ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 12 เสื้อผ้าชุดนั้น

ชื่อตอน : บทที่ 12 เสื้อผ้าชุดนั้น

คำค้น : omegaverse , yaoi

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 14 พ.ค. 2562 20:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 12 เสื้อผ้าชุดนั้น
แบบอักษร

บทที่ 12

เสื้อผ้าชุดนั้น

 

ผมใช้เวลาพักรักษาตัวอยู่หนึ่งสัปดาห์เลือดที่ซึมออกมาถึงจะหยุดไหล ตลอดเวลาที่พักฟื้นนั้นพี่ชัชท์อยู่ไม่ห่างจากตัวผมเลย

“พี่ไม่ต้องไปช่วยคุณน้าทำงานเหรอครับ”ผมถามคนที่นั่งยิ้มอยู่ข้าง ๆ ด้วยความสงสัย งานอะไรมันจะว่างขนาดนี้เนี่ย

“ไม่ต้องครับ”ยิ้มหวานกว่าเดิมอีก เดี๋ยวนะ หรือว่าพี่เขาโดนไล่ออกแล้ว? “พ่อให้พี่พักผ่อนสักปีก่อนค่อยไปทำงานจริง ๆ จัง ๆ น่ะ”

ผมหรี่ตามองคนที่ทำหน้ายิ้มระรื่น ดูจะสุขสบายเกินไปแล้วนะพี่ชัชท์

“ผมว่าจะไปเรียนต่อ...”

“ตะวันอยากเรียนมหา’ลัยต่อเหรอครับ”รอยยิ้มของพี่ชัชท์เลือนไปจากหน้าเล็กน้อย

“ครับ”แต่ผมไม่สนไง ผมคิดมาดีแล้วว่าอยากจะทำอะไรสักอย่างที่จะเป็นประโยชน์ต่อตัวเอง “ผมไม่อยากอยู่บ้านเฉย ๆ นะ”

ผมนั่งจ้องตากับคนที่ทำหน้าไม่สู้ดี แค่เรื่องจะไปเรียนเองนะ พี่จะมาลำบงลำบากใจอะไรเนี่ย

“แล้วมหา’ลัยที่ตะวันมองไว้มีเปิดสอนปริญญาโทหรือเปล่า”ผมหันขวับไปมองพี่ชัชท์ที่ถามคำถามที่ผมไม่คาดคิดออกมา นี่ผมหูฝาดไปหรือเปล่าเนี่ย

“พี่ครับ”ผมขยับตัวขึ้นไปนั่งตักของคุณพี่ ยกแขนขึ้นคล้องคอแถมด้วย “พี่จะไปเรียนกับตะวันด้วยเหรอครับ”

“ใช่สิ จะให้พี่ห่างจากตะวันได้ยังไงกัน”แขนแกร่งโอบรอบเอวผมเอาไว้กระชับกอดแน่น “หรือพี่จะเรียนปริญญาตรีใบที่สองไปพร้อมตะวันดีนะ”

“ไม่ห้ามเหรอครับ”ขอถามหน่อยเหอะข้องใจมาก นี่ผมเตรียมใจเอาไว้เก้อเลยนะ ควรดีใจหรือควรเฟลดีวะครับ

“เป็นความต้องการของตะวันนี่ครับ พี่ก็ต้องสนับสนุนสิ”ปรบมือให้หน่อยเร็วว นี่มันสามีแห่งผมชัด ๆ อ่านถูกแล้วนะครับ แห่งผมไม่ใช่แห่งชาติผมไม่ยินดีจะแบ่งกันกินกับใคร “แต่ต้องรอตะวันหายดีจริง ๆ ก่อนนะครับ พี่เป็นห่วง”

“คร้าบบ”ผมซุกตัวเข้าหาแผ่นอกที่อบอุ่น พี่เขาตามใจขนาดนี้ต้องอ้อนให้มาก ๆ หน่อย ผมรู้ พี่ชัชท์ชอบ รองจากกางเกงในไร้คุณธรรมนี่แหละ น่ะ มุมดีกำลังเข้าล็อกพี่เขาเลยกอดผมไว้แล้วหอมหัวผมไปด้วย สบายใจเขาเลยล่ะครับงานนี้

“ตะวันอยากไปเที่ยวไหมครับ”พี่ชัชท์ถามขึ้นหลังจากที่พวกเรานั่งกอดกันกลมมาพักใหญ่

“อยากครับ”ผมพยักหน้ายันให้ด้วยอีกทาง ไปเที่ยวเปลี่ยนบรรยากาศบ้างมันไม่เลวเลย

“งั้นพรุ่งนี้เราไปเที่ยวกันนะ”พี่เขายิ้มให้ผมแต่แววตามีความกังวลและน้ำเสียงมีความลังเลใจยังไงก็ไม่รู้ “ไปเช้าเย็นกลับหรือค้างคืนดีครับเด็กดื้อ”

“กลับบ้านก็ได้”ค้างคืนมันคงเปลืองค่าห้องน่าดู ไปแบบปุปปัปแบบนี้ด้วยถึงจะไม่ใช่ไฮน์ซีซั่นก็เถอะ

“งั้นเดี๋ยวเราไปซื้อ...”พี่ชัชท์ชะงักไปแล้วระบายยิ้มบาง “เดี๋ยวเราให้คนไปซื้อของเอาไปกินระหว่างเดินทางกันดีไหมครับ”

“ผมไม่ได้กลัวห้างสักหน่อยนะพี่ชัชท์”ผมยิ้มขำให้กับคนที่กังวลแทนผมไปซะทุกเรื่อง “ผมไม่ได้เป็นอะไรมากแล้วจริง ๆ ไม่ได้มีความหลังฝังใจอะไรด้วย”

ถ้าจะให้ผมฝังใจ ผมควรไปฝังใจโกรธคนที่ทำร้ายผมจะดีซะกว่าไปฝังใจห้างที่ผมไปเดินเล่น... ใช่ไหมละ

“ครับ ๆ งั้นเราไปเดินห้างกันนะ”พี่ชัชท์โยกตัวไปมาเหมือนกำลังกล่อมเด็ก แต่! ผมไม่ใช่เด็กแล้วนะ ไม่ใช่เด็กดื้อด้วย “ปะ ๆ เปลี่ยนเสื้อผ้ากัน”

ผมทำปากสามเหลี่ยมใส่คนที่หยิกแก้มผม ตอกย้ำความแก้มป่องของผมจริง ๆ น้ำหนักผมลดลงหลังจากที่แท้งไปอะไรมันก็ลดตามไปหมดยกเว้นแก้มนี่แหละครับ

จุ๊บ

ผมเบิกตามองคนที่ยื่นหน้ามาจุ๊บผมเฉยเลย ก่อนจะรับดีดตัวลุกขึ้นวิ่งแจ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแทน เดี๋ยวจะไม่ได้ออกไปข้างนอกเอา อืม เอาใหม่ ๆ ถ้าอยู่นานกว่านี้มันก็คงมีได้ออกนั่นล่ะครับ ถอดเสื้อผ้าออกน่ะนะ ดูแววตาที่เป็นประกายระยับนั่นสิ

ไม่เสี่ยงดีกว่า

เพราะเราจะซื้อขนมขบเคี้ยวที่จะไว้กินบนรถกันเลยมาแค่ห้างใกล้ ๆ บ้าน ไม่ออกไปห้างใหญ่ใจกลางเมืองให้เอารถไปติดเล่นครับ มาถึงผมก็พุ่งไปเลือกซื้อเลย

“ลูกสองลูกก็พอ สามลูกตะวันไม่เคยกินหมดเลยนะครับ”น่ะ ตามมาขัดลาภอย่างเร็วเลย ผมก็แค่อยากกินไอติมดี ๆ ที่ไม่ใช่ไอติมแท่งหยดย้อยลงมือ สามลูกเองนะ “เสียของนะครับตะวัน”

“เอาอันนี้ก็ได้ครับ”ผมตอบกลับเสียงอ่อย โอเค ยอมรับก็ได้ว่าสามลูกผมกินไม่หมดจริง ๆ นั่นแหละ เฮ้อ

พี่ชัชท์เปิดเมนูแล้วหันไปออเดอร์กับคนที่ยืนรออยู่ มีเปลี่ยนรสเป็นรสที่ผมตัดออกไปเพราะโดนพี่เขาดักด้วย น่ะ ตบหัวแล้วลูบหลังผมอีกแล้วนะ แบบนี้สั่งรวมกันสี่ลูกมันถูกกว่าสองสองอย่างที่เราสั่งกันอีก

ชิ เปลืองเงิน

หลังจากหม่ำไอติมเจ้าดังกันเสร็จพวกเราก็ไปเลือกซื้อของกัน ผมหยิบเอาของที่ชอบกินมาวางในรถเข็นโดยไม่หันไปถามความเห็นคนที่คอยเข็นรถเลย ถึงจะไม่ได้อยู่ด้วยกันมานานมากแต่ผมก็พอจะรู้นะว่าพี่เขาชอบกินอะไร ผมไม่ได้เป็นคนรักที่แย่ขนาดไม่รู้ว่าคนของตัวเองชอบไม่ชอบอะไรสักหน่อย

“หยิบมาสองถุงเลยครับตะวัน”ได้ตามคำสั่งครับคุณพี่ ปีโป้รสรวมที่มีสีเขียวน้อย ๆ สองถุงลงรถเข็นเรียบร้อย คุกกี้นิ่มก็มาแล้ว มันฝรั่งทอดกรอบซองสีส้มก็มา นั่นก็หยิบแล้ว นี่ก็สอยแล้ว ครบแล้วล่ะมั้ง

“ไปจ่ายเงินกัน”ผมหันไปหาคนที่จิ้ม ๆ หน้าจอมือถืออยู่ คุยแชทกับเพื่อนอยู่อีกละมั้ง ช่วงนี้ผมเก็นพี่เขาคุยกับคุณเรแกนบ่อย ๆ เรื่องการปลูกถ่ายมดลูกของคุณริช

มันเป็นเรื่องใหญ่นะ คุณริชยอมทำได้ยังไงกัน ผมนับถือใจสุด ๆ เลย

“เดี๋ยวพี่ขอไปโซนเสื้อผ้าก่อน”มือถือถูกเก็บลงก่อนที่พี่เขาจะเดินนำออกไป

ตอนแรกผมก็นึกว่าพี่เขาจะซื้อเสื้อพวกลายดอกหรืออะไรที่เกี่ยวกับการไปเที่ยว แต่ไม่ใช่เลยครับ พี่เขาเดินมาที่เสื้อผ้าเด็กอ่อนซะงั้น

“จะซื้อเสื้อเด็กเหรอครับ”ผมเอียงหัวมองคนที่ก้าวไปจับ ๆ เสื้อพลิกไปพลิกมาด้วยความสงสัย

“อื้อ”แล้วไม่พูดอะไรต่อด้วย... หรือว่าที่คุยแชทเมื่อกี้คือเพื่อนพี่เขาคลอดเด็กแล้ว? เหมือนผมจะจำได้ว่าพี่เขามีเพื่อนผู้หญิงอยู่นะ “ตะวันว่าสีไหนดีครับ”

ขุดเด็กลายน่ารักแบบเดียวกันต่างกันที่สีสองชุดถูกยกขึ้นมาอยู่ในระดับสายตาผม มีสีฟ้ากับสีส้มให้เลือก

“สีส้มครับ”สดใสดี ไม่ค่อยมีใครซื้อสีนี้ให้เป็นของขวัญกันด้วย สีฟ้าน่าจะเกร่อมากแล้ว “มีถุงมือถุงเท้าเข้าเซ็ตด้วย”

“งั้นเอาสีส้มเนอะ”และแล้วชุดเด็กนั้นก็ลงมานอนอยู่ในรถเข็นพร้อมจะไปจ่ายตังค์ เอ... มีเต่ายางด้วย ผมซื้อไปลอยคู่กับน้องเป็ดเหลืองดีไหมนะ

ซื้อละกัน หายาก!

วันรุ่งขึ้นในเวลารุ่งสางฟ้ายังไม่สว่างพี่ชัชท์ก็ปลุกผมให้ตื่นมาอาบน้ำแต่งตัวแล้ว ผมยังง่วงอยู่เลยนะครับ ฮือ แต่ด้วยความอยากเที่ยวผมก็ต้องยอมลุกขึ้นจากที่นอนอันแสนอบอุ่นโดยดี ต้องทำตัวให้กระปรี้กระเปร่าหน่อยละ ผมจะปล่อยให้พี่เขาขับรถคนเดียวไม่ได้

ไปเที่ยวนอกบ้าน เสื้อผ้าก็ต้องเป็นชุดไปเที่ยวที่ใส่แล้วคล่องตัวสิน้า ผมหยิบเสื้อที่พี่ชัชท์เตรียมไว้ให้ขึ้นมาใส่ ต่อด้วยกางเกงในที่ยังคงไร้คุณธรรม เหอะ เลือดหยุดไหลแล้วกางเกงในสาย ๆ ก็กลับมา ร้องไห้ได้ไหมครับ

“นอนต่อไหมครับตะวัน”พี่ชัชท์ตบตักตัวเองปุ ๆ หลังจากที่พวกเราขึ้นรถมากันแล้ว ผมมองพี่ชัชท์ที่นั่งพิงเบาะอยู่อย่างสบายอารมณ์ด้วยสายตาว่างเปล่า แหม่ ไอ้เราก็นึกว่าพี่แกจะขับรถเองเลยพยายามทำตัวให้ตื่นเข้าไว้เพื่อที่จะได้นั่งไปเป็นเพื่อน แต่นี่คือ?! มีคนขับรถไป

แล้วก็ไม่บอก!!!

ผมแอบกลอกตามองบนแล้วแสร้งยิ้มหวานก่อนจะเอนตัวลงไปนอนหนุนตักของพี่ชัชท์ เอาตัวเกยหน่อย ๆ ด้วย ให้เป็นตะคริวไปเลย

หมั่นไส้!

พี่ชัชท์ลูบหัวผมเบา ๆให้ผมได้ลิ้มรสความรู้สึกของหมาที่ชอบให้เจ้านายลูบหัว มันรู้สึกดีนะครับ ดีจนผมเคลิ้มหลับไปเลย

ผมไม่รู้ว่าระหว่างที่ผมหลับอยู่พี่ชัชท์ได้นอนบ้างไหม ผมรู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่พี่เขาปลุกผมขึ้นมาถามว่าผมจะเข้าห้องน้ำหรือเปล่า ซึ่งในตอนนี้สองข้างทางก็ไม่ใช่ตึกรามบ้านช่องแล้ว กลับเป็นพื้นที่โล่ง ๆ มีสีเขียวของพืชสีน้ำตาลดินคละกันไปแทน

พี่ชัชท์พาผมออกต่างจังหวัด?

“เราจะไปไหนกันเหรอครับพี่ชัชท์”ผมถามคนที่จูงผมไปเข้าห้องน้ำอย่างงง ๆ ผมไม่ค่อยได้ออกไปต่างจังหวัดตอนนี้เลยไม่รู้เลยสักนิดว่าเรากำลังอยู่ไหน

ทะเลมีภูเขาไหมครับ?

“ถึงแล้วก็จะรู้เองนะครับ”พี่เขาลูบเอวผมเบา ๆ และยิ้มหวานให้

รอบนี้ตื่นแล้วผมนอนต่อไปลงแล้วครับ เต็มอิ่มละ เริ่มหิวแทนผมเลยต้องมองหาของกินสักหน่อย แน่นอนล่ะครับว่าคนรักผมย่อมรู้ใจผม หยิบเอาขนมปังสอดไส้ช็อกโกแลตมาให้ผมได้หม่ำ ๆ รู้ใจตลอด

รถเก๋งคันไม่เล็กเคลื่อนที่ไปบนถนนผ่านย่านเกษตรกรรมของผู้คนเข้าตัวเมืองออกตัวเมือง ผมมองป้ายบอกทางคร่าว ๆ ไปตลอดทางก็พอจะรู้แล้วว่าพี่ชัชท์น่าจะพาผมไปสระบุรี ถ้าผมจำไม่ผิดเหมือนจะเคยเห็นจากรายการท่องเที่ยวว่าสระบุรีมีน้ำตกนี่น่าช่วงนี้จะมีน้ำให้เล่นหรือเปล่านะ

ผมนั่งเกาะกระจกมองป้ายต่อไปในขณะที่พี่ชัชท์นั่งจิ้มมือถือสลับกับหันมามองผมยิ้ม ๆ เป็นระยะ เหอะ คิดว่าผมเหมือนเด็กล่ะสิ

เราเดินทางกันอีกพักนึงคนขับรถก็พาเลี้ยวเข้าไปในซอยเล็ก ๆ ที่ไม่เห็นจะมีป้ายอะไรเลย เอ... ปกติที่เที่ยวเขาต้องมีป้ายสักอันสองอันบอกว่าชื่ออะไรไปทางไหนไม่เหรอครับ

เฮ้อ ดีนะที่มากับพี่ชัชท์ ไม่งั้นผมคงอดคิดไม่ได้ว่าโดนอุ้มฆ่าหรือเปล่าแน่ ๆ

“สรุปว่าเรากำลังจะไปไหนกันเหรอครับ”ผมถามอีกครั้ง แต่ยังไม่ทันที่จะได้รับคำตอบอะไรรถก็เลี้ยวผ่านซุ้มประตูอะไรสักอย่างผมไม่ได้มองเข้าไปจอดนิ่งข้างในซะก่อน “ที่นี่...”

“ลงไปกันเถอะครับ”พี่ชัชท์ยิ้มบางให้ผมแต่ก็ยังไม่อธิบายอะไรเพิ่มเติม “ไปกัน”

พี่เขาพาผมมาสุสาน...

ผมเดินตามหลังพี่เขาไป ในขณะเดียวกันก็มองป้ายหินอ่อนที่เรียงรายอยู่ไปด้วย เกือบทุกป้ายนั้นเป็นนามสกุล ‘ศิริภัทรกิจ’

“ตะวันครับ”พี่ชัชท์หันมาเรียกผมที่มองไปทางอื่นอยู่ “ทางนี้”

พี่ชัชท์เบี่ยงตัวหลบให้ผมเห็นหลุมศพขนาดเล็กที่ดูจะใหม่กว่าที่อื่น ๆ ผมช้อนตาไปมองพี่เขาที่ยิ้มหม่น ๆ ก่อนจะก้าวขาไปใกล้ ๆ หลุมศพนั้นด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้ง

‘ภัทรกานต์ ศิริภัทรกิจ’

“เขาคือ...”ลูกของผมใช่ไหม?

“ลูกของเรา”พี่ชัชท์ก้าวเข้ามากุมมือผมเอาไว้หลวม ๆ “ถึงเขาจะมาอยู่กับเราแค่ไม่นาน แต่พี่ก็อยากให้เขาได้อยู่กับทุก ๆ คนมากกว่านี้ พี่เลยพาเขามาฝากให้คุณทวดดูแลแทนพวกเราไปก่อน”

“แต่ว่า...”พี่พาเขามาได้ยังไงในเมื่อลูกยังไม่ได้มีร่างกายเป็นของตัวเองจริง ๆ เลย

“พี่เอาเสื้อผ้าของตะวันและของพี่ในวันนั้นมาฝังไว้”พี่เขาทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นแล้วยื่นมือไปลูบป้ายหินอ่อนนั้นเบา ๆ

ผมมองพี่ชัชท์ที่มีร่องรอยแห่งความเสียใจ ผมเองก็เสียใจแต่ในขณะเดียวกันตอนนี้หัวใจของผมก็พองฟูจนคับอกที่พี่เขาให้ความสำคัญกับลูกของเราขนาดนี้ทั้งที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าลูกเป็นเพศสภาพไหน

ใช่ครับ ผมดีใจ การกระทำของพี่ชัชท์ในตอนนี้ชี้ชัดว่าเขาไม่ได้ต้องการแค่อัลฟ่าที่จะมาเกิดกับผมจริง ๆ ขอแค่เป็นลูกของเราพี่เขาก็พร้อมที่จะรักอย่างไม่มีข้อแม้

“เป็นเด็กดีนะครับลูก”ผมรับเอาเสื้อผ้าเด็กที่พวกเราไปเลือกด้วยกันมาถือเอาไว้ ตอนนั้นพี่เขาถึงถามผมสินะ “ฝากลูกของพวกเราด้วยนะครับ”

คำหลังผมหันไปพูดกับเหล่าบรรพบุรุษของคุณน้าวษา อ้อ ผมยังไม่ได้บอกใช่ไหมครับว่าน้าฌอณเขาแต่งเข้ามาในตระกูลของน้าวษาน่ะ น่าประทับใจเนอะ

พี่ชัชท์ลุกขึ้นไปยกถังสเตนเลสมาวางไว้ไม่ไกลจากที่ผมยืนอยู่ ก่อนจะเริ่มจุดไฟเผากระดาษเงินกระดาษทองที่ไม่รู้ว่าไปซื้อมาตอนไหน ส่วนของเล่นของใช้ที่ซื้อมาผมเอาไปวางหน้าหลุมศพของลูกครับเผื่อใครผ่านมาจะเก็บกลับไปใช้

ดีกว่าเอาไปเผาทิ้งสร้างมลพิษให้มากขึ้น... อืม จะพูดแบบนี้มันก็ดูจะพูดได้ไม่เต็มปากเพราะผมก็มายืนหย่อนกระดาษลงไปเผาอยู่เหมือนกัน

ว่าไปแล้วนอกฤดูกาลเชงเม้งนี่ไม่มีคนเอาซะเลยนะ

พวกเราสองคนอยู่กับลูกอีกพักหนึ่งก่อนจะขึ้นรถไป คราวนี้ที่หมายของพวกเราคือน้ำตกขึ้นชื่อของจังหวัดสระบุรีล่ะครับ เย่

มาน้ำตกทั้งทีพี่ชัชท์ดันไม่ลงน้ำเอาแต่นั่งแกว่งขาอยู่บนเก้าอี้นั่งวาดรูปเรื่อยเปื่อย เอาเถอะ ตามใจละกันถึงยังไงตอนนี้เป็ดเหลืองกับเต่ายางของผมก็ได้ลอยน้ำแล้ววว

ผมลงไปแช่น้ำตกที่ลึกพอประมาณและเย็นกำลังดีอย่างสบายอารมณ์ บรรยากาศดีมาก อากาศก็ไม่เลวเลยครับ ซ้ายก็น้ำ ขวาก็พืชพรรณ ดี๊ดี ผมชอบ

และความชอบนี่แหละที่ทำเอาเพลินจนต้องนอนค้างในรีสอร์ตไปคืนนึง พี่ชัชท์นี่ก็เตรียมการมาพร้อม เสื้อผ้าเตรียมเอาไว้ให้เรียบร้อยทุกอย่างเหมือนรู้เลยว่าสุดท้ายเราก็ต้องนอนค้างคืน

และแน่นอน พี่เขาไม่ลืมที่จะเอากางเกงในไร้คุณธรรมมาให้ด้วย

อ๊ะ อ๊ะ คิดกันอะไรอยู่น่ะ ถึงบรรยากาศจะดี ทิวทัศน์สวยงาม ห้องพักไม่เลวร้าย ที่นอนก็ใช้ได้ แต่มันไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรอกนะครับ เราแค่นอนกอดกันธรรมดา

อืม... จริง ๆ มันก็ไม่ธรรมดาแหละ

ผมแค่ใช้มือผ่อนคลายอารมณ์ให้พี่เขาเอง แหม่ ปล่อยให้อดอยากนานเดี๋ยวไปหาคนอื่นจะทำยังไง

ของดีมีไว้ให้ตะวันนะครับ ขอบอก

ความคิดเห็น