ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : กอดครั้งที่18

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.2k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 29 เม.ย. 2562 22:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กอดครั้งที่18
แบบอักษร

Chapter 18








“ทำไมทำหน้าอย่างงั้นวะซุง”ผมพูดและกินซาลาเปาไส้หมูในมือไปด้วย

“กูรำคาญคน”ไอซุงบอก

ตอนนี้หน้าไอซุงมันดูหงุดหงิดมาก ผมไม่ค่อยได้เห็นมุมนี้ของมันเท่าไหร่นัก ก็เลยคิดว่ามันน่าสนใจมากกว่าที่จะหงุดหงิดตามมัน

ผมกำลังนั่งรอพี่ใบหม่อนอยู่ที่หน้าโรงละครเพราะวันนี้มีนัดซ้อมกัน พี่เรย์ไม่ได้มาพร้อมผมเพราะพี่เรย์หายไปไหนไม่รู้ตั้งแต่เช้า ส่วนพี่ๆผมก็หนีกลับไปกันหมดแล้วตั้งแต่สองวันที่แล้ว เนี่ย เผลอแปปเดียวพี่ผมมันก็หนีไปทำงานกันอีกแล้ว

แล้วที่ผมต้องลากไอซุงมาด้วยวันนี้เพราะว่าไม่มีคนมาส่งผมไง ก็เลยต้องเข้าไปลากไอซุงออกมาจากเตียงตั้งแต่เช้า

“น้องซุง!!!”เสียงพี่เรย์ลอยมาแต่ไกลเลย

ช่วงนี้พี่เรย์ดูติดไอซุงมากกว่าตอนที่ติดผมช่วงแรกๆซะอีก จากตอนแรกที่ผมจะมีเสียงพี่เรย์ตามหลอกหลอนเลยกลายเป็นไอซุงที่รับกรรมไปแทน แต่เรื่องขนมผมก็ยังได้กินเหมือนเดิม

แม้จะงงๆกับเรื่องมันอยู่บ้างเพราะวันก่อนโน้นยังเห็นไม่ยอมคุยกันอยู่เลย ทำไมวันนี้มีแต่รังสีความมุ้งมิ้งแล้วก็ไม่รู้

“เห้อ”ไอซุงถอนหายใจก่อนจะฟุบหน้าลงบนโต๊ะ

ไม่ต้องให้บอกก็รู้ว่าคนที่ทำให้ไอซุงหงุดหงิดเป็นใคร คนที่ถือถุงขนมมาแต่ไกลนั่นไง

“นี่ขนมน้องหมอกครับ”พี่เรย์ยื่นถุงขนมมาให้ผม และทิ้งตัวลงนั่งข้างๆไอซุง “น้องซุงครับพี่ซื้อขนมมาให้ด้วยน๊า”

ทำไมพี่เรย์มันต้องพูดเสียงสูงขนาดนั้นวะ - -

“จะนอน”ไอซุงพูดออกมาอย่างหงุดหงิด ก็เพราะพี่เรย์เอานิ้วไปแหย่มันอยู่นั่นแหละ จะให้มันลุกมากินขนมไง

“มานอนในใจพี่ไหมครับ มีห้องว่างให้น้องซุงด้วยนะ เลือกเอาเลยจะเอาห้องไหน เอ แต่จริงๆแล้วมันก็เป็นของน้องซุงอยู่แล้วนะ”

โอ้ย ถังขยะอยู่ไหนวะ อ้วกจะพุ่งแล้ว

“น้องหมอกจะไปไหนครับ”พี่เรย์หันมาถามผมเมื่อเห็นผมลุกขึ้นยืน

“ไปอ้วกครับ”

“กูไปด้วย”ไอซุงเงยหน้าขึ้นมาก่อนจะลุกเดินตามผมออกมา

“อ้าว! เดี๋ยวสิครับ”พี่เรย์ทำท่าจะลุกขึ้นเดินมาด้วย

“ไม่ต้องมา”และก็เป็นไอซุงที่หันไปห้าม พี่เรย์เลยได้แต่ทำหน้าหงอยแล้วนั่งลงที่เดิม

ผมเดินมาเข้าห้องนำ้ จริงๆตอนแรกก็คือจะอ้วกออกมาแล้วแหละ ไม่คิดว่าพี่เรย์มันจะกล้าเล่นมุกชวนอ้วกขนาดนั้น

“นี่ยังไม่ถึงครึ่งที่กูเจอเลย”ไอซุงมันคงรู้ว่าผมคงรับมุกเลี่ยนขนาดนั้นของพี่เรย์มันไม่ไหว

“มีเยอะกว่านี้อีกอ่อ”หันไปมองหน้าไอซุงที่ยืนล้างมืออยู่ข้างๆ

“มาเกือบจะครบทุกเว็บในกูเกิลแล้วอ่ะ”ไอซุงพูดต่อ

เหอะๆ ผมว่าผมก็หยอดเก่งแล้วนะ แต่เจอพี่เรย์เข้าไปนี่ขอยอมแพ้เลย

ผมเดินกลับมาหาพี่เรย์ที่นั่งเฝ้าโต๊ะอยู่ ไม่นานพี่ใบหม่อนก็มาถึง ผมเลยได้เริ่มซ้อมละครซักที

เรื่องที่ผมกับพี่เรย์เป็นพี่น้องกันนั้นยังไม่มีใครรู้นอกจากไอซุง ที่เป็นแบบนี้เพราะพี่เรย์ไม่ยอมให้บอก เอาแต่พูดว่าแบบนี้ดีแล้ว

.

.

หลังจากการซ้อมละครอันยาวนานเสร็จสิ้น ก็ได้เวลากลับบ้านซักที เย้!

ไอซุงมันหนีกลับไปตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ ผมก็เลยต้องติดรถพี่เรย์กลับ แต่พี่เรย์มันไม่ยอมพาผมกลับไปที่หอนี่สิ เพราะพี่มันพาผมมากินข้าวในห้างแทน

“อยากกินอะไรเป็นพิเศษไหมครับ”พี่เรย์หันมาถามผม

ตอนนี้เรากำลังเดินเลือกร้านอาหารอยู่ พี่เรย์มันก็ไม่ยอมเลือกซักที บอกจะตามใจผมอยู่นั่น ผมควรจะรู้สึกดีที่มีพี่ชายน่ารักขนาดนี้

“ร้านนั้นก็ได้ครับ”ชี้ไปที่ร้านอาหานญี่ปุ่นร้านนึง

“โอเค”พี่เรย์หันมาจับมือผมก่อนจะพาเดินเข้าไปในร้าน

นี่ถ้ามีใครมาเห็นนี่จะคิดว่าผมเป็นเด็กพี่เรย์ไหมเนี่ย

หลังจากสั่งอาหารไปได้ซักพักพนักงานก็นำอาหารมาเสริฟ ผมกินอาหารที่สั่งไปเกือบครึ่งจานแล้วแต่พี่เรย์ก็ยังนั่งมองหน้าผมอยู่

“ระวังตกหลุมรักผมนะ”เงยหน้าขึ้นมาพูดหยอดใส่

พี่เรย์มองหน้าผมก่อนจะหลุดยิ้มและหัวเราะออกมาเบาๆ

“ไม่ได้หรอกครับ พี่โดนตกไปแล้วตอนนี้ยังหาทางออกไม่ได้เลยครับ”พี่เรย์พูดกลับมาก่อนจะเริ่มกินอาหารที่วางอยู่ตรงหน้า

ผมหัวเราะออกมาเบาๆ มีพูดแหย่พี่เรย์เรื่องไอซุงบ้างตามประสาพี่น้อง พี่เรย์นี่ก็เล่นใหญ่ ทำหน้าทำตากลับมาบางครั้งก็ยิ้มออกมาบ้างจนแก้มแทบจะแตก

ปกติพี่เรย์เป็นคนยิ้มบ่อยอยู่แล้ว แต่พอผมชวนคุยเรื่องไอซุงทีไร ปากพี่เรย์นี่แทบฉีกไปถึงรูหู

นี่แหละนะคนมีความรัก แต่กว่าจะมาสมหวังนี่ก็แอบสงสารไอซุงเหมือนกัน หรือผมต้องสงสารตัวเองดี ฮือออออ

“น้องหมอกจะกลับเลยไหม?”พี่เรย์พาผมเดินมาที่รถก่อนจะหยิบหมวกกันน็อคขึ้นมาสวมให้

“ครับ หมอกอยากกลับไปพักแล้ว”ผมว่า

พี่เรย์พาผมมาส่งที่หอ แถมมาส่งถึงหน้าห้องด้วย แต่เชื่อเถอะว่าจริงๆแค่เดินเลยมาส่งผมเพราะห้องที่พี่เรย์จะเข้าไปจริงๆคือห้องไอซุงต่างหาก

“พี่คุยกับแม่เรื่องที่ให้แม่ย้ายมาอยู่นี่ด้วยครับ”พี่เรย์หยุดรอผมไขประตูอยู่ที่หน้าห้อง

“แม่ยอมมาหรอครับ”ผมเปิดประตูเสร็จก็หันไปมองหน้าพี่เรย์

“ใช่ครับ อีกสองเดือน”พี่เรย์ยิ้มตอบกลับมา

“แล้วพ่อหล่ะครับ”ผมถามต่อ

“พ่อบอกว่ารอหมอกเรียนจบก่อนแล้วจะย้ายมาครับ ถึงรีบมา หมอกก็ต้องหนีพ่อมาเรียนอยู่ดี พ่อไม่อยากอยู่บ้านเฉยๆครับ”

“งั้นหมอกลาออกเลยดีไหม”ผมเสนอ

“ไม่เอาสิ หมอกต้องเรียนก่อน”พี่เรย์ยกมือขึ้นมาลูบหัวผมเบาๆ”หมอกไม่ต้องคิดมากนะ ถึงพ่อกับแม่ไม่อยู่ หมอกก็มีพี่เรย์ มีซุงอยู่เป็นเพื่อนนะ หมอกไม่ได้ตัวคนเดียวรู้ไหม”

“ทำไมวันนี้ดราม่าครับ”ผมถามพี่เรย์ที่ลูบหัวผมอยู่

“พี่ไม่อยากหล่อแค่หน้าครับ อยากมีคำพูดหล่อๆบ้าง ฮ่า”แล้วพี่เรย์ก็ระเบิดหัวเราะออกมา

“รีบไปหาไอซุงเลยครับ หมอกจะเข้าห้องแล้ว”ผมส่ายหัวให้กับความขี้เล่นของพี่เรย์

“คร๊าบบบ”พูดจบพี่เรย์ก็หันไปเคาะห้องไอซุง”ซุงจ๋า เปิดประตูให้เค้าหน่อย”

ผมเพิ่งรู้ว่าพี่เรย์มันมีหลายเสียง

ผมเดินเข้ามาในห้องก่อนจะปิดประตูลงและเดินไปอาบน้ำเพื่อคลายร้อน พรุ่งนี้ผมมีเรียนแต่เช้าไหนจะต้องซ้อมละครต่ออีก รีบอาบน้ำนอนเอาแรงดีกว่า

.

.

.

.

“หมอก เป็นอะไรเมื่อคืนนอนไม่หลับอีกแล้วหรอ”ใยไหมวางกระเป๋าไว้บนโต๊ะและทิ้งตัวลงข้างๆผม

เรากำลังนั่งรออาจารย์เข้ามาสอนในห้องเรียน นี่ก็จะใกล้เวลาเรียนแล้ว เพื่อนคนอื่นๆเริ่มทันอยมานั่งที่ประจำของตัวเองบ้างแล้ว

“เปล่า แค่รู้สึกเหมือนนอนไม่พอ”ผมว่า

“เหนื่อยหน่อยนะ ละครใกล้แสดงแล้วอีกนิดก็ได้พักแล้วแหละ”ใยไหมยื่นแก้วกาแฟมาให้ผม”มีคนฝากมา”

ผมรับแก้วกาแฟมาถือไว้และเงยหน้ามองใยไหม

“ทำไมเค้าต้องให้เด็กปีสองอย่างหมอกไปเล่นด้วยเล่า”ผมบ่น

“ฝึกประสบการณ์ไง เดี๋ยวปีหน้าหมอกจะได้เล่นอีก”ใยไหมพูดตอบกลับมา

“ไม่เอาแล้ววววว”

ไม่เด็ดขาด จะไม่แสดงละครอะไรทั้งนั้นแล้ว เอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่า ฮืออออ

“ซ้อมไปถึงไหนแล้วหมอก”ปอ เพื่อนผู้ชายที่นั่งอยู่ด้านหน้าผมหันมาถาม

“ตอนนี้ต่อบทได้กันหมดแล้ว”ผมตอบ

“แล้วจะเริ่มแสดงวันไหนอ่ะ”แบร์ที่นั่งอยู่ข้างปอหันมาถามอีกคน

“เดือนหน้านี้แหละ มีสามรอบ พวกแกเตรียมเสียเงินได้เลย”ใยไหมหัวเราะคิกคัก

พวกเราคุยกันต่อเรื่องซ้อมนิดหน่อย เห็นแบร์พูดด้วยว่าเคยไปคัดตัวเป็นพระเอกแต่ก็ไม่ได้ บ่นว่าเสียดาย แต่พอรู้ว่าคนที่ได้เป็นพี่เรย์ก็ดูเหมือนจะไม่มีปัญหากัน เพราะพี่เรย์ก็เหมาะกับบทนี้เหมือนกัน

หลังจากการเรียนอันยาวนานจบลง

ผมก็เดินออกจากห้องเรียนมารอซุงอยู่ที่หน้าตึกคณะคนเดียว เพราะใยไหมต้องไปเรียนต่อ ผมกำลังนั่งเปื่อยรอซุงอยู่ โทรไปหาซุงแล้วแต่ก็ไม่มีคนรับ ไม่รู้ว่าซุงทำอะไรอยู่ เห็นเมื่อเช้าบอกว่าไปทำกิจกรรมอาสากับคณะกลับเที่ยง นี่ก็บ่ายโมงแล้วก็ยังไม่มาซักที

“หมอก! รอใคร”ผมหันไปทางต้นเสียงก็เจอปอเดินมาทางผม

“รอซุง”ผมตอบ

“คณะวิทย์ออกไปทำกิจกรรมอาสายังไม่มาเลยหนิ เห็นมีคนบอกว่ารถเสียกลางทางอ่ะ”ปอพูด

“อ้าวหรอ!”ทำไมซุงมันไม่โทรบอกผมวะ

“ไปกับเราไหม เดี๋ยวเราไปส่งโรงละคร”ปอเสนอ

ผมเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนร่วมคลาสเล็กน้อยเพราะตัวเองนั่งอยู่ที่ม้านั่งหน้าตึกคณะ

“คือ...”ที่ไม่ตอบตกลงเพราะกลัวว่าถ้าไอซุงมันมารับแล้วมันจะไม่เจอผมนี่สิ แถมโทรไปมันก็ยังไม่รับสายผมเลยไม่กล้าไปไหน

“เห้ย ไม่ต้องเกรงใจ ติดรถเราไปแปปเดียวเอง”ปอพูดต่อเมื่อเห็นผมลังเล

“เดี๋ยวพี่ไปส่งเองครับ...”

ผมหันไปมองทางต้นเสียง ก็เจอกับเดือนคณะบริหาร ไม่ใช่ใครที่ไหน พี่วินนั่นเอง

พี่วินเดินมาหยุดอยู่ข้างผม พี่วินกับปอจ้องหน้ากันไม่มีใครหลบตา ทำไมรู้สึกเหมือนเห็นรังสีความน่ากลัวออกมาจากสองคนนี้

“โอเคครับ”ปอพูดและส่งยิ้มให้พี่วิน”เราไปแล้วนะหมอก”หันมาพูดตบท้ายกับผม

ผมพยักหน้าให้ปอที่เดินห่างออกไป ก่อนจะลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ

“ให้พี่ไปส่งนะ”

หือ ต้องขอด้วยหรอ จำได้ว่าก่อนหน้านี้พี่มันมัดมือชกผมให้ไปด้วยแล้วไม่ใช่หรอ

ไม่รู้ว่าเหตุผมที่กลัวว่าซุงมารับแล้วจะไม่เจอนั้นหายไปตอนไหน รู้แค่ว่าผมอยากจะมีช่วงเวลาทีได้อยู่กับเขา แม้จะเป็นเวลาสั้นๆก็เถอะ

ผมพยักหน้าเบาๆเพราะยังงงๆอยู่เล็กน้อย รู้ตัวอีกทีก็มานั่งอยู่ในรถพี่วินแล้ว รู้สึกว่ามันจะไม่ใช่คันเดิมที่เคยนั่งก่อนหน้านี้ แต่ก็สบายเชียวหล่ะ

ผมไม่กล้าเอ่ยปากอะไรตลอดทางการมาส่งของพี่วิน ไม่รู้ว่าต้องเริ่มพูดยังไง ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้ผมต้องรู้สึกยังไง

ผมต้องรู้สึกยังไงหล่ะ ที่ต้องมานั่งกับคนที่บอกรักผม ขณะเดียวกันเขาก็ดันเป็นคนเดียวที่บอกเลิกผม แล้วตอนนี้เขาอยากเริ่มต้นใหม่ ต้องต้องดีใจแล้ววิ่งเข้าไปกอดเขาหรอ ต้องลืมเรื่องในอดีตแล้วเริ่มต้นใหม่ง่ายๆเลยหรอ ใช่ ตอนนี้ผมกำลังคิดอย่างนั้นอยู่

ถ้าเขาพูดว่าอยากให้ผมกลับไป ผมก็จะไป และเมื่อไหร่ที่เขาหมดรักผมแล้ว เขาไม่ต้องการให้ผมอยู่ ผมก็จะไม่อยู่

ผมเลือกมากไม่ได้หรอก ผมรู้แค่ว่า ผมจะทำยังไงให้ผมมีเวลากับคนที่ผมรักมากที่สุด ผมไม่สนอดี ไม่สนอนาคตด้วยซ้ำ ผมรู้แค่วันนี้ ขอให้ผมได้มีโอกาสรักเค้าได้อยู่กับเค้าก็พอ

ว่าแต่...ทำไมค้องมาพร่ำเพ้ออะไรคนเดียวด้วยเนี่ย

ผมสบัดหัวไล่ความคิดเมื่อรถคันหรูของพี่วินมาถึงที่หมาย ผมปลดสายเบลท์และหันไปเปิดประตูรถ ไม่ลืมที่จะกล่าวขอบคุณ

“เหนื่อยไหม”คำพูดธรรมดาจากคนที่นั่นอยู่ข้างๆทำให้ผมหันไปมองหน้าเขาที่กำลังมองผมอยู่

ผมพยักหน้าเป็นคำตอบ ที่ไม่พูดไม่ใช่เพราะไม่อยากคุยด้วย แต่ผมแค่กลัว ว่าตัวเองจะเผลอร้องไห้ออกมา

ไม่มีคำพูดอื่นต่อจากนี้ ผมเดินลงมาจากรถยืนอยู่ที่หน้าโรงละคร มองดูรถที่กำลังเคลื่อนออกไปจนลับตา

ได้แค่นี้หรอ

ผมถอนหายใจออกมาก่อนจะเดินเข้าไปในโรงละครที่กำลังคึกคักเพราะรุ่นพี่ปีสามเปิดเพลงกันดังสนั่น ผมนี่นึกว่าจัดคอนเสริตกันซะอีก

“อ้าว หมอกมาแล้ว กินข้าวมาหรือยัง”พี่มินเดินเข้ามาถามผม ในมือถือกล่องขนมไว้อยู่

“กินแล้วครับ หมอกอยากกินชิ้นนั้น”ผมชี้ลงไปที่โดนัดในกล่องที่พี่มินถือ

“ไก่ มาคีบขนมให้น้องหน่อย”พี่มันหันไปเรียกพี่กุ๊กไก่ที่ยืนอยู่ข้างหลัง

พี่กุ๊กไก่หันมายิ้มให้ผมก่อนจะคีบขนมที่ผมชี้มาให้ถึงสามชิ้น ผมไม่โกรธหรอก เพราะพี่ๆเค้ารู้ว่าผมกินจุ

ผมรับขนมมาถือไว้ก่อนจะเดินไปนั่งที่เก้าอี้ด้านหน้าเวที

“พี่ก้านครับ วันนี้พี่เรย์มากี่โมงครับ”ผมเรียกพี่ก้านที่กำลังแบกของเดินผ่านหน้าผมไป ในบรรดารุ่นพี่นิเทศนี่ดูเหมือนพี่เรย์จะสนิทกับพี่ก้านที่สุดแล้ว

“เดี๋ยวคงมาแล้วครับ เห็นบอกว่าไปรับเด็กอะไรนี่แหละ”พี่ก้านหันมาตอบผม

“ไปรับเด็กหรอครับ”ผมทวนคำพูดพี่ก้านอีกครั้งเพื่อยืนยันว่าไม่ได้ฟังผิด

“ใช่ครับ”

อ่า ไอซุงแน่ๆเลย ยิ่งปอบอกว่ารถเสียด้วย

“นานหรือยังครับ”ผมถามต่อ

“ตั้งแต่เที่ยงแล้วนะ เลิกเรียนสิบเอ็ดโมงไอเรย์มันก็โทรมาหาพี่ว่าจะไปข้างนอกนั่นแหละ”พี่ก้านตอบ

งั้นแสดงว่าที่โทรไปไม่รับนี่ คงไม่ใช่ว่าทำอะไรกันอยู่แล้วไม่ได้ยินโทรศัพท์ผมหรอกนะ แต่ช่างเถอะ เห็นว่าเป็นพี่เรย์กับไอซุงหรอก

ผมยิ้มตอบกลับไปให้พี่ก้านที่ยกของเดินไปหลังเวที ก่อนจะมาสนใจโดนัทสามชิ้นตรงหน้าของตัวเอง

ครืด ครืด !!

ผมล้วงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับขณะที่คาบโดนัทไว้ในปาก

(หมอก! อยู่ไหนแล้ว?) เสียงไอซุงโวยวายเข้ามาในสายทั้งๆที่เป็นเบอร์พี่เรย์โทรมา

“โรงละคร”ผมตอบและเคี้ยวขนมในปากไปด้วย

(กินอะไรหรือยังครับ เดี๋ยวพี่ซื้อเข้าไปให้) เสียงพี่เรย์พูดกลับมา

“หมอกกินแล้วครับ พี่เรย์จะซื้อมาอีกก็ได้”ผมกัดโดนัดอีกคำ

(โอเคครับ) พี่เรย์ตอบกลับมา

(พี่แหละช้า เห็นไหมมันไม่รอเลย) เสียงไอซุงโวยวาย ก่อนสายจะตัดไป

ผมกินโดนัดในมือตัวเองต่อจนหมด ไม่นานนักพี่เรย์กับซุงก็มาถึง เราเริ่มซ้อมละครกันต่อนิดหน่อย วันนี้ซ้อมกันไม่ดึกมากเพราะ พี่ๆปีสามบอกมีงานต้องไปทำต่อ เห็นบอกว่ารับงานอะไรกันนี่แหละ

ผมเดินออกมากับซุง รอพี่เรย์ที่เดินไปเอารถอีกทาง

“เดี๋ยวมึงกลับกับพี่วินนะ”ไอซุงพูดนะหว่างที่ทิ้งตัวลงนั่งข้างๆผม

ผมหันไปมองหน้าไอซุง เลิกคิ้วขึ้นอย่างนึกแปลกใจ

จะไม่ให้แปลกใจได้ยังไงก็ก่อนหน้านี้ไอซุงมันชอบพราวินที่ไหนหล่ะ จู่ๆวันนี้ก็มาลอกให้ผมกลับกับพี่วินซะงั้น

“เค้ามาหากู เค้าบอกว่าครั้งนี้เค้าจริงจัง”ไอซุงพูดต่อ”กูแค่ไม่อยากขัดขวางความรักใคร โดยเฉพาะมึง”

“มึงคิดว่าเค้าจะจริงจังหรอ”ผมถามมัน

“นี่ไง มึงพูดเองไม่ใช่หรอ ว่าถ้าเค้าแสดงให้มึงเห็นว่าเค้าจริงจัง มึงก็จะกลับไป แค่ตอนนี้มันต่างกันนิดหน่อยเองหมอก มันต่างตรงที่เค้าไม่ได้แสดงให้มึงเห็น แค่เค้ากำลังทำให้คนที่อยู่รอบๆตังมึงเห็นว่าเค้าจริงจัง ลองคิดดูดิถ้าเค้าไม่จริงจัง เค้าจะไปหาพี่ปลายทำไม เค้าจะไปคุยกับพี่เรย์ทำไม เค้าจะมาคุยกับกูทำไม”

“เดี๋ยวๆ เค้าไปหาพี่ปลายด้วยหรอ”

“อือ คนแรกเลยมั้ง ไอซีนมันบอกกูมา”

“ซีนอ่อ ยังไม่เลิกสืบเรื่องพี่ปลายอีกหรอ”

“เลิกแล้ว เห็นบอกว่าพี่ปลายขู่”ไอซุงหันมาพูดเสียงน่ากลัว

“ขู่อ่อ ขู่ว่า”อยากรู้ว่าพี่ปลายจะขู่คนอย่างน้องซีนว่ายังไง

“หึๆ...”ไอซุงยิ้มมุมปากจนผมรู้สึกสยองก่อนที่มันจะโน้มหน้าเข้ามาใกล้ผม กระซิบเสียงเบาๆที่ข้างหู “ถ้าไม่เลิก พี่จะจับทำเมีย”

แม่ แม่จ๋า แม่จะมีลูกสะใภ้เพิ่มแล้ว ฮือ ดีใจแทน

“ตลก พี่ปลายเนี่ยนะ”ผมดันไอซุงออก

“มึงเขื่อกูอ่อ”แล้วมันก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา

เออ เชื่อใครไม่ได้จริงๆด้วย

ผมหันหน้าหนีไอซุงและส่ายหัวให้กับความกวนตีนของมันไปด้วย

“พี่วินมาแล้วโน้น”ไอซุงสะกิดผมให้หันไปมองตามมัน

ผมมองไปก็เห็นพี่วินที่ใส่แมสปิดปากสีดำไว้ กำลังก้าวขาลงมาจากรถคันเดิมที่มาส่งผมเมื่อตอนบ่ายและกำลังเดินมาทางผมพร้อมกับพี่เรย์ที่จอดรถอยู่ข้างๆรถพี่วิน

เหมือนสองคนนั้นจะหยุดคุยกันอยู่สักพัก ก่อนที่จะเดินมาทางผมและซุงที่นั่งแย่งลูกอมกันอยู่

“น้องซุงครับ กลับห้องกัน”พี่เรย์เดินมาหยุดอยู่ข้างๆไอซุง แย่งถุงขนมจากมือไอซุงไปถือไว้ ไม่ทันให้ไอซุงได้โวยวายอะไรด้วยซ้ำก็จูงมือไอซุงไปที่รถเรียบร้อย

เดี๋ยวเซ่!!! ยังไม่ทันได้บอกลาเลย จะไปไหนแล้ว

“ให้พี่ไปส่งนะครับ”พี่วินยื่นมือมาข้างหน้าผมเพื่อจะช่วยถือกระเป๋าที่ผมสะพายอยู่

“ครับ”ผมลุกขึ้นยืนส่งกระเป๋าให้พี่วินไปถือไว้ก่อนจะเดินตามพี่วินไปที่รถ

รอบนี้ผมต้องได้คุยกับพี่วิน ต้องคุยให้มากกว่าเมื่อตอนบ่ายให้ได้ ตอนนั้นตื่นเต้นเกินไป ไม่รู้จะพูดอะไรดี

ผมนั่งท่องสิ่งที่จะถามพี่วินไว้ในใจ เรียบเรียงว่าจะถามเรื่องไหนก่อนดี แต่ไม่ทันที่ผมจะได้เอ่ยปากถามคนที่กำลังขับรถอยู่ก็ถามออกมาซะก่อน

“พี่คุยกับเรย์เรื่องแฟนหมอกแล้ว”

“ไม่มีครับ”ผมต่อให้โดยที่ไม่ได้หันไปมองหน้าพี่วิน

“พี่นึกว่าแฟนหมอกซะอีก”พี่วินพูด

ผมต้องพูดอะไรต่อหล่ะ เรื่องนี้ไม่ได้คิดไว้ด้วยว่าจะพูดอะไรดี

“เรากลับมาคบกันได้ไหม หมอกให้พี่เริ่มใหม่ได้ไหมครับ”พี่วินหันมามองหน้าผมขณะที่รถกำลังติดไฟแดงอยู่

ผมหันไปมองพี่วินที่ยังใส่แมสอยู่

“ไม่มีหมอกพี่อยู่ได้นะ แต่แค่พี่ไปมีความสุขเหมือนเดิมโดยที่ไม่มีหมอกไม่ได้”

ผมโคตรอยากจะตะโกนใส่หน้าคนที่กำลังพูดอยู่ว่าผมก็กำลังรู้สึกแบบนั้น

“หมอกให้พี่แก้ไขสิ่งที่พี่ทำผิดไปได้ไหมครับ”

“พี่แน่ในแล้วหรอ ว่าพี่อยากให้คนที่ยืนอยู่ข้างพี่ตรงนั้นเป็นผม”ผมหลบตาพี่วิน หันไปมองข้างทางที่เริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง

“เพราะพี่รู้สึกกับหมอกแค่คนเดียว เพราะเป็นหมอก พี่ถึงอยากให้กลับมา”

เพราะเป็นพี่เหมือนกัน ผมถึงอยากให้กลับมา

พี่วินเลี้ยวรถเข้ามาจอดที่หน้าหอของผม เรานั่งเงียบอยู่ซักพักเพราะไม่รู้ว่าต้องพูดอะไรต่อจากนี้

“พี่กดดันหมอกอยู่หรือเปล่า”พี่วินพูดออกมา ไม่ได้หันมามองหน้าผม

“เปล่าครับ”

ผมกำลังคิดอยู่ต่างหาก ว่าทำไมพี่วินไม่ถอดแมสออก เห็นแล้วหงุดหงิดชะมัด อ่าว ไม่ได้ถามอันนี้หรอ

พี่วินเงียบอีกครั้ง

“พี่จะโอเคหรอ หมอกเอาแต่ใจนะ พูดไม่รู้เรื่องด้วย”ผมเริ่มพูด

“โอเคสิ ขอแค่เป็นหมอก”พี่วินหันมามองหน้าผม

“หมอกดื้อมากเลยนะ กินจุอีกต่างหาก”

“พี่เลี้ยงไหวครับ”พี่วินกำลังยิ้มให้ผม แม้จะไม่เห็นปากแต่แววตาของเขากำลังทำให้ผมรุ้สึกอย่างนั้น

“หมอกชอบงอแง แล้วก็คิดมากด้วยนะ”ผมทำหน้างอลงเล็กน้อย

ทำไมข้อเสียตัวเองเยอะจังวะ เพิ่งจะรู้ก็วันนี้แหละ

“พี่รักหมอกครับ หมอกจะเป็นอะไรพี่ก็รัก”พี่วินมองหน้าผม แววตาที่สื่อออกมาเต็มไปด้วยความจริงใจจนหัวใจผมกระตุก

คำว่ารักจากปากพี่วินที่ผมเคยได้ยินมาก่อนหน้านี้เทียบไม่ติดเลยกับตอนนี้

“คบกับพี่นะครับ”พี่วินพูดประโยคต่อมาขณะที่ผมกำลังอินกับคำบอกรักของเขาอยุ่

“เห็นแก่อันนั้นหรอก ยอมคบก็ได้”เพราะเขินกับความคิดกามๆของตัวเองอยู่ผมเลยหันหน้าออกไปมองนอกรถ

“อะไรครับ”เหมือนพี่วินจะไม่เข้าใจสิ่งที่ผมกำลังสื่อ

“ผมหมายถึงอันนั้นแหละ ทำไมผมแค่หมกมุ่นเรื่องอย่างว่าแล้วพี่จะไม่คบกับผมแล้วหรอ”ผมหันไปทำหน้างอ

เสียตัวไปแล้วจะไม่รับผิดชอบหรือไง

พี่วินหัวเราะออกมาเบาๆ เอื้อมมือมาเปิดลิ้นชักหน้ารถก่อนจะหยิบแหวนวงนึงออกมา แหวนที่มันเคยอยู่บนนิ้วของผม

“ของหมอกครับ รอบหน้าถ้าไม่อยากได้มันแล้ว ก็โยนมันทิ้งไปเลยนะ พี่ไม่รับคืน”พี่วินยื่นแหวนมาให้ผม

ผมรับแหวนมาก่อนจะส่วมมันเข้าที่เดิม ที่ที่มันเคยอยู่

“เผื่อจะได้เอาไปให้คนอื่นไงครับ”ผมพูดขณะที่สวมแหวนใส่นิ้วไปด้วย

“ไม่มีหรอกครับ พี่มีหมอกแค่คนเดียว”พี่วินพูดต่อ

ผมหันไปยิ้มให้พี่วินก่อนจะชี้นิ้วไปที่หน้าพี่วิน พี่วินเลิกคิ้วเล็กน้อยเป็นเชิงถาม

“ปิดไว้ทำไมครับ”

ผมดึงแมสออกจากหน้าพี่วินก่อนจะเบิกตากับสิ่งที่เห็น

“ไปทำอะไรมาครับ”มุกปากพี่วินมีรอยแตกเล็กน้อย แม้จะเล็กน้อยมากแต่เลือดมันก็ออก ถึงจะทำแผลไปแล้วก็เถอะ

“ไม่มีอะไรครับ”พี่วินยิ้มกลับมา

“บอกผมมาเดี๋ยวนี้”จะไม่มีอะไรได้ยังไง ถ้าไม่มีอะไรอย่างที่พูดแล้วปากมันจะแตกเองได้ยังไง

“คือพี่ไปหาพี่กัสมา...”

“พี่กัสต่อยพี่หรอ”ผมทำตาโต

ทำไมพี่กัสมาไทยแล้วไม่บอกผม หายไปไหนอีกแล้ว นี่ผมเป็นน้องนะ อย่างนี้ต้องโทรไปฟ้องแม่

“ช่างมันเถอะครับ มันผ่านมาแล้วนะ”

ผ่านมาแล้วกับผีสิ ตอนบ่ายที่มาหาผมยังไม่มีเลย แสดงว่าเพิ่งไปเจอกันมาแน่ๆ ไม่รู้จะโกรธพี่กัสที่มาไทยแล้วไม่บอก หรือจะโกรธเรื่องที่พี่กัสต่อยพี่วินดี อุตส่าขอไว้แล้ว ว่าไม่ให้ทำอะไรพี่วิน ยังโดนหมัดจนปากแตกขนาดนี้ นี่ถ้าไม่ขอไม่อยากนึกสภาพเลยว่าพี่วินจะกลายเป็นอะไร

“พี่กัสบอกว่ารอหมอกไปกินข้าวด้วยอยู่ครับ น่าจะรอที่ห้อง”พี่วินพูด

“พี่กัสรออยู่ที่ห้องหรอครับ”ผมพูด

“ครับ”

“พี่วินขึ้นไปด้วยกันไหม”

“หมอกจะชวนพี่ไปโดนต่อยอีกรอบหรอครับ”

ไม่ใช่นะ แค่อยากให้ไปคุยกันดีๆต่างหาก พี่กัสจะได้รู้ว่าจริงๆแล้วพี่วินน่ารักขนาดไหน

งงใจตัวเอง ทำไมถึงอวยแฟนเก่งขนาดนี้ก็ไม่รู้

“วันนี้พี่ต้องไปหาพ่อต่อครับ”พี่วินพูดต่อ

“งั้นไว้โอกาสหน้า”ผมหันไปพูด

“ครับ”พี่วินยิ้มตอบกลับมา”หมอกขึ้นไปพักเถอะ”

“ครับ หมอกไปแล้วนะ”หันมาโบกมือลา พายกระเป๋าขึ้นบ่าก่อนจะเปิดประตูลงจากรถ

หวังว่าครั้งนี้ เรื่องของผมกับพี่วินจะไม่จบแบบเดิมนะ ขอให้มันไม่เป็นแบบเดิมก็พอแล้ว เพราะถ้ามันกลับไปเป็นแบบนั่นอีก ใจผมมันต้องพังมากๆแน่








—————————————-

คอมเค้าเปิดไม่ได้อ่ะ ฮือออ

เค้าพิมพ์ในโทรศัพท์ไม่ถนัดเลย

เค้ากลับมาอัพแล้วนะ อย่าหนีเค้าไปไหนนะ

ความคิดเห็น