email-icon Instagram-icon

ปีศาจในร่างเจ้าชายที่เเสนดีพร้อมที่จะขี่ม้าขาวเข้าไปช่วยเจ้าหญิงเเล้วครับ :) :x:กดไลค์เเละคอมเม้นต์เพื่อเป็นกำลังใจให้นักเขียนนะคะ:x:

คลั่งครั้งที่ 14 จูบแลกเงิน

ชื่อตอน : คลั่งครั้งที่ 14 จูบแลกเงิน

คำค้น : RAVE , ร้าย I คลั่ง I รัก , อวบ , น่ารัก , โหด , หื่น , ไอหมอก , ลิษา , ลิซ , Bad_devil

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.4k

ความคิดเห็น : 35

ปรับปรุงล่าสุด : 12 มี.ค. 2563 02:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
คลั่งครั้งที่ 14 จูบแลกเงิน
แบบอักษร

คลั่งครั้งที่ 14 จูบแลกเงิน 

ลิษาเบิกตาโตด้วยความตกใจ สองเท้าเตรียมก้าวถอยหลังหนีโดยอัตโนมัติแต่พอหันไปกลับเจอเข้ากับชายร่างบึกบึนยืนขวางอยู่สองคน 

ไม่นะ ไม่เอาอย่างนี้สิ วันนี้วันสุดท้ายก่อนจะปิดเทอมแล้วแท้ๆ 

“หื้ม จะรีบไปไหนหรอ ไม่คิดจะทักทายกันก่อนรึไง” 

ลิซอยากจะส่ายหน้ารัวๆตอบกลับไปซะให้รู้แล้วรู้รอดถ้าไม่กลัวว่าจะถูกแกล้งหนักกว่าเดิม 

“ตายจริง ทำไมทำหน้าตาอย่างนั้นล่ะ” 

หญิงสาวรูปร่างผอมเพรียวที่ส่งรอยยิ้มเคลือบยาพิษมาให้เธอค่อยๆย่างกรายเข้ามาใกล้ๆก่อนที่จะออกแรงกระชากปลายคางของคนร่างอวบขึ้นมาแรงๆ 

“อึ่ก...” ลิซรู้สึกได้ถึงปลายเล็บของคนตรงหน้าที่จงใจจิกเข้ามาที่ปลายคางของเธอเต็มๆจนเจ็บแปล๊บไปหมด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากยกมือขึ้นมารั้งแขนเรียวนั้นไว้เท่านั้น 

ณ ที่ตรงนี้เป็นตรงที่ไม่ค่อยมีคนเพ่นพ่านเท่าไรนัก แล้วยิ่งการที่มีกลุ่มนักศึกษาหลายคนมาคอยยืนบังเป็นวงกลมอีกทำให้คนภายนอกที่เดินผ่านแทบจะไม่เห็นเลยว่าคนด้านในทำอะไรกัน 

“ปล่อยลิซเถอะค่ะ ลิซเจ็บ...” 

“อุ้ยตายจริง ฉันไม่ได้ตั้งใจน่ะ” 

“อ้ะ!” 

ใบหน้ากลมอวบหันไปตามแรงสะบัดของมือบางคู่นั้น เธอนึกว่าตัวเองโชคดีไม่น้อยที่ถอดแว่นที่พี่ไอหมอกซื้อให้เก็บไว้ตั้งแต่สอบเสร็จ ไม่งั้นมีหวังมันได้ตกลงไปแตกอีกรอบแน่ๆ 

“แล้วนี่กำลังจะไปไหนหรอ?” 

“...” ลิซเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวหน้าสวยอย่างกล้าๆกลัวๆก็พบกับสายตาคาดคั้นจนต้องก้มหน้าหลบอีกครั้งก่อนจะตอบกลับไปเสียงอ่อย “ไปซุปเปอร์มาร์เก็ตค่ะ” 

“ไปทำอะไรล่ะ?” 

“ซื้อพวกของสดค่ะ” เสียงหวานตอบอ้อมแอ้มทั้งๆที่ยังก้มหน้าจนคางแทบจะชิดหน้าอกอยู่ นั่นจึงทำให้เธอไม่ทันสังเกตเห็นรอยยิ้มร้ายที่ค่อยๆปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของร่างผอมเพรียวตรงหน้า 

“เอากระเป๋ามันมา” 

“O_O” 

น้ำเสียงที่ออกคำสั่งแบบนิ่งๆทำเอาลิษาตาเบิกโพลงด้วยความตกใจ เธอรีบกระชับกระเป๋าสะพายของตัวเองแน่นแต่มันก็อาจจะช้าไปกว่ามือของชายร่างบึกด้านหลังที่เอื้อมมากระชากมันไปอย่างรวดเร็ว ก่อนที่กระเป๋าของเธอจะถูกโยนส่งต่อไปให้กับหญิงสาวเจ้าของรอยยิ้มน่ากลัวคนเดิม 

“ขอกระเป๋าลิซคืนเถอะค่ะ” ลิซตั้งท่าจะเข้าไปเอากระเป๋าของตัวเองคืน แต่ตัวเธอก็กลับมีแขนสองข้างมาล็อกเอาไว้จากด้านหลังเสียก่อน “ปล่อยนะคะ!” 

“ไหนดูซิ ว่ามีอะไรบ้าง~” เสียงเล็กแหลมว่าอย่างอารมณ์ดีในขณะที่กำลังเปิดค้นกระเป๋าสะพายข้างใบไม่ใหญ่มากในมือไปด้วย 

ของด้านในกระเป๋าใบเก่านั้นไม่มีอะไรมากนอกจากหนังสือเรียนสมุดสองสามเล่ม โทรศัพท์เครื่องเก่าๆที่ตกยุคไปนานแล้ว แต่สิ่งที่หญิงสาวร่างบางกำลังพุ่งความสนใจไปที่มันคือ...กระเป๋าตังค์ที่ด้านในมีแบงค์ร้อยอยู่สองแบงค์ ก่อนที่เธอจะค้นต่ออีกสักนิดแล้วหยิบทั้งกระเป๋านั้นออกมา 

“มีติดตัวอยู่แค่นี้เหรอ?” 

“ขอลิซคืนเถอะค่ะ” ลิซยังคงไม่ละความพยายามที่จะขอกระเป๋าของตัวเองคืนมา เธอมองคนตรงหน้าด้วยสายตาขอร้องแต่ก็ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่สนใจมันเลยสักนิด 

“จริงสิ ใครๆเขาก็รู้นี่เนอะ ว่าเธอมันเป็นเด็กกำพร้าที่ตอนนี้มีแต่แม่เลี้ยงขี้เมาน่ะ” 

“...” 

“คงจะลำบากมากเลยสินะ ของทุกอย่างของเธอมันถึงได้ดูเก่า ดูโทรมขนาดนี้” รอยยิ้มเห็นใจถูกยิ้มออกมาแบบเสแสร้งซึ่งเจ้าตัวตั้งใจให้เป็นแบบนั้น ก่อนที่มือบางจะดึงเอาแบงค์สีแดงสองแบงค์นั้นออกมา 

“อ้า~ ดูเหมือนวันนี้ฉันจะจำเป็นต้องใช้เงินมากกว่าปกตินิดหน่อยแฮะ” 

“...” 

“งั้นสองแบงต์นี้ฉันขอก็แล้วกัน ^_^” 

ลิซอยากจะร้องไห้ตรงนั้นเมื่อได้ยินประโยคที่ดังออกมาจากริมฝีปากสวยที่ถูกแต่งแต้มด้วยลิปสติกสีสด เธอพยายามขืนตัวออกจากแรงดึงรั้งด้านหลังแต่ก็ไม่เป็นผลเลยแม้แต่น้อย และแม้จะเอ่ยปากขอร้องอีกฝ่ายมากเท่าไรอีกฝ่ายก็ยังคงไม่สนใจเธออยู่ดี 

“ได้โปรดอย่าเอาไปเลยนะคะ” 

หญิงสาวที่กำลังแสยะยิ้มอย่างเหนือกว่ามองเหยียดไปยังเจ้าของเสียงสั่นๆนั้นก่อนจะเก็บแบงค์สีแดงยับๆเข้ากระเป๋าตัวเองไป 

“ฮึก!” เพราะรู้ดีว่าเงินแต่ละบาทนั้นกว่าจะได้มามันยากแค่ไหน และเพราะเธอนั้นต้องทำงานส่งเสียตัวเองเรียนตั้งแต่อายุยังน้อย นั่นจึงเป็นสาเหตุให้น้ำตาหยดใสไหลรินออกมาไม่ขาด 

เงินสองร้อยนั้นในสายตาของคนตรงหน้าอาจจะดูไม่ได้มากมายอะไร แต่นั่นมันเงินที่ลิซต้องทำงานแลกมันมาอย่างยากลำบาก ถึงแม้ช่วงนี้แม่เลี้ยงจะไม่ได้ขอตังค์จากเธอเหมือนแต่ก่อนแต่เธอเองก็ยังต้องซื้อของเข้าบ้านทั้งข้าวของเครื่องใช้หรือแม้แต่อาหาร ความคิดของร่างอวบจึงเริ่มฟุ้งซ่านคิดไปต่างๆนาๆว่าถ้าหากวันนี้กลับไปมือเปล่าโดยที่ไม่มีอาหารอะไรอาจจะทำให้แม่เลี้ยงโกรธจนลงไม้ลงมือกับเธอ 

“ร้องไห้เลยเหรอ น่าสงสารจัง” 

“ฮึก...ฮือ” 

“กลับกันเหอะแก ตรงนี้โคตรร้อนเลย” เสียงหญิงสาวอีกคนในกลุ่มพูดขึ้นมาก่อนที่หลายๆคนจะพากันพยักหน้าอย่างเห็นด้วย 

“งั้นก็...ลากันแค่ตรงนี้นะจ้ะ ^^” หญิงสาวผู้เป็นหัวโจกของแก๊งค์ก้มลงมาโบกมือลาลิซยิ้มๆ แต่แววตาไม่ได้ยิ้มตามไปเลยแม้แต่น้อย ในดวงตาคู่นั้นมันมีแต่คำว่าสะใจอยู่เต็มไปหมด 

กลุ่มคนกลุ่มใหญ่ที่เคยมุงล้อมรอบเธอก่อนหน้านี้ต่างพากันเดินออกไปทางอื่นปล่อยให้เธอมองพื้นทางเดินตรงหน้าด้วยสายตาที่เลื่อนลอย 

อารมณ์ที่เคยดีอยู่ก่อนหน้านี้สลายหายไปทั้งหมด เหลือไว้เพียงแต่ความเศร้าและความเครียดที่รุมเร้า ลิซไม่รู้ว่าเธอจะไปที่ไหนดี จะกลับบ้านมือเปล่าก็ไม่กล้า แต่ถ้าจะให้ไปขอยืมเงินใครอันนั้นเธอก็ไม่กล้าอีกเหมือนกัน... 

หรือจะเอาเงินที่เธอเก็บไว้เป็นค่าเทอม ค่าอุปกรณ์มาใช้ยิ่งไม่ได้ใหญ่ 

ลิษายืนอยู่ที่เดิมแทบไม่ขยับเขยื้อนอยู่เกือบสิบนาทีด้วยใบหน้าเศร้าจนคนที่เดินผ่านไปมาประปรายหันมองด้วยสายตาสงสัย แต่แล้วจู่ๆโทรศัพท์ที่เธอเก็บไว้ในกระเป๋าก็ส่งเสียงขึ้นมาเป็นสัญญาณว่ามีคนโทรเข้า ลิซรีบหยิบมันขึ้นมาดูด้วยใจตุ้มๆต่อมๆและเมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์ใครก็แทบจะยืนร้องไห้อยู่ตรงนั้น 

‘แม่เลี้ยง’ 

ติ๊ด! 

“ฮะ ฮัลโหลคะ” 

[นังลิซ เย็นนี้แกจะกลับบ้านรึเปล่า?] ปลายสายยิงคำถามมาทันทีที่ลิซกรอกเสียงลงไป 

“กลับสิคะ” 

ปกติเธอก็กลับไปนอนที่บ้านตลอดนี่... 

[จิ๊ ฉันจะบอกว่าวันนี้ไม่ต้องกลับมา!] 

“ทำไมล่-” 

[ไม่ต้องถามมาก! ฉันบอกว่าไม่ต้องกลับก็ไม่ต้องกลับ แกจะไปนอนที่ไหนก็ไป แค่นี้แหละ!] 

ลิซยังอึ้งกับสิ่งที่ปลายสายพูดไม่หาย นี่เป็นครั้งที่สองหลังจากวันนั้นที่แม่เลี้ยงไม่ให้เธอกลับบ้าน ซึ่งเธอก็ไม่รู้เหตุผลจริงๆของแม่เลี้ยงของเธอเหมือนกัน รู้แค่ว่ามันแปลกๆ... 

ตอนแรกเครียดเรื่องว่าจะกลับบ้านยังไงทั้งๆที่ไม่มีเงินสักบาทแต่ตอนนี้เธอกลับต้องมาเครียดเรื่องใหม่อย่างว่าคืนนี้จะนอนที่ไหนดีแทน 

หัวคิ้วเรียวเริ่มขมวดเข้าหากันอีกรอบหลังจากที่เจ้าตัวพยายามใช้ความคิดอย่างหนักหน่วง เธอกำลังคิดที่จะไปขอค้างห้องพี่เจน แต่ก็จำได้ว่าอีกคนเคยบอกว่าอยู่หอกับรูมเมท ซึ่งลิซก็คงไม่กล้ารบกวน 

ติ๊ง~! 

โทรศัพท์ที่ยังถือค้างไว้อยู่ถูกยกขึ้นมาดูที่หน้าจอ ชื่อที่ปรากฏอยู่ทำเอาลิซแปลกใจไม่น้อยเพราะคนที่ส่งข้อความมาให้เธอในตอนนี้คือคนๆเดียวกันกับที่พึ่งคุยกับเธอผ่านแชทไปเมื่อไม่ถึงชั่วโมงที่แล้ว 

Ai-mok : วันนี้จู่ๆอาจารย์ก็ติดธุระน่ะ เลยปล่อยก่อนเวลา 

Ai-mok : อยู่ที่บ้านใช่มั้ย? เดี๋ยวฉันไปหา 

LIS : คือ 

ลิซชั่งใจอยู่เล็กน้อยว่าจะบอกกับอีกฝ่ายไปดีมั้ยเรื่องที่เธอจะไม่มีที่อยู่ในคืนนี้ แต่ถ้าเธอปฏิเสธบอกให้เขาไม่ต้องมาหา เชื่อได้เลยว่าเขาจะต้องไม่ยอมแล้วดั้นด้นมาจนได้ 

เพราะงั้นคงต้องบอกไปตามความจริงสินะ... 

LIS : วันนี้ลิซไม่ได้กลับบ้านน่ะค่ะ 

Ai-mok : เหรอ 

Ai-mok : ทำไมล่ะ? :) 

ทำไมต้องใส่อีโมจิยิ้มมาด้านหลังด้วยนะ ลิซได้แต่คิดอย่างแปลกใจแต่ก็ยังพิมพ์โต้ตอบกลับกับอีกฝ่ายไป 

LIS : แม่เลี้ยงบอกว่าไม่ต้องกลับค่ะ 

Ai-mok : แล้วคืนนี้จะไปนอนที่ไหนล่ะ? 

LIS : ลิซก็ยังไม่รู้... 

Ai-mok : เอางี้สิ 

ลิซตั้งใจรอข้อความต่อไปของคนเป็นพี่เมื่ออีกฝ่ายพิมพ์ประโยคทิ้งไว้อย่างนั้น จุดสามจุดกลิ้งไปมาอยู่เพียงชั่วครู่ก่อนที่ข้อความใหม่จะถูกส่งมา 

Ai-mok : มานอนที่คอนโดฉันก่อนคืนนี้ 

Ai-mok : ไม่ต้องเกรงใจ เพราะรอบนี้... 

Ai-mok : ไม่ได้ให้นอนฟรีๆ :) 

.. 

. 

ถ้าเป็นยามปกติลิซคงปฏิเสธแบบหัวชนฝาไปแล้ว แต่ในตอนนี้เธอก็เหมือนคนที่กำลังจนตรอกและจากประสบการณ์ที่เธอรู้จักกับไอหมอกและเคยไปนอนค้างไปที่บ้านเขามารอบหนึ่งนั่นก็ทำให้เธอคิดว่าเขาคงจะไม่ทำอะไรเธอ...ใช่มั้ย? 

“คุณลิษาใช่มั้ยคะ?” 

“ค่ะ” 

“คุณไอหมอกฝากให้ดิฉันเอาคีย์การ์ดสำรองห้องของคุณไอหมอกให้คุณค่ะ ^_^” พนักงานสาวยิ้มหวานพร้อมทั้งส่งคีย์การ์ดมาให้ลิษา 

ลิซรับมาอย่างงงๆ ถ้างั้นก็แปลว่าตอนนี้พี่ไอหมอกก็ยังกลับมาไม่ถึงสินะเลยฝากให้พนักงานเอาคีย์การ์ดมาให้เธอก่อน หลังจากตกลงกับตัวเองในใจได้ลิซก็พยักหน้าไปมาเบาๆก่อนจะหันหลังเดินตรงไปยังลิฟท์เพื่อกดไปยังชั้น 7 

ลิซใช้เวลาไม่นานในการขึ้นลิฟท์มายังห้องที่ตัวเองเคยเข้ามาและปลดล็อกมันเข้าไป ภายในห้องเงียบกริบบ่งบอกว่าไม่มีสิ่งมีชีวิตอื่นนอกจากเธออาศัยอยู่ในนี้ เธอจึงเดินไปวางกระเป๋าตัวเองลงที่โต๊ะหน้าโซฟาและนั่งลงอย่างไม่รู้จะทำอะไร 

เครื่องปรับอากาศที่ทำงานตั้งแต่เปิดประตูเข้ามาเริ่มทำใหอุณหภูมิภายในห้องเย็นขึ้นเรื่อยๆ เย็นจนคนที่ไม่มีอะไรทำแล้วก็ไม่กล้ายุ่มย่ามกับห้องของคนอื่นจาเริ่มปรือจนจะปิด หัวเริ่มเอนเอียงไปมา 

ถ้าลิซจะของีบระหว่างที่รอพี่ไอหมอกกลับมา พี่ไอหมอกคงไม่ว่าใช่มั้ยคะ? 

เธอพยายามฝืนลืมตาที่หนักอึ้งขึ้นมาแต่สุดท้ายก็แพ้ให้กับอากาศเย็นสบายจนน่านอนนี้อยู่ดี หัวกลมจึงเอนลงพิงที่พยักโซฟา นัยน์ตาปรือปิดลงจนสนิท และไม่นานลมหายใจก็เริ่มผ่อนเข้าออกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ 

ZzZzZ 

กริ๊ก! 

เสียงปลดล็อกประตูดังให้หลังจากที่ลิซหลับไปได้เกือบสิบนาทีแต่เจ้าตัวก็ไม่มีทีท่าว่าจะรู้สึกตัว ส่วนคนที่ถือของพะรุงพะรังเข้ามาในห้องของตัวเองก็ยิ้มออกมาบางๆ 

ตอนแรกเขาก็กะว่าจะเข้าไปกอดคนนุ่มนิ่มให้หายคิดถึงอยู่หรอกแต่พอเห็นเธอหลับตาพริ้มดูมีความสุขอยู่แบบนั้นก็เข้าไปกวนไม่ลง งั้นก็คงต้องปล่อยให้หลับไปก่อนล่ะนะ 

ไอหมอกเดินเข้าไปทางในครัวแล้วเก็บของเข้าไปอย่างเงียบเชียบเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนการนอนหลับของลิซ หลังจากเก็บของเสร็จเขาก็หยิบเอาหนังสือที่ตัวเองอ่านค้างไว้มานั่งอ่านต่อที่โซฟาข้างๆกันกับเธอ แต่มองๆดูแล้วหลับคอพับแบบนั้นอีกฝ่ายก็คงไม่ค่อยสบายตัวสักเท่าไหร่ 

“อือ...” เสียงครางในลำคอดังขึ้นเบาๆยามเมื่อร่างกายถูกรบกวน 

ตัวของลิซถูกคนร่างสูงจับเบาๆให้เอนตัวลงมานอนที่ตักแข็ง เธอขยับตัวอยู่เล็กน้อยเพื่อหามุมที่นอนสบายที่สุดก่อนจะมาจบลงที่การหันหน้าเข้าหาหน้าท้องแกร่งพร้อมกับซุกเข้าหามันเล็กน้อย 

“น่าฟัดจริงๆ” ไอหมอกพูดเสียงเบาจนแทบจะกลายเป็นกระซิบพลางมือก็คอยเกี่ยวลูกผมที่ตกลงมาเกะกะที่ใบหน้าน่ารักออก 

แต่ก่อนที่เขาจะอดทนไม่ไหวก้มลงไปฟัดคนที่นอนตักอยู่จริงๆ เขาก็รีบหยิบเอาหนังสือกลับมาอ่านต่อพร้อมทั้งพยายามเพ่งสมาธิทั้งหมดไปที่เนื้อหาในหนังสือ และพยายามไม่สนใจลมหายใจอุ่นๆที่กำลังรินรดหน้าท้องเขาผ่านเสื้อตัวบางอยู่ 

ไม่ระวังตัวเองแบบนี้มันน่าจับมาฟัด จับมากัดให้จมเขี้ยวจริงๆ! 

 

18.46 น. 

“อึ่ก ฮื้ออออ” 

ลิษาพยายามหันหน้าหนีบางสิ่งบางอย่างที่กำลังคลอเคลียไปมาจนเธอจั๊กจี๋ พร้อมทั้งมือก็พยายามปัดๆสิ่งนั้นออกไปด้วย แต่ไม่ว่ายังไงสิ่งที่ว่านั้นก็ยังคงคลอเคลียไปมาไม่หยุด จนสุดท้ายเธอก็ต้องฝืนลืมเปลือกตาที่หนักอึ้งขึ้นมามองเจ้าสิ่งที่มันกำลังก่อกวนเธออยู่ 

“ว่าไงยัยแมวขี้เซา” 

O_O! 

^_^ 

พี่ไอหมอก! 

ลิซมองคนที่อยู่ด้านบนตาค้าง เดี๋ยวนะ! แล้วนี่เธอมานอนตักเขาได้ยังไงกัน!? 

ลิซรีบดีดตัวลุกขึ้นอย่างรวดเร็วแถมยังเขยิบตัวไปที่โซฟาอีกฝั่งจนแนบชิดจนแทบจะกลายเป็นเนื้อเดียวกันกับโซฟา 

“พะ พี่ไอหมอกกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ?” 

“เกือบสองชั่วโมงได้” 

คนตัวอวบตาแทบจะถลนออกจากเบ้าเมื่อได้ยินคำตอบที่น่าตกใจนั้น นี่เธอเผลอหลับไปนานขนาดไหนกัน ขนาดที่ว่าเจ้าของห้องกลับมาแล้วยังไม่รู้สึกตัว แถมตื่นมาอีกทียังไม่นอนบนตักของเขาอีก 

“ลิซ...ลิซขอโทษที่เผลอหลับไปนะคะ” 

“ไม่เป็นไร มีลูกแมวมานอนตักให้ลูบเล่นก็สบายมือดีเหมือนกัน :)” ไอหมอกพูดทั้งยิ้มกรุ้มกริ่ม 

ลิษาได้แต่นั่งนิ่งหน้าร้อนฉ่ากับคำพูดของคนตรงหน้าพร้อมทั้งหลบสายตาล่อกแล่กไปมา 

“ที่ปลุกก็เพราะจะเรียกให้ไปกินข้าว นี่มันก็จะมืดแล้ว กินข้าวไม่ตรงเวลาเดี๋ยวก็เป็นโรคกระเพาะ” 

“ขอโทษค่ะ” 

“ทำไมถึงชอบพูดแต่คำว่าขอโทษนะ” เสียงทุ้มว่าอย่างดุๆก่อนที่ร่างสูงจะเขยิบเข้าไปใกล้ร่างนุ่มนิ่ม มือหนายกขึ้นบีบที่ริมฝีปากอวบอิ่มจนมันกลายเป็นเลขแปด “อย่างนี้มันน่ากัดให้ปากแตก” 

นัยน์ตาคมยามที่พูดนั้นไม่มีแววล้อเล่นเลยแม้แต่น้อยจนลิซต้องรีบส่ายหน้ารัวๆเป็นเชิงขอร้องว่าอย่าทำไปในตัว ซึ่งไอหมอกก็ยอมปล่อยปากของเธอออกอย่างง่ายดายพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ตามแบบฉบับของเจ้าตัวที่ปรากฏออกมา 

“ฉันซื้อของกินมาด้วย” 

“...” 

“อุ่นสักหน่อยก็กินได้แล้ว” ไอหมอกพูดพร้อมกับลุกเดินเตรียมจะเข้าไปในครัวเพื่ออุ่นของกินตามที่พูด แต่จู่ๆเสียงหวานของคนที่นั่งหน้าแดงอยู่ก็ดังเรียกขึ้นซะก่อน 

“พี่ไอหมอกคะ” 

“ว่าไง?” เรียวคิ้วคมเลิกขึ้นเล็กน้อยในขณะที่หันมามองหน้าคนถามที่ดูก็รู้ว่ากังวลกับอะไรบางอย่างที่กำลังจะพูดไม่น้อย 

“คือ...” 

“...” 

“จะให้ลิซทำอะไรแลกกับการค้างที่นี่เหรอคะ?” พูดจบลิซก็ก้มหน้างุดพร้อมเม้มปากแน่นด้วยความหวาดหวั่น ภาวนาให้อะไรที่เธอต้องทำนั้นมันไม่เกินความสามารถของเธอ 

“หืม จะให้บอกเลยเหรอ ฉันกะว่าจะบอกหลังกินข้าวแล้วเชียว” ไอหมอกยิ้มเผล่ออกมา เขาเปลี่ยนเป้าหมายจากในครัวไปเป็นที่เจ้าของตัวนุ่มนิ่มอีกครั้ง 

“ฉันไม่เอาอะไรมากหรอก :)” 

“...” ละ แล้วมันอะไรกันล่ะ... 

“ขอแค่จูบก็พอ :)” 

... 

ห้ะ...อะไรนะ เมื่อกี้เธอไม่ได้หูฝาดไปใช่มั้ย? 

ลิษาตาโตด้วยความตกใจพร้อมทั้งมองใบหน้าหล่อของคนตรงหน้าตาค้าง “อะ อะไรนะคะ” 

“จูบไง” ไอหมอกก็ตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ(?)ก่อนที่ใช้นิ้วจิ้มมาที่ปากของตัวเอง “ถือว่าแทนคำขอบคุณไง ^^” 

“ลิซไม่-” 

“จูบแค่นิดเดียวเอง...” 

“...” ลิซเม้มปากแน่น 

“ไม่ได้หรอ” ไอหมอกแสร้งถามเสียงอ่อยพร้อมกับทำหน้าผิดหวังน้อยๆ “งั้นก็ไม่เป็นไร ไม่ต้องคิดเรื่องที่ฉันให้ค้างฟรี กินฟรี หรืออะไรพวกนี้นะ ไม่ต้องคิดมาก ^^” 

อ่ะ อึ่ก... 

พอนึกถึงเรื่องพวกนั้นลิซยิ่งลำบากใจ ที่พักนี้เธอไม่ค่อยลำบากเหมือนแต่ก่อนสาเหตุมันก็มาจากไอหมอกเกือบทั้งหมด ค่าอุปกรณ์การทำงานต่างๆ หรือบางทีขนมบ้าง น้ำบ้างไอหมอกก็ออกให้เธอทั้งหมด แถมยังไม่ยอมรับเงินคืนด้วยแล้วยิ่งเห็นใบหน้าที่ดูผิดหวังของอีกฝ่ายแบบนี้เธอก็ยิ่งรู้สึกผิด 

“งั้นเดี๋ยวฉันไปอุ่นอาหารก่อนนะ” เสียงทุ้มพูดเสียงเศร้าก่อนที่ร่างสูงจะหันหลังเดินคอตกไปทางห้องครัว 

“ดะ เดี๋ยวค่ะพี่ไอหมอก” 

“:)” รอยยิ้มร้ายผุดขึ้นมาทันทีที่เสียงหวานเอ่ยเรียกเขาไว้อีกครั้งก่อนที่เจ้าของรอยยิ้มจะรีบเก็บมันเอาไว้อย่างเดิมแล้วตีหน้าเศร้าหันไปหาอีกฝ่าย “ว่าไง” 

“คือ...ก็ได้ค่ะ แต่แค่นิดเดียวนะคะ” 

เหยื่อติดกับแล้ว :) 

ไอหมอกหันหลับเดินกลับมาที่โซฟาอีกรอบก่อนจะนั่งลงที่ข้างๆลิซอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งเอ่ยเสียงเร่งเร้า “เริ่มเลยสิ” 

“ตอนนี้เลยหรอคะ? O_O” 

“อืม! จูบเลยสิ” 

ลิซมองตามนิ้วเรียวที่จิ้มลงที่ปากของตัวเองหลายๆรอบเป็นเชิงบอกให้เธอจูบลงไปที่ตรงนั้น ลิซมองภาพนั้นอย่างหวั่นๆแต่ก็เขยิบตัวเข้าไปใกล้เขามากขึ้นกว่าเดิม 

แค่แป๊บเดียวเท่านั้นน่ายัยลิซ! 

เธอได้แต่พูดปลอบตัวเองในใจ ก็แค่การกดปากลงไปแป๊บเดียวเท่านั้น เธอต้องทำได้อยู่แล้ว! ลิซทำใจกล้ามองสบตากับนัยน์ตาคู่คมที่กำลัง...พราวระยับ? ของคนตรงหน้าก่อนจะหลับตาปี๋พร้อมทั้งกดริมฝีปากของตัวเองลงไปบนริมฝีปากของเขาเร็วๆแล้วรีบผละออกมา 

ฟู่วววว 

ลิษาถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกในขณะที่หัวใจของเธอกำลังเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น แต่พี่ไอหมอกกลับขมวดคิ้วมุ่นซะอย่างนั้น 

“นั่นไม่เรียกจูบด้วยซ้ำ” 

“...” หวา พี่ไอหมอกไม่พอใจเธอแน่ๆเพราะตอนนี้คิ้วเรียวของอีกฝายขมวดเข้าหากันจนแทบจะเป็นปมแล้ว “ลิซ...” 

“อีกรอบสิ” เสียงทุ้มที่พูดขักคำขอโทษที่ลิซกำลังจะพูดขึ้นมาทำเอาเจ้าใจหายวาบอีกครั้ง 

ขนาดเมื่อกี้ปากแตะกันไม่ถึงสองวิใจเธอยังเต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก แล้วถ้าต้องทำอีกรอบเธอไม่หัวใจวายตายเลยเหรอ 

“ไม่ได้เหรอ?” ไอหมอกพูดเสียงเศร้า 

“กะ...เอ่อ คือ...” 

“...” 

“ก็ได้ค่ะ” 

ใบหน้าอวบอิ่มพยักหน้าขึ้นลงเบาๆเป็นเชิงตกลงก่อนที่เธอจะเงยหน้ามองใบหน้าหลอเหลานั้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไอหมอกกลับหลับตาพริ้มไปแล้วซึ่งนั่นก็ช่วยลดความประหม่าของเธอลงได้เยอะ 

ลิซค่อยๆหลับตาลงก่อนจะเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ใบหน้าคมขึ้นเรื่อยๆอย่างช้าๆ ลมหายใจอุ่นร้อนที่รินลดอยู่บริเวณจมูกของเธอทำให้เธอรู้ได้ว่าระยะห่างระหว่างใบหน้าของเราทั้งสองคนตอนนี้มันเหลือไม่มากแล้ว 

ริมฝีปากอวบอิ่มถูกเจ้าของของมันค่อยๆกดลงไปสัมผัสกับริมฝีปากบาง แต่เพียงชั่วครู่เดียวเท่านั้นลิซก็ทำท่าจะผละออกไปอีกครั้ง 

นัยน์ตาคมที่ปิดอยู่ก่อนหน้าเปิดขึ้นอย่างรวดเร็ว มือหนาทั้งสองข้างเอื้อมไปรั้งที่เอวนุ่มนิ่มนั้นก่อนจะออกแรงดึงให้ทั้งร่างของคนตรงหน้าขยับเข้ามาใกล้ ริมฝีปากหนาจึงกดจูบลงที่กลีบปากอวบนิ่มอีกครั้งแต่รุนแรงและลึกล้ำกว่าเดิม... 

ลิ้นร้อนถูกสอดแทรกเข้าไปในโพรงปากอุ่นโดยที่เจ้าของปากไม่ทันตั้งตัวก่อนที่ลิ้นเปียกชื้นนั้นจะกวาดสำรวจไปทั่วทั้งโพรงปากหวานโดยที่ลิซได้แต่ลืมตามองคนตรงหน้าตาค้าง 

“อื้อ! อี้ไอออกอ้ะ อื้มมม!” 

ไอหมอกใช้ลิ้นเกี่ยวพันหยอกล้อไปกับลิ้นของลิซภายในปากของเธอไปมาก่อนจะถอนจูบออกมาแล้วเปลี่ยนเป็นดูดดุนไล้เลียที่กลีบปากนิ่มแทน 

จ๊วบบบ 

เสียงดูดดุนของสิ่งเปียกชื้นดังไปทั่วทั้งห้องจนลิซที่ได้ยินชัดได้แต่หน้าร้อนฉ่าอย่างที่ทำอะไรไม่ได้ เธอพยายามจะดันอกแกร่งออกห่างจากตัวเองเพื่อให้ไอหมอกถอนจูบ แต่ก็ไม่เป็นผลเมื่อเขายังคงตั้งหน้าตั้งตาจูบเธออย่างเร่าร้อนจนเธอแทบจะหายใจไม่ออก ทุกครั้งที่ลิ้นร้อนนั้นรุกล้ำเข้ามาเธอรู้สึกเหมือนจะถูกชิงลมหายใจออกไปทุกที 

“อื้มมมม” 

หลังจากที่จูบไปสักพักจนไอหมอกคิดว่าริมฝีปากนิ่มทั้งบนและล่างนั้นจะต้องบวมแล้วแน่ๆเขาถึงค่อยๆถอนจูบออก เขาเลียริมฝีปากของตัวเองที่เต็มไปด้วยคราบน้ำวาวใสเล็กน้อยในขณะที่ยังคงสบตากับนัยน์ตาที่สั่นไหวเหมือนกับกระต่ายตัวน้อยๆอยู่ 

“ขอบคุณสำหรับค่าตอบแทนครับ :)” 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว