ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 14

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.1k

ความคิดเห็น : 90

ปรับปรุงล่าสุด : 13 พ.ค. 2562 23:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 400
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 14
แบบอักษร

 

ตอนที่ 14

 

เก้าเดือนต่อมา

“เทียบเชิญเทศกาลชมดอกไม้เบ่งบานจากจวนตระกูลเยี่ยขอรับ” หยางหนิงอันยื่นเทียบเชิญดังกล่าวให้กับหวังมู่เฟยซึ่งเจ้าตัวเพียงแค่เหลือบมองเท่านั้น

เมื่อไม่กี่เดือนก่อนในฤดูเหมันต์ก็มีเทียบเชิญชมดอกเหมยของตระกูลหานในเมืองเจียวฉือส่งมาเช่นกัน ตระกูลหานและตระกูลเยี่ยเป็นตระกูลคหบดีใหญ่ในเมืองเจียวฉือ การไปร่วมชมดอกไม้ต่างๆตามเทียบเชิญถือเป็นการพบคู่ค้าหาพรรคพวกอย่างหนึ่งและการที่ตระกูลเหล่านั้นส่งเทียบเชิญมาก็แสดงให้เห็นถึงความมั่งคั่งของตระกูลหวังที่ทำให้พวกเขาสนใจได้

แต่หวังมู่เฟยเบื่อหน่ายเป็นอย่างมาก เขาไม่ต้องรู้จักใครก็สามารถขายชาปราณได้ ไม่จำเป็นต้องเข้าไปประจบสอพลอเหล่าขุนนางหรือศิษย์สำนักยุทธที่เหล่าคหบดีใหญ่เชิญมาเช่นกัน ในอดีตหวังมู่เฟยเที่ยวเล่นไม่สนใจกิจการของครอบครัว ยามนี้ก็เพียงมีกิจการโรงน้ำชาเล็กๆเท่านั้น เขาคิดว่าไม่จำเป็นต้องไปงานดังกล่าว

อีกทั้งหวังมู่เฟยเคยไปร่วมชมดอกเหมยแล้วครานั้น เป็นเรื่องราวที่น่าเบื่อหน่ายเป็นอย่างยิ่งแม้จะมีบุรุษหล่อเหลาเป็นอาหารตามากมายก็ตาม เขาเกลียดคำที่ต้องการรับเขาเป็นฮูหยินรอง ยังดีที่หวังเหมยยังไม่ปักปิ่นจึงไม่ได้มาร่วมงานด้วย ไม่เช่นนั้นเขาต้องพลั้งมือสังหารคนเป็นแน่

“ข้าไม่ไป” หวังมู่เฟยตอบหยางหนิงอันอย่างเอื่อยเฉื่อย เอาเวลาไปทำสิ่งอื่นจะดีกว่า

“ขอรับ” หยางหนิงอันเก็บเทียบเชิญดังกล่าวกลับไปก่อนจะยื่นม้วยกระดาษสามม้วนมาให้แทน

หวังมู่เฟยรับมาเปิดทีละม้วนแล้วแทบลมจับเมื่อมันคือรายรับรายจ่ายในปีนี้ของสกุลหวัง ปีนี้เขาต้องเริ่มจ่ายภาษีสามในสิบส่วนของรายได้ทั้งหมดตลอดปีให้กับราชสำนัก คิดเป็นเงินประมาณสองเหรียญทองหนึ่งร้อยเหรียญเงินหกสิบเหรียญทองแดง

เงินในคลังตระกูลหวังยามนี้ไม่เหลือเหรียญทองแม้แต่เหรียญเดียวเนื่องจากตลอดเก้าเดือนที่ผ่านมาเขาได้สั่งหลอมอาวุธผ่านหอรังสรรค์มากพอสมควรเพื่อมอบให้กับเหล่าพี่น้องแซ่หยาง แล้วยังมีการตัดเย็บเสื้อคลุมขนแกะจากแกะขนเงินอีกหลายตัวเพื่อปรนเปรอตนเองและน้องๆทั้งสามคน ยังมีเคล็ดวิชากระบี่พลิ้วไหว(ระดับสามัญ)ที่หวังมู่เฟยเพิ่งซื้อมาจากหอรังสรรค์เพื่อให้กองกำลังลู่หลงและพี่น้องแซ่หยางฝึกฝนอีกด้วย

หวังมู่เฟยมองดูยอดเงินคงเหลือในคลังแล้วได้แต่ถอนหายใจ เพิ่งอยู่ดีกินดีได้ไม่ถึงสองปีก็จะกลับมายากจนเสียแล้วหรือนี่ ในบัญชีเขาเหลือเงินอยู่ประมาณสองร้อยเหรียญเงินเท่านั้นเอง การก่อตั้งกองกำลังนั้นช่างสิ้นเปลืองเงินโดยแท้ อีกทั้งยามนี้ลู่หลงเพิ่งจะเข้าที่เข้าทาง ระดับลมปราณเฉลี่ยอยู่ที่เลี่ยนชีระดับสองเท่านั้น อีกหลายปีจึงจะเห็นผล อีกทั้งพวกเขาก็ไม่ใช่พวกที่มีพรสวรรค์มาตั้งแต่ต้น การรับธาราสวรรค์นั้นก็อาทิตย์ละคราเท่านั้น

น้ำในสระธาราสวรรค์เองก็มีจำกัดเนื่องจากต้องใช้ระยะเวลาในการสร้างขึ้นมาทดแทนพอสมควรทำให้หวังมู่เฟยไม่อาจใช้ออกได้อย่างสิ้นเปลืองได้ และเขาก็ไม่ได้รู้กลไกการสร้างของมันอีกด้วย

“ข้าควรส่งคนของเราเข้าไปเป็นศิษย์ในสำหนักหลอมอาวุธใช่หรือไม่” หวังมู่เฟยกล่าวขึ้นมาอย่างล่องลอย ไม่ใช่เพียงสำนักหลอมอาวุธเท่านั้นแต่สำนักหลอมโอสถเองก็เช่นกัน เรื่องนี้ไม่เล็กสมควรจัดการตั้งแต่ยามนี้จึงจะดี

“เป็นความคิดที่ดีขอรับ” หยางหนิงอันเห็นด้วยทันที

“เช่นนั้นเจ้าจงจัดการเรื่องนี้ ทั้งสำนักหลอมอาวุธและสำนักหลอมโอสถ ได้ยินมาว่าปีนี้เหล่าสำนักทั้งหลายเปิดรับศิษย์เข้าร่วมสำนักพอดี”

เหล่าสำนักต่างๆในแคว้นจ้าวนั้นสามปีจึงจะเปิดรับศิษย์คราหนึ่ง ห้าปีจึงจะจัดงานประลองใหญ่ระหว่างสำนักและตัวแทนของแว่นแคว้นประลองระดับแคว้นคราหนึ่ง

ปีนี้ครบสามปีแห่งการเปิดรับศิษย์เข้าร่วมสำนักพอดี ส่วนปีหน้าครบห้าปีการประลองแข่งขัน หวังมู่เฟยคิดไม่ตกเรื่องสอบหลอมโอสถเพื่อรับป้ายโอสถปีหน้านี้เช่นกัน เฮ้อ! แต่คงจะเป็นไปไม่ได้แน่นอนเนื่องจากยามนี้ครรภ์ของเขาเริ่มโตขึ้นแล้ว ปีหน้าครบกำหนดคลอดพอดี

ครรภ์ของหวังมู่เฟยยามนี้มีขนาดเท่ากับคนธรรมดาตั้งครรภ์ได้ห้าหกเดือน ซึ่งครรภ์นี้กินเวลาเกือบสองปีแล้วและหวังมู่เฟยก็ทำใจยอมรับความจริงได้แล้วว่าครรภ์นี้ไม่ธรรมดา ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาเขาได้ศึกษาตำราแพทย์โอสถตระกูลหวังมาไม่น้อย ครรภ์นี้สามปีจึงจะคลอดอย่างแน่แท้แน่นอนแล้ว

ถือเป็นครรภ์พิเศษที่โอบอุ้มทายาทสายเลือดพิเศษอยู่ภายในซึ่งหวังมู่เฟยแทบจะปวดเศียรเวียนเกล้าขึ้นมาทันที ไม่ทราบหวังมู่เฟยคนเก่าไปทำอันใดมา และพวกสายเลือดพิเศษเหตุใดถึงมาปรากฎที่โลกใบเล็กนี้ได้จนทำให้เขาท้องป่องเช่นนี้ แล้วตอนนี้บิดาของบุตรของเขาอยู่ที่ไหนแล้ว

แต่ก็ช่างมันก่อนเถิด หวังมู่เฟยเชื่อว่าอีกไม่นานคนผู้นั้นจะปรากฏตัวขึ้นมาเองเหมือนพล็อตนิยายกำลังภายในตามท้องตลอดทั่วๆไปที่เคยอ่านมา เขาทำได้เพียงเตรียมรับมือเท่านั้น

เทพอสูร เทพปีศาจ เทพเซียน หวังมู่เฟยคาดเดาไว้เจ็ดในสิบส่วนแล้วว่าคือเผ่าพันธุ์ใด

ที่ต้องกล่าวเรื่องครรภ์ก็เพราะยามนี้ทุกคนที่ใกล้ชิดทราบแล้วว่าเขาตั้งครรภ์ เนื่องจากขนาดหน้าท้องที่ป่องนูนออกมาไม่น้อยแล้วนั่นเอง ทุกคนยังคงมึนงงเนื่องจากหวังมู่เฟยไม่ได้อธิบายใดๆเกี่ยวกับระยะเวลาที่ตั้งครรภ์และบิดาของบุตรในครรภ์รวมทั้งอธิบายว่าตนเองเริ่มตั้งครรภ์เมื่อใด

เมื่อหวังมู่เฟยไม่กล่าวอันใดทุกคนก็ไม่ได้ถามเช่นกัน พี่น้องสกุลหวังเป็นเพราะความเชื่อใจในพี่ใหญ่ของพวกเขาและเชื่อว่าพี่ใหญ่มีเหตุผล ซึ่งหากถึงเวลาจะบอกกล่าวเอง ส่วนพี่น้องแซ่หยางนั้นเป็นเพราะบารมีของหวังมู่เฟยซึ่งเป็นเจ้านายนั่นเอง พวกเขาเพียงทำตามหน้าที่อย่างซื่อสัตย์ภักดีเท่านั้น ส่วนเรื่องส่วนตัวของเจ้านายไม่ใช่เรื่องที่พวกเขาต้องไปสอดรู้สอดเห็น

กระดาษม้วนที่สองคือข้อมูลและความก้าวหน้าของแต่ละคนของกองกำลังลู่หลงในขณะนี้ ส่วนกระดาษม้วนที่สามคือข่าวสารต่างๆในโลกใบเล็กใบนี้เท่าที่จะรวบรวมได้ ในโรงน้ำชาลู่เฟินอันแสนโด่งดังแห่งนี้ข่าวสารข่าวลือเองก็ไม่น้อยแล้ว ซึ่งการข่าวต่างๆเป็นหยางหนิงจินเป็นผู้จัดการและอีกไม่นานเมื่อกองกำลังลู่หลงหลายคนมีลมปราณถึงตามเกณฑ์ก็จะมีการแบ่งมาทำงานด้านนี้ด้วยอีกหลายคน

ยามนี้กิจการโรงน้ำชาลู่เฟินเป็นไปอย่างราบลื่น มีลูกค้าประจำและลูกค้าขาจรมากมาย โรงน้ำชาลู่เฟินยามนี้โด่งดังด้วยชาที่มีคุณสมบัติส่งเสริมลมปราณ โรงน้ำชาลู่เฟินเป็นที่ที่ชาวบ้านชาวยุทธมากมายต่างแวะเวียนมาไม่มีขาด แม้จะมีเพียงที่เดียวในเมืองขนาดเล็กเจียวฉือแต่ผู้คนในเมืองใกล้เคียงต่างก็รู้จักเป็นอย่างดี

“คุณชายใหญ่ขอรับ วันพรุ่งนี้เป็นวันสมรสระหว่างคุณชายสามเจียวฉือหมิงและศิษย์น้องลั่วแล้วขอรับ” หยางหนิงอันเตือนความจำของเจ้านายตัวเองเมื่อเห็นว่าหวังมู่เฟยวางม้วนกระดาษในมือลงและยกชาปราณขึ้นจิบ

“โอ้! เวลาช่างผ่านไปรวดเร็วจริงๆ เจ้าจัดการส่งของขวัญร่วมยินดีไปให้เจ้าเมืองด้วยก็แล้วกัน” หวังมู่เฟยอารมณ์ดีขึ้นมาบ้างจากเรื่องนี้ กว่าเจียวฉือหมิงจะเรียบร้อยแม่นางลั่ว แค่กๆ ก็มาวนเวียนเกี้ยวเขาอยู่หลายเดือนพร้อมทั้งคุณหนูรองสกุลถังที่ไม่ลดละความพยายามลงเลยถึงแม้ตระกูลถังจะเริ่มตกต่ำจากการแก่งแย่งชิงดีขัดแย้งกันเองในตระกูล เฮ้อ! ช่วงนั้นนับเป็นช่วงสร้างฉากละครจริงๆ

“ขอรับคุณชายใหญ่”

ยามนี้หวังมู่เฟยไม่อยากออกไปปรากฏตัวที่ใดนักเนื่องจากครรภ์ที่เริ่มเป็นที่สังเกตเห็นแล้ว ข่าวลือของชาวบ้านนั้นไปไวยิ่งกว่าไฟลามทุ่งไม่อาจดูเบาได้ หวังมู่เฟยไม่อาจฝึกฝนกระบวนท่าเคล็ดวิชาเข็มสยบภพได้เนื่องจากจะเป็นอันตรายกับทารกในครรภ์ทำให้การหลอมโอสถรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว อีกไม่นานเขาก็จะสามารถหลอมโอสถระดับกลางได้แล้ว

 

 

วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในช่วงฤดูร้อนของปีวันที่หวังจือต้องเข้าพิธีสวมหมวกก็มาถึง พิธีสวมหมวกในโลกใบเล็กนี้นั้นจะเป็นพิธีเพื่อแสดงว่าบุรุษผู้นั้นเติบโตพร้อมสร้างครอบครัวแล้ว โดยที่บุรุษมีอายุครบสิบหกปี พิธีดังกล่าวจัดขึ้นที่จวนตระกูลหวัง เป็นงานที่หวังมู่เฟยทุ่มสุดตัวเพื่อน้องรองอันเป็นที่รัก เงินทองเอย ชาปราณเอย เนื้อสัตว์วิญญาณเอย มีเท่าใดทุ่มไปไม่อั้นเพื่อไม่ให้น้องชายน้อยหน้าผู้ใด

“คุณชายใหญ่ขอรับ หากจัดงานใหญ่โตถึงเพียงนี้คงต้องใช้เงินเกือบหนึ่งร้อยเหรียญเงินเป็นแน่”

“ร้อยเหรียญเงินก็ร้อยเหรียญเงิน! หวังจือของข้าต้องดี! ต้องเด่น! ต้องไม่น้อยหน้าผู้ใด! สตรีและเกอดีๆจะได้เดินเข้าหาไม่ว่างเว้น” แม้หยางหนิงอันจะกล่าวทักท้วงด้วยความอึกอักแต่ก็ไม่อาจเปลี่ยนใจหวังมู่เฟยได้

อนิจจา หวังมู่เฟยในชีวิตก่อนยามจัดงานเลี้ยงงานปาร์ตี้ต่างผลาญเงินเป็นเทน้ำเทท่า และชีวิตนี้อันใดเกี่ยวกับน้องชายน้องสาวต่างตามอกตามใจอย่างยิ่ง แม้น้องชายน้องสาวจะเสียคนก็ยังสนับสนุนด้วยความสุขใจเบิกบาน เงินทองจะอย่างไรก็หาใหม่ได้ เมื่อก่อนแทบกินน้ำประทังความหิว ยามนี้มีเงินก็ต้องใช้!

ไม่ต้องคาดเดาเลยว่ายามใดที่คุณชายหรือคุณหนูตัวน้อยๆเกิดมามารดาผู้ให้กำเนิดจะตามใจเพียงใด หยางหนิงอันแทบจะมองเห็นอนาคตภายภาคหน้าได้เลยทีเดียว

พีธีสวมหมวกของหวังจือจัดขึ้นอย่างคึกคัก มีคหบดีเข้าร่วมหลายคนและขุนนางตัวเล็กๆอีกเล็กน้อย ผู้คนที่มาต่างแตกตื่นทั่วหน้าเมื่อลิ้มรสชาปราณและเนื้อสัตว์วิญญาณมากมายที่ใช้ต้อนรับผู้มาเยือน บุรุษมากมายที่มาร่วมงานมากกว่ากึ่งหนึ่งมาเพื่อยลโฉมและหาโอกาสเกี้ยวพาหวังมู่เฟยทั้งสิ้น

ผู้ใดในเมืองเจียวฉือที่ไม่อยากตบแต่งหวังมู่เฟยเป็นภรรยาในเมื่อคุณชายใหญ่สกุลหวังนั้นได้ชื่อว่างดงามที่สุดในเมืองเจียวฉือและยังไม่ได้ออกเรือนแม้จะมีแม่สื่อมากมายเข้าออกจวนตระกูลหวังไม่ขาดสายก็ตาม

หวังมู่เฟยปรากฏตัวเฉพาะช่วงที่ต้องสวมหมวกให้หวังจือเท่านั้น เขาต้องสวมใส่อาภรณ์รุ่มร่ามตัวใหญ่เพื่อปกปิดครรภ์เอาไว้ เพื่อไม่ให้เป็นที่สังเกตมากไปจึงต้องปรากฏตัวให้น้อยที่สุด

แม้จะมีผู้คนมากมายแสนเสียดายกับการได้ยลโฉมโฉมงามเพียงไม่นาน แต่งานนี้เป็นงานสวมหมวกของหวังจือผู้เป็นคุณชายรองสกุลหวังจึงต้องเก็บความเสียดายเอาไว้ภายใน

งานครานี้หวังเหมยเองได้เปิดหูเปิดตาไม่น้อย หวังมู่เฟยต้องการให้น้องสาวได้เลือกสามีด้วยตนเองจึงให้นางได้มีช่วงเวลาสำรวจบุรุษมากมายที่มาร่วมงาน หากถูกใจผู้ใดสามารถบอกกล่าวหวังมู่เฟยได้ทันที งานปักปิ่นปีหน้าของหวังเหมยหวังมู่เฟยคงคลอดบุตรพอดี พิธีปักปิ่นในวันนั้นคงไม่คึกคักเท่าวันนี้เมื่อเขาอาจยุ่งอยู่กับการให้นมบุตร พิธีสวมหมวกวันนี้จึงสิ้นเปลืองเผื่อวันนั้นอย่างถึงที่สุด

“เสี่ยวจือสนใจสตรีหรือเกอผู้ใดบอกพี่ใหญ่ได้ทันที ไม่ว่าสินสอดจะเท่าใดพี่ใหญ่ก็จะจ่ายให้!” หวังมู่เฟยเอ่ยขึ้นมาอย่างเบิกบานขณะสวมหมวกให้กับหวังจือในพิธี ใบหน้าหล่อเหลาของหวังจือกระอักกระอ่วมเล็กน้อย กว่าพี่ใหญ่ของเขาจะกลับมาทำตามพิธีอย่างถูกต้องก็ใช้เวลาไปนานพอสมควร

เมื่อพิธีสวมหมวกจบลง ของขวัญแสดงความยินดีที่ได้มาไม่อาจทดแทนความสูญเสียได้เลย ชาปราณและเนื้อสัตว์วิญญาณที่ใช้ในงานต่างหมดเกลี้ยง เหล่าคหบดีขุนนางต่างไม่รักษากิริยา ต่างคนต่างดื่มกินไม่ห่วงภาพพจน์เลยสักนิด หยางหนิงอันแทบจะหลั่งน้ำตา แต่หวังมู่เฟยกลับนั่งดื่มชาปราณอย่างสบายอกสบายใจและอารมณ์ดี

..

หนึ่งปีต่อมา

           หวังมู่เฟยแทบจะขยับตัวไปไหนไม่ได้เลยเมื่อครรภ์ของเขามีขนาดใหญ่โตเป็นอย่างมาก หากเขาไม่ได้ร่ำเรียนวิชาแพทย์และการหลอมโอสถคงเชื่อว่าตนเองตั้งครรภ์ทารกฝาแฝดอยู่ แต่ครรภ์ของเขาไม่ใช่เช่นนั้น เพียงเด็กคนนี้ตัวใหญ่โตเท่านั้น อีกไม่นานก็ครบกำหนดคลอดแล้วซึ่งทารกตัวใหญ่มากจนทำให้หวังมู่เฟยกังวนจนนอนไม่หลับ ไม่อยากจินตนาการวันที่คลอดบุตรเลยแม้แต่น้อย

           โลกนี้ไม่มีเครื่องมือผ่าตัด หวังมู่เฟยเชื่อว่าวันนั้นช่องทางของเขาต้องฉีดขาดกระจุยอย่างแน่นอน แม้ยามนี้ช่องทางจะค่อยๆเปิดออกแต่ทารกก็ตัวโตจนเกินไป หากเขาไม่ใช่เทพเซียนหรือมีลมปราณขั้นจู้จีระดับสามคงได้ทำใจเพราะการตกโลหิตจนตกตายเป็นแน่

           ยามนี้หวังมู่เฟยหลอมโอสถระดับกลางออกมาได้แล้ว เป็นผลจากการฝึกฝนร่วมหนึ่งปีที่ผ่านมา หวังหยุนเองก็เพิ่งหัดเริ่มหลอมโอสถระดับต่ำหลังจากศึกษาตำราแพทย์สมุนไพรและการหลอมโอสถของตระกูลหวังมาตลอดสองปี ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้เป็นไปอย่างงดงามเกิดคาด

           หวังมู่เฟยหลอมโอสถระดับกลางมากมายไว้รอท่าวันคลอดบุตรเอาไว้แล้วจากความวิตกกังวลของตนเอง ทั้งโอสถฟื้นฟูลมปราณระดับกลาง โอสถเชื่อมกระดูกระดับกลาง โอสถห้ามเลือดระดับกลาง และอื่นๆอีกหลายตัวที่ช่วยลบรอยแผลเป็นและช่วยสมานแผลระดับกลาง

           กิจการโรงน้ำชาลู่เฟินหยางหนิงอันเป็นผู้ดูแลแทนหวังมู่เฟยทั้งสิ้น สองปีมานี้คนมาถึงแล้วเลี่ยนชีระดับหกซึ่งรวดเร็วอย่างยิ่ง ส่วนหวังจือผู้รับผิดชอบเรื่องเนื้อสัตว์วิญญาณร่วมกับหยางหนิงเฉิงมาถึงแล้วเลี่ยนชีระดับแปด ระดับลมปราณของหวังจือทำให้พี่น้องแซ่หยางฮึกเหิมอย่างยิ่ง

           กองกำลังลู่หลงยามนี้พลังลมปราณเฉลี่ยอยู่ที่เลี่ยนชีระดับสี่ พวกมันเริ่มฝึกฝนเคล็ดวิชาหมัดเหล็กและเคล็ดวิชากระบี่พลิ้วไหวแล้ว หวังจือเองก็เริ่มฝึกฝนเคล็ดวิชาเข็มสยบภพด้วยเช่นกัน แม้หวังมู่เฟยจะให้คำชี้แนะไม่ได้มากเนื่องจากสำเร็จเพียงขั้นหนึ่งเท่านั้น แต่พวกเขาทั้งสองก็แลกเปลี่ยนความคิดเห็นอยู่เป็นประจำ

           กองกำลังลู่หลงถูกแบ่งออกเป็นยี่สิบกลุ่ม แต่ละกลุ่มเลือกหัวหน้าจากเสียงข้างมากและการประลองฝีมือ หัวหน้ากลุ่มแต่ละกลุ่มจะได้รับอาวุธระดับหนึ่งไว้ในครอบครอง ซึ่งการแข่งขันที่กำลังจะเกิดขึ้นผู้คนในกองกำลังลู่หลงต่างกระตือลือล้นคึกคักและจริงจังเป็นอย่างยิ่ง งานนี้หวังมู่เฟยทุ่มสุดตัวอย่างถึงที่สุด รายได้ของโรงน้ำลู่เฟินในปีที่ผ่านมาแทบไม่มีเหลือ

           หวังมุ่เฟยนั้นชมชอบอาภรณ์สีม่วงและสีดำเป็นที่สุด เงินที่เหลืออยู่ไม่มากนักหลังจากใช้จ่ายในเรื่องสำคัญต่างๆไปจนหมดแล้วถูกผลาญไปกับอาภรณ์ของเขาเป็นจำนวนมาก ถือเป็นการคลายเครียดอย่างหนึ่งของหวังมู่เฟยที่ติดตัวมาตั้งแต่ชีวิตก่อน

           มารดาที่กำลังตั้งครรภ์ส่วนมากจะเย็บปักอาภรณ์ให้บุตรที่กำลังจะกำเนิดมา แต่หวังมู่เฟยนอนเอนหลังกับเก้าอี้เอนพร้อมกับจิบชาปราณไปด้วยอยู่ตลอดเนื่องจากบุตรในครรภ์สูบกลืนลมปราณตลอดเวลา ยิ่งใกล้วันคลอดก็ยิ่งสูบกลืนอย่างตระกละตระกลาม ยามนี้หวังมู่เฟยแทบจะไม่ใช่เกอที่งดงามที่สุดในเมืองเจียวฉือแล้ว เขาซูบผอมแห้งเหี่ยวเป็นอย่างยิ่ง หากชาวบ้านพบเห็นคงตกใจเล่าลือถึงปีศาจเป็นแน่

           ครึ่งปีก่อนเรื่องที่หวังมู่เฟยตั้งครรภ์ได้แดงออกมาเมื่อมีผู้สังเกตเห็น เหตุการณ์นั้นโด่งดังไปทั่วเมืองกับข่าวฉาวดังกล่าว หวังมู่เฟยในวัยยี่สิบปีที่ชาวบ้านคาดว่าใกล้จะออกเรือนเต็มทีจากอายุที่มากขึ้นกลับตั้งครรภ์ท้องโตโดยไม่มีสามีและไม่มีผู้ใดรับเป็นบิดาของบุตรในครรภ์

           บุรุษมากมายในเมืองต่างเสียดายกันทั่วหน้า สตรีและเกอในเมืองต่างหัวเราะสมน้ำหน้าพร้อมกระพือข่าวให้ร้อนแรงขึ้นสืบเนื่องมาจากความอิจฉาในความงานของหวังมู่เฟย

           ตระกูลหวังเงียบสงบไม่ออกมาแก้ข่าวแต่อย่างใด และถึงแม้ตระกูลหวังจะเสื่อมเสียจากเรื่องดังกล่าวแต่ชาวบ้านชาวยุทธก็ยังเดินเข้าโรงน้ำชาลู่เฟินไม่ว่างเว้น เรื่องตั้งครรภ์ไม่มีบิดาก็เรื่องหนึ่ง เรื่องที่ชาดีก็ส่วนอีกเรื่องหนึ่ง ไหนเลยชาวบ้านและชาวยุทธจะเมินเฉยกับชาดีที่ไม่มีที่ไหนเสมอเหมือนอีกแล้วของโรงน้ำชาลู่เฟินกัน กิจการของสกุลหวังจึงไม่ได้รับผลกระทบใดๆทั้งสิ้น

           มีผู้ต้องการฉวยโอกาสรับหวังมู่เฟยเป็นอนุภรรยามากมายแต่ก็ถูกปฏิเสธทั้งหมด เมื่อหวังมู่เฟยออกมากล่าวว่าจะไม่ตบแต่งให้ผู้ใดหากไม่ได้เป็นฮูหยินเอกพวกมันจึงเงียบหายไปในทันที พร้อมสบถคำหยาบคายอย่างดูถูกดูแคลน

 

 

*********************

มาแล้วจ้าาาาา ในที่สุดอาร์ก็สอบเสร็จแล้ววววว วันนี้หานิยายวายอ่านทั้งวัน555 (แต่อาร์ไม่ลืมอัปนิยายเด้อ)

รู้สึกว่าเว็บธันวลัยปรับเปลี่ยนหน้านิยายตอนที่จะลงเนื้อหาใหม่ เป็นแปลกๆที่ต้องเลื่อนสองซ้อน งงไหม อาร์ก็งงที่ตัวเองพิมพ์ไม่รู้เรื่องนี้ละ 55

พรุ่งนี้สัญญาเลยว่าจะปั่นนิยายทั้งวัน >< ขอบคุณทุกคนที่ยังตามอ่านตามเม้น อาร์จะพยายามเขียนสุดความสามารถเลยจ้า

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว