ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : เลขา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.8k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 21 พ.ค. 2562 02:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เลขา
แบบอักษร

 

ณ โต๊ะอาหารของบ้านกาญจนนิธินนท์

 

"นี่สายแล้วเจ้าไผ่มันยังไม่ลงมาอีกเหรอ..ป้าน้อมไปตามมันลงมาหน่อยไป" เจ้าของบ้านหันไปสั่งป้าน้อมที่ยืนอยู่ด้านหลัง

 

"ค่ะคุณท่าน"

 

"ป้าน้อมไม่ต้องก็ได้ครับ...เดี๋ยวผมไปตามน้องให้เองครับคุณพ่อ" เพียวบอกก่อนจะเดินขึ้นไปตามต้นไผ่ที่ห้อง

 

"เฮ้อ...ถ้าเจ้าไผ่มันได้ครึ่งหนึ่งของเพียวก็ดีสิคุณหญิง" ณรงค์หันไปพูดกับภรรยา

 

"เอาน่ะคุณ...เอาอย่างนี้มั้ยคะ...ให้เพียวเนี้ยเป็นคนสอนงานให้ตาไผ่...ฉันว่าน่าจะดีนะคะ" นางสุภางค์แสดงความเห็น

 

"ผมเกรงว่าเจ้าไผ่จะแกล้งเพียวจนเสียงานการนี่สิ" 

 

ณรงค์ทำหน้าเครียดเพราะรู้จักลูกชายดี ต้นไผ่น่ะไม่ค่อยชอบเพียวเท่าไหร่เพราะรู้ว่าเพียวไม่ใช่พี่ชายแท้ๆแล้วยังไม่ใช่สายเลือดเดียวกับตนเอง

 

"ฉันเชื่อค่ะ...ว่าตาเพียวจะสยบตาไผ่ได้...คุณเชื่อฉันสิคะ" นางสุภางค์บอกสามีพร้อมส่งสายตามั่นใจ 

 

.

 

.

 

.

 

ก๊อกๆๆ

 

"ไผ่...ตื่นรึยัง...คุณพ่อให้พี่มาตามไปทานข้าว"

 

ก๊อกๆๆ

 

เพียวเคาะประตูอยู่นานก็ยังเห็นว่าเงียบเขาจึงถือวิสาสะเปิดประตูห้องของน้องชายต่างสายเลือดเข้าไป 

 

"ไผ่...นายอยู่ในห้องรึเปล่า"

 

..... ไร้เสียงตอบรับ เพียวเดินมองหาแล้วคคไปดูยังห้องน้ำ

 

"ห้องน้ำก็ไม่มี ไปไหนของเขา?" 

 

เพียวพูดกับตัวเองโดยไม่ได้รู้สึกอะไรเลยว่ามีบางคนยื่นหน้ามามองตัวเองใกล้ๆ เพียวหันหน้ากลับมา พลันตกใจทำให้เพียวสะดุดเท้าตัวเองจะหงายหลัง ต้นไผ่เห็นก็รีบคว้าเอวเอาไว้ ทำให้ใบหน้าหวานของเพียวจมอยู่กับอกแกร่งของเขา

 

"ทำอะไรของนายเนี่ยห้ะ...อยากอยู่ใกล้ฉัน ถึงกับต้องอ่อยฉันด้วยวิธีนี้เลยเหรอ" 

ต้นไผ่พูด ทำให้เพียวฉุนกึก ผลักตัวต้นไผ่ออก แต่ต้นไผ่ไม่ยอมปล่อย

 

"นี่ปล่อยนะไผ่...คุณพ่อเห็นว่ามันสายแล้วก็ พี่ก็เลยมาตาม" เพียวบอกแต่ยังคงขยับตัวไปมาเพื่อให้หลุดจากอ้อมแขนเหนียวหนึบของต้นไผ่

 

"แล้วทำไมจะต้องเป็นนายขึ้นมาตาม...คนอื่นก็มี" ต้นไผ่ลุกถามพลางจ้องคนที่เตี้ยกว่า

 

"พี่อาสามาเอง...เกรงใจป้าน้อม" 

 

"ตั้งใจมายั่วฉันชัดๆ" ต้นไผ่ว่าพลางทำให้เพียวมองหน้าอย่างไม่พอใจแต่ก็ไม่ยอมว่าอะไร

 

"นายควรไปแต่งตัว...วันนี้คุณพ่อจะให้นายไปทำงานวันแรก...นายไม่ควรไปสาย" เพียวว่าพลางผลักอีกคนออกได้สำเร็จ พลางเดินออกไปจากห้องของต้นไผ่ทันที

 

"เพียวมานี่หน่อยพ่อมีเรื่องจะคุย"

 

"ครับพ่อ" เพียวขานรับเมื่อณรงค์ต้องการคุยกับเขา

 

"พ่อกับแม่อยากให้เพียวเป็นคนสอนงานให้น้อง" 

 

สิ่งที่พ่อบอกกับเขาทำให้เขาตาโต นี่เขาเขาก็พึ่งโดนอีกคนว่ามาว่าจะเข้าไปยั่วนี่ถ้าอีกฝ่ายรู้ว่าเขาเป็นคนสอนงานให้จะไม่โดนว่าอีกรึไง

 

"แต่ผมว่าให้อานิธิสอนจะดีกว่านะครับ ผม...คงไม่มีความสามารถขนาดไปสอนไผ่เขาได้หรอกครับ" เพียวว่าก่อนที่บุคคลที่พวกเขากำลังพูดถึงก็เดินเข้ามาแล้วพูดแทรก

 

"แหมพี่ชายผมนี่ถ่อมตัวจังนะครับ...ผมว่าพี่สอนผมน่ะดีแล้วนะ ผมไม่อยากเรียนกับคนอื่นอ่ะ...น่าเบื่อ...เรียนกับพี่คงมีอะไรให้ทำสนุกๆเยอะเลย" ต้นไผ่ว่าพลางยิ้มชอบใจส่งให้เพียว

 

"นะเพียว...ถือว่าพ่อกับแม่ขอ" ณรงค์ขอร้องคนที่เปรียบเสมือนลูกชายคนโต

 

"เอ่อ...คือว่า"

 

"ถ้าพี่ไม่สอนผมแสดงว่าพี่ไม่สำนึกบุญคุณของพ่อแม่ผมที่อุตส่าห์เลี้ยงพี่มาจนได้ดิบได้ดีขนาดนี้นะ" ต้นไผ่พูดจี้จุดที่ทำให้เพียวไม่กล้าปฏิเสธ ซึ่งมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ

 

"ก็ได้ครับ...ผมจะสอนไผ่เอง" สุดท้ายเขาก็ต้องตกปากรับคำเพราะคำว่าบุญคุณจริงๆ

 

"หึหึ...ถ้าอย่างนั้นไปเถอะครับ..เจ้าของบริษัทไม่ควรไปสายนี่ครับ...ใช่มั้ยพี่เพียว?" เขาหันไปพุดกับเพียว

 

"..ใช่.." เพียวตอบอย่างอึดอัดก่อนจะใส่สูทสีฟ้าอ่อนของตนแล้วเดินไปที่รถของตนเอง

 

"จะให้ฉันขับรถไปเองรึไง?" ต้นไผ่ถาม

 

"ก็ให้พี่แช่มขับรถไปส่งสิ...พี่ต้องเอารถไปเพราะตอนบ่ายพี่มีนัดกับลูกค้า" เพียวตอบก่อนที่ต้นไผ่จะเดินเข้ามาใกล้ๆ

 

"งั้นฉันจะไปกับนายด้วย" 

 

ต้นไผ่พูดก่อนจะเดินขึ้นไปนั่งบนรถของเพียว เพียวได้แต่ถอนหายใจ ก่อนจะเดินไปขึ้นรถฝั่งคนขับแล้วขับรถออกไป 

 

"หวังว่าจะไม่ทะเลาะกันเสียก่อนนะคุณ" ณรงค์พูดกับภรรยา

 

"ไม่หรอกค่ะ...คุณอย่าคิดมากสิคะ" สุภางค์บอกสามีก่อนจะหอมแก้มสามีเบาๆส่งสามีขึ้นรถไปทำงาน

 

.

 

.

 

.

 

บริษัทในเครือKNN

 

เพียวพาต้นไผ่ขึ้นมาที่ชั้นของผู้บริหาร ก่อนจะพาต้นไผ่ไปยังห้องที่จัดเตรียมไว้

 

"นี่ห้องของนาย เดี๋ยวอีกสักพักจะมีเลขาของนายเอาเอกสารมาให้นายอ่าน เพื่อทำความเข้าใจกับรายละเอียดของบริษัท และโปรดักส์ต่างๆ รวมถึงการเงินของบริษัทในไตรมาสต่างๆ มีอะไรก็บอกกับเลขาของนายได้ พี่มีงานต้องไปเคลียร์ก่อน" 

 

เพียวว่าก่อนจะเดินออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว ต้นไผ่มองเพียวที่รีบออกไปจากห้องทำงานเขา ก่อนจะหันมาสำรวจห้องของตน ที่สามารถมองออกไปยังสวนต้นไม้ได้ดูร่มรื่นตา แบล็กกราวด์ในห้องก็ดูหรูและสบายตาทำให้ดูคลายเครียดจากงานได้ดี

 

ก๊อกๆๆ

 

"ขออนุญาตค่ะ"

 

"เข้ามา!" ต้นไผ่อนุญาตก่อนที่เลขาสาวจะเดินเข้ามาพร้อมกับเอกสารที่เขาต้องอ่าน

 

"ดิฉันนำเอกสารที่คุณเพียวสั่งมาให้คุณสีหราห์อ่านค่ะ" 

 

เลขาสาววางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะเจ้านายใหม่ของเธอ เะอประหม่าไม่น้อยเพราะสีหราห์มีดวงตาที่ร้อนแรงมาก จนไม่กล้าสบตา เพราะกลัวจะละลายลงไปต่อหน้า ต้นไผ่ยกยิ้มมองเลขาสาวอย่างถูกใจไม่น้อย

 

"เธอชื่ออะไร?" ต้นไผ่ถามพลางจ้องเลขาของตนตรงหน้าไม่วางตา ยิ่งทำให้เลขาสาวยิ่งกระบิดกระบวนทำตัวไม่ถูก

 

"ชื่อศิวรางค์ค่ะ...เจ้านายเรียกศิว่าศิก็ได้ค่ะ" ศิวรางค์แนะนำตัวเองเธอเขินสายตาที่สีหราห์มองมาจนทำตัวไม่ถูก

 

"เธอคงทำตัวไม่ถูกสินะ" ต้นไผ่พูดขณะที่เดินวนรอบตัวศิวรางค์ ก่อนจะสอดมือลูบเอวกิ่วของเลขาสาวแล้วบีบเบาๆ

 

"เดี๋ยวฉันจะทำให้เธอทำตัวให้ถูกเวลาอยู่กับละกัน..." 

 

ต้นไผ่กระซิบบอกข้างหูเลขาสาว ก่อนซุกไซ้ลำคอขาวแล้วกดร่างแน่งน้อยของศิวรางค์นอนลงกับโซฟาตัวยาว เสื้อผ้าเริ่มร่นออกจากตัวโดยที่ต่างคนต่างช่วยกันถอด ต้นไผ่ดูดยอดบัวตูมใหญ่อย่างเมามันส์ ก่อนลากผ่านขาเรียวถอดแพนตี้สีแสบตาออกแล้วโยนทิ้งไป

 

"เจ้านายขา...แล้วจะไม่มีใครเข้ามาเห็นเหรอคะ"ศิวรางค์บอกเจ้านายตน

 

"เห็นก็ช่าง...เธอแค่ร้องครางใต้ร่างฉันก็พอ" ต้นไผ่ว่าก่อนจะควักเจ้าโลกออกมาแล้วเสียบเข้าทางรักสีหวานแต่ผ่านการใช้งานมาแล้วของเลขาสาว

 

"อ๊า...เจ้านายขา...อู้วว...แน่นจังเลยค่ะ"

 

"หึ...ร่านไม่เบาหนิ" ต้นไผ่ว่าก่อนจะขยับแก่นกายของตนเร่งเสียงครางของหญิงสาวใต้ร่างให้ดังระงม 

 

อร้างๆ!! 

 

เสียงครางของสาวเจ้าดังไปทั่วห้องพอๆกับเสียงกระแทกตัวตนของต้นไผ่ เพียวที่เสร็จธุระจากงานของตนเอง ก็กลับมาที่ห้องทำงานของต้นไผ่เพราะคิดว่าต้นไผ่อาจจะมีปัญหาข้องใจตรงไหน แต่สิ่งที่เขามาเห็นคือ ต้นไผ่กำลังมีอะไรกับเลขาสาวของตนเอง เพียวรู้สึกหน้าชา ก่อนจะถอนหายใจเพื่อเก็บอารมณ์ แล้วบอกว่ามันคงเป็นเรื่องปกติของอีกฝ่าย เพียวเดินออกไประงับอารมณ์ตนเองด้านนอกก่อนจะกลับไปห้องทำงานของตน

 

ในห้อง

 

ศิวรางค์นอนหมดแรงเมื่อเจ้านายเสร็จกิจกับร่างของตน 

 

"แต่งตัวได้แล้ว" ต้นไผ่บอก

 

"ศิชอบบทรักของเจ้านายจังเลยค่ะ เจ้านายเก่งจนศิแทบทนไม่ไหว" ศิวรางค์ลุกขึ้นโอบกอดเจ้านายของตนพลางลูบไล้อกแกร่งของเขาเบาๆ ก่อนจะถูกต้นไผ่ปัดออก

 

"รีบใส่เสื้อผ้าซะ!" ต้นไผ่เสียงดังจึงทำให้ศิวรางค์รนรานรีบใส่เสื้อผ้าของตนเอง

 

"ถ้าเสร็จแล้วไปตามติณเวชย์ให้ฉันด้วย"

 

"ค่ะเจ้านาย" 

 

ศิวรางค์ขานรับแม้จะไม่พอใจอยู่ลึกๆที่อยู่ๆเจ้านายสุดสวาทของเธอก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน ต้นไผ่ถอนหายใจที่เขารู้สึกอารมณ์ไม่ดีก็เพราะตอนที่มีอะไรกับเลขานั้นเขากลับเห็นเป็นหน้าของเพียว

.

 

.

 

.

 

"คุณเพียวคะ เจ้านายให้มาตามคุณเพียวไปพบค่ะ" ศิวรางค์บอกกับเพียว ก่อนที่เพียวจะเงยหน้าขึ้นมองเห็นกระดุมสาวเจ้าติดผิด

 

"ไม่ต้องรีบทำธุระจนถึงติดกระดุมผิดหรอกนะ" เพียวว่าก่อนจะเดินออกไป ทิ้งให้ศิวรางค์อับอายในห้อง

 

ก๊อกๆๆ

 

เพียวเคาะประตูเชิงขออนุญาตก่อนจะเปิดประตูห้องทำงานของต้นไผ่เข้าไป เห็นต้นไผ่นั่งอ่านแฟ้มเอกสารอยู่

 

"มีอะไรสงสัยเหรอ?" 

 

"ไม่มี...แค่อยากให้นายมาอยู่ด้วย" ต้นไผ่บอก

 

"เลขานายก็มี" เพียวว่าพลางภาพที่ต้นไผ่ร่วมรักกับเลขาสาวก็โผล่เข้ามาในหัว

 

"ฉันอยากเปลี่ยนเลขาใหม่"

 

"อะไรนะ!?" เพียวถามเสียงหลง

 

"ฉันไม่อยากได้หล่อนเป็นเลขา" 

 

"แล้วนายอยากได้เลขาแบบไหนล่ะ พี่จะได้หาให้ถูก" เพียวถามไม่คิดว่าต้นไผ่จะเป็นคนแบบนี้นี่กะฟันแล้วก็ทิ้งเลยนี่นะ เฮ้อ

 

"อยากได้...นาย!"

 

"ห้ะ!!...พี่เนี่ยนะ!" เพียวถามเสียงดัง

 

"ใช่...ได้มั้ย...ยังไงนายก็ต้องสอนงานฉันอยู่แล้ว...ก็มาเป็นเลขาฉันเลย...จะได้ทำอะไรง่ายขึ้น" ประโยคหลังต้นไผ่ยิ้มมีเลศนัยแปลกๆ

 

"พี่คงต้องถามคุณพ่อก่อน..."

 

"ไม่เห็นต้องถามเลย...แค่นายบอกว่าจะมาเป็นเลขาให้ฉันพ่อพ่อฉันก็อนุญาตแล้ว นายมันลูกรักพ่ออยู่แล้วหนิ...รักมากกว่าลูกตัวเองจริงๆเสียอีก" ต้นไผ่ประชดว่าใส่เพียว

 

"...แค่นี้ใช่มั้ยที่ต้องการ"

 

"อืม....อ่อ!...แล้วอีกอย่างโต๊ะทำงานของนายฉันอยากให้เข้ามาอยู่ในห้องกับฉัน" ต้นไผ่บอกความต้องการ

 

"โอเค...พรุ่งนี้พี่จะจัดการให้" เพียวบอก

 

"ต้องวันนี้และเดี๋ยวนี้!" 

 

"เอาแต่ใจ" เพียวบ่นกับตัวเอง

 

"ฉันได้ยินนะ" ต้นไผ่บอกก่อนจะเดินมาใกล้ๆเพียว

 

"รีบๆทำล่ะฉันอยากสนุกแย่แล้ว หึหึ" 

 

ต้นไผ่ว่าก่อนจะเดินกลับไปอ่านรายละเอียดงานของตนหน้าตามีความสุข คงจะมีแต่เพียวที่มีสีหน้าอมทุกข์อย่างเห็นได้ชัด

 

.

 

.

 

.

 

"อ้าว...เพียว...ย้ายโต๊ะทำงานทำไมล่ะลูก" ณรงค์ถามลูกชาย

 

"น้องอยากให้ผมไปเป็นเลขาน่ะครับ แล้วก็ต้องย้ายไปทำงานในห้องกับน้องด้วย ผมก็เลยต้องย้ายเอกสารไปน่ะครับ"

 

"จริงเหรอ..ตาไผ่นี่เอาใจตัวเองจริงๆ...เราน่ะไม่ต้องตามใจมันมากก็ได้นะเพียว" ณรงค์ว่า

 

"ช่างเถอะครับพ่อ ถึงยังไงเพียวก้ต้องสอนงานน้องอยู่แล้ว ก็ดีเหมือนกันจะได้ไม่เสียเวลา" เพียวบอกผู้เป็นพ่อ

 

"อ่าๆ...ตามใจเพียวเถอะ...แต่ถ้าเจ้าไผ่มันแกล้งอะไรบอกพ่อ...เดี๋ยวพ่อจะจัดการให้" นายณรงค์ตบไหล่ลูกชายบุญธรรม

 

"ครับพ่อ" เพียวตอบพร้อมกับยิ้มรับก่อนจะย้ายของของตนไปไว้ที่ห้องของต้นไผ่......

 

 

 

++++++++++++++++++++++++++++++++

มาแล้วจ้าตอนที่สอง สนุกไม่สนุกยังไงเม้นบอกไรทืได้นร้า ทุกเม้นทำให้ไรท์มีกำลังใจในการแต่งนร้าาา

ความคิดเห็น