facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

◣♥◥ อาณาเขตรักที่11►►ดูแล

ชื่อตอน : ◣♥◥ อาณาเขตรักที่11►►ดูแล

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.3k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ก.ย. 2558 13:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
◣♥◥ อาณาเขตรักที่11►►ดูแล
แบบอักษร

  อาณาเขตรักที่11►►ดูแล

 

 

เช้าวันจันทร์ที่อากาศแจ่มใสทำให้ปภิณวิทย์มาถึงบริษัทเร็วกว่าเดิมนิดหน่อย...ตั้งแต่คืนวันศุกร์ที่ผมได้ไปนอนค้างบ้านของบัตเตอร์...พอตื่นมาในเช้าวันอาทิตย์ก็ต้องตกใจเมื่อถูกบัตเตอร์กอดเอวตัวเองไว้แน่น...นั่นทำเอาหัวใจผมเต้นรัวเลยล่ะ

 

 

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความตกใจ ตื่นเต้น หรืออะไร

 

 

แต่ผมรู้สึกว่าตัวเองเริ่มจะมองบัตเตอร์เปลี่ยนไปทีละน้อยๆ...

 

 

ใบหน้าที่แสดงออกว่าน้อยใจของบัตเตอร์ทำให้ผมหลุดขำออกมา...ใครจะไม่ขำล่ะก็เลยน้อยใจสุนัขของตัวเองซะงั้น...ตลกชะมัดเลย

 

 

ผมก็เลยยอมจุ๊บหน้าผากของบัตเตอร์ไปทีนึง...จะมีใครรู้ไหมว่าหัวใจผมมันเต้นแรงมากขนาดไหนตอนที่จุ๊บหน้าผากเขาน่ะ...ขออย่าให้บัตเตอร์ได้ยินมันเลย

 

 

วันนี้ผมมาถึงบริษัทเป็นคนแรกในห้องทำงานนี้...ก็เลยต้องมาชงเครื่องดื่มกินเอง...ความจริงผมไม่ค่อยชอบพวกกาแฟหรอกนะแต่ถ้าทำงานหนักๆก็จำเป็นต้องกิน...แต่วันนี้รู้สึกว่าจะไม่มีงานอะไรที่ต้องรีบจัดการเป็นพิเศษ

 

 

“กินชาแทนดีกว่า...”เสียงพึมพำดังขึ้นเบาๆก่อนที่ผมจะเริ่มลงมือชงชาร้อนแล้วถือแก้วเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัว...

 

 

ตุบ!

 

 

เมื่อทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ในหัวผมก็ผุดเรื่องของบัตเตอร์ขึ้นมาอีกครั้ง...

 

 

ไม่เข้าใจตัวเองเลย

 

 

ทำไมถึงได้รู้สึกใจเต้นกับบัตเตอร์

 

 

ทำไมถึงได้ชอบมองรอยยิ้มของเขา

 

 

ทำไมถึงไม่อยากเห็นหน้าหง๋อยๆนั่น

 

 

และทำไมในหัวผมถึงได้คิดแต่เรื่องของเขาแบบนี้นะ

 

 

หรือว่า...

 

 

มันจะเป็นความรัก?

 

 

“บ้าน่า!...อายุป่านนี้เนี่ยนะ?!!”ผมบอกกับตัวเองพร้อมขมวดคิ้วแน่นขึ้น

 

 

ตั้งแต่เด็กจนโตผมก็ไม่เคยรู้จักถึงคำว่ารัก...ก็จริงอยู่ที่สมัยเรียนมีคบผู้หญิงบ้างแต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าอะไรมากนัก...แถมยังออกแนวรำคาญๆด้วย

 

 

พวกผู้หญิงชอบบ่นนู้นี่นั่นพอบอกไม่ว่างก็หาว่าไปมีคนอื่น

 

 

ทำให้การคบกันไม่ค่อยยืดสักเท่าไหร่...จนปัจจุบันผมก็ยังไม่รู้ว่าความรักที่หลายคนบอกว่าดีนักหนาน่ะมันเป็นยังไง?

