ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Hela's Merchant of Death [Hela x Tony] {ยำแคป}

ชื่อตอน : Hela's Merchant of Death [Hela x Tony] {ยำแคป}

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 12 พ.ค. 2562 20:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Hela's Merchant of Death [Hela x Tony] {ยำแคป}
แบบอักษร

  เฮล่าไม่ค่อยสนใจมนุษย์สักเท่าไหร่ ชีวิตของพวกเขามันสั้นจ้อย ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็เอาแต่สู้กับคนอื่นๆตลอดเวลา ถึงจะยังงั้นพวกเขาไม่ได้แย่เหมือนพวกแอสการ์ด เธอจะได้เจอพวกเขาก็ต่อเมื่อพวกเขามายังอาณาจักรเล็กๆของเธอหลังจาที่พวกเขาตายไปแล้ว ดวงจิตของพวกเขาจะกลายเป็นหนึ่งในดวงดาวถ้าพวกเขาคู่ควร แต่ถ้าไม่พสกเขาจะต้องวนเวียนอยู่ในอาณาจักรของเธอไปตลอดกาล บางครั้งเธอก็เบื่อและเธอจะออกไปยังโลกของพวกเขาเพื่อรวบรวมดวงวิญญาณด้วยตัวเอง แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนักหรอก

       จนกระทั่งโทนี่ สตาร์ค เข้ามามีส่วนร่วม

        ตอนนั้นเฮล่ากำลังเบื่ออยู่พอดี เพราะงั้นเธอเลยมายังโลกมนุษย์เพื่อรวบรวมดวงวิญญาณด้วยตัวเองแบบที่เคยทำนั้นแหละ มีดวงวิญญาณอยู่ดวงหนึ่งที่เธอกำลังจะเก็บไป และนั่นคือโทนี่ สตาร์ค พ่อค้าความตายนั่นเอง ตอนนั้นเขาถูกเรียกหาโดยมนุษย์คนหนึ่ง (เธอพบว่าเธอชอบชื่อของเขามากเลย) เธอเฝ้าดูโทนี่ตายหลายต่อหลายครั้งตอนอยู่ในถ้ำและเมื่อวิญญาณกำลังจะออกจากร่าง มันก็โดนกระชากกลับไปที่เดิมทุกครั้ง และเขาก็จะฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง เธอก็ไม่ได้แน่ใจว่าเป็นแบบนั้นได้ยังไง แต่เขาสามารถเรียกวิญญาณกลับเขาร่างของตนเองได้ทันเวลาทุกครั้ง 

และในช่วงเวลานั้นโทนี่ สตาร์คก็คงไม่รู้ตัวหรอกว่าได้ทำเรื่องเหลือเชื่อลงไป เขาขโมยหัวใจของเธอไปราวกับจอมโจรที่ขโมยอัญมณีมูลค่ามหาศาลนั่นล่ะ

        กาลเวลาเปลี่ยนผัน เธอเฝ้ามองเขาด้วยความรู้สึกที่ไม่น่าเชื่อ ตกหลุมรักเขามากขึ้นทุกครั้งที่เขาถือกำเนิดขึ้นมาใหม่ แต่เธอก็รู้สึกเศร้ามากเพราะเธอรู้ตัวดีว่าเธอไม่อาจจะอยู่กับเขาได้ เธอคือความตายและเธอก็จะต้องอยู่ต่อไปหลังจากเขาตายไปแล้ว ถ้าเธออยู่กับเขา เธอคงไม่สามารถทนรับอาการหัวใจแหลกสลายในตอนที่ต้องทนมองดูเขาจากไปได้แน่ๆ

        เธอโกรธมากเมื่อเธอเขาเพื่อนร่วมทีมของเขาทำตัวกับเขายังไง ถ้าพวกมันทำตัวดีๆกับเขาก็ก็จะเห็นว่ามันเป็นเรื่องขำๆ แต่พวกมันกลับทำตัวไม่ต่างอะไรจากปีศาจเลย ทำไมพวกมันจึงมองไม่เห็นว่าเขานั้นวิเศษมากแค่ไหน เขาเป็นคนพิเศษอย่างไร

        เธอเฝ้าดูในขณะที่เขาฟังโลกพูดกับเขาว่าพวกเขาหวาดกลัว เขาฟังราวกับราชันย์ผู้ยิ่งใหญ่ฟังเหล่าประชาชนและพยายามที่จะแก้ไขเพื่อพวกเขาจะได้ไม่ต้องกลัวอีกต่อไป

        เมื่อเพื่อนของเขาร่วงลงมาจากท้องฟ้า เธอก็มิยอมให้ผู้ใดมานำดวงวิญญาณของเขาไปโดยเด็ดขาด

        อย่างน้อยมันก็เป็นสิ่งที่เธอทำได้เพื่อชายผู้ได้ดวงใจของเธอไป

        แต่ความอดทนก็พังลงจนได้เมื่อคนที่มีนามว่าสตีฟทำร้ายเขา

        พอแล้ว พอกันที!!

        เธอจะไม่อยู่เฉยๆอีกแล้ว

        สตีฟและเพื่อนของพวกมันจะต้องชดใช้กับสิ่งที่พวกมันได้ทำกับพ่อค้าของเธอ

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

        สตีฟและเอเวนเจอร์สที่เหลืออยู่ที่ชานบริเวณสวนของพระราชวัง พวกเขาทุกคน พวกเขากระสับกระส่าย ก็เข้าใจได้เพราะว่าจะต้องซ่อนตัวอยู่ในวากันด้ามาตลอด 4 เดือน เพราะรัฐบาลพยายามที่จะจับตัวพวกเขาและทำให้พวกเขากลายเป็นสุนัขล่าเนื้อ เขาไม่รู้ว่าการจะต้องแก้ไขสนธิสัญญาจะต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ เขาหวังว่ามันจะเรียบร้อยแล้วในตอนที่พวกเขากลับไป และยอมรับว่าพวกนั้นเป็นคนผิดที่พยายามหยุดไม่ให้พวกเขาช่วยเหลือผู้คน

ทำไมโทนี่ต้องเห็นด้วยกับพวกเขา แน่นอนว่าเขาเข้าใจว่าพวกเข้าทำอะไรผิดไปบ้าง ถ้าโทนี่หยุดเถียงกับเขาและทำตามเขาเรื่องที่เกิดขึ้นในไซบีเรียก็คงจะไม่เกิดขึ้นหรอก มันเห็นแก่ตัวนะที่โทนี่โยนพวกเขาออกมาและทิ้งพวกเขาเอาไว้ที่นี่ บังคับให้เขาซ่อนตัวจากโลกเหมือนคนชั่วที่พวกเขาต่อต้านเลย

        เขาออกมาจากภวังค์เหมือนเห็นก้อนพลังงานสีดำขนาดใหญ่หมุนวนอยู่ตรงหน้า เอเวนเจอร์สคนอื่นๆรีบมาอยู่ข้างเขาอย่างรวดเร็ว อาวุธถูกเตรียมพร้อมรับกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น สตีฟมองหญิงสาวผมยาวสีดำ ปาดอายชาโดว์สีดำแบบลวกๆ สวมชุดสีดำที่มีลวดลายสีเขียว โดยด้านหลังมีผ้าคลุมยาวสีดำโบกสะบัดอยู่ เดินเดินออกมาจากกลุ่มพลังงานสีดำ เขาปาโล่ใส่เธอแบบไม่ต้องเสียเวลาคิดเยอะ เธอรับมันเอาไว้อย่างสบายๆ เขามองมันสั่นอยู่สักมันก่อนที่มันจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ

        “นี่คือวิธีการปฏิบัติตัวกับสตรีอย่างนั้นหรือ?” เธอถาม

        “เธอต้องการอะไร?” นาตาชาถาม เมื่อชัดแล้วว่าสตีฟใบ้กินไปแล้วเรียบร้อย

        “ข้าต้องการสิ่งใดอย่างนั้นรึ? ข้าต้องการล้างแค้นในสิ่งที่พวกเจ้าทำก็เท่านั้นเอง”

        “ล้างแค้นเรื่องอะไร พวกราไม่ได้ไปทำไรให้เธอเสียหน่อย”

        “พวกเจ้าทำร้ายพ่อค้าของข้า”

        พวกเขาทุกคนงุนงง เพราะพวกเขาไม่เคยต่อสู้กับคนที่ถูกเรียกว่าพ่อค้ามาก่อนเลย เห็นได้ชัดเลยว่าผู้หญิงคนนี้บ้าไปแล้ว และอันตรายมาก จำเป็นที่จะต้องจัดการเดี๋ยวนี้ สตีฟเห็นดวงตาของวันด้าเบิกกว้างขึ้นก่อนจะแข็งกร้าวเมื่อเธอรู้ว่าพ่อค้าคือใคร

        “เธอกำลังพูดถึงสตาร์ค” วันด้าคำราม ลำแสงสีแดงโอบรอบมือของเธอ

        “ฉันรู้อยู่หรอกน่าว่าสตาร์คกระจอก แต่ไม่ยักกะรู้มาก่อนว่าเขาต้องให้ผู้หญิงมาจัดการเรื่องนี้ให้” คลินท์พูดก่อนจะหัวเราะออกมา

        เขาไม่ได้หัวเราะนานนัก เพราะหญิงสาวที่โกรธเกรี้ยวเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ยกมือขึ้นมากทางเขา หนามแหลมขนาดใหญ่สีดำพุ่งขึ้นมาจากพื้นก่อนจะทะลุผ่านร่างของคลินท์ เลือดไหลไปตามปลายหนามแหลม คนอื่นกำลังจะพุ่งเขาใส่แต่ก็พบว่าพวกเขาไม่สามารถขยับตัวได้ เหมือนกับว่าโดนยึดเอาไว้อยู่กับที่

        “อย่าได้กังวลไปเลยมันยังไม่ตายหรอก แต่มันจะไม่สามารถกลับไปเดินได้อีกครั้ง ข้าเชื่อมันนะในยามที่เจ้าพูดว่า ‘เขาควรจะระวังตัวเอง’ ในตอนนี้หนึ่งในพวกเจ้าก็จะเป็นรายถัดไป อืมมม เจ้าล่ะเป็นยังไงนังแม่มดผู้มีตำหนิ แต่ข้าควรจะทำอะไรดีกับเจ้าดีนะ เจ้ากล้ายุ่งกับความคิดของพ่อค้าของข้า โอ้ ข้ารู้แล้วล่ะ”

        พวกเขามองเธอเดินตรงไปหาวันด้า รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอบอกได้เลยว่าไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ สตีฟรู้สึกว่าเขากำลังจะอาเจียนออกมาในตอนที่เขามองเธอเอามือล้วงลงไปในหน้าอกของวันด้าและกระชากบางอย่างออกมา มือของเธอเต็มไปด้วยเลือด เธอมองไปยังอะไรก็ตามที่อยู่ในมือของเธอก่อนจะกระซิบกับวันด้าทำให้วันด้าหน้าซีด จากนั้นเธอก็บีบอะไรก็ตามที่เธอถืออยู่ทำให้วันด้ากรีดร้องออกมาราวกับว่าเธอเจ็บปวดมาก ถึงขนาดที่ว่าวันด้ากระอักเลือดออกมาลยทีเดียว หลังจากนั้นสักพักดูเหมือนกับว่าเธอทำร้ายวันด้าจนพอใจแล้ว เธอบีบมือของเธอซ้ำ วันด้าทรุดตัวนอนนิ่ง ถ้าเธอไม่ครางออกมาเบาๆเขาคงคิดว่าเธอตายไปแล้วแน่ๆ

        เธอเดินไปหานาตาชาเป็นคนถัดมา ทั้งคู่มองหน้ากันสักพัก ก่อนมีจะปรากฏขึ้นมาบนมือของเธอ และเธอก็ควั่กลูกตาของนาตาชาออกมา เลาะผิวหนังบางส่วนออกมาจากใบหน้าของนาตาชา เธอยังฉีกแขนของนาตาชาออกมาอีกด้วย สตีฟรู้ดีว่านาตาชาจะต้องเหลือรอยแผลเป็นที่น่าสยดสยองอยู่บนหน้าของเธอแน่ๆ

        “มาดูกันเถอะว่าสายลับเช่นเจ้าถ้าไม่มีใบหน้าที่งดงามแล้วจะไปหลอกผู้ใดได้อีก”

        เธอไม่ได้ชายตาแลสก๊อตแม้แต่น้อยในตอนที่เธอเดินผ่านเขาไป ทำแค่เพียงโบกมือเบาๆที่เขา และมันทำให้เขาทรุดตัวลงกองกับพื้น

        “เธอทำอะไรกับเขา?” แซมถามในขณะที่มองไปทางสก๊อต

        “โอ๊ะ ก็ไม่มีอะไรหรอก แต่ขังเขาเอาไว้ในความคิดของตัวเอง จนกว่าเขาจะได้เรียนรู้บทเรียนของตัวเองก็เท่านั้น เอาล่ะตอนนี้ข้าควรจะทำเช่นใดกับเจ้าดี? อ๊า ข้ารู้แล้ว”

        แซมกรีดร้องออกมาเมื่อรับรู้ได้ถึงหนามเล็กๆทิ่มแทงออกมาจากผิวหนังของเขา หลอมรวมกันจนมีรูปร่างคล้ายปีก เมื่อมันจบลงเขาก็ดูเหมือนโดยใครสักคนเอาปีกของเหยี่ยวมาเย็บติดกับตัวของเขาเอาไว้ ทำให้เขาดูเหมือนนกที่ออกมาจากหนังสยองขวัญ

        ในที่สุดเธอก็หันไปหาสตีฟ

        “และสำหรับเจ้า ต้องเป็นอะไรที่พิเศษกว่าคนอื่นๆเสียหน่อย เรามาดูกันเถอะว่าเขาจะโกหกอย่างไรอีกในเมื่อเจ้าไม่มีเสียงให้พูดโกหกได้อีกต่อไป”

        สตีฟไม่มีเวลาแม้แต่จะให้กรีดร้องด้วยซ้ำในตอนที่เธอกระชากลิ้นของเขาออกมาจากปากของเขา และโลกของเขาก็กลายเป็นสีดำสนิท

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

        สตีฟนอนอยู่บนโซฟาในห้องที่ทีชัลล่ายกให้พวกเขาในตอนที่พวกเขามาถึงที่นี่เมื่อ 8 เดือนก่อน

คนอื่นๆก็อยู่ในห้องด้วย ยังคงตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อ 4 เดือนก่อนไม่หาย ในตอนที่พวกเขาโดนผู้หญิงคนหนึ่งเล่นงาน

        เมื่อเขาตื่นขึ้นมาในห้องพยาบาลของพระราชวัง เขาก็ได้รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นทำมากกว่าตัดลิ้นของเขา เธอทำลายเส้นเสียงของเขา เพราะงั้นเขาไม่อาจจะทำเสียงอะไรได้ทั้งนั้น เขามองไปทางคนอื่นๆและรู้สึกเสียใจกับพวกเขาด้วย

คลินท์เป็นเหมือนที่เธอพูดไม่สามารถเดินได้อีก เพราะเธอทำลายไขสันหลังของเขาในชิดที่ว่าไม่สามารถรักษาได้อีกแล้ว

        วันด้าที่น่าสงสาร ผู้หญิงคนนั้นทำลายเวทมนต์ของเธอและทรมานเธอก่อนจะทำลายมัน ปีศาจแบบไหนกันนะถึงได้ทำแบบนั้นกับเด็กได้

        ใบหน้าของนาตาชาฟื้นตัวแล้ว แต่เธอจะต้องมีรอยแผลเป็นไปตลอดชีวิต พวกเขาไม่สามารถปกปิดรอยแผลเป็นได้ การทำงานเป็นสายลับคงไม่อาจจะทำได้อีกแล้วถ้ามีรอยแผลเป็นไว้ให้เป็นที่สังเกตแบบนั้น และแขนเทียมก็ทำมาจากไม้ และก็ไม่สามารถขยับได้ เพราะหมอมาอาจจะเชื่อมเส้นประสาทของเธอได้

        สก๊อตยังคงอยู่ที่ห้องพยาบาล แม้ว่าเขาจะตื่นแล้วแต่เขายังคงติดอยู่ในความคิดของตัว

        แซมไม่สามารถเอาหนามแหลมเหล่านั้นออกจากตัวของเขาได้ หมอบอกว่ามันหลอมติดกับกระดูกของเขา

และบัคกี้... บัคกี้ตายแล้ว

        ผู้หญิงคนนั้นฆ่าบัคกี้และทิ้งข้อความเอาไว้ว่าการที่เธอเหลือร่างของเขาเอาไว้นั้นถือว่าเมตตาที่เธอมอบให้เขา และเธอก็ให้ดวงวิญญาณของเขาได้พักหลังจากที่ไม่ยอมรับเขาไปในตอนที่เขาร่วงลงมาจากรถไฟเมื่อหลายปีก่อน

สตีฟถอนหายใจและเปิดทีวี ไม่อยากจะคิดอะไรสักพัก

        ‘ภาพของโทนี่ปรากฏขึ้นมาบนหน้าจอ’

        “ยอดไปเลย สตาร์คทำอะไรอีกล่ะคราวนี้ สร้างหุ่นยนต์โรคจิตอีกแล้วเหรอ?”

        คนอื่นหัวเราะออกมากับสิ่งที่เขาพูด

        [โทนี่ สตาร์ค ถูกพบเห็นอีกครั้งกับหญิงสาวลึกลับผมดำ พวกเขาไปร้านไอกรีมชื่อดังสำหรับคู่รัก หรือว่าเราจะได้เห็นว่าทีคุณนายสตาร์คกันแล้วนะ?]

        ห้องเงียบกริบเมื่อพวกเขาเห็นภาพที่ปรากฏขึ้นมาบนหน้าจอ 

        โทนี่นั่งอยู่ที่โต๊ะ กินไอศกรีมซันเดย์แก้วเดียวกันกับผู้หญิงที่เล่นงานพวกเขาอย่างมีความสุข

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว