[ Big Friend ] NC25+ ( กาฟิวส์ & พั้นช์ )
บทที่ 1 : แค่เพื่อน 18+
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร

บทที่ 1 : แค่เพื่อน 18+

[Part : พั้นช์]  

ซีรีส์เกาหลีที่เปิดดูตอนนี้หมดความหมายทันที เมื่อเสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้น ฉันรีบวิ่งไปยังประตู ในขณะที่เปิดมันออก ดอกกุหลาบสีแดงช่อใหญ่ที่กำลังส่งกลิ่นหอมฟุ้งถูกยื่นมาตรงหน้า มันเป็นดอกไม้ที่ฉันชอบที่สุด แต่ยังน้อยกว่าคนที่อยู่หลังช่อดอกไม้ 

“เนื่องในโอกาสอะไรคะ”  

“พี่เห็นมันสวยดี จำได้ว่าน้องพั้นช์ชอบ”  

“พี่วินน่ารักที่สุดเลย”  

เขารวบตัวฉันเข้าไปอยู่ในวงแขนแข็งแกร่ง โอบกอดฉันด้วยความรักใคร่เหมือนทุกครั้งที่เราพบกัน แต่ช่วงหลังเริ่มมีมากกว่าการกอด เพราะมือใหญ่กำลังซุกซน ลูบไล้บนสะโพก ในขณะที่ริมฝีปากร้อนผ่าวพรมจูบไปทั่วใบหน้าของฉัน ก่อนเสียงทุ้มจะกระซิบพร่าที่ข้างใบหู 

“มีอะไรตอบแทนความน่ารักของพี่บ้าง”  

“พี่วินอยากได้อะไรคะ”  

“น้องพั้นช์ก็รู้ว่าพี่อยากได้อะไร”  

บนใบหน้าร้อนผ่าวด้วยความอาย เมื่อถูกพี่วินจูงมือเข้าห้องนอน ทำไมฉันจะไม่ทราบว่าเขาต้องการอะไร ตั้งแต่เริ่มคบกันในฐานะคนรัก พี่วินไม่เคยปิดบังความต้องการ ถ้าหากมีโอกาส เขาก็จะรีบคว้าเอาไว้ทันที 

พี่วินนั่งที่ขอบเตียง จัดการงัดความเป็นชายออกมา ฉันนั่งบนพื้นห้องอย่างรู้งาน ก่อนจะเอื้อมมือไปกอบกุมบางอย่างที่กำลังขยายใหญ่ จากนั้นก็ชักรูดสิ่งที่อยู่ในมือขึ้นลงช้า ๆ สบตาของพี่วินไปด้วย 

“แบบนี้ดีไหมคะ”  

“ดีสิ มือน้องพั้นช์นุ่มมากเลยรู้ไหม แต่พี่ชอบตรงนี้มากกว่า” ปลายนิ้วเรียวยาวเกลี่ยไล้บนริมฝีปากของฉัน จากนั้นก็สอดมันเข้ามา เพื่อให้ฉันได้ดูดเลีย  

“นะครับ จำที่พี่สอนได้ไหม” ฉันต้องจำได้อยู่แล้ว เพราะพี่วินสอนให้ทำแบบนี้บ่อยมาก ฉันกดครอบริมฝีปากลงบนส่วนปลายของท่อนเอ็น เพียงแค่ถูกสัมผัส พี่วินก็ร้องครางออกมาอย่างมิอาจเก็บกลั้น ยิ่งฉันดูดเลียราวกับสิ่งที่อยู่ในปากเป็นของอร่อย เขาก็ยิ่งครางกระเส่า 

“อ๊า…พั้นช์...พี่เสียวจัง” เสียงครางแหบพร่าบ่งบอกถึงความกระสันเสียวได้เป็นอย่างดี และมันยิ่งดีมากขึ้นไปอีก เมื่อเขามองเห็นความเป็นชายถูกริมฝีปากของฉันครอบครอง  

ฉันดูดมันซ้ำ ๆ ก่อนจะผละริมฝีปากออก ตวัดปลายลิ้นละเลงเลียหยาดน้ำที่กำลังปริ่มเยิ้มบนส่วนปลายท่อนเอ็นสีเข้มจัด ในขณะที่ทำรักด้วยปากก็สบตาพี่วินไปด้วย ก่อนจะใช้น้ำเสียงอ้อน ๆ ถามเขาอย่างเอาใจ 

“ชอบไหมคะ”  

“ชอบมากครับ ใส่เลยนะ”  

“รออีกนิดได้ไหม วันนี้พั้นช์ใช้ปากให้พี่วินอย่างเดียวนะคะ”  

“เมื่อไรถึงจะยอมให้พี่ทำสักที จนพี่จะรอไม่ไหวอยู่แล้วนะ” เขาประคองร่างฉันขึ้นมาบนเตียง โน้มใบหน้าเข้าหาความนุ่มหยุ่นบนเนินอก ก่อนจะใช้สองมือฟอนเฟ้นความอวบใหญ่อย่างคลั่งไคล้ 

“พั้นช์ใช้ปากกับมือทำให้...พี่วินก็เสร็จเหมือนกัน”  

“แต่อยากทำกับตรงนี้” พี่วินล้วงมือเข้ามาในกระโปรงตัวสั้น ฉันไม่ได้ขัดขืน ยอมปล่อยให้ปลายนิ้วของเขาแทรกเข้ามาในร่องรักที่กำลังชุ่มฉ่ำ สิ่งที่เขาปลุกเร้าทำให้ฉันรู้สึกซาบซ่าน กระทั่งปลายนิ้วเรียวยาวเริ่มดันลึกเข้ามาจนรู้สึกเจ็บนิด ๆ 

“อย่าค่ะพี่วิน” ฉันบอกเขาเสียงสั่น พร้อมกับดันมือของเขาออก 

“รออีกนิดได้ไหมคะ พั้นช์ยังไม่พร้อม”  

“พั้นช์พร้อมแล้ว ตรงนี้ของพั้นช์เปียกมากเลยรู้ไหม”  

“แต่ของพี่วินใหญ่ไป พั้นช์กลัวเจ็บ”  

รูปร่างของเขาสูงใหญ่ สูงตั้งหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตร ส่วนนั้นของเขาก็มีขนาดใหญ่ยาวตามไปด้วย มันเลยทำให้ฉันกลัว เพราะแค่เมื่อกี้พี่วินสอดนิ้วเข้ามาฉันยังรู้สึกเจ็บเลย 

“พี่จะค่อย ๆ ทำ” ฉันส่ายหน้าปฏิเสธ สองมือก็กุมปิดหว่างขาของตัวเองไว้ 

“น้องพั้นช์เห็นใจพี่หน่อยสิครับ ยังไงเราสองคนก็ต้องแต่งงานกันอยู่ดี เรื่องแบบนี้มันเป็นเรื่องธรรมชาติ หลายคู่เขาก็มีอะไรกันก่อนแต่งงานทั้งนั้น” พี่วินเริ่มกล่อมฉันอีกครั้ง 

“ไว้คราวหน้านะคะ เพราะคุณแม่ใกล้จะกลับบ้านแล้ว”  

“ก็ได้ครับ ครั้งต่อไปน้องพั้นช์ห้ามปฏิเสธพี่อีกนะ”  

“ค่ะ”  

“ถ้าอย่างนั้นใช้ปากให้พี่ที”  

ฉันรีบลงไปนั่งที่พื้นห้อง แทรกตัวไปตรงกลางหว่างขาของเขา กดปากครอบความเป็นชายที่กำลังแข็งจัด ปรนเปรอความสุขเสียวในแบบที่เขาชอบด้วยความเต็มใจ 

“เก่งจัง สอนไม่กี่ครั้งก็ทำเป็นแล้ว” เวลาพี่วินชม มันจะมีความรู้สึกฮึกเหิมขึ้นมานิด ๆ ยิ่งได้เห็นใบหน้าหล่อของเขาบ่งบอกถึงความสุขที่กำลังได้รับ ฉันจะรู้สึกดีมาก...ท่อนเอ็นที่อยู่ในโพรงปากก็กระตุกเต้นเชิญชวนอยู่ตลอดเวลา และมันก็เริ่มแข็งมากขึ้น 

“พี่ใกล้แล้ว” สองมือหนาจับศีรษะของฉันไว้ ก่อนจะออกแรงขยับเข้าหาส่วนล่างของเขาอย่างเมามัน และมันก็เริ่มแรงขึ้นเมื่อความกระสันเสียวที่เขาได้รับพุ่งสูง ฉันออกแรงดูดท่อนเอ็นเน้น ๆ ทำเอาร่างกายแข็งแกร่งกระตุกเกร็งเป็นระยะ กระทั่งความสุขของพี่วินทะลักออกมาเต็มปาก จนฉันกลืนแทบไม่ทัน 

“เสียวจัง น้องพั้นช์ของพี่เก่งที่สุด อยากให้พี่ช่วยทำให้ไหม” เขาพยายามจะปลุกปั่นความต้องการให้ฉันอีกครั้ง มือใหญ่ลูบคลึงที่ส่วนนั้นจนฉันร้อนวูบวาบ แต่ก็ต้องทำใจแข็ง 

“ไม่เป็นไรค่ะ พี่วินรีบแต่งตัวเถอะ...เผื่อคุณแม่กลับมา”  

ฉันรีบจัดการกับเสื้อผ้าที่สวมใส่ให้ดูเรียบร้อย กระทั่งพี่วินแต่งตัวเสร็จ เขาก็พาออกจากห้องนอน แต่ยังไม่ทันได้นั่งบนโซฟา คุณแม่ก็เปิดประตูเข้ามาในบ้านพอดี  

“มานานหรือยังลูก”  

“เพิ่งมาครับ”  

“แม่ดูฤกษ์มาแล้ว สิ้นเดือนหน้ามีฤกษ์ดีแค่วันเดียวเอง ไม่อย่างนั้นต้องรอไปอีกหนึ่งปี” ฤกษ์ที่ว่า ก็คือฤกษ์มงคลของฉันเองค่ะ พี่วินอยากสร้างความมั่นใจให้ฉัน ว่าเราสองคนต้องได้แต่งงานกันแน่ ๆ 

ความจริงเขาอยากแต่งงานเลยด้วยซ้ำ แต่ติดที่ฉันยังเรียนไม่จบ ผู้ใหญ่ฝ่ายพี่วินจึงขอหมั้นหมายเอาไว้ก่อน ซึ่งถ้าหากได้หมั้นกันเมื่อไร ฉันคงปฏิเสธเรื่องบนเตียงกับพี่วินไม่ได้อีกแล้ว 

“เดือนหน้าหรือครับ”  

“มีอะไรติดขัดหรือเปล่า”  

“ไม่มีครับ คิดว่างานที่ทำค้างอยู่คงเสร็จทัน”  

“ในเมื่อพั้นช์ต้องไปเรียนต่อที่เมืองไทย พวกเราจัดงานที่นู่นเลยไหมคะ” สองมือกอดท่อนแขนล่ำในขณะที่ถามไปด้วย แต่ใบหน้าหล่อของพี่วิน เริ่มบึ้งตึงใส่ฉัน  

“น้องพั้นช์ไม่เรียนต่อที่นี่หรือครับ แบบนี้ก็ไม่ค่อยมีเวลาเจอพี่สิ”  

“ทำอย่างกับทุกวันนี้ พี่วินมีเวลาให้พั้นช์” ฉันแกล้งงอนขึ้นมาบ้าง 

พี่วินงานยุ่งมากเลยค่ะ ถ้าหากว่าบ้านไม่อยู่ติดกัน ฉันคงไม่ได้เห็นหน้าพี่วิน การไปเรียนต่อเมืองไทยมันเป็นความตั้งใจของฉันมาตั้งแต่เด็ก อาจจะเหงาบ้างที่ต้องห่างจากคนรัก แต่ฉันก็อยากไปเรียนที่นั่น 

“คิดถึงก็โทร.หากันได้นี่คะ”  

ฉันโอบรอบลำตัวหนาของพี่วินอย่างประจบ ใบหน้าหล่อที่ทำบึ้งตึงเมื่อกี้ สุดท้ายก็หลุดรอยยิ้มออกมาจนได้ เขากระชับกอด ก่อนจะจูบบนหน้าผากของฉันเบา ๆ 

“ก็ได้ครับ อย่างนั้นพี่กลับไปทำงานก่อนนะ ยังมีเอกสารที่พี่ต้องรีบเคลียร์ให้เสร็จ”  

“เย็นนี้พี่วินจะมากินข้าวที่บ้านพั้นช์ไหม”  

“เอาไว้พรุ่งนี้นะ...วันนี้พี่งานยุ่งจริง ๆ”  

ฉันเดินมาส่งคนรักที่หน้าประตูบ้าน ก่อนจากกันเขาก็หอมแก้มอีกหนึ่งครั้ง แค่นี้ก็ทำให้หัวใจที่เต้นอยู่ข้างในอกข้างซ้ายพองฟูขึ้นมา ฉันยิ้มจนปวดแก้มไปหมด มองดูจนกระทั่งร่างสูงใหญ่เดินหายไปที่มุมตึก 

พี่วินเป็นรักแรกของฉัน ในขณะที่ฉันเป็นคนรักคนที่เท่าไรแล้วก็ไม่รู้ของพี่วิน เขาอายุมากกว่าฉันถึงหกปีก็ต้องมีแฟนมาบ้างสิ เมื่อหลายเดือนก่อนเขาก็เคยคบกับผู้หญิงคนหนึ่งในฐานะคนรัก สุดท้ายเธอก็ทิ้งพี่วินไป  

ตอนนั้นความหวังผุดขึ้นในใจนิด ๆ ฉันรวบรวมความกล้า เข้าไปสารภาพรักกับพี่วิน ซึ่งเขาก็ตอบรับไมตรีจากฉัน เราสองคนจึงเริ่มคบกัน โดยผ่านความเห็นชอบจากผู้ใหญ่ คุณแม่ของฉันปลื้มพี่วินมาก ส่วนคุณแม่ของพี่วินก็เอ็นดูฉันเหมือนกับเป็นลูกสาวคนหนึ่ง  

พี่วินเป็นลูกครึ่งไทยอเมริกัน รูปร่างของเขาสูงใหญ่ เป็นผู้ชายในแบบที่ฉันชอบ ก็ในเมื่อฉันสูงตั้งหนึ่งร้อยเจ็ดสิบห้าเซนติเมตร ถ้าจะหาแฟนทั้งที ฉันก็ต้องหาผู้ชายที่ตัวสูงใหญ่เอาไว้ก่อน 

พี่วินเป็นทั้งคนรักและพี่ชาย เขาเล่นกับฉันมาตั้งแต่เด็ก เลี้ยงฉัน สอนฉันหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียนหรือเรื่องออกกำลังกาย ไม่เว้นแม้กระทั่งเรื่องเซ็กซ์ เขาก็สอนฉันด้วยเช่นกัน แต่เรายังไม่เคยถึงขั้นสอดใส่  

 

'ก๊อก...ก๊อก' 

“วินโทร.มา เขาลืมเอกสารไว้ในห้องลูก กำลังให้คนมารับ หนูหยิบมาให้แม่ที” เสียงคุณแม่ดังอยู่หน้าประตูห้อง ฉันมองหาเอกสารก็พบว่ามันวางอยู่บนเตียงนอนของฉันจริง ๆ 

“พั้นช์กำลังจะออกไปข้างนอกพอดี เดี๋ยวแวะเอาไปให้พี่วินก็ได้ค่ะ”  

“ถ้าอย่างนั้นแม่จะโทร.ไปบอกวิน”  

“ไม่ต้องค่ะ พั้นช์อยากเซอร์ไพรส์พี่วินด้วย” เพิ่งจากกันไม่กี่นาทีฉันก็คิดถึงพี่วินอีกแล้ว ไม่รู้เพราะอะไร ฉันถึงอยากเห็นหน้าเขา อยากอยู่กับเขาทั้งวันเลย  

บริษัทของพี่วินกับบ้านของฉันอยู่ห่างกันไม่กี่ช่วงตึก ฉันเดินไปแค่สิบนาทีก็ถึงที่หมาย ฉันรีบเดินขึ้นไปที่ห้องทำงาน ตอนนี้พนักงานในบริษัทออกไปรับประทานอาหารมื้อเที่ยงกันหมด  

ฉันเลยไม่แน่ใจว่าคนที่ฉันคิดถึงจะอยู่ในห้องหรือเปล่า ถ้าหากไม่อยู่ ฉันคงมาเสียเที่ยวเลยที่ไม่ได้เห็นหน้าพี่วิน  

จังหวะที่จะเคาะประตูห้อง เสียงบางอย่างก็ลอยแทรกออกมาพร้อมกับเสียงเพลง 

“อ๊า...วินทำแรง ๆ เกลเสียว”  

ฉันขยับร่างเข้าไปใกล้กับช่องประตูที่เปิดอ้า ภาพที่ปรากฏตรงหน้าเป็นหญิงสาวร่างเล็กนอนราบไปกับโต๊ะทำงาน  

กระโปรงสั้นถูกถลกขึ้นมาถึงหน้าท้อง เรียวขาเล็กอ้ากว้างโดยมีจีสตริงสีแดงคล้องติดอยู่บริเวณข้อเท้าข้างหนึ่ง ตัวตนของพี่วินกำลังวิ่งเข้าออกในช่องทางรักของผู้หญิงคนนั้น 

“แรงพอไหม?” เสียงแหบพร่าของพี่วินเอ่ยถามเธอ 

“เอามันจัง วินเอาเก่งกว่าผัวฝรั่งของเกลอีกนะ”  

ผู้หญิงคนนี้ฉันรู้จักดีเลยแหละ เธอเป็นเพื่อนสนิทของพี่วิน เพิ่งจะแต่งงานกับสามีต่างชาติเมื่อไม่กี่เดือนนี้เอง ฉันกับพี่วินยังไปร่วมงานแต่งของเธอเลย 

“อิจฉาน้องพั้นช์จัง ได้เอากับวินตลอด”  

“วินยังไม่เคยเอาสักครั้ง น้องพั้นช์ไม่ยอม วันนี้อยากเอามากก็ไม่ให้ใส่ วินเลยเก็บกดจนต้องมาลงกับเกลนี่ไง”  

“แหม...เป็นคนดีจังเลยนะ”  

“น้องพั้นช์เป็นเด็กดี วินต้องถนอมหน่อยสิ” เสียงของพี่วินบอกว่าถนอมฉัน แต่การกระทำของเขาช่างสวนทางกันสิ้นเชิง 

“อ๊ะ...แต่วินไม่ถนอมเกลเลยนะ จะแหกไหม กระแทกแรงขนาดนี้”  

เธอร้องครางไม่ขาดปาก แข่งกับเสียงเนื้อกระทบเนื้อที่กระแทกเข้าหากันอย่างรุนแรงจนโต๊ะทำงานขยับเขยื้อน ฉันได้แต่ข่มกลั้นความโกรธ ทำไมเขาไม่ซื่อสัตย์กับฉัน 

“แรงอีกวิน เกลจะเสร็จ อ๊ะ...วินใกล้ยัง”  

“ยัง...เกลเสร็จไปก่อนเลย” สะโพกสอบเคลื่อนไหวรัวแรง ทำให้เสียงกระแทกกระทั้นดังสนั่นไปทั่วทั้งห้อง ผู้หญิงคนนั้นก็ร้องครางเสียงดังโดยไม่กลัวว่าใครจะมาได้ยิน 

‘ปัง!’  

ประตูห้องทำงานถูกฉันกระแทกเข้าไปอย่างแรงด้วยความรู้สึกทั้งหมดที่มี มันทั้งโมโหทั้งเสียใจและผิดหวัง สองคนที่กำลังขยับโยกเข้าหากันหันมามองหน้าฉัน  

“พั้นช์!” น้ำเสียงของพี่วินบ่งบอกว่าตกใจมาก เขารีบดึงตัวตนออกมา ท่อนเอ็นที่ไร้เครื่องป้องกันยังมีน้ำรักของผู้หญิงคนนั้นติดเต็มไปหมด จนฉันรู้สึกสะอิดสะเอียน 

“อย่าเข้ามาใกล้พั้นช์”  

เขาหยุดชะงัก 

“น้องพั้นช์อย่าเข้าใจวินผิดนะคะ มันไม่ได้เป็นอย่างที่น้องพั้นช์คิด”  

“พี่กับเกลเป็นแค่เพื่อนกัน ส่วนเรื่องนี้พี่จะอธิบายให้ฟังทีหลัง” เขาบอกฉัน 

“แค่เพื่อนเหรอ อย่าเข้าใจผิดอย่างนั้นเหรอ!”  

ฉันตะโกนออกไปสุดเสียง ก็ในเมื่อเห็นชัดเต็มสองตาว่าเขาสองคนลึกซึ้งกันแค่ไหน ยังจะมาบอกว่าอย่าเข้าใจผิดอีกเหรอ ต่อให้เป็นเพื่อนสนิทกันแต่มันต้องสนิทกันถึงขั้นนี้เลยหรือไง 

“พอกันที พั้นช์รังเกียจพี่ได้ยินไหม!”  

ฉันร้องตะโกนออกไปอย่างคนเสียสติ พร้อมกับวิ่งหนีออกมาจากเหตุการณ์ที่ทำให้ฉันเจ็บปวด โดยไม่สนใจเสียงเรียกของเขา เมื่อออกมานอกตึกฉันก็รีบขึ้นแท็กซี่ ตอนนี้ฉันไม่อยากกลับบ้าน เพราะพี่วินต้องตามฉันกลับไปแน่นอน…  

ฉันไม่อยากเห็นหน้าเขาอีกแล้ว 

 

หอพักเมย์... 

“หยุดร้องสักที ตาบวมหมดแล้วนะ” เมย์ขอร้องให้ฉันหยุดร้องไห้มาหลายรอบจนเธอต้องบอกอีกครั้ง 

“ฉันผิดตรงไหนแก ทำไมพี่วินต้องทำแบบนี้กับฉันด้วย”  

“ไม่ร้องนะ...ไม่ร้อง...แกแค่ดีเกินไป แต่ไอ้พี่วินต่างหากที่มันไม่ดี”  

ฉันปล่อยโฮ ร้องไห้ออกมาเสียงดังเมื่อได้ฟังสิ่งที่เพื่อนปลอบ ฉันทำดีกับพี่วินทุกอย่างเลยนะ ทำตัวเป็นเด็กดีของเขา ถึงแม้จะไม่ยอมมีอะไรด้วย แต่ฉันก็พยายามทำให้พี่วินสุขสม...ทำไมเขาถึงยังไม่พอ ยังต้องหาที่ระบายกับคนอื่นอีก 

“แกจะทำยังไงต่อ...ยังคิดจะหมั้นกับไอ้พี่วินอีกไหม”  

“ไม่! ฉันไม่หมั้นไม่แต่งอะไรทั้งนั้น ฉันจะหนีไปให้ไกลเลย”  

“แกจะหนีไปไหนได้”  

“ฉันจะกลับเมืองไทย พรุ่งนี้แกช่วยไปเอาของในห้องของฉันด้วยนะ ฉันไม่อยากไปเอาเองเผื่อพี่วินไปดักรอ” กำหนดกลับเมืองไทยของฉันยังอีกหลายเดือน แต่ตอนนี้ฉันรอต่อไปไม่ไหวแล้ว 

“เอาจริง?”  

“ใช่!” ฉันเสียใจผิดหวังจนไม่อยากเห็นหน้าเขาอีกต่อไป บ้านเกิดเมืองนอนของฉันเท่านั้นจะเป็นที่พักใจให้กับฉันได้ เพราะพี่วินคงไม่ว่างพอที่จะไปตามฉันถึงที่นั่น 

“ไม่รักพี่วินแน่แล้วใช่ไหม?” เมย์ถามย้ำอีกครั้ง 

“เออ! ไม่รักแล้ว” 

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั้งหมด ()

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น