ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Special Chapter By Ray.

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.8k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 23 เม.ย. 2562 10:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Special Chapter By Ray.
แบบอักษร





Special Chapter By Ray.







เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นก่อนที่เจ้าหมอกจะถูกพี่วินบอกเลิก....

เรื่องของพี่เรย์...

.

.

“เดี๋ยว!!!”ผมดันประตูที่กำลังจะปิดลงจากมือเจ้าของห้อง

“เลิกยุ่งกับผมซักทีเหอะ”อีกฝ่ายแทบจะตะโกนใส่หน้าผม

ไม่รู้ว่าทำไมเวลาที่มองหน้าอีกฝ่ายที่กำลังทำหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่มันถึงทำให้ผมอารมณ์ดีนัก ใจนึกก็รู้สึกหงุดหงิดตัวเองที่ล้อเล่นกับความรู้สึกคนอื่นอยู่ แต่ก็ไม่รู้ทำไมผมถึงห้ามใจตัวเองไม่เคยได้เลย

“แค่อยากคุยด้วยเฉยๆ ทำไมต้องโมโหด้วยครับ”ยิ้มตอบกลับไปให้อีกฝ่าย รอบยิ้มของผมมันมีเสน่ห์มากสำหรับคนอื่นๆ แต่พอคนตรงหน้าผมนี้ได้เห็นทีไรเป็นต้องหงุดหงิดทันที

“เอาเวลาไปสนใจน้องตัวเองเถอะ”อีกฝ่ายตะโกนกลับมา

ก็ไม่เข้าใจว่าจะตะโกนเพื่ออะไรทั้งๆที่ยืนอยู่จนแทบจะติดกันอยู่แล้ว

“หมอกก็มีวินแล้วนี่ เอาเวลามาสนน้องซุงดีกว่า”ยิ้มตอบกลับไปเหมือนเดิม

“นี่โง่หรือโง่อ่ะ ทำไมเรื่องอื่นเก่งจังวะ เรื่องใกล้ตัวแค่นี้ทำไมไม่รู้?”น้องมันถอนหายใจออกมาแรงมากก่อนจะหมุนตัวเดินเข้าห้องไป

อ้าว! ด่าเสร็จก็เดินหนีเลย เรย์งงสิครับ

“นี่ ที่พูดเมื่อกี้คืออะไร”ผมเดินตามอีกฝ่ายเข้าไปไม่ลืมที่จะปิดประตูให้ด้วย

“เรื่องที่พี่มาวอแวผมนี่ไง เอาสมองส่วนไหนคิดว่าผมจะไปจีบไอหมอก”น้องมันกำลังรื้ออะไรซักอย่างอยู่ที่ชั้นหนังสือไม่ได้หันมาสนใจผมที่ยืนอยู่ด้านหลังเลยซักนิด

“ถ้าไม่ใช่ซุงแล้วจะเป็นใคร?”นี่ผมสงสัยผิดคนมาตลอดหรอเนี่ย

“เพื่อนพี่ไง คนที่ชื่อวินหน่ะ”อีกฝ่ายหันมาพูดก่อนจะยื่นกระดาษปึกนึงส่งให้ผม

เดี๋ยว ไอวินเนี่ยนะ คนอย่างมันคิดจะเอาเงินฟาดหัวคนอื่นเนี่ยนะ ตลกเถอะ

“อะไร?”มองกระดาษในมืออีกฝ่าย

“อ่านสิ จะได้เลิกโง่”ทำไมคำพูดน้องมันรุนแรงจังวะ

ผมรับกระดาษในมือน้องมันมาเปิดอ่าน มันเป็นรูปแคปหน้าจอของบทสนทนาในกลุ่มกลุ่มนึง คนในกลุ่มนั้นผมพอจะรู้จักบ้างแต่บางคนก็ไม่เคยรู้จักมาก่อน และบทสนทนาก็ส่อไปทางที่น้องมันบอกจริงๆ

ไอวินและเพื่อนของมันกำลังพูดส่อไปทางล่อลวงน้องผมให้เข้ามาชอบมัน สุดท้ายก็สลัดทิ้งเหมือนคนอื่นๆ บทสนทนาที่แคปมานั้นไม่ได้บอกรายระเอียดมากนักเหมือนเป็นแค่การย้ำแผนการว่าอย่าลืมทำแบบนั้นแบบนี้ซะมากกว่า

ผมเงยหน้าขึ้นมองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า ที่มองผมด้วยสีหน้านิ่งๆอยู่

“นานแค่ไหนแล้ว นี่เรารู้มานานแค่ไหน”ผมถามอีกฝ่าย ทั้งๆที่รู้แต่ก็ไม่ยอมช่วยเนี่ยนะ ไหนบอกเป็นเพื่อนกันไง

“ผมเพิ่งรู้เมื่อวาน “อีกฝ่ายตอบกลับมา”พี่รีบไปหาไอหมอกดิ ตอนนี้มันอยู่ที่หอพักพี่วิน”

“ไปทำอะไร”หมอกจะไปหาไอวินทำไม

“ไปทำเรื่องนี้ให้มันจบๆไปซักทีไง พี่คิดว่าน้องพี่มันเข้มแข็งมากหรือไง”อีกฝ่ายดูไม่ชอบใจที่ผมถามคำถามโง่ๆออกไป

“หมอกรู้เรื่องนี้?”

“รู้อาทิตย์ที่แล้ว รีบไสหัวไปได้แล้วไป ไปทำตัวเป็นพี่ที่ดีซักทีเหอะ”อีกฝ่ายพูดเป็นเชิงไล่ผมให้ออกไปจากห้องมากกว่า

ผมรีบเดินออกจากห้องลงไปที่ด้านล่างหอ เดินไปหารถคันโปรดก่อนจะสตาร์ทเครื่องและรีบตรงไปที่หอพักไอวินทันที

กว่าจะมาถึงก็กินเวลาไปมาก เพราะรถค่อนข้างติด ยังไม่ทันได้เลี้ยงเข้าไปด้านในตัวหอด้วยซ้ำ ก็เจอคนที่ผมตามหากำลังเดินอยู่ อีกฝ่ายดูเหม่อลอย เหมือนคนไม่มีสติ ผมรีบจอดรถก่อนจะวิ่งไปหาอีกฝ่าย

“น้องหมอก!!!”เอื้อมมือไปดึงมืออีกฝ่ายให้หันมามองหน้าผม

ใบหน้าที่เคยแต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้มแต่ตอนนี้กลับถูกแต้มด้วยน้ำตา หยดน้ำใสๆที่ค่อยๆไหลลงมานั้นทำให้ใจผมมันกระตุกวูบ เอามือโอบรอบตัวอีกฝ่ายเข้ามาซุกไว้ในอ้อมอก นี่คงจะเป็นกอดแรกจากผมในฐานะของพี่ชายคนนึง

“กลับบ้านเรากันนะครับ น้องชาย”

.

.

.

.

.

.

.

“ผมไม่รู้หรอกว่าพี่ทำอะไรให้มันโกรธบ้าง แต่มันชอบพี่มากนั่นคือที่ผมรู้”

ตอนนี้เหมือนตัวของผมถูกแช่ลงไปในน้ำที่เย็นจัด ตัวผมมันชาไปทั้งตัว รู้สึกเหมือนหัวใจมันกระตุกอยู่ในอก ไม่รู้ว่าตอนนี้ผมกำลังรู้สึกอะไรอยู่กันแน่

รู้สึกดีหรอ?

หรือแค่ดีใจ?

ผมไม่เคยมีใครมาชอบและไม่เคยคิดที่จะไปชอบใครมาก่อน ไม่รู้ว่าควรต้องทำยังไงต่อ เมื่อได้รู้ว่าตัวเองกำลังถูกชอบแบบนี้

“ไอซุงน่าจะกำลังอ่านหนังสืออยู่ที่ห้องน้าา”

ผมเงยหน้าขึ้นมองคนที่มีสถานะเป็นน้องชายที่ยืนส่งยิ้มมาให้ผมอยู่

ผมก้าวขาออกจากห้องเพื่อที่จะเดินไปยังห้องที่อยู่ด้านข้างเพื่อที่จะไปหาเจ้าของห้องที่อยู่ด้านใน

ยกมือขึ้นเคาะประตูสองสามที เจ้าของห้องก็เดินมาเปิดประตูให้ มองหน้าผมด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเบื่อหน่ายเต็มทน

เพราะแบบนี้ไงผมถึงไม่เคยรู้ว่าอีกฝ่ายรู้สึกยังไงกับผม

“มาทำไม...เห้ย!!!”

ไม่รอให้อีกฝ่ายพูดจบผมก็รวบตัวอีกฝ่ายเข้ามาในอ้อมกอด กระชับกอดให้แน่นขึ้นเมื่ออีกฝ่ายเริ่มดิ้นมากขึ้น

“ปล่อย!!!”เหมือนว่าฝ่ายตรงข้ามไม่ได้อยากให้ผมกอดเท่าไหร่นัก

ซุงแทบจะยกเท้าถีบผมอยู่แล้วแต่แค่ทำไม่ได้น้องมันเลยแค่ทุบที่หลังผมและพยายามดันผมออก

“ซุงชอบพี่หรอครับ?”คลายอ้อมกอดออกและมองหน้าอีกฝ่ายยิ้มๆ แขนผมยังคล้องอยู่ที่เอวอีกฝ่าย ไม่ให้ดิ้นหนีไปไหน

“ใครบอก”น้องมันดูตกใจกับคำพูดที่ผมเพิ่งจะพูดจบประโยคไปเมื่อสักครู่

“ต้องให้พูดซ้ำหรอ?”เอียงคอถามทำหน้าตาน่ารัก

“ปล่อย”น้องมันยังคงดันตัวผมออกไม่เลิก

“ไม่ครับ”ยิ้มตอบกลับไป

ไม่รู้ว่าทำไมถึงรู้สึกว่าน้องมันน่ารักขึ้น ไม่รู้ว่าเกี่ยวกับที่รู้ว่าน้องมันชอบผมไหม แต่ตอนนี้ผมว่าผมชอบน้องมันบ้างแล้วแหละ ทำไงได้หล่ะ ก็หลงไปแล้วนี่

.

.

.

.

.

.

วันครอบครัวของเจ้าหมอก

“อย่ามายุ่งกับผมอีก ถ้าไม่ได้รู้สึกอะไรก็เลิกทำแบบนี้ซักที”พูดจบอีกฝ่ายก็เดินไป

ผมได้แต่ยืนมองคนตัวเล็กกว่าที่เดินหายไปที่ชายหาด

เป็นอีกครั้งที่ผมปล่อยให้เรื่องมันเป็นแบบนี้ ผมไม่รู้ว่าต้องทำยังให้อีกฝ่ายได้รับรู้สิ่งที่ผมรู้สึก ไม่รู้ต้องแสดงออกแบบไหนให้เขาเข้าใจ ผมไม่เคยมีความรักกับคนอื่นเลยนอกจากสิ่งที่เรียกว่าครอบครัว ไม่เคยคิดด้วยซ้ำ ว่าวันนึงจะมีสิ่งมีชีวิตที่เป็นคนแปลกหน้ามาชอบ คนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนจะมาชอบเราได้ยังไง

ผมตั้งคำถามกับตัวเองรอบที่ร้อยกับเรื่องของคนคนนี้ คนที่ผมสับสนกับตัวเองไปหมด คนที่ทำให้ผมที่ไม่ชอบคิดเรื่องอะไรมากต้องมาคิดถึงแต่เรื่องของเค้า

ผมต้องทำยังไงต่อ?

“เรย์”ผมกันไปตามเสียงเรียกก็เจอเพื่อนที่สนิทกันมาตลอดสามปี

“วิน มาเที่ยวหรอมึง”ผมหันไปมองหน้าเพื่อนสนิทตัวเองพร้อมกับคำถาม

“นี่โรงแรมพ่อกู”

“อ้าวหรอ งั้นกูต้องได้ส่วนลดแล้วแหละ”ผมพูดเป็นเชิงหยอกล้อมันไป

“กูให้อยู่ฟรีเลย”มันตอบกลับมา

“กูล้อเล่นไหม”ผมส่ายหัวให้มัน

“มึงเป็นพี่ชายหมอกหรอ?”มันถามคำถาม

“มึงรู้มาจากไหน”ผมมองหน้ามัน

“พี่ปลายบอกกู”มันตอบกลับมา

พี่ปลายอีกแล้วไหนบอกไม่ให้ผมบอกแล้วทำไมตัวเองมาบอกเองแบบนี้

“กูขอโทษนะ เรื่องหมอกอ่ะ กูไม่ได้อยากให้เรื่องมันเป็นแบบนี้”มันมองไปทางอื่นทั้งๆที่กำลังคุยกับผมอยู่ แววตาว่างเปล่าของมันทำให้ผมนึกสงสาร

ไอวินมันเป็นคนอารมณ์ดีคนนึง ช่วงหลังๆนี้ผมเห็นมันดูซึมๆ ตอนแรกที่รู้ว่าเป็นวินผมยังไม่เชื่อเลยว่ามันจะทำแบบนั้นจริงๆ

ไอวินมันเคยบอกเลิกใครที่ไหน ปกติก็เห็นมันโดนทิ้งก่อนตลอด ไม่ได้อยากเข้าข้างเพื่อนตัวเอง แต่ผมเป็นเพื่อนมันมานาน ผมรู้ว่ามันเป็นคนยังไง

“ไอรันมันอยากช่วยกู มันบอกว่าที่ผ่านมาคนที่กูคบด้วยเค้าไม่ได้ชอบกูจริงๆ ที่เค้าคบกับกูก็แค่เพราะเงินของกู มันรู้ว่าหมอกแอบชอบกูมานานแล้วมันเห็นหมอกเอาขนมไปให้กูที่ล็อกเกอร์บ่อยๆ”

“หมอกก็เลยกลายเป็นตัวเลือกของพวกมึง”

“เรย์ มึงโกรธกูหรอ?”มันเงยหน้าขึ้นมาถามผม

“นั่นน้องกูนะ กูไม่โกรธนั่นคือแปลก”ผมบอกมัน

“กูขอโทษ จริงๆตามแผนมันไม่ได้นานขนาดนี้ มันแค่อยากให้กูนอนกับหมอกแล้วคือจบ”

ผลั่ก!!!

ผมซัดหมัดเข้าที่หน้าไอวินด้วยความโกรธ

“แต่น้องมึงไม่เหมือนคนอื่นเรย์ น้องมึงไม่รับเงินจากกูซักบาท กูแค่สงสัยว่าน้องมึงคิดอะไรอยู่”มันยกมือขึ้นเช็ดเลือดที่มุมปาก

“มึงก็เลยหลอกให้น้องกูคบกับมึง แล้วก็จะบอกเลิกแล้วเอาเงินมาล่อน้องกูอีกรอบ”ผมพูดต่อให้มัน

“กูก็แค่อยากรู้ว่าน้องมึงคบกับกูเพราะชอบกูจริงๆไหม กูคิดว่าถ้าบอกเลิกน้องมึงยื่นเงินให้ซักก้อนมันก็คงจะจบ แตวันนั้นมันทำให้กูรู้ว่ามันไม่จบ เพราะกูดันรู้สึก รู้สึกว่าไม่อยากให้น้องมึงไป”

“...”ผมถอนหายใจออกมาอย่างหงุดหงิด หันไปมองทางอื่น ขืนมองหน้ามันผมต้องได้ซัดหมัดไปอีกรอบแน่

“กูขอกลับไปคบกับน้องมึงได้ไหม”ไอวินพูดประโยคสุดท้ายออกมา

“มึงบอกกูแล้วมึงได้คบหรอ ไปบอกหมอกนู่น แต่ก่อนอื่น เอาเพื่อนมึงมาคุยกับกูว่าเรื่องที่มึงพูดไม่ได้หลอกกูอยู่”ผมหันไปมองหน้ามัน

“มึงจะคุยตอนไหนหล่ะ พวกมันอยู่ที่นี่ นี่กุญแจห้องพวกมัน”ไอซุงยื่นกุญแจห้องมาให้ผม

“กูจะไปคุยตอนนี้เลย”ผมหยิบกุญแจจากมือมันมาและเกินไปที่ห้องเป้าหมายทันที

ผมห้ามน้องไม่ให้ชอบไอวินไม่ได้ ดังนั้นสิ่งที่ผมทำได้ ก็คือต้องช่วยน้องเท่านั้น

.

.

.

.

.

.

เหตุการณ์นี้เกิดหลังวันที่กลับมาจากทะเลกับพวกพี่ๆแล้ว

“ทำไมน้องซุงดูห่วงหมอกจังครับ”ผมมองหน้าถามอีกฝ่าย

ตอนนี้ผมนั่งอยู่ในห้องของน้องซุง นอนหนุนตักคนที่ทำหน้าเครียดอยู่ด้านหน้าจอโน้ตบุ๊คอยู่

“เพื่อนกันไหม ไม่ให้ห่วงมันแล้วใครจะมาห่วง พี่ๆมันห่วงมันบ้างที่ไหน”ทำไมรู้สึกเหมือนถามคำถามให้ตัวเองโดนด่าเลยว่ะ

“ทำไมพี่โดนด่าไปด้วยหล่ะ”มองหน้าอีกฝ่ายที่ยังคงรัวแป้นพิมพ์อยู่

“พี่รู้เรื่องไอหมอกมากแค่ไหน”ซุงก้มหน้าลงมามองผมที่มองอีกฝ่ายอยู่

“รู้ว่าหมอกอยู่ที่นี่เรียนที่นี่ตั้งแต่เด็ก พ่อแม่แล้วก็พี่ปลายมาหาบ้างช่วงเทศการ บางครั้งพี่กัสก็แอบหนีมา”ผมนึกเท่าที่รู้เล่าให้ซุงฟัง

“แค่นี้?”ซุงถอนหายใจออกมาแรงมากก่อนจะมองไปทางอื่น

“พี่ต้องรู้มากกว่านี้หรอ”ลักขึ้นมานั่งอยู่ข้างๆขยับเข้าไปจนชิดตัวอีกฝ่าย

“นี่พี่ไม่รู้จริงๆหรอ ว่าไอหมอกมันเคยคิดฆ่าตัวตาย”ซุงหันมามองหน้าผม

“ห๊ะ!! ตลกเหอะ หมอกเนี่ยนะจะฆ่าตัวตาย”

คนที่อารมณ์ดีแบบนั้นเนี่ยนะ

“หน้าผมตลกปะ”ซุงหันมามองหน้าผมและชี้นิ้วเข้าที่หน้าตัวเอง

ผมมองหน้าซุงและนึกถึงหน้าน้องชายตัวเองไปด้วย อย่างหมอกเนี่ยหรอคิดที่จะทำแบบนั้น

“เรื่องมันผ่านมาสามปีแล้ว ช่วงนั้นกำลังสอบเข้ามหาวิทยาลัย ม.6ต้องเตรียมตัวสอบ แล้วก็อ่านหนังสือหนักมากๆ ไอหมอกมันเครียด มันโทรมาหาผมว่ามันไม่มีสมาธิอ่านหนังสือ ผมเลยนัดให้มันมาหาผมที่บ้าน มาอ่านหนังสือด้วยกัน”

น้องซุงเริ่มเล่าเหตุการณ์ให้ผมฟัง

“พอมันมาถึง มันก็เอาแต่พูดเรื่องพ่อกับแม่ให้ผมฟัง มันถามผมว่าทำไมพ่อกับแม่ถึงไม่อยู่กับมันบ้าง มันไม่รู้ว่าต้องทำตัวยังไง มันเอาแต่โทษตัวเองว่ามันดีไม่พอหรอ หรือมันเป็นเด็กไม่ดีเลยไม่มีใครอยู่ด้วย...”

“แต่หมอกก็อยู่ที่บ้านไม่ใช่หรอครับ”

“บ้าน แต่ไม่เรียกว่าบ้าน ไม่มีพ่อไม่มีแม่ ไม่มีคนคอยรับฟัง มีแค่คนขับรถ แม่บ้าน แล้วก็พี่เลี้ยง แบบนั้นเรียกว่าบ้านด้วยหรอครับ”ซุงถามผมกลับมา

นั่นสิ ผมไม่เคยคิดมาก่อน ถึงผมจะไม่ได้อยู่กับพ่อกับแม่แต่ผมก็มีอาที่ทำหน้าที่แทนพ่อผมมาตลอด แต่หมอกไม่มีใครเลย ถึงบ้านจะหลังใหญ่แค่ไหน แต่อยู่คนเดียว มันก็คงจะดูว่างเปล่ามากเกินไปสำหรับเด็กคนนึง

“วันนั้นมันขอกลับไปที่บ้าน มันบอกว่ามันปวดหัวอ่านต่อไม่ไหว ผมก็เลยให้มันกลับไปก่อน ผมได้รับโทรศัพท์อีกทีจากพี่เลี้ยงในวันถัดไปเค้าบอกว่าไอหมอกมันกินยาเกินขนาด ผมตกใจมากรีบไปหามันที่โรงพยาบาล มันดูเหม่อๆ พอมันเจอหน้าผมมันก็ร้องไห้ออกมา ผมทำตัวไม่ถูก ได้แต่กอดมันและพูดปลอบ”

“...”

“เย็นวันนั้นผมไปหาพี่หมอที่รู้จักที่เป็นเจ้าของไข้มัน พี่เค้าอยู่แผนกจิตเวท พี่เค้าบอกว่าไอหมอกป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ตอนนั้นผมไม่รู้ว่าต้องทำยังไง ไม่รู้ว่าโรคที่พี่หมอพูดถึงคืออะไรด้วยซ้ำ “

“...”

“เค้าขอให้ผมช่วยดูมันให้ ระวังไม่ให้มันคิดมาก พี่หมอไม่ได้บันทึกลงในประวัติการรักษาเพราะตอนนั้นต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัย เค้ากลัวว่าอาจจะมีปัญหา เค้าบอกผมว่าต้องบอกคนไข้ว่าอย่าให้เค้าคิดมาก อย่าพาไปเจอเรื่องเครียดๆ ผมก็เลยต้องดูแลมันมาตลอด”

มิน่าล่ะ พี่กัสถึงไม่รู้ว่าน้องป่วย

“แล้วตอนนี้หมอกหายหรือยัง”ผมถามซุง

“โง่อีกและ”

อ่าว โดนด่าเฉยเลย

“โรคนี้มันหายขาดไม่ได้ เราทำได้แค่ปะคับประคองให้เค้าไม่เครียด ไม่คิดมากเท่านั้นเอง แค่เข้าใจเค้าบ้างแค่นั้นก็พอแล้ว คนเคยติดฆ่าตัวตายมาแล้ว ถ้ามันถึงจุดๆนึงมันก็ไม่แปลกที่อยากจะตายอีก”

ซุงส่ายหัวให้คำถามโง่ๆของผมอีกครั้ง

ยอมโง่ให้วันนึงก็ได้

“แต่มีเรื่องนึง ผมคิดว่าถ้าไอหมอกรู้มันอาจจะช่วยเยียวยามันได้”ซุงหันมามองหน้าผม

“อะไรครับ”ตอนนี้อะไรช่วยน้องได้ผมจะให้ให้หมด ให้ไปลากดาวพลูโตมาไว้ใกล้โลกก็ย่อมได้

“บอกครอบครัวพี่ให้มาอยู่กับมันสิ มันแค่อยากรู้สึกว่ามันเป็นส่วนนึงของครอบครัวเท่านั้นแหละ มันแค่ขาดความอบอุ่น มันแค่อยากได้อ้อมกอดจากสิ่งที่เรียกว่าครอบครัวบ้างเท่านั้นเอง”ซุงพูดบอกผมก่อนจะส่งยิ้มมาให้

“แล้วซุงหล่ะ...”

“อะไร?”ซุงทำหน้างงงวยมาให้ผม

“ซุงอยากเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวพี่บ้างไหม ขาดความอบอุ่นหรือเปล่า อยากได้อ้อมกอดจากพี่ไหม”เอาแขนไปโอบตัวอีกฝ่ายมาไว้ในอ้อมอก

“พี่เร๊ย์!!!!!”น้องมันร้องเสียงสูงและดันผมออกไปด้วย

“ไม่อยากได้ความอบอุ่นจากพี่หรอ?”ซุกหน้าลงบนแก้มนิ่มๆของอีกฝ่าย

“ปล่อย!!!”ไม่รู้ว่าเอาแรงมาจากไหน แต่สู้แรงเจ้าเรย์ไม่ได้หรอก คริคริ

“วันนี้อยากกินน้องซุงจังเลยครับ”กัดเบาๆที่หูของอีกฝ่ายจนขึ้นสีแดง

“ไอทะลึ่ง ปล่อยสิว้อย”น้องซุงยังคงโวยวายไม่เลิก

“งั้นต้องทำใจแล้วหล่ะ ที่มาชอบคนทะลึ่งแบบพี่”มองหน้าน้องซุงที่ขึ้นสีแดงจัด

“ไอ้...”

“นี่คือการปล้น ส่งหัวใจเจ้ามาซะ”กัดจมูกอีกฝ่ายเป็นการหยอกล้อ

“เลิกกวนตีนซักที”แล้วฝ่ามืออรหันต์ก็ลอยเข้าหัวผมอย่างแรง จนผมต้องยกมือขึ้นมาลูบหัวตัวเองป้อยๆ

“ตัวเอง เค้าเจ็บนะ”ทำหน้าเหมือนคนจะร้องไห้

“คิดว่าน่ารักหรอที่ทำอ่ะ ตัวก็เท่าหมีควายมาทำหน้าแบบอุ๋งๆ คิดว่ามันเป็นอันเดียวกันหรือไง”

เนี่ย แล้วจะไม่ให้ผมหลงได้ไง ขนาดคำด่ายังละมุนขนาดนี้ แล้วปากแดงๆนั่นจะละมุนขนาดไหน นึกแล้วก็อยากจะ...

ป๊าป!!!

“เลิกทำหน้าโรคจิตซักที”ฝ่ามืออรหันต์ลอยมาอีกรอบ

“ตัวเอ๊งงงงงง เค้าเจ็บ”ทำไมรุนแรงจังเลย





——————————————

เอาพี่เรย์มาโยน คริคริ

ความคิดเห็น