ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ความรู้สึกที่ไม่คุ้นเคย

ชื่อตอน : ความรู้สึกที่ไม่คุ้นเคย

คำค้น : สายใยหัวใจ, ความรู้สึกที่ไม่คุ้นเคย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 118

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 24 เม.ย. 2562 20:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ความรู้สึกที่ไม่คุ้นเคย
แบบอักษร

ช่วงเวลาธันวาคมของทุกปีน่าจะเป็นช่วงที่อากาศเย็นสบายมากที่สุดในรอบปีของเมืองไทยแต่ปีนี้อากาศกลับร้อนอบอ้าวจนน่าแปลกใจ หลายคนๆ ที่เตรียมแฟชั่นหน้าหนาวมาอวดประชันพาลผิดหวังกันไปตามกัน แต่อากาศที่ร้อนอบอ้าวข้างนอกคงไม่สามารถสู้ความร้อนจากเตียงนอนบนห้องเพนท์เฮ้าส์หรูราคาแพงบนตึกสูงตระหง่านในกรุงเทพบนที่ดินที่ขึ้นชื่อว่าแพงที่สุดในประเทศได้ สองร่างกอดพัน คลอเคลีย จนทำให้อุณหภูมิบริเวณโดยรอบแทบลุกเป็นไฟ

“ยะ หยุด เถอะครับ” เสียงหวานเอ่ยขึ้นอย่างขอร้องหากแต่ไม่ได้ช่วยทำให้ความปรารถของอีกฝ่ายลดลงเลยแม้แต่น้อย

“อ้าขากว้างๆ หน่อย” เสียงกร้านเอ่ยขึ้นอย่างเอาแต่ใจ พลางดันขาของอีกฝ่ายให้กว้างขึ้นโดยไม่ได้สนใจคำประท้วง

“อือ อืออ ผมเจ็บครับ คุณกร” เสียงหวานขอร้องเริ่มแผ่วลง หากแต่เจ้าของร่างหนาอีกคนกลับไม่ได้คิดว่าน่าสงสารแต่อย่างใดกลับทำให้ยิ่งรู้สึกเชิญชวนมากเสียกว่าเก่า ใบหน้าคุ้นเคยของคนร่างเล็กทำให้เขาควบคุมสติแทบไม่อยู่ เสียงหวานของร่างข้างหน้ายิ่งทำให้ความปรารถนาที่มีอยู่ทวีมากขึ้น ร่างสูงโน้มตัวลงไปชิมสัมผัสหวานจากริมฝีปากของคนเบื้องหน้าอย่างหิวโหย เนิ่นนาน เชื่องช้า และอ่อนโยน ร่างเล็กตอบกลับสัมผัสอย่างไร้เดียงสา และน้อยด้วยประสบการณ์

“ในตัวนายร้อนจัง” ชายหนุ่มกล่าวอย่างไม่ปิดบังอารมณ์ ใบหน้าสุขุมไร้อารมณ์ถูกเติมแต่งด้วยความปรารถนาจนทำให้ร่างข้างล่างไม่คุ้นชิน สัมผัสของร่างแกร่งช่างอ่อนโยนจนทำให้ตัวเขาในตอนนี้ยากจะระงับไฟอารมณ์ที่เริ่มจะก่อตัวขึ้น

“อืออออ คะ คุณกร” เสียงหวานดังขึ้นอย่างมีอารมณ์ ชายหนุ่มด้านบนสังเกตอาการของอีกฝ่ายจึงเริ่มขยับตัวช้าๆ สองร่างสอดประสานเข้ากันอย่างเชื่องช้า และเร้าร้อน สัมผัสที่เชี่ยวชาญของชายหนุ่มทำให้อีกฝ่ายเริ่มมีอารมณ์มากขึ้น มือบางที่เคยดันอกแกร่งกลับโอบกอดร่างตรงหน้าเพื่อให้คลายความเสียวซ่านที่ทวีมากยิ่งขึ้น ร่างสูงดึงอีกฝ่ายให้เข้ามาแนบชิด เพื่อให้สัมผัส และความรู้สึกส่งไปยังอีกฝ่ายได้มากได้ขึ้น

ลีลาร้อนของสองฝ่ายยังบรรเลงขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่ายากจะบอกอารมณ์ ทั้งเร่าร้อน ทั้งนุ่มนวล และเต็มไปด้วยความปรารถนา ร่างกายของคนทั้งสองสอดประสานเข้ากันอย่างรู้หน้าที่

“คุณกรครับ ผะ ผมไม่ไหวแล้ว” ร่างบางเอ่ยขึ้นด้วยเสียงสั่นเครือ สายตาอ้อนวอนให้ชายหนุ่มอีกคนช่วยให้ตนสมปรารถนา

“อะ อืออ ไปพร้อมกันนะ” น้ำเสียง และแววตาของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความสุขสม และความปรารถนายากที่จะปิดบังได้ ชายหนุ่มเร่งจังหวะการเข้าออกให้หนักหน่วงมากขึ้น เสียงบรรเลงอารมณ์ช่างดุดัน และเร่าร้อนยิ่งกว่าครั้งไหนๆ สองร่างกายแทบหลอมรวมกลายเป็นหนึ่ง ไฟอารมณ์ช่างแผดเผา และร้อนเร่าสำหรับคนสองคนเหลือเกิน

“อ่า อืออ คุณกร ผะ ผมม ไม่ไหวว” ความเสียวซ่านทำให้ร่างบางเผลอเรียกชื่ออีกฝ่ายดัง มือยังโอบกอดร่างสูงแน่นราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะหนีไป

“อ่า อา ไม่ไหวแล้ว อ่า” ร่างแกร่งส่งเสียงแสดงความสุขสมอย่างเปิดเผย ตายังจ้องอีกฝ่ายไม่ละสายตาราวว่าจะกลืนคนข้างหน้าเข้าไปทั้งตัว เห็นคนตัวเล็กเบี่ยงหน้าหนีก็ยังเบือนให้กลับมามองตนอย่างเอาแต่ใจ สายตาช่างดุดัน และน่าหลงใหล คงเป็นสายตาที่ทำให้ทั้งชาย หญิงหลงมาหลายคนแล้ว

เสร็จกิจกรรมเร่าร้อนไม่นาน คนตัวเล็กก็ยันตัวเองจากเตียงหนา มือเล็กหยิบผ้าผืนเล็กในตะกร้าผ้าขึ้นมาเช็ดทำความสะอาดตัวเอง

“ผมขออนุญาตนะครับ” ร่างบางกล่าวพร้อมหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กเช็ดทำความสะอาดให้ชายหนุ่มร่างแกร่งตรงหน้า สายตาของชายร่างสูงยังมองร่างข้างหน้าไม่วางตาเหมือนอยากจะพูดอะไรด้วย มือเล็กค่อยๆ เช็ดทำความสะอาดร่องรอยอารมณ์เมื่อช่วงครู่อย่างรู้งาน จัดหาเครื่องอาบน้ำ และเสื้อผ้าให้ชายหนุ่มที่กึ่งนั่งกึ่งนอนบนเตียง เมื่อเสร็จธุระจึงขออนุญาตร่างข้างหน้าไปทำความสะอาดร่างกายตนเอง

ถ้าเป็นบ้านหรือห้องพักธรรมดาคงใช้เวลาเพียงไม่ถึงนาทีในการไปถึงห้องน้ำแต่นี่ใช้เวลาเกือบ 5 นาทีในการเดินจากห้องนอนใหญ่มายังห้องน้ำในห้องนอนของเขา แม้จะเป็นห้องน้ำในห้องนอนเล็กแต่ขนาดและการตกแต่งกลับตรงข้ามกับชื่อที่ได้รับเหลือเกิน มุมของห้องที่หันให้แดดเข้าหาอย่างพอเหมาะ วัสดุการตกแต่งที่เรียกว่าเกินมาตรฐานการตกแต่งไปเสียไกล คนธรรมดาอย่างเขารู้แต่เพียงหินอ่อนขัดสี วางให้รับกับสีขาว และสีฟ้าอย่างลงตัว อ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ เครื่องใช้อาบน้ำหรูหรา เก้าอี้มีราคา โซฟาฟู่ฟ่า ซ้ำยังมีโคมไฟที่ดูมีราคาประดับประดา ล้วนแต่เป็นอุปกรณ์ที่คนธรรมดาไม่มีทางจะเอามาประดับในห้องน้ำแน่นอน ตัวห้องน้ำทั้งห้องมีขนาดใหญ่กว่าห้องเช่าที่เขาเคยเช่าอยู่เสียด้วยซ้ำ แต่สายตากลับสะดุดเข้ากับตัวเองในกระจก เขาพึ่งสังเกตุว่ารอยแดงปรากฏขึ้นทั้งบริเวณคอ หน้าอก และหน้าท้องชัดเจน จริงๆ แล้วไม่ใช่ครั้งแรกที่เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น โดยเฉพาะกับคนอย่างเขาแล้วก็คุณกร บางครั้งตัวเขาก็นึกสงสัยว่าทำไมถึงมาอยู่ตรงนี้ บางเรื่องก็ไม่ควรจะเกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำ เหมือนหลายๆ คำถามถูกตั้งขึ้นมาด้วยตัวเขาเองหลายครั้งตั้งแต่เขามาอยู่ที่นี่ในฐานะคนทำความสะอาด ทุกคำถามมีคำตอบในด้วยของมันเองอยู่แล้ว แต่ท่าทีของคุณกรกลับต่างไปจากที่เขาคิดมาก ที่จริงมันไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องนักที่ผู้ชายสองคนจะมีความสัมพันธ์เช่นเขาและคุณกร หรือหากคุณกรจะเปลี่ยนรสนิยมเสียจริงๆ แค่คิดก็คงว่าแปลกมากแล้วสำหรับคนอย่างเขา ร่างบางจ้องมองตัวเองในกระจก สังเกตว่าช่วงนี้เหมือนเขาจะผอมลงไปเยอะกว่าเก่าเยอะ

“รีบอาบน้ำดีกว่า” เขาพึมพัมกับตัวเองแล้วรีบลากสังขารแรงที่ยังพอมีเหลืออยู่อาบน้ำ

หลังจากใช้เวลา 15 นาที ในการอาบน้ำ เขาก็รีบแต่งตัวมาอยู่ในชุดประจำการของตัวเอง เสื้อขาว กางเกงขายาวสีน้ำตาลที่ใส่บ่อยจนแทบจะเป็นยูนิฟอร์มอยู่แล้ว มองนาฬิกาฝาผนังเรือนหรูทำให้รู้ว่านี่ก็จะ 6 โมงเช้าแล้ว เขารีบจัดการเตรียมอาหารเช้า กาแฟ เช้าวันจันทร์เป็นเช้าที่วุ่นวาย และมีแนวโน้มสูงว่ารถจะติด อาหารจึงควรเป็นอะไรที่กินง่าย และใช้เวลาน้อยในการกิน โจ๊กหมู ปลากะพงนึ่งหั่นเป็นชิ้น และกาแฟดำถูกนำวางขึ้นบนโต๊ะอาหารหรู ร่างบางตระเตรียมช้อน ซ้อมเพื่อให้พร้อมแก่การรับประทาน

“เสร็จไวจังนะวันนี้” เสียงทุ้มดังขึ้นจากด้านหลังเขา ร่างสูงปรากฏตัวด้วยสูทลำลองสีน้ำเงินเข้ม สวมทับเสื้อเชิ้ตสีขาวขนาดได้สัดส่วนกับเจ้าของ เสริมความโก้ด้วยเข็มขัดสานสีน้ำตาลเส้นหนา ผ้าเช็ดหน้าลายสวยถูกประดับในกระเป๋าสูทสร้างบุคลิกให้ดูมีเสน่ห์ ผมสีดำขลับถูกปาดเสยเรียบให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาที่เกลี้ยงเกลา คงมีโอกาสพิเศษให้คนตรงหน้าแต่งตัวหล่อเป็นพิเศษเช่นนี้

“ครับ เช้านี้เป็นเมนูเบาเลยใช้เวลาทำไม่นาน” ขณะตอบกลับสายตาก็ยังจ้องอยู่กับคนด้านหน้า นึกขึ้นได้ว่าเผลอมองร่างสูงอยู่นานจึงผงะรีบทำตัวให้ดูเป็นปรกติ ใจยังเต้นแรงอยู่แท้ๆ กลับต้องทำเป็นปรกติแบบนี้ไม่ง่ายเลยแหะ

“หมายถึงนายน่ะ  เสร็จไวนะวันนี้” อีกร่างตอบกลับด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริงพร้อมโน้มตัวลงหาอีกฝ่ายจนใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ คนตัวเล็กตัวเซไปข้างหลังด้วยความตกใจเล็กน้อย

“เอ่อ อ” จับความประโยคของคนร่างสูงได้ใบหน้าก็พาลขึ้นสีมาซะดื้อๆ แต่ก็พยายามระงับอารมณ์ของตนเอง คิดเสียว่าเป็นคำพูดล้อเล่นของคนตรงหน้า

“น่ากินดีนะ นายนั่งกินด้วยกันซิ” เสียงทุ้มเชิญชวนอย่างอารมณ์ดี ไม่ยีหระกับอาการของอีกฝ่าย

“ผมทานแล้วครับ เชิญคุณกรตามสะดวกครับ” เป็นคำโกหกครั้งที่ล้านได้แล้วจากปากเขาตั้งแต่เขามาทำงานที่นี่ ทุกๆ เช้าร่างสูงจะถามคำถามเช่นนี้กับตัวเขา ไม่ใช่ว่าไม่สะดวกใจหรือไม่พอใจจะร่วมรับประทานด้วยแต่รู้ว่าไม่ควรจะนั่งอยู่ตรงนี้ตะหาก

รู้ว่าถ้ายืนอยู่ต่อคงมีคำถามมากมายจากอีกฝ่าย เขาจึงรีบขอตัวไปทำงานบ้านโดยไม่ได้สนใจใบหน้าคัดค้านจากชายร่างสูง เหตุการณ์ทุกๆ เช้าก็จะดำเนินด้วยกิจวัตรเช่นนี้มาตลอดตั้งแต่เขาได้เข้ามาอยู่ที่นี่ ทำอาหาร ดูแลความสะอาด และเรื่องสับเพเหระทั้งที่ควรพูด ไม่และควรพูด อีกไม่กี่สัปดาห์ก็จะครบ 4 เดือนแล้วที่อยู่ที่นี่ในฐานะของคนทำความสะอาด งานที่นี่ก็ไม่ใช่งานยากอะไร ส่วนมากก็จะเป็นการทำความสะอาด และดูแลความสะดวกสบายของเจ้าของบ้าน ถ้าจะให้พูดตรงๆ ก็คงต้องบอกว่าเป็นงานง่ายๆ แต่ขนาดของห้องหรูนี่ก็ทำคนอย่างเขาปาดเหงื่อง่ายๆ แต่ก็ต้องขอบคุณห้องขนาดมหึมานี่ด้วยที่ทำให้เขาได้ทำงานจนลืมเรื่องฟุ้งซ่านในหัว เขาคิดว่าตัวเองคงต้องเหม่อลอย ในหัวสมองคงคิดเรื่องไร้สาระไปทั้งวันแน่ๆ ถ้าไม่ได้ทำอะไรเลย แค่ส่วนของห้องครัวก็ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมงแล้วในการทำความสะอาด วัสดุอุปกรณ์ก็ดูมีราคาเกินกว่าจะแค่จะเช็ดล้างธรรมดา ส่วนของตัวห้องครัวก็มีพื้นที่ใช้สอยเกินจำเป็นกว่าหนึ่งคนอยู่เสียด้วยซ้ำ การตกแต่งก็ดูสมกับเป็นคุณกรเสียเหลือเกิน โทนสีขาว-ฟ้า สร้างบรรยากาศให้ทั้งห้องดูสบายตาแต่ไม่ทิ้งความหรูหรา วัสดุบริเวณโต๊ะรับประทานอาหาร รวมไปถึงอ่างล้างจานล้วนแต่ทำมาจากหินอ่อนลายสวยทั้งสิ้น ปัญหาเลยกลายเป็นว่าคนทำความสะอาดเช่นเขาเลยต้องคิดหนักเรื่องคงสภาพสมบรูณ์ของวัสดุขณะทำความสะอาด ถ้าเกิดความเสียหายขึ้นมาคงต้องขายชีวิตทำงานไปจนตายแน่ๆ

“ปอ ฉันไปทำงานแล้วนะ” เสียงทุ้มของเจ้าของห้องเรียกสติอีกฝ่ายจากห้วงความคิด ชายหนุ่มอยู่ในชุดพร้อมทำงาน มือถือกระเป๋าเอกสารหนังสีน้ำตาลเข้มหันมาบอกลาอีกฝ่ายด้วยสีหน้ายากจะบอกอารมณ์

“ครับ คุณกร” ร่างบางตอบกลับอีกฝ่ายมือก็ยังพะวงอยู่กับหม้อ จาน ในอ่างอาบน้ำ ช่วงนี้เหมือนเขาจะจิตใจเหม่อลอยตลอดเวลา อาการคนแก่เริ่มคงจะเริ่มจะมาแล้วซินะ

“วันนี้จะกลับมาก่อนห้าโมงครึ่ง ฝากนายทำอาหารรอด้วยนะ” สิ้นเสียงของอีกฝ่ายประตูก็ปิดบอกให้รู้ว่าอีกฝ่ายได้ออกไปทำงานแล้ว

เขาคงคิดว่าเขาคงหูฝาด หรือได้ยินอะไรผิดไปถ้าไม่ได้ประโยคนี้ตลอด 3 เดือนที่ผ่านมา ที่แปลกคือคุณกรพูดจริง และทำจริง ทุกวันเวลาห้าโมงครึ่งชายหนุ่มร่างสูงก็จะกลับมาที่ห้องตามที่บอกไม่เคยช้ากว่านั้น เขาเองก็รู้สึกแปลกใจกับพฤติกรรมนี้ในช่วง 2-3 สัปดาห์แรก กลายเป็นเขาต้องรีบจัดการกับภารกิจในแต่ละวันของตัวเองเพื่อไม่ให้แต่ละงานที่ทำเลยเวลาก่อนคุณกรจะกลับ ที่แย่ยิ่งกว่าคือพื้นที่ของเพนท์เฮาส์ที่กะด้วยสายตาคงประมาณได้กว่า 900 ตารางเมตร เขาคงต้องใช้เวลาร่วม 3 วันอย่างน้อยในการทำความสะอาดทุกห้อง ความต้องการของคนรวยบางทีก็ยากจะเข้าใจสำหรับคนธรรมดาแบบเขาเสียจริง เฟอนิเจอร์หรูหรารวมถึงข้าวของเครื่องใช้ไฟฟ้ามีราคา และวิดีทัศน์ให้ความบันเทิงล้วนเป็นสิ่งของราคาแพงแสนฟุ่มเฟือย ทั่วบริเวณห้องนั่งเล่นเปิดกว้างให้เห็นถึงห้องครัว ห้องสมุด ห้องออกกำลังกาย ยาวไปถึงห้องนอนใหญ่ ด้านหน้าของห้องหันให้รับแสงยามเช้าจากดวงอาทิตย์ช่างเป็นวิวที่สวยจับใจเหลือเกิน รสนิยมอันหรูหราทว่าดูสบายตาของเจ้าของยังแสดงให้เห็นผ่านการเล่นโทนครีม-ขาว เพดานห้องเปิดกว้างให้เห็นถึงเพดานชั้น 2 โคมไฟระย้าสีโรสโกลด์ขนาดใหญ่ประดับเข้ากันอย่างดีกับห้องรวมถึงชิ้นเฟอร์นิเจอร์ สิ่งที่เด่นสะดุดที่สุดคงหนีไม่พ้นบริเวณกลางห้องที่โซฟายาวสีครีม ตั้งรับกับพรมผืนใหญ่นุ่มสีเบจ ตรงกลางมีโต๊ะกระจกสีเหลี่ยมผืนผ้าขนาดกลางตั้งอยู่ให้ความรู้สึกโก้ และทันสมัยรับกับศิลปะวิจิตรตระการตาของโคมไฟระย้าด้านบน

“เริ่มที่ห้องโถงนี่ ห้องน้ำใหญ่ แล้วไปห้องสมุด แล้วก็ที่ห้องนอนคุณกรแล้วกัน” แผนทำความสะอาดถูกเรียงลำดับขึ้นในความคิดของชายหนุ่มร่างเล็ก ใจจริงแล้วตัวเขาเองแทบไม่อยากจะเข้าไปยุ่งกับห้องนอนของคุณกรเลยแม้แต่น้อยเกรงว่าหากย้ายสิ่งของหรือทำอะไรเสียหายคงต้องมีเลือดตกยางออกกันบ้างล่ะแต่ในเมื่อเป็นเรื่องของหน้าที่ตัวเขาเองก็แค่ก้มหน้าทำงานไป

เวลาผ่านไป 2 - 3 ชั่วโมง เขาก็ยุ่งวุ่นวายกับการทำความสะอาดห้องหับของชายหนุ่มร่างสูงอย่างขะมักเขม่น ห้องโถงนั่งเล่น ห้องน้ำใหญ่ ถัดมาที่ห้องสมุดซึ่งเรียกได้ว่าเป็นห้องที่ตัวเขาเองชอบมากที่สุดในเพนท์เฮ้าส์หรูแห่งนี้ ตัวห้องตกแต่งให้มีอารมณ์เคร่งขรึมด้วยโทนสีน้ำตาลเข้มจากไม้ราคาแพง ตัดด้วยสีครีมไข่กา บริเวณผนังและเพดานที่แกะสลักอย่างวิจิตรตระการตา โซฟา เก้าอี้ และเฟอร์นิเจอร์ล้วนถูกคัดสรรอย่างพิถีพิถันให้สอดรับการตกแต่งห้อง ด้านบนประดับด้วยโคมไฟระย้าแสนฟูฟ่าที่ทำรูปทรงให้ออกมาดูคล้ายกลุ่มดวงดาวหลายร้อยดวงทำให้มุมสูงของห้องนี้เป็นมุมที่น่ามองที่สุดในเพนท์เฮ้าส์หลังนี้ หนังสือที่เรียงรายกว่าหลายพันเล่มถูกจัดอย่างมีระเบียบด้วยมือของเจ้าบ้านเรียกว่าเป็นงานเพียงอย่างเดียวที่คนทำความสะอาดแบบเขาไม่ได้รับอนุญาตให้ละเมิด แต่จะให้พูดเช่นนั้นก็ไม่ถูกนักเพราะหนังสือส่วนมากก็เป็นภาษาต่างประเทศจำพวก ภาษาอังกฤษ ภาษาญี่ปุ่น ภาษารัสเซีย และอื่นๆ อีกมากมาย คนเขลาแบบเขาคงจะทำชั้นหนังสือของคุณกรเละไม่มีชิ้นดีเป็นแน่ นึกแล้วเขาก็เสียวสันหลังขึ้นมาพลางคิดไปว่าถ้าโดนคุณกรลงมือตัวคงเขียวไปทั้งตัวแน่นอน

กริ๊งงงงง งง กริ๊งงงง งงง เสียงโทรศัพท์เรียกสติของเขากลับมา ชายหนุ่มร่างเล็กเดินไปหยิบโทรศัพท์ที่ดังขึ้นจากโต๊ะบริเวณกลางห้องสมุด

“สวัสดีครับ” เสียงหวานส่งเสียงทักทายตามมารยาททั้งที่รู้ว่าคนโทรมาคงไม่ใช่ใครไหนนอกจากเจ้าของห้องหรูแห่งนี้

“ทำอะไรอยู่” เสียงทุ้มลอดผ่านสายโทรศัพท์ ถามไถ่อีกฝ่ายด้วยคำถามซ้ำๆ เดิมๆ

“ตอนนี้ผมกำลังทำความสะอาดในห้องสมุดครับ คิดว่าอีกไม่นานก็คงเสร็จแล้ว จากนั้นก็จะไปทำความสะอาดต่อที่ห้องคุณกรครับ” ตอบกลับคำถามคนปลายสายด้วยแผนงานการทำความสะอาดของเขาในวันนี้พลางคิดว่าอีกฝ่ายคงโทรมาเช็คให้แน่ใจว่าเขาจะไม่อู้หาเรื่องสบายในเวลาทำงาน

“อือ ฉันกำลังจะกินข้าวเที่ยง วันนี้คงให้คนซื้อมาให้ในห้องทำงานน่ะ ไม่ได้กลับไปกินที่บ้านนะเที่ยงนี้ สิ้นปีงานเยอะจนแทบไม่ได้พักเลย ใกล้จะเที่ยงแล้วนายก็อย่าลืมหาอะไรกินล่ะ ” เสียงตอบกลับจากอีกฝ่ายยาวผิดวิสัยคนแบบคุณกร แจกแจงรายละเอียดเสียครบว่าทำอะไรที่ไหนบ้าง

“ครับ คุณกร” เขาเองก็ไม่ได้ตอบอะไรไปมากกว่ารับคำจากอีกฝ่าย เงียบกันไปซักพักเพราะเขาเองก็ไม่มีอะไรจะคุยแล้ว ที่แปลกคือปลายสายก็ไม่มีท่าทีจะวางสาย จะให้ทางเขาตัดสายไปก็กลัวว่าคุณกรจะสั่งธุระเพิ่มเติมแล้วถ้าเขาตัดไปสายไปแล้วเขาก็จะโดนดุเอาได้ จึงทำได้แต่ถือโทรศัพท์อยู่แบบนั้น เมื่อเห็นว่าไม่มีคำพูดเพิ่มเติมจากปลายสายจึงเรียกอีกฝ่ายแบบเกร็งๆ

“คุณกรครับ” เสียงหวานไม่ได้พูดเต็มเสียงซักเท่าไหร่เพราะกลัวจะไปขัดจังหวะหากอีกฝ่ายกำลังติดธุระอยู่

“อือ ไว้ตอนเย็นจะรีบกลับนะ เอ่อ เจอกันที่บ้าน” เสียงปลายสายปิดประโยคสนทนาพร้อมวางหูไปทิ้งให้อีกฝ่ายแปลกใจกับพฤติกรรมแปลกๆ ของคนที่เป็นเจ้านาย

นับว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องแปลกสำหรับเขาที่คุณกรที่ต้องโทรมาทุกครั้งหลังจากออกไปทำงาน ช่วงเที่ยงก็จะโทรมาตลอด ซ้ำยังคุยรายละเอียดกิจกรรมในแต่ละวันของตัวเองแบบละเอียดยิบ ตัวเขาเองก็พลอยจำเป็นต้องรายงายคนที่เป็นนายกลับ แต่ก็ยังไม่แปลกเท่าการกลับมารับประทานอาหารที่ห้อง จริงอยู่ที่ทำงานของชายหนุ่มไม่ได้อยู่ไกลจากที่อยู่นักแต่การฝ่าการจราจรช่วงเที่ยงกลับมาก็ดูเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็นสำหรับคนที่งานรัดตัวตลอดเวลาแบบคุณกร ทั้งที่ตัวเขาเองก็เสนอว่าให้นำข้าวใส่ปิ่นโตหรือกล่องข้าวไปกินที่ทำงานเจ้าตัวก็ยืนกรานจะกลับมาทานที่ห้องอ้างว่าเป็นอภิสิทธิ์ของเจ้าของบริษัทที่สามารถเข้าออกเวลาไหนก็ได้ ตัวเขาเลยจนปัญญาต้องเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายทั้งเช้า เที่ยง เย็น รวมถึง “กลางคืน”

หลังจากใช้เวลาอยู่นานพอสมควรกับการทำความสะอาดห้องสมุด เขาก็รีบขึ้นไปจัดการกับห้องนอนใหญ่ของชายหนุ่มร่างสูง ห้องนอนของคุณกรเป็นห้องที่ตกแต่งได้สบายตามากที่สุดในเพนท์เฮ้าส์หรูหลังนี้ โทนสีขาวสลับกับไม้สีน้ำตาลอ่อนสร้างบรรยากาศอบอุ่นให้แก่ผู้เข้าพัก เตียงคิงไซต์ขนาด 12 ฟุตสีขาว ผลิตจากวัสดุอย่างดีตั้งโดดเด่นอยู่อยู่กลางห้อง ตัวเตียงหันหน้าเข้าหาแสงอาทิตย์ยามเช้ามอบวิวที่สวยงามเกินบรรยายให้แก่ผู้นอน เพดานขาวกว้างประดับประดาด้วยดวงไฟขนาดเล็กดีไซน์ทันสมัยให้ความรู้สึกโก้หรู เฟอร์นิเจอร์สีเข้มต่างๆ ถูกจัดแต่งให้ทั้งห้องออกมาสมบรูณ์ พอเหมาะแก่การพักผ่อนอย่างยิ่ง เตียงพักตัวเล็กด้านหน้าทำจากวัสดุผ้าสักหลาดอย่างดี โซฟาขนสัตว์หรูหรา พรมนุ่มขนาดมหึมาสีดำลวดลายทันสมัยที่ถูกวางประดับอยู่ข้างใต้เตียงทำให้ห้องนี้ดูมีสไตล์กว่าห้องอื่นๆ ถึงแม้ว่าตัวห้องจะให้บรรยากาศชวนน่าพักผ่อนแค่ไหนก็ตามแต่สำหรับเขาแล้วที่นี่แทบจะเป็นที่สุดท้ายที่เขาอยากเข้ามาเลยก็ว่าได้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนเตียงนั้นเขายังจำได้ทุกอย่าง ร่างกำยำของคุณกร สัมผัสร้อนของชายหนุ่มยังคงทำให้เขาสติกระเจิงทุกครั้งที่นึกถึง

เขาเริ่มจากการทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์จากนั้นจึงต่อที่เตียงนอนขนาดใหญ่เรียกว่าขนาดของที่นอนทำให้เขาแทบเป็นลมเพราะทั้งหนัก และใช้พลังงานในการทำความสะอาดมาก การปัดฝุ่นบนที่นอนยังไม่เท่าการเปลี่ยนผ้าคลุมที่นอนที่เรียกได้ว่าเขาแทบต้องใช้แรงทั้งหมด จากนั้นก็ต่อด้วยบริเวณพื้นห้อง และจบด้วยส่วนของห้องน้ำส่วนตัวของคุณกรที่แทบจะเรียกว่าเป็นอีกหนึ่งห้องแยกเพราะทั้งขนาด และรูปแบบการตกแต่งช่างแตกต่างกับห้องนอนเหลือเกิน หลังใช้เวลาทั้งวันในการทำความห้องหลักๆ ก็มาถึงภารกิจสุดท้ายของทุกๆ วันก็คือการซักผ้า เขานำตะกร้าผ้าสานหวายของชายหนุ่มร่างโตลงไปยังห้องซักผ้าที่เรียกว่าเป็นเพียงห้องเดียวที่ไม่ได้ตกแต่งหรูหรามีเพียงอุปกรณ์รีดผ้า ซักผ้า และเครื่องมือ เครื่องใช้จิปาถะสำหรับงานดูแลเสื้อผ้า เครื่องแต่งกายเท่านั้น โทนห้องเป็นสีขาวน้ำเงิน มองดูสบายตาทว่าที่โดดเด่นที่สุดคงเป็นผนังห้องที่มีการนำลายวอลเพเพอร์รูปวาดจีนสีน้ำเงินลวดลายภูเขาสร้างความโดดเด่นท่ามกลางการตกแต่งที่ไม่วือหวาของบริเวณโดยรอบ เขาเริ่มด้วยการแยกผ้าสี ผ้าขาว ประเภทชนิดผ้าเพื่อให้เหมาะสมต่อการทำความสะอาด การดูแลทำความสะอาดถือว่าเป็นหนึ่งไม่กี่เรื่องในชีวิตของตนเองที่ชายหนุ่มร่างบางรู้สึกภูมิใจ นอกเหนือจากนั้นคงเป็นการทำอาหารที่เรียกว่าหลับตาทำยังอร่อย ต้องขอบคุณคนที่สำคัญคนเดียวในชีวิตของเขาที่จากไปนานแล้ว นอกจากเรื่องนี้แล้วก็ไม่มีเรื่องอะไรที่จะคุยกับคนอื่นเขาได้ การเรียนก็ไม่ดี กีฬาก็ไม่มีความสามารถ การเข้าสังคมก็ติดลบ ทักษะด้านอื่นๆ ก็แทบเป็นศูนย์ เรียกว่าเป็นคนหลังแถวตัวจริงเสียงจริงเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานหรืออยากได้อะไรก็ต้องใช้แรงพยายามของตนเองจึงจะได้มา ยังดีที่ว่าตัวเขาเป็นคนที่มีความมุ่งมั่น ไม่ย่อท้อ ลักษณะสำคัญนี้เลยช่วยเขาในสถานการณ์คับขัน

สังเกตว่าตอนนี้เวลาก็ย่างเข้าบ่าย 2 โมงแล้วตัวเขาเองก็ยังไม่ได้กินอะไรแต่เช้าเลย ท้องก็เริ่มประท้วงส่งเสียงหิวออกมาแล้ว จึงเร่งซักผ้า ตากผ้า แล้วจึงรีดผ้าเป็นขั้นตอนสุดท้าย สายตาก็สะดุดเข้ากับบางอย่างในกระเป๋าในของสูทตัวโก้ของคุณกร สังเกตดูจึงมองเห็นเป็นรูปถ่าย ในใจก็กลัวว่าจะเป็นของสำคัญของชายหนุ่มร่างใหญ่จึงรีบนำออกมาเช็คสภาพว่ามีส่วนใดเสียหายบ้าง มองดูจึงรู้ว่าเป็นรูปสมัยเรียนของชายหนุ่มกับหญิงสาวสวยอีกคน จากชุดที่ใส่คงเป็นช่วงวัยมหาลัย รอยยิ้มกว้างที่ปรากฏไม่บ่อยของชายหนุ่มร่างโตดึงดูดทั้งภาพให้มีโฟกัสไปที่เขา ข้างกันเป็นหญิงสาวสวยที่ชายหนุ่มร่างบางคุ้นเคย ไม่สูงไป ไม่เตี้ยไป ขนาดร่างกายได้สัดส่วนราวนางแบบบนหน้าปกนิตยสารชั้นนำ ใบหน้าเรียวสวยรับเข้ารูปกับสายตาหวาน จมูกนิด ปากหน่อย ช่างเป็นภาพที่น่ามองเหลือเกินสำหรับคนคนนึง หน้าผากได้รูปส่งเสริมให้ดวงหน้าหญิงสาวโดดเด่นจนแย่งจุดโฟกัสจากรอยยิ้มชายหนุ่มด้านข้าง ผมตรงยาวดำขลับของหล่อนเรียงตัวล้อกับผิวขาวสวยชวนให้มองอย่างที่สุด กลายเป็นภาพที่ตัวร่างบางต้องยืนจ้องด้วยความตะลึงในเสน่ห์ของบุคคลในภาพทั้งสอง

