ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 11 : ตอแหลแถสด

ชื่อตอน : ตอนที่ 11 : ตอแหลแถสด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.8k

ความคิดเห็น : 53

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ส.ค. 2558 18:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 11 : ตอแหลแถสด
แบบอักษร

 

 

 

ตอนที่ 11

 

 

 

 

 

 

 

 

            ไอ้เหี้ยพี่คลีน ถ้ากูเจอมึงอีกครั้ง กูพูดเลย มึงเละแน่ๆ!

 

 

            แม่งกูตื่นขึ้นมามึงกลับหายหัว เหี้ยอะไรก็ไม่บอกกูสักอย่าง อย่างน้อยๆ มึงปลุกกูดิ แล้วก็บอกมาว่ามึงจะไปไหน กูไม่ฆ่ามึงตายหรอก กูตื่นง่าย พูดนิดๆ กูก็เข้าใจ

 

 

            ไม่ได้อะไรหรอกนะ ผมก็ผู้ชาย บอกตรงๆ เลยว่าโดนยำตีนเจ็บกว่านี้เยอะ แค่นี้มันไม่เท่าไหร่หรอก ไม่ได้สำออยอะไรนะ แต่มันใช่เรื่องปะ ปล่อยกูนอนอยู่คนเดียว มึงนะมึง!!

 

 

            ผมไขกุญแจเปิดประตูเข้าบ้าน หงุดหงิดชิบหาย ร้านเริ้นวันนี้ไม่เปิดแม่งหรอก คิดดู ผมนั่งรอไอ้พี่แม่งอยู่สองชั่วโมง ก็เป็นสองชั่วโมงที่เงียบดี นั่งๆ อยู่ผมก็สงสัยนะ แม่งไม่กลัวผมเอาของในบ้านไปขายหรือไงวะ ไว้ใจกูมากไป

 

 

            เดินขึ้นมาบนห้องก็ทิ้งตัวลงนอนแผ่บนเตียง ลงแรงไปนิดช่วงล่างมันเลยสะเทือน ผมเบ้หน้านิดๆ กูจะขี้ได้ปกติวันไหนวะ

 

 

            ผมไม่ค่อยอยากจะคิดเท่าไหร่นะ ไปฟันเขา แล้วโดนเขาทิ้ง

 

 

 

            ชิบหาย!!

 

 

            “หิวข้าวว่ะ กลับมาก็ลืมแวะซื้ออะไรเข้ามาด้วย จะให้ออกไปน่ะเหรอ ไม่เอาว่ะ ขี้เกียจเดิน อารมณ์ไม่ดีกลัวไปเดินๆ แล้วสะกิดตีนใครเขาเข้า และแน่นอน ทางเลือกสุดท้ายของผม ผมหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกง กดโทรออกเบอร์เบ้จิปาถะที่น่ารัก

 

 

            [ฮัลโหลครับ] ผมเผลอขนลุกไปกับเสียงหลอนๆ ของไอ้จ้าทันทีที่มันรับสาย พยายามจะชินนะ แต่มันไม่รู้ดิ ถ้าบอกว่าไอ้จ้าคือคนที่ตายไปแล้ว และตอนนี้ที่ผมคุยอยู่คือวิญญาณอันนี้ผมเชื่อนะ

 

 

            จ้า มาหากูหน่อย

 

 

            [พี่มีอะไร] น้ำเสียงเริ่มจะออกแนวเบื่อๆ ละ ไอ้ห่านี่! เดี๋ยวก็ไม่ให้ตังค์แดกข้าวซะหรอก

 

 

            กูหิวข้าว ซื้ออะไรมาให้กูกินหน่อย ผมพูดเสียงเอื่อยๆ และผมก็ได้ยินเสียงถอนหายใจกลับมาทันที ยังดีที่มันไม่วางสายใส่ผมอะนะ

 

 

            [ผมไม่สบาย ผมก็บอกไปแล้วไงเมื่อวานนี้]

 

 

            มึงอย่าอ้างไอ้สัด

 

 

 

            น่าจ้า กูหิว ซื้ออะไรมาก็ได้ กูไม่อยากเดินออกไป จากน้ำเสียงสั่งๆ ผมก็เปลี่ยนมาเป็นของร้องมันแทน และผมก็รู้ว่า สิ่งที่ผมต้องการเดี๋ยวมันก็จะมาในไม่ช้า ผมรู้นิสัยไอ้จ้าคนนี้ดี

 

 

            มันเป็นพวกมีน้ำใจ คนดีแหละ ทั้งๆ ที่ตัวมันไม่ได้อยากจะทำเลยนะ จะว่ายังไงล่ะ คือมันเห็นใครเดือดร้อนงี้มันจะเดินเข้าไปช่วยก่อนเลย ผมเคยถามมันนะว่าถ้ามึงไม่ทำจะเป็นยังไง มันก็บอกว่าถ้าเห็นใครเดือดร้อนแล้วไม่ช่วย ใจมันจะรู้สึกไม่ดีอยู่หลายวัน จะไม่สบายใจอะไรประมาณนั้น

 

 

 

            แต่ตัวมันน่ะ ไม่อยากทำหรอก

 

 

 

            [ทำไม พี่ไม่สบายเหรอ] เหมือนจะเริ่มเป็นห่วงผมขึ้นมานิดๆ

 

 

            เปล่า กูขี้เกียจ

 

 

            [สมควรอดตายนะพี่น่ะ] นั่นปากเหรอ เดี๋ยวก็เตะให้หน้าตาดูไม่ได้หนักกว่าเดิมซะหรอก

 

 

            เออน่า มาเร็วๆ อย่าพูดมาก กูโดนยำตีนมาด้วยเนี่ย ผมตอแหลแล้วชิงตัดสายมันไปซะก่อน ไม่งั้นแม่งก็พูดมากอีกนั่นแหละ พูดมากแต่ก็มานะ เพราะงั้น ยังไงๆ มันก็มา ไม่ต้องไปฟังมันบ่นหรอก น่ารำคาญ

 

 

            ผมมองโทรศัพท์ในมือ คิดๆ อยู่ว่าน่าจะโทรหาพี่คลีนมันหน่อยนะ นิ้วมือเลื่อนๆ ที่หน้าจอก่อนจะชะงักไปผมไม่มีเบอร์พี่มันนี่หว่า

 

 

            พอถึงจุดนี้ก็หงุดหงิดอีกละ คือไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพี่มันเลย เบอร์ก็ไม่มี เวลาเจอก็ไปหาที่บ้านอย่างเดียว รู้งี้ผมเอาเบอร์พี่มันมาไว้ตั้งนานละ

 

 

 

            เซ็งโว้ย

 

 

            หลับแม่ง!!

 

 

.

 

 

.

 

 

            “พี่วาส พี่วาสครับ ตื่นๆ

 

 

            ผมลืมตาขึ้นมามองไอ้คนที่มันมาสะกิดแขนปลุกผม เกือบจะสะดุ้งกับหน้าขาวซีดของไอ้จ้าซะแล้ว มันเล่นยื่นหน้าเข้ามาปลุกซะใกล้เลย ผมดันมันออกไปแล้วลุกขึ้นมานั่ง มองไปข้างตัวก็เห็นว่าไอ้จ้ามันซื้อข้าวมาและเตรียมจานมาไว้เรียบร้อยแล้ว

 

 

            พร้อมกับอุปกรณ์ทำแผล

 

 

 

            ทำไมหน้าพี่ไม่มีแผลล่ะ มันถามเรียบๆ พร้อมกับมือขาวซีดของมันยื่นมาจับหน้าผมพลิกซ้ายพลิกขวาหาแผล หาไปเหอะ หายังไงก็หาไม่เจอ กูโดนยำซะที่ไหนล่ะ

 

 

            ดีเนอะ หลอกผมเนี่ย

 

 

            “หลอกบ้านมึงดิ นี่กูคิดถึงมึงหรอกกูเลยเรียกให้มึงมาหา ผมแถไปแบบเน่าๆ ก่อนจะแกะข้าวที่มันซื้อมาให้กิน ไอ้จ้าถอนหายใจ ก่อนจะย้ายร่างผอมแห้งของตัวเองไปนั่งอยู่อีกมุมหนึ่ง นี่รังเกียจกูปะถามจริง นั่งซะห่างกูเลย

 

 

            แล้วที่มึงบอกว่าไม่สบาย มึงเป็นอะไร

 

 

            “หาเรื่องหยุด เออ ขอบคุณที่มึงบอกกูตามตรง

 

 

            ผมพยักหน้ารับแบบไม่มีอะไรจะพูดแล้วนั่งกินข้าวไปเงียบๆ มีไอ้จ้าก็ดีเหมือนกันนะ ออกจะดูเลวไปซะหน่อย รู้ว่ามันไม่ปฏิเสธแน่ถ้าใช้มัน เต็มใจมั้ยอันนี้ไม่รู้ แต่ตัวมันน่ะไม่อยากทำ แต่มันก็ยังห้ามตัวเองไม่ได้เลย

 

 

 

            พี่วาส

 

 

            “อะไร

 

 

            “พี่นั่งไม่สบายเหรอ ผมเห็นพี่ขยับหลายครั้งละ มือที่กำลังตักข้าวเข้าปากถึงกับชะงักค้าง จ้ามึงจะสังเกตกูก็สังเกตอะไรที่มันดีๆ หน่อยก็ได้ปะ เหมือนมึงรู้เนอะว่าเมื่อคืนกูไปทำอะไรมา ทักได้ถูกจุดมาก

 

 

            เปล่า ขากูมันชาๆ เฉยๆ เลยนั่งไม่ถนัดผมก็แถๆ มันออกไป น้องจ้าที่น่ารัก (นิสัยมันนะ) พอได้ยินแบบนั้นก็หันมามองผมเต็มตา

 

 

            ผมนวดให้มั้ย

 

 

            แปลกๆ มั้ย รอบข้างตัวผมแม่งมีแต่คนดี

 

 

            ไม่เป็นไร ผมยิ้มให้มัน เขี่ยข้าวในจานไปแล้วมองหน้ามันไปด้วย ร่างผอมบางพอเห็นผมจ้องก็เลิกคิ้วเป็นการถามกลับมา ผมวางช้อนลง ปั้นสีหน้าให้ดูจริงจังก่อนจะพูดกับมัน

 

 

            จ้า ย้ายมาอยู่กับกูมั้ย มึงเองก็อยู่ตัวคนเดียว มาอยู่กับกูนี่แหละ น้ำไฟก็ช่วยกูนิดๆ หน่อยๆ มึงจะได้มีเงินเหลือใช้เยอะขึ้น ไอ้จ้ามันชะงักไป ก่อนจะเม้มปากสีซีดของตัวเอง ก้มหน้าลงไปเหมือนจะใช้ความคิด ก่อนจะเงยขึ้นมาตอบผม

 

 

            เหมือนพี่จะเป็นห่วงนะ แต่ผมรู้ พี่แค่ให้ผมมาอยู่ด้วยจะได้ใช้ง่ายๆ

 

 

            เหี้ย รู้ทันกูอีก!

 

 

 

 

……………………………

 

 

 

 

            เช้าต่อมาผมก็ตื่นมาเปิดร้านเหมือนเดิม วันนี้ฝนตกคนเลยไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ ไอ้เบิร์นมันก็หยุดเรียนด้วย เลยมีคนช่วยเยอะ ผมก็สบาย อู้ได้เต็มที่ นั่งจนเย็นรอเวลาไปร้านไอ้ใหญ่

 

 

 

            พี่ๆ ร้านพี่มีหนังสือโป๊เปล่าวะ นั่งเบื่อๆ อยู่ไอ้เบิร์นก็เสนอหน้ามาถาม มึงถามกูแบบนี้มึงยืมหนังโป๊กูเลยมั้ยง่ายกว่า ผมถอนหายใจแล้วมองหน้าไอ้เด็กเปรตนี่ แม่งเปรตจริง อายุไม่เท่าไหร่แต่สูงชิบหาย

 

 

            มึงคิดว่าหน้าอย่างกูจะขายหนังสืออะไรแบบนั้นเหรอวะ

 

 

            “ใช่ ตามนั้นแหละ เดี๋ยวมีเตะเด็ก

 

 

            อยากรู้อะไรถามไอ้จ้าเอา เดี๋ยวกูจะออกไปข้างนอกละ ฝากบอกมันปิดร้านปิดบ้านกูดีๆ ด้วย ผมตบไหล่มันหนักๆ แล้วเดินออกมา มันกวนตีนตามหลังมาอยู่ว่าตกลงนี่ร้านผมหรือร้านไอ้จ้า ช่างแม่ง ไม่สนใจ

 

 

            ขับรถมาที่ร้านไอ้ใหญ่ ร้านมันก็ยังไม่เปิดนะ แต่พวกเด็กในร้าน ไอ้ซ่าและบับบี้มันมาแล้วเรียบร้อย วันนี้ไม่เห็นไอ้ขุนแฮะ สงสัยมันเองก็ยุ่งๆ

 

 

 

            พี่วาส เจ้านายอยู่บนห้องนะ พี่ขึ้นไปหาได้เลย ผมพยักหน้ารับคำที่บับมันบอก ไอ้ใหญ่วันนี้แม่งมาเร็วนะ ผมเดินขึ้นมาข้างบน เปิดประตูเข้าไปในห้องทำงานก็เจอฉากเด็ดเลย

 

 

            ไอ้ใหญ่โดนเด็กของมันไอ้ซัน กระชากลงไปจูบปากแบบเน้นๆ มองไกลๆ จากหน้าประตูยังรู้เลยว่าลิ้นแลกลิ้น ผมทำหน้าเอือม เห็นคนรักกันแล้วกูหมั่นไส้ พวกมันสองคนก็รู้นะว่ามีคนเข้ามาในห้อง แต่ก็นั่นแหละ

 

 

            สนใจกูบ้างก็ได้

 

 

 

            เอากันเลยมั้ย กูออกไปรอข้างล่างได้นะ ผมร้องทักแล้วเดินเข้าไปนั่ง ไอ้ซันมันถอนริมฝีปากออกมา ทำสีหน้าเรียบเฉยเหมือนว่าเมื่อสักครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่เพื่อนรักของผมกลับแสดงท่าทางหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด

 

 

            กูไม่ได้ขัด กูแค่มาหาที่นั่ง

 

 

 

            รีบมาไมวะ หัวเสียเข้าไป

 

 

            เพื่อนมาหาแทนที่จะดีใจ กลับทำหน้าแบบนี้ใส่กู ผมพูดขำๆ ขยับตัวนิดหน่อยเพราะว่านั่งไม่สบายตัว ตูดกูก็ยังเจ็บอยู่นะ ทุกครั้งที่แปล๊บๆ ขึ้นมาก็จะนึกไปถึงหน้าคนทำ

 

 

            อย่าให้เจอกูพูดแค่นี้

 

 

            เบื่อหน้ามึง สัด

 

 

            เวลามึงอยู่กับเมียมึงก็เบื่อหน้าทุกคนแหละสัด

 

 

            ผมนั่งอยู่กับไอ้ใหญ่ สักพักไอ้ท็อปก็มาเสริม ไอ้นี่นานๆ จะเห็นหน้าที มันติดเด็กไง รู้สึกว่าจะยังไม่ได้แดกด้วยนะ ไม่ใช่มันทะนุถนอมหรอกผมว่า แม่งไม่มีน้ำยามากกว่า

 

 

 

            และไม่นานไอ้ขุนก็ตามมา อยู่กันครบก็แน่นอนต้องมีเมา แต่เพื่อนขุนของเรานี่เป็นคนดีแล้วนะ แตะนิดๆ หน่อยๆ กลัวบับมันว่า สงสัยอยู่เหมือนกันนะ ว่ามันรักมากเลยยอมให้หรือมันกลัวไอ้บับกันแน่

 

 

 

            นั่งกินกันไปเรื่อยๆ จนดึกเข้าไปทุกที ประตูห้องทำงานไอ้ใหญ่ถูกเคาะสองสามครั้ง และน้องโคมหัวฟูก็เปิดเข้ามา

 

 

 

            ป๋าครับ ผมกลับแล้วครับ สวัสดีครับ เออ มารยาทดี

 

 

            รู้สึกว่าน้องมันจะมาไหว้ไอ้ใหญ่ทุกวันนะ (เหมือนมันเป็นเจ้าที่) ไม่ตอนมาถึงก็ตอนกลับนี่แหละ พี่มึงสอนมาดีจริงๆ และพอน้องมันหันมาเห็นผม ก็มองค้างอยู่แวบหนึ่งก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาใครสักคน ผมไม่รู้หรอกว่าใครเพราะน้องมันเดินออกจากห้องไปก่อน

 

 

 

            ซัน มึงง่วงหรือยัง ไอ้ใหญ่มันหันไปถามคนข้างตัวของมัน

 

 

            กูว่ามึงไม่น่าถามคำนี้นะ ไอ้นี่เคยมีเวลาที่ไม่ง่วงด้วยเหรอกูอยากจะรู้

 

 

 

            พี่นั่งกับเพื่อนไปเหอะ ถ้าง่วงเดี๋ยวผมกลับเอง

 

 

            “ได้ไง ต้องกลับพร้อมกูดิและพวกมันสองคนก็เข้าโลกส่วนตัวกันไป ผมนั่งไปนานๆ ก็เริ่มเบื่อ เลยเที่ยงคืนมาได้สักพักละ เห็นควรว่าผมน่าจะกลับบ้านได้แล้ว

 

 

            มึง กูกลับละ เริ่มง่วง ผมลุกขึ้นแล้วบอกพวกมัน ไอ้ท็อปเพื่อนหัวขาวของผมหันมายิ้มตาเยิ้มใส่ ไอ้นี่แม่งเมาแล้วชัวร์ๆ ไม่ต้องสืบ ยกมือขึ้นแล้วพูด

 

 

            เมาเปล่า เมาไม่ขับกลับแท็กซี่นะมึง

 

 

            “แท็กซี่แม่งเมากว่ากูอีก เชื่อกูดิ ผมยิ้มตบท้ายนิดๆ แล้วเดินออกมา ออกมาข้างนอกร้านแล้วสบายหูขึ้นเยอะ เสียงโคตรดัง กำลังจะเดินไปที่รถ แต่สายตาของผมก็ทำงานได้ดี เหลือบไปเห็นร่างสูงใหญ่ที่คุ้นตายืนอยู่ไม่ไกล เห็นปุ๊บก็เล่นเอาทั้งใจกระตุกแล้วก็ตีนกระตุกด้วย

 

 

            ใจกระตุกน่ะเพราะวันนี้พี่แม่งหล่อเป็นพิเศษไง เซ็ตผมด้านหน้าขึ้นไป เผยใบหน้าหล่อเหลาให้ได้เห็นแบบชัดเจน วันนี้พี่แกไม่ใส่แว่นด้วยไง และที่ตีนกระตุกน่ะคือ

 

 

            แม่งยืนกับสาวไงครับ

 

 

            โอ้วโห้วสวยซะด้วยไงพ่อ และตีนผมมันก็ไปก่อนใจ เดินเข้าไปหาทั้งคู่ทันที ไอ้พี่คลีนคนดีของผมเงยหน้าจากสาวสวยข้างตัวมาเจอกับผมเข้าพอดี ริมฝีปากสวยก็ขยับยิ้มส่งให้แบบอัตโนมัติ ก่อนจะปรับสีหน้าเป็นจริงจังขึ้นมา

 

 

            น้องวาส…”

 

 

            “ไงครับ ผมร้องทัก แต่คนที่ผมทักไม่ใช่พี่คลีนมันนะ ผมทักสาวสวยข้างกายพี่มันต่างหาก เธอหันมามองอย่างงุนงง ผมก็ส่งยิ้มโปรยเสน่ห์ไปให้ทันที ขยับเข้าไปใกล้ จับปอยผมยาวๆ ของเธอขึ้นมาแตะจมูก

 

 

            ผมสวยจังเลยนะครับ แล้วก็หอมด้วย โน้มใบหน้าเข้าไปพูดใกล้ๆ ขึ้นอีกนิด ถึงแม้ว่าตรงนี้ออกจะมืดสักเล็กน้อย แต่ผมก็ยังเห็นได้อยู่ดีว่าเธอน่ะหน้าแดงออกมา

 

 

            รู้จักกับผู้ชายคนนี้เหรอครับผมถามแล้วปรายตาไปที่ร่างสูง

 

 

            อ๋อเปล่าค่ะ แต่กำลังจะทำความรู้จัก ริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีแดงสดขยับยิ้มตอบพร้อมกับปรายตามองผมด้วยความสนใจ ผมเห็นแบบนั้นเลยเกี่ยวเอวบางเข้ามาชิด โน้มใบหน้าเข้าไปพูดใกล้ๆ ใบหูเล็ก

 

 

            เปลี่ยนมาทำความรู้จักกับผมดีกว่ามั้ย หืม

 

 

            ผมพูดแล้วผละออกมา ลอบสังเกตสีหน้าของเธออยู่ รู้สึกได้เลยว่าเธอลังเล มองไอ้พี่คลีนทีมองผมที ไอ้พี่แม่งก็ยืนเอ๋อไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย และเธอคงเห็นว่าพี่คลีนมันไม่มีทีท่าจะสนใจเธอ เลยตัดสินใจได้ มือเรียวล้วงเข้าไปในกระเป๋าแล้วหยิบกระดาษเล็กๆ ออกมาใบหนึ่ง ขยับเข้ามาชิดตัวผม สอดกระดาษแผ่นนั้นเข้าที่กระเป๋ากางเกงด้านหลังของผม

 

 

            แล้วโทรมานะ ตบท้ายด้วยรอยยิ้มท่าทาย ผมก็ยิ้มตอบกลับไป มองตามแผ่นหลังของเธอไปจนเธอเลี้ยวเข้าไปข้างในร้านไอ้ใหญ่ ผมก็ล้วงกระดาษแผ่นนั้นออกมา

 

 

            แล้วขย้ำทิ้งอย่างไม่ใส่ใจ

 

 

 

            เก็บเรียบไปหนึ่ง มึงไม่ได้แดกหรอกพี่คลีน

 

 

 

            หมับ!

 

 

            “เรามีเรื่องต้องคุยกันนะครับ พี่คลีนคว้าข้อมือผมแล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง จูงผมเดินไปที่รถของพี่แก จับผมขึ้นมานั่ง สตาร์ทรถแต่ยังไม่ขับออกไปไหน

 

 

            ผมเหล่ตาไปมองนิดๆ กูยังหมั่นหน้ามึงไม่หายนะพี่คลีน ผมแกล้งทำทีเป็นไม่สนใจพี่มัน มองออกไปนอกกระจก

 

 

 

            แม่ง! กูเมินเป็นตุ๊ดเลยไอ้เหี้ย!!

 

 

            “วาส หันมาคุยกันพี่ดีๆ ก่อน

 

 

            มีอะไรก็พูดมา ผมว่าเสียงเรียบ ถอนหายใจเหมือนไม่อยากจะคุยอะไรกับพี่มัน เอาซี่ เรื่องตอแหลแถสดกูถนัดอยู่แล้ว ผมไม่รู้ว่าพี่คลีนมันทำสีหน้ายังไง แต่ก็คงกลุ้มใจแหละ

 

 

            เด็กดี หันมามองกันหน่อยสิครับ

 

 

            ไอ้เหี้ย!! มึงแม่งจะเยอะไปละ มาพูดด้วยเสียงอ้อนๆ แบบนั้นใครมันจะทนได้วะ ผมเหล่ไปมองก่อนจะถอนหายใจอีกครั้งแล้วยอมหันไป มือหนายื่นออกมากุมใบหน้าผมทันที

 

 

            ทำไมเมื่อวานเราถึงหนีพี่ไปล่ะในน้ำเสียงมีแววกังวล มีแววของความเสียใจปนอยู่ แต่เดี๋ยวนะมึง

 

 

            ใครหนีมึงงงงงง!! มึงหรือเปล่าไหนพูดอีกทีกูให้โอกาส ผมเกือบหลุดหน้าเหวอออกไปแล้วนะ คือเหี้ยอะไร กูตื่นมากูเจอมึงปะ ก็ไม่ กูรอมึงแล้วปะ ก็รอ กูไม่เจอใครกูก็กลับบ้าน กูหนีอะไร

 

 

            พี่ออกไปทำงาน เห็นเราหลับอยู่ตอนเช้าเลยไม่อยากปลุก พี่เลยเขียนโน้ตบอกไว้ ข้าวเช้าพี่ก็ทำไว้ให้แล้วในตู้เย็น แต่เราไม่แตะมันเลย แถมหนีพี่ไปอีก พี่เสียใจนะครับ พี่คลีนร่ายยาวมาเป็นชุด

 

 

            ผมหันหน้าหนีไปอีกทาง ไม่ใช่ไร รู้สึกเหมือนหน้าจะแหกเบาๆ เก็บเศษหน้าให้ผมที ไอ้เอี้ยยยยยยยยยย!! นี่สรุปกูเข้าใจผิดไปเองสินะ แล้วโน้ตของมึงไปแปะไปวางอยู่ตรงไหนหืม กูไม่เห็นเลยสักนิด หรือเป็นเพราะมัวแต่หงุดหงิดวะเลยไม่ทันสังเกต

 

 

            วาสครับ น้ำเสียงเหมือนจะขาดใจ รั้งใบหน้าผมกลับไปอีกครั้ง ผมก้มหน้า แสร้งทำเป็นว่าไม่อยากจะตอบ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมา แกล้งทำทีเป็นหนักใจ กัดริมฝีปากตัวเองแบบไม่มั่นใจว่าควรจะพูดออกไปดีมั้ย

 

 

            พูดกับพี่หน่อยสิครับ พี่ใจไม่ดีเลยนะ โกรธพี่เหรอ จะด่าพี่ก็ได้นะ แต่พูดกับพี่หน่อยสิครับ น้ำเสียงนี่ง้อแบบเต็มที่ ผมแทบจะกลั้นยิ้มเอาไว้ไม่อยู่เลยล่ะ ต้องสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วเก๊กหน้าต่อไป

 

 

            พี่เครียดกับเรื่องนั้นน่ะเหรอ ไม่ต้องห่วงหรอก ผมเองก็ผู้ชาย มันไม่เป็นไรอยู่แล้ว ท้ายประโยคเสียงสั่นอย่างชัดเจน ผมหลบตาแล้วก้มหน้าลงอีกครั้ง

 

 

            ไหนรางวัล กูชนะ เอามาให้กูเลย

 

 

 

            แต่เราเป็นของพี่

 

 

            มึงต่างหากที่เป็นของกู หึ!

 

 

            “ช่างมันเหอะพี่ มันผ่านไปแล้ว ไม่เสียหายอะไรอยู่แล้ว ผมแม่งก็เริ่มเองแหละ พี่ไม่ต้องจริงจังนะเว้ย มันเป็นการเล่นซ้อนบทหลายบทดีแท้ ต้องทำให้เหมือนกับคนที่อ่อนแอพยายามจะเข้มแข็งทั้งๆ ที่ผมไม่อ่อนแออะไร

 

 

            งงมั้ย? กูยังงงตัวเองเลย

 

 

            ช่างมันพี่ มันผ่านไปแล้ว

 

 

            อ่าถ้าเราต้องการแบบนั้น ก็ได้ครับ

 

 

            อ้าวเหี้ย!!! เดี๋ยวๆ!!

 

 

100 %

 

 

______________________________________

 


โย่วๆ มาแบบเต็มๆ ตอนไปเลย ถ้าผลตอบรับดีครั้งหน้าจะมาแบบเต็มๆ อีก ^^

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น