เปิดพรีออเดอร์ถึงวันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 ราคาเล่มละ 459 บาทรวมค่าส่งแล้ว สนใจติดต่อได้ที่เพจ Tawan_Y หรือ www.tawanpreampree.com

14 คนสวยหงุดหงิด

ชื่อตอน : 14 คนสวยหงุดหงิด

คำค้น : เจาหลิน,นายเอกแร่ด,อ๋อง,พรรคมาร, หยวนเหว่ยกวง,จำปีหอม,

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.1k

ความคิดเห็น : 26

ปรับปรุงล่าสุด : 14 พ.ค. 2562 13:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
14 คนสวยหงุดหงิด
แบบอักษร

2019/05/13

อ๋องหยวนเหว่ยกวงไม่เข้าใจตัวเองว่าเขาจะมายืนมองหลังคาห้องนอนของเด็กแก้มป่องทำไม สมองด้านเหตุผลบอกตัวเองว่าสองพี่น้องปรากฏตัวอย่างพอเหมาะเกินไป ความเป็นมาน่าสงสัยเกินไป ทำให้เขาต้องจับตาดูด้วยตัวเองแทนที่จะใช้สายลับอย่างทุกครั้ง คนของเขาได้ลองหยั่งเชิงแล้วพบว่าแม้แต่บ่าวในร้านแลกเงินฟู่กุ้ยก็ยังมีวรยุทธ์ แต่หากจะมองว่าเพราะเป็นร้านแลกเงินซึ่งเป็นเป้าหมายอันดับแรกๆของเหล่ามิจฉาชีพแล้ว เหล่าผู้คนในร้านจะมีฝีมือติดตัวคนละท่าสองท่าก็ไม่แปลก คนลูบคางอย่างครุ่นคิดก่อนจะหาที่เหมาะๆบนคบไม้นั่งมองเปลวเทียนในห้องนอนของเด็กแก้มป่องโบกสะบัด กระทั่งแสงสว่างดับลงคนก็ยังมองอยู่เช่นนั้น

ผ่านไปหนึ่งชั่วยามยังไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น คนในห้องไม่มีวี่แววจะออกไปหาใครหรือนัดพบผู้ใดยามดึก อ๋องหยวนเหว่ยกวงกำลังจะถอดใจกลับวังก็มีเงาร่างเกือบสิบสายโลดแล่นมาทางนี้ คนผ่อนลมหายใจแล้วมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างตั้งใจ

เหล่าผู้บุกรุกเตรียมตัวมาดียิ่ง นับว่าเป็นมืออาชีพในทางนี้ พวกมันวนดูลาดเลารอบหนึ่งก่อนจะกระจายตัวกันบุกเข้าไปในร้านแลกเงิน เมื่อเหล่าผู้บุกรุกข้ามกำแพงหายไปจนหมดทุกอย่างก็ตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง อ๋องหยวนเหว่ยกวงอดทนรออยู่นิ่งๆได้ไม่ถึงหนึ่งเค่อก็ทนร้อนใจไม่ไหว

"ข้าจะลอบไปสังเกตุการณ์ พวกเจ้าจงรออยู่ภายนอก" เขาส่งเสียงทางลมปราณบอกลูกน้องแล้วอาศัยความมืดโดดขึ้นไปหมอบอยู่บนหลังคาร้านข้างๆ แต่จากมุมนี้ไม่อาจมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้านในได้ เขาจึงขยับไปตามหลังคาจนสามารถแฝงตัวอยู่ใต้ชายคาเรือนหลังหนึ่งได้

อ๋องหยวนเหว่ยกวงเริ่มกังวล ความเป็นห่วงคนต้องสงสัยไม่ควรเกิดขึ้นในใจเขาแต่ยามหน้าสิ่วหน้าขวานเยี่ยงนี้เขารีบสลัดความสงสัยทิ้งแล้วกวาดตามองรอบๆ ไม่ยอมให้รายละเอียดต่างๆหลุดรอดสายตาไปแม้เพียงสักเสี้ยวหนึ่ง เหล่าผู้บุกรุกที่เข้ามาก่อนหน้าเขาหายไปอย่างไร้ร่องรอย อ๋องหนุ่มคิดจะขยับไปหาที่อื่นแต่คบไฟถูกจุดสว่างขึ้นอย่างกะทันหันทำให้เขาต้องถอยเข้ามุมมืดมองสิ่งที่เกิดขึ้นเงียบๆ

"เจ้าพวกคนมีตาแต่ไร้แวว ร้านแลกเงินของเรามิใช่ตะเกียงขาดน้ำมันย่อมไม่ปล่อยให้พวกเจ้าบุกรุกได้ตามอำเภอใจ" เถ้าแก่ยืนใช้ดาบชี้หน้าบุรุษชุดดำที่ถูกมัดกลิ้งอยู่กับพื้นล้อมรอบด้วยบ่าวไพร่ในบ้านถืออาวุธครบมือแต่ไม่เห็นเด็กแก้มป่องอยู่ในกลุ่มคนเหล่านี้

"จะฆ่าก็รีบลงมือ อย่าเสียเวลาพิรี้พิไรดั่งหญิงชรา" ชายชุดดำโต้ทั้งที่เลือดกลบปาก

"ข้าจะมิให้เจ้าสมใจ คิดจะยั่วยุให้ข้าสังหารเจ้าอย่างนั้นหรือ ไม่หรอกจนกว่าเจ้าจะพูดความจริงว่าผู้ใดใช้เจ้ามา" เถ้าแก่แสยะยิ้มก่อนที่จะสั่งให้บ่าวคุมตัวผู้บุกรุกไป ส่นตัวเขาเองจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้วเดินไปยังเรือนของเด็กแก้มป่องด้วยความเกรงใจยิ่ง อ๋องหยวนเหว่ยกวงเห็นเพียงแค่องครักษ์ของเจาหลินโผล่ออกมาจากอากาศพูดคุยกับเถ้าแก่อยู่สองสามคำก่อนที่เถ้าแก่จะเดินย้อนกลับมาทางเดิม เสียดายที่เขาอยู่ไกลเกินไปจึงไม่ได้ยินว่าคนพูดอะไรบ้าง ขณะที่คิดว่าจากไปก็ได้มีเสียงบุรุษหนุ่มดังขึ้น

"คุณชายเห็นท่านอ๋องตากน้ำค้างอยู่ครึ่งคืนแล้วเป็นห่วงว่าท่านจะป่วยไข้จึงให้ข้ามาเชิญท่านไปดื่มน้ำแกงเสียหน่อยก่อนกลับพ่ะย่ะค่ะ" องครักษ์ผู้หนึ่งของเจาหลินยืนบนหลังคาอย่างเปิดเผย อ๋องหนุ่มเห็นว่าไม่มีประโยชน์ที่จะซ่อนตัวอีกต่อไปจึงตีหน้านิ่งทั้งที่ในใจแอบตระหนก

"นำทาง" เขากล่าวเพียงสั้นๆ องครักษ์ก็หันกายโดดลงจากหลังคาเดินนำไปยังเรือนของเจาหลินทันที

"คารวะท่านอ๋อง" เจาหลินยิ้มหวานให้คนหน้านิ่ง อ๋องหนุ่มมองเด็กแก้มป่องในชุดนอนสีขาวที่เห็นร่างกายรำไรแล้วขมวดคิ้วแต่ยังยอมนั่งลงโดยดี มีหลิ่งอ้ายนั่งตาปรืออยู่ด้วย รอจนบ่าวยกน้ำแกงหอมกรุ่นมาให้แล้วค้อมกายออกจากห้องเจาหลินจึงพูดต่อ

"เชิญท่านอ๋องดื่มน้ำแกงบำรุงกำลังเสียก่อน รับรองว่าข้ามีได้ใส่ยาพิษแน่นอน หลังจากนั้นข้าจะตอบคำถามท่านถ้าข้าตอบได้ มิรบกวนให้ท่านมาเฝ้าบ้านให้ข้าอีก" เจาหลินแขวะไปเล็กน้อย หากพวกองครักษ์ไม่มาบอกว่าอ๋องหยวนเหว่ยกวงบุกรุกเข้ามาเกรงว่าจะถูกเขาสังหารตายไปอย่างเลอะเลือนเสียแล้ว หากเป็นเช่นนั้นก็น่าเสียดายกล้ามแน่นๆนั่นมาก ยิ่งตอนครึ่งหลับครึ่งตื่นเขามักจะลงมือโดยไม่ไว้ไมตรีเสียด้วย

อ๋องหยวนเหว่ยกวงยกชามน้ำแกงขึ้นดื่มหลังจากเห็นเจาหลินดื่มแล้วไม่มีอาการผิดปกติ หลิ่งอ้ายมองอย่างไม่ชอบใจนักหากแต่ง่วงจนคร้านจะพูดสิ่งใด อีกทั้งเขาตั้งใจไว้แล้วว่าจะอยู่ขัดขวางพี่ชายให้ถึงที่สุด คืนนี้ไม่มีทางที่เขาจะมีพี่เขยแน่นอน

"ท่านสงสัยข้า" เจาหลินเปิดฉากกล่าวหาอีกฝ่ายก่อน

"เพราะพวกเจ้าน่าสงสัยเกินไป" อ๋องหนุ่มไม่ปฏิเสธ

"อย่าเสียเวลามาเฝ้าดูพวกข้าเลย คนที่ท่านต้องการย่อมไม่ได้อยู่ที่นี่" เจาหลินยิ้มจินตนาการถึงอกล่ำของคนตรงหน้าภายใต้ชุดสีทึบ ส่วนคนถูกมองก็อดภูมิใจขึ้นมาแปลก ๆมิได้

"พวกเจ้าเป็นใครกันแน่"

"ข้าเป็นเพียงนักเดินทางเท่านั้น นี่ก็ดึกแล้วเชิญท่านกลับไปพักผ่อนเถิด อย่าลืมห่มผ้าหนาๆ คืนนี้อากาศค่อนข้างเย็น" เจาหลินตัดใจเอ่ยปากไล่ก่อนที่เขาจะลืมตัวจับท่านอ๋องกดเสียตอนนี้

เมื่อถูกไล่คนก็ไม่มีหน้าอยู่ต่อ แค่ถูกจับได้ว่าบุกรุกก็น่าอายพออยู่แล้ว ยังดีที่อีกฝ่ายไว้หน้าเขาอยู่บ้าง อ๋องหนุ่มสัมผัสได้ว่าเจาหลินมิได้มีเจตนาร้ายต่อเขา แต่คนที่ไม่สามารถสืบความเป็นมาได้ก็ยากที่จะไว้ใจ เขาจึงสั่งให้สายลับเฝ้าระวังสองพี่น้องตระกูลหลี่ต่อไปแต่ให้เว้นระยะห่างช่วงหนึ่ง พรุ่งนี้ยังตั้งใจจะมาพบเจาหลินอีกหลังจากคิดได้ว่าเขาต้องการข้อมูลของหนอนกู่เพิ่มเติม

แต่อ๋องหยวนเหว่ยกวงก็มิได้ทำตามความตั้งใจเนื่องจากฮ่องเต้เรียกเขาไปช่วยจัดการข้อพิพาทของชาวบ้านในเมืองซีเฟิงเสียก่อน กว่าองค์ชายสิบสามจะมาหาที่ตำหนักคนก็ออกเดินทางเสียแล้ว

เจาหลินนั่งรับประทานอาหารเช้าด้วยอารมณ์ที่ไม่สู้จะดีนักเนื่องจากได้รับรายงานว่าอ๋องหยวนเหว่ยกวงเดินทางออกจากเมืองไปช่วยแก้ปัญหาพิพาทที่เมืองอื่นเสียแล้ว ยามเมื่อเถ้าแก่มารายงานว่าผู้บุกรุกเมื่อคืนไม่มีผู้ใดยอมเปิดปากแม้จะถูกทรมานอย่างหนักเจาหลินจึงได้เหยื่อระบายอารมณ์ ร่างเล็กเดินฉับๆไปตามทางลับสู่ห้องสอบสวน ผู้บุกรุกทั้ง9ถูกตรึงด้วยโซ่แล้วโยงไปที่เพดาน ในปากมีคราบเลือดแห้งกรังเพราะเถ้าแก่เกรงว่าพวกมันอาจจะกัดยาพิษที่ซ่อนไว้ในปากฆ่าตัวตายจึงชิงเลาะฟันพวกมันออกเสียก่อน

"ปลุกขึ้นมาสองคน" เจาหลินสั่ง ผู้ช่วยเถ้าแก่รีบเอาถังน้ำสาดใส่คนผู้หนึ่งทันที มันไอโขลกก่อนจะใช้ดวงตาแดงก่ำมองเจาหลิน

"ต่อให้ท่านประมุขน้อยมาเองคิดหรือว่าข้าจะยอมพูด" เจาหลินตาสว่างวาบ คนที่เรียกเขาว่าประมุขน้อยมีแต่ลูกพรรคเหนือฟ้าเท่านั้น

"ทุกคนหลับตา" เจาหลินคิดใช้วิชาลับ เรื่องนี้เกี่ยวพันถึงท่านพ่อแน่นอนจนเขาต้องยอมออกแรงบ้าง วิชาสะกดวิญญาณถูกนำมาใช้ นอกจากหลี่เฉิงปินผู้เป็นประมุขพรรคแล้วก็มีเพียงเจาหลินเท่านั้นที่สำเร็จวิชานี้ ส่วนหลิ่งอ้ายนั้นมีนิสัยตรงไปตรงมามากเกินไปจึงฝึกวิชานี้ไม่สำเร็จเสียที

นิ้วมือเรียวสวยขยับเป็นท่าแปลกประหลาด แม้ทราบว่าไม่อาจมองได้แต่ผู้บุกรุกกลับเพ่งสายตาตามมือของเจาหลินอย่างห้ามตัวเองมิได้ จนเมื่อสายตาของผู้บุกรุกแข็งค้างเหม่อมองไปอย่างไร้จุดหมายเจาหลินจึงเรียกทุกคน

"ลืมตาได้ จากนี้จะถามอะไรมันก็ยินยอมตอบทั้งหมด"

"ใครส่งเจ้ามา" หลิ่งอ้ายถามทันที

"อวี่... อ๊ากกก...." มันร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ร่างกายดิ้นรนอยู่ชั่วครู่ก่อนจะแน่นิ่งไป

"เสียชีวิตแล้วขอรับคุณชาย" ผู้ช่วยเถ้าแก่จับชีพจร

"ปลุกพวกมันขึ้นมาอีกสองคน" เจาหลินสั่ง คนแซ่อวี่ในพรรคเขามีไม่น้อย หรืออาจจะเป็นผู้ใดก็ได้ ยามนี้ต้องหาเบาะแสเพิ่มเติมก่อน บ่าวเอาน้ำสาดให้ผู้บุกรุกฟื้น เจาหลินใช้วิธีเดิมสะกดวิญญาณพวกมัน หลิ่งอ้ายถามคำถามเดิม แต่ก็ยังได้ผลเช่นเดิมสุดท้ายเหล่าผู้บุกรุกล้วนตกตายทั้งหมด

เจาหลินขมวดคิ้วอยากจัดการเรื่องนี้ให้เสร็จเร็วๆ เสียเวลาไปหาผู้ยิ่งนัก ขาเล็กพาตัวเองเดินวนรอบศพที่ยังถูกโซ่โยงกับเพดาน

"ปลดมันลงมาแล้วถอดเสื้อผ้าออก"

"พี่ชอบดูศพแล้วหรือ" หลิ่งอ้ายถามจบก็ถูกเจาหลินประชิดตัวตบจนศีรษะทิ่ม

"เจ้าเด็กโง่ ข้าจะหาสัญลักษณ์บนร่างกายของพวกมันต่างหาก" เจาหลินตะคอกน้อง เห็นข้าเป็นคนไร้รสนิยมได้อย่างไร เจ้าเด็กบ้า หลิ่งอ้ายทำปากหมุบหมิบไม่กล้าสบตาพี่ชายจึงย้ายตัวเองไปตรวจดูศพ แต่ไม่ว่าจะพลิกเช่นไรก็ไม่เจอเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ใดแม้แต่น้อย เจาหลินยืนมองอยู่ก็หาไม่เจอเช่นกัน ปากอิ่มเม้มจนแก้มป่อง ก่อนจะสั่งออกมา

"โกนผมพวกมันออก" เถ้าแก่และผู้ช่วยไม่กล้าช้า เร่งให้บ่าวนำมีดโกนมาจัดการตามคำสั่ง เมื่อโกนผมของพวกมันออกก็เจอสัญลักษณ์เดียวกันถุกสักไว้ที่หนังศีรษะของทั้งเก้าคน

"ลอกลายไว้แล้วให้คนไปสืบ ถลกหนังมันเก็บไว้ด้วยส่งไปให้สำนักวิเคราะห์ว่าเป้นสีจากที่ใด" เจาหลินสั่งก่อนจะออกจากห้องใต้ดินด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย เขาไม่ชอบกลิ่นคาวเลือดที่ผ่านมาจึงหลีกเลี่ยงการต่อสู้มาโดยตลอดแต่ก็มิได้มือสะอาดดุจนางฟ้า เขาเข้าใจโลกนี้ดีว่าเป็นโลกของผู้เข้มแข็ง หากอ่อนแอก็มีแต่ต้องใช้ชีวิตตัวเองสังเวยผู้อื่นเท่านั้น

"พี่คิดว่าพวกมันใช้วิชาใด ขนาดวิชาสะกดวิญญาณของพี่ยังไม่สามารถเหนือกว่าได้" หลิ่งอ้ายถามเมื่อกลับมาถึงห้อง

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น