facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ฟีลอสxบายู(เซนทอร์) ตอนที่2

ชื่อตอน : ฟีลอสxบายู(เซนทอร์) ตอนที่2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.4k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 19 พ.ค. 2563 18:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ฟีลอสxบายู(เซนทอร์) ตอนที่2
แบบอักษร

 

ฟีลอสจำใจต้องอุ้มร่างของเด็กหนุ่มที่หมดสติไปกลับมาทำแผลที่บ้านของเขา เพราะว่าเขาไม่ใจร้ายพอที่จะทิ้งมนุษย์ผู้นี้ไว้กลางป่าลึกที่เต็มไปด้วยสัตว์ร้ายเพียงลำพัง นี่นับเป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ที่มนุษย์ได้รู้ถึงการมีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้ของเขา 

ตลอดมาเขาอยู่แบบหลบซ่อนอยู่แค่ในอาณาเขตของตัวเองที่มนุษย์จะไม่เห็นและไม่สามารถย่างกรายเข้ามาในบริเวณนี้ได้ มันเหมือนมีเวทมนตร์บังตาไม่ให้พวกมนุษย์เห็นสถานที่ที่เขาอยู่ ซึ่งฟีลอสก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด แต่เขาก็คิดว่ามันดีแล้วเพราะมันทำให้เขาได้อยู่อย่างสงบโดยตัดขาดจากโลกภายนอก 

"เป็นบุรุษแต่ทำไมถึงตัวเบาได้ขนาดนี้" 

เซนทอร์ร่างโตมองร่างบางในอ้อมแขนก่อนจะพูดออกมาด้วยความแปลกใจ มนุษย์ผู้นี้ดูร่างกายอ่อนแอ แขนขาไร้กล้ามเนื้อราวกับอดอยากอาหาร ผิดกับเขาที่ร่างกายกำยำแข็งแรง ท่อนบนที่เป็นมนุษย์ก็มีกล้ามเนื้อสมส่วน ท่อนแขนทั้งสองกล้ามดูแข็งแกร่ง อกผายสามารถเห็นกล้ามหน้าอกเป็นมัดได้ชัดเจน หน้าท้องก็มีกล้ามเนื้อเรียงเป็นลอนสวย ส่วนท่อนล่างที่มีร่างกายเป็นม้าก็มีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงแน่นกำยำไม่ต่างกัน 

เมื่อกลับมาถึงบ้านฟีลอสก็พาร่างของเด็กหนุ่มไปวางบนฟูกนอน ก่อนจะเดินออกมาก่อไฟเพื่อต้มสมุนไพรสำหรับรักษาอาการฟกช้ำในร่างกาย และยังช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวคลายจากความอ่อนล้าได้เร็วด้วย จากนั้นเขาออกมาเก็บสมุนไพรสมานแผลที่ปลูกไว้ที่ข้างบ้านแล้วนำมาบดเพื่อทาตรงบาดแผลที่ต้นแขนของร่างบางที่โดนเล็บเสือข่วนจนเป็นแผล 

"อึ่กก…" 

ใบหน้าของเด็กหนุ่มที่หมดสติเหยเกด้วยความเจ็บในยามที่มือหนากำลังใช้น้ำล้างแผลและนำสมุนไพรมาพอกไว้ตรงบาดแผลของเขา แต่ถึงอย่างนั้นบายูก็ไม่ได้รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเพราะร่างกายของเขาอ่อนเพลียมากเกินไป 

หลังจากที่ฟีลอสทำแผลให้บายูเสร็จเซนทอร์หนุ่มก็นำสมุนไพรที่ต้มไว้มาให้เทใส่ถ้วยใบเล็ก รอให้มันคลายความร้อนจนพออุ่นเขาก็นำมาป้อนให้ร่างบางดื่ม ริมฝีปากสีแดงระเรื่อตามธรรมชาติที่จรดดื่มน้ำสมุนไพรจากถ้วยทำให้ฟีลอสเผลอจ้องมองอยู่นาน ดวงตาคู่คมเลื่อนต่ำลงมามองลำคอขาวเนียนยาวระหงที่มีลูกกระเดือกขยับขึ้นลงในยามที่ดื่มสมุนไพรที่เขาต้มให้ 

