ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter 3 : นางร้าย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 270

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 21 เม.ย. 2562 11:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 3 : นางร้าย
แบบอักษร

​Chapter 3 : นางร้าย

เจนนี่ Past

มีคนหลายคนชอบว่าและนินทาใส่ฉันบ่อยๆว่าฉันมันคุณหนูปากร้ายเอาแต่ใจและนิสัยเสีย แต่แล้วไง? คนอย่างคุณหนูเจนนี่โนสนโนแคร์:(

"นี่เมื่อไหร่ป๊าจะลงมา"  ฉันหันไปถามสาวใช้ข้างๆที่กำลังรินน้ำให้ฉันอยู่

คือตอนนี้ฉันกำลังจะกินข้าวแต่ก็ต้องรอกินพร้อมกับป๊า ซึ่งก็ยังไม่เห็นวี่แววของป๊าเลย-.-

"ดิฉันก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ แต่ประเดี๋ยวคุณท่านก็คงจะลงมาค่ะคุณหนู"  เธอตอบฉันด้วยน้ำเสียงนอบน้อม ต่างจาก 'อีตัว' ที่ยืนเกาะอยู่หลังเสาบ้านเหมือนตุ๊กแก มันกำลังมองมาทางฉันแล้วเบะปากใส่

อยากโดนตบอีกรึไง สงสัยคราวที่แล้วจะโดนน้อยไปสินะ-_-*

"งั้นหรอ"

คิดว่าถ้ารอป๊ามาทานข้าวด้วยแล้วเข้าบริษัทสายแน่ๆเพราะวันนี้มีประชุมใหญ่ โดยที่ประธานอย่างฉันจะไปสายไม่ได้เป็นอันขาด 

เมื่อร่างบางนึกได้ว่ามีงานต่อก็รีบกินข้าวเช้าอย่างรวดเร็ว โดยไม่รอผู้เป็นพ่อที่ยังคงไม่ลงมาทั้งๆที่ได้เวลาทานข้าวเช้าแล้วแท้ๆ

พอทานเสร็จร่างบางก็เตรียมพร้อมลุกออกไปข้างนอกแต่แล้วแม่นมของเธอก็ถามขึ้นมาสักก่อน

"คุณหนูจะรับอะไรเพิ่มไหมคะ?"  แม่นมเดินมาถามฉัน

"ไม่อ่ะเจนอิ่มแล้ว ว่าแต่แม่นมทานอะไรมารึยังคะ"  

ความจริงแล้วในชีวิตของฉัน มีอยู่ไม่กี่คนหรอกที่ฉันจะพูดดีด้วย เพราะบุคคลส่วนมากก็อย่างที่บอก=.=

พูดดี=บุคคลคนคนนั้นต้องสำคัญกับฉันมากๆ

"ทานเรียบร้อยแล้วค่ะคุณหนู^^"  แม่นมตอบฉันกลับมาด้วยรอยยิ้มสดใสเช่นเคย

ฉันชอบรอยยิ้มของแม่นมที่สุดเลย เพราะเวลาแม่นมยิ้มมันทำให้นึกถึงคุณแม่

คุณแม่ที่อยู่บนท้องฟ้า..

ฉันคิดเสมอว่าท่านคงเฝ้ามองดูฉันจากที่ไหนสักแห่งบนนั้น และฉันเอง..เวลาเหงาก็จะมองท้องฟ้าและดวงดาวบนนั้นเหมือนกัน ถึงจะจากกันไปโดยไม่มีวันย้อนคืนมา แต่ความคิดถึงกลับไม่เจือจางลงเลยสักนิด มีแต่เพิ่มขึ้นในทุกๆวัน


ณ บริษัท JNP/Thai สาขาประเทศไทย

JNP บริษัทที่มีนักออกแบบดีไซน์เสื้อผ้าแบรนด์ดังระดับโลกมากมาย รึเรียกได้ว่า รวมเหล่าคนหัวกะทิมีฝีมือทางด้านออกแบบเสื้อผ้าแฟชั่นต่างๆระดับโลกนั่นเอง 

บริษัทที่ก่อตั้งมาด้วยน้ำพักน้ำแรงด้วยน้ำมือของฉันเอง ซึ่งที่ฉันอยู่นี่คือประเทศไทยเป็นสาขาย่อย ส่วนสาขาใหญ่อยู่ที่ ปารีส ประเทศฝรั่งเศส ทางฝังปารีสไม่ค่อยมีปัญหาอะไรมากมายเพราะมีผู้บริหารที่มีฝีมือและไว้ใจได้ดูแลแทนฉันอยู่แล้ว ฉันจึงตัดสินใจมาอยู่บริหารที่ไทยแทน ส่วนเหตุผลหลักที่ฉันกลับมาไทยนั้นเพราะคิดถึงป๊าและก็..ข้อสัญญาผูกมัดบางอย่างที่มันค้างคาอยู่ด้วย การกลับมาไทยครั้งนี้ฉันจะสะสางเรื่องทุกอย่างให้มันจบๆไป

สัญญาที่ฉันจะไม่มีวันลืมเด็ดขาด..

ร่างระหงค์เดินตรงเข้ามายังบริษัทตัวเองพลางมองไปรอบๆก็ต้องขัดใจกับอะไรหลายๆอย่าง

อย่างแรก การตกแต่งภายในที่จืดชืดและไร้รสนิยมเป็นอย่างมาก 

อย่างที่สอง พนักงานรักษาความปลอดภัยนั่งหลับน้ำลายยืด หรือนั่นก็คือหลับในเวลางาน ไร้ความรับผิดชอบ

อย่างสุดท้ายที่ทำให้ร่างระหงค์โกรธสุดๆก็คือ..ไม่มีใครในที่นี้จำเธอได้!!

นี่ฉันเป็นประธานบริษัท JNP นะยะ

"นี่หล่อนอย่ามายืนขวางทางเดินชาวบ้านได้ไหมย่ะ!!"  น้ำเสียงไม่พอใจของผู้หญิงคนหนึ่งเอ่ยขึ้นจากด้านหลังของฉัน

ฉันหันกลับไปมองเธอด้วยสีหน้าไม่พอใจเหมือนกัน ปากเนี่ยพูดๆดีไม่เป็นรึไงหรือที่บ้านไม่มีใครสอนมารยาทผู้ดี-*-

"นี่หล่อนกล้าดียังไงมามองหน้าฉันแบบนี้ห่ะ รู้ไหมว่าฉันคือใคร"  ยัยปลวกนี่พูดไปเชิดหน้าไป

"ถ้าไม่รู้ว่าตัวเองคือใคร ก็ไม่ต้องเสล่อมาเที่ยวถามชาวบ้านเค้านะ ประสาท!!"

"แก!!"  ยัยหน้าปลวกนี่ชี้หน้ามาทางฉันอย่างหาเรื่อง

เคยบอกไหมว่า คนอย่างคุณหนูเจนนี่เกลียดการถูกชี้หน้าเป็นอันที่สุด เหมือนถูกหยามศักดิ์ศรี

"ขอเตือน! ถ้ายังทำกริยาต่ำๆแบบนี้เธอจะไม่มีโอกาสมาเยียบที่นี่อีก" 

"เหอะ หล่อนเป็นใครกันย่ะถึงกล้ามาพูดจาใหญ่โตโอหังที่นี่"  ยัยปลวกยิ้มเย้ยยันใส่ฉัน

"ใหญ่ไม่ใหญ่ก็สามารถทำให้เธอตกงานได้ก็แล้วกัน:)"

"อีนี่!!"  อีกฝ่ายเหมือนจะเข้ามาตบฉันแต่แล้ว..

"ท่านประธานคะ!!"  

เสียงตะโกนของผู้มาใหม่ทำให้เหตุการณ์ตรงหน้าต้องหยุดชะงักลง

หญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มรูปร่างกระทัดรัดที่วิ่งหน้าตาตื่นมาตรงที่ฉันยืนอยู่

"แฮกๆ ทะ ทะ ท่านประธาน"  เธอพูดด้วยน้ำเสียงหอบเหนื่อยหลังจากที่วิ่งลงจากชั้นคณะผู้บริหารเพื่อมาต้อนรับท่านประธานบริษัทแต่เนื่องจากลิฟถ์เสียแล้วมันก็พึ่งซ่อมเสร็จแต่จะรอให้ลิฟถ์มันซ่อมเสร็จก็ใช่เรื่อง 

แต่พอเธอเดินลงมาก็เห็นเหตุการณ์ที่ว่าท่านประธานกำลังมีปากเสียงกับเหล่าดีไซน์เนอร์ และด้วยบรรยากาศที่ไม่น่าปลอดภัยเธอจึงต้องรีบเข้าไปห้ามโดยเร็ว เพราะเธอเองก็รู้กิติศัพท์อันเรื่องชื่อของท่านประธานดีเลยล่ะ

"ประธงประธานอะไรของหล่อนย่ะประสาทกลับรึไง"  ยัยปลวกที่ยืนตรงหน้าฉันก็หันไปว่าใส่ผู้หญิงคนนั้นที่กำลังวิ่งมาหา

"เปล่านะคะ คนที่คุณแอนนากำลังยืนทะเลาะด้วยอยู่นั้นคือ.."  เธอหันมามองหน้าฉัน แล้วพอรู้ว่าฉันก็มองเธออยู่เหมือนกันเจ้าตัวเลยรีบก้มหน้าก้มตาลงอย่างกลัวๆ

"นี่ยัยณิชาหล่อนอย่ามาพูดเรื่องไร้สาระจะได้ไหม หน้าอย่างยัยนี่เนี่ยนะเป็นประธาน"  พูดไม่พอยังมีการยกมือขึ้นมาชี้หน้าฉันอีก

พอกันที! คนสวยจะ-ไม่-ทน

หมับ

กรึบ

"โอ้ยยยเจ็บ!!!"

ไม่ต้องเดาว่าเสียงอะไร..ฉันหักนิ้วยัยหน้าปลวกนี่เองแหละ ชอบมาชี้หน้าฉันนักระวังจะกลับบ้านไปไม่ครบสามสิบสอง

"ชอบนักใช่ไหมไอโรคชี้หน้าชาวบ้านเนี่ย.."  ร่างระหงค์พูดเสียงต่ำอย่างน่ากลัวพลางจับมืออีกฝ่ายแน่น

"โอ้ยยยเจ็บ ปล่อยฉันนะอีบ้า!!"  ยัยหน้าปลวกพยายามแกะมือของฉันออกจากนิ้วมือตัวเองอย่างไม่ยอมแพ้ กลับยกมืออีกข้างหนึ่งขึ้นเพื่อหวังจะตบหน้าฉัน

แต่ขอโทษนะ..ฉันน่ะอดีตมือตบของโรงเรียนเว้ย!!

เพลี๊ยะ

"กรี๊ดดดดดดดดดด"

ก่อนที่นางจะตบฉัน ฉันก็ชิงตบหน้านางก่อนจนอีกฝ่ายหน้าหัดไปตามแรงมือ

"กรี๊ดดดดดดดดดดอีบ้า!! แกกล้าดียังไงมาตบฉัน ฉันจะเรียกรปพ.มาลากคอแกออกไป อีชั้นต่ำ!!"

"ใช่ต่ำ! แต่กริยาต่ำๆก็เหมาะกับคนต่ำๆอย่างเธอดีนะ^^"  ฉีกยิ้มดั่งนางร้ายละครหลังข่าว

"กรี๊ดดดดดดดอีบ้า!! ฉันจะฆ่าแก"  พูดจบนางก็พุ่งเข้ามาหาฉัน แต่..

"เอาเส้! ถ้าอยากหน้าเบี้ยวก็เข้ามา"  ง้างมือรอประทะเต็มที่

"ทั้งสองคนใจเย็นๆก่อนนะคะ ณิชาไหว้ล่ะค่ะToT"  ผู้หญิงที่เข้ามาห้ามตอนแรกวิ่งเข้ามาในวงแล้วพูดขึ้นพลางยกมือขึ้นมาพนมมือไหว้ฉันกลับยัยปลวกที่กำลังจะพุ่งเข้ามาตบฉัน

"คุณแอนนาคะ คนที่คุณทะเลาะอยู่ด้วยคือ คุณหนูเจนนี่ ประธานบริษัทของเรานะคะ"  พอประโยคที่เธอพูดออกมาทำให้เหล่าดีไซน์เนอร์ที่ยืนล้อมฉันอยู่มองหน้ากันอย่างลักเลิกแล้วก็มองมาทางฉัน

หึ พอรู้ว่าฉันเป็นใครถึงกับนิ่งเชียวนะ

"มะ มะ ไม่จริงอะ"  ยัยหน้าปลวกที่ก่อนหน้านี้ทำเป็นเก่งจะเข้ามาตบฉันซะให้ได้ บัดนี้นางยืนหน้าซีดเป็นไก่ต้มไปแล้วจ้า

"ขอโทษนะ..เผอิญมันเป็นเรื่องจริง:)"  รอยยิ้มของผู้ชนะผลุดขึ้นมาบนใบหน้าสวยคม

"เธอชื่ออะไร?"  ฉันหันไปถามหญิงสาวผู้ใจกล้าที่เข้ามาห้ามทัพตั้งแต่แรก

"เอ่อคือ..ณิชาค่ะ"  เธอตอบฉันมาอย่างกล้าๆกลัวๆ

"ฉันไม่รู้ว่าเธอทำงานแผนกไหน แต่ฉันขอแต่งตั้งให้เธอมาเป็นเลขาส่วนตัวของฉันซะ"  ฉันพูดออกไปในสิ่งที่ตัวเองต้องการทันที

"ค่ะ คะ? อะไรนะคะo_O"  เธอหันถามฉันอย่างไม่เชื่อหูตัวเองนัก

เหมือนเธอจะเอ๋อๆเหว๋อๆหน่อยๆ แต่นิสัยใจคอฉันให้ผ่าน

"อ้อลืมไป คุณณิชาในฐานะที่ฉันเป็นประธานบริษัทฉันขอสั่งให้คุณอันเชิญ เธอ เธอ และเธอ รีบไสหัวออกไปจากบริษัทของฉันซะ ฉันไล่พวกเธอออก!!"  ร่างระหงค์ชี้นิ้วตามรายคนที่มาหาเรื่องเธอ

"หมดธุระแล้วฉันจะได้ไปประชุมสักที เสียเวลามามากพอแล้ว.."  ร่างระหงค์เดินผ่านร่างสี่สาวเพื่อไปประชุมแต่ก็โดนคู่กรณีเมื่อกี้รั้งเอาไว้สักก่อน

"มะ มะ ไม่นะคะท่านประธานเมตตาฉันด้วยค่ะ ดิฉันยอมรับผิดทุกอย่างเลยค่ะขอแค่อย่างเดียวอย่าไล่ฉันออกเลยนะคะ"  ยัยหน้าปลวกรีบเดินมาขุกเข่าตรงหน้าฉันแล้วนางก็ยกมือขึ้นมาพนมมือไหว้ฉัน

คิดดูว่าฉันควรจะสงสารหรือสมเพชนางดีล่ะ

"เผอิญว่าฉันไม่ใช่สานเจ้า ไม่จำเป็นต้องมายกมือไหว้ ส่วนคุณณิชา อย่าให้ฉันต้องพูดซ้ำ!!"  หันไปสั่งว่าที่เลขาคนใหม่จนเธอสะดุ้งแต่ก็ตั้งสติได้แล้วทำถามว่าที่นายสั่งทันที

"เอ่อ..เชิญคุณแอนนา.."

"ไม่!!! ฉันจะไม่ไปไหนทั้งนั้น แล้วก็แกอีณิชาแกกล้าดียังมาไล่ฉันกันห่ะ"  ยัยหน้าปลวกเริ่มอาละวาดโวยวายยกใหญ่

หึ เห็นคนบ้ามาก็เยอะ แต่วันนี้กลับเห็นผีบ้าในบริษัทตัวเองซะเนี่ย:)

"ยามมาลากตัวมันออกไปก่อนที่ฉันจะไล่พวกนายออกไปด้วย!!!"  หันไปสั่งพวกยามที่กำลังวิ่งตรู่กันเข้ามา

"ครับ!!"  ขานรับเสร็จก็วิ่งเข้ามาจับร่างของหญิงสาวทั้งสามคนออกไป แต่หนึ่งในนั้นก็พยายามโหวกเหวกโวยวายเหมือนคนบ้าแล้วยังตะโกนด่าใส่ร่างระหงค์ที่ยืนดูเหตุการณ์ด้วยสีหน้านิ่งๆ

"กรี๊ดดดดดดด ปล่อยกู!!! แก!! อีเจนนี่ อีบ้า อีเลว อีชั่ว"

อุ๊ย! เจ็บจัง อย่างงี้ต้องเดินเข้าคุยด้วยหน่อยซะแล้วสิ:)

"ระหว่างคนที่ยืนนิ่งๆอย่างฉันกับคนที่ตะโกนโหวกเหวกโวยวายแบบเธอใครกันแน่ที่เหมือนอีบ้า?"  ถามไปยิ้มไป

"กรี๊ดดดดดดดดดดด อีเจนนี่!!"

เพลี๊ย

ไม่ต้องแปลกใจ เสียงฉันตบหน้ายัยหน้าปลวกเองแหละ คือตอนแรกว่าจะไล่ไปแบบนุ่มนวลไม่อะไรแล้วนะ แต่มันกลับมาเรียกชื่อของฉันผิด จนเริ่มมีน้ำโหพอความรู้สึกโกธรมันครอบงัม จิตใจมือมันก็เร็วตามไปด้วย

"ชื่อของฉันมีแค่สองพยางค์ ไม่ใช่สาม!! กรุณาเรียกให้ถูกด้วยนะคะ^^" กดเสียงต่ำทั้งๆที่ยังยิ้มอยู่

ชื่อ เจนนี่ แต่อีนี่มันกล้าเรียกฉันว่า อีเจนนี่ คิดว่าไงล่ะ? ก็ตบสิรอไร!!

"แก!!"  อีกฝ่ายหันหน้ามาพลางจะตะโกนด่าอีกรอบแต่..

"จุ๊ๆ ถ้าพูดอีกทีระวังจะไม่มีฟันให้เคี้ยวหญ้านะจ๊ะ นี่ฉันเตือนด้วยความหวังดีนะเนี่ย"  ตบแก้มอีกฝ่ายเบาๆอย่างเยาะเย้ย

เผอิญเป็นคนพูดจริงทำซะด้วยสิ ไม่ว่าใครหน้าไหนที่มันกล้าทำให้ฉันโกธรฉันตบไม่เลี้ยงแน่ 

เจนนี่ end

วอดก้า past

"นายครับเอกสารสัญญาซื้อรถที่ญี่ปุ่น"  

มือขวาคนสนิทนามว่า ' มาโอ ' เอ่ยเรียกผู้เป็นนายที่นั่งหน้านิ่งเซ็นเอกสารกองมหึมาที่กองเป็นตั้งๆสูงๆมันแทบจะล้มทับหัวคนเซ็นได้เลย

"..."  วอดก้าเงยหน้าขึ้นมองมาโอนิ่งๆจากนั้นก็พยักหน้าทีหนึ่งเป็นเชิงรับรู้โดยไม่พูดอะไรสักคำ

ในความคิดมาโอนั้น งานเจ้านายของเขาล้นมือแทบทุกวันเพราะทำธุรกิจเกี่ยวกับรถที่ทั้งส่งออกและนำเข้า ตกแต่งเครื่องยนต์ต่างๆ รวมไปถึงการค้าในตลาดมืด ที่แม้แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังมิกล้ามาเสี่ยง เพราะอาจไม่ตายดีก็เป็นได้..เห็นเจ้านายของเขาจะนิ่งๆแบบนี้แต่ใครจะรู้ว่าในความนิ่งสงบเหมือนน้ำแข็งนี้มันมีความร้ายกาจและน่ากลัวกว่าที่ทุกคนจะจินตนาการถึงได้

เมื่อร่างสูงนั่งเซ็นโน้น อ่านนี่ จับนู้นจับนี่ไม่ทันไรก็มีเสียงเอะอะดังมาแต่ไกลจากนอกห้อง

ปึง

เสียงถีบประตูดังสนั่นลั่นห้องทำงาน เผยให้เห็นร่างสูงทั้งสามที่บุกลุกพื้นที่ส่วนตัวของเขาอย่างไร้มารยาทนั่นก็คือ..เพื่อน ไม่ใช่สิ สิ่งมีชีวิตที่น่ารำคาญน่าจะถูกกว่าในความคิดของเขา

"Hello~my friend"  พันไมล์ที่เดินเข้ามาพร้อมกอดแขนพระเพลิงมาด้วยเอ่ยเสียงดังขึ้นมาเป็นคนแรกแล้วก็ตามมาด้วย..

"ไปแดกหล้ากัน=0="  รันเวย์ที่ยืนกอดแขนพระเพลิงอีกข้างก็เอ่ยชักชวนเพื่อนหน้านิ่งที่นั่งเป็นหินอยู่กับโต๊ะทำงาน

"-*-"  ส่วนพระเพลิง..บัดนี้หน้าของเขาทั้งงิดทั้งงอยืนทำหน้าไม่สบอารมณ์เพราะถูกเพื่อนทั้งสองที่ยืนประกบข้างลากมา โดยที่เจ้าตัวก็ไม่ได้ยินยอมเลยด้วยซ้ำ

"ไม่"  สั้นๆได้ใจความ

"ไรวะ? กูไม่เห็นมึงเข้าคลับกูนานแล้วนะเว้ยไอ้ก้า"  รันเวย์ผู้ไม่เคยยอมแพ้กับอะไรง่ายๆ ไม่ว่ายังไงเขาก็ต้องลากไอ้เพื่อนหน้านิ่งนี่ไปคลับของเขาให้ได้ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีอะไรก็ตาม

"กูไม่ไป-_-"  ยาวกว่าประโยคแรกไปนิดนึง แต่มันก็ไม่ได้ช่วยให้อีกฝ่ายอย่างรันเวย์ใจชื้นขึ้นมาเลย

"โถ่ ไม่มีมึงแล้วกูจะแกล้งใครวะ?"  พันไมล์เอ่ยช่วยเพื่อนตัวเองพลางส่งสายตาวิ้งๆใส่วอดก้าอย่างอ้อนๆ

"คนกลางนั่นไง-_-"   ร่างสูงยกมือชี้ไปที่พระเพลิงที่บัดนี้ยืนหน้างอๆเพราะรำคาญไอ้สองตัวที่เกาะแขนของเขาเหมือนปิงไม่ปล่อยสักที

"ไอ้เพลิงมันข้อยกเว้น^o^"  รันเวย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงดี๊ด๊าพลางยกมือขึ้นไปเล่นหัวพระเพลิงอย่างเอ็นดู

"กูไม่ใช่หมาอย่ามาเล่นหัวกูนะเว้ย!!"  พระเพลิงปัดมือของรันเวย์ออกจากหัวของเขาอย่างรำคาญ

"โทษทีและกันวันนี้ไม่ว่างจริงๆ"  ผมตอบไปนิ่งๆ

"ไอก้ามึงมีเรื่องอะไรปรึกษาพวกกูได้นะ"  รันเวย์พูดขึ้นมานิ่งๆมันมองมาทางผมด้วยสายตาจริงจัง

"..."  มันคงดูออกสินะว่าผมกำลังมีเรื่องกลุ้มใจอยู่

"ถ้ามันอึดอัดจนมึงรับไม่ไหวจริงๆ พวกกูพร้อมจะอยู่ข้างๆมึงนะ มาหาได้เสมอเพื่อน"  มันเดินเข้ามาตบไหล่ผมสองทีเป็นเชิงให้กำลังใจ

"ป่ะ! กลับกัน"  รันเวย์เดินกลับไปค้องคอพันไมล์กับพระเพลิงแล้วหันมาพูดกับผม

"สู้ๆเว้ย เหนื่อยก็มาแดกกับพวกกูได้เสมอนะ"

"อะไรของมึงวะ?"  พันไมล์เอ่ยถามรันเวย์อย่างงงๆ

"สรุปจะไม่ชวนมันแล้ว?"  พระเพลิงถามรันเวย์แล้วมองมาที่ผม

"ไม่อ่ะ งานมันเยอะกูไม่อยากรบกวนมัน พวกมึงสองตัวนั่นแหละไปแดกเหล้ากับกูฮ่าๆๆ"  หัวเราะชอบใจกับการเอาแต่ใจของตัวเองและลากไอ้สองตัวออกจากห้องผมไป

ทั้งห้องเลยเหลือแค่ผมกับมาโอสองคน บรรยากาศในห้องกลับสู่สภาพเดิม

"คุณรันเวย์เนี่ยน่ากลัวจังเลยนะครับ"  มาโอที่ยืนดูเหตุการณ์ทั้งหมดพูดขึ้น

"นั่นแหละมันเลยล่ะ"    ถึงจะทำตัวติ๊งต๊องปัญหาอ่อนไม่เอาไหนไปวันๆ แต่ลึกๆแล้วมันเป็นคนฉลาดและเรียนรู้ที่จะเอาใส่ใจคนรอบข้างอยู่เสมอ

"ถ้าเกิดมันมีความรักขึ้นมาจริงๆ คนๆนั้นคงเป็นคนที่โชคดีที่สุดในโลกเลยล่ะ"  พูดไปก็ยิ้มไปจนคนข้างๆอย่างมาโออดที่จะสงสัยไม่ได้ เพราะนายของเขาแถบจะไม่คอยยิ้มออกมาให้เห็นบ่อยนัก

"อย่างคุณรันเวย์เนี่ยหรอครับ?"  มาโอถามนายของเขาอย่างอยากรู้ เพราะเท่าที่เขารู้มานิสัยของคุณรันเวย์ออกจะเจ้าชู้ กระล่อน ไม่เคยจริงจังกับใครแถมกินไม่เลือกที่อีกต่างหาก  แทบจะหาคำว่า ' ดี ' จากเพื่อนของนายเขาไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

"เพราะมันยังไม่รู้จักและไม่เคยสัมผัสไงล่ะ"  คนเป็นนายเอ่ยมานิ่งๆ

"ไม่เหมือนนายของผมใช่ไหมครับ รู้จักและสัมผัสมาแล้ว^^"  ไม่เว้นที่จะเอ่ยแซวนายตัวเองที่นั่งหน้านิ่งเป็นหินอยู่ที่โต๊ะทำงาน

"พูดมาก..ยิงทิ้งเลยดีไหม-_-"  อีกฝ่ายได้ยินถึงกับหันมองคนสนิทตาขวาง

"คร๊าบบๆไม่แซวแล้วคร๊าบบ กลัวโดนยิง"  ว่าเสร็จก็รีบออกจากห้องเพื่อไปทำงานในส่วนของตัวเองทันที

สงสัยวันนี้ผมคงต้องหาทางเครียเรื่องทุกอย่างให้จบๆไปเสียที

100%

ความคิดเห็น