 

 

 

แต่ถ้าอาการที่ว่ามันมันคือความรักละก็...

 

 

ผมควรจะทำยังไงต่อดีล่ะ?

 

 

และผมแน่ใจในความรู้สึกนี้แค่ไหนกัน?

 

 

แค่ใจเต้นมันจำเป็นต้องเป็นความรักงั้นเหรอ?

 

 

แค่คิดแต่เรื่องของเขามันก็ถือว่าเป็นความรักงั้นเหรอ?

 

 

เรื่องแค่นั้นมันจะทำให้ผมแน่ใจได้ยังไง?

 

 

แถมเรื่องสำคัญมันอยู่ที่ว่าผมกับบัตเตอร์เป็นผู้ชายเหมือนกัน

 

 

เนี่ยแหละที่เป็นปัญหาใหญ่

 

 

เออ...มีอีกอย่างคืออายุผมกับบัตเตอร์ต่างกันอยู่เยอะ...กี่ปีนะ..6-7ปีได้มั้ง

 

 

“เฮ่อ...”ผมถอนหายใจออกมาพร้อมกับเอนตัวไปด้านหลังแล้วหลับตาลงช้าๆ

 

 

ในเมื่อเป็นแบบนี้...คงมีทางเลือกอยู่ไม่กี่ทางซินะ

 

 

จะปล่อยให้เป็นแบบเดิม...

 

 

จะเริ่มเปลี่ยนแปลง...

 

 

หรือผมคงต้องตัดใจ

 

 

พวกเราไม่มีอะไรที่เหมือนกันเลยสักนิด

 

 

บัตเตอร์เป็นคนร่าเริง ยิ้มง่ายและเป็นมิตรกับทุกคน

 

 

ส่วนผมเป็นคนขี้หงุดหงิด ยิ้มยากและเข้ากับใครไม่ค่อยได้

 

 

บัตเตอร์ทำอาหารและขนมเก่งมาก

 

 

แต่ผมทำไม่เป็นเลยสักอย่าง

 

 

ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว

 

 

“เลิกคิดๆๆๆ...ทำงานๆ”ปภิณวิทย์ตะโกนออกมาดังลั่นแล้วเริ่มลงมืออ่านเอกสารที่พึ่งถูกส่งมาให้เมื่อวันศุกร์หลังจากที่กลับไปแล้ว

 

 

วันนี้มีประชุมใหญ่ตอน9โมงเช้าพอช่วงบ่ายก็ว่าง มีแค่งานเอกสารนิดหน่อยเท่านั้น...เพราะมีการประชุมเลยต้องอ่านเอกสารก่อนเข้าประชุมสักหน่อย...ผมใช้เวลาอ่านเอกสารจนถึง8โมงกว่าๆแล้วจึงขึ้นไปที่ห้องประชุมที่อยู่ชั้น10ข้างบนชั้นที่ผมอยู่นี่เอง

 

 

การไปรอก่อนถือเป็นคุณสมบัติที่ดีของผู้ที่เข้าประชุม...แต่ตอนที่เดินผ่านโต๊ะของลูกน้องผมกลับไม่เห็นบัตเตอร์นั่งอยู่...อาจจะไปเก็บเอกสารหรือถูกใช้ให้ไปไหนก็ได้...ผมไม่ควรจะแสดงออกว่าเป็นห่วงบัตเตอร์มากเกินไปเดี๋ยวคนอื่นๆจะมองว่าไม่ดีได้

 

 

แกร๊ก!

 

 

“อ้าว...มาเร็วจังเลยนะค่ะน้องวิทย์”พอผมเปิดประตูเข้ามาในห้องประชุมเสียงของคุณวิไลเกตรหรือคุณฟ้าดังขึ้นพร้อมกับส่งยิมมาให้..คุณฟ้าเป็นผู้หญิงผมยาวสีน้ำตาลเข้มดัดเป็นลอนสวยอายุเกือบ40แล้วแต่ยังสวยอยู่น่าเสียดายที่มีครอบครัวแล้วแถมลูก3คนด้วย

 

 

“สวัสดีครับพี่ฟ้า”ผมยกมือไหว้พี่ฟ้าก่อนจะนั่งลงข้างๆ

 

 

ตอนแรกผมไม่ยอมเรียกคุณฟ้าว่าพี่ฟ้าเลยโดนงอนไปทั้งวันโดยที่ไม่รู้ตัว...มารู้ตัวอีกทีคุณสรายุธหรือพี่ไบร์ทที่เป็นกรรมการผู้จัดการเหมือนผมก็เดินมาบอกว่าให้ไปขอโทษคุณฟ้าและเรียกเธอว่าพี่ซะ...หลังจากนั้นผมก็เรียกเธอว่าพี่ฟ้าและพี่ฟ้าก็จะเรียกผมว่าน้องวิทย์

ดูน่ารักดีไหมล่ะ?

 

 

เหอะๆ

 

 

หลังจากนั้นไม่นานคนอื่นๆก็เริ่มทยอยเข้ามากันจนครบและเปิดประชุมในที่สุด...การประชุมในวันนี้เน้นหนักไปเรื่องของการตลาด...ครั้งที่ได้มีการประชุมว่าทางบริษัทจะผลิตสินค้าออกมาในรูปแบบพิเศษบ้างทำให้ในวันนี้จะพูดถึงการเจาะตลาดให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากที่สุด...โดยทางบริษัทจะเน้นไปทางโฆษณาออกสื่อทั้งโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์

 

 

พอเสร็จจากการประชุมปภิณวิทย์ก็เดินกลับมาที่ห้องทำงานของตัวเองแล้วก็ต้องสะกิดใจเมื่อไม่เห็นบัตเตอร์อยู่ข้างในทั้งๆที่คนอื่นๆก็อยู่กันครบหมด

 

 

“คุณวีรล”ผมเอ่ยเสียงนิ่งๆเรียกชายหนุ่มที่กำลังยืนเก็บเอกสารเข้าตู้

 

 

“ครับ...มีอะไรครับคุณวิทย์”คุณวีรลหันมามองตามเสียงเรียกก่อนจะมีสีหน้าตกใจเล็กน้อยพร้อมกับวางเอกสารไว้ที่เคาท์เตอร์แล้ววิ่งมาหยุดที่ตรงหน้าผม

 

 

“...ปิณชาน์ไปไหน?”ผมถามออกไปโดยพยายามสะกดน้ำเสียงให้นิ่งเข้าไว้

 

 

ห้ามแสดงออกเด็ดขาดว่าผมกำลังเป็นห่วงเขาอยู่

 

 

“ครับ?...อ้อ..ถ้าบัตละก็วันนี้ผมยังไม่เห็นเลยครับ”คุณวีรลทำท่าคิดเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับมา

 

 

ยังไม่เห็นงั้นเหรอ?

 

 

แปลว่ายังไม่มา

 

 

บ่ายกว่าแล้วเนี่ยนะ?

 

 

โดดงานเหรอ?

 

 

ไม่น่าใช่...เท่าที่เห็นวันก่อนมาซะสภาพเปียกปอนแบบนั้น

 

 

แปลว่าต้องเกิดเรื่องอะไรขึ้น?

 

 

พ่อแม่เหรอ?...ไม่สิ...ทั้งคู่เสียไปแล้วนี่นา

 

 

“ขอบคุณมากไปทำงานต่อเถอะ”ผมบอกคุณวีรลแล้วเดินไปหาคุณพรพัฒน์

 

 

“คุณพรพัฒน์”ผมเรียกคนที่นั่งคีย์คอมพิวเตอร์อยู่ตรงหน้า

 

 

“ค่ะ...มีอะไรคะคุณวิทย์?”คุณพรพัฒน์เงยหน้าขึ้นมาถาม

 

 

“เช็คเบอร์โทรศัพท์ของคุณปิณชาน์แล้วโทรถามว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมถึงไม่มาทำงาน?...ผมให้เวลาไม่เกิน10นาที”ผมบอกกับคุณพรพัฒน์แล้วเดินต่อเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวทันที

 

 

ตุบ!

 

 

ผมทิ้งตัวลงบนเก้าอี้พร้อมๆกับความรู้สึกร้อนใจที่เกิดขึ้น...หวังว่าจะไม่เกิดเรื่องอะไรขึ้นนะ

 

 

“โธ่เว้ย!...”ผมสถบออกมาอย่างหัวเสีย

 

 

แค่เรื่องเล็กน้อยแต่ทำไมใจผมมันถึงได้รู้สึกแบบนี้กัน...ความหงุดหงิดงุ่นง่านนั่นทำไมต้องเป็นแค่ตอนที่นึกถึงบัตเตอร์ด้วย...คนอื่นๆผมไม่เคยนึกถึงได้ขนาดนี้เลย

 

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

 

 

“เข้ามา”ผมพูดเสียงดังเมื่อเสียงเคาะประตูดังขึ้น

 

 

คงไม่ต้องถามหรอกว่าเป็นใคร

 

 

“ดิฉันติดต่อคุณปิณชาน์แล้วค่ะ...เขาบอกว่าวันนี้ขอลาหยุดเพราะไม่สบายอย่างหนักค่ะรู้สึกว่าจะพึ่งได้สติตอนที่ดิฉันโทรไปนี่เองคะ”คุณพรพัฒน์รายงานขึ้นทันทีโดยที่ผมไม่ต้องถาม

 

 

“อืม...”ผมตอนรับคุณพรพัฒน์เล็กน้อย

 

 

ในหัวผมตอนนี้มีแต่เรื่องของบัตเตอร์อยู่เต็มไปหมด

 

 

ป่วยหนักงั้นเหรอ?

 

 

อยู่คนเดียวแบบนั้นจะไปดูแลตัวเองได้ยังไงล่ะ

 

 

ทำไมไม่โทรบอกใครสักคน...อ๊ะ...รู้สึกว่าบัตเตอร์จะบอกว่าไม่เหลือใครแล้วนอกจาก...

 

 

ผม

 

 

ปัง!

 

 

“คุณพรพัฒน์”ผมเรียกเลขาสาวที่อยู่อยู่ตรงหน้า

 

 

“ค่ะคุณวิทย์”

 

 

“ทำเรื่องลาครึ่งวันให้ผมแล้วถ้ามีเรื่องด่วนหรือเอกสารอะไรให้โทรมาหาผมโดยตรงได้เลย”ผมบอกับคุณพรพัฒน์แล้วเริ่มเก็บเอกสารให้เรียบร้อย

 

 

“คะคุณวิทย์”

 

 

ผมใช้เวลาเบเอกสารไม่นานก็จะรีบขับรถออกจากบริษัทเพื่อตรงไปที่บ้านของบัตเตอร์...ตอนนี้ผมรู้สึกโมโหมากที่เขาไม่ยอมโทรมาหาผมแต่พอคิดดูดีๆก็ผมไม่ได้ให้เบอร์โทรศัพท์เขาไปนิแล้วบัตเตอร์จะโทรหาผมได้ยังไง?

 

 

“นายมันโง่!!”ผมด่าตัวเองเสียงดังก่อนจะจอดรถที่หน้าบ้านของบัตเตอร์

 

 

เมื่อมองไปรอบๆก็ไม่พบวี่แววของสุนัขเลยสักตัว

 

 

หมายความว่ายังไง?

 

 

“วิ๊ววว~...”ผมลองผิวปากเรียกดู

 

 

แต่สิ่งที่พบก็มีแต่ความเงียบ...แปลว่าถูกขังไว้ในบ้าน...ไม่สิยังไม่ได้ออกมาตั้งแต่เมื่อคืนสินะ

 

 

แกร็ก!

 

 

“ห๊ะ?...ไม่ได้ล๊อค...เดี๋ยวได้โดยขโมยขึ้นบ้านแน่บัตเตอร์!!”ผมบ่นเบาๆก่อนจะเดินเข้าไปภายใน...ถ้าประตูบ้านไม่ได้ล๊อคอีกเนี่ยเจอหนักแน่นายปิณชาน์

 

 

แกร็ก!

 

 

“...”ลูกบิดประตูถูกหมุนได้อย่างได้อย่างง่ายดายทำให้ผมต้องสูดหายใจเข้าปอดอย่างข่มอารมณ์...นี่มันยิ่งกว่าคำว่าประมาทอีกนะเนี่ย...

 

 

แล้วจะอ้างด้วยเหตุผลว่าลืมผมก็ไม่คิดจะฟังด้วย!

 

 

โฮ่ง!

 

 

โฮ่ง!

 

 

หงิ๋งง~

 

 

หงิ๋งง~

 

 

“...ไงครับน้องๆ...สวัสดียามบ่ายครับ...ไม่ได้ออกจากบ้านเลยใช่ไหมหื้อออ?...ป่ะ!...ออกไปเล่นกันนะเดี๋ยวพี่คุณจะขึ้นไปดูเจ้าของบ้านสักหน่อย”ผมพูดกับสุนัขทั้ง4ตัวที่เข้ามาออดอ้อนผมอย่างน่ารัก

 

 

หงิ๋งงง~

 

 

“อะไรครับโฟกัส...คาบอะไรมาเอ่ย?”ผมถามโฟกัสแล้วก้มไปลูบตัวของมันที่คาบตุ๊กตาไว้แล้ว...

 

 

งี๊ดดด~

 

 

ร้องงี๊ดๆอย่างน่ารัก

 

 

ผมเล่นกับพวกมันสักพักก่อนจะขึ้นไปบนห้องของบัตเตอร์...ถ้าจำไม่ผิดน่าจะห้องข้างๆที่ผมนอนเมื่อครั้งที่แล้ว

 

 

แกร็ก!

 

 

“หื้อ?...”พอผมเปิดประตูเข้าไปก็พบกับความว่างเปล่า

 

 

ไม่ได้อยู่ในห้อง...หมายความว่าไง?

 

 

เท่าที่ฟังคุณพรพัฒน์บอกน่าจะเป็นหนักมาก...ไม่น่าจะขยับตัวไปไหนได้นี่นา

 

 

“หรือจะนอนห้องอื่น...”ผมพึมพำออกมาหลังจากยืนคิดสักพักนึง

 

 

แกร็ก!

 

 

“...อยู่นี่เอง”ผมเปิดประตูห้องนอนข้างๆซึ่งเป็นห้องที่ผมเคยนอนก่อนจะพบตัวเจ้าของบ้านนอนหอบหายใจถี่โดยมีผ้านวมผืนใหญ่คลุมตัวอยู่

 

 

ผมเดินเข้าไปใกล้ๆพร้อมกับนั่งลงตรงขอบเตียงก่อนจะใช้มือตัวเองแตะที่หน้าผากของบัตเตอร์เบาๆ...ความร้อนที่แผ่ออกมาทำให้ผมชักมือออกแทบจะทันที

 

 

ร้อนมาก

 

 

“จะร้อนไปไหนเนี่ย?...ทำไงต่อล่ะ?...ใช่ๆ...เช็ดตัวๆ”ผมพึมพำด้วยน้ำเสียงที่ร้อนรนก่อนจะลุกจากเตียงแล้วเดินไปเตรียมอุปกรณ์สำหรับเช็ดตัว...ใช้เวลาไม่ถึง10นาทีผมก็มานั่งที่เดิมพร้อมๆกับกะละมังและผ้า1ผืน

 

 

“อื้ออ~...”บัตเตอร์ครางเบาๆเมื่อผมเริ่มใช้ผ้าเช็ดที่ใบหน้าของเขาก่อนจะค่อยๆไล่ลงมาที่ต้นคอ...ผิวสีขาวของเขาตอนนี้ชมพูระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด

 

 

“อย่าดื้อสิบัตเตอร์”ผมบ่นเบาๆเมื่อบัตเตอร์พยายมสะบัดหน้าไปมาเพื่อหนีผ้าที่ผมกำลังเช็ดตัวให้เขา

 

 

“...ต้องถอดเสื้อผ้าด้วยใช่ไหมเนี่ย?”ผมพึมพำก่อนจะจำใจถอดเสื้อยืดคอกลมที่บัตเตอร์ใส่อยู่ออกพร้อมๆกับกางเกงขายาว...แต่ผมเหลือบ๊อกเซอร์ไว้นะใครจะไปถอดหมดกันเล่า

 

 

ผมใช้เวลากว่า15นาทีในการเช็ดตัวให้บัตเตอร์ก่อนจะหาเสื้อผ้าใหม่มาเปลี่ยนให้...ถ้าเช็ดตัวเสร็จแล้วจะทำอะไรต่อดีล่ะ?

 

 

“...ข้าวต้ม?”ผมพูดขึ้นเมื่อนึกถึงตอนที่ตัวเองป่วยแล้วแม่ชอบทำข้าวต้มให้ทาน

 

 

สองขาผมก้าวลงมาหยุดอยู่ภายในครัวก่อนจะยกหม้อที่เปิดน้ำใส่จนเกือบเต็มแล้วเปิดแก๊ส...จากนั้นผมก็รื้อของตามตู้จนในที่สุดก็เจอข้าวสาร

 

 

“...แล้วใส่ขนาดไหนล่ะ?”ผมมองข้าวสารที่อยู่ในถุงสลับกับหม้อที่ตอนนี้น้ำเดือดปุดๆๆอย่างงงงวย

 

 

“ใส่ไปสักชามนึงละกัน”ผมพึมพำอีกครั้งก่อนจะหยิบชามมาใบนึงแล้วเทข้าวสารใส่ลงไปจนพูนชามจากนั้นก็เทใส่หม้อน้ำที่กำลังเดือด

 

 

“เฮ้ย...ล้นแล้วๆ..ทำไงล่ะ?...อ่อ..ใช่ๆเบาแก๊สๆ..”ในสมองผมตอนนี้ตีกันมั่วไปหมดแล้วว่าต้องทำอะไรบ้าง...การทำอาหารทำไมมันเหนื่อยแบบนี้นะ?

 

 

ข้าวต้ม

 

 

ก็แค่เอาข้าวไปต้มกับน้ำ?...

 

 

คือเสร็จแล้วใช่ไหม?

 

 

“เดี๋ยวนะ...รู้สึกว่าที่เคยกินมันต้องมีเนื้อสัตว์กับผักด้วยนี่นา”ผมพูดขึ้นแล้วเดินไปที่ตู้เย็นก่อนจะเปิดออกแล้วควานหยิบของภายในออกมา

 

 

ที่ผมได้มาใส่ในข้าวต้มก็คือ...ปลากระป๋อง...แครอท...ขึ้นฉ่าย...ผักกาดขาวกับต้นหอม...ผมจัดการสับๆๆๆทุกอย่างแล้วโยนใส่เข้าไปในหม้อที่รออยู่แล้วจึงตามด้วยปลากระป๋องแล้วปรุงรสด้วยพริกไทกับน้ำปลาเล็กน้อย

 

 

“เออ...ลืมไข่”ผมพูดเสียงดังลั่นก่อนจะหยิบไข่ในตู้เย็นตอกใส่ลงไปแล้วใช้ทัพพีคนให้ทุกอย่างเข้ากัน...ใช้เวลาสักพักผมก็เริ่มสงสัยว่าดูยังไงว่ามันกินได้แล้ว?

 

 

ต้องรอให้ข้าวมันบานๆใช่ไหม?

 

 

เหมือนจะเคยได้ยินมาเหมือนกัน

 

 

แล้วไอ้บานๆน่ะมันเป็นยังไงล่ะ?

 

 

“...ต้มๆมันไปก่อนละกัน”ผมพึมพำก่อนจะคนหม้ออย่างต่อเนื่อง...กว่าข้าวต้มถ้วยนี้จะเสร็จก็ปาไปเกือบชั่วโมง...อาหารจานแรกที่ผมรู้สึกภาคภูมิใจซะเหลือเกิน

 

 

“จงดีใจซะที่ผมลงมือทำให้เองแบบนี้”ผมพึมพำด้วยน้ำเสียงร่าเริงก่อนจะเดินเข้าไปในห้องที่บัตเตอร์นอนอยู่...ผมไม่ลืมที่จะเอายากับน้ำมาวางรอไว้ข้างๆ

 

 

“บัตเตอร์ๆ...ตื่นได้แล้ว...กินข้าวซะจะได้กินยาต่อ”ผมเขย่าตัวบัตเตร์เบาๆแล้วพูดขึ้น

 

 

เดี๋ยวนะ

 

 

รู้สึกว่าเวลาที่ดูแลคนป่วยต้องทำเสียงหวานๆนิดนึงใช่ไหม?

 

 

เสียงหวานๆ

 

 

เหมือนตอนที่คุยกับหมาไหมล่ะ?

 

 

ก็คงเหมือนๆกันละมั้ง

 

 

ลองดูหน่อยละกัน

 

 

“บัตเตอร์ครับ...ตื่นก่อนนะ...บัตเตอร์”ผมพูดเสียงหวานแล้วเริ่มเขย่าคนตรงหน้าอีกครั้งนึง

 

 

“อื้อออ~...อ่า...พะ...พี่คุณ”บัตเตอร์ค่อยๆลืมตาขึ้นมาก่อนจะมองมาทางผม

 

 

“ตื่นแล้วก็มากินข้าวต้มก่อนนะ”ผมพูดเสียงหวานต่อ

 

 

“...นี่ผม...ฝันอยู่เหรอ?”บัตเตอร์พึมพำเบาๆโดยที่สายตายังจ้องมาที่ผมเขม็ง

 

 

ฝันเรอะ?

 

 

จะบอกว่าความเป็นจริงผมมีทางพูดแบบนี้ออกมางั้นเหรอ?

 

 

ไอ้เด็กบ้าเอ้ย!!

 

 

“เออ!...ตื่นจากฝันแล้วมากินได้แล้ว!”ผมหยุดพูดเสียงหวานแล้วหันมาพูดด้วยเสียงแข็งๆเหมือนเดิม

 

 

ชอบแบบนี้มากนักก็จัดให้เลยครับ!

 

 

“อ๊ะ!...พี่คุณ..ทำไม...แค่กๆ...”บัตเตอร์ลุกขึ้นมานั่งอย่างรวดเร็วก่อนจะไอออกมา...ผมเลยหยิบน้ำที่เตรียมไว้ยื่นไปให้...เขาก็รับไปแล้วดื่มจนหมดก่อนจะส่งแก้วคืนให้ผม

 

 

“ใจเย็นๆก็ได้บัตเตอร์”ผมพูดออกไปแล้วใช้มือลูบหลังห้เขาเบาๆ

 

 

“...พี่คุณ...ทำไมพี่ถึงมาอยู่นี่ล่ะ?”บัตเตอร์ถามผมอย่างสงสัย

 

 

“ก็เด็กคนไหนล่ะที่หยุดงานโดยที่ไม่บอกก่อนน่ะ?”ผมไม่ตอบแต่ถามย้อนไปแทน

 

 

“...ผม..แค่ก!..ขอโทษครับไม่คิดว่า...แค่กๆ...”

 

 

“พอๆ...หยุดพูดได้แล้ว...มากินข้าวต้มก่อน”ผมบอกบัตเตอร์เบาๆแล้วยื่นถาดที่ใส่ชามข้าวต้มที่ผมทำเองไปให้

 

 

“...นี่มัน...พี่ทำเองเหรอครับ?”บัตเตอร์หันมาถามผมด้วยสายตาที่เป็นประกาย

 

 

“...ถ้าใช่แล้วทำไม?”

 

 

“ผมก็จะดีใจมากๆเลย...แค่กๆ...”ยังไม่ทันพูดจบประโยคก็ไอซะแล้ว

 

 

“ยังไม่ต้องมาหยอดเลย...กินไปก่อน”ผมบอกบัตเตอร์อีกครั้งนึง

 

 

“ครับ”

 

 

ผมมองดูบัตเตอร์ตักข้าวต้มเข้าปากทีละน้อยๆด้วยในที่เต้นรัว...รสชาติมันจะเป็นยังไงบ้างนะจะดีรึเปล่า?...ผมก็ดันลืมชิมรสมันซะด้วยสิ

 

 

“อื้มม~...อร่อยจังเลยครับ”บัตเตอร์กลืนคำแรกลงไปก่อนจะหันมาบอกกับผมด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสุขจนผมเผลอยิ้มตามออกมา

 

 

“...อร่อยก็กินให้หมดล่ะ”ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งๆแต่ตอนนี้หัวใจผมมันพองโตสุดๆเลย...อาหารที่ผมทำครั้งแรกถูกชทว่าอร่อย...แค่นี้ผมก็รู้สึกมีความสุขแล้ว

 

 

บัตเตอร์ใช้เวลาไม่นานก็กินข้าวต้นผมจนหมดชาม...ผมก็เลยให้เขากินยาตามไปก่อนจะให้นอนพักสบายๆ

 

 

“พี่คุณ...”

 

 

“อะไร?”ผมมองหน้าบัตเตอร์ที่เรียกมา

 

 

“พี่เปลี่ยนเสื้อผ้าให้ผมเหรอครับ?”บัตเตอร์ก้มมองเสื้อผ้าตัวเองก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาถามผม

 

 

“ใช่...พี่เช็ดตัวกับเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เองล่ะ”ผมตอบไปตามตรง

 

 

ก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องโกหกนี่นา

 

 

“เหรอครับ...ดีใจจังเลย...ขอบคุณที่เป็นห่วงและคอยดูแลผมนะครับ”บัตเตอร์นอนลงก่อนจะหันมาบอกผมด้วยรอยยิ้ม

 

 

“ถ้าอยากขอบคุณก็หายเร็วๆสิ”ผมบอกบัตเตอร์ก่อนจะยกมือขึ้นลูบหัวคนตรงหน้าเบาๆ

 

 

อ่า...ผมว่าตัวเองควรจะรู้ตัวได้แล้วนะว่าตอนนี้รู้สึกกับบัตเตอร์ในแบบไหน?...เหตุการณ์ในวันนี้ทำให้ผมรู้เลยว่าตัวเองเป็นห่วงบัตเตอร์มากขนาดไหนแค่คิดว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นผมก็แทบจะอยู่เฉยๆไม่ได้

 

 

ไม่ใช่แค่นั้น...การทำอาหารเองเป็นสิ่งที่ผมไม่เคยคิดจะทำมาก่อนแต่กลับทำได้ง่ายๆเพียงแค่เห็นว่าเด็กตรงหน้ากำลังป่วยแถมคำชมที่ได้รับจากอีกฝ่ายยิ่งทำให้ผมรู้สึกมีความอย่างบอกไม่ถูก

 

 

ถอยคำที่เอ่ยขอบคุณและใบหน้าที่ดีใจเมื่อผมมาดูแล

 

 

สำหรับผม...ความรู้สึกนี้มันชัดเจนแล้ว

 

 

มันคือความรักแน่นอน

 

 

ผมตกหลุมรักบัตเตอร์เข้าแล้ว

 

.......................................................................................................................

สวัสดีคะ

มาอัพแล้วหลังจากที่หายไปเกือบเดือน

มีใครรอน้องบัตเตอร์กับพี่คุณอยู่ไหมเอ่ย?

วันนี้มาอัพฉลองวันเกิดตัวเองและคิดว่าจะอัพอีกเรื่องคู่กนไปเลยถึงจะแค่ครึ่งเดียวก็ตาม

ตอนนี้พี่คุณรู้ใจตัวเองแล้ว

มารอดูกันว่าเมื่อทั้งคู่ใจตรงกันแล้วเหตุการณ์ที่จะเป็นจุดเปลี่ยนคืออะไร

บัตเตอร์บอกว่าจะเริ่มรุกในตอนที่แล้วแต่ตอนนี้ดันป่วยซะงั้น...รอหายป่วยในตอนหน้าแล้วมาดูกันว่าจะเป็นยังไงต่อไป

ขอขอบคุณทุกๆกำลังใจและทุกๆคอมเม้นท์นะคะ

ไว้เจอกันใหม่ในตอนหน้าคะ

บ๊ายบาย

nicedog

♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ

ความคิดเห็น