ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : กอดครั้งที่16

คำค้น : #วินหมอก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.1k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 17 เม.ย. 2562 17:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กอดครั้งที่16
แบบอักษร








Chapter 16








เรื่องของคุณปลาย...

ผมกำลังนั่งรอคนที่ผมนัดอยู่ในร้านกาแฟ วันนี้ผมออกจากห้องมาโดยไม่ได้บอกตัวเล็กของผม ไม่รู้ว่าป่านนี้จะโวยวายไปหรือยัง แต่มีไอกัสอยู่ด้วยก็คงไม่เป็นอะไรหรอก มั้งนะ ถ้าไอกัสไม่แกล้งอะไรน้องหรือทำอะไรแผลงๆ น้องก็คงไม่โวยวายอะไรหรอก

ติ้ง!!

นั่นไง นึกถึงก็ส่งข้อความมาหาซะแล้ว

ผมกดเปิดดูข้อความของน้องที่ส่งเข้ามาก่อนจะหลุดขำเมื่ออ่านข้อความนั้นจบ


ตัวเล็ก: จะทำอะไรก็ท่องไว้ด้วยนะ

ตัวเล็ก: คุกอาจจะลอยมาหา

ตัวเล็ก: พรากผู้เยาว์นี่โทษหนักนะ


ไอกัสต้องบอกน้องแน่ๆ


เจ้าคุณพี่: พรากใครหรอครับ?


ผมส่งข้อความตอบกลับไป

ใช่อยู่ว่าผมอาจจะชอบคนที่เป็นแฮกเกอร์คนนั้น อาจจะด้วยความเก่งของเขาที่สามารถแฮกเข้ามาคุยกับผมแถมยังรู้เรื่องที่ผมซ่อนพี่ชายอีกสองคนไม่ให้หมอกรู้ นับว่าเก่งแล้วที่รู้มาขนาดนี้ นี่ยังไม่รวมถึงตัวตนจริงๆของผมที่เขายังสืบรู้อีก แต่ก็ดูเหมือนว่าน้องหมอกจะไม่ได้มีปัญหาอะไรเพราะยังไม่เห็นใจะถามอะไรเลย หรือจริงๆแล้วบางที น้องอาจจะลืมไปแล้วก็ได้ รายนั่นยิ่งขี้หลงขี้ลืมอยู่

เอาเข้าจริงๆ ผมอาจจะแค่ชอบความสามารถของเขา แต่อาจจะไม่ได้ชอบตัวตนของเขาก็ได้เพราะผมไม่เคยคุยกับเขาในชีวิตจริงเลย ดังนั้นผมเลยไม่ได้คิดที่จะสานสัมพันธ์ครั้งนี้ต่อ ปล่อยให้มันจบไปแบบที่เขาไม่รู้อะไรดีกว่า

ติ้ง!!!

ตัวเล็ก: อย่ามาทำเป็นไม่รู้ พรากใครก็รู้อยู่แก่ใจนั่นแหละ

เจ้าคุณพี่: ไม่พรากใครหรอกครับ


ผมกดปิดโทรศัพท์เมื่อเห็นคนที่ผมนัดไว้กำลังเดินเข้ามาในร้าน

“พี่ปลายสวัสดีครับ”คำทักทายแรกที่ดูจะเป็นปกติจากคนที่เพิ่งเข้ามาทำให้ผมหันไปมองหน้าเขา พยักหน้าให้เป็นเชิงรับรู้ก่อนจะผายมือไปที่ฝั่งตรงข้ามให้เขานั่ง

ไม่มีรอยยิ้มที่ดูเป็นมิตรจากผม เพราะผมไม่ได้อยากตะเป็นมิตรกับเขาเท่าไหร่นัก

“ครั้งก่อน เราคุยกันว่ายังไง”ผมนั่งมองหน้าเขาด้วยท่าทีสบายแต่น้ำเสียงกลับกำลังแสดงความกดดันไปให้อีกฝ่าย จนอีกฝ่ายต้องลอบกลืนน้ำลาย

ตอนที่รู้ว่าผู้ชายที่ชื่อวินคนนี้คบกับน้องผม ผมก็ไม่ได้แปลกใจอะไรนักเพราะไอเรย์มาบอกผมอยู่ก่อนแล้วว่าน้องชอบผู้ชายคนนี้ แต่แค่ไม่คิดว่าจะได้คบกันจริงๆ ตอนนั้นผมแค่ไม่อยากให้น้องต้องผิดหวังกับความรักครั้งนี้ เลยไปกำชับว่าอยากจะให้เขาดูแลน้องผมให้ดีเท่านั้น ผมไม่คิดด้วยซ้ำว่าเขาจะเป็นคนที่ผมกำลังหาตัวอยู่ แต่วันนี้ก็ทำให้ผมได้รู้แล้ว

“ขอโทษครับ แต่ว่าผมไม่ได้คิดที่จะทำแบบนั้นนะ...”เขากำลังพยายามพูดแก้ตัว

ผมหัวเราะในลำคอเมื่อเขาพูดประโยคที่ผมคิดว่าเขาจะพูดออกมา

“แต่ก็ทำไปแล้ว”

“ขอโทษครับ”เขาพูดเสียงเบาลง

“คนที่ควรจะไปขอโทษคือหมอก ไม่ใช่ฉัน”

ถ้าถามว่าผมรู้จักผู้ชายที่ชื่อวินคนนี้ได้ยังไง ก็คงเริ่มจากการเป็นหุ้นส่วนธุระกิจเล็กๆของพ่อเขา จริงๆอาจจะบอกว่าเป็นธุระกิจขนาดใหญ่แล้วสำหรับเขา แต่สำหรับผมมันเป็นแค่หนึ่งในธุระกิจที่ผมซื้อไว้เล่นๆ รวมถึงซัน พี่ชายของซุงด้วย รายนั่นก็รู้จักผมเพราะธุระกิจ แต่ไม่ได้สนิทสนมกันนัก อาจจะเพราะอีกฝ่ายก็ไม่ได้อยากจะเข้ามาทำความรู้จักกับผมเท่าไหร่ ถ้าให้ผมเดาก็คงคิดว่าเขาคงรู้เรื่องธุระกิจผิดกฎหมายของผมเลยไม่อยากเข้ามารู้จัก ก็นะ ผมก็ไม่ได้อยากจะรู้จักเขาเท่าไหร่หรอก

“น้องจะยกโทษให้ผมไหมครับ”เขาถามกลับมา มองหน้าผมด้วยสีหน้านิ่งๆ

“ไม่รู้สิ”ผมตอบกลับไป

“พี่ปลายช่วยผมได้ไหมครับ”

“ฉันไม่กีดกันนายกับน้องก็ดีเท่าไหร่แล้ว...”มองหน้าคนที่เพิ่งจะพูดจบประโยคเมื่อกี้นี้ไปด้วย

น่าหงุดหงิด ถ้าไม่ติดว่าน้องขอไว้นะ ไอคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าผมตอนนี้มันไม่ได้มาลอยหน้าลอยตาเกินสามวันหรอก ทำตัวเล็กของผมร้องไห้ขนาดนั้นมันไม่น่ามานั่งพูดกับผมตรงนี้เลยด้วยซ้ำ

“อยากจะทำอะไรก็ทำ เรื่องนี้ฉันจะให้น้องตัดสินใจเอาเอง”ผมพูดต่อ

“ขอบคุณครับ”

“แต่บอกไว้ก่อนว่าน้องไม่ได้มีฉันเป็นพี่แค่คนเดียว ยังมีอีกสองคนที่นายไม่รู้จัก สองตัวนั่นหวงน้องมากกว่าฉันอีก ฉันอาจจะไม่กีดกัน แต่สองคนนั้นก็ไม่แน่”ผมยกแก้วกาแฟตรงหน้าขึ้นดื่ม มองออกไปดูบรรยากาศนอกร้าน

ไอกัสนี่ตัวหวงน้องเลย ขนาดพ่อบอกให้มันอยู่ในที่ของมันอย่าทำตัวเด่นมากนักเพราะมันต้องเป็นสายลับให้พ่อ มันนี่โวยวายอยู่เป็นหลายปีกว่าจะยอม แถมยังบ่นน้อยใจว่าอยากอยู่กับน้องบ้าง มีบางครั้งที่มันแอบปลอมเป็นผมมาเจอน้องก็มี บางทีก็แอบเห็นใจมันแต่ก็ขัดพ่อไม่ได้

ส่วนไอเรย์มันค่อยข้างป่วยบ่อยตั้งแต่เด็ก พ่อเลยส่งไปให้อาเลี้ยงที่เชียงใหม่ แต่ไอเรย์นี่ก็ไม่เข้าใจนะว่าทำไมพ่อต้องปิดไม่ให้น้องรู้

หรือบางทีอาจจะเป็นเพราะผมกับไอกัสโตที่อังกฤษ ผมกลับมาที่ไทยบ้างตอนเด็กๆช่วงวันหยุด แต่ไอกัสมันไม่ยอมกลับเพราะติดสาว ช่วงนั้นมันม่อสาวเก่งมาก นั่นอาจจะเป็นอีกสาเหตุนึงที่ทำให้เราพี่น้องไม่รู้จักกันก็ได้ ผมสนิทกับหมอกตั้งแต่เด็ก แต่เรย์นี่เพิ่งจะมารู้จักกันเมื่อสามสี่ปีที่แล้วนี้เอง

“พี่บอกผมได้ไหมครับ ว่าเขาเป็นใคร”วินมองหน้าผมและถามคำถาม

ผมหันกลับไปมองหน้าวินวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะก่อนจะยกยิ้ม

“ความลับครับ”

จบเรื่องของพี่ปลาย

.

.

.

.

.

.

“พี่ปลาย เร็วๆสิครับ”ผมกำลังยืนทำหน้าบึ้งอยู่ข้างรถคันหรูของพี่กัส

วันนี้เป็นวันครอบครัวของผม พี่ๆเลยชวนผมไปเที่ยวแม้ว่าจะไม่มีพ่อกับแม่เพราะทั้งคู่ยังคงอยู่ต่างประเทศ นึกแล้วก็น้อยใจขึ้นมาอีก นี่จวนจะครบปีแล้ว พ่อกับแม่ยังไม่กลับมาหาผมบ้างเลย กระซิกกระซิก ยกมือปาดน้ำตา

“ทำไมรีบจังครับ”พี่ปลายเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าผม ยกมือขึ้นมายีหัวผมจนยุ่งไปหมด

“เดี๋ยวทะเลวิ่งหนีหมอกจะทำยังไปเล่า”ทำหน้ายู่กลับไปให้

“เดี๋ยวพี่ให้ไอกัสไปวิ่งจับกลับมาเองครับ”พี่ปลายพูดต่อและส่งยิ้มกลับมาให้

“กูอยู่ของกูเฉยๆ”พี่กัสกำลังยืนกินขนมปังอยู่ใกล้ๆพูดขึ้นมา

“ทำให้น้องแค่นี้ไม่ได้?”พี่ปลายหันไปถามคนที่กำลังกัดก้อนขนมปังอยู่

“ได้สิคร๊าบบ”พี่กัสเดินมาหยิกแก้มผมเล่น

ว้อย ตัวจะช้ำหมดแล้วเนี่ย ทำไมมีแต่คนมารุ่มมาตุ้ม

วันนี้พี่กัสใส่เสื้อเชิตสีฟ้ากับกางเกงขาสั้น พี่กัสนี่ไม่ได้โกนหนวดมาหลายวันแล้ว เห็นบอกว่าชอบแบบนี้มากกว่าเพราะไม่อยากเหมือนพี่ปลาย อ้อ! จริงๆแล้วพี่กัสไม่ได้ผมสีเดียวกับพี่ปลายแหละ ผมพี่กัสออกสีน้ำตาลอ่อนกว่า แต่ที่วันนั้นผมแยกไม่ออกเพราะพี่กัสมันทำสีมา ทำสีแบบสระแล้วสีออกเลย เพราะวันนั้นพี่กัสจะปลอมตัวเป็นพี่ปลายแต่ความดันมาแตกก่อน

ส่วนพี่ปลายเจ้าคุณพี่ของผม ก็ยังแต่งตัวชิว เสื้อยืดสีครีมกับกางเกงขายาว คือผมก็งงนะว่าพี่มันชวนผมไปเที่ยวหรือชวนผมไปนอนที่ห้องกันแน่ แค่ก นี่พี่นะหมอก เราจะไม่ล่อลวงพี่ตัวเอง

ว่าแต่ทำไมเหมือนรู้สึกมีคนหายเลย -*-

“พี่เรย์หล่ะครับ”มองซ้ายมองชวาหาเจ้าของชื่อไปด้วย

“ไปกับซุงครับ ออกไปตั้งแต่เช้าแล้ว”พี่กัสเดินไปเปิดประตูรถฝั่งคนขับ หันมาตอบคำถามผมขณะที่กำลังจะยัดขนมปังคำสุดท้ายเข้าปากไปด้วย

“ทำไมเป็นคนแบบนี้”ผมหันไปมองหน้าพี่ปลายที่กำลังขำกับท่าทีของผมอยู่

“เราไปกันได้แล้วนะตัวเล็ก ไอเรย์มันคงไปรอที่นู่นแหละ”พี่ปลายพูดยิ้มๆและพาผมเดินขึ้นรถด้วย

ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่พี่เรย์มันจะรอผมไหม แต่มันอยู่ที่พี่เรย์พาไอซุงไปด้วย แล้วไอซุงมันจะรอดจากการล่อลวงของพี่เรย์หรือเปล่าเถอะ

เราใช้เวลาค่อนวันกว่าจะเดินทางมาถึงที่หมาย โดยมีพี่กัสและพี่ปลายผลัดกันขับมาตลอดทาง ส่วนผมก็นั่งกินนอนกินในรถสวยๆรอให้ถึงที่หมายอย่างเดียว หุ้วๆ

ทะเลจ๋าหมอกมาแล้ววว

พี่ปลายเป็นคนเข้าไปเช็คอินที่พักให้เพราะจองไว้ก่อนหน้าแล้ว ส่วนผมก็มีบอกี้การ์ดส่วนตัวนั่นคือพี่กัสเดินตามหลังมาที่ชายหาด

ลมเย็นๆและกลิ่นเค็มๆของน้ำทะเลนี่มันช่างชวนให้ผมอยากที่จะอยู่ที่นี่ไปนานๆเลย

“เล่นน้ำได้ไหมครับ”หันไปถามพี่กัสที่ยืนอยู่ข้างๆ

“ไม่กลัวดำหรอครับ?”พี่กัสมองหน้าผมและถามคำถามกลับมา

“จริงด้วย ผมไม่ได้ทาครีมกันแดดมา”ยกมือขึ้นป้องกันแดดที่ส่องลงมา แต่ก็เหมือนจะช่วยอะไรไม่ได้แล้ว

“เสื้อแขนยาวขนาดนี้ ไม่ต้องกลัวแล้วครับ”พี่กัสพูด

“ว่าผมหรอ?”หันไปทำหน้าใส่พี่กัส

“ไม่ได้ว่าครับ น้องหมอกน่ารักขนาดนี้ใครจะไปว่าลงกันหื้อ”หยิกแก้มผมไปหนึ่งทีหลังจากพูดจบ”เดี๋ยวพี่ถ่ายรูปให้ครับ”

“นั่นกล้องผมนี่”ชี้ไปที่กล้องที่พี่กัสถือมา เอามาตอนไหนทำไมไม่เห็น แถมตัวที่พี่กัสถือนั่นเป็นตัวที่พี่ปลายเพิ่งจะซื้อให้ด้วย ง่า เค้าลองใช้ไปไม่กี่ครั้งเอง

“ใช่ครับ เดี๋ยวพี่ถ่ายรูปให้เร็ว”พี่กัสยกกล้องขึ้นเตรียมถ่ายทั้งๆที่ผมยังคงโวยวายเรื่องกล้องอยู่ ทำไมไม่ฟังกันบ้างห๊ะ!!!

เราถ่ายรูปกันไปพักใหญ่ๆ ผมก็เริ่มมางอแงกับพี่กัสอีก เพราะตอนนี้อาการเมารถผมมันเริ่มจะกำเริบขึ้นมาอีกแล้ว ปวดหัวตุบๆแล้วเนี่ย

“หมอกอยากไปพักแล้ว”ฟ้องคนพี่ที่ยังยืนถ่ายรูปอยู่ทั้งๆที่ผมไม่ได้โพสท่าให้พี่มันถ่ายเหมือนตอนแรกเลยซักนิด

“โอเคครับ มานี่มา”พี่กัสเอากล้องลงก่อนจะดึงมือผมให้เดินเข้าไปหา

“หมอกง่วงแล้ว ไปนอนพักก่อนได้ไหมครับ”ทำเสียงงอแงใส่พี่กัสที่จัดทรงผมให้ผมอยู่ เพราะตอนนี้หัวผมมันยุ่งไปหมดแล้ว

“ได้สิครับ”พี่กัสตอบกลับมาก่อนจะฝังหน้าลงบนแก้มผม

ง่า หมอกโดนผู้ชายหอมแก้มด้วย

“จั๊กจี้ครับ”แน่นอนว่าผมต้องรู้สึกแบบนั้นเพราะตอหนวดของพี่กัสมันกำลังทิ่มแก้มผมจนขนลุกไปหมดแล้ว

พี่กัสผละออกมามองหน้าผมก่อนจะยิ้มให้และก้มลงมอหอมแก้มอีกข้างของผม

ว้อย ไอพี่กัสไอคนพูดไม่รู้เรื่อง

“ฮ่า ปล่อยก่อนครับ”ผมดันพี่กัสก่อนแต่เหมือนว่าแรงผมจะไม่สามารถทอะไรพี่มันได้เลย เกิดเป็นหมอกทำไมมันอ่อนแอแบบนี้

พี่กัสก็ยังคงแกล้งเอาหนวดมาถูแก้มผมอยู่ไม่เลิก จนผมเริ่มจะอายคนขึ้นมาบ้างแล้ว ก็พี่มันทำเหมือนกับกำลังจู๋จี๋กับผมอยู่นี่ไง คนที่เดินผ่านไปผ่านมาเขาก็หันกันมามองบ้าง แต่ไม่ว่าใครมองผมก็ไม่ได้ตกใจเท่าไหร่ ตนกระทั่งสายตาผมเหลือบไปเห็นใครบางคน แต่ไม่ทันที่ผมจะได้มองเขาให้ชัดเขาก็เดินหายไปซะก่อน

เขาเหมือนพี่วินมาก ทั้งท่าทางการเดินรวมถึงการแต่งตัว แล้วพี่วินจะมาที่นี่ทำไมหล่ะ บางทีผมอาจจะคิดมากไปเองก็ได้

“พี่กัส ผมจะหงุดหงิดแล้วนะ”ดันพี่กัสออก

“ไปแล้วครับ”

พี่กัสจับมือผมไว้แน่นก่อนจะพาเดินเข้าไปที่พัก ตลอดทางก็ชวนผมคุยเรื่องนั้นเรื่องนี้ไปด้วยจนกระทั่งเราเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าล็อบบี้ พี่ปลายเดินมาหาผมกับพี่กัสก่อนจะยื่นกุญแจห้องให้

“พี่ปลายจะไปไหนครับ”ผมเอ่ยปากถาม

“ออกไปข้างนอกครับ”พี่ปล่ายยกมือมายีหัวผมจนยุ่ง

“จะกลับเมื่อไหร่”พี่กัสถามพี่ปลายต่อ

“เย็นหน่อย ถ้าน้องหิวก็พาน้องไปกินข้าวด้วย กระเป๋าให้พนักงานเอาขึ้นไปให้แล้ว”พี่ปลายพูด

“แล้วพี่เรย์กับซุงหล่ะครับ”ตั้งแต่มายังไม่เห็นเลยนี่ ไหนบอกว่าออกมาก่อนแล้ว แล้วนี่ผมมาถึงตั้งนานแล้วทำไมยังไม่เห็นหัวพี่เรย์กับไอซุงเลย

“อืม ให้พูดยังไงดีหล่ะ”พี่ปลายพูดและมองหน้าพี่กัสไปด้วย

“หึ”เหมือนพี่มันคุยกันผ่านกระแสจิตอ่ะ ทำไมพี่ปลายพูดแค่นี้แล้วพี่กัสดันเข้าใจวะ แล้วทำไมผมยังยืนงงอยู่

“อะไรครับ”มองหน้าพี่ปลายที่ยืนยิ้มอยู่สลับกับหน้าพี่กัสที่ยิ้มอยู่เหมือนกัน

ว้อย แค่ยิ้มให้กันก็เข้าใจแล้วหรอวะเนี่ย

“เราไปนอนกันดีกว่าครับ เดี๋ยวตอนเย็นพี่นัดซุงให้นะ”พี่กัสโอบแขนรอบบ่าผมก่อนจะพาผมเดินไปที่ลิฟท์

“เดี๋ยวสิ หมอกยังไม่รู้เลย”ผมเริ่มโวยวาย

พี่กัสพาผมขึ้นมานอนพักแต่ก็ไม่ยอมตอบคำถามผมว่าพี่เรย์กับไอซุงไปไหนกัน นี่ผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมพวกพี่มันต้องปิดผมด้วย เอ๊ะ! หรือว่า ไอซุงจะโดนที่เรย์...โยนลงทะเลไปแล้ว ไม่นะซุงที่น่ารักของผม ผมยังไม่เคยหอมแก้มซุงเลย เอาซุงมาให้ผมหอมก่อนแล้วค่อยโยนมันสิ

ว้อย ไอหมอก ไอคนไม่รักเพื่อน

ไม่รู้ว่าผมเผลอหลับไปตอนไหน แต่ตื่นขึ้นมาอีกทีก็เกือบจะหกโมงเย็นแล้ว พี่กัสให้ผมไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เพราะจะพาออกไปกินข้าวข้างนอก พี่ปลายโทรมาบอกว่าจะเข้ามารับ ผมเลยต้องรีบแต่งตัวออกจากห้องมา และก็มาเจอไอซุงยืนอยู่ข้างพี่เรย์หน้าโรงแรม

“ซุง”ผมตะโกนเรียกซุงก่อนจะวิ่งเข้าไปหา

ทำไมรู้สึกว่าบรรยากาศมันแปลกๆวะ โดยเฉพาะไอพี่เรย์กับไอซุงเนี่ย เหมือนคนเพิ่งจะทะเลาะกันมาเลย ไอซุงเดินมาหาผมโดยไม่พูดอะไรซักคำ

“เป็นไร”ผมหันไปถามไอซุงที่ยืนทำหน้าเบื่อโลกอยู่ด้วยเสียงเบาๆ

“กูเบื่อพี่มึง มึงมานอนกับกูได้ไหม”ไอซุงหันมามองหน้าผม

“ได้ดิ ถ้ากูขอได้หมดแหละ”ผมพูดก่อนจะส่งยิ้มให้มัน

ไม่นานนักพี่ปลายก็มาถึงและเราทั้งห้าคนก็ไปกินข้าวด้วยกันที่ร้านอาหารที่อยู่ห่างจากตัวโรงแรมออกไปไม่ไกลนัก

วันนี้พี่เรย์ดูเงียบแปลกๆ ไม่ร่าเริงเหมือนปกติเท่าไหร่นัก ไอซุงก็เหมือนกัน หรือว่าจะทะเลาะกันจริงๆวะ ยิ่งไอซุงมาบอกให้ผมไปนอนด้วยแล้ว นั่นแสดงว่าทะเลาะกันแน่ๆ ไม่ได้การล่ะ อย่างนี้ผมต้องให้พี่กัสช่วยสานสัมพันธ์พี่เรย์กับไอซุง

“น้องหมอก นี่ครับพี่แกะกุ้งให้”พี่กัสวางกุ้งตัวโตที่แกะแล้วลงบนจานของบน

“หื้อ กุ้ง”ผมเอาส้อมในมือจิ้มลงบนกุ้งที่พี่กัสแกะไว้ให้เมื่อตะกี้ขึ้นมากินอย่างเอร็ดอร่อย

กุ้งนี่มันช่างหอม สาวกอาหารทะเลที่แท้ทรูก็คือหมอกนี่เอง

“เอาปูด้วยครับ”ทำหน้าอ้อนๆใส่พี่กัสที่ยังแกะกุ้งอีกตัวอยู่

“โอเคครับ งั้นเอากุ้งตัวนี้ไปก่อน”พี่กัสวางกุ้งที่แกะเสร็จให้ผมอีกตัวก่อนจะหันไปหยิบปูมาแกะให้ตามคำขอของผม

หื้อ น่ารัก พี่ชายใครเนี่ย

ผมเอาหน้าถูกับอกของพี่กัสที่นั่งอยู่ข้างๆจนเจ้าตัวหัวเราะออกมาเบาๆกับท่าทีของผม

“ทำไมอ้อนเก่งจังหือ”พี่กัสก้มมาจุ๊บเบาๆลงบนกลุ่มผมของผมก่อนจะหันไปสนใจปูที่กำลังแกะอยู่ในมือ

“มีกัสแล้วไม่อ้อนพี่เลยนะ”พี่ปลายพูดขึ้นหลังจากที่นั่งมองผมจู๋จี๋กับพี่กัสมาสักพักแล้ว

“ไม่อ้อนหรอก พี่ปลายชอบปิดบังหมอง”เชิดหน้าใส่พี่ปลายไปที เอาซี่ให้มันได้อยากนี้ มีพี่คนใหม่แล้วจะทำอะไร จะขี้งอนแค่ไหนก็ได้ เพราะถึงยังไงก็มีคนง้อ ฮี่ฮี่

“พี่ปิดอะไรครับ”พี่ปลายถามกลับมา

“เยอะแยะ”หันไปสนใจก้ามปูที่พี่กัสแกะให้ก่อนจะหยิบเข้าปาก

หื้อ อร่อยอีกแล้ว เนื้อปูนี่มันช่างหอมหวานนัก

หยิบก้ามปูอีกอันที่แกะเสร็จแล้วยื่นให้พี่กัสที่ยังคงแกะปูอยู่ไปด้วย เดี๋ยวเค้าจะบอกว่าผมไม่เทคแคร์ ต้องป้อนกันซะหน่อย

“น้องหมอกกินเลยครับ”พี่กัสหันมายิ้มให้ผมมือก็ยังคงแกะปูให้อยู่

“มานี่พี่กินเอง”พี่ปลายจับมือผมให้หันไปทางพี่ปลายที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามก่อนจะอ้าปากกินก้ามปูโตๆที่พี่กัสแกะให้ผมตะกี้

“พี่ปลาย!! นิสัยไม่ดีเลยครับ”ยื่นฝ่ามือไปตีมือพี่ปลายไปหนึ่งที

ทำไมชอบแย่งของคนอื่นแบบนี้ -*-

“ก็น้องหมอกไม่สนใจพี่เลยนี่”พี่ปลายพูดเสียงอ้อนๆ

อย่ามาทำหน้าทำตาแบบนั้นใส่นะ เดี๋ยวจะใจอ่อนอีก ไม่ได้ไม่ได้

“ผมโกรธพี่ปลายอยู่นะ”

“หายโกรธนะครับ”ส่งยิ้มกลับมาให้ผม และยื่นนิ้วก้อยมาด้วย

ว้อย อย่ามายิ้มแบบนั้นให้น้อง เดี๋ยวน้องจะต้านทานความหล่อพี่ไม่ได้แล้วนะ ทำไมพลังทำลายล้างมันถึงสูงนัก

“ถ้าสั่งกุ้งมาอีกกิโลนึงผมอาจจะหายโกรธ”เรื่องกินนี่เรื่องใหญ่นะ เพราะฉะนั้น สั่งกุ้งมาง้อผมซะดีๆ

“สองกิโลเลยครับ”พูดจบพี่ปลายก็หันไปสั่งกุ้งเพิ่มสองกิโลตามที่บอกกับพนักงาน

ว้อย นี่พี่ปลายเห็นผมเป็นคนกินจุขนาดนี้เลยหรอ หรือผมกินจุจริงๆ

หลังจากกินกุ้งและปูที่พี่ปลายแย่งพี่กัสแกะมาป้อนผมจนหมด พี่ปลายก็พาผมกลับมาที่โรงแรม ตอนนี้หนังท้องผมมันตึงมาก แต่ยังไม่ถึงขีดสุด ผมแค่เกรงใจเงินในกระเป๋าพี่ปลายเฉยๆหรอก ไม่ได้อิ่มนะ ไม่เล๊ย

กว่าผมจะอ้อนวอนพี่กัสมานอนกับไอซุงได้ก็กินเวลาไปนานพอสมควร พี่ปลายนี่แทบจะไม่ว่าอะไรเลย แต่พี่เรย์นี่แบกกระเป๋าเข้าไปในห้องตั้งแต่ผมยังไม่ได้เอ่ยปากขอออกมานอนกับไอซุงด้วยซ้ำ ทะเลอะกันแน่ๆเลย

พอเห็นแบบนั้นแล้วใจผมมันก็เหมือนโดนแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนนึงก็อยากจะนอนกับพี่กัสเพื่อที่จะให้พี่เรย์กับไอซุงปรับความเข้าใจกัน แต่อีกส่วนก็สงสารไอซุงเพราะดูแล้วมันก็คงไม่ได้อยากคุยกับพี่เรย์เท่าไหร่ และก็ดูเหมือนว่าพี่เรย์ก็ไม่ได้อยากคุยกับไอซุงด้วยเหมือนกัน

 เห้อ ทำไมชีวิตเจ้าหมอกมีเรื่องให้คิดเยอะแบบนี้กันนะ

ผมมาที่ห้องของไอซุงที่อยู่ชั้นเดียวกันโดยมีพี่กัสถือกระเป๋ามาส่ง ไม่รู้ว่าพี่กัสมันจะหวงผมอะไรนักหนา หวงขนาดนี้กินผมเข้าไปเลยเถอะ จะได้ป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

“อาบน้ำแล้วโทรมาหาพี่ด้วยนะ”พี่กัสมองหน้าผมและพูดด้วยเสียงอ้อนๆ

“เกินไปอ่ะพี่กัส”ผมหัวเราะกับท่าทีน่ารักของพี่กัสที่ดูไม่เข้ากับร่างใหญ่ๆของเขาเท่าไหร่ แต่ไม่รู้ว่าทำไมผมถึงคิดว่ามันน่าเอ็นดูขนาดนี้

“มาจุ๊บเหม่งที”ก้มลงมาจุ๊บเบาๆบนหน้าผากผมก่อนจะผละออกไป “หอมแก้มด้วยได้ไหม”

“ดูดปากผมเลยก็ได้นะ”ผมพูดจบพี่กัสก็มองหน้าผมอย่างตกใจ

“ทำได้หรอ”แต่เดี๋ยวทำไมรู้สึกว่าเหมือนพี่กัสมันมีหางโผล่ออกมาจากตูดแล้วส่ายแรงขนาดนี้ ทำไมพี่มันถึงดูดีใจขนาดนี้วะ

“ล้อเล่นไหมครับ”ส่ายหัวกับท่าทีของพี่กัสที่ดูจะดีใจเกินมนุษย์มนา

“พี่เกือบจะทำแล้วเนี่ย”พีกัสยกมือขึ้นมายีหัวผมอย่างหมั่นเขี้ยว “เข้าห้องได้แล้วครับ”

ผมเดินเข้าห้องตามคำบอกของพี่กัส ก่อนจะปิดประตูลง เดินเข้ามาในห้องก็เห็นไอซุงนั่งเช็ดผมอยู่ที่เตียง

ผมเดินเข้าไปอาบน้ำในห้องน้ำ ออกมาไม่เห็นไอซุงอยู่ในห้องแล้ว ผมเดินวนหามันจนทั่วห้องก่อนจะออกมาเจอมันที่ระเบียง

“ยืนทำเอ็มวีอะไรตรงนี้”

ผมเดินไปหยุดอยู่ข้างๆมัน มองออกไปเห็นทะเลผืนกว้างที่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นสีดำจนมองแทบไม่เห็น มีแค่แสงจากดวงจันทร์ที่ส่องลงมาให้เห็นผืนน้ำ ได้กลิ่นเค็มๆของน้ำทะเลและลมลอยเมากระทบหน้า จะบอกว่าทะเลตอนกลางคืนมันชวนให้เราเศร้าก็ได้ เพราะตอนนี้หน้าไอซุงมันกำลังฟ้องผมว่ามันรู้สึกแบบนั้น

“ถ้าพี่วินกลับมาขอมึงคบ มึงจะกลับไปไหมหมอก”ไอซุงพูดทั้งๆที่ยังมองไปที่ทะเลผืนกว้างอยู่

ทำไมมาถามเรื่องนี้วะ มันต้องถามเรื่องพี่เรย์จากผมเซ่ แต่เอาเถอะ ถามมาตอบไป หมอกตอบได้ หมอกรู้หมด

“ไม่รู้ดิ กูไม่รู้ว่าเค้าจริงจังกับกูแค่ไหน ถ้าเค้าทำให้กูรู้สึกได้ว่าเค้าไม่ได้มาจีบกูเล่นๆกูอาจจะกลับไป”ผมตอบออกมา

ยอมรับว่าบางทีมันอาจจะดูเหมือนคนโง่ที่เรายอมให้อภัยกับเรื่องแบบนี้ได้ง่ายๆ แต่เราไม่รู้หรอกว่าเราจะได้เจอกันไปอีกนานแค่ไหน สิ่งเดียวที่เราทำได้ก็แค่อยากจะอยู่กับคนที่เรารักให้ได้นานที่สุด ตอนแรกก็เสียใจนะ แต่ถ้าเขากลับมาจริงๆผมอาจจะรู้สึกดีใจมากกว่า เพราะอย่างน้อยผมก็ได้รู้ว่า ผมสำคัญมากพอที่เค้าจะมาคิดถึงคนธรรมดาแบบผม เขาอยากจะให้ผมเข้าไปเป็ส่วนหนึ่งของชีวิต แค่นี้ก็ดีแล้วแหละ

“มันยอมได้ง่ายๆอย่านั้นเลยหรอ”ไอซุงหันมาถามผม

“มันไม่ยากหรอกซุง ชีวิตมันง่ายนัก มีแต่เราเท่านั้นแหละที่ทำให้มันยากเอง”ผมหันไปยิ้มตอบให้ไอซุง “มันก็เหมือนตอนที่เราตกหลุมรักใครซักคนนั่นแหละ มันไม่มีเหตุผลหรอก ว่าเรารักคนคนนึงเพราะอะไร เราอาจจะแค่รู้สึกว่ารักเขา เพราะเราไม่อยากเสียเขาไป อยากให้เขาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราอยู่ แค่นี้ก็เรียกว่าความรักได้แล้วซุง”

“แล้วมึงคิดว่าพี่เรย์ชอบกูจริงๆปะ”

เหอะๆ ในที่สุดไอซุงมันก็ถามเรื่องที่มันอยากจะรู้จริงๆซักที

“ไม่รู้ดิ กูไม่ใช่พี่เรย์ มึงคิดว่าไงอ่ะ”ผมหันไปมองเสี้ยวหน้ามันเพราะมันกำลังมองออกไปที่ทะเลอยู่

“เขาบอกว่าเขาจีบกูเพราะมึงบอกว่ากูชอบเค้า”

“เดี๋ยวดิ ทำไมพูดแบบนั้นอ่ะ”

“เขาไม่ได้ชอบกูหรอกหมอก มึงไม่ต้องช่วยอะไรกูแล้วนะ กูรู้ว่ามึงอยากให้กูสมหวังบ้าง กูเข้าใจมึง แต่ปล่อยให้มันเป็นแบบนี้ดีกว่า กูทนอยู่แบบนี้ ดีกว่าคบกับเขาโดยที่เขาไม่ได้รู้สึกอะไรกับกูดีกว่า”

ไอซุงโว้ย อย่าเศร้าแบบนั้นสิว้อย กูจะร้องไห้แล้ว ไม่รู้จะปลอบมันแบบไหนให้มันสบายใจมากกว่านี้ จะไปบังคับให้พี่เรย์มาชอบมันก็คงจะไม่ได้ เราห้ามใจใครไม่ได้หรอก

ขนาดเราขอให้เขาอยู่ เขายังไปเลย






---------------------------------------

วันเน้ เป็นวันสงกรานต์ อ้าว!ผ่านมาแล้วหรอ ฮ่า

ถ้าเค้าแต่งเรื่องเจ้าซุงต่อจะมีคนอ่านไหมนะ 


ความคิดเห็น