“คุณญาดา” เสียงหวานเผลอเรียกชื่อของหญิงสาวในภาพออกมาโดยไม่รู้ตัว มาถึงจุดนี้เขาก็สงสัยว่าตอนนี้คุณญาดาไปอยู่ที่ไหน เธอควรจะอยู่ที่นี่ไม่ใช่หรอ คิดดูอีกทีถ้าคุณญาดาอยู่ที่นี่จริงๆ เขาก็ต้องเห็นเธอบ้างซิ กว่า 3 เดือนที่ทำงานที่นี่ก็ไม่เห็นมีใครนอกจากคุณกร

“ติ้งงงง ติ้งงงง” เสียงออดดังส่งสัญญาณให้รู้ว่ามีคนมา ไวกว่าความคิดร่างกายของชายหนุ่มร่างเล็กก็รีบจัดการเสื้อสูทตัวสุดท้ายที่เหลืออยู่แล้วเก็บแขวนเตรียมนำขึ้นห้องนอนใหญ่ของเจ้าของห้อง สายตามองไปยังนาฬิกาก็เห็นว่าเวลาตอนนี้ก็บ่าย 2 โมง 40 นาทีแล้ว

“เอ๋ คุณกรกลับมาไวจังวันนี้” พลางคิดพลางเดินรู้ตัวอีกทีก็ถึงหน้าประตูซะแล้ว

คนที่รออยู่ด้านหน้าล๊อบบี้ของห้องกลับไม่ใช่เจ้าของห้องอย่างที่ร่างบางคิดไว้ ใบหน้าของหญิงสาวข้างหน้าเขาคุ้นเคย ทว่ามีอายุตามเวลา ผมยาวสลวยเมื่อครั้งสมัยก่อนถูกตัดสั้นประบ่าแต่ถึงอย่างไรนั้นก็ไม่ได้ทำให้เสน่ห์ของเจ้าตัวลดน้อยลงไปซักนิดกลับดูมีสง่าราศีกว่าที่เคย เนื้อตัวดูผุดผ่องราวหยกสีสวย ทรวดทรงก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงจากเดิมมากนัก โดดเด่นที่สุดคงไม่พ้นใบหน้าเรียวสวยแต่งแต้มเครื่องสำอางค์ดูมีราคานั้นยังคงทำให้ผู้จ้องมองหลงเสน่ห์ในความสวยได้ไม่ยาก จะแปลกตามากสุดคงไม่พ้นคนตัวเล็กด้านข้างที่แลดูน่ารัก น่าเอ็นดูเหลือเกิน คงไม่ต้องถามว่าพันธุกรรมดีๆ แบบนี้มาจากใคร

“หวัดดีจ้ะ ปอ ไม่ได้เจอกันนานเลย” เสียงหวานของหญิงสาวทักทายอย่างเป็นมิตร สังเกตว่าคุณญาดาหอบหิ้วข้าวของมากมาย อีกมือก็คอยจูงเจ้าตัวน้อยด้านข้าง ร่างบางจึงได้สติขออาสาเข้าไปช่วยอีกฝ่ายถือของ

“อูยย ไม่เป็นไรๆ แค่นี้เองสบายมาก เราฝากเธอดูตาแสบข้างฉันหน่อยแล้วกันนะ ตากรรู้ว่าใช้งานเธอล่ะแย่เลย” น้ำเสียงพลางพูดพลางบ่น ตัวชายร่างบางก็ไม่เข้าใจคำพูดของสาวสวยด้านหน้านักแต่ก็รับคำช่วยดูแลคนตัวเล็กให้

ชายหนุ่มพาคนตัวเล็กเข้ามานั่งรอในห้องโถงนั่งเล่นใหญ่ หายไปแว๊บเดียวจะเอาน้ำ และของหวานมาให้ทานเล่นก็วิ่งหายไปเกาะอยู่ที่กระจกบานใหญ่จ้องดูวิวกรุงเทพในช่วงเวลาบ่ายเสียแล้ว มองดูก็คล้ายตัวเองวันแรกที่ได้เข้ามาที่นี่คฤหาสน์เก่าของคุณกรก็ว่าหรูหราแล้วยังเทียบความสวยงามทันสมัยของที่นี่ไม่ได้เลย ยังไม่นับวิวระดับร้อยล้านที่ต้องแลกมาด้วยจำนวนเงินมหาศาล คนตัวเล็กมองอีกร่างด้วยสายตาเอ็นดู

“ชื่ออะไรหรอครับ อาชื่อปอนะครับ” เอ่ยถามคนตัวเล็กที่ตอนนี้กำลังสนอกสนใจกับวิวราคาแพงข้างหน้า

“ผมชื่อป่านครับ” น้ำเสียงสดใส ฉะฉาน สมวัยเด็กเสียจริง จากคำกล่าวของคุณญาดาที่ว่าเจ้าตัวน้อยนี่เป็นเจ้าหนูตัวแสบคงไม่เกินความจริงซักเท่าไหร่นัก

“ป่านอายุกี่ขวบแล้วคับ” ร่างบางเห็นคนตัวเล็กแล้วก็รู้สึกเอ็นดูอย่างหาสาเหตุไม่ได้ คงจะได้ลักษณะจากคุณแม่ นิสัยจากคุณพ่อล่ะมั้ง

พูดถึงตรงนี้ก็หมดคำถามสงสัยเกี่ยวกับคุณญาดาที่ว่าเธอไปอยู่ที่ไหน อันที่จริงเธอกับคุณกรอาจจะอาศัยอยู่ในอีกสถานที่นึงก็เป็นไปได้ แต่คุณกรงานยุ่งเลยมาอาศัยใกล้ที่ทำงานแทน

“ป่าน ป่วนอะไรคุณอาปอเขาอีกละคับ” เสียงหวานของคุณญาดาดังขึ้นจากด้านหลัง เขามองคุณญาดากี่ครั้งก็ยังต้องตะลึงในความสวยธรรมชาติของเธอซะทุกครั้งไปซินะ

“เปล่าหรอกครับ น้องน่ารัก สดใส สมวัยตะหากล่ะ ผมพึ่งถามอายุน้องไปเองน่ะครับ” รีบแก้ตัวให้กับคนตัวเล็กที่พึ่งเจอไม่นานแบบทันควัน

“ปีนี้ก็จะ 5 ขวบแล้วใช่ไหมครับ ตาแสบป่าน” เสียงคุณญาดาหยอกคนตัวเล็กที่ตอนนี้วิ่งกลับไปล้มกลิ้งล้มนอนบนโซฟาหรูด้านหลังซะแล้ว

“น่ารัก สดใสมากเลยนะครับ” ปอเห็นเด็กตรงหน้าแล้วก็อดยิ้มไม่ได้กับความน่ารัก

นับว่าเป็นเสน่ห์อีกอย่างนึงของคุณญาดาที่ทำให้หลายๆ คนต้องประหลาดใจเพราะถึงแม้บุคลิกภายนอกของเธอจะดูเรียบร้อยทว่ากลับเป็นผู้หญิงแกร่งตัวจริง การพูด การจาฉะฉานกว่าผู้ชายบางคนเสียอีก น้ำเสียงของเธอที่ตัวเขาเองแอบเรียกลับๆ ว่า “น้ำเสียงละลายพฤติกรรม” โดยๆ ทุกครั้งที่เธอเขาหาหรือคุยกับใครก็ตาม ในเวลาไม่กี่อึดใจก็จะดูเหมือนสนิทกันมาเป็นปี งานที่ต้องใช้บุคลิกและความสามารถด้านการสื่อสารคงจะไม่มีใครที่มีฝีมือเชี่ยวชาญไปกว่าคุณญาดาเสียอีกแล้ว

“วันนี้เรามาเซอร์ไพร์สกรเขาน่ะ เห็นว่าเธออยู่บ้านพอดี เลยซื้อของมาทำอะไรกินกัน แต่ฝีมือเราทำอาหารสู้เธอไม่ได้เลยปอ เลยจะให้ช่วยทำอาหารให้ เราเตรียมของในครัวเรียบร้อยแล้ว” เสียงหวานของหญิงสาวพูดกล่าวอย่างขอร้อง

“อ๋อ ได้ครับคุณญาดา ผมเองก็ยังไม่ได้ทำอะไรให้คุณกรเย็นนี้ คุณกรกลับมาคงดีใจที่ได้เจอคุณญาดาแล้วก็คุณหนูป่านนะครับ” พูดไปก็คิดว่าอย่างน้อยเย็นนี้คงไม่ถูกรบเร้าให้นั่งทานข้าวร่วมโต๊ะกับชายหนุ่มร่างสูง เพราะทุกครั้งชายหนุ่มเจ้าของห้องหรูก็จะพูดกึ่งบังคับให้เขานั่งร่วมรับประทานอาหารด้วยทุกครั้งอ้างว่าทำกับข้าวมาเยอะแยะจะให้กินหมดคนเดียวได้อย่างไร ในใจก็อยากจะคัดค้านเสียเหลือเกินว่าเกิดเขาทำมาอย่างสองอย่างแล้วไม่ถูกใจเขาเองก็คงโดนเอ็ดเอาอีก

เวลากว่า 1 ชั่วโมงทำอาหารไปพลางพูดคุยเรื่องสับเพเหระกับคุณญาดาไปผ่านไปอย่างรวดเร็ว เรื่องของคนตัวเล็กถูกนำขึ้นมาพูดเป็นส่วนใหญ่ ตอนนี้ทำอะไรอยู่ เรียนโรงเรียนไหน วีรกรรมความแสบของเจ้าหนูที่แกล้งเพื่อนหลากหลายคนที่โรงเรียน ความสามารถทางวิชาการ และกีฬาที่แสดงออกอย่างเด่นชัดเกินกว่าช่วงวัยของเด็กในวัยเดียวกัน คุณญาดาไม่ได้เล่าเรื่องเกี่ยวกับตัวเธอเองมากนัก ขณะเดียวกันเธอก็ยังมีมารยาทมากพอที่จะไม่ถามเกี่ยวกับสถานะภาพของเขาขณะที่อยู่ที่นี่ เขาเองหวังว่าเธอคงยังไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องสกปรกที่คุณกรได้ทำกับคนแบบเขา

“เอ่อ ปรกติกรเขากลับมากี่โมงหรอ” เสียงหวานของหญิงสาวถามขึ้นด้วยความสงสัย มือก็พลางช่วยร่างบางเตรียมอาหารไปด้วย

“ตามปรกติคุณกรกลับไม่เกิน 5.30 น. น่ะครับ” ตอบไปด้วยความสัตย์จริง

“อ๋อจ้ะ” เสียงหวานตอบกลับร่างบางที่กำลังเตรียมวัตถุดิบอยู่ข้างๆ อยู่ใกล้ๆ แบบนี้เธอจึงสังเกตุว่าปอผอมลงกว่าเก่ามาก เนื้อตัวก็ดูซูบลงกว่าที่เคยเป็น ในใจก็อดสงสัยไม่ได้ว่าชายหนุ่มร่างสูงเจ้าของเพนธ์เฮ้าส์หรูแห่งนี้ปล่อยให้ปอผอมลงขนาดนี้ได้อย่างไร หน้าตาก็ดูซีดเซียวกว่าเก่า เหมือนจะขาวขึ้นแต่ก็ไม่ได้ดูสุขภาพดีเหมือนคนทั่วไป มือไม้แลดูอ่อนแรงถ้าไม่ติดว่าเธอเคยเห็นเรี่ยวแรงมหาศาลขัดกับขนาดตัวของคนข้างๆ คงคิดว่าปอเป็นโรคหรืออะไรซักอย่าง ผมดำขลับไม่สั้นหรือยาวไป ที่น่าแปลกใจคงเป็นหน้าตาของปอที่เหมือนถูกสต๊าฟไว้เหมือนกับหลายปีที่ผ่านมา จริงอยู่อาจไม่ได้เรียกว่าเป็นคนที่ดูดีหรือมีเสน่ห์หากแต่ก็ชวนให้มองอยู่เรื่อยๆ ได้ไม่เบื่อ ให้เปรียบเทียบคงเหมือนทะเลสงบๆ ที่แม้วิวจะไม่ได้วิเศษอะไรนักแต่ก็ทำให้ผู้มองรู้สึกสบายใจทุกครั้งที่มอง

“คุณญาดาครับ ที่เหลือไว้ผมจัดการต่อเองดีกว่าครับ ดูจากของสดที่คุณญาดาซื้อมาแล้ว เมนูวันนี้น่าจะเป็นซีฟู๊ดนะครับ คุณกรน่าจะชอบนะครับ คุณญาดาดูแลคุณป่านดีกว่าครับ ทางนี้ผมจัดการเอง” ร่างบางแจกแจงแผนการเมนูของวันนี้เสร็จสรรพ ทั้งยังออกตัวจะจัดการกับการทำอาหารเองทั้งหมด

“จ้ะ ฝากดูแลทางนี้ด้วยนะ ฉันไปดูตาป่านก่อนล่ะ ทำบ้านตากรเสียหายล่ะ โดนบ่นหูชาแน่นอนเลย” หญิงสาวพูดไปก็ทำท่าป้องหูเหมือนกำลังโดนคุณกรเอ็ดไป ท่าทางน่าเอ็นดูแก่ผู้มองนัก พูดเสร็จก็ขอตัวออกไปหาเจ้าตัวเล็กที่นอนนี้กระโดงโหยงๆ บนโซฟาราคาแพงลิ่ว ตัวเขาเองก็รีบจัดการทำอาหารให้เสร็จก่อนคุณกรกลับ เมนูที่คิดไว้วันนี้ก็มี ปลาหมึกผัดไข่เค็ม ยำผักบุ้งกรอบทะเล ต้มจืดสามกษัตริย์ แล้วก็ข้าวผัดปู ว่าแล้วก็รีบลงมือทำแบบสุดฝีมือ เวลา 5.00 น. เมนูทุกอย่างก็ถูกยกเสริฟขึ้นบนโต๊ะอาหารหรู

ติ้งงงง ติ้งงงงง เสียงออกเตือนให้รู้ว่ามีผู้มาถึงห้อง เท้าเจ้ากรรมก็ดันไวกว่าความคิดรีบเดินไปหมายจะออกไปต้อนรับเจ้าของห้องหรู แต่คนที่รออยู่หน้าห้องกลับเป็นคนที่ไม่คุ้นเคย

“กรคะ ยี่หวาเองค่ะ เอ่อ คุณพ่อให้ยี่หว่าเอาของมาให้กรน่ะค่ะ” เสียงหวานของผู้หญิงแปลกหน้าลอดผ่านทีวีสปีคเกอร์ ร่างบางก็นึกชังในใจอยู่นานควรเปิดให้หญิงสาวแปลกหน้าเข้ามารอข้างในดีไหม ใจนึงก็กลัวคุณญาดาจะไม่สะดวกใจแล้วจะพาลทะเลาะกับคุณกร อีกใจนึงก็กลัวแขกสาวสวยของคุณกรจะต้องรอนาน จะแกล้งทำเป็นไม่มีใครอยู่บ้านคุณเธอคงไปบอกคุณกรแล้วตัวเขาเองจะตกที่นั่งลำบาก ดูนาฬิกาก็ใกล้เวลาคุณกรกลับแล้ว ในหัวความคิดเหตุผลก็ตีกันไปมาลังเลว่าจะเปิดดีหรือไม่เปิดดี

“ตากรมาถึงแล้วหรอจ้ะ” เสียงถามของคุณญาดาดังขึ้นจากด้านหลัง ร่างบางก็ลังเลอึกอักไม่ตอบคำถามพลางขยับตัวไปบังทีวีสปีคเกอร์ไม่ให้อีกฝ่ายเห็นร่างของสาวสวยผู้มาเยือน สายตาสงสัยของหญิงงามเบื้องต้นหรี่ลงพลางเดินเข้ามาใกล้ตัวปอ สายตาสอดส่องอย่างรู้งานไปที่ทีวีสปีคเกอร์

“เอ่อ คุณญาดา” เสียงอึกอักกลัวว่าหากอีกฝ่ายเห็นหญิงสาวแปลกหน้าที่คอยอยู่หน้าห้องจะไม่พอใจแล้วจะพาลไปมีปากเสียงกับทางคุณกรแล้วสุดท้ายคนที่เจ็บตัวก็จะเป็นเขาที่ต้องอยู่รับอารมณ์เจ้านาย

“อ่า ให้เขาเข้ามาเถอะจ้ะ เด๋วรอนาน ตากรมาเห็นแล้วจะเป็นเรื่องใหญ่โตอีก” เสียงคุณญาดาฟังดูไม่ยี่หระกับคนแปลกหน้าซักนิด กลับเชื้อเชิญให้เขาบ้านเสียง่ายๆ ร่างบางไม่คุ้นเคยกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนใปของทั้งเจ้านาย และคนสำคัญของเจ้านายเลยไม่รู้จะทำตัวยังไง มองดูนาฬิกาก็ใกล้จะถึงเวลาคุณกรกลับแล้วจึงจำใจตอบกลับทีวีสปีคเกอร์

“สวัสดีครับคุณผู้หญิง ผมเป็นคนดูแลบ้านคุณกรครับ ซักครู่ผมเปิดประตูให้นะครับ” กดปุ่มตอบกลับแล้วจึงรีบเปิดประตูให้แก่หญิงสาวแปลกหน้าที่รออยู่หน้าประตู

เพียงแว๊บแรกที่ร่างบางเห็นร่างของสาวสวยแปลกหน้าก็ต้องตะลึงไม่ใช่แค่ความสวยแต่เพราะหญิงสาวตรงหน้าเขาคือดาราหญิงอันดับต้นๆ ของเมืองไทย คุณยี่หวา รัตนธิดา กาลฬพันธ์ ในเมืองไทยไม่มีใครไม่รู้จักเธอคนนี้ ลูกสาวนักการเมืองผู้ทรงอิทธิพลของเมืองไทยคุณอรุณทัตย์ กาลฬพันธ์ ตามหน้าหนังสือพิมพ์ นิตรสารหัวไทย มีรูปของเธอขึ้นอยู่บ่อยครั้ง ตามในทีวี และหนังสือพิมพ์ว่าสวยมากแล้วยังเทียบตัวจริงไม่ได้ หน้าตาแลดูคล้ายลูกครึ่งก็ไม่ปาน รูปร่างดีสูงโปร่ง คอยาวระหงส์ รูปหน้าเรียวสวย หู คิ้ว ตา จมูก ปาก ดูรับเข้ากันดีเกินกว่าคนธรรมดา เนื้อตัวขาวสะอาดสะอ้าน ผมสั้นเสริมสร้างบุคลิคของเจ้าตัวให้ดูสวยเปรี้ยวโดดเด่น เขาไม่นึกไม่ฝันว่าจะได้เจอกับตัวจริงของดาราคิวทองเช่นเธอที่นี่ พลางก็คิดในใจรอบตัวคุณกรคงรายล้อมด้วยสาวสวยระดับดาราแถวหน้าเช่นผู้หญิงตรงหน้าเขา

“หว่า คุณกรไม่อยู่หรอ” เสียงหวานเอ่ยขึ้นด้วยความรู้สึกเสียดาย สายตาเธอสอดส่องไปกับบรรยากาศของห้องหรูตรงหน้า

“เขาจะกลับมาเมื่อไหร่หรอ รู้ไหม” ถามต่อด้วยน้ำเสียงไม่ยี่หระกับคนตรงหน้า พลางยื่นถุงดูมีราคาให้อย่างเอาแต่ใจ

“เอานี่ให้คุณกรด้วยแล้วกัน บอกเขาด้วยล่ะว่าคุณยีหว่ามาเยี่ยม แต่ดันเจอพ่อบ้านเลยฝากของไว้ อย่าลืมนะ กลับก่อนล่ะ ขอบใจที่นะ” พูดเสร็จสรรพก็หันตัวลาอย่างไวหวังจะรีบกลับแต่ดันชนกับคนที่พึ่งเข้ามาถึงห้องหมาดๆ ล้มลงไปกองกับพื้นร้องโอดโอย คุณญาดาที่เล่นกับเจ้าตัวเล็กได้ยินเสียงร้องก็ตกใจรีบวิ่งมาดู

“คุณกร” เสียงของชายหนุ่มร่างบางเอ่ยชื่อผู้เข้ามาใหม่ด้วยความกังวลใจ พลางคิดในใจถึงเรื่องวุ่นๆ ที่จะเกิดขึ้นจากผู้หญิงอีกคนเจอกับผู้หญิงอีกคนแล้วเขาดันต้องมาอยู่ในสถานการณ์แบบนี้อีก ในหัวก็จินตนาการว่าต้องมีเหตุการณ์บ้านแตกเป็นแน่แล้วตัวเขานี่แหละจะเป็นผู้รับกรรมเสียเอง เสียตาของร่างบางก็มองซ้ายทีขวาหวังจะขอความช่วยเหลือหวังว่าจะมีคนใจดีมาช่วยเขาจากปัญหานี้

---------------------------------

ตอนแรกก็ขอฝากตัวด้วยนะครับ ก็จะน่าเบื่อๆ หน่อยน๊า แหะๆๆ

ความคิดเห็น