ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : #5 - Danmachi

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.3k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 15 พ.ค. 2562 13:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
#5 - Danmachi
แบบอักษร

หลังจากที่คุโระแบกท่านเฮสเทียเข้ามาในโบสถ์ปรากฎว่าเบลคุงยังไม่ได้กลับมา ยังไม่มีร่องรอบของใครอื่นเข้ามาเลยหลังจากที่คุโระออกไปก่อนหน้านี้ แสดงว่าหลังจากเบลคุงออกจากบาร์เขามุ่งหน้าไปที่อื่น แล้วที่ไหนละ?

 

"หวังว่าคงไม่ทำอะไรบ้าๆนะ"

 

คุโระที่เห็นว่าท่านเฮสเทียหลับอยู่ก็ไม่อยากจะรบกวน และกลัวว่าท่านจะเป็นกังวลมากเกินไปเลยเลือกที่จะไม่บอก แต่จะให้เขาไปตามหาแล้วตามหาที่ไหน? เขาพึ่งรู้จักกับเบลคุงได้ไม่นานไม่รู้หรอกนะว่าเบลคุงจะไปที่ไหนได้บ้าง และหวังว่าคงจะไม่บ้าลงไปดันเจี้ยนในเวลนี้หรอกนะ

 

เช้าวันต่อมา....

จนถึงตอนนี้คุโระยังไม่ได้นอนเพราะต้องดูอาการของท่านเฮสเทีย เพราะดูเหมือนอาการเมาของท่านจะค่อนข้างหนักถึงขนาดปล่อยของที่พึ่งทานไปออกมาอย่างต่อเนื่อง ลำบากคุโระต้องมาคอยดูแล

 

เอี้ยดด...

 

เสียงเปิดประตูดังขึ้นมา พร้อมกับร่างของเบลที่ตามตัวมีบาดแผลและเลือดที่ติดอยู่ คุโระที่เห็นดังนั้นก็รีบเข้าไปดูอาการทันที

 

"เบล เกิดอะไรขึ้นทำไมนายถึง..."

"คุโระซัง ผมจะต้องแข็งแกร่งขึ้นให้มากกว่านี้"

 

สิ่งที่เบลกล่าวออกมาพอจะทำให้คุโระเข้าใจได้ว่า เมื่อคืนที่เบลไม่กลับมานั้นเพราะเขาลงไปยังดันเจี้ยนเพียงลำพัง แล้วฝืนต่อสู้จนถึงเช้า คุโระพาตัวเบลไปนั่งพักบนโซฟาก่อนจะเริ่มดูแลทั้งสองคนไปพร้อมๆกัน

 

"เอ่อ ท่านเทพเป็นอะไรหรอคุโระซัง?"

"เมานะ"

 

คุโระได้บอกว่าเมื่อคืนเขาและท่านเฮสเทียได้ไปที่บาร์ซึ่งตอนแรกตั้งใจจะไปหาเบลและร่วมโต๊ะด้วยกัน แต่เนื่องจากเบลไม่อยู่ทำให้เราต้องกินกันสองคน จนสุดท้ายสภาพของท่านเฮสเทียก็เป็นอย่างที่เห็น หลังจากที่คุโระตรวจสอบบาดแผลของเบลรวมไปถึงการรักษาเบื้องต้นจบแล้วเขาก็ไปดูแลท่านเฮสเทียต่อ จนกระทั่งเวลาผ่านไปท่านเฮสเทียก็เริ่มที่จะได้สติขึ้นมา 

 

"หืม เบลคุง คุโระ โอ้ยๆ ปวดหัวจัง"

"ก็เมื่อคืนท่านดื่มไปตั้งขนาดนั้นนี่ครับ"

"ไหวรึเปล่าครับท่านเทพ"

 

ดูเหมือนอาการเมายังคงหลงเหลืออยู่ต้องให้เวลาท่านเฮสเทียหน่อย จนเวลาผ่านไปในที่สุดท่านเฮสเทียก็หายดีจนมาเห็นบาดแผลของเบลก็ร้อนรนใหญ่ก่อนเบลจะเล่าความจริงให้ฟังทั้งหมด แน่นอนว่าท่านเฮสเทียต้องโกรธแต่ความเป็นห่วงที่มีมากกว่าทำให้ความโกรธนั้นตกไป

 

หลังจากนั้นท่านเฮสเทียก็ปรับค่าสถานะของเบลคุงซึ่งมันเพิ่มขึ้นมากจนแม้แต่ท่านเทพยังตกใจ 

 

"ท่านเทพ ผมไปลงดันเจี้ยนก่อนนะครับ เบลคุงนายพึ่งกลับมาควรจะพักผ่อนนะ"

"อะ ใช่คุโระ ตั้งแต่คืนนี้ฉันจะไม่อยู่สักพักนะ"

 

ถึงจะไม่รู้ว่าท่านเฮสเทียจะไปไหนแต่ดูจากรอยยิ้มนั่นคงตั้งใจจะทำอะไรสักอย่างละมั้ง คุโระเดินออกจากโบสถ์ก่อนจะมุ่งหน้าเข้าดันเจี้ยนที่เขามาคนเดียวเพราะตั้งใจว่าจะลงไปชั้นที่ลึกกว่านี้ หากปล่อยไว้เบลคุงได้นำหน้าเขาไปไกลแน่ 

 

"ต้องพยายามมากกว่านี้ซะแล้ว!"

 

ดันเจี้ยนชั้นที่ 7 ....

 

ควับบ! ฉั่ววว!!

 

ตอนนี้คุโระกำลังถูกกลุ่มของมอนสเตอร์เข้าล้อม แต่สีหน้าของเขากลับไม่มีความเกรงกลัวมันมีแต่ความมุงมั่นที่จะแข็งแกร่งยิ่งกว่านี้

 

"ยังไม่พอ!"

 

คุโระที่เห็นกลุ่มมอนสเตอร์กลุ่มใหม่ที่ปรากฎออกมา เขาก็วิ่งเข้าใส่ทันทีดาบในมือเริ่มฟาดฟันอีกครั้งด้วยความคมของมันสามารถตัดผ่านร่างกายของมอนสเตอร์ได้ในพริบตา

 

"เห้ ดูเจ้านั่นดิ บ้าไปล้วรึไงวิ่งเข้าใส่ฝูงมอนสเตอร์แบบนั้น"

"ปล่อยไปเหอะ อาจจะเป็นมือใหม่ที่อยากลองของ"

 

กลุ่มนักผจญภัยที่ผ่านไปมามองดูคุโระที่อยู่ในวงล้อมของมอนสเตอร์ด้วยแววตาที่สงสาร เพราะคิดว่าเขาเป็นมือใหม่ซึ่งก็จริง แต่ภาพต่อมามันทำให้พวกเขาเบิกตากว้างเพราะทุกครั้งที่เขาตวัดดาบชิ้นส่วนของมอนสเตอร์ก็จะหลุดกระเด็นออกไป แล้วจะตกตายในเวลาต่อมา

 

"เห้ยๆ ไม่ใช่มือใหม่แล้วมั้ง"

"มองไม่เห็นดาบเลย"

 

เหล่านักผจญภัยที่เห็นดังนั้นก็พากันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เพราะสิ่งที่พวกเขาเห็นคือการลงดาบด้วยความรวดเร็วจนพวกเขามองแทบไม่ทัน สิ่งที่พวกเขาเห็นมีเพียงแสงสีดำที่เคลื่อนไหวไปมาตามการเคลื่อนไหวของคุโระเท่านั้น

 

ฟุม ฟุม ฟุม!

 

มอนสเตอร์สามตัวสุดท้ายสลายไปพร้อมกับหินเวทย์ที่ร่วงลงมา ในตอนนี้สิ่งที่เหล่านักผจญภัยเห็นคือ ชายหนุ่มผมสีดำสวมเสื้อผ้าสีดำทั้งชุด ตามร่างกายมีเลือดของมอนสเตอร์ที่ไหลอาบบนร่างกาย และดวงตาที่เรืองแสงสีแดง มันทำให้เขาดูน่ากลัวเป็นอย่างมาก แต่ไม่นานนักดวงตาของเขาก็กลับมาเป็นสีดำดังเดิม

 

เหตุการณ์ในครั้งนี้มีนักผจญภัยนำไปเล่าปากต่อปากกันจนผิดเพี้ยน บ้างก็บอกว่าเป็นนักดาบที่จัดการกับกองทัพมอนสเตอร์มากมาย บ้างก็บอกว่าเขาบ้าคลั่งราวกับอสูรกาย บ้างก็ว่าเป็นเรื่องโกหกเพราะการที่คนตัวคนเดียวแถมไม่เป็นที่รู้จักสามารถจัดการกับมอนสเตอร์ขนาดนั้นได้ มันน่าเหลือเชื่อเกินไป ถ้าหากเป็นคนในแฟมิเลีบอย่าง โลก ก็ว่าไปอย่างแต่นี่จากการสอบถามกลับไม่มีใครรู้จักแม้แต่คนเดียว

 

"เวลาป่านี้แล้วหรอ? เอาเถอะยังไงซะท่านเฮสเทียก็ไม่อยู่"

 

ถ้าเป็นตามปกติคุโระสวมควรจะออกจากดันเจี้ยนได้แล้ว แต่ในเมื่อท่านเทพไม่อยู่ก็ขอลงไปอีกหน่อยคงจะไม่เป็นไร ทำให้คืนนั้นทั้งคืนคุโระได้ลงไปถึงชั้นที่สิบ กว่าจะกลับออกมาก็เกือบเช้าของอีกวัน

 

ไม่กี่วันต่อมา...

เอาจริงๆวันนี้คุโระคิดจะไปลงดันเจี้ยนตามปกติ แต่ว่าเหมือนจะมีงานเทศกาลอะไรสักอย่างทำให้มีผู้คนมากมายร่วมสนุก จนตามท้องถนนอัดแน่นไปด้วยผู้คน 

 

"โห้ย เจ้าหัวขาว เจ้าหัวดำ!"

 

ในขณะที่คุโระและเบลกำลังเดินอยู่ภายในเมืองก็มีเสียงเรียกดังขึ้น เป็นหนึ่งในพนักงานของบาร์ที่คุโระมาทานก่อนหน้านี้ ดูเหมือนว่าเธอต้องการให้เบลเอากระเป๋าตังค์ไปให้คุณซีลซึ่งเธอได้ลืมเอาไว้และโดดงานไปเที่ยวเทศกาล

 

"คุณริวไม่หยุดงานไปเที่ยวกับคุณซีลบ้างหรอครับ?"

"ไม่ละค่ะ"

"ริวไม่สนใจอะไรแบบนั้นหรอกเนี๊ยว"

 

หลังจากนั้นคุโระและเบลก็เดินเข้างานเทศกาล ซึ่งเบลก็มีเป้าหมายของเขาคุโระก็มีเป้าหมายของตัวเองจึงแยกกันไปตามทางของตน เป้าหมายของคุโระไม่ใช่อะไรหรอกแค่อยากลองทานอะไรหลายๆอย่างในงานเทศกาลก็เท่านั้น ด้วยเงินที่หามาได้ในช่วงที่ท่านเฮสเทียไม่อยู่นี้ก็เหลือเฟือเลยละ

 

ณ.อาคารแห่งหนึ่ง...

ซึ่งตอนนี้กำลังมีคนกำลังนั่งคุยกันอยู่ ซึ่ง 2 ใน 3 นั้นคือเทพโลกิ แห่งโลกิแฟมิเลีย ส่วนอีกคนคือ ไอน์ วาเลนอะไรสักอย่าง ส่วนอีกคนนั้นเนื่องจากสวมเสื้อคลุมปกปิดตัวตนทำให้ไม่สามารถระบุได้ แต่เอาจริงๆคนที่อ่านมาถึงตรงนี้คงรู้แหละว่าใคร เฟรย่า เทพีแห่งความงาม (นางฟ้าบ้าเซ็ก โลกิเรียกแบบนั้น)

 

"คราวนี้คิดจะทำอะไร ไปถูกใจเด็กของแฟมิเลียอื่น ให้ตายสิ เอาแต่หว่านเมล็ดแห่งความขัดแย้ง?"

"แล้วคราวนี้ไปถูกใจเด็กคนไหนเข้าละ!"

 

"เด็กที่โดดเดี่ยวอย่างมากจนร้องไห้จากการถูกยั่วยุนิดหน่อย แต่ก็งดงาม แทบจะเปราะบาง เป็นสีที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน ถืแเป็นความบังเอิญที่ฉันได้เห็นเขา อ่อ แล้วยังมีอีกคน แต่คนนี้ค่อนข้างลึกลับนิดหน่อย อยู่ๆก็ปรากฎตัวขึ้นมา ซึ่งแตกต่างจากคนแรกลิบลับ ราวกับเป็นขั่วตรงข้าม"

 

ในขณะนั้นเองบนถนน หากสังเกตดีๆจะเห็นเบลคุงที่กำลังรีบวิ่งอยู่ และด้านหลังมีคุโระที่กำลังเดินหาของกินแบบสบายๆ ซึ่งไอน์ที่อยู่ที่ระเบียงของอาคารสามารถมองเห็นทั้งสองคนได้อย่างชัดเจน

 

"ขอโทษนะ แต่ฉันต้องไปแล้ว"

"หาอะไรของเธอ จู่ๆก็..."

"แล้วเจอกันใหม่"

 

ทันทีที่สองขาวดำผ่านไป เฟรย่าก็ลุกขึ้นออกไปเช่นเดียวกันทำให้โลกิที่ยังอยู่ต้องเป็นคนจ่ายค่าเครื่องดื่ม

 

......................................................................................................................................................................

 

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในเนื้อเรื่อง

- ไอน์ ไม่ได้ช่วยเบลจากมิโนทอรัส แต่เบลที่บังเอิญเห็นไอน์ยังคงชอบเธออยู่ดี และใช้เป็นแรงผลักในการที่จะแข็งแกร่งขึ้น

-ส่วนไอน์ที่ไม่ได้ช่วยเบลนั้น ก็ไม่มีอะไรติดใจกับเบลมากนัก นอกจากเรื่องที่เบลพยายามหลบหน้า แต่ไอน์จะไปสนใจคุโระที่ปราบมิโนทอรัสแทน

-เฟรย่าไม่ได้สนใจแค่ เบลคนเดียว แต่ไปสนใจคุโระที่เธอบังเอิญไปเห็นด้วย

-ของที่เฮสเทียไปขอให้เฮเฟตัสสร้าง อาจจะมีมากกว่ามีด เพราะการสร้างให้คนๆเดียวในแฟมิเลียอาจจะเป็นการลำเอียงแต่ของ คุโระ ไม่ใช่อาวุธเพราะเฮสเทียรู้ดีว่าดาบของคุโระนั้นดีแค่ไหน

 

นี่คือสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม อาจจะไม่มาก แต่มันก็ส่งผลในอนาคตแน่นอน

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว