ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 31 ความเป็นมา

ชื่อตอน : ตอนที่ 31 ความเป็นมา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 894

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ต.ค. 2562 10:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 31 ความเป็นมา
แบบอักษร

สารัตน์เป็นนักศึกษาที่มาเรียนต่อปริญญาโทคณะบริหารธุรกิจที่ประเทศฮ่องกง เธอตั้งใจเรียนมาก ดังนั้นบุคลิกของเธอจึงมีลักษณะเป็นเด็กเรียน โดยตัดผมสั้นและใส่แว่นตาทั้งๆ ที่สายตาของเธอก็ปกติดีทุกอย่าง ในวันหยุดสารัตน์ก็ทำงานพิเศษเป็นพนักงานเสิร์ฟในร้านอาหารไทย ใช้จ่ายเงินอย่างประหยัดเพื่อที่จะได้ไม่ต้องพึ่งพาทางบ้านมากนัก สารัตน์มีเพื่อนรูมเมทที่มาจากประเทศไทยเหมือนกันแต่เรียนต่างคณะกัน เธอคือ ชลธิชา เธอมาเรียนปริญญาตรีคณะนิเทศศาสตร์ที่ฮ่องกง และมาช่วยหารค่าเช่าห้องกับสารัตน์เพื่อความประหยัด 

ชลธิชาเป็นผู้หญิงสวย แต่งตัวเปรี้ยว มีคนมาจีบเธอหลายคน แต่เธอใช้เงินฟุ่มเฟือย ไม่ค่อยตั้งใจเรียนเสียเท่าไหร่ และเพราะการใช้ชีวิตไปตามแฟชั่น ทำให้เงินที่ทางบ้านส่งให้ก็ไม่ค่อยพอใช้ จะไปยืมสารัตน์ เพื่อนของเธอก็บ่นว่าไม่มี เพราะสารัตน์ใช้เงินอย่างมัธยัสถ์ จะใช้จ่ายอะไรต้องคิดแล้วคิดอีก ซึ่งนิสัยตรงข้ามกันมาก 

สารัตน์เห็นว่าเพื่อนเดือดร้อนเรื่องเงิน ก็เลยจะพาเพื่อนไปเลี้ยงข้าว แต่แล้วสารัตน์กลับเห็นว่า อยู่ดีๆ ชลธิชาก็มีเงินมาใช้จ่ายปกติ เลยลองสอบถามเพื่อนดู 

“ยัยชล เธอนำเงินมาจากไหนน่ะ ไหนว่าเงินไม่พอใช้ไง” สารัตน์สงสัย 

“อ๋อ ทางบ้านส่งมาให้แล้วน่ะ” ชลธิชาพูดแบบหลบสายตา 

แต่สารัตน์ก็ไม่ได้ติดใจอะไร และเธอก็เห็นชลยังใช้ชีวิตแบบเดิม ซื้อเสื้อผ้าและกระเป๋าตามแฟชั่นแบบเดิมทุกอย่าง จนมาวันหนึ่ง 

“ฮือ ฮือ สารัตน์! เธอต้องช่วยฉันนะ” ชลธิชาร้องไห้ด้วยความกลัว 

“มีอะไร ยัยชล ทำไมต้องร้องไห้ขนาดนั้น” สารัตน์ตกใจ 

“ความจริงแล้ว ฉันไปกู้เงินมาเฟียมาใช้จ่ายน่ะ” ชลธิชาสารภาพ 

“ห๊า อะไรนะ ไปกู้เงินมาเฟีย ทำไมถึงได้คิดอะไรสั้นๆ แบบนั้นล่ะ พวกนั้นมันตามทวงหนี้อย่างโหดเลยนะ หากไม่มีให้ มีหวังได้ตายหรือไม่ก็โดนจับขายตัวแน่นอน” สารัตน์กล่าว 

“จริงๆ ฉันก็จะนำเงินไปคืนพวกมัน แต่ฉันกลัวพวกมันตระบัดสัตย์ พอเห็นฉันสวย ก็เลยจะจับฉันไปขายตัว เธอต้องช่วยฉันนะสารัตน์” ชลธิชากล่าว 

“แล้วจะให้ช่วยยังไงล่ะ” สารัตน์สงสัย 

“เธอนำเงินไปคืนพวกมันให้ฉันหน่อยนะ นี่ไงเงิน เอ่อ ถ้าเป็นเธอ พวกมันคงไม่ทำเธอแบบนั้นแน่” ชลธิชากล่าวในทำนองดูถูกหน้าตาเพื่อนสาว 

“เอาล่ะ เรื่องนี้ฉันเข้าใจ ฉันยอมช่วยก็ได้ แล้วให้ไปที่ไหนล่ะ” สารัตน์เห็นว่าเป็นเพื่อนเลยยอมใจอ่อน 

“ท่าเรือฮ่องกง เธอไปคนเดียวได้ใช่มั้ย” ชลธิชากล่าว 

“อื้อ แค่คืนเงินก็จบใช่มั้ย” สารัตน์กล่าว 

“ใช่จ้ะ เพื่อนรัก ขอบใจเธอมากจริงๆ” ชลธิชาจับมือสารัตน์อย่างซึ้งใจ 

********************************************** 

สารัตน์เลยนั่งรถโดยสารไปลงที่ท่าเรือ สารัตน์เข้าไปในสำนักงานอย่างกล้าๆ กลัวๆ 

“มีธุระอะไรไม่ทราบ” ลูกน้องมาเฟียคนหนึ่งกล่าว 

“เอ่อ ฉันนำเงินมาชดใช้หนี้น่ะ” สารัตน์กล่าวอย่างกล้าๆ กลัวๆ 

“อ๋อ งั้นตามมาสิ” ลูกน้องมาเฟียเดินนำทางทันที 

สารัตน์เดินเข้าไปในห้องทำงานของหัวหน้ามาเฟียที่ชื่อ ฉีอัน ซึ่งเขาในตอนนั้นก็ดูน่ากลัว หนวดเครารกรุงรัง หน้าตาดุดันมาก 

“ไหนล่ะเงิน” ฉีอันถามห้วนๆ 

“นี่ค่ะ” สารัตน์ยื่นซองให้กับหัวหน้ามาเฟีย แต่เธอต้องตกใจสุดขีดที่ภายในซองไม่ใช่เงินหรือเช็คอะไรทั้งนั้น แต่กลับเป็นเพียงจดหมายฉบับหนึ่งเท่านั้น 

ฉีอันนั่งอ่านจดหมาย แล้วก็ยื่นจดหมายมาให้สารัตน์อ่าน “ชลธิชายกเธอให้ฉันแล้ว ชลธิชาบอกว่า ให้ฉันทำอะไรกับเธอก็ได้เพื่อชดใช้หนี้” 

สารัตน์ตกใจกับคำพูดนั้น และไม่คิดว่าเพื่อนที่อยู่ห้องพักเดียวกันจะกล้าทำแบบนี้กับเธอได้ สารัตน์เลยรีบหยิบจดหมายมาอ่าน เธอก็พบว่าถ้อยคำในจดหมายเป็นจริงดังที่ฉีอันพูดจริงๆ 

สารัตน์รีบพูดทันที “ฉันไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน และอีกอย่างฉันเป็นเพียงแค่เพื่อนของชลเท่านั้น ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับเธอ ดังนั้นฉันไม่มีความจำเป็นต้องชดใช้หนี้แทนเธอ” สารัตน์กำลังจะวิ่งออกไปจากห้องของฉีอัน 

แต่ฉีอันกลับทำเรื่องที่สารัตน์ไม่คาดคิดมาก่อน เขารีบวิ่งมากอดสารัตน์จากด้านหลัง 

“ไอ้บ้า ปล่อยฉันนะ ฉันถูกหลอกมาที่นี่ ไม่ได้ตั้งใจจะมาชดใช้หนี้อะไรทั้งนั้น” สารัตน์พยายามดิ้นสุดชีวิต 

“ขอโทษนะ ฉันมองแค่เรื่องผลประโยชน์เท่านั้น ในเมื่อฉันเสียเงินไปแล้ว ฉันก็ไม่ยอมขาดทุนเด็ดขาด อีกอย่างฉันเริ่มถูกใจเธอเสียแล้วสิ ในเมื่อเธอเข้ามาหาฉันเอง ฉันจะยอมปล่อยเธอไปได้ยังไง” ฉีอันพูดอย่างเย็นชา 

“ไม่นะ ได้โปรดเถอะ ปล่อยฉันไป ฉันถูกเพื่อนทรยศหักหลัง หลอกให้ฉันมาที่นี่ ได้โปรดเห็นใจฉันเถอะนะ” สารัตน์พยายามขอร้องให้ฉีอันเห็นใจ 

แต่ฉีอันกลับเข้าเร้าโรมปลุกปล้ำ เขาทำกับเธออย่างกับเสือตะครุบเหยื่อ เขาโยนเธอไปนอนที่โซฟา ในขณะที่สารัตน์พยายามร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ แต่ไม่มีผู้ใดย่างกรายเข้ามาช่วยเธอเลยสักคน 

ผลสุดท้ายสารัตน์ก็ตกเป็นของฉีอัน และเพราะฉีอันเห็นว่าเขาเป็นคนแรกของสารัตน์ก็เลยตั้งใจว่าจะรับผิดชอบเลี้ยงดูเธอเป็นเมียบำเรอ 

สารัตน์ร้องไห้กระซิกไม่หยุด เธอนึกไม่ถึงว่าจะโดนเพื่อนทรยศ และชายที่กระทำต่อเธอก็ไม่ยอมเห็นใจเธอเลยสักนิด เขาโหดร้ายป่าเถื่อนเหมือนหน้าตาเขาไม่มีผิด 

ฉีอันนำเสื้อผ้าผู้หญิงมายื่นให้สารัตน์ “อ่ะ รีบไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าซะ” 

สารัตน์คิดว่าต้องรีบไปจากที่นี่ เธอเลยพยายามหยุดร้องไห้ แล้วหยิบชุด รีบเข้าห้องน้ำทันที พอออกจากห้องน้ำ สารัตน์เลยรีบเดินออกไปจากห้องของชายป่าเถื่อนทันที แต่ทว่า 

“ไอ้บ้า ปล่อยฉันนะ ฉันยอมชดใช้ให้แล้วไง จะเอาอะไรกับฉันอีก” สารัตน์ถูกฉีอันกอดจากด้านหลัง ไม่ยอมปล่อยสารัตน์ไป 

“เธอรู้มั้ยว่าชลธิชาติดเงินฉันเท่าไหร่ สามแสนดอลลาร์ฮ่องกง ดังนั้นแค่นี้ไม่พอหรอก” ฉีอันกล่าว 

“แต่ฉันไม่ใช่ลูกหนี้ของคุณ อยากเอาเงินคืน ก็ไปเอากับยัยชลนั่น ไม่เกี่ยวกับฉัน” สารัตน์กล่าว 

“แต่ฉันถูกใจเธอนี่ และเธอก็เป็นเมียฉันแล้ว ฉันไม่ยอมปล่อยเธอไปหรอก” ฉีอันกล่าว 

สารัตน์พยายามดิ้นให้พ้นจากการเกาะกุม แต่เขาแรงเยอะมาก เขากอดเธอไม่ยอมปล่อยเลยสักนิด 

“แล้วจะเอายังไง” สารัตน์หมดปัญญาที่จะดิ้นหรือจะหนี เลยยอมถามเขา 

“ฉันจะพาเธอไปอยู่ที่บ้านของฉัน” ฉีอันกล่าว 

“ไม่ ฉันมีหน้าที่การงานต้องทำ ไม่มีเวลาไปกับคุณหรอก” สารัตน์ยังห่วงเรื่องเรียน และนี่ก็เป็นปีสุดท้ายแล้ว 

ฉีอันไม่ฟัง เขาดึงแขนสารัตน์ไปที่รถส่วนตัว แล้วพาเธอกลับบ้านอย่างหน้าตาเฉย 

เมื่อมาถึง ฉีอันรีบพาสารัตน์เข้าไปในบ้าน พร้อมกับประกาศว่าสารัตน์จะเป็นคุณผู้หญิงของที่นี่ ให้ดูแลสารัตน์เป็นอย่างดี แต่ได้สั่งให้แม่บ้านและลูกน้องไว้ว่า ให้ทุกคนจับตาดูคุณผู้หญิงไว้ อย่าปล่อยให้เธอหนีออกไปจากที่นี่ได้อย่างเด็ดขาด 

“ฉันไม่ใช่นักโทษคุณนะ คุณไม่มีสิทธิ์กักขังฉันไว้ที่นี่” สารัตน์กล่าว 

“ก็ไม่ใช่น่ะสิ แต่คุณเป็นเมียผม ผัวอยู่ไหนเมียก็ต้องอยู่นั่นด้วย” ฉีอันกล่าว 

สารัตน์เม้มปาก เพราะเถียงไม่ออก เธอก็เลยเดินเข้าไปในห้องนอนที่แม่บ้านจัดให้เธอ สารัตน์นึกขึ้นได้ว่า เธอไม่อยากท้องกับชายป่าเถื่อนคนนี้ เลยออกมาจากห้องแล้วสั่งการลูกน้องคนหนึ่ง ไหว้วานให้เขาไปซื้อยาคุมฉุกเฉินมาให้ 

ลูกน้องคนนั้นเห็นว่าเป็นคำสั่งของนายหญิงเลยรับคำแต่โดยดี แต่ทว่า ฉีอันกลับรีบดักหน้าลูกน้องคนนั้นทันที 

“เธอสั่งให้นายไปทำอะไรไม่ทราบ” ฉีอันรีบถามหลังจากเห็นลูกน้องคนนั้นคุยกับสารัตน์ 

“เอ่อนายครับ คุณผู้หญิงไหว้วานให้ผมไปซื้อยาคุมฉุกเฉินครับ” ลูกน้องรายงาน 

“งั้นเอาเงินมานี่ แล้วนายก็ไปทำหน้าที่ของนายซะ” ฉีอันรีบแย่งเงินมา 

“ครับนาย” ลูกน้องเลยต้องทำตามคำสั่ง 

ฉีอันกลับรู้สึกแปลกๆ ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงมีผลต่อจิตใจของเขามากถึงเพียงนี้ ฉีอันกำเงินแน่นมาก แล้วเดินไปที่ห้องของสารัตน์ทันที ********************************************** 

เสียงเคาะประตูดังมาก แต่เธอก็เข้าใจว่าอาจจะเป็นลูกน้องคนนั้น เลยรีบเปิดประตู แล้วเผลอหลุดปากว่า “รีบส่งยาคุมมาเร็วเข้า ฉันไม่อยากท้อง” แต่พอมองคนตรงหน้าอย่างชัดๆ แล้ว ก็ต้องตกใจที่เห็นเป็นฉีอัน “คุณมีอะไรอีกไม่ทราบ” 

ฉีอันรีบเดินเข้าไปในห้อง แล้วทำการล็อคประตูทันที 

“คุณทำบ้าอะไรน่ะ ออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้นะ” สารัตน์ไล่ 

“เธอยังไม่รู้สินะว่านี่เป็นห้องฉัน” ฉีอันกล่าว 

“อะไรนะ งั้นฉันจะไปนอนที่อื่น” สารัตน์พยายามเดินไปเปิดประตู 

ฉีอันจับสารัตน์โยนไปที่เตียงแล้วรีบคร่อมตัวเธอไว้ แล้วกล่าวว่า “ฉันจะพูดกับเธอเป็นครั้งสุดท้าย เธอจะต้องเป็นแม่ของลูกฉัน ดังนั้นเลิกคิดกินยาคุมได้เลย” 

“ไม่ ฉันยังต้องเรียนหนังสือให้จบ ฉันไม่ยอมท้องกับคุณแน่ๆ” สารัตน์กล่าว 

“สายเกินไปแล้วสารัตน์ เธอต้องใช้ชีวิตเป็นเมียฉันที่นี่ ฉันไม่มีวันปล่อยเธอไปเด็ดขาด” ฉีอันกล่าว 

ตั้งแต่นั้นมาฉีอันก็บังคับมีอะไรกับสารัตน์ทุกคืน ใช้ชีวิตอยู่กินฉันท์สามีภรรยา และเวลาที่ออกงานหรือต้องเดินทางไปไหนก็พาสารัตน์ไปด้วยทุกครั้ง จนกระทั่งสารัตน์เริ่มมีใจให้ฉีอันโดยไม่รู้ตัว 

พอถึงวันหยุด ฉีอันอยากพาสารัตน์ไปเที่ยวตามภาษาคู่รัก เขาพาเธอไปดูหนังบู๊ล้างผลาญ ในใจสารัตน์คิดว่า “ช่างโรแมนติกโดยแท้” แต่เธอก็อดทนดูจนจบเพราะเสียดายค่าตั๋วหนัง 

พอออกมาจากโรงหนัง ฉีอันรีบถามทันที “รัตน์อยากทานอะไรครับ” 

“ก๋วยเตี๋ยวแถวนี้ก็ได้ค่ะ” สารัตน์กล่าว 

ฉีอันเลยควงสารัตน์ไปร้านก๋วยเตี๋ยว แต่ฉีอันดันเจออริเก่าเข้า ทำให้เขาต้องรีบพาสารัตน์ไปซ่อนตัว แล้วเข้าต่อสู้กับพรรคพวกของคู่อริ แม้ว่าฉีอันจะเป็นคนมีฝีมือ แต่ตอนนี้ตัวเขาคนเดียวต้องต่อสู้กับศัตรูนับสิบคน ทำให้ศัตรูสามารถใช้มีดแทงไปที่ท้องได้ 

ฉีอันเริ่มรู้ตัวแล้วว่าหากขืนต่อสู้ต่อไปมีหวังได้ตาย แถมเมียตัวเองก็ต้องโดนทำร้ายไปด้วยเลยรีบหนีทันที 

สารัตน์เห็นว่าฉีอันเริ่มเสียทีศัตรู เลยแกล้งตะโกนเรียกตำรวจ ทำให้พรรคพวกของอริพากันเผ่นหนีตำรวจจนหมด เธอรีบเข้าไปดูฉีอัน เลยรีบห้ามเลือดให้เป็นอันดับแรก สารัตน์เริ่มฉุกคิดแล้วว่า หากเธอหนีเขาตอนนี้จะเป็นโอกาสที่เหมาะสมที่สุดแล้ว เธอเลยคิดแผนจะหนีแล้วค่อยโทรแจ้งให้ลูกน้องมารับตัวฉีอันไปรักษาก็ไม่สาย 

สารัตน์เลยพูดกับฉีอันว่า “ฉันขอโทษนะฉีอัน ฉันอยู่กับคุณไม่ได้จริงๆ เอาไว้ฉันจะโทรบอกให้ลูกน้องมารับคุณอยู่นี่ก็แล้วกันนะคะ” 

ฉีอันเสียเลือดมาก เขาพยายามจะรั้งภรรยาไว้ แต่กลับไม่มีเรี่ยวแรงเอาเสียเลย ได้แต่พูดอย่างแผ่วเบา “ผมขอร้องล่ะ รัตน์อย่าทิ้งผมไปเลยนะครับ” แต่ไม่ทันเสียแล้ว เธอได้วิ่งหนีเขาไปต่อหน้าต่อตา 

เวลาผ่านไป 15 นาที ฉีอันกลับดีใจที่เห็นสารัตน์อีกครั้ง เธอไปพาหมอที่คลินิกมาดูอาการของเขา แล้วช่วยกันประคองไปที่คลินิกที่ใกล้ที่สุด เพื่อทำการให้เลือด ล้างและเย็บแผลโดยด่วน 

ในระหว่างที่ทำการรักษา ฉีอันได้บอกหมอว่า เขาจะต้องมีกำลังใจอยู่ด้วยตลอด เลยขอให้สารัตน์อยู่กับเขาตลอดเวลา ฉีอันเลยรีบจับมือสารัตน์แน่นมาก ไม่ยอมให้สารัตน์ไปรอข้างนอก เพราะกลัวเธอหนี 

“คุณ ให้ฉันไปรอข้างนอกเถอะนะคะ ฉันไม่หนีคุณหรอก ฉันกลัวเลือด” สารัตน์ต้องพยายามหันหน้าหนีไม่กล้าดูแผลเพราะกลัวเลือด 

“ผมก็กลัวเลือด อยู่เคียงข้างผมเถอะนะครับ” ฉีอันกล่าว 

“อยู่เป็นกำลังใจให้สามีเถอะนะครับ” หมอสงสารผู้ป่วยเลยบอกญาติของเขา 

สารัตน์เลยต้องยืนจับมือฉีอันไว้ ในระหว่างที่หมอกำลังเย็บแผลที่ท้องให้ฉีอัน พร้อมกับให้เลือดเขา 

“ขอบคุณนะครับ ที่ไม่ทิ้งผมไปไหน” ฉีอันกล่าว 

สารัตน์รู้สึกเขินจนหน้าแดง ได้แต่พยักหน้า จริงๆ เธอกำลังจะหนีอยู่แล้ว แต่เธอดันทำไม่ลง เพราะเธอกลัวเขาตาย หรือไม่ ก็กลัวว่าอาจมีศัตรูตามมาเอาชีวิตเขา เลยต้องรีบไปตามหมอที่อยู่ใกล้ที่ให้สุด จะได้ช่วยเขาได้ทันท่วงที 

ตั้งแต่นั้นมาฉีอันก็พูดกับสารัตน์ดีๆ เขารู้ตัวแล้วว่า เขารักสารัตน์มาก ในวันที่เห็นสารัตน์กำลังเดินจากเขาไป เขาแทบใจสลาย เหมือนชีวิตไม่เหลือใคร แต่พอเห็นสารัตน์เดินกลับมาพร้อมกับหมอ เขาในตอนนั้นรู้สึกดีใจมาก ที่เห็นเมียเดินกลับมาและอยู่เคียงข้างเขาอีกครั้ง 

ทั้งคู่สวีทยิ่งกว่าข้าวใหม่ปลามัน และฉีอันก็ได้แนะนำกับลูกน้องและแม่บ้านว่าสารัตน์เป็นนายหญิงอย่างเป็นทางการ เขามีแผนว่าจะขอเธอแต่งงานและทำทุกอย่างให้ถูกต้อง จนกระทั่ง… 

ความคิดเห็น