Regain Control [20+]
Regain Control : Part 9 [100%] NC กรุบกริบ
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
Regain Control : Part 9 [100%] NC กรุบกริบ

9

 

สิ้นเสียงประกาศกร้าวโยฮันส่งสัญญาณให้ลูกน้องทิ้งอาวุธลงพื้นแต่โดยดี ปล่อยให้เจ้าหน้าที่เข้าควบคุมสถานการณ์ต่อ เพราะอย่างไรแล้วเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดไม่ใช่ความผิดของฝ่ายเขา หลักฐานคือแอนเดรียที่ถูกพาตัวเข้ามา

มาคัสปรายตามองไปทางหญิงสาว เสื้อผ้ายับย่นเปรอะเปื้อน ร่างกายสั่นเทาเป็นลูกนก แต่เมื่อหันมาเห็นมาคัสร่างกายที่ไร้เรี่ยวแรงนั่นก็โผเข้าสู่อ้อมอกของคนที่เธอเฝ้าคิดถึงอยู่ทุกวันทันที

"มาคัส! ฮึก... ฮือ...." 

เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นน่าสงสารทำให้มาคัสผลักเธอออกไปไม่ลง มองไปยังเส้นผมที่เคยตรงสวยบัดนี้แหว่งไม่เป็นทรงก็ยิ่งจนด้วยคำพูด ทำได้เพียงยกฝ่ามือขึ้นลูบหลังเธอเบาๆ

หารู้ไม่ว่าเวลานี้มีดวงตาคมกล้าคู่หนึ่งจ้องอยู่ไม่วางตา หากไม่คิดว่าต้องให้ปากคำกับทางเจ้าหน้าที่ โยฮันไม่มีทางปล่อยให้เด็กดื้อของเขากอดปลอบใครแบบนั้นแน่

ไหนจะร่องรอยของไอ้แก่ตัณหากลับ ยังจะมาผู้หญิงคนนี้อีกคน

"นายครับ..." เสียงนั้นดึงสติโยฮันให้กลับมาจัดการกับเรื่องราวทางนี้

สรุปแล้วคนที่โทรแจ้งตำรวจคือแม่บ้านที่ซ่อนตัวอยู่ในครัว นั่นเป็นเหตุผลที่มาคัสไม่เห็นพวกเธอสักคนเมื่อเขามาถึง เธอถูกขังเอาไว้นั่นเอง เพราะถูกกักขังหน่วงเหนี่ยวอิสรภาพด้วยความไม่เต็มใจ เมื่อเห็นท่าไม่ดี มีคนแปลกหน้าที่ไม่เคยเห็นเต็มบ้านไปหมด จึงอาศัยจังหวะที่ไม่มีใครเฝ้าแอบโทรศัพท์แจ้งความ

ยังดีที่แอนเดรียมีสติพอจะให้การกับตำรวจ รวมทั้งคำให้การของแม่บ้านที่โดนบังคับขู่เข็ญ ความผิดทั้งหมดจึงไปลงกับคนที่ไม่ได้สติอย่างวิลเลียมเต็มๆ คนของเขาส่วนใหญ่บาดเจ็บจนให้การไม่ได้ ส่วนที่เหลือรอดก็ไม่รู้ว่าโยฮันทำอย่างไรตอนนี้พวกเขาถึงกลายมาเป็นคนของโยฮันทั้งหมด เวลานี้จึงไม่มีใครซัดทอดอะไรมาถึงตัวมาคัสได้

"หากผมต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ตอนนั้นคงต้องขอรบกวนพวกคุณอีกครั้งนะครับ"

ไรอัน หรือผู้หมวดไรอันเดินเข้ามาหาโยฮันและมาคัสอีกครั้ง หลังจากสอบปากคำผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมดแล้ว 'สรุป' เบื้องต้นได้ว่าวิลเลียมพึงพอใจในตัวแอนเดรียถึงได้จับตัวเธอมา และมาคัสที่เป็น 'เพื่อนสนิท' จึงตามมาช่วยแต่ไม่สำเร็จ โยฮันจึงตามมาสมทบอีกที 

แม้ความสัมพันธ์แปลกๆ นี้จะทำให้ไรอันเคลือบแคลงใจอยู่บ้าง แต่ในเมื่อยังไม่มีหลักฐานอะไรเพิ่มเติมเขาจึงต้องยึดหลักตามนี้ไปก่อน

คงต้องรอให้วิลเลียมตื่นขึ้นมาเพื่อสอบสวนถึงแรงจูงใจอีกครั้ง

"ยินดีครับ" โยฮันตอบรับกลับไป

ตอนนั้นเองที่ดวงตาสีฟ้ากระจ่างของผู้หมวดกวาดมองมาทางมาคัส รอยยิ้มมีเสน่ห์ปรากฏขึ้นเบาบางหากไม่สังเกตคงมองไม่เห็น และแน่นอนว่ามาคัสไม่ทันได้สังเกตอยู่แล้ว แตกต่างจากดวงตาวาววับของใครอีกคน

มาคัสถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่หลังรถเคลื่อนตัวออกจากบ้านเจ้าปัญหานั้น บนรถมีไคล์เป็นคนขับ ลูอิสนั่งอยู่ด้านข้าง ส่วนเบาะหลังอัดแน่นเต็มพื้นที่ด้วยโยฮัน มาคัส และแอนเดรีย 

สาวเจ้าไม่ยอมห่างกายมาคัสอีกเลยหลังจากเกาะได้แล้ว สร้างความหงุดหงิดใจให้โยฮันไม่น้อย ในเมื่อเขามีเรื่องต้องเคลียร์กับเจ้าเด็กแสบยาวเป็นหางว่าว!

บรรยากาศในรถอึมครึมตลอดทางจนกลับมาถึงเดอะแลงแฮม

ลูกน้องของวิลเลียมที่เหลือเกือบสิบคน โยฮันพากลับมาด้วยเพื่อปิดปากโดยยื่นข้อเสนอว่าจะมากับเขาหรือเข้าไปติดอยู่ในคุก คนพวกนั้นย่อมเลือกอิสรภาพ และวิลเลียมเองก็ไม่ได้เลี้ยงพวกเขาดีเท่าไหร่นัก หน้าที่นี้โยฮันปล่อยให้ไคล์เป็นคนจัดการต่อ เพราะเขามีเรื่องให้รับมืออยู่แล้ว

"เธออยู่ที่นี่ไม่ได้" เสียงเฉียบขาดกล่าวขึ้นอย่างไร้ความเห็นใจ เมื่อแอนเดรียยังเกาะติดมาคัสไม่ปล่อย บอกให้คนพาไปโรงพยาบาลก็ไม่ยอมไป 

"แต่ฉันไม่มีที่ไป" คำพูดน่าสงสารนั่นส่งมาไม่ถึงโยฮัน

"ฉันจะหาที่อยู่ใหม่ให้เธอ"

"แต่..."

"เอาเถอะน่า แค่ไม่กี่วันจะเป็นไร ผู้หญิงคนเดียวไม่ทำให้กิจการของนายล่มจมหรอก ให้หายช็อกซะก่อนค่อยหาที่อยู่ให้ใหม่ก็ได้นี่" มาคัสพูดตัดบทด้วยความรำคาญ เพราะเขาเองอยากพักเต็มทีแล้ว อีกอย่างผลักไสไล่ส่งกันตอนนี้จะดูใจร้ายไปหน่อยไหม ในเมื่อเพิ่งไปช่วยมาหยกๆ

"แต่ยังไงก็ต้องไม่ใช่ห้องนี้ ฉันจะให้คนเตรียมห้องอื่นให้"

"มะ...ไม่ ไม่เอา ฉันกลัว ฉันจะอยู่กับเขา"

แอนเดรียพูดปากคอสั่น ใจสลายเมื่อเขาที่ว่ากำลังแกะมือเธอออกจากแขน

"ที่นี่ไม่มีใครทำอะไรเธอหรอก พวกเขาเพิ่งไปช่วยเธอมาจำไม่ได้หรือไง" มาคัสกล่าวอย่างเบื่อหน่าย เพราะถึงจะไปช่วยแอนเดรียออกมา แต่ไม่ได้หมายความว่าเธอจะเกาะติดเขาแบบนี้ได้ เธอควรรู้สถานะเดิมของตัวเองสิ

แอนเดรียส่ายหน้าปฏิเสธพรืด

"หรืออยากออกไปจากที่นี่ตั้งแต่วันนี้เลย?"

"ไม่เอานะ!"

"งั้นก็ไปซะ" 

มาคัสเอ่ยบอกในขณะที่มีคนเข้ามาเพื่อพาแอนเดรียไปยังห้องใหม่ หญิงสาวจึงจำต้องเดินตามไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้จะเหลียวมองมาคัสอย่างอาลัยอาวรณ์ก็ตาม

หลังจากแอนเดรียถูกพาออกจากห้องไปแล้ว มาคัสก็หมุนตัวเตรียมกลับเข้าห้องของตัวเอง แต่กลับถูกท่อนแขนแกร่งรวบตัวไปอีกทาง 

"อะไรเนี่ย เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว ขอนอนก่อนไม่ได้หรือไง" 

แม้จะเห็นใจท่าทางเหนื่อยอ่อนของมาคัสอยู่ไม่น้อย แต่โยฮันกลับต้องทำใจแข็งลากมาคัสกลับเข้าห้องตัวเอง ดันอีกฝ่ายลงนั่งกับเตียง

"เราตกลงกันไว้ว่ายังไง" ใบหน้าเคร่งเครียดเอ่ยถามเสียงเฉียบขาด 

เพราะมาคัสเล่นนอกกฎทุกข้อที่เขาวางไว้ จะปล่อยผ่านไปเฉยๆ ได้อย่างไร

เด็กดื้อเสมองไปทางอื่น แสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน

"ห้ามแกะเครื่องดักฟังออกเด็ดขาดไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น จำได้มั้ย" โยฮันช่วยเตือนความจำ เพราะมันทำเอาเขาแทบคลั่งหลังจากการติดต่อขาดหายไปในสถานการณ์ล่อแหลม ยังดีที่ตอนนั้นเขาอยู่ไม่ไกล 

"ห้ามอยู่ด้วยกันสองต่อสองจนกว่าฉันจะเข้าไปในพื้นที่ได้" ย้ำหนึ่งข้อเท่ากับก้าวหนึ่งก้าวเข้าประชิด 

ข้อนี้อธิบายโทรศัพท์ที่สั่นอย่างบ้าคลั่งของมาคัสในตอนนั้นได้ดี แต่เจ้าตัวกลับขว้างทิ้งเสียนี่

"และที่สำคัญคือห้ามลงมือเอง!" ข้อนี้ยิ่งทำให้เขาหงุดหงิดใจ เพราะมาคัสเข้าไปในบ้านหลังนั้นกับลูอิสเพียงแค่สองคน ไม่อยากคิดเลยว่าหากคนที่พังประตูเข้าไปไม่ใช่คนของโยฮันจะเกิดอะไรขึ้น 

"ฉันก็แค่อยากให้มันคายเรื่องเลวๆ ที่ทำไว้ออกมา แค่นี้เราก็ใช้ขู่มันไม่ให้เข้ามายุ่งวุ่นวายได้แล้ว!"

มาคัสคิดแบบนั้นจริง เขาอัดเสียงตอนที่วิลเลียมยอมรับสารภาพเรื่องส่งคนมาข่มขู่เขาไว้ อย่างน้อยถ้าขู่ฝ่ายนั้นว่าจะส่งให้ตำรวจพวกมันอาจยอมรามือ ไหนจะยังหลักฐานเรื่องการลักพาตัวของแอนเดรียอีก วิลเลียมคงไม่อยากเสี่ยงกลับเข้าไปในคุกอีกรอบ

นี่คือสิ่งที่เขาคิดเผื่อไว้ในสถานการณ์คับขัน ใครจะนึกว่าตำรวจดันโผล่มาจริงๆ

"คิดตื้นๆ น่ะสิ หากเป็นอะไรขึ้นมาจะทำยังไง"

"ฉันสู้มันได้นายก็เห็น! ฉันเกือบจะฆ่ามันได้อยู่แล้ว!!"

"แล้วถ้าคนที่เปิดประตูเข้าไปไม่ใช่ฉันนายจะทำยังไง"

"อย่างน้อยฉันก็ปาดคอมันได้ก่อนแล้วกัน"

แววตาดุดันจ้องมองมาคัสที่ยังคงเถียงอย่างไม่ยอมแพ้ 

ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าเกือบโดนทำอะไรไปแล้วบ้าง แค่นึกถึงคำพูดที่วิลเลียมใช้แทะโลมมาคัสโยฮันก็อยากฉีกระชากหมอนั่นออกเป็นชิ้นๆ เวลานั้นไม่รู้ว่าความหึงหวงมาจากไหนโจมตีร่างกายของเขาจนรวดร้าวไปหมด ในหัวมีเพียงประโยคเดียวที่ดังกึกก้อง

เขาเป็นของฉัน!

วินาทีนั้นเองที่ทำให้รู้ว่าเด็กนี่มีอิทธิพลต่อความรู้สึกเขามากแค่ไหน

"นายมันดื้อ"

สุดท้ายก็ทำได้เพียงทอดถอนใจ เพราะอย่างไรตอนนี้มาคัสก็กลับมาสู่อ้อมอกเขาแล้ว

มาคัสพ่นลมหายใจหึตอบรับตามประสา ไม่ได้รู้สึกประดักประเดิดกับคำที่อีกฝ่ายเรียกแต่อย่างใด เขากลับคุ้นชินถ้อยคำเหล่านั้นไปแล้ว

นี่สิต้นฉบับ...ใครเรียกก็ไม่เหมือนทั้งนั้น

พอได้กลับมาอยู่ในบรรยากาศคุ้นเคยก็พาลง่วงขึ้นมาเสียแล้ว ใช้ทั้งสมองใช้ทั้งแรงกาย ทำให้อยากพักผ่อนเต็มที แต่มาคัสที่กำลังทิ้งตัวลงไปนอนถูกแผ่นอกแกร่งขวางไว้ก่อน

"อะไรอีกเล่า" ไม่โวยวายเปล่า กระทุ้งศอกใส่หน้าท้องคนด้านหลังไปด้วย ทว่า...

ไร้ประโยชน์สิ้นดี นอกจากจะไม่สะทกสะท้านแล้วยังถูกท่อนแขนแกร่งรวบเอาไว้ทั้งตัว แต่เพราะความเหนื่อยทำให้เบื่อจะดิ้นหนีแล้ว 

...รู้ดีว่าอย่างไรก็หนีไม่พ้น

"โดนมันแตะตรงไหนบ้าง" 

เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมใบหูพาขนลุกเกรียว สัมผัสร้อนผ่าวจากลมหายใจระอุอุ่นลวกผิวต้นคอ พาให้คนนึกขัดขืนสติหลุดไปวูบหนึ่งด้วยความลืมตัว หากไม่นับเรื่องวันนั้น เขาก็ห่างหายจากเรื่องนี้มานานพอดู ถูกกระตุ้นนิดหน่อยจะตื่นตัวบ้างก็ไม่แปลก

ไม่แปลก...จริงหรือ?

แล้วทีกับวิลเลียมล่ะ ทำไมไม่เหมือนกัน?

ข้อเท็จจริงข้อนี้ทำเอามาคัสตัวแข็งค้าง ได้สติขึ้นมาทันควัน รีบปัดมือที่กำลังซุกซนออกไปจากร่างกาย แต่ก็ราวกับปลาหมึกยุบยับ ยิ่งปัดออกยิ่งเหนียวแน่นมากกว่าเดิม แถมลื่นไหลจนกระดุมเสื้อเชิ้ตของเขาหลุดออกไปหลายเม็ดแล้วด้วย

"อื้อ!" เสียงร้องประท้วงดังขึ้นเมื่อมือสากนาบบนหน้าท้องเปลือยเปล่า ตามมาด้วยสัมผัสจากปากร้อนลวกผิวต้นคอ "หยุดเลย!" 

แม้ปากจะว่าแบบนั้น แต่เสียงอ่อนเต็มที 

คนถูกห้ามจึงไม่คิดที่จะฟัง เพราะเป็นผู้ชายเหมือนกันโยฮันถึงรู้ว่ากระตุ้นตรงไหนคนในอ้อมกอดจะไร้แรงต้านทาน

"รู้หรือเปล่าว่าฉันเป็นคนหวงของ"

"อืออ ไม่..." ทั้งที่ครั้งนี้ไม่มียากระตุ้น แต่มาคัสกำลังจะสมองขาวโพลนอีกครั้งเพราะฝ่ามือที่กำลังลูบไล้ไปทั้งเนื้อทั้งตัว

"แล้วรู้มั้ยว่าฉันจะทำยังไงเวลาใครแตะต้องของของฉัน"

คนฟังไม่มีกะจิตกะใจจะตอบเพราะกำลังกัดฟันต่อสู้กับความรู้สึกของตัวเอง ใจหนึ่งอยากผลักมือปลาหมึกออกไปให้ไกล แต่อีกใจกลับอยากให้ฝ่ามือร้อนที่กำลังแหย่เล่นอยู่แถวกล้ามท้องน้อยจัดการเรื่องที่ควรทำเสียที

คนถามจึงช่วยตอบให้ พร้อมกับความรู้สึกเจ็บจี๊ดที่ต้นคอ

"...ลบรอย"

มาคัสโดนกัด แรงเสียด้วย ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันจะทิ้งรอยเอาไว้แน่

แล้วแบบนี้มันช่วยลบที่ไหนกัน!

ได้สติถองศอกกลับไปด้านหลัง แต่โยฮันใช้แขนกันเอาไว้ได้ ตอนนี้ทั้งสองจึงดึงดันกันอยู่ในท่าที่หวาดเสียวน่าดู

"ทำบ้าอะไรของนายเนี่ย ปล่อยนะ! อย่ากัด!!" 

ทั้งที่สัญญากับตัวเองเอาไว้แล้วว่าจะไม่ยอมให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีกเด็ดขาด แล้วดูสถานการณ์ตอนนี้สิ ล่อแหลมเกินไป!

"นายพูดเองนี่ ว่าฉันหลงนายมากกว่าที่คิด ฉันก็กำลังแสดงให้เห็นตามคำพูดของนายอยู่ไง"

ใบหน้าอวดดีเห่อร้อน เพราะคำพูดของตัวเองกำลังย้อนกลับมาเล่นงานเขาเข้าแล้ว

"โอ๊ย บอกว่าอย่ากัดไงวะ เป็นหมาหรือไง"

 คิ้วหนาขมวดมุ่นเหมือนได้ยินประโยคไม่เข้าหู อาศัยร่างกายที่ใหญ่และแรงเยอะกว่าจับอีกคนกดลงกับเตียง ร่างโปร่งถีบขาไปมาเมื่อรู้ว่าสถานการณ์เป็นรองอย่างน่ากลัวเสียแล้ว

"เคยบอกแล้วใช่มั้ยว่าให้พูดดีๆ" โยฮันค้อมตัวลงมาจนใบหน้าแทบชิด

"ใครจะอยากพูดดีกับคนแบบนี้ ดูสิ่งที่นายทำสิ!"

"ถ้ายังไม่เลิกดิ้นฉันทำแน่"

ร่างที่กำลังดีดดิ้นหยุดลงทันควัน เพราะรู้ว่าโยฮันพูดจริง ร่างโปร่งหอบฮัก ทั้งเพราะออกแรงต่อต้านเมื่อครู่ และอารมณ์พลุ่งพล่านภายใน 

ใครใช้ให้คนแก่นี่กระตุ้นเก่งนักเล่า!

แต่ใครจะรู้ว่าโยฮันตลบตะแลงเก่งกว่าที่คิด เพราะเมื่อมาคัสเลิกดิ้น มือแกร่งก็บีบส่วนกลางลำตัวที่กำลังโป่งนูนผ่านกางเกงของมาคัสทันที

"อื้อ! จับอะไรของนาย! ไหนบอกว่าจะไม่ทำไง"

จะดิ้นอีกครั้งก็ช้าไปแล้วเพราะเข่าทั้งสองข้างถูกโยฮันขนาบจนไม่สามารถขยับได้อีก ข้อมือทั้งสองข้างถูกรวบรัดเอาไว้ด้วยมือใหญ่ๆ ของโยฮันมือเดียว มืออีกข้างที่ว่างจึงกำลังปลดตะขอกางเกงมาคัสได้อย่างง่ายดาย

"ไม่ได้บอกสักคำว่าจะไม่ทำ"

"แม่ง...!! อื้อ!!" 

คนต่อต้านสั่นไปทั้งร่างเมื่อกลางกายถูกโยฮันกอบกุมไว้เต็มกำมือ หากก่อนหน้านี้มันยังตื่นไม่เต็มที่ บัดนี้มาคัสน้อยก็ขยายใหญ่เต็มตัวแล้ว โยฮันค่อยๆ รูดรั้งตลอดความยาว เชื่องช้ายั่วเย้าจนร่างมาคัสกระตุก ฟันขาวกัดปากล่างแน่นกลั้นเสียงอย่างสุดทน

"อย่ากัดปากสิ ฉันอยากได้ยินเสียงนายนะ" 

ปากเย็นเฉียบตามลงมาประกบ ฟันคมดึงรั้งริมฝีปากที่ถูกกัดออกมาดูดดุนหยอกล้อ เมื่อเป็นอิสระเสียงครางแผ่วต่ำจึงดังให้ได้ยิน มือยิ่งรูดรั้งตามจังหวะหนักหน่วงอย่างได้ใจ 

เวลานี้ในหัวมาคัสพลันขาวโพลน สะโพกสอบดันเข้าหามือตอบรับจังหวะการชักนำ

เมื่อเห็นว่ามาคัสไร้เรี่ยวแรงต่อต้าน โยฮันจึงปล่อยมือทั้งคู่เป็นอิสระ ผละจากกลีบปากแดงสดลงหาตุ่มไตสีสวยสองอัน

"ห่ะ อ่าาา" 

ร่างโปร่งกระตุกวูบ มือผวามาขยำเส้นผมสีเข้มของโยฮันทันทีเมื่อปลายลิ้นสากตวัดโดนเม็ดสีสวยข้างหนึ่ง ส่วนอ่อนไหวสั่นระริกปริ่มน้ำเต็มที

ในขณะที่ปากกำลังเล่นอยู่ข้างหนึ่ง มือก็ไม่ปล่อยให้อีกข้างว่างเปล่า ทั้งถูทั้งบีบจนมันตั้งชูชัน 

ภายในห้องคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นอายบุรุษเพศเข้มข้น คนกระตุ้นกัดฟันกรอดเพราะเขาเองก็อดทนต่อไปไม่ไหวแล้วเช่นกัน

หลังจากเร่งเร้าจนมาคัสอ่อนเป็นไฟลนก็ชันตัวลุกขึ้น สลัดเสื้อตัวเองไปให้พ้นทาง ปลดกางเกงร่นลงเล็กน้อย พาส่วนใหญ่โตแข็งขืนออกมาสูดอากาศ และประกบแนบลงบนตัวมาคัสอีกครั้ง จงใจกดแนบส่วนอ่อนไหวเข้าหาถูไถสร้างความเสียวซ่านเบาๆ 

"เด็กดี..." เสียงแหบพร่ากระซิบลงข้างใบหู ไล้ลิ้นเลียหยอกล้อหูแดงก่ำครู่หนึ่งก่อนจับมือมาคัสมาที่กลางกายระหว่างทั้งสองคน "ลืมตามองฉันหน่อย"

เพราะมาคัสมัวแต่หลับตาพริ้มรับรสสัมผัส จึงต้องกระตุ้นนิดหน่อยๆ ให้ลืมตามองกัน ด้วยบีบส่วนปลายเบาๆ

"อ๊ะ!" คราวนี้สมใจอยากเมื่อดวงตาสีอ่อนเบิกโพลง "เจ็บนะ!"

ปากว่าแต่ใบหน้ากลับเหยเก เพราะโยฮันยังคงขยับเสียดสีช่วงล่างไม่หยุด อารมณ์ตอนนี้กระเจิดกระเจิงเกินกว่าจะดับไฟได้แล้ว

"อยากให้ฉันทำหรือเปล่า"

"ไม่!"

โยฮันหลุดขำในลำคอเมื่อเด็กน้อยโกหกคำโต ปากบอกว่าไม่แต่สะโพกกลับบดเบียดเข้าหาไม่หยุดอย่างนี้ ฝ่ามือทั้งผลักทั้งดังเขาเข้าหาพร้อมๆ กัน

"ฉันจะไม่ทำก็ได้ ถ้านายช่วยฉัน"

ดวงตาสีอ่อนเลื่อนกลับมาสบตากันอีกครั้ง แม้กำลังเลื่อนลอยเต็มทีแต่เจ้าตัวก็พยายามที่จะมอง

โยฮันจับมือมาคัสกอบกุมเข้ากับส่วนอ่อนไหวของทั้งคู่ จับรวบเข้าด้วยกันโดยมีมือแกร่งทาบทับอยู่ด้านนอกอีกที เพราะเพียงฝ่ามือของมาคัสไม่สามารถกุมไว้ได้ทั้งหมด

"ถ้าทำให้เสร็จได้ ฉันจะไม่ใส่เข้าไป"

คิ้วเรียวขมวดมุ่นเข้าหากัน แต่เมื่อโยฮันเริ่มชักนำด้วยการขยับมือรูดรั้ง สติสตังก็ถูกพัดกระจาย ปลายนิ้วโป้งถูไถส่วนปลายจนลมหายใจกระตุกทั้งคู่ โยฮันจงใจแกล้งด้วยจังหวะการรูดเชื่องช้าจนมาคัสหงุดหงิด เป็นฝ่ายควบคุมจังหวะเสียเอง 

ร่างสูงใหญ่เท้าศอกแนบลงกับเตียง ยกตัวขึ้นเล็กน้อยเพื่อเว้นพื้นที่ให้มาคัสทำงานได้ถนัดถนี่ เขาปล่อยมือออกให้มาคัสใช้ทั้งสองมือทำงาน

จมูกซุกไซร้ลงกับซอกคอขาวด้านล่าง สูดดมกลิ่นกายหอมอ่อนเฉพาะตัว

"ฮ้า.... อื้อ...." 

เมื่อเสียงครางกระเส่าไม่ถูกกักเก็บจึงดังก้อง ตามห้วงอารมณ์ที่ถูกเหวี่ยงขึ้นไปสูงเต็มที การทำแบบนี้ไม่ต่างจากช่วยตัวเองสักนิด หากแต่มีของอีกคนคละเคล้าไปด้วยความเสียวจึงยิ่งทบทวี ไม่นานร่างโปร่งก็กระตุกวูบ น้ำสีขาวขุ่นปลดปล่อยออกมาเต็มกำมือ จังหวะเร่งเร้ากำลังจะช้าลงเพราะมือเล็ก แต่โยฮันกลับไม่ยอมคว้ามือสองข้างนั้นไว้และรูดขึ้นลงตลอดความยาวด้วยความเร็วยิ่งกว่าเดิม

"อื้อออ เจ็บ...." 

เพราะเพิ่งปลดปล่อยไปหมาดๆ จึงส่งเสียงร้องประท้วง แต่เพราะโยฮันเองก็ใกล้แล้วเช่นกัน ไม่สามารถหยุดมือลงได้

"อดทน ....อีกนิด"

เสียงหอบต่ำเคล้าไปกับลมหายใจสะอื้น มาคัสเสียววูบวาบหน้าท้องไปหมดร่างกายเจียนระเบิดรอมร่อ ก่อนคนเอาแต่ใจจะกระตุกวาบปลดปล่อยน้ำสีขาวขุ่นออกมาปริมาณมาก ไหลย้อนไปตามมือทั้งสองคน ร่างใหญ่ทรุดตัวลงทิ้งร่างแนบกับมาคัสทั้งตัว

เสียงหอบหายใจหนักหน่วงยังคงดังก้องอยู่อย่างนั้นอีกหลายนาที

จนเมื่อสติกลับมาอีกครั้ง มาคัสก็ทุบลงบนแผ่นหลังของโยฮันเต็มแรง แต่ไร้ซึ่งคำกล่าวว่าใดๆ

เพราะครั้งนี้ไม่มียากระตุ้น และเขาดันร่วมด้วยอย่าง...สมยอม

และเพราะเหตุการณ์ขาดสติเมื่อครู่ทำให้มาคัสรู้ว่าที่เล่นๆ กันมาก่อนหน้า โยฮันไม่ได้เอาจริงสักนิด แถมเขายังปากดีไว้เยอะเสียด้วยสิ

แค่ช่วยภายนอกหรอกน่า ไม่ได้มีอะไรกันจริงๆ เสียหน่อย

ร่างโปร่งได้แต่ปลอบตัวเองอยู่ในใจ

แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ากิจกรรมที่เพิ่งเสร็จไปมันดีมากจริงๆ

 

 

 

TBC.

>>>>

 

กลับหน้าเรื่อง

http://cdn-th.tunwalai.net/files/member/1458077/images/636973441316511097.jpghttp://cdn-th.tunwalai.net/files/member/1458077/images/636973441316734995.jpg

ช่องทางการสั่งซื้อ 

www.hermitbookshop.com

 

http://cdn-th.tunwalai.net/files/member/1458077/images/636987094938705895.jpghttp://cdn-th.tunwalai.net/files/member/1458077/images/636987094938213556.jpg

ช่องทางการสั่งซื้อ

http://deerbookshop.lnwshop.com

 

 

 

 

แสดงเพิ่มเติม
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น