านมานี้หวังมู่เฟยยังคงซูบผอมอยู่เช่นเดิมแล้วยังหัวหมุนกว่าแต่ก่อนมากมายนัก บุตรชายที่กำลังโตวันโตคืนนามหวังจิ่นติ้งดื่มกินน้ำนมจากอกของเขาเก่งจนสารอาหารทั้งหมดแทบไม่มีเหลือมาฟื้นฟูตนเอง สองสามวันมานี้ดีขึ้นเล็กน้อยเมื่อหวังจิ่นติ้งเริ่มทานอาหารทารกควบคู่กับน้ำนม ซึ่งต้องใช้เวลาอีกสักพักจึงจะลดภาระการดื่มน้ำนมและให้อาหารเป็นหลัก

หวังมู่เฟยแทบจะคาราวะแม่ๆทุกคนหรือสตรีมากมายเหล่านั้นที่ดูแลเลี้ยงดูบุตรเอง เขาเพิ่งได้ลิ้มลองการเลี้ยงเด็กซึ่งมันยากลำบากและเหน็ดเหนื่อยกว่าการฝึกเคล็ดวิชาเสียอีก หวังจิ่นติ้งดูเหมือนจะเอาแต่ใจไม่น้อย เมื่อไม่พอใจสิ่งใดจะใช้กำลังทันที และเม็ดทับทิมน้อยๆของเขาแทบจะเขียวช้ำอยู่เป็นประจำ

หวังจิ่นติ้งตัวใหญ่มาก โตขึ้นทุกวันและตัวใหญ่โตกว่าเด็กในวัยเดียวกันเกือบเท่าตัว หวังมู่เฟยที่เคยเสเพลยามนี้กลายเป็นแม่ลูกอ่อนเต็มตัวเมื่อสัญชาติญาณถูกปลุกให้ตื่นขึ้น เมื่อก่อนเคยหลับฝันถึงบุรุษหล่อเหลาแต่ยามนี้ยามหลับฝันมีเพียงบุตรชายตัวน้อย(ตัวน้อยสำหรับหวังมู่เฟย)เต็มไปหมด ข้าวของเครื่องใช้หรืออาภรณ์ของทารกแทบจะล้นเรือนหลักอยู่แล้ว

“อา อา แอ้!” เด็กน้อยที่พลิกตัวไปมาเองได้แล้วพลิกคล่ำชูคอจากฟูกนอนร้องลั่นเมื่อตุ๊กตาผ้าสีดำรูปค้างคาวหลุดมือกลิ้งไปไกล

“ให้มารดาพักบ้างเถิด” หวังมู่เฟยกล่าวบอกบุตรชายพร้อมกับเก็บตุ๊กตาผ้าค้างคาวดังกล่าวคืนให้กับบุตรชายถึงมือ หากไม่เก็บให้บุตรชายที่ยังคลานไม่ได้ก็จะร้องอ้อแอ้อยู่ทั้งวัน

พรึบ! บุตรชายตัวร้ายโยนตุ๊กตาผ้าห่างตัวอีกคราพร้อมกรีดร้องอีกครั้งให้ผู้เป็นมารดาเก็บตุ๊กตาผ้าให้อีกหน เป็นการละเล่นกับมารดาที่ทำให้ผู้ให้กำเนิดเหน็ดเหนื่อยยิ่งนัก เมื่อหวังมู่เฟยลงมือเก็บตุ๊กตาผ้าค้างคาวให้เจ้าตัวร้ายอีกครั้งหวังจิ่นติ้งก็หัวเราะอ้อแอ้ชอบอกชอบใจอวดฟันน้ำนมซี่เล็กหนึ่งซี่ที่กำลังขึ้น

“คุณชายใหญ่พักผ่อนเถิดเจ้าค่ะ ข้าจะดูแลคุณชายเล็กให้เอง” อาหลินเอ่ยอาสาเมื่อเห็นว่าดวงตากลมโตของผู้เป็นเจ้านายปรือปรอยดำคล้ำแทบจะปิดอยู่รอมร่อ

“อา! อา! อ้า!!” เมื่อสังเกตเห็นผู้เป็นมารดาล้มตัวลงเอนบนเก้าอี้เอนหลังและปิดตาลงผู้เป็นบุตรชายก็โยนตุ๊กตาผ้ารูปค้างคาวหายไปไกลลิบทันทีพร้อมกับกรีดร้องตะเกียกตะกายไปในทิศทางที่ผู้เป็นมารดาอยู่อย่างน่าสงสารเพื่อเรียกร้องความสนใจ

“คุณชายน้อยเจ้าขา ให้มารดาพักผ่อนเถิดเจ้าค่ะ เล่นกับข้าน้อยดีกว่า” อาหลินพยายามหลอกหล่อคุณชายน้อยของนางแต่ก็ไม่ได้ผล หวังมู่เฟยที่เริ่มทนเสียงร้องงอแงของบุตรชายไม่ไหวทำได้เพียงลุกขึ้นไปอุ้มเจ้าตัวน้อยมานั่งลงบนตัก

“แอะ แอะ” ท่าทางตะเกียกตะกายเมื่อครู่หายไปอย่างรวดเร็ว หวังจิ่นติ้งยิ้มร่าขย้ำอาภรณ์สีม่วงของมารดาเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย

“เจ้าตัวร้าย” หวังมู่เฟยถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนอุ้มบุตรชายขึ้นมาหอมแก้มซ้ายขวาด้วยความหมั่นไส้เกินทน

เวลาผ่านไปไม่นานหวังมู่เฟยได้แต่นั่งงีบหลับด้วยความอ่อนเพลีย จะอย่างไรเขาก็ยังมีรูปร่างลักษณะเป็นบุรุษผู้หนึ่งและยังเป็นถึงชนชั้นจู้จีเรื่องน้ำหนักของงหวังจิ่นติ้งไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างไร และบุตรชายผู้นี้ก็ช่างรู้ความไม่ดิ้นดุกดิกให้ตกเก้าอี้ให้เจ็บตัว อีกทั้งยังมีอาหลินคอยดูแลอยู่ข้างๆอีกคน

อาหลินมองดูคุณชายน้อยของตนเองนั่งเอนตัวพิงตัวมารดาอย่างสบายอกสบายใจโดยหยิบกำชายอาภรณ์สีม่วงบางส่วนของคุณชายใหญ่เข้าปากกัดเคี้ยวเล่นตาใส คุณชายน้อยติดหนึบคุณชายใหญ่มากไม่ยอมห่างกาย แม้มักจะคอยกลั่นแกล้งมารดาอยู่ตลอดก็ตาม ไม่ทราบนิสัยเช่นนี้ได้มาจากที่ใด

หวังจิ่นติ้งนั่งนิ่งได้ไม่นานก็ขยับตัวมุดศีรษะเบียดเข้ากับอกผู้เป็นมารดาเพื่อหาของอร่อยดื่มกิน มือเล็กพยายามดึงทึ้งอาภรณ์ผู้ให้กำเนิดอย่างสุดความสามารถเท่าที่ตนเองจะทำได้

แควก! อาภรณ์ของหวังมู่เฟยขาดออกจากกันเป็นทางยาวปลุกให้เจ้าตัวตื่นนอนตาสว่างทันที ก้มมองดูบุตรชายตัวร้ายผู้ทำให้อาภรณ์ขาดไปหลายตัวด้วยสายตาอ่อนโยน แม้จะทราบว่าตั้งแต่คลอดออกมาหวังจิ่นติ้งก็มีลมปราณขั้นจู้จีระดับหนึ่งแล้วก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้งบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนไม่ให้แสดงอภินิหารได้เลย ทั้งยังคอยระแวงระวังไม่ให้เจ้าตัวร้ายงอแงจนเผลอทำร้ายผู้อื่นโดยไม่ได้ตั้งใจ

หวังมู่เฟยสะดุ้งตัวเล็กน้อยเมื่อบุตรชายออกแรงดูดดุนจนเจ็บแปล๊บ เขายื่นมือไปรับผ้าคลุมขนแกะเงินจากแกะขนเงินมาจากอาหลินและนำมาห่อห่มให้กับตนเองและหวังจิ่นติ้งเพื่อสร้างความอบอุ่นในช่วงฤดูเหมันต์อันหนาวเหน็บนี้

อาหลินเดินตรวจดูเตาทั้งหลายที่วางอยู่ในห้อง เมื่อพบว่าไม่มีปัญหานางจึงออกจากห้องหับเพื่อเปลี่ยนน้ำในกาน้ำชาที่เริ่มเย็นชืดเสียแล้ว

 

 

***********************

 

เรื่องนี้พระเอกยังจำเป็นอยู่ไหม??? 5555 รอหน่อยเด้อ อาร์เก็บเงินอยู่ ขาดอีกไม่เท่าไหร่เองงงงงง(ทำไมเสียงสูง)

ขอบคุณทุกคอมเม้นที่ให้กำลังใจจ้า อาร์อ่านทุกอันเลย ขอบคุณทุกคนที่มาทวงถามกันทำให้อาร์ตื่นตัวกระสับกระส่ายอยู่ไม่สุขต้องรีบปั่น5555 ขอโทษกับคำผิดด้วยเด้อ อาร์ทวนแล้วรอบหนึ่งหลังเขียนเสร็จแต่ก็มีหลุดไปทุกกกที T__T

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว