สวัสดีนักอ่านที่หลงเข้ามานะคะ😂 เรื่องนี้ก็สยองๆหน่อยนะ และก็อย่าลืมเอาตับมาด้วยล่ะ คราวนี้นายเอกเราใจร้ายมากๆ ชอบไม่ชอบหรืออยากติชมอะไรก็เม้นต์พูดคุยได้เลยน้าาาา

เขี้ยวที่ 22 : ความรู้สึก

ชื่อตอน : เขี้ยวที่ 22 : ความรู้สึก

คำค้น : BTS , kookv , allv

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.7k

ความคิดเห็น : 15

ปรับปรุงล่าสุด : 27 เม.ย. 2562 20:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เขี้ยวที่ 22 : ความรู้สึก
แบบอักษร

เขี้ยวที่ 22

ความรู้สึก


เสียงซุบซิบดังไปทั่วโรงเรียนตอนนี้คงไม่มีอะไรน่าสนไปกว่าข่าวที่จองกุกกับเยจีตกลงคบกัน นักเรียนสาวจำนวนมากต้องอกหัก และสาววายกว่าครึ่งโรงเรียนต้องผิดหวังเมื่อรู้ว่าจองกุกกับเด็กผู้ชายปริศนาคนนั้นไม่ได้คบกัน แต่กลับกลายเป็นรุ่นพี่ปีสามที่ตามจีบจองกุกตั้งแต่ก่อนปิดเทอมฤดูร้อน ทุกที่ที่พวกเขาปรากฏตัวก็มักจะมีเสียงตัดพ้อจากนักเรียนหญิงว่าน่าเสียดายบ้างล่ะ อยากให้รุ่นพี่จองกุกได้คบกับวิโอเรลบ้างล่ะ แต่ก็ยังมีผู้คนบางส่วนที่ยินดีกับทั้งสอง บอกว่าพวกเขาเหมาะสมกันดี จองกุกเป็นสภานักเรียนที่หน้าตาดีกีฬาเด่น ทั้งยังมีความรับผิดชอบสูง รุ่นพี่เยจีก็สวย จิตใจดี และเป็นถึงประธานชมรมทำขนม คนฮอตกับคนฮอตมาคู่กัน ทุกอย่างก็ดูลงตัวไปเสียหมด ราวกับกิ่งทองคู่กับใบหยก

     “นี่จ้ะ นมกล้วย”

     จองกุกเงยหน้าจากโทรศัพท์เมื่อแก้วน้ำพลาสติกวางลงบนโต๊ะหินอ่อน เขาเลิกคิ้วประหลาดใจทันทีเพราะไม่ได้ขอให้เยจีซื้อให้

     ดูเหมือนหล่อนจะรู้ทันจึงพูดดัก “แค่อยากซื้อให้น่ะ เห็นวิ่งวุ่นเข้าห้องสภาทั้งวัน พี่เลยซื้อมาให้จองกุกกินเติมพลัง”

     หล่อนยิ้มหวาน ใครกันนะจะโชคดีได้แฟนน่ารักเท่าเขา คำตอบคือก็คงไม่มีอีกแล้ว...จองกุกก็คิดเช่นนั้น

     เขายิ้มบางตอบ “ขอบคุณครับรุ่นพี่เยจี”

     “บอกแล้วไงว่าไม่ต้องเรียกรุ่นพี่ เรียกเยจีก็พอ”

     หญิงสาวเบะปาก จองกุกจึงต้องเอาใจ “อ่า...ครับ เยจี”

     และหล่อนก็ฉีกยิ้มพอใจ นั่งลงตรงข้ามเขาและหยิบแก้วสตรอเบอร์รี่ปั่นขึ้นมาดื่ม ส่วนเขาก็ใช้หลอดดูดนมกล้วย สายตาเลื่อนมองไปยังกลุ่มนักเรียนชายที่เล่นบาสเกตบอล หนึ่งในนั้นมีเพื่อนของเขานั่นก็คือโฮซอก นักเรียนหญิงจำนวนไม่น้อยส่งเสียงเชียร์บนอัฒจันทร์และนอกรั้วตาข่าย

     แม้สายตาจะจดจ้องอยู่ที่ภาพนั้น แต่ใจเขากลับล่องลอยไปไกลแสนไกล การได้คบกับเยจีถือว่าช่วยลดความเศร้าถึงระดับหนึ่ง แต่ไม่ได้ช่วยลดความคิดถึงที่มีต่ออดีตคนรักได้เลย ช่วงที่ผ่านมา เวลาได้มองผู้ชายหน้าหวานๆหรือผู้หญิงตาสวยๆเขาก็ชอบนึกถึงวิโอเรล ใครที่ย้อมผมสีบลอนด์เขาก็คิดว่าเป็นวิโอเรลไปหมด มองไปทางไหนก็เห็นแต่วิโอเรล จนเขาคิดว่าตัวเองต้องบ้าเข้าสักวัน

     เสียงหัวเราะกิ๊กกั๊กของเยจีได้ดึงสติของเขา เมื่อหันไปก็เห็นว่าเจ้าตัวลดโทรศัพท์พร้อมกับยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ทำให้รู้ได้ในทันทีว่าหล่อนแอบถ่ายรูปเขาตอนเผลอ

     “อะไรอ่า นี่แอบถ่ายผมเหรอ” เขาเบ้ปากสีชมพู ทำให้ใบหน้างอแงยิ่งน่ารักเข้าไปใหญ่จนหล่อนหัวเราะชอบใจ

     “ก็อยากเก็บรูปเดี่ยวของจองกุกไว้สักรูปนี่นา ที่ผ่านมาเราก็เอาแต่ถ่ายรูปคู่ตลอด”

     จองกุกมองรอยยิ้มของหล่อนด้วยความเอ็นดู เขาชอบรอยยิ้มนั้นก็จริง แต่ไม่ได้รู้สึกใจเต้นยามได้มอง

     “อาทิตย์นี้เราไปสวนสนุกกันไหมครับ”

     เยจีเงยหน้าขึ้นก่อนคลี่ยิ้มดีใจ เพราะนั่นหมายถึงการชวนเดท พวกเขาคบกันมาได้สองอาทิตย์แล้ว แต่ยังไม่เคยออกเดทด้วยกันสักครั้ง ในที่สุดจองกุกก็เอ่ยมันออกมาแล้ว หล่อนดีใจมากจริงๆ

     “อื้ม! ไปสิ เยจีเบื่อพอดีเลย”

     “ส่วนเรื่องเวลา เดี๋ยวผมบอกอีกทีนะ”

     “จ้ะ”

     “อยู่นี่เองไอ้กุก”

     สองคู่รักมองตามเสียงทักของยูคยอมที่วิ่งกระหืดกระหอบมาหา จองกุกพยักหน้าทีหนึ่งเชิงบอกให้คนตรงหน้าบอกจุดประสงค์

     “อีกสามสิบนาทีจะมีประชุมสภานะเว้ย อย่ามาสายล่ะ”

     “ประชุมเรื่องไรวะ?”

     “เรื่องวันสัปดาห์ภาษาต่างประเทศเนี่ยแหละ”

     “โอเค เดี๋ยวกูตามไป”

     “เจอกันที่ห้องประชุม”

     “เออ”

     ยูคยอมเดาะลิ้นแซวให้เขากับเยจีก่อนเดินจากไป เยจีที่ไม่เข้าใจจึงกลับมาสนใจคนรักต่อ

     “แล้วจองกุกจะไปเลยไหม?”

     คนถูกถามชักสีหน้าครุ่นคิด “ก็น่าจะไปเลยแหละครับ ผมไม่อยากไปถึงแล้วนั่งหอบให้คนอื่นเห็น”

     “ฮ่าๆ งั้นก็...โชคดีจ้ะ สู้ๆนะ”

     “ครับ” เขายิ้มบางๆตอบพลางหยัดกายลุกขึ้น “เดี๋ยวเย็นนี้ผมทักไปหา”

     “ตกลงจ้ะ”

________________________

     “สรุป วันสัปดาห์ภาษาต่างประเทศจะจัดขึ้นในเดือนหน้า เรื่องสถานที่ก็ตามที่พวกคุณตกลง ส่วนเรื่องงบประมาณก็รอทางคณะอาจารย์บอกมาอีกที การประชุมในวันนี้สิ้นสุดเท่านี้ครับ”

     แจ็คสันผู้เป็นประธานนักเรียนกล่าวอนุญาตให้สภานักเรียนกลับบ้านได้ มาร์คจดสรุปการประชุมเสร็จก็ขอตัวคุยกับแจ็คสันในห้องต่อ ส่วนสมาชิกที่เหลือก็เริ่มทยอยออกจากห้อง

     ยูคยอมเดินเข้ามาตบบ่าจองกุกขณะเดินไปตามโถงทางเดินชั้นสี่ “กุก แล้วเรื่องการบ้านวิชาคอมฯตกลงว่าไงวะ?”

     “กูไม่ใช่หัวหน้ากลุ่ม” ใบหน้าหล่อยู่ยับเพราะคิ้วที่ขมวดเป็นปม “ทำไมมึงไม่ไปถามไอ้บอน มันเป็นหัวหน้ากลุ่มไม่ใช่เหรอ”

     “มึงก็รู้ว่ามันแค่เป็นคนกล้าแสดงออก ความรับผิดชอบแม่งมีซะที่ไหน อีกสองอาทิตย์ก็จะถึงกำหนดส่งแล้ว ป่านนี้แม่งยังเงียบไม่นัดตกลงห่าไรเลย กลุ่มอื่นเขาทำจนจะเสร็จแล้ว มีแต่กลุ่มเรายังไม่ทำงานเป็นชิ้นเป็นอันเลยมึง”

     เขาถอนหายใจยาว หน้าที่ทั้งหมดก็คงไม่พ้นเขาอีหรอบเดิมนั่นล่ะ “เออๆ เดี๋ยวกูเป็นคนเลือกเพลงและก็ตัดต่อเอง มึงไปกำหนดมาว่าจะให้ใครแสดงเป็นอะไร ถามไอ้บอนด้วยว่าให้นัดถ่ายวันไหน โอเคยัง?”

     “แต็งส์เพื่อน” ยูคยอมตบหลังขอบคุณ “งั้นเดี๋ยวกูไปหาซื้อแผ่นซีดีมาให้”

     “อืม ตามนั้น”

________________________

     จองกุกเดินสะพายกระเป๋าออกมาจากโรงเรียน ตรงดิ่งไปที่ป้ายรถเมล์เพื่อเดินทางกลับบ้าน วันนี้คนรอแน่นขนัดทำให้เขาได้ยืนรอ ส่วนเยจีมีคุณแม่ขับรถมารับตั้งแต่เขาขึ้นประชุมสภาแล้ว

     เขาสอดมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงขณะมองสำรวจไปรอบๆเหมือนที่ทำประจำทุกวัน จึงได้เห็นเด็กผู้ชายในเสื้อฮู้ตสีดำกำลังสละที่นั่งให้คุณยายคนหนึ่ง เขายิ้มชื่นชมก่อนหันกลับมามองถนนต่อ แสงแดดร้อนระอุทำให้เขายกข้อมือขึ้นมาดูนาฬิกาอย่างร้อนใจ แต่ดูเหมือนโชคจะเข้าข้าง รถเมล์วิ่งมาทางนี้พอดี

     ทุกคนในบริเวณนั้นเริ่มทยอยขึ้นรถ เขาเลือกยืนเพื่อให้เด็กและผู้หญิงได้นั่ง ส่วนเขาก็จับตะขอโหน ล้วงโทรศัพท์สวมหูฟังเข้าสู่โลกส่วนตัว เปิดเพลงฟังชิลล์ๆพลางมองออกไปนอกรถ ชมวิวเรื่อยเปื่อย

*“*Something’s gotta give , something’s gotta break

บางอย่างก็ต้องยอมปล่อยไป บางสิ่งก็ต้องมีวันหยุดลง

But all I do is give , and all you do is take

แต่ทุกอย่างที่ฉันทำคือการให้ ส่วนทั้งหมดที่คุณทำก็คือรับไป

Something’s gotta change , but I know that it won’t

บางอย่างก็ต้องมีวันเปลี่ยน แต่ฉันรู้ว่ามันจะไม่เป็นแบบนั้นหรอก

No reason to stay…is a good reason to go…

ไม่มีเหตุผลที่จะอยู่...นั่นแหละ คือเหตุผลดีๆที่จะไป”

     เชี่ย เพลงไรวะ เขารีบเปลี่ยนเพลงทันทีหลังจากแปลความหมายมาได้พักหนึ่ง

     ทันใดนั้นได้มีมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งวิ่งปาดหน้าท่ามกลางการจราจรแน่นเอียด ส่งผลให้รถเมล์ต้องเบรคกะทันหันจนจองกุกโดนผู้โดยสารคนหนึ่งชนหลัง

     “ขะ...ขอโทษครับ” เด็กชายในเสื้อฮู้ตสีดำก้มหัวขอโทษด้วยท่าทางตื่นกลัว ทำเอาจองกุกต้องกลืนคำด่า เปลี่ยนมาส่ายหน้าไม่ถือสาหาความ

     “ไม่เป็นไรครับ”

     เด็กคนนั้นก้มหน้าอย่างกระมิดกระเมี้ยน ยกหน้ากากปิดปากขึ้นมาคลุมจมูก จากนั้นถอยออกไปยืนห่างๆกว่าเดิม เขาไม่ติดใจอะไรจึงกลับมาฟังเพลงต่อ

     จนกระทั่งถึงซอยเข้าบ้าน จองกุกลงจากรถ เดินสะพายกระเป๋าเป้สีแดงใบโปรด เก็บโทรศัพท์กับหูฟังไว้ในกระเป๋ากางเกง เดินทอดน่องเข้าไปในซอยอันวังเวงตามปกติ

     คิ้วคมเข้มเหยียดเข้าหากันแน่น เขาได้ยินเสียงฝีเท้าตั้งแต่ปากซอย ผ่านไปเกือบห้านาทีจนถึงตอนนี้ก็ยังได้ยินอยู่ มันดังเข้ามาใกล้เรื่อยๆหนำซ้ำเขายังเดินอยู่คนเดียว เขาเกรงว่าจะเป็นพวกมิจฉาชีพจึงรีบเหลียวมองด้านหลัง

     ว่างเปล่า ข้างหลังเขาไม่มีอะไร มือหนายกขึ้นเกาหัว สงสัยวันนี้เขาจะเพลียหนักจนหลอนไปเองแน่ๆ

     เขารีบก้าวขายาวๆเพื่อให้ถึงบ้านไวขึ้น โดยที่ยังขนลุกไม่หายกับเสียงฝีเท้าเมื่อครู่ พยายามปลอบใจตัวเองว่าเป็นแค่อาการหูฝาด

     “กลับมาแล้วครับ”

     หลังจากก้าวเท้าเข้ามาในบ้าน เขาจึงถอดรองเท้าจัดให้เป็นระเบียบเหมือนคู่อื่นๆ เดินยังไม่ถึงห้องนั่งเล่นก็โดนผู้เป็นแม่ในชุดผ้ากันเปื้อนเดินเข้ามากอด

     “กลับมาแล้วเหรอตากุก เหนื่อยไหม วันนี้ที่โรงเรียนเป็นไงบ้างจ๊ะ”

     เขายืนนิ่งให้คุณแม่หอมแก้มทั้งสองข้าง ส่วนมือก็โอบกอดตอบหลวมๆ

     “ก็ดีครับ”

     “แล้ววันนี้ไม่ได้พาหนูเยจีมากินข้าวที่บ้านเราเหรอ” หล่อนถามขณะลูบศีรษะลูกชายอย่างรักใคร่

     “ไม่ครับ พอดีวันนี้ผมมีประชุม ผมไม่อยากให้พี่เขารอนานเลยให้กลับไปก่อน”

     “คราวหน้าต้องชวนหนูเยจีมาด้วยน้า”

     “คร้าบๆ” เขายิ้มให้กับปากยู่ๆของแม่ “ผมอาบน้ำก่อนนะ”

     “จ้ะ เดี๋ยวแม่ทำอาหารรอ” หล่อนหมุนตัวเดินเข้าครัว “อ้อ แล้วจะเอานมกล้วยไหม?”

     จองกุกชะงักฝีเท้าขณะเดินขึ้นบันได “ไม่เป็นไรครับ ผมกินมาแล้ว”

     “หืม...กินมาแล้ว...อดใจไม่ไหวถึงขนาดนั้นเลยเหรอ” หล่อนยิ้มแซว

     “พี่เยจีซื้อให้น่ะครับ”

     “ตายจริง! ให้ผู้หญิงซื้อให้ได้ยังไงตากุก”

     “ใจเย็นสิครับ พี่เขาต่างหากที่ซื้อให้ผมเอง” เขายักไหล่ขำๆ

     “คราวหน้าต้องเลี้ยงพี่เขาตอบแทนบ้างนะลูก เดี๋ยวเสียหน้าผู้ชายหมด”

     “ครับแม่”

_________________________

     จองกุกนั่งจ้องหน้าจอโน้ตบุ๊กมาได้สองชั่วโมงกว่า หลังจากทานมื้อค่ำกับครอบครัวเสร็จ เขาก็มุ่งมั่นหาเพลงเพื่อนำมาเป็นตัวอย่างให้กับเอ็มวี ซึ่งเป็นการบ้านที่กลุ่มของเขาต้องทำส่งอาจารย์ในสองสัปดาห์ข้างหน้า แต่อาจเป็นเพราะติดนิสัยเรื่องมากทำให้เขาไม่เจอเพลงที่ถูกใจเสียที

     เขาลูบหน้าก่อนถอดแว่นถนอมสายตา วางไว้บนโต๊ะจากนั้นลุกขึ้นจากเก้าอี้ล้อเลื่อน ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงนุ่มด้วยความเมื่อยล้า ทั้งวันนี้เขาวิ่งวุ่นเข้าออกห้องสภาเป็นว่าเล่น แถมยังต้องมารับทำงานกลุ่มเองคนเดียว – ไม่ใช่คนเดียวสิ ยูคยอมด้วยอีกคน – ให้ตายเถอะ เขาชอบทำงานเดี่ยวมากกว่างานกลุ่มเสียอีก พอเป็นงานกลุ่มทีไรก็โบ้ยให้กันตลอด

     ดวงตากลมช้อนมองโทรศัพท์ที่นอนแน่นิ่งเป็นเพื่อนอยู่สักพัก ก่อนที่มือใหญ่จะเอื้อมหยิบปลดล็อกหน้าจอ กดแกลเลอรี่เพื่อดูความทรงจำเก่าๆเมื่อช่วงปิดเทอมฤดูร้อน

     “กูคิดถึงพวกมึงชะมัด”

     เขาเลื่อนดูทุกรูปที่มีนัมจุนกับซอกจินและยุนกิ หลังจากเดินทางไปร่วมงานศพเขาก็ใจโหวงทั้งวัน รู้สึกเหมือนตัวเองเพิ่งเสียสิ่งสำคัญไป แม้จะรู้ว่าพวกนั้นหักหลัง แต่สุดท้ายพวกเขาก็ยังเป็นเพื่อนกันอยู่ดี และตอนนี้เขาอโหสิกรรมให้เพื่อนทั้งสามคนแล้ว

     นิ้วที่ปัดเลื่อนหน้าจอชะงักกึกทันควัน จองกุกมองค้างให้กับรูปตรงหน้า เด็กผู้ชายผมทอง รอยยิ้มสวยหวานที่น่าดูยิ่งกว่าสิ่งใด ดวงตาที่สามารถสะกดผู้คนไว้จนยากจะถอนสายตา ตัวเขาคนหนึ่งล่ะที่กำลังเป็นแบบนั้น แค่เลื่อนรูปหนีก็ยังยากลำบาก ยิ่งนึกถึงช่วงเวลาที่ได้อยู่ด้วยกันกับอีกคน หัวใจของเขาก็เจ็บแปลบขึ้นมาเสียดื้อๆ เจ็บจนนึกอยากตัดทิ้งให้รู้แล้วรู้รอด

     ตอนนี้เขากำลังคิดถึงวิโอเรล

     ซึ่งเป็นรอบที่เท่าไรแล้วก็ไม่รู้...

     เขายิ้มขันให้ตัวเอง แปลกนะ วิโอเรลทำกับเขาไว้ตั้งมากมาย แต่กลับยังมีความรู้สึกให้อีกคนทั้งที่ไม่ควร เมื่อไรเขาจะตัดใจจากเจ้าตัวได้สักที ทั้งที่มีเยจีอยู่แท้ๆ

     “นายต้องทำได้น่าจอน จองกุก”

     นิ้วโป้งหนาเลื่อนไปยังแถบเมนู จิ้มที่รูปถังขยะ

     “ก็แค่ลืม...”

     กล่องข้อความปรากฏขึ้น

     ‘ลบรูปภาพหรือไม่’

     “ง่ายนิดเดียวเอง...”

     นิ้วหัวแม่มือเลื่อนไปยังตรงตำแหน่งขวาสุดของกล่องข้อความ แต่เมื่อได้จ้องตากับคนในรูปอีกครั้ง จู่ๆนิ้วข้างนั้นก็พลันสั่นเทาเสียดื้อๆ

     จองกุกน้ำตาคลอเบ้า

     และกดที่คำว่า ยกเลิก

     “แม่งเอ๊ย!”

     มือหนาคว่ำโทรศัพท์ไว้บนเตียงก่อนลูบหน้า กำกลุ่มผมแน่นด้วยความเจ็บใจ

     เขาแพ้แล้วจริงๆ...

     อยากจะตัดใจ แต่เหมือนมีบางอย่างรั้งไว้จนเขาทำไม่ลง

     “หึ” เขาแค่นยิ้มให้ตัวเองเมื่อคิดได้เช่นนั้น เปลือกตาปิดลงขณะที่มือยังวางบนหน้าผาก หัวใจบีบรัดจนน้ำตาพาลซึม

     ความรักที่เกิดจากการบังคับ เขาเกลียดมันเหลือเกิน

     อยากจะลบมันออกไปจากหัวใจให้ได้สักที

     “คุณมันตัวอันตรายชัดๆ วิโอเรล”




​To be continued

​________________________________

ถึงจะเป็นมนตร์เสน่ห์ แต่ยังไงความรักก็คือความรู้สึก ก็ยากที่จะลบออกอยู่ดี T T

เพลงที่จองกุกฟังคือเพลง something's gotta give ของ camila cabello นะคะ ไรท์แปะไว้บนหน้านิยายแล้วล่ะ ลองฟังดูได้ เพราะเหมือนกัน

อีกตอนเดียวก็จะจบแล้วนะคะ แงงงง ;-;

ความคิดเห็น