email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ขย้ำรัก : บทที่สิบสาม

ชื่อตอน : ขย้ำรัก : บทที่สิบสาม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 15.9k

ความคิดเห็น : 20

ปรับปรุงล่าสุด : 26 เม.ย. 2562 10:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ขย้ำรัก : บทที่สิบสาม
แบบอักษร

​บทที่สิบสาม

พชรกับริชาร์ตนั่งคนละฝั่งของเตียง ทั้งคู่เฝ้าน้องเบลตั้งแต่เมื่อวานจนถึงตอนนี้ยังไม่มีใครลุกไปไหน



เจษฏามาโรงพยาบาลแต่เช้า เขาพยายามเกลียกล่อมให้เพื่อนรักทั้งสองกลับบ้านไปอาบน้ำอาบท่าแต่งตัวมาใหม่ แต่ก็ไม่มีใครยอมลุกขึ้นสักคน เขาเลยโทรหาไอ้วินให้มาช่วยเจรจา



บ่ายๆวินกับแฟนสาวคนสวยมาเยี่ยมน้องเบล พร้อมกระเช้าผลไม้และอาหารกล่องใหญ่ที่เอามาฝากสองหนุ่ม



“น้องเป็นไงบ้างวะ” วินเดินมาเกาะหลังริชาร์ต สายตาเหลือบมองดูลูกสาวคนใช้ที่บ้านนอนนิ่งบนเตียง ถ้าแม่ของเบลรู้ว่าเธออยู่โรงพยาบาลมีปัญหาแน่ๆ 



“ตั้งแต่เมื่อวานยังไม่ตื่นเลย” ริชาร์ตบอกเสียงเศร้า วินตบไหล่เพื่อนให้กำลังใจ



“น้องไม่เป็นอะไรหรอก พักผ่อนวันสองวันเดี๋ยวก็หายแล้ว” 



“กูก็หวังอย่างนั้น” ริชาร์ตจับมือนิสาลูบไปมา ตอนนี้เขาอยากให้น้องตื่นมาคุยกับเขามากๆ 



วินเดินอ้อมไปอีกฝั่ง เขาลากเก้าอี้นั่งลงข้างพชร ใบหน้าหล่อเหลาของลูกครึ่งอเมริกันเงยมองเพื่อนต่างวัย พลางก้มลงอย่างคนรู้สึกผิด 



เขานั่งเฝ้าน้องทั้งคืน เห็นตอนน้องชักเพราะตัวร้อน เห็นตอนหมอฉีดยาเข็มโตให้ เขาเสียใจ เสียใจที่เป็นต้นเหตุทำให้น้องต้องเจ็บแบบนี้


“ว่าไงครับ” วินเอาศอกกระแทกสีข้างเพื่อนรุ่นพี่ทักทาย พชรขยับตัวหนีตอนนี้เขาไม่อยากยุ่งกับใคร บนศีรษะของตนมีผ้าพันแผลพันไว้รอบ วินแอบหัวเราะเบาๆ



“โคตรโหด เล่นกันกันเลือดตกยางออกเลยหรอ” วินตะโกนคุยกับริชาร์ต คนที่ทำให้เกิดแผล ริชาร์ตกัดฟันกรอดมองหน้าพชรตาเขียว วินเห็นท่าไม่ดีจึงเรียกนัทมาแจกอาหารให้ทั้งสองหนุ่มทาน



“นัทเอาข้าวให้ไอ้สองคนนี้กินหน่อยดิ” เด็กสาวร่างเล็กยกอาหารเสิร์ฟให้ริชาร์ตและพชร ตอนแรกไม่มีใครแตะ แต่เพราะกลิ่นหอมๆของอาหารซึ่งกำลังร้อนควันลอยฉุยก็อดไม่ได้ที่จะคว้ามาไปตักเข้าปาก



“คุณเจทานด้วยกันไหมคะ” นัทจะส่งอาหารให้เจษฏา เขารีบยกมือปฏิเสธ



“ไม่ละ พี่ทานเรียบร้อยแล้ว ขอบใจมากนะ”



“เออ พวกมึงสองตัวน่ะ กูเอาเสื้อผ้ามาให้แล้วนะ ของส่วนตัวเอามาพร้อมแล้ว ของไอ้พีทกระเป๋าสีดำ ของมึงไอ้ชาร์ตสีครีม” เจษฏาโยนกระเป๋าไปใกล้เพื่อน เขาสั่งให้ลูกน้องกลับไปจัดกระเป๋าให้



“มึงเอามาให้พวกมันทำไม ไม่ให้พวกมันกลับไปจัดการที่บ้าน นี่จะไม่เข้าบริษัทกันเลยหรอ” วินบ่น ถึงเขาจะเด็กกว่าทั้งสามคนแต่เขาก็รู้ว่างานที่บริษัทสำคัญมากๆ



“บอกแล้วไม่มีใครฟังซักคน ไอ้ชาร์ตก็กลัวไอ้พีทพาน้องหนี ไอ้พีทก็กลัวไอ้ชาร์ตพาน้องหนี ปวดหัว เดี๋ยวกูก็พาหนีเองเลยแม่ง” เจษฏาก็อดบ่นไม่ได้ ไม่รู้จะทำยังไงกับเพื่อนสองคนนี้แล้ว



หลังจากทานข้าวเสร็จริชาร์ตก็ลุกไปอาบน้ำคนแรก ตามด้วยพชร จากนั้นทั้งสองก็กลับมานั่งที่เดิมมองดูน้อง



“แค่กๆๆ”



พรวด ผู้ชายทั้งสี่คนเข้าไปรุมที่เตียงของนิสาทันที ริชาร์ตจับมือข้างหนึ่ง พชรก็จับอีกข้าง



“เบลเป็นไงบ้าง พี่อยู่นี่นะ ไอ้เจไปตามไอ้หมอมาดิ บอกมันน้องตื่นแล้ว” ริชาร์ตประคองร่างเล็กลุกขึ้นนั่ง เขาลูบหลังบางช้าๆ เจษฏารีบวิ่งออกไปนอกห้องทั้งๆที่ยังตกใจอยู่ 



นิสาไอคอกแคก พชรหยิบน้ำเปล่าส่งให้ มือเล็กซีดเซียวจับหลอดดูดน้ำเข้าไปเล็กน้อย พอลืมตามองว่าเขาเป็นใครเธอถึงกับผงะ ริชาร์ตรวบตัวน้องเบลมากอด



“พี่อยู่นี่แล้ว ไม่ต้องกลัวนะ ไม่มีใครทำร้ายหนู โอ๋”



พชรกำหมัดแน่น รู้สึกเจ็บแปลบๆในอกเมื่อเห็นภาพเด็กสาวอยู่ในอ้อมกอดคนอื่น 



ไม่นานหมอก็มา ทั้งห้าคนต้องออกไปนอกห้อง ปล่อยให้หมอและพยาบาลตรวจดูอาการของน้องเบล



“เป็นไงบ้างไอ้หมอ” พอพยาบาลเริ่มเก็บอุปกรณ์ใส่รถเข็น ริชาร์ตก็ถามเพื่อนทันที



“ดีขึ้นมาแล้ว พักผ่อนอีกซักหน่อยก็หาย เดี๋ยวให้พยาบาลเอาข้าวต้มมาให้ ให้น้องกินด้วยละ”



“เออๆ ขอบใจมาก” ริชาร์ตตบไหล่เพื่อน คณะหมอและพยาบาลทยอยออกไป 



ข้าวต้มร้อนๆถูกเสิร์ฟขึ้นโต๊ะ ริชาร์ตรับหน้าที่ป้อนข้าวให้นิสา เธอตื่นขึ้นมาไม่พูดกับใคร เพราะรู้สึกตกใจที่ทุกคนเห็นเธอในสภาพนี้ สายตากลมโตได้แต่เหลือบมองพชรที่นั่งเฝ้าอยู่ใกล้ๆ



“น้องเบลทานอีกคำนะครับ” ริชาร์ตเป่าข้าวต้มแล้วยกไปใกล้ริมฝีปากบาง นิสาอ้าปากรับ



“อ๊ะ” เธอเบือนหน้าหนี ข้าวต้มยังร้อนอยู่ ชาร์ตชักมือกลับเอากลับไปเป่าใหม่



“พี่ขอโทษๆ พี่ขอโทษ อะทานน้าเย็นแล้ว” เขาป้อนใหม่อีกรอบ นิสาทานข้าวต้มจนหมดชาม จากนั้นทานยาที่หมอเตรียมไว้ให้กินตบท้าย หลังจากกินเสร็จหนังตาคนตัวเล็กก็หย่อนคงเพราะฤทธิ์ยากับพิษไข้จึงทำให้หลับไปอีกครั้ง



วินโอบเอวแฟนสาวมากอดไว้ หญงสาวซบไหล่กว้าง มองดูผู้ชายสองคนกำลังเอาใจคนป่วยตรงหน้า



เจษฏาพิงผนังห้องมองดูห่างๆ เขาแอบดีใจเล็กๆที่ได้เจอน้องเบียร์ ทำให้เขาตัดใจจากน้องเบลได้ ถึงจะยังห่วงอยู่ก็เถอะ ถ้าเขาไม่เจอน้องเบียร์เสียก่อน ป่านนี้เขาคงสติแตกมากกว่าไอ้สองตัวที่นั่งล้อมน้องอยู่ก็เป็นได้



“คิดอะไรอยู่วะ” วินสะกิดเจ



“เปล่าไม่มีอะไร” เจษฏาปฏิเสธพลางเหม่อมองออกไปนอกห้อง



“กูคิดว่ามึงจะบ้าไปกับพวกมันแล้วนะเนี่ย” วินแซว



“ก็เกือบๆแล้วละ มีพยาบาลประจำตัวดี” เจยักคิ้วให้เพื่อน



“เฮ้ย นี่อย่าบอกนะว่ามีเด็กใหม่แล้วอ่ะ” วินตบมือที่ขาตัวเองร้องเสียงดัง



“เบาๆดิ มึงอยากให้ไอ้สองคนนั้นรู้หรือไง ว่ากำจัดคู่แข่งได้แล้วอ่ะ กูยังรอดูอยู่ว่าพวกมันจะทำอะไรกับน้อง ถ้าทำอะไรงี่เง่ากูจะเอาน้องไปดูแลเอง” เจษฏาพูดด้วยสีหน้าจริงจัง



“ว่าแต่เด็กที่ไหนวะ กูรู้จักปะ” วินแอบเทียบเคียงถาม



“เหอะๆ รู้ดิวะ รู้จักดีด้วย เด็กในบ้านมึง”



“เฮ้ย จริงหรอ” วินทำหน้าสงสัย นึกว่าในบ้านเขามีใครบ้าง “นี่อย่าบอกนะว่า….”



“เออ น้องเบียร์ น้องสาวน้องเบลไง” วินตบมือฉาด ว่าแล้วไอ้นี้มันต้องกินแถวๆนี้ เบียร์กับเบลหน้าถอดแบบกันมาเป๊ะๆยิ่งกว่าฝาแฝด ถึงว่าไม่สะทกสะท้านกับเรื่องน้องเบลเท่าไหร่ ได้ตัวแทนไปแล้วนี่เอง ไม่เข้าใจไอ้พวกนี้เลย ชอบอะไรเหมือนๆกันตลอด 



เจษฏาบอกเพื่อนไปแล้วหนึ่งคนเขาก็โล่งอก ยังคิดอยู่ว่าจะบอกน้องเบลยังไงดีเรื่องที่่เขาพรากผู้เยาว์น้องเบียร์



“นานยังวะ ทำไมกูไม่เห็นรู้เรื่อง”



“ไม่นานหรอก ไม่กี่วันนี้เอง ก่อนเรื่องน้องเบล กูไปเจอน้องเขาทำงานที่ผับกู ก็เลย…”



“งาบเอามากิน” วินพูดดักคอ 



“น้องเขาเต็มใจโว้ย ถึงกูจะเสนอนิดหน่อย แต่น้องเขาก็สนองมาดี” เจษฏาหัวเราะชอบใจคิดถึงหน้าหวานที่บ้านแล้วหัวใจมันอบอุ่นมีความสุขทุกทีเลย



“หลอกเด็กสินะมึง” วินส่ายหัวไปมา



“ทำอย่างกับมึงไม่เคย เมื่อก่อนเลี้ยงเด็ก…อุ้บ” วินรีบเอามือปิดปากเจทันที นัทเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนต่างวัยสองคนนี้แบบจับผิด ได้ยินว่าเลี้ยงน้องอะไรแว่วๆ 



“ไม่มีอะไรจ้ะ ซบต่อนะซบต่อ” วินรีบดึงศีรษะบางมาซบอกต่อ แล้วส่งตาเขียวๆดุเจ



“พวกมึงตั้งใจกินหมดบ้านกูเลยปะ คนอื่นมีไม่เอา วนเวียนอยู่ได้”



“กูว่ากูรักน้องเขาวะ” เจษฏาพูดเหมือนคนเพ้อฝัน เคลิ้มสติล่องลอย



“เออ เห็นมึงรักคนอื่นได้บ้างกูก็ดีใจ กูนึกว่าพวกมึงจะแต่งงานกับน้องเบลคนเดียวแล้ว”



“ตอนแรกก็หวังแบบนั้น” เจหัวเราะแกนๆ



“เอาเถอะ สายแล้วกูพานัทกลับบ้านก่อน พรุ่งนี้มีสอบ”



“เออๆ กลับดีๆ” เจโบกมือไล่ วินพานัทไปบอกลาสองคนที่เหลือแล้วก็พากันกลับ



เย็นมากแล้ว ตอนแรกเจษฏาตั้งใจจะอยู่เฝ้าน้องเบลจนดึก แต่เห็นไอ้สองคนนี้เฝ้าเขาก็เลยเปลี่ยนใจกลับบ้านดีกว่า อยากกลับไปหาร่างนุ่มๆจะกอดหอมให้ชื่นใจเลย



เขาขับรถกลับมาที่คอนโด เดินออกจากลิฟต์ไปที่ห้องขณะกำลังจะไขกุญแจ ประตูห้องก็แง้มเปิดออก เขาจึงผลักเข้าไป เมื่อเช้าตอนไปข้างนอกเขาล็อกอย่างดีแล้วนะ หรือน้องจะออกไปไหน



ร่างสูงใหญ่เดินเข้าไปด้านใน เสียงพูดคุยหัวเราะดังรอดออกมา เจษฏาขมวดคิ้วแน่นใครมาที่นี่



“ตาเจชอบอาหารไทยมาก หนูนี่รู้ใจลูกชายฉันดีจัง”



“แล้วอาหารอย่างอื่นละคะ คุณเจชอบอะไรบ้าง”



“รายนี้กินได้หมดแหละ แต่มีเมนูหนึ่งชอบมาก เดี๋ยวฉันสอนให้”



“ค่ะ” ผู้หญิงสองคนกำลังง่วนอยู่ในครัว เมื่อเดินเข้าใกล้ๆเจษฏาถึงกับตกใจ เมื่อพบว่าผู้หญิงที่อยู่ข้างๆน้องเบียร์คือมารดาของตน



“คุณแม่”



“อ้าวกลับมาแล้วหรอลูก ดีๆนั่งรอเลยอาหารจะเสร็จแล้ว” คนเป็นแม่หันไปหาลูกชายเพียงครู่ก็หันกลับมาสอนเด็กสาวข้างตัวทำอาหารต่อ



เจ้าของห้องผู้มาใหม่งงไปหมด คุณแม่มาได้อย่างไร แล้วแม่เจอกับน้องเบียร์แล้วท่านว่าไงบ้าง



“แม่บ้านคนนี้แกหามาจากไหน ทำงานคล่องดีจัง สนใจไปทำงานที่บ้านฉันไหม” คำพูดของคุณหญิงทำเอาเด็กสาวก้มหน้างุดอย่างเจียมตัว เธอก็แค่แม่บ้านที่คุณเจษฏารับมาดูแลเท่านั้น



ชายหนุ่มยืนอึ้งไม่กล้าบอกท่านว่าตัวเองจับเด็กอายุสิบแปดทำเมีย ตายห่าแล้ว นึกว่าจะได้กอดเมียเด็กสบายใจ งานเข้าแล้วโว้ย...


............................

ว๊าย พี่เจงานเข้าแล้ววว

ความคิดเห็น