facebook-icon

ภาคลูกคือ 'ของเล่นในรังโจร' กับ 'สะใภ้เจ้า' นะคะ

ตอนพิเศษ : เซเรนัส ควอนอร์

ชื่อตอน : ตอนพิเศษ : เซเรนัส ควอนอร์

คำค้น : ซีค, วีนัส, บ่วงรักเจ้าทะเลทราย, เจ้าชาย, ทะเลทราย, jungkook, bts, bts fic

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.7k

ความคิดเห็น : 35

ปรับปรุงล่าสุด : 28 เม.ย. 2562 22:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนพิเศษ : เซเรนัส ควอนอร์
แบบอักษร

       เช้าวันใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นพร้อมกับอาการมึนหัวนิด ๆ ผมนั่งสะลึมสะลืออยู่บนเตียงหลังจากอาบน้ำอาบท่าแต่งตัวเพื่อรอฟังผลตรวจจากหมอหลวง ครับ ผมเจ็บออด ๆ แอด ๆ มาตลอดอย่างหาสาเหตุไม่ได้ นี่ก็นับครั้งไม่ถ้วนแล้วที่หมอไม่รู้จะให้การรักษาอย่างไร เรียกได้ว่าแม้แต่ตัวผมเองยังไม่รู้เลยว่าตัวเองเป็นอะไรกันแน่ บางวันนึกจะเป็นลมก็เป็นขึ้นมาเสียดื้อ ๆ หรือวูบกลางอากาศเกือบล้มหัวฟาดพื้นก็มี เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นไม่เว้นวันจนซีคไม่กล้าทิ้งผมไปไหนเอาแต่เฝ้าผมตลอดคอยเดินประคองไม่ห่างแล้วมอบหมายให้เซฟเซียสำเร็จราชการแทน  แต่วันนี้แย่หน่อย เพราะอยู่ ๆ ซีคก็อาการทรุดขึ้นมาแต่กลับต้องไปเจรจากับคู่ค้าพันธมิตรที่ต่างเมือง ขาเขาชาเดินแทบไม่ได้หลังจากได้รับการกระทบกระเทือนจากการต่อสู้กับเดฟสกัฟฟลอเมื่อเดือนที่แล้ว ผลจากที่ไปตามตัวมันกลับมาให้เจนัส ลูกรักดั่งแก้วตาดวงใจที่ตอนนี้แยกตัวไปอยู่ต่างบ้านต่างเมืองด้วยคำตัดสินของผม ว่าแล้วก็อย่าพูดถึงเลยดีกว่า เพราะที่เป็นอยู่นี่ก็แย่พออยู่แล้ว และขณะที่กำลังนั่งคิดนู่นคิดนี่ เสียงสการ์ก็ดังขึ้นพร้อมกับเสียงเคาะประตู

                "ท่านวีนัสขอรับ"

                "เข้ามา" ผมขานรับ ทันใดนั้นประตูห้องถูกเปิดเข้ามาพร้อมกับหมอหลวงที่มีสีหน้าผิดต่างไปจากครั้งก่อน ๆ เวลามาส่งผลตรวจ

                "ท่านวีนัสขอรับ ผลตรวจออกแล้วขอรับ" สการ์พูดยิ้มแล้วรีบยื่นซองน้ำตาลมาให้

                "อะไรกัน ทำไมทำหน้าทำตายินดีมีความสุขกันขนาดนั้นเล่า" ผมรับมันมาถือไว้แล้วไล่สายตามองทุกคนในห้องที่มีทีท่าว่ายืนไม่ติดที่

                "นี่ ยิ้มอะไร" ผมถามซ้ำมือก็ค่อย ๆ แกะซองกระดาษออก

                "ท่านวีนัสรีบดูผลตรวจสิขอรับ" สการ์เข้ามาเขย่ามือผมอย่างลืมตัว แต่ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรและเอามือล้วงเข้าไปในซองน้ำตาลเพื่อหยิบกระดาษรายงานออกมา

