สวัสดีนักอ่านที่หลงเข้ามานะคะ😂 เรื่องนี้ก็สยองๆหน่อยนะ และก็อย่าลืมเอาตับมาด้วยล่ะ คราวนี้นายเอกเราใจร้ายมากๆ ชอบไม่ชอบหรืออยากติชมอะไรก็เม้นต์พูดคุยได้เลยน้าาาา

เขี้ยวที่ 21 : ขอ

ชื่อตอน : เขี้ยวที่ 21 : ขอ

คำค้น : BTS , kookv , allv

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.4k

ความคิดเห็น : 15

ปรับปรุงล่าสุด : 27 เม.ย. 2562 02:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เขี้ยวที่ 21 : ขอ
แบบอักษร

เขี้ยวที่ 21

ขอ


“วีอยากเจอจองกุก”

     แบคฮยอนถลึงตาโตขณะที่มือยังพันผ้าพันแผลรอบเอวเล็กของเพื่อนสนิท เขาไม่ได้ตอบทำให้ความเงียบกลืนกินห้องสี่เหลี่ยมผนังไม้ ลมพัดหวิวจากด้านนอกสะบัดผ้าม่านผืนบางเบาๆ พัดกลิ่นดินเปียกแฉะเข้ามาด้านใน แบคฮยอนลุกขึ้นเมื่อท้องฟ้าส่งเสียงร้อง ปิดหน้าต่างลงกลอนเพื่อไม่ให้ฝนเทสาดเข้ามาในห้องคนป่วย

     เขานั่งลงบนขอบเตียงข้างๆวิโอเรล กุมมือเรียวผอมพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาแดงขุ่น

     “วี ฟังแบคนะ...เขาเป็นมนุษย์ ส่วนเราเป็นเสือที่กินมนุษย์เป็นอาหาร มินวูคือคนแรกและจะเป็นคนสุดท้าย จองกุกเขาก็รู้ความจริงแล้ว แถมยังทิ้งวี--”

     “วีรู้” วิโอเรลยังคงดื้อดึงขึ้งขัด “แต่ถึงยังไงวีก็อยากเจอจองกุกอยู่ดี...วีอยากพูดขอโทษ อยากบอกความจริงทุกอย่าง ขอแค่ได้เจอหน้าเขาสักครั้งวีก็พอใจแล้ว”

     แบคฮยอนถอนใจให้กับรอยยิ้มฝืนๆนั้น “นั่นก็แค่ข้ออ้าง ความจริงแล้ววีจะไปลากตัวเขากลับมาใช่ไหมล่ะ”

     “ไม่” เขาสั่นศีรษะ แววตาหม่นหมองลง “เขาไม่รักวีแล้ว วีจะไปบังคับเขาอีกทำไม”

     “ก็นั่นมันไม้ตายของวี” แบคฮยอนยักไหล่ “วีก็เคยพูดเองหนิว่าจะไม่ยอมโดนแย่งของรักไป ไม่ว่าจะยังไงก็ยอมทำทุกย่างโดยไม่สนอะไรทั้งนั้น”

     คนฟังไหล่ตก “แต่วีไม่อยากให้เขาเกลียดวีไปกว่านี้อีกแล้ว”

     “เพราะงั้นไงวีถึงต้องถอยออกมา”

     วิโอเรลมองมือของอีกฝ่ายที่กุมมือเขาแน่นขึ้น

     “คิดดีๆนะวี ถ้าวีไปหา...จองกุกเขาจะยิ่งกลัววีนะ”

     “รู้...แต่วี ฮึก อยากเจอเขาจริงๆ”

     แบคฮยอนใจหายเมื่อเห็นน้ำตาบนแก้มใส

     “ไม่ต้องคุยกันก็ได้...ฮึก...ขอแค่...ได้เห็นสักวิฯนึง...ฮึก...ก็ยังดี”

     เพราะไม่รู้จะปลอบอย่างไรจึงได้แต่ดึงร่างบางเข้ามากอด ลูบแพรผมนุ่มเบาๆขณะฟังเสียงสะอื้นไห้ จนกระทั่งเจ้าของแผ่นหลังบางผล็อยหลับด้วยความเหนื่อยอ่อน เขาถึงวางเจ้าตัวให้นอนลง ห่มผ้าหนาๆและเช็ดน้ำตาจนแห้งเหือด ก่อนเดินไปปิดสวิตช์ไฟ ปิดประตูอย่างเงียบเชียบให้คนป่วยได้เข้าสู่ห้วงนิทรา

________________________

     เช้าวันถัดมาในช่วงสาย พ่อของโฮซอกพาเด็กๆมาเก็บข้าวของหลังจากได้ฟังเรื่องราวจากปากลูกชาย เจ้าตัวบอกว่ามีเสือที่ทำร้ายคนอยู่ที่นี่และต้องการให้เขามาช่วยดูแล และพาไปแจ้งกับเจ้าหน้าที่อุทยานถึงอันตรายในเขตตั้งแคมป์

     ทุกคนก้าวขาลงจากรถจิ๊บ เจ้าหน้าที่ดงวูคือคนแรกที่เดินมาต้อนรับ

     “สวัสดีครับคุณจอง”

     “สวัสดีครับคุณดงวู” เขามองความวุ่นวายตรงหน้าด้วยความฉงน “เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ?”

     “พวกเราเจอศพคนน่ะครับ ตอนนี้กำลังจะปิดสถานที่รอเจ้าหน้าที่นำศพส่งให้นิติเวช” ดงวูชี้ไปยังศพที่ถูกผ้าคลุมทับและรอยเลือดอีกจุดหนึ่งไม่ไกลจากตัวศพ

     “ศพคน!?” เขาอุทาน

     เด็กหนุ่มทั้งสามกลืนน้ำลาย ใจลุ้นระทึกว่าจะใช่ศพของปีศาจหรือเปล่า แต่ก็ต้องผิดคาดเมื่อดงวูขยายความต่อ

     “ใช่ เป็นศพของผู้ชายอายุราวๆ40ต้นๆ แต่งตัวแปลกประหลาดแถมเขายังสวมสร้อยที่ เอ่อ...มีแต่เขี้ยวเสือ ภายในเสื้อเขามีอาวุธ สภาพศพกระจุยกระจาย...อย่าไปดูเลย เดี๋ยวจะติดตา”

     “เขาเป็นพวกนักลอบล่าสัตว์เหรอครับ?”

     “อืม...อันนี้เราก็ยังไม่แน่ใจ แต่ยังไงซะพวกผมต้องการสอบสวนเด็กๆก่อน”

     “พวกเราไม่ได้ทำนะครับ” โฮซอกแสดงความบริสุทธิ์ใจเป็นคนแรก

     “งั้นเมื่อคืนพวกเธออยู่ไหน?”

     “พวกเขาอยู่ที่บ้านผมครับ” คุณจองออกมาปกป้องเด็กๆเต็มที่ “เพราะที่นี่มีเสือ พวกเขาก็เลยรีบกลับมาก่อน”

     “งั้นทำไมถึงไม่ย้ายของ?”

     “ความจริงตอนนั้นพวกเรายืนดูดาวกันอยู่ แต่มีเสือโคร่งเดินมาจากไหนไม่รู้และพวกเราก็ตกใจมาก พวกผมกลัวก็เลยรีบเผ่นออกมาก่อนนี่แหละครับ” จีมินช่วยอีกแรง

     เจ้าหน้าที่ดงวูหรี่ตาลงให้กับรอยแผลบนคอของโฮซอก แต่สุดท้ายก็ปักใจเชื่อ เพราะอย่างไรร่องรอยบนศพก็เป็นฝีมือของเสืออยู่ดี “น้าเข้าใจละ”

     จองกุกหันมองรอบกายเหมือนกำลังมองหาอะไรบางอย่าง

     โฮซอกเห็นพอดี “มองไรกุก เห็นทำเป็นมองตั้งแต่เมื่อกี้ละ ทำของหายแถวนี้เหรอ?”

     “เปล่า...กูแค่คิดอะไรเรื่อยเปื่อย”

     “เอาน่าไม่ต้องกังวล” เพื่อนหน้ายาวตบต้นแขนเขาทีหนึ่ง “ต่อจากนี้เราจะไม่ได้เจอมันอีกแล้ว ลืมๆไปเถอะ”

     “อืม”

     ถ้าทำได้เขาก็อยากลืมเร็วๆเหมือนกัน

_______________________

     หลังจากเจ้าหน้าที่พบศพของพวกนัมจุนทั้งในบริเวณจุดตั้งแคมป์และในอุทยาน ทางบ้านก็จัดงานศพโดยมีแขกคือญาติพี่น้องและเพื่อนของเด็กๆทั้งสาม เมื่อช่วงปิดเทอมฤดูร้อนสิ้นสุดลง จองกุกกลับมาใส่ชุดนักเรียนอีกครั้งในฐานะนักเรียนม.ปลายปีสอง ภาคเรียนที่สองนี้เขายังคงมาโรงเรียนแต่เช้า ทักทายคุณครูและรุ่นพี่รุ่นน้องในสภาตามปกติ

     “นั่นรุ่นพี่จองกุกนี่!”

     “อ๊าย! ยังหล่อเหมือนเดิมเลยอ่ะแก เจ้าชายน้ำแข็งของฉัน กรี๊ด!”

     และก็ได้ฟังเสียงวี้ดว้ายเช่นเคย

     “เห้ยกุก! ทางนี้ๆๆ”

     เจ้าของชื่อที่เดินผ่านเสียงกรี๊ดของนักเรียนหญิงได้ชะงักฝีเท้า กำลังจะเดินขึ้นอาคารเรียนก็ต้องก้าวไปหากลุ่มนักเรียนชายที่นั่งบนโต๊ะหินอ่อนแทน

     เขาเดินเลิกคิ้วเข้ามาก่อนโดนเพื่อนคนหนึ่งเกี่ยวคอ

     “เดี๋ยวนี้ซุ่มเหรอค้าบคุณจองกุก เห็นเงียบๆงี้ก็ร้ายเหมือนกันน้ามึงอ่ะ”

     เพื่อนคนที่สองเข้ามาประกบอีกข้าง “หน้าหวานผมทอง ตาถึงเหมือนกันนะมึงหนิ”

     เขาย่นคิ้ว “พวกมึงพูดเชี่ยไรเนี่ย?”

     “อ้าวๆ ทำเป็นไขสือ” เพื่อนอีกคนโพล่งขึ้น “ก็คนที่มึงป่าวประกาศไปทั่วไอจีว่าเป็นแฟนมึงไง”

     “แฟนเ*ยไร”

     “ชื่ออะไรนะ น้องวีเหรอ?” เพื่อนอีกคนยื่นหน้าเข้ามา “แล้วเป็นแฟนจริงหรือมึง...แค่ฟันเล่นๆวะ?”

     “เดี๋ยวนี้จองกุกของเราร้ายนะครับ นึกว่าจะโสดจะซิงตลอดซะอีก ฮ่าๆๆ!”

     จองกุกถอนหายใจ ส่ายหน้าอย่างอิดระอา “พวกมึงหนิไร้สาระเกินไปละ” เขาพยายามแกะแขนของเพื่อนทั้งสอง “ไอ้บอน ไอ้ยูค พวกมึงก็ปล่อยกูได้แล้ว กูจะขึ้นห้อง”

     “โห่ ไรว้า ไม่กล้ายอมรับซะงั้น”

     “แล้วแต่พวกมึงจะคิด” เขากระชับสายกระเป๋าเป้ “กูกับเขาไม่ได้เป็นอะไรกัน”

     “หมายความว่าไงวะ จีบไม่ติดเหรอ? หรืออะไร?”

     “เปล่า” คนถูกถามปั้นหน้าเรียบ “กูเบื่อ”

     “ให้มันได้ยังงี้สิ!” ยูคยอมตบหน้าขาหลังจากนั่งบนโต๊ะ “สมที่ได้ฉายาเจ้าชายน้ำแข็งจริงๆ แป๊บเดียวก็เบื่อซะและ”

     “ไม่มีใครได้เป็นแฟนไอ้กุกหรอกมึง”

     มีสิ...

     แต่เขาคนนั้นกลายเป็นอดีตไปแล้ว

     “โย่ กุก” จีมินเดินเข้ามากอดคอทักทาย “ขึ้นห้องเรียนกัน”

     “อืม” จองกุกคลี่ยิ้มบาง กอดคอตอบก่อนเดินขึ้นอาคารเรียนกับเพื่อนหน้าหวาน

     “กูว่า...ไอ้จีมคงไม่พ้นเป็นแฟนไอ้กุกแน่เลยว่ะ ดูดิ ตัวติดกันซะขนาดนั้น ฮ่าๆๆ”

     “เออว่ะ เดี๋ยวสักพักกระแสคู่จิ้นแม่งมาชัวร์”

​_____________________

     “กูเข้าห้องก่อนนะ”

     จองกุกพยักหน้าให้จีมินที่เดินออกไปจากหน้าห้องของเขา ห้องเรียน2-Aคือห้องที่เขาเรียนอยู่ เขาถอดรองเท้าผ้าใบและหยิบรองเท้าแตะบนชั้นวางมาสลับใส่แทน ระหว่างที่กำลังสอดเท้าเข้าไป เสียงแหลมใสของนักเรียนสาวคนหนึ่งได้เรียกความสนใจจากเขา

     “อรุณสวัสดิ์จ้ะจองกุก”

     ผู้หญิงคนนั้นคือรุ่นพี่ที่ตามจีบเขานั่นเอง รุ่นพี่เยจี หล่อนตามจีบเขามาได้สักพักแต่ก็ต้องเลิก เพราะเห็นโพสต์ในไอจีของเขาที่บอกว่ากำลังตามจีบวิโอเรล

     เขาค้อมศีรษะเล็กๆตามมารยาทที่รุ่นน้องควรมีให้รุ่นพี่ “อรุณสวัสดิ์ครับพี่เยจี”

     “ยินดีด้วยนะที่ได้เจอคนที่ใช่สักที”

     หล่อนยิ้มหวานตาหยี ซึ่งก็น่ารักดี แต่เขารู้ว่ามันเต็มไปด้วยความเจ็บปวด

     เขายิ้มเจื่อนกลับไป “อ่า...ครับ”

     “วีเขาน่ารักมากเลย อยู่โรงเรียนไหนเหรอ”

     นี่หล่อนรู้ตัวหรือเปล่าว่ากำลังทำให้เขาอึดอัด จองกุกได้แต่โอดครวญในใจ

     “ผมไม่รู้” เขาเม้มปาก

     “ทำไมล่ะ?” หล่อนเอียงคอ ทำตาแป๋ว

     และเป็นครั้งแรกที่จองกุกคิดว่าหล่อนน่ารัก

     “ก็ผมกับเขาไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว ก็เลย...ไม่ได้ถามต่อ”

     ทันใดนั้นเยจีก็ยิ้มร่า พุ่งเข้ามาคว้ามือเขาไปกุมไว้ “จริงเหรอ! งั้นมาคบกับพี่ได้ไหม!”

     เขาเบิกตาโต ทั้งเขินทั้งตกใจ แต่อีกใจก็อึดอัด ผู้คนที่อยู่บริเวณนั้นเริ่มซุบซิบกับการกระทำประเจิดประเจ้อของหญิงสาว เยจีเพิ่งรู้ตัวและเริ่มหน้าแดง ค่อยๆปล่อยมือของจองกุกด้วยความอับอาย

     “ขอโทษที พี่ไม่ควรพูดแบบนั้น...”

     หญิงสาวก้มหน้าห่อไหล่ ไม่ต้องเอียงคอมองก็รู้ว่าสีหน้าของหล่อนเศร้าสลดแค่ไหน จองกุกเผยยิ้มพลางนึกเอ็นดู

     เขาควรลองเปิดใจดีไหมนะ?

     คบเพื่อลืมก็ยังดีกว่ารอให้แผลใจค่อยๆหายเอง

     แม้จะเป็นวิธีที่เห็นแก่ตัวไปนิด แต่เขาไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว

     เขาอยากลืมวิโอเรลให้เร็วที่สุด...

     “รุ่นพี่ครับ”

     เยจีช้อนสายตามอง พวงแก้มยังคงแดงระเรื่อ

     “ผมว่า...เรามาลองคบกันดูก็ได้นะ”




​To be continued

​________________________________

แต่งๆไป ไม่ใช่อีกตอนเดียวจะจบแล้วค่ะ555 ไรท์ตัดออกมาเพราะไม่อยากให้มันยาวเกิน เอาเป็นว่าน่าจะประมาณสองสามตอนน่าจะจบนะ ขอโทษด้วยค่ะที่ทำให้สับสน


ความคิดเห็น