สวัสดีนักอ่านที่หลงเข้ามานะคะ😂 เรื่องนี้ก็สยองๆหน่อยนะ และก็อย่าลืมเอาตับมาด้วยล่ะ คราวนี้นายเอกเราใจร้ายมากๆ ชอบไม่ชอบหรืออยากติชมอะไรก็เม้นต์พูดคุยได้เลยน้าาาา

เขี้ยวที่ 23 : ลาก่อน [END]

ชื่อตอน : เขี้ยวที่ 23 : ลาก่อน [END]

คำค้น : BTS , kookv , allv

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.8k

ความคิดเห็น : 31

ปรับปรุงล่าสุด : 30 เม.ย. 2562 23:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เขี้ยวที่ 23 : ลาก่อน [END]
แบบอักษร

เขี้ยวที่ 23

ลาก่อน


“จองกุก ไปเล่นอันนั้นกันเถอะ!”

     เยจีชี้ไปยังรถไฟเหาะด้วยความตื่นเต้นขณะที่มืออีกข้างจับมือของแฟนหนุ่ม จองกุกมองตามและเป็นต้องกลืนน้ำลายลงคอ ขาสั่นระริก

     หล่อนหันหน้ากลับมาเมื่อเห็นว่าคนรักเอาแต่เงียบ “เป็นอะไรไป กลัวเหรอ”

     จองกุกรีบกลบสีหน้า “ใครกลัว ไม่มีสักหน่อย”

     “งั้นไปเล่นกันเถอะ ไปเล๊ย!”

     หลังจากนั้น...

     “ไหวไหมจ๊ะจองกุก โทษทีนะ เยจีไม่รู้จริงๆว่าจองกุกจะเป็นถึงขนาดนี้”

     เยจียืนลูบหลังกว้างของแฟนหนุ่มขณะที่เจ้าตัวยืนปิดปาก ทำหน้าพะอืดพะอมจนผิวซีดเผือดอยู่ข้างต้นไม้ เขาไม่ได้เป็นคนกลัวความสูง แต่ไอ้เครื่องเล่นที่พาเขามุดนั่นมุดนี่ หมุนตีลังกาหลายสิบตลบก็ทำเอาเขาหวาดเสียวถึงขั้นที่ว่าอยากหนีกลับบ้านได้เหมือนกัน และตอนนี้เขาก็เป็นหนักเสียด้วย

     “จะอ้วกไหม? เยจีมีถุงนะ”

     “ไม่ครับ ผมไหว...” เขาทำนิ้วโอเคเพื่อยืนยันหล่อน

     “งั้นจองกุกนั่งรอตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวเยจีไปซื้อน้ำให้”

     แม้ใจจะไม่อยากรบกวนแฟนสาว แต่ก็ต้องพยักหน้าและนั่งลงบนม้านั่งอย่างว่าง่าย เพราะตอนนี้แค่ก้าวเดินธรรมดาๆยังกลัวว่าตัวเองจะล้มเลย

     “นี่จ้ะน้ำ”

     สักพักเยจีก็เดินกลับมาพร้อมกับแก้วน้ำในมือสองแก้ว เขาสะบัดคอเสื้อตัวเองหวังคลายร้อนก่อนรับแก้วโกโก้มาดื่ม อืม...ช่วยได้เยอะเลย แต่จะดีกว่านี้ถ้ามียาดม

     “เยจีอยากเล่นอันไหนต่อไหม” เขาถามเพื่อไม่ให้บรรยากาศเงียบเกิน

     “หืม?” หล่อนทำตาโต ยกแผนที่สวนสนุกขึ้นมากวาดดู ชี้นิ้วไปตามเครื่องเล่นในแผ่นกระดาษ “เยจีอยากเล่น เอิ่ม...มีเยอะไปหมดเลย ขอเลือกก่อนนะ”

     “ตามสบายครับ”

     ส่วนเขาก็นั่งดื่มน้ำโกโก้เย็นรอ มองดูผู้คนที่เดินผ่านไปมา แต่แล้วสายตาดันสะดุดกับช่อดอกไม้ในมือของหญิงสาวที่นั่งอยู่บนม้านั่งตรงข้าม หล่อนยิ้มให้กับคนรักพลางลูบดอกไม้สีน้ำเงินในมืออย่างทะนุถนอม ฉับพลันความทรงจำเก่าๆได้ไหลย้อนเข้ามาเป็นฉากๆ

     ‘ชื่อวิโอเรล...แปลว่าอะไรเหรอ?’

     ‘อ๋อ แปลว่าดอกไม้สีน้ำเงินน่ะ’

     อีกแล้วเหรอ...

     นี่วิโอเรลมีอิทธิพลต่อเขาถึงขนาดนี้เชียวหรือ

     “จองกุก จองกุก?”

     เขากะพริบตาถี่ๆเมื่อโดนมือเล็กเขย่าไหล่ “ครับ?”

     “เป็นอะไรไป เยจีเรียกตั้งนานก็ไม่เห็นสนใจสักที”

     น้ำเสียงน้อยใจทำให้เขาต้องง้อด้วยการหยิกแก้มนิ่มเบาๆ

     “ขอโทษคร้าบ...ผมจะไม่ทำอีกแล้ว”

     เยจีพองแก้มป่องอย่างเง้างอน แต่สุดท้ายก็เผลอหลุดยิ้มอยู่ดี

     จองกุกมองด้วยความเอ็นดู “ตกลงเยจีเลือกได้ยัง”

     “เลือกได้แล้ว” หล่อนกางแผนที่ให้ดู “เยจีอยากเล่นบ้านผีสิงอ่ะ”

     บ้านผีสิง...

     “อย่าบอกนะว่าจองกุกกลัวผี?” หล่อนเอียงคอ ถามเสียงเจื้อยแจ้ว

     และเป็นอีกครั้งที่เขาต้องวางมาด “ไม่ได้กลัวครับ...ก็แค่สงสัยว่าเยจีไม่หิวเหรอ ตั้งแต่มาสวนสนุกเรายังไม่ได้กินอะไรเลยนะ”

     หล่อนปรบมือเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ “จริงด้วยสิ งั้นเดี๋ยวพอเราเล่นบ้านผีสิงเสร็จค่อยไปหาอะไรกินนะ แต่ตอนนี้เยจีขอไปเข้าห้องน้ำก่อน ตอนเจอผีจะได้ไม่ฉี่ราด แหะๆ”

     เขาปิดปากกลั้นขำ “โอเคครับ” ที่แท้ก็กลัวผีเหมือนกันนี่นา

     เยจีเดินออกไปโดยฝากแก้วน้ำไว้กับเขา “เยจีจะซื้อสายไหมมาฝากด้วย รออยู่ตรงนี้นะ”

     เขาพยักหน้าให้จากนั้นดื่มโกโก้ต่อ แต่น้ำโกโก้แก้วนี้หวานเจี๊ยบจนขึ้นคอ ทำเอาเขาไม่กล้ากล้ำกลืนฝืนดื่มต่อ ตอนนี้น้ำตาลก็แทบบาดคอจะแย่แล้ว ถ้าดื่มต่อมีหวังโรคเบาหวานถามหาแหงๆ

     แก้วน้ำของเยจีถูกวางไว้บนม้านั่งคู่กับแผนที่สวนสนุก เขาลุกขึ้นยืนเพื่อเดินไปทิ้งแก้วโกโก้ แต่โชคร้ายที่เขาไม่ทันได้ดูทางแถมบริเวณนี้ยังมีผู้คนพลุกพล่าน พอลุกขึ้นยืนจึงชนเข้ากับคนที่เดินสวนมาเต็มๆ จนน้ำในแก้วหกใส่เสื้อของชายร่างหนาตรงหน้า

     “เห้ย! มึงตาบอดรึไงวะ!”

     เขารีบยกมือไหว้ขอโทษขอโพยเพราะไม่อยากมีเรื่อง “ขอโทษครับพี่! ผมไม่ได้ตั้งใจ”

     แต่ชายหนุ่มที่ดูท่าทางเป็นอันธพาลยังคงหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ ไม่พอยังกระชากคอเสื้อจนตัวเขาเกือบลอยหวือ มือหนาเผลอทำแก้วโกโก้ตกพื้นหกกระจาย

     “ทำงี้มึงอยากมีเรื่องกับกูใช่ไหม ห๊ะ!”

     เสียงตวาดลั่นได้เรียกสายตาจากผู้คนบริเวณนั้นทั้งหมด แต่น่าแปลกที่ไม่มีใครมาช่วยเขาเลย

     “พี่ ผมไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ยกโทษให้ผมเถอะครับ!” จองกุกหน้าซีดเมื่ออีกฝ่ายทำท่าง้างหมัด และในอีกไม่กี่วินาทีมันต้องประทับอยู่บนหน้าเขาเป็นแน่

     กำปั้นนั้นพุ่งมาแล้ว เขาหลับตาปี๋น้อมรับชะตากรรม แต่แทนที่จะรู้สึกเจ็บปวดที่ใบหน้า กลับมีเพียงความว่างเปล่ากับลมเย็นๆที่แก้มของเขาสัมผัสได้ เขาจึงรวบรวมความกล้าค่อยๆลืมตาขึ้น มีคนใส่เสื้อฮู้ดสีดำกำลังยืนคั่นกลาง หันหลังให้เขา แถมยังรับหมัดด้วยมือเพียงข้างเดียว ทำเอาทั้งผู้คนทั้งเจ้าของหมัดเบิกตาตะลึงงันกันเป็นแถว

     “ออก...ไป...”

     เสียงเย็นยะเยือกลอดผ่านออกมาจากหน้ากากปิดปาก ดวงตาทอแสงสีฟ้าวูบเหมือนพร้อมวิวาท ชายหนุ่มตกอยู่ในภวังค์เมื่อได้สบตากับเด็กผู้ชายตรงหน้า ก่อนยอมปล่อยคอเสื้อของจองกุกให้เป็นอิสระ พอกะพริบตาได้สติ ความก้าวร้าวก่อนหน้านั้นก็พลันหายไปเหมือนไม่เคยเกิดขึ้น

     “ขอโทษครับๆ! ผมนี่มันไร้มารยาทจริงๆ ขอตัวก่อนนะครับ”

     จากนั้นชายอันธพาลก็วิ่งจู๊ดด้วยความเร็วแสง ทิ้งความงงงวยให้ผู้คนเอาไปคิดต่อเล่นๆ จองกุกมองตามร่างหนาอย่างไม่เข้าใจ ก่อนหันมาให้ความสนใจเด็กผู้ชายที่เพิ่งช่วยเขาไว้หมาดๆ

     เด็กหนุ่มสวมแว่นกันแดดคืน ยกหน้ากากปิดปากขึ้นมาคลุมถึงสันดั้ง แล้วค่อยหมุนร่างกลับมาถามไถ่จองกุกด้วยความเป็นห่วง

     “คุณครับ เป็นอะไรไหม?”

     จองกุกนิ่งอึ้ง สมองเริ่มขุดรื้อความทรงจำเมื่อครั้งวันวาน ใส่เสื้อฮู้ดสีดำกับสวมผ้าปิดปาก เขาจำได้ว่าเด็กคนนี้คือคนที่ชนเขาตอนอยู่บนรถเมล์ มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกัน ช่างบังเอิญจริงๆ

     “อ่า ผมโอเค...ขอบคุณนะครับที่ช่วย”

     “ไม่เป็นไรครับ”

     จองกุกรู้สึกตงิดใจ สายตาไล่สำรวจคนตรงหน้าอย่างถี่ถ้วน

     ผมสีทอง

     ผิวขาวค่อนสีน้ำผึ้ง

     รูปร่างบอบบาง ตัวเล็ก

     เสียงทุ้มหวาน

     แม้ว่าแว่นกันแดดจะปกปิดดวงตา แต่เขาก็จำได้ว่าคนตรงหน้าคือใคร

     เด็กหนุ่มกระชับหน้ากากปิดปากพลางก้มศีรษะหนีหน้า “เอ่อ...ผมขอตัวก่อนนะครับ”

     แต่จองกุกไม่โง่ยอมให้อีกคนเดินจากไป เขารีบกระชากแขนบางและลากให้อีกฝ่ายเดินตามออกมา ทำเอาเด็กหนุ่มต้องร้องโวยวายยกใหญ่

     “นี่คุณ! ทำบ้าอะไรเนี่ย ปล่อยผมนะ!”

     ทั้งสองเดินมาที่จุดอับสายตาใกล้กับเครื่องเล่นที่ปิดทำการ เด็กหนุ่มพยายามสะบัดข้อมือออก เบี่ยงหน้าหนีเมื่อจองกุกดึงหน้ากากปิดปากลง พร้อมกับดึงหมวกฮู้ดและแว่นกันแดด

______________________

     เยจีเดินถือสายไหมพร้อมกับใบหน้ายิ้มแย้ม เธอรู้ว่าจองกุกชอบสีแดง แต่สีนั้นไม่มีจึงต้องซื้อสีฟ้ามาแทน แต่เมื่อไม่เห็นร่างสูงที่ควรนั่งอยู่ที่เดิมจึงเลิกคิ้วสงสัย มองไปรอบๆเพื่อหาแฟนหนุ่มที่ไม่รู้ว่าไปเดินเล่นซนที่ไหนแล้ว

     “จองกุก?”

     หล่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนส่งข้อความถาม ขาก็ก้าวเดินไปยังเครื่องเล่นตามจุดต่างๆ

______________________

     “กลับมาทำไม”

     วิโอเรลหน้าบูดเมื่อได้ยินคำถามแสนไร้เยื่อใย ก่อนดึงแว่นกันแดดจากมืออีกคน

     “ก็แค่มาดู...”

     “หึ” จองกุกแค่นยิ้มมุมปากอย่างรู้ทัน “จะมาจับผมให้ไปอยู่กับคุณล่ะสิ”

     “เปล่าสักหน่อย” ร่างบางตอบตามความจริง แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่เชื่อ

     “งั้นก็บอกมาสิ ว่าคุณมาที่นี่ทำไม”

     คนถูกถามก้มหน้างุดเบะปาก มือเล่นกับขาแว่นกันแดดเหมือนกลบเกลื่อน

     “ก็วีแค่อยากเจอจองกุก...”

     ร่างสูงปิดปากเงียบ ไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆฉายบนสีหน้าแม้ว่าน้ำเสียงนั้นจะสั่นเครือชวนให้สงสาร

     “และก็...อยากจะมาขอโทษ วีเองแหละที่ฆ่าพวกนัมจุน”

     แววตาของจองกุกสั่นไหวเมื่อได้ยินคำสารภาพ เขาสะบัดหน้าหนีพลางกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ

     “ความจริงแล้ววีเป็นเสือ...ฆ่ามนุษย์เพื่อกินเป็นอาหาร เสือตัวนั้นที่จองกุกเจอก็คือวีเหมือนกัน”

     จองกุกกัดฟันกรอด ยังคงก้มหน้าลงเพื่อซ่อนความอ่อนแอ

     “ตอนที่เราพบกันครั้งแรก วีชอบจองกุกมาก...ครั้งที่สองที่เราเจอกัน ก็เลยใช้มนตร์ทำให้จองกุกรักวี”

     มือหนากำแน่นกว่าเดิมจนเส้นเลือดปูด

     “ขอโทษนะ...ที่เอาแต่หลอกจองกุกมาตลอด ฮึก แต่วีรักจองกุก จน...ฮึก ไม่อยากยกให้ใครจริงๆ”

     วิโอเรลยกมือปาดน้ำตา ส่วนจองกุกก็หมุนตัวหนีไปทางอื่นเพราะไม่อยากเห็นภาพนั้น

     “และก็...น้องชายของวีน่ะ ฮึก เป็นลูกของวีเอง...”

     ดวงตากลมเบิกโพลง จองกุกหันหน้ามาหาทันที ใบหน้ามีแต่ความสงสัยและความตกใจ

     ไหนบอกว่าเด็กคนนั้นเป็นแค่น้องชายไง...

     ทำไมถึงโกหกเขาอีกแล้ว

     “วีเคยรักกับผู้ชายคนนึง...แต่ ฮึก เขาตายไปแล้ว...วีกลัวว่าจองกุกจะรับไม่ได้ก็เลยโกหกไป”

     จองกุกมองวิโอเรลด้วยความรู้สึกหลากหลาย แต่ที่ชัดที่สุดเห็นจะเป็นความไม่พอใจ

     “ฮึก วีขอโทษ...จองกุกไม่ต้องยกโทษให้วีก็ได้ วีรู้ตัวดี...และก็ที่มาวันนี้น่ะ วีไม่ได้อยากบังคับจองกุกให้กลับไปจริงๆนะ...ฮึก...วีแค่อยากเจอหน้าจองกุกสักครั้ง อยากรู้ว่าจองกุกเป็นยังไงบ้าง...วีไม่ได้ ฮึก ตั้งใจมาทำให้จองกุกกลัวจริงๆ”

     ร่างบางเงียบเพื่อหยุดสะอื้นไห้ ก่อนยกแขนเช็ดน้ำตากับน้ำมูกเป็นครั้งสุดท้าย เมื่อน้ำตาหยุดไหล เขาจึงเงยหน้ายกยิ้มบางให้กับจองกุก

     “ขอให้โชคดี...กับความรักครั้งใหม่นะ”

     เขาถือวิสาสะลูบแก้มสากตามแรงคิดถึง จากนั้นรีบถอนมือออกเพราะไม่อยากให้อีกคนรังเกียจกันไปมากกว่านี้

     “วีไปก่อนนะ”

     เขาหันหลังเดินจากไป แต่กลับมีท่อนแขนรวบเอวเขาไว้

     “จองกุก?”

     “ใครอนุญาตให้ไป”

     หัวใจของเขาเต้นระรัวเมื่อจองกุกเอาคางเกยไหล่ วงแขนแกร่งกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นจนความอบอุ่นซาบซ่านเข้ามาข้างใน

     “ก็...จองกุกเกลียดวี--”

     “ไหนบอกว่าจะอยู่ด้วยกันสามคนไง”

     น้ำตาเริ่มคลออีกครั้ง คราวนี้มันไหลหนักกว่าเดิมเพราะจองกุกรวบเขาไปกอด ดึงใบหน้าให้รับจูบนุ่มละมุนที่เขาเฝ้าโหยหามาตลอด

 อย่างกับฝันไปเลย

นี่เรากำลังได้จูบกับจองกุกจริงๆใช่ไหม

     จองกุกผละจูบออก ใช้นิ้วเกลี่ยคราบน้ำตาจากแก้มใส

     “กุกเกลียดวี”

     “.....”

     “แต่ก็เลิกรักวีไม่ได้เหมือนกัน”

     เขาดึงร่างบางเข้ามากอดอีกครั้ง

     “อดีตก็ปล่อยให้มันเป็นอดีตเถอะนะ ตอนนี้กุกอยากอยู่กับวี...และก็ลูกของเราตามคำสัญญา”

     “จองกุก...”

     “ขอกุกเป็นคนดูแลวีได้ไหม”

     น้ำตาแห่งความสุขไหลอีกรอบเมื่อได้ยินประโยคที่แสนคุ้นเคย

     “เป็นแฟนกันนะ”

     “เป็นครับ...” วิโอเรลรีบพยักหน้าอย่างไม่นึกลังเล ก่อนเงยหน้ารับจูบแสนหวาน ยกแขนโอบรอบลำคอคนรักเพื่อให้จุมพิษแนบแน่นขึ้น

     เขามาที่นี่เพื่อเฝ้ามองและตามดูแลจองกุกเท่านั้น ไม่นึกว่าจะได้ความรักกลับมาเพราะคิดว่าคงเป็นไปไม่ได้

     แต่ตอนนี้พวกเขากลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้ว

     ขอบคุณจองกุกจริงๆที่ให้อภัยคนเลวๆอย่างเขา...

     เยจีเดินถือโทรศัพท์มาพร้อมกับสายไหม หล่อนกดโทรออกพลางกวาดสายตารอบๆ กระทั่งได้เจอแฟนตัวเองกำลังยืนจูบกับเด็กผู้ชายคนหนึ่งในมุมอับคน

     ใบหน้าสวยหวาน...ผมสีทอง...

     ปากสีหวานเม้มแน่น มือที่ถือโทรศัพท์อยู่เริ่มสั่นเทา เยจีกดวางสายและเลือกเฝ้าดูทั้งสองจูบกันอย่างดูดดื่ม หล่อนจำได้ดีว่าเด็กผู้ชายคนนั้นคือใคร

สุดท้ายฉันก็สู้เขาไม่ได้จริงๆสินะ

     รอยยิ้มเริ่มแต้มบนใบหน้าสวย เยจีเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าก่อนหันหลังให้กับภาพนั้น เดินจากออกมาด้วยสภาพน้ำตานองหน้า

     ก็ถูกแล้วนี่ ยังไงจองกุกก็ต้องเลือกคนที่ใช่กว่าอยู่ดี

     ไม่ใช่เธอสักหน่อย...

     “ขอให้เธอกับเขาโชคดีนะ จองกุก...”

     เยจีรีบเดินเช็ดน้ำตาออกมาจากสวนสนุก จากนั้นเรียกแท็กซี่เพื่อกลับบ้าน

     “มีอะไรเหรอ?” วิโอเรลถามเมื่อจองกุกผละอ้อมกอด เปิดโทรศัพท์ปลดล็อกหน้าจอ

     “เยจีส่งข้อความให้กุกน่ะ”

     ‘พอดีเยจีลืมว่ามีธุระด่วนน่ะ ขอตัวกลับบ้านก่อนนะจ๊ะ ขอโทษที่จู่ๆก็เพิ่งมาบอกกัน แต่สัญญาเลยว่าคราวหน้าจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว ส่วนวันนี้สนุกมากจริงๆ ขอบคุณจองกุกมากเลยที่พาเยจีมาที่นี่ เยจีไม่ได้มาที่สวนสนุกตั้งแต่เด็กแล้ว หวังว่าจะมีโอกาสมาที่นี่ด้วยกันอีกนะ :) ’

_______________________

     “กลับมาแล้วครับ”

     “กลับมาซะค่ำมืดเลย ไปเดทกับหนูเยจีเป็นไงบ้างจ๊ะ” คุณนายจอนเพิ่งเดินออกมาจากห้องครัว เมื่อเห็นวิโอเรลก็รู้สึกตกใจเล็กน้อย “อ้าว หนูเป็นเพื่อนของตากุกเหรอลูก?”

     คนถูกถามยิ้มแห้ง ความจริงแล้วเขาเป็นแฟนของจองกุกต่างหากล่ะ! “ใช่ครับ”

     “หน้าสวยเชียว ถ้าไม่บอกว่าเป็นผู้ชายน้าก็นึกว่าผู้หญิงนะเนี่ย” เธอเข้าไปสำรวจด้วยความตื่นเต้นแต่ไม่ได้สัมผัสตัว “หนูชื่ออะไรจ๊ะ”

     “ชื่อวิโอเรลครับ แต่จะเรียกว่าวีก็ได้”

     “ชื่อวิโอเรลเหรอ เป็นชื่อที่เพราะมากเลยนะ”

     จองกุกกระแอมกระไอเตือน “แม่ครับ วีเขาจะขอค้างบ้านผมนะ”

     “ได้สิจ๊ะ มาอยู่เป็นเพื่อนตากุกบ่อยๆเลยก็ได้ เดี๋ยวนี้โฮปกับจีมเขาไม่ได้มานอนค้างบ่อยๆเหมือนเมื่อก่อนละ ตากุกคงเหงาแย่”

     “แม่อ่า...ผมไม่ได้เหงาสักหน่อย”

     วิโอเรลยิ้มขำให้กับภาพลูกชายเง้างอนให้คุณแม่ ดูเป็นครอบครัวที่อบอุ่นดีจริงๆ

     “กินอะไรมารึยังล่ะ แม่ทำกับข้าวเตรียมไว้ให้แล้วแหนะ ถ้าหิวก็ลงมากินได้เลยนะ”

     “ครับ” จองกุกและวิโอเรลตอบพร้อมกัน

________________________

     หลังจากทานมื้อค่ำเสร็จ จองกุกให้วิโอเรลขึ้นมานอนห้องเดียวกันแม้ว่าจะมีห้องว่างหนึ่งห้อง พอมาถึงจองกุกก็ล้มตัวลงนอนอย่างเหนื่อยล้า เพราะหลังจากนั้นเขาพาร่างบางไปเที่ยวหลายที่ แทบไม่ได้พักขาเลย

     วิโอเรลหย่อนตัวนั่งลงบนขอบเตียง ส่งมือลูบกลุ่มผมสีนิลเบาๆ

     “แล้วกระเป๋าเสื้อผ้าวีล่ะ?”

     “วีไม่มีหรอก”

     คราวนี้เขาย่นคิ้ว “อ้าว แล้ว...วีพักที่ไหน?”

     คนถูกถามยิ้มขำอีกครั้ง “วีนอนข้างทางเอา”

     จองกุกเบิกตาโต นี่คนรักของเขานอนข้างทางมาตลอดเนี่ยนะ “แล้วอาหารล่ะ ได้ซื้อข้าวกินบ้างรึเปล่า?”

     “วีเอาเงินมาแค่พอค่าตั๋วกับค่ารถน่ะ”

     พระเจ้าช่วย เขาปล่อยให้วิโอเรลทรมานถึงสามวันเชียวหรือ

     “แต่กับข้าวเมื่อกี้ก็ทำให้วีอิ่มแล้วล่ะ จองกุกไม่ต้องห่วงนะ”

     เขาค่อยๆลุกขึ้นนั่งพลางถอดถอนใจ ทำไมเขาถึงจะไม่รู้ว่าวิโอเรลกำลังโกหก ก็เจ้าตัวบอกเองนี่ว่ากินมนุษย์เป็นอาหาร ของพวกนั้นจะพอเป็นยาไส้ได้อย่างไร

     “งั้นเสื้อผ้าวีใส่ของกุกไปก่อน พรุ่งนี้เดี๋ยวกุกพาไปซื้อ”

     “จะดีเหรอ”

     “ใส่เสื้อผ้าเดิมๆก็อับแย่สิ ดูซิตัวเหม็นขนาดนี้ หืม”

     เขาดึงร่างบางให้มานั่งตัก ฝังจมูกลงบนแก้มนิ่มแรงๆจนได้รับเสียงหัวเราะหวานใส

     “พอแล้ว เดี๋ยวแก้มวีช้ำหมด...บอกตัวเหม็นแล้วจะมาหอมทำไมล่ะ” ร่างบางยู่ปากบ่นเสียงหงุงหงิงไม่ต่างจากลูกแมว ทำเอาคนฟังยิ้มเอ็นดู ก้มลงไปขโมยหอมแก้มฟอดใหญ่อีกที

     “ก็คิดถึง อยากหอม อยากกอด อยากจูบ อยาก--”

     “หยุดๆๆ เดี๋ยวมันจะทะลึ่ง”

     วิโอเรลยกมือปราม ส่วนจองกุกก็ยกยิ้มเจ้าเล่ห์ “ทะลึ่งตรงไหน กุกแค่จะบอกว่าอยากซุกพุงเอง วีอ่ะคิดลึก”

      นิ้วสากเขี่ยแก้มอย่างหยอกล้อ เรียกความเขินจากคนโดนแกล้งได้ไม่ยาก

     “พอเลย วีจะอาบน้ำแล้ว” ร่างบางหยัดตัวขึ้น สะบัดก้นหนีเข้าห้องน้ำพร้อมกับผ้าเช็ดตัว “วีขอใช้นะ”

     “ตามสบายครับ ผืนนั้นกุกยังไม่ได้ใช้หรอก”

     เสียงปิดประตูห้องน้ำเงียบลง จองกุกกลับมานอนเหยียดกายพร้อมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่น แต่เป็นต้องขมวดคิ้วตกใจเพราะเยจีทักแชทมาทันทีที่เขาเปิดเครื่อง

     ‘จองกุก ทำอะไรอยู่เหรอ’

     เขาพิมพ์ตอบ

     ‘นอนอยู่ครับ วันนี้เหนื่อย’

     ‘ดีใจด้วยนะที่ได้กลับไปหาน้องวีแล้ว’

     ดวงตากลมกะพริบถี่ๆ หมายความว่าหล่อนเห็นเขากับวิโอเรลยืนจูบกันงั้นหรือ

     ‘เยจีเห็น?’

     ‘อื้ม’

     ชิบหายแล้วไง จองกุกเม้มปากด้วยความกังวลใจ จะพิมพ์ขอโทษอย่างไรดีล่ะ

     ‘ขอโทษครับ...’

     ‘ไม่เป็นไรจ้ะ เยจีเข้าใจ...ก็จองกุกเจอคนที่จองกุกรักจริงๆนี่ ไม่เห็นจำเป็นต้องทนคบกับเยจีทั้งๆที่ไม่มีความสุขเลย จริงไหม’

     อา นี่เขารู้สึกผิดจริงๆนะเนี่ย

     ‘ผมขอโทษจริงๆเยจี’

     ‘ก็บอกแล้วไงว่าไม่เป็นไร’

     ‘ :( ’

     ‘ขอบใจนะจ๊ะจองกุก ที่ทำให้ความฝันของเยจีเป็นจริง ช่วงเวลาที่ได้อยู่ด้วยกันกับจองกุก เยจีมีความสุขมากจริงๆ...และก็นะ’

     หล่อนใช้เวลาพิมพ์นานมากจนเขาเริ่มใจเสีย

     ‘เยจีน่ะ...จะเป็นพี่ที่ดีของจองกุกตลอดไปเอง’

     ‘ขอบคุณครับพี่เยจี...’

     ‘ไม่เป็นไรจ้ะ ขอให้จองกุกกับวีคบกันไปนานๆนะ...โชคดีจ้ะ’

     หลังจากที่เขาพิมพ์ข้อความขอบคุณเสร็จ หล่อนก็อ่านและไม่ตอบอะไรมาอีกเลย เขารู้ว่าตอนนี้หล่อนกำลังทำอะไร จึงไม่อยากรบกวนและปิดโทรศัพท์หนี เปลี่ยนมานอนงีบเพราะไม่อยากรับรู้ถึงความเศร้าของหล่อนอีก

_______________________

     “ยังไม่นอนอีกเหรอ?”

     วิโอเรลในเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งเดินไปกอดร่างสูงที่กำลังจ้องจอจากข้างหลัง จองกุกไม่ได้ว่าอะไรเพราะเอาแต่ง่วนกับการหาข้อมูลทำรายงาน

     “ทำการบ้านอยู่ครับ แต่แป๊บนึงก็ใกล้จะเสร็จแล้วล่ะ”

     ได้ยินดังนั้นเขาก็ยิ้มหวาน เดินกลับไปนอนรอบนเตียงเหมือนเดิม ส่วนจองกุกก็พิมพ์อะไรนิดๆหน่อยๆก่อนเซฟงานและดับโน้ตบุ๊ก คลานไปหาคนรักก่อนนอนข้างๆด้วยกัน วิโอเรลขยับเข้ามาซุกอกเขาทันทีที่หัวถึงหมอน

     เขากอดตอบพลางฝากจูบบนศีรษะทุยทีหนึ่ง “ราตรีสวัสดิ์ครับ”

     “อืม” วิโอเรลครางรับเบาๆ ไม่นานรอยยิ้มบนหน้าก็คลายลง “จองกุก”

     “หืม?”

     “พรุ่งนี้วีจะกลับแล้วนะ”

     คิ้วเข้มขมวดเป็นปม “กลับไปไหน”

     “ที่ที่วีจากมา...บ้านของวี”

     “กุกไม่ให้ไป”

      ได้อยู่ด้วยกันแค่แป๊บเดียว เรื่องอะไรเขาจะยอมปล่อย!

     “แต่จองกุก” วิโอเรลเบ้ปาก “วีต้องกลับไปดูแลลูกนะ”

     “งั้นทำไมถึงไม่พาเขามาล่ะ” จองกุกเอ่ยด้วยน้ำเสียงติดน้อยใจ

     “พามาน่ะ พามาได้ แต่จองกุก...ยังไงคนกับเสือก็อยู่ด้วยกันไม่ได้หรอก”

     ร่างสูงคลายอ้อมกอด ลุกขึ้นมานั่งมองตาอย่างไม่เข้าใจ “ทำไมจะไม่ได้ ทีวียังอยู่กับกุกได้เลย อย่าเพิ่งสรุปเองทั้งที่ยังไม่ได้ลองทำได้ไหมวี”

     “เพราะวีรู้ตัวดีไงจองกุก” ร่างบางลุกขึ้นนั่งตาม พยายามอธิบายด้วยน้ำเสียงที่อ่อนนุ่มกว่า “เสืออย่างวีกินมนุษย์เป็นอาหารนะ และวีก็ไม่ได้กินเนื้อมาสามวันแล้ว คิดดูว่าวีต้องใช้ความพยายามแค่ไหนในการระงับความหิวของตัวเองไว้ในระหว่างอยู่ที่นี่”

     จองกุกกำหมัดแน่นจนมือพาลสั่นเทา ก้มหน้าหลบเพื่อไม่ให้อีกคนเห็นแววตาขุ่นหมอง

     “วีสัญญาว่าจะกลับมาเยี่ยมจองกุกอีก”

     ร่างบางคว้ามือแฟนหนุ่มขึ้นไปกุมไว้แน่น

     “วีขอโทษ...แต่วีคิดว่าป่าเป็นโลกที่เหมาะกับวีที่สุดแล้ว”

     ใบหน้างามสลดลงพร้อมกับน้ำตาไหลอาบแก้ม จองกุกสะอื้นไห้ตามก่อนดึงคนรักเข้ามากอดไว้ ฝังจมูกลงบนเรือนผมนุ่มด้วยความรักใคร่

     ทำไมคนบนฟ้าถึงได้ใจร้ายกับพวกเขาเหลือเกิน...

     ทำไมต้องให้เขาเป็นมนุษย์และวิโอเรลเป็นเสือด้วย

     หากพวกเขาไม่แตกต่างกันถึงขนาดนี้ ป่านนี้พวกเขาคงได้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขแล้วแท้ๆ

     “สัญญากับกุกนะ...ว่าจะกลับมาอีก”

     “วีสัญญา...ฮึก” วิโอเรลกอดตอบ ซุกใบหน้าชื้นน้ำตากับแผ่นอกจนเสื้อเปียกตาม “วีรักจองกุกนะ”

     “กุกก็รักวี”

     “ฮึก...ฮือ”

     “รักตลอดไป...”

     คืนนั้นเองที่พวกเขาช่วยกันกอดปลอบ เช็ดน้ำตาให้กันจนเข้าสู่ห้วงนิทราทั้งที่ใจเจ็บร้าว

_________________________

     สายลมอุ่นในช่วงเช้าพัดคลอใบไม้เขียวขจีแห่งฤดูร้อน ชานชาลารถไฟเต็มไปด้วยร่างของผู้คนและเสียงพูดคุยจ่อกแจ่ก ขับให้บรรยากาศดูมีชีวิตชีวา แต่วันนี้กลับเป็นวันที่เศร้าที่สุดสำหรับจองกุก

     วิโอเรลลุกขึ้นยืนเมื่อเสียงประชาสัมพันธ์ดังขึ้น พร้อมกับรถไฟที่วิ่งเข้ามาจอดเทียบกับชานชาลา ผู้โดยสารเริ่มทยอยขนข้าวของขึ้นรถไฟ เห็นดังนั้นแล้วเขาจึงเก็บตั๋วไว้ในกระเป๋าฮู้ด เดินกลมกลืนไปกับผู้โดยสารกระทั่งหยุดยืนอยู่ตรงหน้าประตูรถไฟ ก่อนหันมาส่งยิ้มหวานให้ชายหนุ่มข้างหลัง

     “ขอบคุณที่มาส่งวีนะ”

     จองกุกพยายามยิ้มให้ดูมีความสุข แม้ใจจะปวดหน่วงไปหมดก็ตาม

     “ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง”

     ร่างบางโผเข้ากอด มอบสัมผัสอุ่นบนริมฝีปากของเขาและรีบผละออก

     ทำไมช่วงเวลาของพวกเขาถึงได้สั้นขนาดนี้...

     “วีรักจองกุกนะ”

     “รักเหมือนกันครับ”

     “บ๊ายบาย”

     วิโอเรลโบกมือลา ขณะที่มืออีกข้างซุกไว้ในกระเป๋าเสื้อ จองกุกโบกมือกลับพลางยิ้มน้อยๆ มองดูคนรักขึ้นรถไฟและเดินไปนั่งแถวริมหน้าต่าง เห็นดังนั้นเขาจึงเข้าไปเคาะกระจก ร่างบางเลิกคิ้วสงสัยก่อนเลื่อนกระจกขึ้นและยื่นหน้าออกมา

     “มีอะไรเหรอ?”

     “วีสัญญาแล้วนะว่าจะกลับมา” เขาเบ้ปาก “อย่าให้กุกรอนานล่ะ...คิดถึง”

     คนฟังหัวเราะคิกคัก “วีรักษาสัญญาอยู่แล้ว”

     จองกุกมองนิ้วก้อยที่ชูขึ้นมา ก่อนเกี่ยวนิ้วกลับขณะที่ประตูรถไฟปิดลง พวกเขาหัวเราะให้กันทั้งที่ยังเกี่ยวก้อยสัญญากันอยู่ รอยยิ้มสีแดงกับดวงตาสีฟ้าสดใส เขาอยากหากล้องสักตัวมาบันทึกภาพนั้น แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้รถไฟเริ่มออกตัวแล้ว

     วิโอเรลผละนิ้วก้อยออก แต่อีกคนกลับจับมือไว้และเริ่มเดินตามรถไฟ

     “จองกุก...” เขาน้ำตาคลอ จับมือของคนรักตอบแบบแนบแน่น

     “กุกจะรอนะ”

     และน้ำตายิ่งร่วงพรูเมื่อเห็นว่าจองกุกร้องไห้ตาม

     รถไฟเริ่มวิ่งเร็วขึ้น แต่เพราะความบ้าบิ่นที่มีมาแต่ไหนทำให้ร่างสูงตัดสินใจวิ่งตาม มือยังคงจับอีกคนไม่ปล่อยแม้ตอนนี้จะจับได้เพียงปลายนิ้ว

     “วีจะรีบกลับมา”

     กระทั่งมือของทั้งคู่หลุดจากกัน จองกุกได้แต่ยืนน้ำตาไหลบนชานชาลา มองตามขบวนรถไฟที่วิ่งออกไปไกลเรื่อยๆ ใบหน้าสวยที่ยื่นออกมาจากหน้าต่างยังคงเฝ้ามองเขาอย่างอาวรณ์ จนถึงวินาทีที่ขบวนรถไฟหายลับไปจากสายตาของชายหนุ่ม

     จองกุกกลืนก้อนสะอื้น ยกแขนเช็ดน้ำตาก่อนฉีกยิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุขอย่างแท้จริง คำสัญญาเมื่อครู่เป็นดั่งน้ำทิพย์ที่ชโลมหัวใจอันเจ็บปวดให้กลับมามีความหวังอีกครั้ง เขาจะเฝ้ารอ...และเฝ้ารักวิโอเรลเหมือนอย่างที่เขาทำมาตลอด

     เขาหลับตาลง ปล่อยให้สายลมอุ่นแห่งฤดูร้อนคอยปลอบประโลม ฝ่าเท้าก้าวไปตามทางเดินเงียบเหงา รอคอยวันที่จะได้กลับมาเจอกับคนรักที่ชานชาลานี้อีกครั้ง

     “กุกจะรอนะครับ”




​END

จบแล้วนะคะกับเรื่องเสือสมิง บางคนอาจไม่ชอบที่ไรท์ให้จบแบบนี้ แต่ต้องอย่าลืมด้วยว่าจองกุกเค้ายังเด็ก จะหาเงินที่ไหนมากมายมาเลี้ยงวีกับลูก และถึงวีจะกินเนื้อของสัตว์ชนิดอื่นได้ แต่ยังไงอาหารหลักก็คือคน จะอยู่แบบสงบสุขเหมือนครอบครัวทั่วไปก็คงไม่ได้ ถ้าจองกุกรู้ว่าวีไปฆ่าคนอีกคงต้องโกรธแน่ๆ ไรท์คำนึงถึงสองข้อนี้ก็เลยให้จบแบบนั้นค่ะ ขอโทษด้วยน้าาา

ยังไงก็ขอขอบคุณทุกคนที่ติดตามมาจนจบนะคะ สารภาพเลยค่ะว่าแต่งแล้วอึดอัดมากกกกก แต่ก็ชอบค่ะ แฮร่ ตอนแรกไม่ได้ตั้งใจให้มันหน่วงขนาดนี้หรอก แต่พอลองรวบรวมdetailดีๆแล้วมันต้องแต่งออกมาแบบนั้นอ่ะ ตอนแรกตั้งใจว่าจะให้มีแต่ฉากกามๆ แต่พอไปๆมาๆ อ้าว ดราม่าซะงั้น5555 ใครที่อ่านมาจนจบนี่ไรท์ขอชื่นชมเลยค่ะ แสดงว่าคุณมีจิตใจที่เข้มแข็งมากกก ไหนจะฉากสยอง ฉากปวดตับ และก็นิสัยที่น่าปวดหัวของวีอีก ไรท์ลองไล่อ่านดูทีหลังยังบ่นเลยค่ะ นี่มันนิยายอะไรวะเนี่ยยย -[]-

ขอบคุณอีกครั้งนะค้า^^ และก็ยังมีบทส่งท้ายอยู่นะ 

ไม่มีภาคสองนะจ๊ะ555 ถึงมันจะชวนให้มีภาคต่อก็เถอะ ถ้ามีภาคสองต่อมันจะดราม่ากว่านี้ ไรท์ไม่อยากให้นิยายมันหน่วงไปก็เลยไม่ให้มีภาคสองค่ะ

เจอกันในเรื่องต่อไปค่ะ บ๊ายบายน้า จุ๊บ! ^3^


ความคิดเห็น