Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 02 สนิทกันหรอ?

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 29.6k

ความคิดเห็น : 81

ปรับปรุงล่าสุด : 12 พ.ค. 2562 21:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
02 สนิทกันหรอ?
แบบอักษร

บทที่2

ตอน สนิทกันหรอ?

 

เทล

Rrrrrrrrrrrrrrrr

(เฮ้ย!!...ไอ้คุณชาย)

“อะไร”

(สี่ทุ่มพวกกูจะไปกินเหล้าห้องมึงนะ)

“ห้องพวกมึงไม่มีแดกหรอ”

(ไม่เอา ไม่หงุดหงิดสิเดียวเจอกันนะฮ่าๆๆๆ)

เอากับพวกมันสิ คิดจะมาก็มา เฮ้อออออ ผมคงต้องลุกๆไปอาบน้ำหาข้าวกินสินะ ตอนนี้รู้หิวชิบหาย คนที่โทรมาเมื่อกี่คือไอ้เวฟ ผมมีเพื่อนที่สนิททั้งหมดสามคน ส่วนอีกสองก็คือไอ้เจกับไอ้มิค พออาบน้ำแต่งตัวเสร็จหันไปมองนาฬิกา ตอนนี้สองทุ่มแล้ว เมื่อคืนพวกผมไปผับไอ้มิคมา แล้วก็อยู่ออกกำลังกายกับผู้หญิงต่ออีก กว่าจะได้กลับคอนโดก็เกือบเช้าแล้ว นั้นแหละครับ นอนยาวทั้งวันจนตอนนี้เลย

‘แกๆๆๆ นั้นพี่เทล วันนี้ไม่เจอที่มหาลัยแต่เจอที่นี้ถือว่าคุ้มกรี๊ดดด!!’

‘หล่อ หล่อมากกกก อร๊ายยยยยย’

‘ขนาดอยู่ในชุดธรรมดาออร่าผัวยังออกขนาดนี้เลยกรี๊ดดดดด’

‘อิเหี้ย!!กลิ่นตัวพี่เทลหอมมาก พี่เขาเดินผ่านเมื่อกี่’

พอผมเดินเข้ามาในห้างก็มีแต่คนมอง ห้างนี้ไม่ไกลจากคอนโดผมมาก จะเดินมาก็ได้ ถ้าขี้เกียจก็ขับรถมาเหมือนผม

เรื่องคนมองมันเป็นแบบนี้ตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ไปไหนก็มีแต่คนมอง จะทำไรก็ตกเป็นเป้าสายตาคนอื่นๆไปหมด อย่าถามว่าหงุดหงิดไหม ถ้าฆ่าได้ผมฆ่าไปแล้ว รำคาญ!

แต่ส่วนหนึ่งก็มาจากตัวผมเองที่ทำให้คนมอง เพราะผมเคยเดินแบบ ถ่ายแบบ แล้วก็อะไรอีกหลายๆอย่าง ที่ทำไม่ใช่เพราะรักหรือชอบอะไรนะ โดนบังคับทั้งนั้นเลยจะขัดก็ไม่ได้ ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอกที่บังคับ พ่อ แม่ ของผมทั้งนั้น พูดแล้วจะบ้าตาย ธุรกิจครอบครัวแบบหนึ่ง ให้ลูกทำอีกแบบหนึ่ง แต่มันก็ดีตรงที่ได้โปรโหมดบริษัทตัวเองให้เป็นที่สนใจเพิ่มขึ้นน้องชายผมก็โดนไม่ต่างกัน

“สองทุ่มแล้วทำไมคนยังเยอะอีกวะแม่ง!!” ก็ตอนนี้ผมมาร้านอาหารสุดโปรดของตัวเองแล้วคนเต็มนะสิ ผมยิ่งหิวๆอยู่ เหมือนจะมีผู้หญิงอีกคนหนึ่งยืนรอคิวเหมือนกันนะ แต่เขาไม่สนใจอะไรเลยนอกจากมือถือตัวเอง ปกติใครเห็นผมไกล้ๆแบบนี้ต้องเขินสิ ขนาดผู้หญิงที่นั่งอยู่ในร้านยังเขินเลย จะว่าไปก็ดีผมจะได้ไม่หงุดหงิดไปมากกว่านี้ ร้านนี้เป็นร้านธรรมดา ไม่ได้หรูหราอะไร ไม่แปลกที่คนจะเข้าเยอะ

“หมายเลข 36 ค่ะ” ไม่นานเสียงพนักงานก็เรียกคิวลูกค้าหมายเลขสามหก ซึ้งผมคิวที่สามสิบเจ็ดไง ผมเลยตัดสินใจจะไปกินที่อื่น

“ไปนั่งกินกับฉันไหมค่ะ” ผมกำลังจะเดินออกจากหน้าร้าน แต่อยู่ๆผู้หญิงคนนั้นก็เอ่ยชวนผมขึ้น หึหึ! ที่ทำเป็นไม่สนใจนั้นคือเก็บอาการของตัวเองสินะ

“…” ผมไม่ได้ตอบอะไร แค่หันไปมองหน้าเธอแค่นั้น

“ก็แล้วแต่นะคะ” พูดเสร็จก็เดินเข้าไปในร้านเลย เฮ้ยยยย!! ไม่คิดจะตื้อกูหน่อยหรอวะ ยังมีผู้หญิงแบบนี้อยู่อีกหรอ ปกติใครเห็นหน้าตาผมต้องดิ้นใส่สิ ผมเลยตัดสินในเดิมตามเธอเข้าไปในร้าน พอถึงคนตัวเล็กๆนั้นก็ยกมือพาดไปที่ไหล่ของเธอเลย

“สนิทกันหรอคะ เอามือคุณออกได้แล้ว” ฮ่าๆๆๆ ดูหน้าเวี่ยงๆนั้นสิ หน้าแกล้งชะมัด เกิดมายังไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนไล่ผมเลยนะเว้ย คนก็มองเรากันใหญ่เลยครับ พนักงานที่เดินนำไปที่โต๊ะก็หยุดเดินแล้วหันมามองผมกับยัยตัวเล็ก

“นำไปที่โต๊ะสิครับ” ผมไม่ได้สนใจที่เธอพูด แต่ผมเลือกที่จะบอกให้พนักงานรีบพาไปที่โต๊ะ พอถึงโต๊ะผมก็ปล่อยเธอไปนั่ง ผมก็นั่งอีกฝั่ง พึ่งได้สังเกตหน้าตาเธอ กล้าพูดได้เลยว่าน่ารัก ถึงจะดูเฉิ่มไปก็เถอะ ดูเหมือนอายุจะน้อยกว่าผมนะแต่เธอไม่ได้แต่งตัว คนตรงหน้าผมใส่แค่เสื้อยืดธรรมดา กางเกงขายาวลายสก็อตเหมือนชุดนอนที่ผมไว้ใส่อยู่ห้อง ร้องเท้าแตะ หน้าก็ไม่แต่งแถมยังใส่แว่นอันใหญ่อีก ส่วนผมถูกมัดขึ้นเป็นโดนัทหลวมๆ แต่ทำไมดูน่ารักแปลกๆ

“ตกลงคุณจะสั่งไหมคะ หรือไม่หิวแล้ว” มัวแต่มองจนลืมหิวเลยว่ะ

“ของผมเอาแกงส้มชะอมไข่ น้ำผริกกระปิปลาทูทอด น้ำพริกปลาทูไข่เจียว แกงข่าไก่ แกงเขียวหวาน กระเพราะทะเลแล้ว…”

“เอาเท่านี้แหละค่ะอ๋อแล้วก็ข้าวด้วยนะคะ” เฮ้ย!! ผมสั่งยังไม่เสร็จเลยนะ แต่ยัยตัวเล็กหันไปบอกพนักงานว่าพอเฉย พนักงานก็เชื่อฟังดีจังวะ เดินไปกลับไปนูนแล้ว อยากด่า แต่ด่าไม่ลงเพราะน่านิ่งๆซื่อๆนั้นเลย

“ฉันสั่งยังไม่เสร็จเลยนะยัยแว่น” เดียวจับตีให้เข็ดเลยนิ

“กินที่สั่งมาให้หมดเถอะค่ะ ถ้าไม่อิ่มก็ค่อยสั่งเพิ่มก็ได้” บอกผมเท่านั้นแล้วไปนั่งมองมือถือตัวเองต่อเดียวนะ!!...นี้คือเมินผมหรอ? สอนแล้วเมินแบบนี้ได้หรอวะ ยัยเด็กนี้ไม่มีอาการหลงผมเลยหรอ ไม่แม้แต่จะขอถ่ายรูปหรือชวนคุยด้วยซ้ำ แต่ดูผู้หญิงโต๊ะข้างๆสิ ถ้าย้ายมานั่งกินกับผมได้คงทำแล้ว ผมเห็นบางโต๊ะยกมือถือมาถ่ายรูปด้วย มันเป็นเรื่องปกติไปแล้ว ก็เลยไม่สนใจอะไร

พอข้าวที่สั่งไปมาเสริฟผมมองอาหารที่เธอสั่งมากิน มีแค่อย่างเดียวคือต้มยำกุ้งกับข้าวจารเดียวเท่านั้น กินแค่นี้จริงหรอวะแล้วดูของผมสิ เต็มโต๊ะ

“กินกับข้าวของฉันก็ได้แล้วเธออายุเท่าไหร่” ถ้าไม่ชวนกินเดียวว่าผมมใจดำอีก ซึ่งปกติก็เป็นอยู่แล้ว ยกเว้นต้อนนี้

“19 ค่ะ”

“ฉัน 20 เธอควรเรียกฉันว่าพี่เทล แทนตัวเองว่าหนู แล้วเธอชื่ออะไร”

“ค่ะ ชื่อรรัน” ยัยแว่นทำคิ่วขมวดนิดหน่อยแต่ก็ตอบผม ตอบเสร็จก็นั่งกินข้าวต่อ ตอบกูเท่านี้จริงๆหรอวะแว่น ผมรู้สึกว่าวันนี้ตัวผมเองพูดมากที่สุดเลยละ หรือเพราะยัยเด็กแว่นนี้พูดน้อยกว่าผม

ผมปล่อยน้องกินข้าวไปไม่ได้ถามหรือชวนพูดอะไร น้องตักกับข้าวของผมไปกินบ้างนิดหน่อยเท่านั้น ไม่นานข้าวในจารน้องก็หมด น้องเอาเงินตัวเองออกมาวางไว้

“ขอบคุณค่ะสำหรับกับข้าวนะคะ หนูไปก่อนนะ” ขอบคุณเสร็จลุกขึ้นยืนเลย

“เดี๋ยว นั่งเป็นเพื่อนก่อน”

“เหมือนพี่จะว่างนะคะ แต่หนูไม่ว่าง”

“เหอะหน่า อย่าดื้อ” ผมพูดเสร็จน้องก็นั่งลงเหมือนเดิม แล้วก็ก้มหน้าลงไปที่จอมือถือเช่นเคย ไม่นานผมก็อิ่มจ่ายเงินเรียบร้อยก็ดึงแขนเธอลุกออกมาเพื่อจะกลับ

ทุกคนรู้ไหมกว่าผมจะจ่ายเงินได้เกือบจับน้องมันยักใส่กระเป๋าไว้แล้ว แม่งพูดไม่รู้เรื่อง ผมบอกจะจ่ายให้ก็เถียงจะจ่ายเองจนผมต้องขู่ถึงยอมแล้วตอนนี้ก็หน้าบูดใส่ผมเฉยเลย นี้สนิทกับกูถึงขั้นงอนกูแล้วหรอวะ

“พักอยู่ไหน กลับยังไง” ออกจากร้านอาหารมาไม่นานผมก็ถามน้องขึ้น ตาก็มองน้องแบกหนังสือที่อยู่ในถุง คงจะหนักมั้งถึงได้เปลี่ยนแขนนั้นทีแขนนี้ที ผมเลยแย้งมาถือเอง เออหนักจริงๆว่ะ เท่าที่แอบดูไม่มีหนังสือเรียนสักเล่ม

“พี่ทำอะไร หนูถือเองได้”

“ทำไมดื้อจังวะ ถามว่ากลับยังไง”

“เดินค่ะ” ตอบผมทั้งหน้าบูดๆนั้นแหละ

“แล้วพักที่ไหน”

“พี่ถามทำไมเนี้ยยยยย” น้องมันเริ่มทำหน้างอแงแล้วครับ นั้นสิ กูจะถามทำไม แต่จะว่าไปยัยเด็กแว่นนี้คือผู้หญิงคนแรกเลยที่ผมชวนคุยเลยนะ

“จะตอบหรือไม่ตอบ” ผมถามออกเชิงดุๆ ทำไมต้องให้ขู่

 “ซอยสามค่ะ” ให้ตายเถอะ ยัยเด็กบ้านี้มันน่าตีจริงๆ นี้มันสามทุ่มแล้ว แยกนั้นก็ใช่ว่าจะปลอดภัย ขี้เหล้าขี้ยาเยอะจะตาย แถมจะเดินกลับอีก ไม่ไกลก็จริงแต่ไม่กลัวบ้างเลยหรอวะ ผมเลยลากน้องไปที่รถตัวเอง นี้ก็โวยวายใหญ่เลย คนก็มอง ดีหน่อยที่ตรงนี้คนไม่เยอะ ส่วนมากมีแต่คนแก่

 “เงียบๆดิ เห็นไหมคนมองกันเต็มแล้ว เลิกดิ้นสักที ไม่พาไปฆ่าหรอก” นั้นแหละครับ กว่าจะนิ่งได้ นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้พูดยาวขนาดนี้กับคนอื่นนอกจากเพื่อนแล้วก็ครอบครัว

 มาถึงรถผมก็ยัดน้องเข้าไปนั่งแล้วเอาหนังสือวางไปที่ตักเล็กๆนั้นทันที ส่วนผมก็เดินวนไปฝั่งคนขับ แล้วขับออกไปซอยที่น้องบอก

 “หอข้างหน้านี้แหละค่ะ” ผมก็จอดให้ตามที่บอก หอที่น้องอยู่เป็นหอเก่าๆมียามคนหนึ่งนอนเฝ้าอยู่ข้างหน้า

 “ขอบคุณค่ะที่มาส่ง แต่หนูกลับเองได้ไม่เห็นต้องลำบากเลย” ผมไม่ได้ตอบอะไรน้องมันก็ลงรถแล้วเดินเข้าหอไปผมก็กลับไปที่ซอยหนึ่งนั้นก็คือซอยคอนโดผมเอง

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว