ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 10 ความในใจ

ชื่อตอน : บทที่ 10 ความในใจ

คำค้น : omegaverse , yaoi

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 14 พ.ค. 2562 20:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 10 ความในใจ
แบบอักษร

บทที่ 10

ความในใจ

 

(ชัชท์)

”รักของพี่เป็นของตะวัน ตั้งแต่วันแรกที่ได้พบและจะเป็นของตะวันตลอดไป”ผมตอบน้องด้วยเสียงที่หนักแน่น มันจะแทนคำสัญญาที่ผมจะให้กับเด็กดื้อของผมเอาไว้

“ขอบคุณครับ”เสียงของตะวันนั้นแหบพร่าและแฝงความหม่นหมอง ดวงตาที่ฉายแววโศกเศร้านั้นปิดลงราวกับว่าน้องต้องการจะตัดขาดจากโลกภายนอก

น้องกำลังเสียใจและคงจะเจ็บปวดมาก

ผมมองคนที่นอนซุกตัวอยู่บนเตียงคนไข้ด้วยความเจ็บปวดในใจ ตะวันของผมในตอนนี้ดูบอบบางเหมือนแก้วที่ใกล้จะแตก แค่จะลูบเบา ๆ ผมก็กลัวน้องจะหายไป ผมไม่อยากให้ตะวันคิดโทษตัวเองเลย ไม่อยากให้น้องรู้สึกเป็นทุกข์แบบนี้แต่ผมก็ทำอะไรยังไม่ได้เลย

คุณหมอเข้ามาดูตะวันแล้วให้ยาคลายกังวลเพราะเด็กดื้อของผมมีอาการเครียดซึ่งมันจะส่งผลต่อร่างกายแน่นอน ยิ่งร่างกายอ่อนแอแบบนี้ด้วย เพราะอย่างนั้นเขาจึงควรได้พักผ่อนอย่างดีที่สุด และผมจะอยู่ข้าง ๆ เขา งานบ้างานบออะไรที่พ่อจะให้ผมทำก็รอไปเลยจนกว่าตะวันจะหายดีทั้งกายและใจ

“พี่ชัชท์”เสียงเรียกที่เคยสดใสนั้นตอนนี้กลับหม่นหมองเจือไปด้วยความเศร้า พาลให้ผมรู้สึกเศร้าไปด้วย

“ครับตะวัน”ผมยิ้มให้กับคนที่ปรือตามองมาที่ผม

“จับมือหน่อย”มือน้อย ๆ ยื่นมาหาผม แน่นอนผมไม่รอช้าที่จะไปจับกุมมือขาวนั่นเอาไว้ส่งผ่านความอบอุ่นไปให้กับคนที่เป็นคู่ชีวิตของผม “อย่าปล่อยมือผมนะ”

“ทั้งยามหลับและยามตื่น”ผมเอื้อมมือไปลูบผมนุ่ม ๆ ของเด็กดื้อหนัก ๆ ให้เขารู้ว่าผมที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เตียงเขาคนนี้จะอยู่เคียงข้างเขาจริง ๆ “พักผ่อนนะครับคนดี”

ที่เหลือให้พี่จัดการเอง... ผมไม่ยอมให้ลูกของเราต้องจากไปฟรี ๆ หรอกนะ

“ผมไม่ยอมนะ”เสียงของตะวันแฝงความง่วงงุนเอาไว้ แต่คำพูดที่ส่งมานั้นชัดเจนมาก “ผมจะเอาเรื่องพวกเขาให้ถึงที่สุด”

“แน่นอนครับ”ผมบีบมือของตะวันเบา ๆ “ตะวันพักผ่อนให้มาก ๆ รักษาตัวดี ๆ จะได้หายไว ๆ นะครับ ที่เหลือให้พี่เป็นคนทำให้เอง”

ตะวันหลับไปด้วยฤทธิ์ยาแล้ว สีหน้าของเขาดูผ่อนคลายขึ้นหน่อยแต่ก็ยังห่างไกลจากปกติมา ตะวันที่แสนร่าเริงและสดใสของผมนั้นต้องหม่นแสงลงเพราะคนสองคนที่ได้ชื่อว่าเป็นพี่น้องร่วมสายเลือด เดี๋ยวเราจะได้รู้กันว่าเล่นกับใครอยู่

“เป็นยังไงบ้าง”เพื่อนร่วมชั้นสมัยอยู่ไทยของผมที่เป็นคนเข้าไปรวบตัวของพี่ทั้งสองคนเอาไว้เข้ามากระซิบถามเสียงค่อยจนแทบไม่ได้ยิน

“แย่”คำเดียวที่ผมพูดออกมาได้ ทั้งร่างกายที่เสียเลือดมากและจิตใจที่บอบช้ำ เด็กดื้อเขาแย่มากจริง ๆ “แล้ว...”

“สองคนนั่นฉันเอาตัวไปฝากขังแล้ว”ผมพยักหน้ารับเนือย ๆ อยากจะไปจัดการซะตอนนี้เลยละ แต่ไม่ได้ตะวันสำคัญกว่าพวกสวะมาก “ให้จัดการให้ไหม”

“สะดวกเหรอ”ผมมองหน้าลูกชายตำรวจใหญ่ที่ตอนนี้ก็เป็นตำรวจเหมือนกันแต่ยังยศน้อยอยู่ “ฝากขังไว้ก่อนเดี๋ยวฉันไปจัดการเองก็ได้”

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันจัดการให้”น้ำเสียงของเอกเหี้ยมมาก “หลานคนแรกของกูโดนฆ่าทั้งที่ยังไม่ทันได้ลืมตาดูโลก กูเฉยไม่ลงว่ะ”

“ไม่พูดคำหยาบ”ผมเอ็ดเพื่อนที่หลุดคำพ่อขุนออกมา ลับหลังคุยกันได้แต่ผมไม่อยากให้ตะวันได้ยินคำพวกนี้ให้ระคายหู “ฉันอยากให้พวกเขารับโทษสูงสุด”น่าจะปรับสี่หมื่นจำคุก 2 ปีละมั้ง

“ได้”เอกรับคำทันทีแล้วเดินออกไป ผมรู้ว่าหมอนั่นกำลังโกรธมากเพราะในกลุ่มของพวกเราที่ยังเหนียวแน่นกันอยู่แม้จะห่างกันไป ผมเป็นคนแรกที่ประกาศจะแต่งงาน และเด็กที่จากไปแล้วเป็นหลานคนแรกของทุกคน

พ่อกับแม่เข้ามาเยี่ยมตะวันหลังจากเอกกลับไปได้ไม่นาน สีหน้าของพวกเขามีความเศร้าระคนโกรธเกรี้ยวให้เห็นอย่างชัดเจน แต่ไม่มีใครพูดอะไรออกมา ยิ่งเห็นตะวันนอนอยู่ทั้งคู่ก็ไม่คิดจะกวนแค่ถามอาการแล้วกลับไป

“เรื่องงานพ่อจะจัดการเอง ชัชท์ดูแลตะวันไป”คำพูดทิ้งท้ายนั้นตรงใจผมที่สุด พ่อรู้ใจผมเสมอเลย

หลังจากที่คนมาเยี่ยมทั้งหลายกลับไปกันหมดห้องพักผู้ป่วยVIP นี่เหลือแค่ผมกับตะวันสองคน ผมนั่งมองคนที่อยู่ในใจผมมาเนิ่นนานด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ผมยังคงกุมมือตะวันเอาไว้ไม่ปล่อยถึงแม้ว่ามันจะชื้นแฉะก็ตามที

พูดไปใครจะเชื่อว่าผมจะรักคนที่ไม่เคยเจอหน้ากันเลยตลอดแปดปีได้ แต่มันก็เป็นไปแล้ว ตะวันไม่เคยเจอหน้าผม แต่ผมเห็นตะวันผ่านกล้องที่ติดไว้ในห้องอยู่ตลอดเวลา ผมเฝ้าดูคนที่ผมตีตราจองเอาไว้ตั้งแต่เล็กเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ โดยที่ไม่มีผมอยู่ข้าง ๆ และรู้สึกผิดที่ทำให้เขาต้องลำบากเพราะความคิดเด็ก ๆ ของผมที่อยากจะจองคู่เอาไว้ก่อนจะไปเรียนต่อทั้งที่เขายังไม่พร้อมจะทำพันธะจนกลายเป็นการกระตุ้นตัวเขาให้ฮีทก่อนเวลาอันควร ผมไม่ปฏิเสธถ้าใครจะว่าผมว่าเป็นสตอล์คเกอร์ ผมยอมรับครับว่าผมตามติดชีวิตน้องมาก คอยมองอยู่ตลอดว่าน้องจะทำอะไร และมันจะเป็นอันตรายไหม แรก ๆ มันอาจจะเป็นแค่ความสนใจที่พ่อแม่หาคู่มาให้แต่พอได้ติดตามน้องไปเรื่อย ๆ มันก็เปิดความผูกพันและเปลี่ยนเป็นความรัก สายตาของผมมองแต่น้อง คู่นอนในอดีตที่ผมนอนด้วยจึงมีความคล้ายคลึงกับตะวันอยู่หลายส่วน ยกเว้นริชที่ละเอาไว้เพราะมันเป็นความคึกคะนองของพวกเรา มันก็เป็นการผิดต่อทุกคนนั่นละนะครับที่ผมทำกับพวกเขาแต่ครางชื่อตะวันออกไป แต่ผมไม่สนใจหรอก ความสัมพันธ์กับคนพักนั้นมันก็แค่ข้ามคืนและเราตกลงก่อนแล้วด้วย

พอกลับไทยมาได้กอดตัวจริง ๆ ของคนที่ผมคะนึงหามันทำให้ผมเหมือนลอยอยู่บนฟ้า ทุกอย่างรอบตัวนั้นสว่างสดใส มันดีกว่าที่คิดไว้ในทุก ๆ อย่าง ตะวันเป็นคนที่มีอารมณ์หลากหลาย และเขาไม่ได้เก็บมันเอาไว้มากนัก มีอะไรเขาก็แสดงออกมาตรง ๆ ให้ผมได้รู้ เป็นอะไรที่น่ารักมาก ๆ ทั้งที่เขาน่ารักขนาดนี้ยังมีคนกล้าทำร้ายเขาได้ลงคออีกคิดดูแล้วกัน

“ถ้ากำลังฝัน ขอให้เป็นฝันที่ดีนะครับตะวัน”ผมรำพึงออกมาแผ่วเบา อย่างน้อยตอนนี้ในความฝันก็ขอให้ตะวันมีความสุข พอตื่นมาแล้วเราจะได้เริ่มกันใหม่อีกครั้ง และครั้งนี้ผมจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมายุ่มย่ามกับคนของผมได้อีกแน่ ไม่มีทาง!

หวนกลับไปคิดถึงคำพูดของตะวันที่ไม่มั่นใจในตัวผมแล้ว มันก็เจ็บนะครับ มันคงเป็นกรรมที่ตามสนองผมที่นอกกายเขาไปนอนกับคนอื่นทั้งที่ปักหลักแล้วว่าจะจับคู่กับเขา เรื่องในอดีตของผมมันคงเป็นรอยด่างในใจของตะวันไม่น้อยเลย แต่ไม่เป็นไร ผมจะพิสูจน์ให้ตะวันเห็น ให้ตะวันได้สัมผัส ได้รับรู้ด้วยหัวใจว่าผมรักเขามากแค่ไหน ก่อนหน้านี้ผมพลาดที่ผมไม่เคยพูดอะไร ไม่อธิบายอะไรถ้าเขาไม่ถามออกมา ไม่เคยบอกรักเลยสักคำ แต่ต่อไปนี้ผมจะพูดคุยกับตะวันให้มากขึ้น บอกรักเขาให้มากและจะทำทุกอย่างให้เขามีความสุขให้ได้

ถ้าบอกว่าคนเราทุกคนต้องมีเป้าหมาย ถ้าอย่างนั้นเป้าหมายของผมก็คือการทำให้ตะวันเป็นคนที่โชคดีที่สุดในโลก

ใครจะว่าผมหลงน้องเกินไปผมก็ไม่สน กลับกันจะยืดอกรับด้วย ตะวันคือความรักของผมจะไม่ให้หลงได้ยังไงกันละ จริงไหม แต่ตอนนี้ผมต้องหาทางรักษาใจดวงนี้ก่อนนะครับ

ผมหยิบมือถือขึ้นมาเปิดไล่ดูของตามเว็บต่าง ๆ เสพติดการช็อปปิ้งออนไลน์โดยไม่รู้ตัวไปแล้วล่ะครับ โดยเฉพาะการหากางเกงในคอลเลคชั่นใหม่ ๆ ให้ตะวันใส่ น้องเป็นคนมีก้นเวลาใส่แล้วจะสวยมาก และผมก็เป็นคนเดียวที่มีโอกาสได้ชื่นชมเต็ม ๆ ตา แต่ตอนนี้นอนโรงพยาบาลคงต้องงดไปก่อนให้ใส่แบบธรรมดาไป คนรักผมเขาหน้าบาง

“คุณชัชท์ครับ”พี่เสกคนขับรถควบตำแหน่งบอดี้การ์ดของผมเดินเข้ามากระซิบความบางอย่าง “พ่อแม่ของคุณตะวันมาขอเยี่ยมครับ”

“ไล่กลับไป”ไม่ต้องคิดให้มาก ไม่พบ ข่าวลูกตัวเองโดนจับเข้าตะรางคงไปถึงหูแล้วถึงรีบปรี่มา คงกะจะขอให้ตะวันอภัยให้กับพี่ ๆ เขาล่ะสิ กลับไปฝันกลางวันที่บ้านโทรม ๆ นั่นไป อย่าเสนอหน้ามารบกวนคนอื่นแถวนี้ ในเมื่อสอนให้ได้ดีไม่ได้ก็ให้คนในคุกสอนพวกเขาแบบตัวต่อตัวแล้วกัน

ผมยังไม่ใช้กฎหมู่นี่ก็ถือว่าปรานีมากแล้ว ย้ำว่ายังไม่ได้ใช้ ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ใช่นะครับ และผมจะไม่รับฟังคำอ้างจำพวกรู้เท่าไม่ถึงการณ์ด้วย

ยังไงเราก็ต้องได้คุยกันแน่ แค่มันไม่ใช่เวลานี้

ตะวันหลับไปหลายชั่วโมง ผมก็เคลิ้มหลับเช่นกันนั่งหลับทั้งที่มือของเรายังจับกันอยู่ ตื่นขึ้นมาอีกทีฟ้าก็มืดลงไปแล้ว แต่คนป่วยที่ตื่นมาก่อนนั้นมองผมตาใสแจ๋วอยู่

“ตื่นแล้วไม่ปลุกพี่ล่ะครับ”ผมถามเด็กดื้อที่กะพริบตาปริบ ๆ มาให้ “หิวหรือเปล่าหรืออยากเข้าห้องน้ำไหม”

“อยากเข้าห้องน้ำ”ตะวันตอบกลับมาพร้อมรอยยิ้มบาง สายตาของน้องผละออกไปจากใบหน้าผมหลุบลงมองมือของเราที่ยังจับกันไว้ผมใช้ปลายนิ้วถูหลังมือน้องเบา ๆ ก่อนที่จะพาเด็กดื้อไปเข้าห้องน้ำ ศิลปะการพาคนป่วยที่เป็นคนรักเข้าห้องน้ำนี่เป็นอะไรที่ละเอียดอ่อนมากนะ รู้ไหม เราจะต้องช่วยเขาปลดกางเกงออกก่อนแล้วค่อย ๆ ประคองส่วนนุ่มนิ่มของเขาเล็งไปให้ตรงชักโครก...

“พี่ชัชท์ไปรอข้างนอกเลย”ความฝันมลายเมื่อน้องไม่ให้ผมช่วยแถมหันมาไล่ด้วยสีหน้าจริงจังอีกต่างหาก “เสร็จแล้วผมจะเรียกเอง”

“ไม่ให้พี่ช่วยเหรอครับ”ผมถามน้องเสียงเศร้า ๆ นี่ผมตั้งใจจะช่วยน้องทุกอย่างจริง ๆ นะ

“ไม่!”ทำไมน้องใจร้ายกับผมแบบนี้ล่ะ!

ผมเดินคอตกไปรอน้องหน้าประตูห้องน้ำ แต่ไม่ปิดประตูให้นะครับ เผื่อก้าวพลาดล้มไปอะไรยังไงผมจะได้เข้าไปช่วยน้องทัน โอเค น้องแท้งไม่ใช่ผ่าคลอดถึงจะต้องขยับตัวลำบาก แต่อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ยิ่งน้องเสียเลือดไปเยอะด้วย หน้ามืดได้ง่าย ๆ เลยนะ ผมมองน้องที่กำลังเคลื่อนไหวร่างกายอย่างหลงใหล เสน่ห์ของตะวันมีอยู่ทั่วร่างกาย ขยับแขนก็น่าดู ขยับขาก็น่ามอง น่าสัมผัสไปทุกส่วนเลย

แต่เลือดสีสดที่เปรอะตรงผ้าอนามัยซึ่งพยาบาลเอามาให้น้องใส่นั่นมันทำลายทัศนียภาพอันงดงามไปอย่างยับเยิน เห็นแล้วหงุดหงิดใจซะจริง

ผมพาตะวันกลับขึ้นเตียงผู้ป่วยห่มผ้าให้เรียบร้อยก่อนจะนั่งลงประจำที่ มองมือขาวที่ขยับออกมาจากผ้าแล้วยื่นมือไปกุมเอาไว้

“ตอนที่ตะวันหลับพ่อกับแม่มาเยี่ยมตะวันด้วยนะ”ผมมองใบหน้าที่โผล่พ้นมาจากผ้าห่มซึ่งกำลังแย้มยิ้มออกมา “พ่อแม่ของตะวันก็มานะ”

สีหน้าของตะวันตึงไปเลย

อันที่จริงผมก็ไม่อยากจะบอกน้องเท่าไหร่ แต่สองคนนั้นยังไงก็เป็นพ่อแม่ของน้อง คนที่ผมส่งเข้าตะรางไปก็เป็นพี่ ๆ ของเขา ผมก็ต้องให้ตะวันเป็นคนตัดสินใจ... ส่วนนึง

“แต่พี่ไม่พบ”ผมพูดต่อ “ถ้าตะวันอยากจะพบกับพวกเขา พี่จะให้คนไปพามาวันหลัง”

แม้ว่าคุณหมอจะบอกให้กลับได้ตั้งแต่พรุ่งนี้ แต่ผมอยากให้ตะวันอยู่โรงพยาบาลอีกสักสองสามวันเพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจ ยังไม่อยากให้กลับไปแล้วถูกคนมองด้วยความสงสารเพราะมันจะยิ่งตอกย้ำความรู้สึกในใจน้อง แทนที่จะดีขึ้นมันอาจจะแย่ลงก็ได้ เพราะอย่างนั้นผมจึงอยากให้น้องพร้อมมากกว่านี้ก่อนค่อยกลับบ้านกัน

“พี่นัดพ่อกับแม่มาเลยครับ”ผมหันไปมองหน้าตะวันที่ตอบกลับมา ดวงตาของน้องมีประกายบางอย่างอยู่จาง ๆ “ผมคงต้องคุยกับพวกเขาสักหน่อย”

“ได้ครับ”ผมกดโทรศัพท์ไปบอกเลขาส่วนตัวที่ช่วงหลังจากนี้คงว่างงานไปสักระยะให้จัดการให้ “พี่ตามใจตะวันทุกอย่างอยู่แล้ว”

“ตามใจทุกอย่าง?”น้ำเสียงของน้องแฝงความสงสัยเอาไว้ ทำไมกันนะ “แล้วถ้าผมบอกว่าผมจะไม่ใส่กางเกงในของพี่แล้วล่ะครับ”

“ไม่ได้”ผมปฏิเสธไปทันที งานนี้ถึงน้องจะทำหน้ายู่ใส่ผมก็จะเมิน “เรื่องนี้ไม่งอแงนะครับเด็กดื้อ”

“ผมไม่ได้ดื้อสักหน่อย”เด็กดื้อทำหน้ามุ่ยแล้วครับ “ผมจะได้ออกจากโรงพยาบาลพรุ่งนี้ใช่ไหมครับ”

“อีกสักสองสามวันนะครับตะวัน”น้องทำหน้าสงสัย คงรู้อยู่เหมือนสินะครับว่าแท้งถ้าไม่มีอาการแทรกซ้อนอะไรดูอาการแค่คืนเดียวก็พอแล้ว “พี่เป็นห่วง”

ริมฝีปากซีด ๆ อ้าเหมือนจะพูดอะไรบางอย่างแล้วก็หุบไปเมื่อผมปล่อยหมัดเด็ด

พวกเราปล่อยให้ความเงียบปกคลุมห้องพักผู้ป่วยที่มีกลิ่นยาจาง ๆ จนกระทั่งคุณหมอเดินเข้ามาตรวจ ได้สอบถามพูดคุยเรื่องที่คาใจกันไป และมีจิตแพทย์มาประเมินอาการของตะวันด้วย น้องหันมาค้อนผมด้วยล่ะครับทั้งที่ผมไม่ได้เป็นคนไปเรียกหมอมาเลย

“คุณวษาให้หมอมาคุยกับคนไข้น่ะ”นี่คือคำตอบที่ได้รับเมื่อผมถามหมอไปว่าการประเมินอาการทางจิตนี่เป็นปกติของกระบวนการรักษาใช่ไหม แต่ก็ดีครับที่หมอมาตรวจ อย่างน้อยก็พอจะคลายกังวลเรื่องสภาพจิตในของตะวันไปได้บ้าง น้องมีความเครียดแต่ยังห่างจากซึมเศร้าอีกไกล คุณหมอเขาถึงกับชมเลยว่าตะวันเข้มแข็งมาก

ใช่ ผมเห็นด้วย ตะวันเป็นคนที่เข้มแข็งมาก เข้มแข็งในทุก ๆ เรื่องที่เข้ามาในชีวิตเลย

พ่อแม่ของตะวันเดินทางมาเยี่ยมตะวันอีกครั้งในวันรุ่งขึ้น ผมมองใบหน้าที่ดูอิดโรยขอทั้งคู่ด้วยใบหน้าเฉยเมย ตั้งใจปั้นหน้านี้ยิ่งกว่าปั้นหน้ายิ้มในงานเลี้ยงเสียด้วยซ้ำ โอเค ผมรู้ว่าผมควรออกไปให้ครอบครัวเขาคุยกัน แต่ผมไม่ออกแล้วใครจะทำไม

ที่เสียไปน่ะ เขาเป็นลูกของผมนะ

“เป็นยังไงบ้างตะวัน”คุณผู้หญิงเริ่มต้นได้ดีนี่ ถามอาการก่อนไม่พูดโพล่งขึ้นมาให้ตะวันกับผมหงุดหงิด “ดีขึ้นหรือยังลูก”

“จะดีกว่านี้ถ้าลูกยังอยู่กับผม”ตะวันตอบกลับอย่างไม่ไว้หน้าแม้ว่าพวกเขาจะเป็นพ่อแม่ที่ให้กำเนิดมาก็ตามที “พ่อกับแม่มีอะไรจะพูดกับผมก็พูดมาเลยดีกว่าครับ ไม่ต้องอ้อมค้อม”

“พ่อลูกว่าแกกำลังโกรธ”ผมเหลือบตาไปมองคนที่บังอาจแทนตะวันว่าแก คนอื่นอาจจะเรียกน้องแบบนี้ด้วยความเอ็นดูได้ แต่กับคนนี้ผมไม่ปลื้ม “แต่พี่แกก็ทำไปโดยไม่ได้ตั้งใจ อย่าถือสาพวกมันเลยนะ”

“ไม่ตั้งใจยังทำให้ผมเสียลูกไป”ตะวันเบือนหน้าหนีสายตาของคนสองคน น้องหลุบตาลงมองมือที่สั่นไหวของตัวเอง “ถ้าตั้งใจผมคงเสียชีวิตไปพร้อมลูกเลยละมั้งครับ”

ผมเอื้อมมือไปดึงมือของตะวันมากุมเอาไว้ ผมคิดถูกแล้วจริง ๆ ที่ให้ตะวันอยู่ในมือหมอต่อ บาดแผลในใจน้องที่น้องกดมันไว้กำลังถูกพวกเห็นแก่ตัวกระตุ้นให้เหวอะออก

จับไปถ่วงน้ำได้ไหม เป็นอาหารฉลามจะได้มีประโยชน์ขึ้นสักหน่อย

“ตะวัน พวกพี่ของลูกเขาไม่ได้เป็นผู้ร้ายสักหน่อยนะ”คุณน้าผู้หญิงหวีดร้องขึ้นเสียงแหลม เสียงน่ารำคาญชะมัดไม่น่าฟังเหมือนเสียงของตะวันกันสักนิดเลย

“แต่เป็นฆาตกร”ผมชิงน้องตอบไปแก้หงุดหงิด ต้องระบายออกมาสักหน่อย “ฆาตกรที่ฆ่าหลานแท้ ๆ ของพวกคุณ”

ผมพูดออกไปในใจก็ขอโทษตะวันไปด้วยที่เหมือนไปย้ำแผลในใจของน้อง ผมกระชับมือที่กอบกุมไว้ให้แน่นขึ้นอีกนิด ให้น้องรู้ว่าผมจะไม่ปล่อยมือน้องอย่างที่เคยให้สัญญาเอาไว้

“เธอก็ไม่ได้รู้ไม่ใช่หรือไง เรื่องที่ตะวันท้องน่ะ”แม่คุณหันมากัดผมแล้ว สายตาที่มองมานี่บอกให้ผมหุบปากชัด ๆ เลย “เป็นพ่อประสาอะไรถึงไม่รู้ว่ากำลังจะมีลูก ให้ลูกชายฉันออกไปข้างนอกคนเดียวทั้งที่กำลังตั้งท้องได้”

“ใช่ ผมพลาดที่ผมไม่รู้ว่าตะวันกำลังท้อง แต่ผมมั่นใจว่าผมจะเป็นพ่อที่มีความรับผิดชอบต่อคนรัก ต่อลูกมากกว่าคนอย่างพวกคุณแน่นอน”ผมตวัดสายตาไปมองคนที่มาขึ้นเสียงใส่ผมด้วยความเกรี้ยวกราด “เลี้ยงลูกยังไงให้เป็นอันธพาลข้างถนน กล้าแม้กระทั่งหาเรื่องน้องชายตัวเองในห้างสรรพสินค้า”

แม่ของตะวันกัดริมฝีปากตัวเองระงับความโกรธ นั่นล่ะ กับเข้าไป กันให้แตกนะครับ ให้สมกับความเจ็บปวดที่ตะวันได้รับมา แผลแค่นี้ยังไม่เท่าเศษเสี้ยวแผลในใจของผมกับตะวันเลย เถียงสิ เถียงออกมา คลิปที่ตะวันโดนทำร้ายกำลังกระจายทั่วโซเชียลจนพ่อแม่ของผมริบเอามือถือของตะวันไป ของผมก็ให้ตัดขาดจากอินเทอร์เน็ตไปชั่วคราว

กฎหมายก็รอ กฎหมู่ก็มา ผมแอบเชื่อว่าถ้าสองคนนั้นออกมาลอยหน้าลอยตาในที่สาธารณะในช่วงนี้ ไม่โดนลากไปกระทืบก็ต้องโดนตบสักฉาดนั่นล่ะ ความจริงมันก็เป็นสิ่งที่ไม่เลวเหมือนกัน

“ปาก---“

“ผมไม่อยากฟังการเถียงกันเรื่องไร้สาระแล้ว”เป็นตะวันที่ขัดขึ้นเมื่อคู่สามีภรรยานั้นกำลังจะเริ่มทำสงครามน้ำลายกับผม “เรื่องของพี่ซันและพี่เดือน ผมยกให้เป็นหน้าที่ของกฎหมาย และจะไม่มีการยอมความใด ๆ ทั้งนั้น ผมตั้งใจจะบอกพ่อกับแม่แค่นี้ล่ะ”

ตะวันขยับตัวลงไปนอนพร้อมปิดตาตัดขาดการรับรู้จากภายนอกทันที

“ไม่นะ ตะวัน อย่า---“ผมยกมือให้คนที่ยืนรออยู่หน้าห้องผู้ป่วยเข้ามาลากเอาตัวรบกวนออกไป อื้ม สมเป็นบอดี้การ์ดที่ถูกฝึกมาอย่างดีเยี่ยม ไม่มีแม้แต่เสียงโหยหวนมาให้ได้ยิน

“พี่ขอโทษนะครับตะวัน”ผมมองมือน้องที่ยังสั่นอยู่น้อย ๆ “พี่ผิดเองที่ไม่ได้สังเกตว่ากิจวัตรประจำวันของตะวันแปลกไป ทำให้เราต้องเสียลูกไปแบบนี้ พี่ขอโทษนะครับ”

“ไม่หรอกครับ”เสียงของตะวันสั่นเครือ “ผมสิผิดที่สุดที่ไม่รู้ตัวเองว่ากำลังมีเขา”

น้ำเสียงที่แสนเศร้านั้นกรีดหัวใจผมจนเป็นแผลลึก

ผมควรทำยังไงดี...

น้องกำลังเสียใจอีกแล้ว

 

ความคิดเห็น