ภาพบุรุษหนุ่มที่มีใบหน้างดงามตรงหน้ากำลังเป็นเหตุให้ฟีลอสหัวใจเต้นแรงจนเขาต้องเบือนหน้าหนี เขาคิดว่าที่มนุษย์ผู้นี้ดื่มสมุนไพรอย่างว่าง่ายโดยไม่ต่อต้านส่วนนึงคงมาจากการกระหายน้ำ ดังนั้นเมื่อป้อนยาเสร็จเขาจึงไปตักน้ำดื่มมาให้เด็กหนุ่มดื่ม ซึ่งเด็กหนุ่มก็ดื่มไปเยอะจนทำให้ฟีลอสเผลอยิ้มออกมากับท่าทางที่ดูกระหายน้ำมาก 

เมื่อจัดการช่วยทำแผลป้อนยาให้เด็กหนุ่มเสร็จฟีลอสก็นำผ้าห่มที่ทำมาจากขนแกะมาห่มให้ร่างบางเนื่องจากว่าตอนนี้อากาศเย็น เขาถอนหายใจออกมาเมื่อต้องจำใจให้มนุษย์ผู้นี้พักที่บ้านของเขาไปก่อน จากนั้นเขาก็เดินมานั่งลงตรงมุมห้องที่ใกล้เตาไฟแล้วเอนตัวไปซบกับผนังไม้ นอนตรงนี้มันอุ่นเพราะใกล้เตาไฟจึงไม่จำเป็นต้องใช้ผ้าห่มก็ได้ 

โดยธรรมชาติของม้าจะยืนหลับแต่เขาไม่ใช่ม้าเต็มตัว ท่อนบนของเขานั้นเป็นมนุษย์ แต่จะให้นอนหลับแบบมนุษย์ก็ไม่ได้เช่นกันเขาจึงต้องนอนแบบนี้ ส่วนมากเขาก็จะนั่งบนฟูกแล้วเอนตัวพิงผนังหลับ แต่คืนนี้เขาได้สละฟูกให้มนุษย์ที่เขาไม่รู้จักไปแล้ว เขาจึงต้องมานอนตรงนี้แทน ฟีลอสไม่รู้ว่าเขานั่งจ้องมองร่างบางที่นอนอยู่ฟูกนานเท่าไหร่ แต่มันนานมากพอจนเขาเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว… 

บายูตื่นขึ้นมาในตอนเช้าของวันใหม่พร้อมกับความรู้สึกปวดเมื่อยไปทั่วร่างกายและเจ็บตรงแผลที่โดนเล็บเสือข่วน อาจเป็นเพราะความเคยชินที่ต้องตื่นตั้งแต่เช้ามืดมาทำอาหารให้พ่อเลี้ยงก่อนจะออกไปทำงานจึงทำให้เด็กหนุ่มตื่นเช้ากว่าฟีลอสที่ยังหลับอยู่ 

พอลืมตาขึ้นมาบายูก็กวาดสายตามองไปทั่วห้องเพราะเขาไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ที่ไหน จนสายตาของเด็กหนุ่มมาหยุดอยู่ตรงชายร่างใหญ่ที่ช่วยเขาไว้เมื่อคืน ดวงตาคู่สวยของเด็กหนุ่มเบิกกว้าง มือบางยกขึ้นมาปิดปากตัวเองด้วยความตกใจ เมื่อได้เห็นเต็มสองตาว่าสิ่งที่เขาเห็นเมื่อคืนมันคือเรื่องจริง ชายผู้นี้มีร่างกายท่อนบนเป็นมนุษย์เหมือนเขาทุกอย่างแต่กลับมีร่างกายส่วนล่างตั้งแต่เอวลงไปเป็นม้า 

เมื่อคืนที่เห็นบายูก็คิดว่าตัวเองคงตายไปแล้วถึงได้เห็นอะไรแบบนี้ แต่เขากลับยังไม่ตาย ชายที่มีร่างกายครึ่งคนครึ่งม้าเป็นผู้ที่มาช่วยเขาไว้จริงๆ 

เด็กหนุ่มใช้มือลูบพร้อมกับก้มมองตามร่างกายตัวเองก็ได้เห็นว่าตรงไหนที่มีบาดแผลก็ถูกพอกด้วยสมุนไพรที่ช่วยสมานแผล และสิ่งที่ทำให้บายูมั่นใจมากที่สุดว่าเขายังไม่ตายก็คือตอนนี้เขากำลังรู้สึกหิว 

หิวมากด้วย… 

บายูสูดหายใจเข้าลึกๆ ตั้งสติกับภาพที่ได้เห็นตรงหน้า ก่อนที่ร่างบางจะลุกขึ้นนั่งแล้วคลานเข้ามาหาชายร่างใหญ่ที่เอนตัวนอนพิงกำแพงอยู่อย่างเงียบที่สุดเพราะกลัวว่าเขาอยู่จะตื่นขึ้นมา ดวงตาคู่สวยถือวิสาสะจ้องมองร่างกายของเซนทอร์หนุ่มด้วยความสงสัยปะปนกับความตื่นเต้น บายูไม่เคยคิดมาก่อนว่าเซนทอร์จะมีตัวตนอยู่จริง 

เขานึกว่ามันเป็นแค่เรื่องเล่าในตำนานปรัมปรา... 

"อึ่กก" 

เด็กหนุ่มลอบกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอเมื่อได้เข้ามามองชายร่างใหญ่ในระยะใกล้ ร่างกายของเขาช่างกำยำดูแข็งแกร่งมากกว่าบายูหลายเท่า สังเกตได้จากกล้ามแขนใหญ่ที่คงจะจับท่อนแขนของบายูให้หักครึ่งได้อย่างง่ายดาย แม้ตอนนี้มองเห็นใบหน้าของคนที่ช่วยชีวิตตัวเองไว้ไม่ชัดเพราะถูกผมหยักศกที่ยาวประมาณไหล่บดบัง แต่บายูก็จำใบหน้าที่ดูดุดันและแววตาที่น่าเกรงขามของชายผู้นี้ได้เป็นอย่างดี 

บายูไล่สายตามองไปทั่วร่างของเซนทอร์ที่เขาคิดว่ายังหลับอยู่ ก่อนจะยื่นมือบางออกไปเพราะว่าอยากลองสัมผัสลำตัวท่อนล่างที่เป็นม้าของชายร่างใหญ่ดู แต่เพียงแค่โดนฝ่ามือของบายูสัมผัสโดนร่างกายตัวเองฟีลอสก็ลืมตาขึ้นมาทันที เขาลุกขึ้นพร้อมกับใช้ท่อนแขนรัดคอของมนุษย์ไว้เพราะความตกใจ 

"เจ้าคิดจะทำอะไรข้า!! "ฟีลอสถามอย่างไม่สบอารมณ์เพราะเขาไม่ชอบให้ใครมายุ่งกับร่างกายของเขา ปกติเขาระวังตัวเองมากแต่ตอนนี้เขากลับมาโดนฝ่ามือของมนุษย์สัมผัสร่างกายได้ 

"อึ่ก! ข้าเปล่า… ปะ ปล่อยข้า ข้าหายใจไม่ออก" 

บายูรีบส่ายหน้าพูดด้วยความตกใจกลัวพร้อมกับใช้มือจับท่อนแข็งแกร่งที่กำลังรัดคอของเขาแน่นให้คลายออก เซนทอร์หนุ่มก็เหมือนจะรู้ตัวว่าตัวเองทำรุนแรงเกินไปจึงรีบคลายแขนที่รัดคอร่างบางออก 

"แค่กๆ ท่านจะฆ่าข้ารึไง" 

เด็กหนุ่มหายไอออกมาพร้อมกับรีบหายใจโกยอากาศเข้าปอด ก่อนจะหันไปถามชายร่างโตกว่า บายูรู้สึกว่าหัวใจตัวเองเริ่มเต้นแรงขึ้นมาเพียงแค่สบตากับดวงตาสีดำสนิทที่ดูน่าเกรงขาม ใบหน้าดุดันนั้นก็ช่างรูปงามกว่าบุรุษคนไหนที่เขาเคยเจอมา หนวดเคราที่ถูกตัดแต่งให้เข้ากับรูปหน้ามันช่างทำให้ใบหน้าของชายผู้นี้ดูมีเสน่ห์และดูดุดันในเวลาเดียวกัน 

"ถ้าข้าคิดจะทำแบบนั้นข้าจะช่วยชีวิตมนุษย์อย่างเจ้ามาทำไม" 

ฟีลอสตอบกลับอย่างไม่สบอารมณ์ แต่แววตาคมกลับไล่มองไปตามร่างกายของบายูเพื่อดูว่าบาดแผลเริ่มสมานกันหรือยัง ซึ่งสิ่งที่เห็นก็ทำให้เขาพอใจเพราะแผลของเด็กหนุ่มเริ่มแห้ง ไม่มีเลือดไหลซึมออกมาเหมือนเมื่อคืนแล้ว 

"ขอบคุณท่านมากที่ช่วยชีวิตข้าไว้ เมื่อคืนข้านึกว่าข้าตายไปแล้วเสียอีก ที่เห็นท่าน เอ่อ… เป็นแบบนี้ ข้าไม่คิดว่าพวกเซนทอร์จะมีตัวตนอยู่จริง"ร่างบางพูดพร้อมกับมองร่างกายของเซนทอร์หนุ่ม พูดไปใครจะเชื่อว่าผู้ที่ช่วยชีวิตเขาคือเซนทอร์จริงๆ 

"หากมนุษย์เช่นเจ้ายังมีชีวิตอยู่ได้แล้วทำไมอย่างข้าถึงจะไม่มี บนโลกใบนี้มันมีอะไรที่เจ้ายังไม่รู้อีกเยอะเจ้าหนุ่มน้อย" 

เซนทอร์หนุ่มยอมรับว่าเขาไม่ค่อยพอใจที่สายตาของเด็กหนุ่มมองเขาเหมือนเป็นตัวประหลาด เขาสบตาพูดกับบายูพร้อมทั้งขยับเท้าทั้งสี่เดินเข้ามาพูดกับร่างบางในระยะใกล้ ทำเอาบายูหัวใจเต้นแรงขึ้นมาทั้งที่คนตรงหน้าก็เป็นบุรุษเช่นเดียวกับเขาไม่ใช่สตรีที่มีใบหน้างดงาม 

"ข้าจะพยายามทำความเข้าใจกับสิ่งที่ท่านพูดมา ข้าชื่อบายูนะ แล้วเอ่อ… ท่านชื่ออะไรเหรอ? "รอยยิ้มแสนซื่อที่ส่งมาให้ทำให้เซนทอร์หนุ่มถึงกับหัวใจเต้นแรงขึ้นมา ปกติใบหน้าของเด็กหนุ่มคนนี้ก็น่ามองอยู่แล้วแต่พอยิ้มกลับยิ่งดูงดงามขึ้นไปอีก 

"อะฮึ่ม! ข้าชื่อฟีลอส"เพราะรู้ตัวว่าเผลอจ้องมองร่างบางตรงหน้านานเกินไป ฟีลอสจึงกระแอมออกออกมาก่อนจะตอบชื่อตัวเองไปบ้าง 

"ชื่อเพราะจัง"บายูพูดและยิ้มออกมาจนทำให้ฟีลอสชะงักไป เซนทอร์หนุ่มเลยเปลี่ยนเรื่องคุย 

"เจ้าหิวหรือยัง? " 

"ข้าเหรอ… ยังไม่ค่อยหิวเท่าไหร่หรอก" 

บายูโกหกคำโตเพราะความเกรงใจทั้งที่ตอนนี้เขาหิวมากเพราะร่างกายสูญเสียพลังงานไปทั้งหมดตั้งแต่เมื่อคืน เซนทอร์หนุ่มก็เกือบเชื่อถ้าไม่ติดว่าได้ยินเสียงท้องของร่างบางร้องประท้วงขึ้นมา 

โครก~ 

"หึ ปากของเจ้าไม่หิวแต่ดูเหมือนว่าท้องของเจ้าจะหิวมากนะ"ฟีลอสกระตุกยิ้มออกมาพร้อมกับพูดกับร่างบางตรงหน้า เขาไม่เคยคิดยุ่งเกี่ยวกับพวกมนุษย์แต่กับเด็กหนุ่มคนนี้ฟีลอสกลับรู้สึกถูกชะตาอย่างบอกไม่ถูก 

"ข้าโกหก ที่จริงข้าหิวมากแต่ข้าเกรงใจ" 

"งั้นข้าจะทำมื้อเช้าให้เจ้ากิน พอกินเสร็จแล้วเจ้าก็ค่อยออกไปจากที่นี่" 

บายูสะอึกกับคำพูดของเจ้าของบ้านที่แสดงออกชัดเจนว่าไม่อยากให้เขาอยู่ด้วย แต่เด็กหนุ่มก็สามารถทำอะไรได้จึงได้แต่พยักหน้ารับไป ไว้รอกินให้อิ่มท้องเขาค่อยคิดอีกทีว่าจะเอายังไงกับชีวิตต่อไปดี จะให้กลับไปอยู่ที่หมู่บ้านก็คงเป็นไปไม่ได้แล้วเพราะถ้าเดร็คเจอตัวเขาคงแย่มากแน่ 

ฟีลอสทำอาหารมื้อเช้าแบบเรียบง่ายให้บายูกินพร้อมทั้งเอาผลไม้ที่เขาหามาไว้ให้กินเป็นการตบท้าย เขาพาร่างบางมานั่งทานอาหารด้านนอกระเบียงซึ่งเห็นวิวลำธารและป่าฝั่งตรงข้างได้ชัดเจน บ้านของเขาสร้างติดกับลำธารเพื่อความสะดวกสบาย ดินแถวนี้ปลูกพืชชนิดไหนก็เจริญเติบโตเป็นอย่างดี เวลาจะหาน้ำมาดื่มหรือจะอาบน้ำก็สะดวก และยังง่ายต่อการจับปลาในลำธารมาทำอาหารอีกด้วย 

ระหว่างที่นั่งกินอาหารไปเซนทอร์หนุ่มก็ถามเรื่องราวของบายูว่าเป็นมายังไงถึงได้เดินหลงเข้ามาในป่าลึกขนาดนี้ บายูก็เล่าไปตามความจริงทุกอย่างจนทำให้เขารู้สึกเห็นใจ แต่ก็คงไม่สามารถช่วยอะไรได้เพราะเขาไม่คิดอยากอยู่ร่วมกับมนุษย์ เขารักการอยู่คนเดียว ต้องการปลีกตัวออกห่างจากโลกภายนอกให้มากที่สุด 

"ชะตาชีวิตเจ้าช่างน่าสงสารนัก"ฟีลอสพูดออกมาด้วยความเห็นใจ พอเห็นร่างบางดูเศร้าเขาก็อยากจะยื่นมือไปลูบหัวเพื่อปลอบประโลมแต่ก็ยั้งคิดได้ว่าตัวเองไม่สมควรทำแบบนั้น 

"ท่านพักอยู่ที่นี่ผู้เดียวเหรอ? " 

บายูเอ่ยถามชายร่างโตพยายามบังคับสายตาตัวเองเลื่อนลงไปมองร่างกายกำยำของฟีลอส เพราะเซนทอร์หนุ่มไม่ได้ใส่เสื้อผ้าเหมือนเขา ร่างกายท่อนบนก็เปลือยเผยให้เห็นกล้ามหน้าอกเป็นมัด รวมไปถึงกล้ามหน้าท้องที่เรียงเป็นลอนสวย 

"ใช่ ข้าอยู่เพียงลำพัง"ฟีลอสตอบเสียงเรียบ 

"งั้นข้าขออยู่กับท่านได้มั้ย ข้ากลับไปที่หมู่บ้านไม่ได้แล้ว"เด็กหนุ่มเอ่ยขอชายร่างโตตรงหน้าด้วยแววตามีความหวัง แต่สุดท้ายก็ได้รับคำตอบที่ทำให้ผิดหวังกลับมา 

"คงไม่ได้หรอก ข้าเสียใจที่ช่วยได้เจ้าเพียงเท่านี้ หากกินอิ่มแล้วเจ้าก็ควรไปจากที่นี่ซะ"คำพูดที่ไร้เยื่อใยจากเซนทอร์หนุ่มทำให้บายูสะอึก ขอบตาของร่างบางร้อนผ่าวก่อนและเริ่มมีน้ำตารื้นขึ้นมา 

"หากท่านไม่ให้ข้าอยู่ด้วย ข้าไปสร้างที่อยู่ของข้าเองก็ได้ และท่านก็ไม่มีสิทธิ์ห้ามข้าด้วย เพราะป่านี้ไม่ใช่ของท่านเพียงคนเดียว" 

พูดจบร่างบางก็ลุกเดินออกมาจากบ้านของผู้ที่ช่วยเขาไว้พร้อมกับน้ำตาที่ไหลลงมา เพราะไม่มีที่ให้ไปแล้วบายูจึงจำเป็นต้องอยู่ที่นี่ พอหันกลับไปมองเซนทอร์หนุ่มที่ยังยืนมองเขาอยู่มันก็ทำให้ร่างบางฮึกเหิมเดินข้ามลำธารไปอีกฝั่ง ซึ่งเป็นฝั่งตรงข้างกับบ้านของฟีลอส เด็กหนุ่มมองหาทำเลเพื่อที่จะให้สร้างที่อยู่ของเขาจนตัดสินใจปักหลักลงที่ใต้โคนต้นไม้ใหญ่ 

ทั้งวันบายูวุ่นกับการหาท่อนไม้และกิ่งก้านของใบไม้เพื่อมาทำเป็นที่อยู่ของเขา มือบางของเด็กหนุ่มแตกและมีเลือดซึมออกมาเพราะใช้หักกิ่งไม้กับขนท่อนไม้อย่างหนัก ฝ่าเท้าก็ปวดอย่างหนักไม่ต่างกัน รวมไปถึงร่างกายของเขาที่ปวดไปทั่วทั้งร่างด้วย สุดท้ายเขาก็ทำที่พักของเขาจนเสร็จ ซึ่งมันดูเหมือนการเอากิ่งไม้มากองรวมกันแล้วทำรูให้พอแทรกตัวเข้าไปนอนได้มากกว่า แต่บายูไม่มีทางเลือกหากมันพังเขาก็ค่อยทำใหม่ก็ได้ 

ทางด้านฟีลอสที่คอยยืนมองดูการกระทำของบายูมาทั้งวันก็ต้องกุมขมับให้กับมนุษย์ผู้โง่เขลาคนนี้ ซึ่งพอบายูเห็นว่าเซนทอร์หนุ่มมองมาที่ตัวเองยืนอยู่บายูก็ยิ้มให้พร้อมกับผายมือให้เขามองที่พักที่สร้างด้วยน้ำพักน้ำแรง (?) ของตนเอง 

สุดท้ายก็เป็นฟีลอสเองที่ทนไม่ไหว เขาจึงตัดสินใจเดินออกจากบ้านข้ามลำธารมาหาร่างบางที่ยืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ 

"นี่เจ้ากำลังล้อข้าเล่นอยู่รึไง สิ่งปลูกสร้างของเจ้ามันไม่สามารถอาศัยอยู่ได้จริง ไม่สมควรเรียกว่าบ้านได้ด้วยซ้ำ โดนเสือตัวเมื่อคืนคำรามใส่ก็คงปลิวหายไปกับลมแล้ว" 

พอมาถึงฟีลอสก็ตรงเข้ามาพูดกับร่างบางทันที แววตาคมสีดำสนิทกำลังจ้องมองสภาพที่อยู่ของบายูด้วยความอดสู หากฝนตกลงมาก็คงพังอย่างไม่เป็นท่าอย่างแน่นอน ที่พักของบายูมันไม่สามารถกันฝน กันลม หรือกันสัตว์ร้ายอะไรได้เลยสักนิด 

"แล้วท่านจะให้ข้าทำอย่างไรในเมื่อข้าไม่มีที่ไปแล้ว ขืนกลับไปที่หมู่บ้านคนใจทรามนั่นเอาข้าตายแน่" 

บายูตอบอย่างคนอับจนหนทาง หากจะให้ขึ้นไปนอนบนต้นไม้เขาก็กลัวจะพลัดตกลงมาแขนหักขาหัก หากจะหาแค่ใบไม้มาปูนอนใต้ต้นไม้ใหญ่เขาก็กลัวสัตว์จะเข้ามาทำร้ายอีก 

"ที่อยู่ของมนุษย์มีตั้งหลายเมือง เจ้าก็หนีไปอยู่เมืองอื่นสิ"ฟีลอสพยายามหาทางแนะนำให้แต่ร่างบางก็ส่ายหน้าตอบ บายูช้อนสายตาเงยหน้าสบตากับเซนทอร์หนุ่มพร้อมกับน้ำตาที่เริ่มเอ่อคลอก่อนจะพูดขอร้องฟีลอสอีกครั้ง 

"ข้าไม่รู้ทาง ไม่เคยไปไกลจากหมู่บ้านนี้เลยด้วยซ้ำ ฮึกก ให้ข้าอยู่กับท่านได้มั้ย" 

"เจ้าพูดอะไรออกมา บ้าไปแล้วรึไง! "ฟีลอสพูดกับเด็กหนุ่มอย่างเหลืออด ทั้งที่เขาปฏิเสธไปแล้วยังจะมาเอ่ยปากขอร้องอีก 

"ข้าพูดจริง ให้ข้าท่านอยู่กับท่านที่นี่เถอะนะ ขอแค่ให้ข้ามีที่อยู่อาศัย จะให้ข้าเป็นคนรับใช้ก็ได้ ข้าทำงานบ้าน ทำอาหารเป็นหมดเลยนะ" 

บายูทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าต่อหน้าของฟีลอสพร้อมทั้งพูดขอร้องทั้งน้ำตา ดวงตาคู่สวยเงยหน้ามองเซนทอร์หนุ่มอย่างอ้อนวอน แน่นอนว่าการกระทำของบายูได้ผลเพราะมันกำลังทำให้ฟีลอสลำบากใจ เขารู้สึกอึดอัดและไม่ชอบใจเลยยามที่ใบหน้างดงามของเด็กหนุ่มคนนี้อาบไปด้วยน้ำตา 

ฟีลอสเงียบไปพักใหญ่ก่อนที่เขาจะตัดสินใจยื่นมือไปหาคนที่นั่งคุกเข่าก้มหน้าร้องไห้อยู่ สุดท้ายเขาก็ใจอ่อนเพียงเพราะเห็นน้ำตาของบายู... 

"ลุกขึ้นมาเถอะ ท้องฟ้าใกล้จะมืดแล้ว ข้าให้เจ้าพักกับข้าก็ได้" 

"ฮึกก ทะ ท่านพูดจริงนะ"บายูจับมือหนาพร้อมกับลุกขึ้นมายืนเหมือนเดิม ร่างบางพยายามหยุดสะอื้นแล้วถามฟีลอสเสียงสั่น 

"อืม" 

เพียงแค่เสียงตอบรับสั้นๆ ของเซนทอร์หนุ่มก็ทำให้บายูดีใจจนยิ้มออกมาทั้งน้ำตา ก่อนที่ร่างบางจะโผกอดฟีลอสไว้แน่นพร้อมทั้งซบหน้าลงบนอกกว้างทำเอาชายร่างใหญ่ชะงักตกใจ เขาชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งจึงค่อยใช้ท่อนแขนโอบเอวของร่างบางตอบ ฝ่ามือใหญ่อีกข้างก็ใช้ลูบหลังให้กับบายู 

"ขอบคุณที่ช่วยชีวิตข้าไว้และยังให้ความเมตตาแก่ข้า" 

บายูรู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างมาก เขาจะตอบแทนบุญคุณของฟีลอสโดยการทำอาหารกับงานบ้านทุกอย่างตามที่พูด และจะทำให้เซนทอร์ผู้นี้เห็นว่าถึงแม้ร่างกายของเราจะแตกต่างกันแต่ก็สามารถอยู่ร่วมกันได้ เขายอมทำทุกอย่างขอแค่ไม่ต้องกลับไปอยู่ที่หมู่บ้านก็พอแล้ว 

 

 

++++++++++++++++++++++ 

มาต่อค่ะ ตอนหน้าเนื้อเรื่องจะเดินเร็ว (มาก) นะคะเพราะเป็นแค่เรื่องสั้น เนื้อเรื่องยังไม่ได้ตรวจคำผิดนะคะ หากใครชอบแนวนี้ฝากเม้นให้กำลังใจคนเขียนด้วยน้าา 

ความคิดเห็น