สวัสดีนักอ่านที่หลงเข้ามานะคะ😂 เรื่องนี้ก็สยองๆหน่อยนะ และก็อย่าลืมเอาตับมาด้วยล่ะ คราวนี้นายเอกเราใจร้ายมากๆ ชอบไม่ชอบหรืออยากติชมอะไรก็เม้นต์พูดคุยได้เลยน้าาาา

เขี้ยวที่ 19 : กลับมา

ชื่อตอน : เขี้ยวที่ 19 : กลับมา

คำค้น : BTS , kookv , allv

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.4k

ความคิดเห็น : 20

ปรับปรุงล่าสุด : 25 เม.ย. 2562 23:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เขี้ยวที่ 19 : กลับมา
แบบอักษร

เขี้ยวที่ 19

กลับมา



โฮซอกแทบหยุดหายใจเมื่อดวงตาเรียวยาวจ้องเขม็งมาพร้อมกับรอยยิ้มหวานขนลุก

     “วีเป็นอะไรเหรอ”

     และเป็นต้องขาสั่นเทิ้มให้กับคำถามนั้น

     “ไม่มีอะไรหรอกครับวี ไอ้โฮปมันก็เพ้อของมันไปเรื่อยแหละ อย่าไปเอาอะไรกับคนไร้สาระแบบมันเลย”

     แม้จะเป็นคำพูดค่อนขอดที่ชวนโมโห แต่มันคือสิ่งที่ช่วยชีวิตเขาไว้จากปีศาจตรงหน้า

     วิโอเรลเปลี่ยนมายิ้มขำ “อ๋อ ถ้างั้นก็โอเค”

     “แล้ววีไปไหนมาครับ ทำไมชอบหายไปโดยไม่บอกกุกอยู่เรื่อยเลย” จองกุกตีหน้างอด้วยความน้อยใจ

     “อา...วีปวดฉี่กลางดึกน่ะ ขอโทษทีนะ”

     โฮซอกเสียวสันหลังวาบเมื่ออีกฝ่ายปรายตามาที่เขา

     “ไม่เป็นไรครับ กุกไม่ได้โกรธสักหน่อย”

     ร่างบางคลี่ยิ้มหวาน ค่อยๆย่อตัวหาจองกุกทำให้โฮซอกที่นั่งอยู่ต้องรีบถอยกรู สีหน้าตื่นกลัวของเขาไม่ได้อยู่ในสายตาของสองคู่รักที่กำลังสวีทหวานกันอยู่

     เขารีบใช้โอกาสนี้ในการหนี “เออ กุก กะ...กูขอตัวไปนอนก่อนนะเว้ย และก็...รูดซิปเต็นท์ให้ดีๆล่ะ ระวังโดนยุงกัด...”

     จองกุกพยักหน้ารับรู้และไม่ได้รู้สึกสะกิดใจสักนิด เพราะตอนนี้กำลังโดนวิโอเรลซุกไซ้ซอกคอ เอาตัวเบียดจนผิวนุ่มนิ่มเสียดสีไปมากับผิวเขา คิ้วคมเข้มขมวดมุ่น นึกสงสัยว่าอีกคนมีความต้องการหรือแค่อยากอ้อนกันแน่

     “เข้ามาในเต็นท์เถอะ” เขาเอ่ยชวนเพราะอยากกอดร่างบางใจจะขาด ดังนั้นพอพวกเขาเข้ามาในเต็นท์กันแล้ว จึงล้มตัวลงและดึงแฟนตัวเล็กให้มานอนด้วยกันทันที

     “งื้อ จองกุกน่ะ” วิโอเรลบ่นเมื่อแฟนหนุ่มฝังจมูกกับแก้มนุ่มแรงๆ “เดี๋ยวแก้มวีช้ำหมด”

     “อย่าหายไปดื้อๆอีกนะ กุกใจหายหมด”

     ปากกระจับบางยู่เข้าหากัน ชวนให้วิโอเรลอยากเอามือไปหยิกสักที

     “ไม่หายไปไหนแล้ว...” ทันใดนั้นเขาก็คลายยิ้ม ขณะที่อีกคนยังหัวเราะและลูบเรือนผมของเขาเบาๆ “นี่ จองกุก”

     “หืม?”

     “ถ้าเกิดว่าวีไม่ใช่อย่างที่จองกุกเห็นล่ะ จองกุกจะยังรักวีเหมือนเดิมไหม”

     เป็นคำถามที่ดูเหมือนตอบไม่ยาก แต่ก็ไม่ง่าย

     “วีหมายความว่าไงเหรอ?” เขาไม่เข้าใจจริงๆจึงถามออกไปตรงๆ

     “ก็...” ร่างบางอ้ำอึ้งครู่หนึ่ง “ถ้าวีไม่ใช่มนุษย์ล่ะ จองกุกจะยังรู้สึกกับวีเหมือนเดิมรึเปล่า”

     จองกุกถอนหายใจ “อ๋อ เรื่องนั้น...กุกรู้แล้วล่ะ”

     คนฟังเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ก่อนที่อีกฝ่ายจะยิ้มและพูดว่า

     “ก็วีคือนางฟ้าของกุกไง”

     โธ่...

      วิโอเรลยิ้มกว้าง ความเครียดเมื่อกี้พลันหายไปเพราะความน่ารักของร่างสูง เขาหยิกจมูกโด่งด้วยความหมั่นเขี้ยวจนโดนอีกคนบีบแก้มคืน หยอกล้อกันครู่หนึ่ง ก่อนเข้าสู่ห้วงนิทราโดยเขาอยู่ในอ้อมกอดของจองกุก ความจริงแล้วเมื่อกี้เขาอยากจะสารภาพเรื่องที่เขาไม่ใช่มนุษย์ แต่พอจองกุกพูดแบบนั้นเขาก็ไม่กล้าพูด กลัวว่าจะทำให้เจ้าตัวผิดหวัง เพราะตัวตนที่แท้จริงของเขาชั่วร้ายยิ่งกว่าปีศาจเสียอีก

______________________________

     โฮซอกนั่งทำหน้าเครียดอยู่ในเต็นท์คนเดียว พลางทบทวนถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ที่ผ่านมา มือใหญ่กำหมัดแน่นด้วยความเจ็บใจ เขามั่นใจมากว่าวิโอเรลนี่แหละที่เป็นต้นเหตุของเรื่องราวทั้งหมด ทั้งการหายตัวไปของนัมจุนกับซอกจิน ทั้งคราบเลือดของยุนกิ เจ้าปีศาจนั่น...มันลักพาตัวเพื่อนของเขาไปทีละคน แล้วใครกันล่ะจะเป็นเหยื่อรายต่อไป

     จองกุกเหรอ?

     หรือว่าเขากันแน่

     มือหนาลูบหน้าผากด้วยความหวาดพรึง แต่ถึงกระนั้นในหัวยังคงเร่งคิดหาทางออก เขาเหลือบมองไปที่กระเป๋าเดินทาง ก่อนคลานเข้าไปและคุ้ยหาอะไรบางอย่าง

     จนกระทั่งเจอปืนพกที่พ่อเขาให้มา

     “แกไม่รอดแน่...”

     ว่าแล้วก็มุดตัวออกไปจากเต็นท์ ค่อยๆเดินย่องไปยังเต็นท์ของจองกุกอย่างเงียบเชียบ ฝ่าเท้าย่ำลงกับผืนหญ้าแทบไม่มีเสียง เสียงกรนของจองกุกทำให้เขามั่นใจว่าสองคนนั้นหลับสนิทไปแล้ว จึงรูดซิปผ้าร่มและแหวกมันออก ในมืออีกข้างที่กำปืนไว้ก็ยกขึ้นมาเล็ง

     แต่ทุกอย่างกลับตาลปัตร เมื่อไม่มีร่างของปีศาจตนนั้นนอนอยู่ข้างๆจองกุก

     “คิดจะทำอะไร”

     เขาเบิกตาโต รีบหมุนร่างไปตามเสียงพร้อมชักปืนขึ้น แต่วิโอเรลไวกว่า จึงจัดการพุ่งมือเข้าไปบีบคอ ยกร่างสูงของโฮซอกให้ลอยเหนือพื้นด้วยมือเพียงข้างเดียว

     “อั่ก...ปล่อยกู!”

     “จะมาฆ่ากูล่ะสิ” วิโอเรลแสยะยิ้ม ชิงดึงกระบอกปืนก่อนที่อีกฝ่ายจะทันได้ยกขึ้นมาเล็งด้วยซ้ำ มนุษย์เชื่องช้าแบบนี้ ไม่คณามือเขาหรอก “ดูเหมือนมึงจะหาเรื่องใส่ตัวเหลือเกินนะ”

     โฮซอกกลืนน้ำลายเมื่อปีศาจแยกเขี้ยวใส่

     “อยากตายนักรึไง ห๊ะ” มือที่บีบคออยู่เริ่มมีเล็บยาวงอก จิกลงบนผิวนุ่มๆจนเลือดไหลซิบ

     คนฟังน้ำตาคลอด้วยความรักตัวกลัวตาย      

     “ถ้าไม่อยากตายก็หุบปากให้สนิท” วิโอเรลคำราม “ก่อนที่มึงจะตายตามเพื่อนมึงอีกสามคน”

     แรงบีบรัดเพิ่มขึ้นทำเอาโฮซอกไอโขลกเพราะหายใจไม่ออก เขาเหยหน้าและส่งเสียงร้องกระท่อนกระแท่น พยายามดิ้นขัดขืนแต่กลับกลายเป็นทรมานขึ้นกว่าเก่า สุดท้ายจึงได้แต่ส่งสายตาอ้อนวอนเพื่อให้คนตรงหน้าไว้ชีวิต

     “ปล่อย...ขอร้อง กูยังไม่อยากตาย...”

     น้ำตาไหลอาบแก้มเป็นสาย แต่วิโอเรลพยายามทำเป็นใจแข็ง

     “มึงต้องรับปากว่าจะไม่บอกเรื่องของกู ถ้ากูรู้เมื่อไรว่ามึงผิดคำพูด กูจะตามฉีกร่างมึง! ไม่ว่ามึงจะหนีไปอยู่สุดขอบโลกกูก็จะตาม เข้าใจไหม!”

      “ขะ...อึก เข้าใจ แค่ก! แล้ว”

     เมื่อได้ยินคำตอบที่เป็นไปตามคาดหวัง ดวงตาเรียวจึงเรืองแสงสีฟ้าวูบไหว โฮซอกเผลอมองเข้าไปและไม่อาจละสายตาออก ก่อนจะรู้สึกว่าโลกทั้งใบกำลังหยุดหมุน หัวใจที่บีบรัดจากความกลัวเริ่มคลายตัว เช่นเดียวกับความรู้สึกบางส่วนที่ค่อยๆถูกตัดไป

     แต่โชคดีที่จีมินงัวเงียออกมาจากเต็นท์เพราะเสียงเอะอะ

     “เสียงโวยวายอะไรกัน” เจ้าตัวคลานออกมาพร้อมกับสางผมเพื่อคลายความง่วงงุน และเมื่อเห็นว่าวิโอเรลกำลังบีบคอโฮซอกจึงตะโกนลั่น รีบวิ่งบึ่งไปขวางไว้ “น้องวี! ทำอะไรน่ะ หยุดนะ!”

     “จีมิน...อึ้ก ช่วยกูด้วย...”

     วิโอเรลรีบหันขวับด้วยความเกรี้ยวโกรธ จีมินพอเห็นดวงตาสีฟ้านั้นก็ชะงักฝีเท้า ความกลัวจากไหนไม่รู้ทำให้เขาไม่กล้าเข้าไปใกล้ แม้ว่าเพื่อนของตนจะตกอยู่ในอันตรายก็ตาม

     “น้องวี...นี่มันอะไรกัน”

     “หนีไปจีม! ไอ้นี่มันไม่ใช่คน! อึ้ก...” โฮซอกที่เพิ่งหลุดออกมาจากมนตร์สะกดก็รีบร้องห้าม จนโดนปีศาจตรงหน้าจิกเล็บกับคอลึกขึ้น เรียกเลือดไหลรินเป็นธารยาวเช่นเดียวกับน้ำตาบนแก้ม

     “ปล่อยเจโฮปเขาเดี๋ยวนี้น้องวี! ถ้ายังไม่อยากให้เรื่องวุ่นวายกว่านี้ก็รีบปล่อยเขาไปซะ!”

     จีมินไม่ได้ฟังที่โฮซอกเพิ่งเตือนไป จึงทำใจกล้ายืนต่อรองอยู่อย่างนั้น

     วิโอเรลกระตุกยิ้ม ดวงตาสีฟ้าทอประกายอีกครั้ง “มีคนรนหาที่ตายอีกแล้วงั้นเหรอ”

     มือที่ถือปืนอยู่ค่อยๆชูขึ้น เล็งเป้าไปที่ชายหน้าหวานจนโฮซอกต้องออกแรงดิ้นเพื่อช่วยเพื่อน จีมินถอยรนออกมานิดๆเพราะรู้ชะตาตัวเอง

     “ดูเหมือนกูจะปล่อยคนปากสว่านอย่างพวกมึงไม่ได้แล้วสินะ”

     นกปืนถูกดันลง นิ้วชี้เรียวเริ่มออกแรงกดบนไก กลายเป็นวินาทีชี้เป็นชี้ตายของชายร่างเล็ก

     “วี?”

     วิโอเรลแทบลดปืนไม่ทัน ดวงตาสีฟ้าเบิกโพลงรีบเลื่อนไปตามเสียงอันคุ้นเคย จองกุกลอดตัวออกมาจากเต็นท์ก่อนยืดตัวเต็มความสูง สายตาจ้องประสานกับคนรักอย่างไม่เข้าใจ

     “วี...นี่วีทำอะไร...”

     ปืนถูกทิ้งลงพื้นแต่โชคดีที่ไม่ลั่นกระสุน ร่างบางน้ำตาคลอสะอึกสะอื้น รีบปล่อยโฮซอกให้เป็นอิสระก่อนทรุดเข่านั่ง จีมินก็รู้หน้าที่ กระวีกระวาดมาดูอาการของเพื่อนทันทีด้วยความเป็นห่วง

     “โฮป! มึงเป็นอะไรไหม!”

     “อึ้ก กูไม่เป็นไรจีม” คนบาดเจ็บยกมือขึ้นลูบคอซึ่งโชกไปด้วยเลือด จีมินเริ่มร้องไห้ตาม มือประคับประคองร่างเพื่อนให้ลุกขึ้นนั่ง

     “ฮึก จองกุก...”

     วิโอเรลเรียกชื่อคนรักด้วยเสียงสั่นๆ พอเห็นน้ำตาบนใบหน้าสวยนั้น จองกุกจึงเดินเข้าไปแบบไม่ทันคิด แต่เสียงร้องปรามของโฮซอกได้ชะงักฝีเท้าเขาไว้

     “มึงอย่าไปใกล้มันไอ้กุก! แค่ก...”

     “นี่มันเรื่องอะไรกัน” จองกุกถามเสียงเข้ม ตอนนี้เขามึนงงไปหมดแล้ว ทั้งยังตกใจที่เห็นวิโอเรลบีบคอโฮซอกอีก เขาพยายามเรียบเรียงสติเพื่อวิเคราะห์เหตุการณ์ตรงหน้า

     “ไอ้นี่น่ะ แค่ก...มันไม่ใช่คน! มันเป็นปีศาจ!”

     “ฮึก ฟังวีก่อน จองกุก...”

     ร่างสูงมองสลับระหว่างเพื่อนกับคนรักด้วยความรู้สึกยุ่งเหยิง ไม่รู้จะเลือกฟังใครก่อนดี

     และเขาจะยังเชื่อคำพูดของวิโอเรลได้เหมือนเดิมอีกไหม...

     “หมายความว่าไง...” เขาถามเสียงแผ่ว เพราะหัวใจบีบรัดจนเจ็บร้าว

     “มันไม่ใช่มนุษย์” โฮซอกยังพยายามพูดต่อ “มึงอย่าเข้าไปใกล้มัน”

     จีมินสะอื้นไห้ แต่ยังคงช่วยสนับสนุนคำพูดเพื่อน “ฮึก เมื่อกี้น้องวีเขาเกือบฆ่าไอ้โฮปอยู่แล้วกุก...”

     เรื่องนั้นเขารู้...

     แต่ที่เขาอยากรู้คือเรื่องที่วิโอเรลไม่ใช่คนต่างหาก

     “จองกุก” วิโอเรลพยายามเค้นเสียงพร้อมสูดน้ำมูก “ฟังวีก่อนได้ไหม...ฮึก...ที่วีทำไปวีไม่ได้ตั้งใจจริงๆนะ”

     “ไอ้ตอแหล!”

     โฮซอกตะโกนด่าอย่างเหลืออด ใช้แรงที่มีพยุงกายลุกขึ้น และใช้สติที่มีในการวิ่งไปเก็บปืนและพาจีมินไปยืนข้างจองกุกด้วยกัน

     จองกุกยิ่งสับสน มองทั้งสองฝั่งสลับไปมา

     “เมื่อกี้มึงเกือบจะฆ่ากูอยู่แล้วเหอะ! ยังมีหน้ามาบอกว่าไม่ได้ตั้งใจทำอีกเหรอ!” โฮซอกเล็งปืนไปที่วิโอเรล “และเมื่อกี้มันเกือบสะกดจิตกูด้วยไอ้กุก! มึงอย่าไปฟังมัน!”

     วิโอเรลก้มหน้า น้ำตาไหลพราก

     “และก็มันนี่แหละที่ทำให้เพื่อนเราหายไป!”

     จองกุกขมวดคิ้ว หันมาหาโฮซอก “มึงพูดจริงเหรอ”

     คนถูกถามพยักหน้ายืนยัน ซึ่งจองกุกก็หูเบา...เพราะเหตุการณ์ตรงหน้าชี้ชัดแล้วว่าเขาควรอยู่ข้างใคร

     และควรปล่อยใครไป...

     “จองกุก ฮึก”

     คนถูกเรียกหันมา จ้องมองนัยน์ตาสีฟ้าด้วยความเจ็บปวด

     “เจโฮปเขาพูดถูกแล้ว ฮึก แต่ว่า...จองกุก ฮึก ช่วยฟังวีสักครั้งได้ไหม”

     น้ำตาของอีกคนทำให้เขาอยากเอื้อมมือไปเช็ด แต่เพราะความหวาดกลัวได้รั้งความคิดนั้นไว้

     “ถ้าจองกุกฟังแล้ว...ฮึก วีจะไม่รั้งจองกุกอีกเลย...”

     จองกุกใจหายวาบ ความรักนั่นเองที่ทำให้เขายังอาลัยอาวรณ์ แต่คำโกหกและการกระทำหลอกลวงก็เกินจะให้อภัย

     เขากัดฟันกรอด มือกำแน่นเมื่อภาพแห่งการนอกใจเหล่านั้นผุดแวบขึ้น ตอนนี้เขาเริ่มเข้าใจอะไรหลายๆอย่าง

     และก็โกรธอีกคนมากเช่นกัน

     “ทั้งเรื่องที่พวกนัมจุนหายไป...วีก็เป็นคนทำใช่ไหม”

     วิโอเรลเจ็บใจ แต่สุดท้ายก็ต้องยอมรับ

     “ใช่”

     “แล้วก็วีใช่ไหม...ที่ลบความรู้สึกของผม”

     ร่างบางตกใจที่มนตร์เสน่ห์เสื่อมลงเร็วกว่าที่คิด แต่ถึงมนตร์นั้นจะยังอยู่ ก็ไม่อาจทำให้จองกุกที่รู้ความจริงกลับมารักเขาเหมือนเดิม

     แม้จะมีพลังวิเศษวิโสแค่ไหน ก็ช่วยอะไรทุกอย่างไม่ได้จริงๆ

     “ใช่...” เขากลั้นใจสารภาพ

     จองกุกอึ้งไปแล้ว พร้อมกับความรู้สึกที่แตกละเอียด ขณะเดียวกันแรงโทสะก็ยิ่งทวีขึ้น

     โดนหลอก...ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

     “กุก เราหนีไปจากที่นี่กันเถอะ”

     จองกุกน้ำตาคลอ สติหลุดจากร่างจนไม่ทันฟังคำชวนของจีมิน

     “ฆ่ามันเลยดีไหม?”

     แต่คำถามของโฮซอกกลับกระชากสติเขากลับมาได้ เขาเงยหน้าขึ้นด้วยใบหน้าแดงก่ำและเลอะด้วยน้ำตา มองปืนพกในมือของเพื่อนสนิท ก่อนเบนสายตาไปยังวิโอเรลที่ยืนน้ำตาตกไม่ต่างกัน

     “ไม่ต้องหรอกมึง...คนโกหกแบบนั้น...ปล่อยให้แม่งทรมานอยู่คนเดียวเถอะ”

     ราวกับคำพูดนั้นคือคำสาป วิโอเรลยิ่งเจ็บที่หัวใจกว่าเดิมด้วยความทรมาน อยากเลื่อนมือขึ้นไปกุมอกแต่ก็ไม่มีแรง

     จองกุกหลับตา ก้มหน้าลงเพราะไม่อยากเห็นภาพนั้น แต่เสียงดังลั่นกลับทำให้เขาต้องเงยหน้าขึ้น

     ปัง!

     “อั่ก...”                

     วิโอเรลล้มลงกองกับพื้นหลังจากลูกกระสุนปริศนาพุ่งผ่านร่าง ไม่ใช่มาจากปืนของโฮซอก ชายหนุ่มทั้งสามรีบมองตามเสียง จึงได้เห็นชายร่างสูงคนหนึ่งยืนถือปืนพกอยู่ไม่ไกลนัก

     ผิวสีเข้ม...หนวดเคราดกยาวเฟิ้ม

     “ในที่สุดก็เจอตัวสักที ไอ้แม่หม้ายเสือสมิง”




​To be continued

​_______________________________

ยินดีต้อนรับสู่ฤดูมาม่าอย่างเต็มรูปแบบจ้าาา ขอโทษค่ะที่หายไปนาน ก็นั่นแหละ เนื้อเรื่องเข้มข้นแล้วมันยิ่งเครียด ไรท์เลยต้องขอเวลาทำใจในการแต่งหน่อย T T อีกไม่กี่ตอนก็จะจบแล้ว ขอบคุณที่ติดตามกันมาจนถึงตอนนี้นะคะ

และไรท์ก็เริ่มแต่งเรื่องใหม่แล้วนะ เรื่อง Your Turn เป็นคู่วีกุกxกุกวี ย้ำ!!! วีกุก แอนด์ กุกวี ​เป็นแนวอิงวงนะคะ ใครอยากลองอ่านรุกเจอกับรุกก็เข้าไปเยี่ยมชมได้เลย ไรท์แต่งไว้แล้ว3ตอน

see u next time ค้าบบบบ


ความคิดเห็น