email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทนำ

คำค้น : Please nanaกะหอยทาก คุณหมอ หมอ แพทย์ น่ารัก อบอุ่นละมุน ใส่ใจ หวาน ฟินจิกหมอน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.9k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 20 พ.ค. 2562 10:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
บทนำ
แบบอักษร

 

บทนำ

 

                ในทางเดินที่มืดมนที่ฉันได้ก้าวเดินด้วยตัวเองอย่างลำพัง มันไม่ได้ทำให้ฉันเข้มแข็งขึ้นเลยสักนิดแต่มันยิ่งทำให้ฉันรู้สึกหนาวเหน็บ เสียงกรีดร้องเสียงพูดคุยดังอยู่ทั่วทุกสารทิศ ร่างกายชาไปหมดขยับไม่ได้แม้แต่จะส่งเสียงร้องยังไม่มีแรง

                ‘ตื่นนะลูก ตื่นได้แล้ว ไม่ต้องห่วงแม่กับพ่อ ตื่นแล้วเดินหน้าต่อไป...’

                เฮือก!

                ฉันสะดุ้งตื่นท่ามกลางความมืดมิด ภายในน้องนอนยังมีเสียงของเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอยู่ แต่บนร่างกายฉันเต็มไปด้วยหยดเหงื่อ ฉันผุดลุกนั่งบนเตียงยกมือทั้งสองกุมใบหน้าตัวเองไว้อย่างเรียกสติ ตอนนี้เพิ่งจะตีห้าฉันที่นอนไม่หลับเลือกที่จะเข้าไปอาบน้ำแต่งตัวเรียกสติกลับมา

                ทุกคืนฉันจะฝัน ฝันถึงเรื่องเดิมๆ ฝันถึงเหตุการณ์ที่ยังฝังอยู่ในใจ เหตุการณ์ที่ทำให้พ่อกับแม่ห่างจากฉัน อุบัติเหตุรถคว่ำเมื่อห้าปีก่อนทำให้ฉันสูญเสียคนที่ฉันรักไป พ่อแม่เสียชีวิตทันทีที่เกิดเหตุส่วนฉันหมดสติไปเกือบหนึ่งเดือน ใครจะไปรู้ว่าเมื่อตื่นจากฝันร้ายฉันจะต้องเจอกับความจริงที่มันเลวร้ายกว่าความฝัน วันที่ไม่มีพ่อและแม่อยู่ ฉันควรจะทำยังไง ป้าคนเดียวของฉันอยู่ต่างประเทศต้องรีบบินมาจัดการทุกอย่างให้เมื่อเสร็จทุกอย่างป้าก็บินกลับและเราก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย

                ห้าปีกับการที่ต้องทำงานและส่งเสียตัวเองเรียนจนจบระหว่างเรียนก็ทำงานพิเศษและเก็บเงินไว้กระทั่งเมื่อเรียนจบก็มีลุงทนายเข้ามาพบแล้วแจ้งเรื่องทรัพย์สินที่พ่อกับแม่เอาไว้ให้และฉันเพิ่งรู้ทีหลังเองว่าคุณลุงทนายคือเพื่อนสนิทของพ่อ ร้านดอกไม้ของแม่ที่ท่านเปิดไว้ตอนนี้เป็นชื่อฉัน บ้านและที่ดินทุกอย่างที่แม่และพ่อเก็บไว้ให้ถูกถ่ายโอนเป็นชื่อฉันโดยสมบูรณ์ ห้องเช้าหรือที่ดินที่ถูกปล่อยให้เช่าฉันก็ปล่อยให้เช่าต่อส่วนร้านดอกไม้ฉันเข้ามาดูแลและพักอาศัยอยู่ที่ชั้นสองของร้าน พนักงานของร้านต่างเอ็นดูและช่วยเหลือฉันทุกอย่างเมื่อเข้ามาทำงานครั้งแรก ฉันไม่มีความรู้เกี่ยวกับดอกไม้เลยสักนิดจนเมื่อปีที่แล้วที่ตัดสินใจลงสมัครเรียนเกี่ยวกับดอกไม้เป็นคลาสสั้นๆ

                “ตื่นเช้าเหมือนเดิมเลยนะลูก” คุณป้าที่ขายข้าวต้มอยู่ร้านข้างๆเอ่ยทักเมื่อฉันเดินออกจากร้านตัวเองเข้าไปหาท่าน

                “ค่ะป้า หนูขอข้าวต้มกุ้งเหมือนเดิมนะคะ”

                “ได้ แต่ว่ายังไม่มีโต๊ะว่างเลยมีแต่โต๊ะพ่อหนุ่มนั่นที่พอจะว่างหนูนั่งได้ไหมลูก” นิ้วเหี่ยวย่นชี้ไปยังโต๊ะด้านในสุดที่ว่าง ฉันเลื่อนสายตามองตามก็พยักหน้าให้ป้า ก็คงไม่เป็นไรหรอกมั้งแค่ขอนั่งด้วยโต๊ะออกจะกว้างนั่งคนละมุมก็พอไหว

                “ขอโทษนะคะ ตรงนี้มีคนนั่งไหม”  ฉันยืนหยุดอยู่ข้างๆโต๊ะที่ว่างเอ่ยถามคนที่นั่งอยู่ก่อน

                “อ้อ ไม่มีครับ”

                “พ่อหนุ่ม ให้ลูกค้าประจำป้านั่งด้วยนะโต๊ะมันเต็ม” เสียงป้าเจ้าของร้านตะโกนมา

                “ได้ครับป้า! นั่งเลยครับ” คนตรงหน้าเก็บกระเป๋าที่วางอยู่บนโต๊ะออก ฉันนั่งลงเงียบๆไม่ได้หยิบโทรศัพท์ออกมาเล่นเพราะเดิมทีเป็นคนไม่ค่อยติดตามโซเชียลอะไรอยู่แล้ว ขนาดในโทรศัพท์ฉันมีเบอร์โทรติดต่อทั้งหมด 7 คน มีเพื่อน พนักงานในร้าน ลุงทนายและป้า ในโซเชียลต่างๆฉันเองก็มีคนติดต่ออยู่เจ็ดคนเท่านั้น

                “บ้านอยู่แถวนี้เหรอครับ”

                “ค่ะ” ใครจะไปกล้าบอกล่ะว่าบ้านฉันก็อยู่ติดกับร้านนี่แหละ

                “ผมชื่อ วัน นะครับคุณชื่ออะไร”

                “ขอโทษนะคะ ไม่สะดวกที่จะบอกค่ะ” ฉันบอกเขาไป ฉันไม่อยากรู้จักใครเพิ่ม ฉันกลัว

                “ไม่เป็นไรครับ แต่ถ้าครั้งหน้าเราเจอกันอีกคุณต้องบอกชื่อผมนะ” มันคงไม่มีครั้งหน้าหรอก ฉันคิดอยู่ในใจ ไม่ได้ตอบผู้ชายตรงหน้าไป รอไม่นานข้าวต้มร้อนๆก็ถูกนำมาเสิร์ฟบนโต๊ะฉันใช้เวลาไม่นานก็ทานเสร็จฉันเสียมารยาทลุกออกจากโต๊ะก่อนพอจ่ายค่าข้าวต้มเสร็จฉันก็เดินออกจากร้านไปซื้อหมูปิ้งแล้วเดินไปมุมถนนวางหมูปิ้งให้แมวน้อยก่อนจะเดินเล่นไปเรื่อยๆจนหยุดที่ร้านขนมปังสังขยาที่คุณยายขายอยู่ ท่านจะตื่นแต่เช้าเพื่อมาขายขนมและฉันเองก็จะมาอุดหนุนท่านในทุกเช้าไม่ได้กินเองหรอกซื้อไปให้พนักงานที่ร้านกินน่ะ เวลาเดิมที่ฉันจะเดินมาถึงร้านคุณยายคือหกโมงครึ่งท่านเองก็จำฉันได้เพราะเมื่อมาถึงฉันจะไม่พูดเพียงแค่ชี้นิ้วไปที่ขนมปังสังขยาและชูนิ้วสองนิ้วคุณยายก็จะยิ้มเข้าใจจัดให้สองชุด ฉันเดินเล่นไปเรื่อยๆจนถึงสี่แยกใหญ่ที่เคยมีเหตุการณ์ฝังใจ ฉันยืนจ้องสี่แยกที่เริ่มมีรถขับสวนกันไปมา

                “อรุณสวัสดิ์ค่ะพ่อ อรุณสวัสดิ์ค่ะแม่” ฉันยิ้มให้ตัวเองก่อนจะเดินกลับร้านดอกไม้ ชีวิตประจำวันฉันจะทำแบบนี้ในทุกๆเช้า เหมือนเวลาทุกอย่างถูกเซตไว้อย่างลงตัว แปดโมงฉันเดินกลับมาถึงร้าน เมื่อวางของลงบนโต๊ะพนักงานฉันก็เดินขึ้นชั้นสองเพื่ออาบน้ำอีกครั้งและครั้งนี้จะเป็นการอาบน้ำเพื่อเตรียมตัวทำงาน มาเริ่มวันใหม่ด้วยกันนะ

ความคิดเห็น