                "ผลเป็นยังไงนะ ทำไมพวกเจ้าถึงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ อยากให้ข้า…" พูดไม่ทันจบผมก็ต้องเอามือทาบอกเมื่อเนื้อความบนกระดาษเขียนว่าผมตั้งท้องได้สี่เดือนกว่า ๆ และที่สำคัญ ทารกในครรภ์เป็นหญิง

                "ทารกในครรภ์เป็นหญิงงั้นรึ…" น้ำตาผมไหลโดยไม่รู้ตัวแล้วหลุดขำออกมาเมื่อยัยตัวน้อยเป็นต้นเหตุให้ผมป่วยมาตลอด

                "ฮ่า ๆ หมอ เราได้ลูกสาว" ผมยื่นกระดาษรายงานให้ดู ในนั้นมีรูปเอกซเรย์ของยัยหนูถูกแม็กติดไว้

                "ขอรับ ท่านวีนัสมีธิดาองค์น้อย ๆ ให้พวกเราอุ้มอีกแล้ว" สการ์พูดพลางเอามือปาดน้ำตา จังหวะสั้น ๆ เจ๊ส้มก็พุ่งพรวดเข้ามาแล้วโหวกเหวกโวยวาย

                "ไหน !!! ใครว่าอินังตัวดีของชั้นมันท้องลูกสาว ! ไหน !" เจ๊แกทำท่ามองซ้ายมองขวาแล้วหยุดสายตาที่ผมก่อนดิ่งเข้ามาหาแล้วนั่งลงข้าง ๆ

                "อร๊า !!! ทารกในครรภ์เป็นหญิง !!!" เจ๊ส้มสะบัดผลตรวจในมือไปมาแล้วหันมากอดผมแน่นจนหายใจแทบไม่ออก

                "ชั้นกำลังมีหลานสาว !!! ชั้นกำลังมีหลานสาววววว !!!" ปากก็ตะโกน สองมือก็จับผมเหวี่ยงไปมาภายในอ้อมกอดของเขา ว่าจบเจ๊ก็ผละผมออกอย่างแรงแล้วลุกขึ้นเต้นโยกซ้ายโยกขวา เรียกได้ว่าตื่นเต้นกว่าแม่แท้ ๆ อย่างผมซะอีก

                "อีส้มจี๊ดกำลังมีหลานสาว อีส้มจี๊ดกำลังมีหลานสาว อีส้มจี๊ดกำลังมีหลานสาว อร๊า ! หลานสาวของป้า ออกมาจะต้องสวยเหมือนป้า ! ฮิ !" เป็นปกติที่ถ้าเจ๊แกคุมสติไม่อยู่ก็จะพูดไม่หยุดยืนวี๊ด ๆ ว๊าย ๆ ส่ายก้นไปมาแถมพูดจ้อย ๆ จนไม่รู้ว่าจะฟังเรื่องไหนก่อนดี

                "หมอ ! เร่งหายาบำรุงมาให้อินังตัวดีกิน แล้วก็นะ เรื่องอาหารการกินเรื่องโภชนา เจ๊ขอคุมเข้ม ! ต้องครบห้าหมู่แล้ววิตามินแร่ธาตุก็ต้องเพียงพอต่อร่างกายที่ต้องการด้วย ! ส่วนเจ๊ ! ขอตัวไปดูตลาดหุ้นกับหวยใต้ดิน นับจากวันนี้เป็นต้นไป ทุกวินาทีถือว่าเป็นเงินเป็นทอง เพราะถ้าไม่มีทองหนึ่งหีบมารับขวัญหลาน ไม่ต้องเรียกชั้นว่า ! ส้มจี๊ด ฮัลลอฟ !" พูดจบเจ๊ส้มจี๊ดผู้ที่ขึ้นชื่อว่าแทบจะเป็นคนจัดการทุกอย่างให้กับลูกของผมตั้งแต่รุ่นเจนัสก็เดินออกจากห้อง ส่วนนามสกุลฮัลลอฟเป็นนามสกุลของสการ์ ผัวเด็กสุดรักสุดหวงของเขาแหละ งานนี้ทหารคนสนิทของท่านซีคถึงกับหน้าขึ้นสีกันเลยทีเดียว ส่วนตัวซีคน่ะหรอ ตอนนี้คงกำลังนั่งหน้าบูดเป็นม้าหลวงเป็นไส้เลื่อนอยู่ในที่ประชุมล่ะมั้ง

                4 ชั่วโมงต่อมา

                ผมนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงกว้างอย่างใจจดใจจ่อรอว่าเมื่อไหร่ซีคจะมาถึง ผมเที่ยวถามทหารว่าตอนนี้เขาเดินทางกลับมายังเอิร์กถึงไหนแล้ว ทหารก็บอกว่าตอนนี้กำลังอยู่ที่หัวเมือง ถึงแม้ร่างกายจะไม่พร้อมนัก แต่เขาก็ทำงานหนักเพื่อประชาชนเสมอ แต่ถ้าเขารู้ล่ะว่าตอนนี้ผมมีลูกสาวตัวเล็ก ๆ นอนขดตัวอยู่ในท้อง ว่าที่องค์ราชาอย่างเขาจะไม่เร่งควบม้ากลับมาเลยหรอ

                "ท่านแม่ พี่สการ์บอกว่าท่านแม่มีน้องสาวให้พวกเรา" ว่าแล้วเสียงเซฟก็ดังมาแต่ไกลพร้อมกับเจ้าเซียที่วิ่งนำเข้ามาแล้วกระโดดขึ้นมานั่งบนที่นอน

                "หมอรู้ได้อย่างไรท่านแม่" เซียถามแล้วเอามือลูบท้องของผมเบา ๆ

                "แล้วน้องเป็นแฝดเหมือนพวกเรามั้ย"

                "น้องดิ้นแรงรึเปล่า" สองแฝดแย่งกันถามจนผมไม่รู้ว่าจะตอบใครก่อนจึงล้มตัวลงนอนแล้วถามกลับไปเองว่าตอนนี้ซีคอยู่ไหนแล้ว

                "ถามมากซะแม่ตอบไม่ถูกเลย เอาล่ะ ตอนนี้พ่อเจ้าถึงไหนแล้วหื้ม"

                "ตอนนี้น่าจะเคลื่อนขบวนออกจากหัวเมืองแล้วนะท่านแม่ เพราะนี่มันก็เลยเวลามานานมากแล้ว"

                "ไปบอกทหารไป บอกทุกคนเลยนะว่าห้ามบอกเด็ดขาดว่าแม่มีน้อง แม่จะให้พ่อรู้จากปากแม่เอง"

                "ตกลง !" ทั้งสองตอบพร้อมกันก่อนมองหน้ากันพลางอมยิ้มแล้วรีบออกจากห้อง ผมมองลูกชายสองคนที่เหมือนซีคอย่างกับถอดกันมา เซฟและเซียเหมือนซีคมากจนบางครั้งออกงานแล้วคนทักผิด แต่ซีคตัวจริงนี่สิ เมื่อไหร่จะมาถึงสักทีนะ

                จากวินาทีเปลี่ยนเป็นนาที จากนาทีเปลี่ยนเป็นชั่วโมง ผมรอจนแทบหลับแต่แล้วประตูห้องก็ถูกเปิดเข้ามา ซีคมีสีหน้าไม่ดีนัก เขาทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้แล้วรีบถอดผ้าโพกหัวออกก่อนถอนหายใจออกมา

                "สการ์ พาข้าไปอาบน้ำ" ร่างสูงออกปากสั่ง ครับ ตลอดเวลาที่ขายังกลับมาใช้งานได้ไม่เต็มที่ สการ์จะจัดการเรื่องนี้ แต่ว่าวันนี้มีข่าวดี ผมเลยอยากให้เขาแข็งใจลองทำอะไรด้วยตัวเองสักหน่อย

                "สการ์ ไม่ต้องเข้ามา วันนี้เขาไหว" และแน่นอนพอผมพูดอย่างนั้นเจ้าตัวก็โวยทันที

                "ไหวอะไร ! ขาข้าชาจนไร้ความรู้สึกแล้ววีนัส ! แล้วไอ้ไม้เท้าบ้านี่ก็หนัก ข้าต้องลงน้ำหนักขาข้างเดียวจนตอนนี้ข้างที่ปกติก็ปวดไปหมดแล้ว !"

                "โวยวายอะไรพ่อมึง หื้ม" ผมถามยิ้มนอนเท้าคางมองคุณพ่อที่ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังมีลูกสาวสมใจอยากสักที

                "ไม่ต้องมาพ่อมงพ่อมึงเลย ! สการ์ ! มาอาบน้ำให้ข้า !"

                "สการ์ ไม่ต้อง"

                "อะไรวีนัส ! เจ้าตั้งใจทำอะไร ! เจ้าอยากให้ข้าลื่นล้มหัวฟาดพื้นตายคาห้องน้ำใช่มั้ย !"

                "คิดอย่างนั้นก็แล้วแต่"

                "เออ ! ใช่สิ ! ข้ามันขาเป๋ ! เจ้าเลยคิดการชั่วริอาจมีผัวใหม่ !" ซีคเลือดขึ้นหน้าถึงขั้นกระทุ้งไม้เท้ากับพื้นอย่างจังจนเสียงดังสนั่น เขาเป็นแบบนี้เสมอแหละ ส่วนผมน่ะหรอ ไม่โกรธหรอก เพราะเชื่อว่าถ้าเขาได้ฟังข่าวดีจะต้องเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือแน่ ๆ

                "เลิกหงุดหงิดแล้วไปอาบน้ำได้แล้ว วันนี้ข้ามีข่าวดี" ต่อให้เขาเอาแต่แหกปากโวยวายยังไงผมก็เลือกที่จะยิ้มให้อยู่ดี ก็ตอนนี้ยัยตัวแสบอาจจะกำลังหัวเราะคิกคักที่พ่อของเขาหงุดหงิดเป็นผีบ้าอยู่ก็ได้

                "ไปก็ไป ! ไล่อยู่ได้ ! เมียอัปลักษณ์ !" และเขาก็จบประโยคด้วยคำว่า 'อัปลักษณ์' มันเป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว

                30 นาทีต่อมา

                ซีค ควอนอร์ ว่าที่องค์ราชาลำดับที่ 13 ของเมืองเอิร์กนั่งหวีผมอยู่หน้ากระจกด้วยสีหน้าหงุดหงิด คิ้วหนาขมวดชนกันปากก็คว่ำจนแทบจะเป็นสระอิ ตาบ้านี่ไม่เอะใจสักนิดเลยหรอว่าข่าวดีที่ว่าคืออะไร

                "นี่วีนัส แล้วข่าวดีที่เจ้าจะบอกข้าน่ะคืออะไร" นั่นไง เขาหันหน้ามาถามแล้ว

                "มาฟังใกล้ ๆ สิ จะบอก"

                "มีอะไรก็พูดมาเถอะน่า ! ทำไม ! น้ำหนักเจ้าลงรึไง !"

                "ไม่เลย แถมข้ายังอ้วนขึ้นทุกวันทุกวันอีก"

                "เห้อ… สการ์ มาแต่งตัวให้ข้าที" เอาอีกแล้ว เขาใช้สการ์ทำนู่นทำนี่ให้อีกแล้ว แต่ผมก็ปล่อย ไม่ได้ว่าอะไร จนกระทั่งสการ์เดินเข้ามาซีคจึงเอ่ยปากถาม

                "สการ์ วีนัสบอกว่ามีข่าวดี เจ้าพอจะรู้มั้ยว่าอะไร"

                "ไม่ขอรับ" สการ์กลั้นยิ้มจนแก้มปริ เป็นอย่างนี้ยิ่งสร้างความโมโหให้ซีคมากขึ้น ซึ่งผมไม่อยากให้เป็นแบบนั้นเพราะกลัวว่าเส้นเลือดในสมองจะแตกตายก่อน

                "เอาล่ะสการ์ ออกไปได้แล้ว เราจัดการเอง" ผมค่อย ๆ ก้าวขาลงจากเตียงแล้วเดินไปสวมเสื้อให้คนเป็นพ่อที่นั่งอยู่หน้ากระจก

                "ดูซิใครหงุดหงิดจนคิ้วผูกโบแล้ว" สองมือฉีกแก้มให้อีกคนยิ้ม แต่ซีคก็รีบสะบัดหน้าหนี

                "วีนัส ! เลิกปั่นประสาทข้าสักที !"

                "โอ๋ ๆ พ่อมึงหงุดหงิดใหญ่แล้ว" เผื่อเขาจะสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติของร่างกายผมบ้างผมจึงกอดศีรษะเขาไว้แล้วกดให้ใบหน้าหล่อเหลาซุกอยู่บนท้องนูนน้อย ๆ

                "วีนัส !!! ปล่อยมือเจ้าเดี๋ยวนี้นะ !!! ข้าหายใจไม่ออกเพราะพุงอ้วน ๆ ของเจ้า !!!"

                "โอ๊ะพุงหรอ…" เพราะเขาไม่รู้ว่าผมไม่ได้ท้องใหญ่ขึ้นเพราะกินเยอะผมจึงปล่อยศีรษะเขาแล้วเอามือเลิกชายเสื้อขึ้นช้า ๆ

                "เปิดพุงเจ้าให้ข้าดูทำไม" เมื่อเป็นอย่างนั้นคุณพ่อถึงขั้นทำคิ้วขมวดไม่พอยังเบือนหน้าหนี

                "ลองเอามือลูบดูสิ" ผมพูดยิ้มแล้วดึงฝ่ามือหนามาลูบบนท้องผมเบา ๆ ฝ่ามือของเขาสากผลจากการทำงานหนักไหนจะจับดาบจับอาวุธ แต่ผมเชื่อว่ายังไงซะยัยหนูต้องรู้สึกปลอดภัยทุกครั้งยามที่ซีคสัมผัสมันลงมา

                "ท้องเจ้า…" เขาทำหน้าสงสัยคล้ายคิดว่าทำไมท้องผมถึงใหญ่ขึ้น

                "ท่านว่าท้องข้าใหญ่ขึ้นมั้ย" ผมถาม ซีคกดน้ำหนักมือลงเบา ๆ

                "ใหญ่ขึ้นมากเลยนะ… อืมนี่วีนัส แล้ววันนี้ผลตรวจเป็นอย่างไรบ้าง หมอได้บอกมั้ยว่าทำไมท้องเจ้าถึงใหญ่ขนาดนี้" สีหน้าซีคไม่สบายใจนัก แต่แล้วคำพูดของผมก็ทำให้เขาถึงกับเบิกตากว้าง

                "หมอบอกว่าข้าตั้งท้องได้สี่เดือนกว่า ๆ ที่สำคัญ… ทารกในครรภ์เป็นหญิง" ทันทีที่สิ้นสุดคำพูดซีคเงยหน้ามองมายังใบหน้าเปื้อนยิ้มของผมส่งผลให้เราสองคนสบตามองกันพอดี นัยน์ตาคู่นั้นรื้นไปด้วยหยาดน้ำตาอย่างเห็นได้ชัดก่อนที่อ้อมแขนแกร่งจะเกี่ยวเอวคอดไปกอดแล้วเอาหน้าซบท้องตามด้วยใช้ฝ่ามืออีกข้างลูบวนบนท้องนูนซ้ำ ๆ เขาหลับตาลงแล้วพรมจูบผิวเนียนละเอียดจนผมรู้สึกจั๊กจี้ ยิ่งไปกว่านั้น ซีคกำลังร้องไห้

                "ลูกสาวของพ่อ" หยาดน้ำตาสีใสไหลอาบแก้มแต่ไร้ซึ่งเสียงสะอื้น มือของเขาลูบไปมาไม่พอยังออกแรงกดเบา ๆ คล้ายสงสัยว่าผมท้องตั้งแต่เมื่อไหร่ แหงล่ะ ก็เขาไข่ทิ้งไว้ทีไรก็ลืมตลอด

                "คุณพ่อร้องไห้ทำไมคะ" ผมถามด้วยคำพูดคะขา ซีคเองรีบกระชับผมแน่นกว่าเก่าแล้วจูบซ้ำ ๆ ไม่หยุด

                "ลูกของพ่อ ลูกของพ่อ" คุณพ่อพูดซ้ำ ๆ แล้วพรมจูบด้วยความเสน่หา

                "ฮ่า ๆ ดีใจใช่มั้ย" ผมถาม เขาพยักหน้าตอบ

                "คิดชื่อให้ลูกเลยนะ ข้าอยากรู้เหมือนกันว่ายัยหนูจะชื่ออะไร" แน่นอนว่าหน้าที่นี้มันหน้าที่เขาอยู่แล้ว และซีคก็ตอบทันควัน

                "เซเรนัส นางนามว่าเซเรนัส" พูดจบใบหน้าสีไหม้แดดก็ถูกับท้องผมเบา ๆ เขาเอามือลูบอยู่อย่างนั้น บ้างก็ลูบบนท้องน้อยแล้วประคองมาลูบทั่วทั้งบริเวณ

                "เซเรนัส ควอนอร์" ซีคพูดต่อ ที่สำคัญเขายังคงจูบท้องผมไม่หยุด

                "พอได้แล้วมั้งท่าน" ผมแซวขำ แต่แล้วซีคก็ไม่รู้ไปเอาแรงมาจากไหน เขาลุกขึ้นยืนแล้วพาผมเดินไปยังที่นอนโดยไม่ต้องใช้ไม้เท้าเลยสักนิดก่อนที่จะประคองให้ผมนั่งลงอย่างช้า ๆ

                "นอนลงซะ ข้าจะไปบอกทุกคนว่าเจ้าท้องลูกสาว"

                “เดี๋ยว ท่าน”

                “เจ้าไม่ต้องตามมา ข้าจะไปบอกทหาร !” ซีคไม่ฟังผมเลย เขาวิ่งขากะเผลกออกจากห้องมือก็ถือไม้เท้าไปด้วยแล้วเที่ยวประกาศกับเหล่าทหารว่าเขาได้ลูกสาว

                “ข้าได้ลูกสาว ! ฮ่า ๆ ข้าได้ลูกสาว ! ” 

                “ท่าน เขารู้กันหมดแล้ว” ผมป้องปากตะโกนไล่หลังแต่มันก็เป็นเพียงลมปากเมื่อซีคเอาแต่วิ่งวนไปมาแล้วเขย่าตัวทหารเฝ้าเวรหน้าบันได

                “ข้าได้ลูกสาว ! นางชื่อว่าเซเรนัส ฮ่า ๆ ข้าได้ลูกสาว !” จังหวะเดียวกันหมอหลวงก็เดินผ่านมาพอดี ซีคจึงรีบพุ่งตัวเข้าไปหาแล้วกางแขนออกกว้าง ๆ เหมือนแสดงออกถึงความดีใจว่ามันมีมากเกินกว่าจะอธิบายได้

                “หมอ ! ข้าได้ลูกสาว ! ข้าได้ลูกสาว !”

                “ขอรับ หมอทราบแล้ว” หมอหลวงอมยิ้ม ซีคไม่รอช้ากะเผลกขาเดินลงบันไดแล้วบอกทหารเฝ้าเวรทุกนายว่ายัยหนูชื่ออะไร

                “ลูกสาวข้านามเซเรนัส ! เซเรนัส ควอนอร์ ! ธิดาลำดับที่สี่ของข้านามซีค ควอนอร์ ! ว่าที่องค์ราชาลำดับที่สิบสามแห่งเอิร์ก พี่ท่าน ! ข้าได้ลูกสาว ! ข้าได้ลูกสาว !” ซีคบ้าได้มากกว่าที่ผมคิด เมื่อท่านอควาห์เดินออกมาจากห้องด้วยสีหน้าไม่พอใจนักที่เห็นเขาเอาแต่ตะโกนแต่เจ้าตัวกลับเอาแต่พูดคำเดิม ๆ ซ้ำ ๆ

                “เขารู้กันทั้งวังแล้วท่าน มีท่านแหละ รู้คนสุดท้าย” ผมที่เดินออกมายืนหน้าบันไดพูดคนเดียวเบา ๆ แล้วอดขำไม่ได้กับอาการขี้เห่อของซีค นี่หรอ คนที่บ่นว่าขาชาขาไร้เรี่ยวแรงเดินแทบไม่ได้ ไหงพอรู้ว่าได้ลูกสาวถึงทั้งเดินทั้งวิ่งเป็นม้าดีดกะโหลกอย่างนั้นล่ะ

                “พ่อมึง มาเล่านิทานให้ลูกฟังกัน” เพื่อไม่ให้ซีคดีใจจนลืมตัวแล้วเอาแต่เดินวนไปมาจนขาได้รับการกระทบกระเทือนมากกว่าเก่าผมจึงบอกไปแบบนั้น

                “เอาล่ะ ข้ากลับเข้าห้องก่อน ! ข้าจะไปเล่านิทานให้ยัยหนูฟัง” คุณพ่อขี้เห่อไม่รอช้าเอามือเหนี่ยวราวบันไดแล้วเดินขึ้นทีละขั้น นี่ล่ะน้า ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยมีลูก แต่คนไม่เคยมีลูกสาวมันก็จะ… เห่อไม่มากแต่ประกาศไปทั่วว่าลูกสาวชื่ออะไร

                ครับ ถึงจะไม่ค่อยพูดหวานอย่างใคร ๆ ถึงจะไม่ค่อยมีช่อดอกไม้มาให้แต่ผมเชื่อว่าซีคคนนี้มีบทบาทพ่อที่ดีไม่แพ้พ่อคนอื่น ๆ และที่สำคัญ หากตัดยศศักดิ์ของความเป็นเจ้าชายเป็นคนใหญ่คนโตไป เซเรนัสคงดีใจไม่น้อยที่ได้เกิดเป็นลูกของผู้ชายคนนี้ คนที่เดินมาประคองผมอย่างดีทั้งที่ขาตัวเองยังเป๋อยู่เลย 

----------------------------

​ขอคนละ 1 คอมเมนท์ เป็นกำลังใจให้หลานด้วยนะคะ

ภาพประกอบ : เซเรนัส ควอนอร์ [ตอน 3 ขวบ]

​[ติดตามฟิคสั้นเพิ่มเติมได้ที่ FACEBOOK : นิ้วกลาง​ ]

------------------------------

กรี๊ดดดดดดดดด ยัยหนูมาแล้วววว รับขวัญหลานหน่อย ฮืออออ

​ปล. ใครอยากอ่านตอนพิเศษของยัยหนูอีก เม้นท์ทิ้งไว้เลยนะ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว