ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 34 เมียข้าใครอย่าแตะ

ชื่อตอน : ตอนที่ 34 เมียข้าใครอย่าแตะ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 20 เม.ย. 2562 03:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 34 เมียข้าใครอย่าแตะ
แบบอักษร

​“แล้วนายจะเอายังไงน่ะ ฉีอัน” วินทร์รีบถาม

“ฉันเปลี่ยนแผนแล้ว ฉันยังไม่กลับฮ่องกงหรอก เป็นตายร้ายดียังไง ฉันก็จะแต่งงานกับสารัตน์แล้วพาเธอและลูกกลับฮ่องกงให้ได้” ฉีอันกล่าวอย่างมุ่งมั่น

“แล้วเรื่องที่เมียนายไปเสี่ยงอันตรายแบบนั้นล่ะ” วินทร์รีบถามต่อ

“นายนำหลักฐานไปส่งตำรวจเถอะ ฉันกับลูกน้องจะตามคุ้มครองเมียฉันเอง” ฉีอันกล่าว

“อย่างนั้นก็ได้” วินทร์เห็นถึงความห่วงใยที่ฉีอันมีต่อสารัตน์เลยเลิกถามต่อ

“ฉันไปล่ะ ขอบใจมาก” ฉีอันรีบเดินออกไปจากบ้านวินทร์ทันที

**********************************************

วินทร์รีบวีดีโอคอลคุยกับดินทันที

“อะไรนะคะวินทร์ สารัตน์ยังไม่ตาย แถมเธอยังเสี่ยงอันตรายเผชิญหน้ากับคนที่ฆ่าน้องสาวตัวเองอีก” ดินตกใจ

“เป็นความจริงครับ เพื่อนคุณช่างไม่ต่างจากคุณเลย” วินทร์ว่ากระทบ

“อย่าว่ากระทบกันสิคะ แต่คุณก็ต้องคุ้มครองเพื่อนดินด้วยนะคะ ดินไม่อยากให้เพื่อนประสบเคราะห์กรรมอะไรอีก” ดินกล่าว

“เรื่องนั้น ฉีอันจะจัดการเองครับ ส่วนเรื่องหลักฐานนั่น ผมส่งมันให้ผู้กำกับแล้ว อีกไม่นานคงมีหมายจับนายสกล” วินทร์รายงาน

“ระวังตัวด้วยนะคะวินทร์” ดินเป็นห่วงสามี

“รับทราบครับคุณภรรยา” วินทร์ทำหน้าทะเล้น

“ฝันดีค่ะที่รัก ดินต้องรีบไปแล้ว ยัยฟ้าเรียกดินแล้วค่ะ” ดินกล่าว

“Bye ครับดิน ฝากทักทายลูกด้วยนะครับ” วินทร์กล่าว

ดินยิ้มให้แล้วกดวางสายทันที ในใจเธอก็ห่วงทั้งวินทร์และสารัตน์มาก ตอนนี้เธออยู่ต่างจังหวัด ทำได้เพียงส่งใจไปช่วยเท่านั้น

**********************************************

ณ ดาดฟ้าของบริษัทที่สารัตน์เข้าไปทำงานแทนน้องสาว

“ฉันนำหลักฐานที่น้องสาวฉันรวบรวมได้มาให้คุณค่ะ” สารัตน์ยอมยื่นหลักฐานปลอมให้

“คุณตัดสินใจถูกแล้วครับ สารัตน์ ความจริงผมก็หลงเสน่ห์คุณมากเลยนะ คุณมีเสน่ห์ยิ่งกว่าน้องของคุณอีก” สกลส่งสายตาเจ้าชู้ใส่เธอ

“เลิกพูดเถอะค่ะ ฉันไปได้แล้วใช่มั้ย” แต่สารัตน์ต้องตกใจสุดขีดที่อยู่ดีๆ สกลก็เข้ามากอดเธอแล้วพาเธอมาที่ขอบของตึก “นายอย่าทำอะไรบ้าๆนะ”

“ถ้าไม่อยากลงไปตาย ก็ยอมเป็นของฉันซะเถอะนะ สารัตน์” สกลขู่

“ฉันมีสามีแล้ว นายคงไม่ต้องการของเหลือเดนจากใครหรอก” สารัตน์ยิ่งกล่าวอ้าง

“ใครว่าล่ะ ผู้หญิงที่มีสามีแล้วยิ่งมีเสน่ห์รู้มั้ย” สกลกล่าว

“นายมันโรคจิต” สารัตน์ว่าทันที

“หึหึ เธอรู้มั้ยสารัตน์ ใครๆก็มองออกว่าเธอไม่ใช่สานิตย์” สกลกล่าว

“หมายความว่ายังไง” สารัตน์สงสัย เพราะพวกเธอเป็นฝาแฝดกันจะแยกออกได้ยังไง

“เพราะสานิตย์ไม่ได้หวงเนื้อหวงตัวแบบเธอไง” สกลเฉลย

“ไม่จริง น้องสาวฉันไม่ใช่คนแบบนั้น” สารัตน์ไม่เชื่อ

“ที่พูดมันยังน้อยไป เธอรู้มั้ยว่าสานิตย์เป็นเมียเก็บของท่านรองประธาน” สกลกล่าว

“ห๊า อะไรนะ ฉันไม่เชื่อหรอก” สารัตน์กล่าว

“สานิตย์ยอมทำทุกอย่างเพื่อท่านรองฯ เธอยอมแม้กระทั่งเข้าหาฉันเพื่อขโมยหลักฐานฉ้อโกง ยอมแม้กระทั่งเอาตัวเข้าแลก รู้มั้ยคืนนั้น หลังจากที่สานิตย์ยอมเสียตัวให้ฉัน เธอก็รีบขโมยหลักฐานไปทันที ฉันก็เลยโกรธเธอมาก เลยไปจ้างนักฆ่าจัดฉากว่าเป็นอุบัติเหตุ โดยให้นักฆ่าขับรถชนสานิตย์ แต่สานิตย์ก็ดวงแข็งเหลือเกิน ยังไม่ตายแต่กลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา แล้วอยู่ดีๆก็มีฝาแฝดของสานิตย์เข้ามาสวมรอย แต่เธอรู้มั้ย แม้เธอจะพยายามแสดงให้มีบุคลิกเหมือนน้องสาวแค่ไหน ทั้งฉันและท่านรองฯก็รู้ดีแก่ใจว่าเธอไม่ใช่สานิตย์อย่างแน่นอน ฉันก็เลยรีบฆ่าสานิตย์ไปก่อน เพราะกลัวมันฟื้นแล้วมาเอาผิดฉัน แต่ที่ไหนได้เธอดันรู้ต้นสายปลายเหตุเข้าเสียได้ ฉันเลยต้องแสดงตามน้ำ แล้วแกล้งเอาเปรียบกับเธอเล่นไง” สกลเล่า

“ฉันไม่เชื่อ ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ” สารัตน์พยายามดิ้น

“ฉันชอบผู้หญิงที่หวงเนื้อหวงตัวอย่างเธอมากที่สุดเลย สารัตน์” สกลยังลวนลามสารัตน์ไม่หยุด

สารัตน์พยายามดิ้นสุดฤทธิ์ เธอรู้สึกขยะแขยงผู้ชายคนนี้อย่างมาก แต่สกลก็พยายามไซร้ซอกคอไม่ยอมหยุด จนสารัตน์น้ำตาไหลเพราะสู้แรงชายคนนี้ไม่ได้

ทันใดนั้นเอง อยู่ดีๆก็มีชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลา หนวดเคราเกลี้ยงเกราเหมือนเพิ่งโกนมา เข้ามาดึงตัวสกลออกไปจากสารัตน์อย่างรวดเร็ว ชายคนนั้นเข้าไปซ้อมสกลอย่างไม่ยั้ง จนกระทั่งสารัตน์ต้องรีบเข้าไปห้ามทันที

“น้องชาย ขอบคุณนะที่เข้ามาช่วย แต่อย่าฆ่ามันให้เสียมือเลย ปล่อยให้ตำรวจจับมันไปเถอะ น้องชายติดคุกเพราะมัน มันไม่คุ้มหรอก เชื่อพี่เถอะนะ” สารัตน์กล่าวเพราะเห็นชายคนนี้หน้าเด็กมาก

ชายคนนั้นจึงหยุดการกระทำ และประจวบเหมาะกับที่วินทร์ได้พาตำรวจที่มาพร้อมกับหมายจับในมือ รีบเข้าจับกุมสกลข้อหาฉ้อโกงทันที

“นี่ค่ะ เครื่องอัดเสียง มันรับสารภาพแล้วว่ามันฆ่าน้องสาวฉัน” สารัตน์ยื่นเครื่องอัดเสียงให้ตำรวจ

“หลักฐานแน่นหนาอย่างนี้ นายดิ้นไม่หลุดแน่สกล” ตำรวจนายหนึ่งกล่าว

“ขอบใจนายมากนะ ฉีอัน ที่คุ้มครองสารัตน์และช่วยจับสกลให้” วินทร์หันไปขอบคุณชายหล่อเหลาคนนั้น

“อะไรนะคะ เขาคือฉีอัน” สารัตน์กำลังจะวิ่งหนีฉีอัน แต่เขารีบนำกุญแจมือมาคล้องที่ข้อมือเขาและเธอให้ติดกัน

“ปล่อยฉันไปเถอะนะคะฉีอัน ยังไงคุณก็มีวีน่าอยู่แล้ว คุณจะพาฉันไปทำไมอีก” สารัตน์รีบกล่อมทันที

แต่ฉีอันไม่ยอมพูดอะไรอีก เขารีบดึงแขนเธอไปที่ลิฟท์เพื่อออกจากตึกนี้และพาไปคอนโดของเขา

“คุณวินทร์คะ คุณตำรวจช่วยฉันด้วยค่ะ ชายคนนี้จะลักพาตัวฉันไป” สารัตน์รีบร้องขอความช่วยเหลือทันที

วินทร์เลยรีบตะโกนทันทีว่า “ทั้งคู่เป็นสามีภรรยากันครับ คุณสารัตน์ เธองอนสามี ไม่ยอมหายโกรธสักที คุณฉีอันเลยต้องทำวิธีนี้ครับ พวกเราอย่ายุ่งเรื่องของสามีภรรยาเลยนะครับ”

“คุณวินทร์คะ ทำไมคุณถึงพูดแบบนั้นคะ ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย” สารัตน์กล่าว

แต่ไม่มีใครสนใจสารัตน์เลย พวกตำรวจได้แต่รีบจับกุมสกล แล้วพากันเดินไปที่ลิฟท์อีกตัว เพราะต้องพาผู้ต้องหากลับโรงพักทันที

**********************************************

ในที่สุดฉีอันก็พาตัวสารัตน์มาที่คอนโดเขาสำเร็จ ฉีอันพาสารัตน์ไปที่ห้องนอนของเขา แล้วปลดล็อคกุญแจมือออกให้ สารัตน์ได้โอกาส เธอพยายามจะวิ่งหนี

แต่เพราะฉีอันมีศิลปะการต่อสู้เหนือชั้นมาก ทำให้การเคลื่อนไหวของเขารวดเร็วปานจรวด เขาสามารถจับล็อคตัวสารัตน์ได้อย่างรวดเร็ว แล้วรีบพาเธอมานั่งตักเขาซึ่งกำลังนั่งบนเตียงอยู่ในขณะนี้

“ปล่อยฉันไปเถอะฉีอัน ในเมื่อคุณยังรักนีน่าอยู่ จะพาฉันกลับไปทำไมอีก แถมพอฉันออกจากชีวิตของคุณ คุณก็มีวีน่าอีกคน ฉันขอร้องเถอะนะ ให้ลูกอยู่กับฉันเถอะ ยังไงฉันก็จะไม่ยอมให้ลูกอยู่กับแม่เลี้ยงคนไหนอีก” สารัตน์กล่าว

ฉีอันรีบหอมแก้มภรรยาที่ดื้อและพยศของเขาทันที “ผมรักคุณคนเดียวนะ สารัตน์ ผมไม่มีใครอื่นจริงๆ อย่างนีน่า เธอก็เป็นภรรยาเจ้าพ่อไปแล้ว ผมจะไปแย่งภรรยาคนอื่นทำไม ในเมื่อผมก็มีคุณเป็นภรรยาอยู่แล้ว”

“แต่วันนั้นพวกคุณก็จูบกันอย่างไม่อายฟ้าอายดินนี่คะ คุณยอมเป็นชายชู้” สารัตน์รีบต่อว่า

“คุณเห็นผมกับนีน่าอย่างนั้นสิ ถึงว่าคุณถึงหนีผมไป ก็เพราะเรื่องนี้นี่เอง” ฉีอันกล่าว           “ใช่ ฉันยอมรับก็ได้ ฉันหนีคุณไป เพราะฉันรับคุณไม่ได้ค่ะ” สารัตน์กล่าว

“คุณก็เห็นว่านีน่าเข้ามาจูบผม แต่สุดท้ายผมก็รีบผลักเธอออก แล้วต่อว่าเธอไม่หยุด คุณคงดูไม่จบล่ะสิท่า” ฉีอันคาดเดาเหตุการณ์

“ก็มันน่าดูต่องั้นหรอคะ” สารัตน์กล่าว

“ผมรักผู้หญิงได้ทีละคนครับ จริงอยู่ที่ตอนแรกผมรักนีน่า แต่ปัจจุบันผมเปลี่ยนใจมารักคุณแล้ว คงกลับไปรักนีน่าไม่ได้อีกต่อไป” ฉีอันกล่าว

“ฉันไม่ใช่คนปัจจุบันของคุณค่ะ ตอนนี้คุณมีวีน่าไปแล้ว คุณควรกลับไปดูแลเธอ” สารัตน์กล่าวอย่างน้อยใจ

“คุณคงยังไม่รู้ว่า วีน่ากล่าวอ้างบอกว่าตนเป็นเมียผม เพียงเพื่อจะเอาชีวิตให้รอดจากการถูกตัดไตไปขายเท่านั้น เธอกับผมไม่ได้รู้จักกันเลย วีน่าเห็นผมจากข่าวหนังสือพิมพ์ รู้ว่าผมเป็นหัวหน้ามาเฟียที่ชื่อฉีอันเท่านั้น เลยเอาชื่อผมไปอ้างกับศิรินและพรรคพวก” ฉีอันเล่า

“แต่ใบหน้าของวีน่าจริงจังมากเลยนะคะ ใครเห็นก็ต้องเชื่อเธอค่ะ” สารัตน์กล่าว

“ก็เธอเป็นนักแสดงตัวประกอบที่ฮ่องกง ทักษะการแสดงของเธอจึงเหนือชั้นครับ” ฉีอันได้ไปสืบประวัติของวีน่ามาแล้ว

“แล้วคุณรักฉันได้ยังไงคะ ในเมื่อคุณเห็นฉันเป็นของเล่นของคุณเท่านั้น” สารัตน์กล่าว

“ใครจะเห็นภรรยาเป็นของเล่นกันล่ะครับ อะ ผมเล่าให้คุณฟังก็ได้ ความจริงแล้วผมหลงรักคุณตั้งแต่ปีที่แล้วแล้วครับ” ฉีอันยอมเผย

“หมายความว่ายังไง พวกเราเคยเจอกันมาก่อนงั้นหรอคะ” สารัตน์สงสัย

ฉีอันเลยยอมเล่า “ใช่ครับ งั้นผมจะเล่าตั้งแต่ต้นจนจบก็แล้วกัน เรื่องมีอยู่ว่า ในคืนวันรับน้องใหม่ คุณพารุ่นน้องไปเที่ยวผับ แต่คุณดื่มเหล้าไม่เป็น ด้วยความที่คุณเป็นรุ่นพี่ คุณเลยจำต้องยอมดื่มเหล้าจนกระทั่งคุณดื่มไม่หยุด แล้วเมาหนักมาก คุณขอเพื่อนไปเข้าห้องน้ำ แล้วเดินออกมาจากผับดื้อๆ ไม่ยอมกล่าวล่ำลาใครเลย จนกระทั่งคุณเดินมาเห็นผมนั่งอยู่บนราวสะพาน คุณก็เข้าใจว่าผมจะฆ่าตัวตาย เลยเข้ามาดึงตัวผมกลับเข้าไปข้างใน

“โห่ ไอ้น้อง อกหักเป็นเรื่องเล็กนะ สักวันน้องต้องมีคนใหม่อย่างแน่นอน ยิ่งหน้าตาหล่อๆอย่างน้องด้วยแล้ว หาใหม่ไม่ยากหรอกไอ้น้อง” สารัตน์กล่าวอย่างคนเมา

“ผมรักนีน่าคนเดียวเท่านั้น แต่เธอกลับไปแต่งงานกับเจ้าพ่อเสียได้ ผมคงมีใครไม่ได้อีกแล้วล่ะ” ฉีอันกล่าว

“555 น้องไม่เชื่อล่ะสิ น้องรู้มั้ย ทุกอย่างในโลกนี้ มันเป็นไปตามกฎเดียวกัน คือ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วดับไป ความรักก็เช่นกัน วันหนึ่งน้องรักนีน่า ความรักเกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง สักวันน้องก็จะเลิกรักนีน่าไปเอง ไม่เชื่อน้องก็ลองพิสูจน์ต่อไปก็แล้วกัน” สารัตน์กล่าวอย่างคนเมา

“แต่ตอนนี้ผมยังไม่เลิกรักนีน่านี่ครับ” ฉีอันบอกความรู้สึกตอนปัจจุบัน

สารัตน์กระทำในสิ่งที่ฉีอันไม่คาดคิดมาก่อน เธอดึงใบหน้าเขาเข้าไปจูบกับเธอเสียดื้อๆ ทำให้ฉีอันรู้ว่านั่นเป็นจูบแรกของสารัตน์ พวกเขาจูบกันอยู่เนิ่นนานจนกระทั่งเพื่อนของสารัตน์รีบเข้ามาดึงตัวของสารัตน์ออกไปทันที

“ขอโทษจริงๆค่ะ เพื่อนฉันเพิ่งเคยดื่มเหล้าครั้งแรก เลยดื่มหนักไปหน่อย และทำอะไรบ้าๆแบบนี้ ฉันขอโทษแทนเพื่อนด้วยนะคะ” เพื่อนของสารัตน์กล่าว

ฉีอันเพิ่งได้สติ เลยรีบบอกทันที***“ไม่เป็นไรครับ คุณพาเธอกลับไปเถอะ ผมก็ต้องรีบกลับแล้วเหมือนกัน”***

“ตั้งแต่นั้นมาผมก็คิดถึงเพียงแต่คุณคนเดียวเท่านั้น เวลาหลับตานอนก็เห็นแต่ภาพที่พวกเราจูบกันที่สะพานนั่น เวลาผ่านไปเป็นปี ผมก็ไม่เคยลืมคุณได้เลย สารัตน์ คุณทำให้ผมลืมนีน่าได้ แต่คุณกลับพ่นพิษใส่ผม ทำให้ผมคิดถึงเพียงแต่คุณคนเดียว” ฉีอันกล่าว

“ทำไมฉันจำเรื่องนี้ไม่ได้เลยล่ะคะ” สารัตน์กล่าวงงๆ

“คุณคงเมาหนักจริงๆครับ” ฉีอันกล่าว และเล่าต่อว่า “จนวันหนึ่งผมได้พบคุณอีกครั้ง ผมเห็นคุณเดินเคียงข้างชลธิชา ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด ผมก็เลยให้ลูกน้องไปสืบเรื่องราวของคุณกับชลธิชาทันที และแล้วโชคก็เข้าข้างผม เพราะอยู่ดีๆชลธิชาก็มากู้เงินจากผม เพียงเพื่อที่จะนำเงินไปซื้อเสื้อผ้าและกระเป๋าแพงๆ ผมก็เลยคาดการณ์ทันทีว่ายังไงชลธิชาก็ไม่สามารถคืนเงินผมได้หรอก ดังนั้นผมเลยส่งลูกน้องไปทวงเงินชลธิชา เธอบอกผมว่าไม่สามารถคืนเงินได้จริงๆ ดังนั้นผมจึงเป็นคนเสนอกับเธอเองว่า ให้เธอไปหลอกให้คุณมาพบผมที่ท่าเรือ พร้อมกับเขียนจดหมายยกคุณให้ผม แล้วผมจะยกหนี้ให้เธอ ตอนแรกเธอก็ทำท่างงๆ แต่พอผมบอกว่าคุณเป็นคนรักผม ผมต้องใช้วิธีนี้เท่านั้นถึงจะง้อคุณได้ เธอเลยยอมทรยศคุณ”

“อย่างนี้นี่เอง เพราะปกติชลธิชาไม่ได้มีนิสัยโหดร้ายแบบนั้นเลย เป็นเพราะคุณนี่เอง” สารัตน์เริ่มเข้าใจเพื่อน

“อย่าเพิ่งขัดสิครับที่รัก” ฉีอันกล่าว และกล่าวต่ออีกว่า “ในวันนั้น ผมดีใจมากที่คุณยอมมา แต่เพราะคุณจดจำผมไม่ได้เลย และผมต้องการครอบครองตัวคุณ เลยกระทำโหดร้ายป่าเถื่อนแบบนั้นกับคุณไป ความจริงผมมีนิสัยอ่อนโยนมากเลยนะครับ”

“เชื่อตายล่ะค่ะ ถึงว่าคุณถึงกล้ามีอะไรกับฉัน ทั้งๆที่ฉันเป็นคนแปลกหน้า” สารัตน์กล่าว

“ถ้าผมไม่ได้รักผู้หญิงคนนั้นจริง ผมไม่กล้ามีอะไรด้วยหรอกครับ” ฉีอันกล่าว

“แต่คุณก็ชอบบังคับฉันอยู่เรื่อยนี่คะ” สารัตน์บ่น

“คุณคิดที่จะไปจากผมตลอดเวลา จะไม่ให้ผมบังคับคุณได้ยังไง ผมมีแผนจะขอคุณแต่งงาน แต่คุณก็รีบหนีผมไปเสียก่อน” ฉีอันกล่าว

“ก็มีแต่คนบอกว่าคุณชอบผู้หญิงเปรี้ยวอย่างคุณนีน่าไม่ก็วีน่านี่คะ ฉันไม่ใช่สเป็คของคุณเลย” สารัตน์กล่าว

“ใครบอกล่ะครับ เวลาที่คุณอยู่ที่เมืองไทยคุณก็เป็นสาวเปรี้ยว แต่พอคุณกลับฮ่องกงคุณก็แปลงตัวเองให้เป็นสาวเฉิ่มเพื่อป้องกันไม่ให้ใครมาจีบคุณ ผมสืบจนรู้ตัวจริงของคุณหมดแล้ว ดังนั้นคุณนั่นแหละตรงสเป็คผมที่สุดแล้ว” ฉีอันกล่าว

ฉีอันเริ่มจูบไซร้ซอกคอภรรยา จนกระทั่งสารัตน์รีบร้องห้าม “ฉันท้องอยู่นะคะ”

“ผมสัญญาว่าผมจะทำเบาๆ ไม่ให้กระทบกระเทือนลูกครับ” ฉีอันกล่าว

ฉีอันได้จุดไฟสวาทเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งคู่เลยเข้าสู่บทเลิฟซีน แต่กระทำด้วยความระมัดระวังเพื่อไม่ให้มีผลต่อลูกในครรภ์

เช้าวันรุ่งขึ้น  ฉีอันนอนกอดภรรยาอย่างมีความสุข เพราะในที่สุดเขาก็ได้ภรรยาและลูกกลับคืนมาเสียที แถมได้ปรับความเข้าใจกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วย

“แต่งงานกับผมนะครับที่รัก” ฉีอันขอแต่งงาน

“ก็มีพยานรักแบบนี้แล้วนี่คะ ไม่ยอมแต่งได้ยังไง” สารัตน์กล่าวเขินๆ

ฉีอันยิ้มกับคำตอบของภรรยาเลยแกล้งหอมแก้มหนักๆด้วยความหมั่นเขี้ยว

“อย่าแกล้งกันสิคะ” สารัตน์ร้องห้าม

“งั้นผมจะไปสู่ขอคุณวันนี้เลยก็แล้วกันนะครับ” ฉีอันกล่าว

“คุณแน่ใจแล้วนะคะ ที่จะแต่งงานกับฉัน” สารัตน์เริ่มไม่แน่ใจ

“ผมมั่นใจครับ ผมจะดูแลคุณกับลูกไปตลอดชีวิต จะไม่ยอมให้ชายคนไหนแย่งคุณไปได้อีก” ฉีอันยังฝังใจกับเหตุการณ์ที่เจ้าพ่อแย่งนีน่าไป

**********************************************

หลังจากนั้น ฉีอันก็ไปสู่ขอสารัตน์กับพ่อแม่ของเธอตามประเพณี แต่ด้วยฉีอันเป็นเด็กกำพร้า เขาเลยเป็นเฒ่าแก่ให้กับตัวเอง

“พ่อได้เห็นความรักที่ฉีอันมีต่อลูกของพ่อแล้ว ดังนั้นพ่อกับแม่ยินดียกลูกสาวคนนี้ให้ ขอให้ฉีอันดูแลลูกสาวที่เหลือเพียงหนึ่งเดียวคนนี้เป็นอย่างดีนะ อย่าให้เธอเกิดอันตรายเหมือนกับสานิตย์อีก” พ่อของสารัตน์กล่าว

“ผมจะรักและปกป้องสารัตน์เป็นอย่างดีครับ ผมสัญญา” ฉีอันกล่าวอย่างมุ่งมั่น

หนึ่งสัปดาห์ต่อมา ฉีอันจึงรีบจัดพิธีแต่งงานกับสารัตน์อย่างเร่งด่วน เพราะกลัวเจ้าสาวจะท้องใหญ่ไปมากกว่านี้ แล้วกลายเป็นขี้ปากชาวบ้านที่ต้องมาว่าเจ้าสาวท้องก่อนแต่ง

ถึงกระนั้นสารัตน์ก็ไม่ถือสาอะไรอีกต่อไป เพราะในตอนนี้เธอได้แต่งงานด้วยความรักจริงๆ แค่นี้เธอก็มีความสุขแล้ว

ดิน วินทร์ ฟ้า และอิน จึงมาร่วมพิธีงานแต่งงานด้วย แต่บรรยากาศในงานแต่งน่าเกรงขามมาก เพราะญาติฝ่ายชายเป็นมาเฟีย ทำให้ญาติฝ่ายหญิงพากันกลัวไม่กล้าหือใดๆทั้งสิ้น

สารัตน์เดินเข้าไปกอดดินเพื่อนรักที่ร่วมทุกข์ในยามคับขัน “ขอบใจเธอมากเลยนะดิน ฉันดีใจที่มีเพื่อนรักอย่างเธอ”

“ฉันก็ดีใจที่มีเพื่อนอย่างเธอเหมือนกัน แต่ต่อไปห้ามเสี่ยงอันตรายอีก อย่าลืมว่าเธอยังมีลูกอีกคนนะ”

“ใครบอกล่ะ สองคนต่างหาก ฉันมีลูกแฝดน่ะ สงสัยว่ามันจะเป็นพันธุกรรม” สารัตน์กล่าว

“ฉันดีใจด้วย มีพร้อมกันถึงสองคนเลย” ดินดีใจแทน

“จ้า งั้นฉันขอตัวไปรับแขกก่อนนะ เจ้าบ่าวกวักมือเรียกแล้ว หากไม่รีบไปเดี๋ยวเขาจะอาละวาด” สารัตน์กล่าว

“เดี๋ยวนี้เขาคงไม่กล้าแล้วล่ะมั้ง เห็นต่อหน้าเธอเขาหงอเป็นลูกแมวเลย” ดินแซว

“ใครบอกล่ะ เขาก็ยังติดนิสัยชอบสั่งเหมือนเดิมนั่นแหละ” สารัตน์บ่น

“เอาน่าแกล้งยอมๆหน่อยเถอะ” ดินกล่าว

สารัตน์ยิ้มให้แล้วรีบเดินไปหาเจ้าบ่าวทันที

วินทร์เลยโอบเอวภรรยาไปนั่งที่โต๊ะดังเดิม

“พวกเราไปตั้งชมรมคนท้องดีมั้ยคะพี่ดิน ทั้งพวกเราบวกเจ้าสาวในวันนี้ก็รวมเป็นสามคนแล้ว” ฟ้ากล่าว

“อย่าเลยครับ คุณอยู่กับสามีนี่แหละ ไม่ต้องออกไปชุมนุมกันหรอก” อินหวงภรรยา

“หวงภรรยาสิไม่ว่า หวงมากระวังแก่ไวนะ” ดินแซวเพื่อน

“มันเกี่ยวกันตรงไหนเนี่ย” อินงง

“พูดไปอย่างนั้นแหละ จะว่าไปเจ้าบ่าวนี่ก็หล่อดีนะ เขาน่าจะโกนหนวดโกนเคราแบบนี้มาตั้งนานแล้ว ไม่งั้นสาวตรึมไปนานแล้ว” ดินเริ่มวิจารณ์เจ้าบ่าว

“เลิกมองได้แล้วครับดิน มองสามีของคุณก็พอแล้วครับ” วินทร์กล่าว

“พี่วินทร์ก็ไม่ต่างจากพี่อินเท่าไหร่เลยนะคะ ขี้หึงทั้งคู่” ฟ้าแซวบ้าง

“รีบทานอาหารดีกว่าค่ะ น่ากินทั้งนั้น” ดินรีบเปลี่ยนเรื่อง

**********************************************

          สามเดือนต่อมา ดินเริ่มรับรู้ความผิดปกติของวินทร์ เพราะหลังจากที่เขาเลิกงาน ก็แอบออกไปนอกบ้านเกือบทุกวัน จนดินเริ่มสงสัยว่าวินทร์อาจจะนอกใจเธอ



ความคิดเห็น