สวัสดีนักอ่านที่หลงเข้ามานะคะ😂 เรื่องนี้ก็สยองๆหน่อยนะ และก็อย่าลืมเอาตับมาด้วยล่ะ คราวนี้นายเอกเราใจร้ายมากๆ ชอบไม่ชอบหรืออยากติชมอะไรก็เม้นต์พูดคุยได้เลยน้าาาา

เขี้ยวที่ 18 : ความ(ไม่)ลับ

ชื่อตอน : เขี้ยวที่ 18 : ความ(ไม่)ลับ

คำค้น : BTS , kookv , allv

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.1k

ความคิดเห็น : 20

ปรับปรุงล่าสุด : 17 เม.ย. 2562 01:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เขี้ยวที่ 18 : ความ(ไม่)ลับ
แบบอักษร

เขี้ยวที่ 18

ความ(ไม่)ลับ



จีมินวิ่งกระหืดกระหอบกลับมาหาพวกพ้อง

     “พวกมึง! เกิดเรื่องแล้ว!”

     น้ำเสียงแตกตื่นเรียกความสนใจจากชายหนุ่มทั้งสาม ใบหน้าซีดเซียวชุ่มไปด้วยเหงื่อจุดประกายความสงสัยให้แก่จองกุก แม้ว่ามันจะดูน่าตลกอยู่บ้าง แต่เขาเลือกความจริงจังไว้ก่อน

     “เป็นอะไรของมึงจีม ทำหน้ายังกะเจอผี”

     “มันยิ่งกว่าเจอผีอีกมึง”

     เพื่อนทั้งสามหันไปมองหน้ากัน ก่อนจะเป็นโฮซอกที่ยักไหล่แบบขำๆ จีมินที่เห็นก็ต้องยอมเฉลยเพราะไม่อยากอารมณ์เสีย

     “ไอ้กิ... มันหายไปไหนไม่รู้”

     พลันใบหน้าของเพื่อนที่เหลือได้สะบัดกลับมาอย่างพร้อมเพรียง ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบพักใหญ่ แต่โฮซอกที่ไม่เชื่อกลับดุจีมิน

     “พูดอะไรของมึง มันจะหายไปได้ยังไง”

     จีมินลูบหน้าด้วยความกังวล ไม่รู้จะพูดอย่างไรให้เพื่อนเชื่อ “กูก็ไม่รู้ แต่เมื่อกี้ที่กูเดินไปหาก็ไม่เห็นมันอยู่ในเต็นท์แล้ว เห็นแต่คราบเลือด... ลองไปหาดูที่ห้องน้ำก็ไม่เจอ”

     ทั้งจองกุกทั้งเจโฮปต่างหน้าซีดเป็นไก่ต้ม ส่วนวิโอเรลทำเพียงนั่งฟังนิ่งๆไม่แสดงปฏิกิริยาอะไร

     “มึงพูดจริงใช่ไหมจีม” โฮซอกกลืนน้ำลาย ความเครียดที่เพื่อนสองคนหายไปได้เพิ่มขึ้นเพราะการหายตัวของสมาชิกอีกคน เขาภาวนาว่าขอให้สิ่งที่จีมินพูดเป็นเพียงมุขตลก แต่โชคร้ายเมื่อจีมินลงทุนดึงแขนเขา พาไปที่เต็นท์เพื่อให้เห็นเต็มตา

     “ทีนี้มึงเชื่อกูยัง”

     ไม่มีคำพูดใดๆหลุดพล่อยออกมาจากริมฝีปาก โฮซอกตกใจเกินกว่าจะชักสติกลับมาตอบคำถาม สักพักจองกุกและวิโอเรลก็เดินตามมา เมื่อเห็นว่าภายในเต็นท์มีเพียงคราบเลือด จองกุกจึงอุทานเสียงแผ่วอยู่คนเดียว

     “ใจเย็นๆนะเจโฮป บางทียุนกิเขาอาจเดินเล่นแถวนี้ก็ได้” วิโอเรลยกมือวางบนไหล่หนาของโฮซอกอย่างปลอบประโลม แต่เจ้าของไหล่กลับหันมาตวาดเสียงดังลั่น

     “จะให้ผมใจเย็นได้ไง! เพื่อนคนที่สามผมหายไปทั้งที จะให้ผมใจเย็นลงได้ยังไงวี!”

     “โฮป”

     จองกุกเข้ามาแทรกกลาง ออกตัวปกป้องคนรักเต็มที่ สีหน้าตื่นกลัวของวิโอเรลและมือของจองกุกที่บีบไหล่อยู่ทำให้เขาได้สติ

     “โฮป มึงใจเย็นๆดิเห้ย” จีมินลูบหลังปลอบ พยายามพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เขาไม่คิดว่าคนอารมณ์ดีอย่างโฮซอกจะแสดงพฤติกรรมเช่นนี้กับคนที่เพิ่งรู้จักกันไม่ถึงอาทิตย์

     คนโมโหจิ๊ปาก หันหน้าไปมองทางอื่นด้วยความละอายใจ “ขอโทษ... ผมไม่ได้ตั้งใจจะพูดแบบนั้น”

     “ไม่เป็นไร วีเข้าใจ” วิโอเรลให้อภัยพลางคลี่ยิ้มบาง

     “จะเอาไงดี จู่ๆไอ้กิก็หายตัวไปแบบนี้” จีมินวกกลับเข้าเรื่องหลังจากเห็นสายตามาดร้ายของจองกุก ด้วยความกลัวว่าจะเกิดการทะเลาะขึ้นจึงพยายามดึงความสนใจของทุกคนให้เข้าประเด็นหลัก “แยกย้ายกันไปหาก่อนดีไหม เผื่อไอ้กิจะเดินเล่นแถวนี้อย่างที่น้องวีว่าจริงๆ”

     เป็นข้อสันนิษฐานที่ดูเหมือนเป็นไปได้มากที่สุด ทว่าสำหรับเจโฮป มันกลับฟังดูไม่ขึ้นเอาเสียเลย เขารู้ดีว่านิสัยขี้เกียจและกลัวแดดอย่างยุนกิไม่มีทางกระตือรือร้นออกมาเดินเล่นคนเดียวเป็นแน่ แต่ถึงกระนั้นจะลองเอออวยตามจีมินก็ไม่น่าเสียหาย ดีกว่านั่งคร่ำเครียดไม่ลงมือทำอะไรเลย

     “ตกลงตามนั้น แยกย้ายกันไปหาในป่ากันเถอะ”

     สิ้นคำสั่งของโฮซอก สมาชิกที่เหลือจึงเริ่มเดินปลีกออกไปคนละทิศ แต่แล้วเสียงล้อรถบดกับพื้นดินได้ชะงักฝีเท้าของพวกเขาไว้เสียก่อน เด็กหนุ่มทั้งสี่มองรถจิ๊บที่เบียดตัวกันออกมาจากดงป่าตรงเขตทางเข้า

     เหล่าเจ้าหน้าที่อุทยานในเครื่องแบบลงมาจากรถหลังจากได้ที่จอด ร่างสูงอันแสนคุ้นตาของฮัน ดงวูเดินตรงเข้ามาหาเด็กๆพร้อมกับสวมหมวก

     “ว่าไงเด็กๆ อรุณสวัสดิ์”

     “อรุณสวัสดิ์ครับ”

     ร่างบางกระเถิบไปยืนข้างแฟนหนุ่ม กระตุกแขนเสื้อของคนข้างๆเบาๆ

     “นั่นใครเหรอ?”

     “อ๋อ นั่นคุณฮัน ดงวูน่ะ” จองกุกกระซิบตอบ

     คนฟังพยักหน้ารับรู้ ทว่าสายตาที่ใช้มองเจ้าหน้าที่หนุ่มกลับเต็มไปด้วยความระแวดระวัง วิโอเรลถอยร่นไปยืนข้างหลังจองกุกทันทีเมื่อเหล่าเจ้าหน้าที่ยกโขยงมาหา พอจองกุกถามอาการก็เอาแต่สั่นส่ายหน้า

     “พวกเธอใช่ไหมที่แจ้งว่าเพื่อนสองคนหายตัวไป”

     “ครับ” เจโฮปยืนยัน “แต่... เพื่อนผมคนนึงเขาหายไปด้วยอีกแล้วครับ”

     “อีกคนเหรอ?”

     “ตามผมมานี่สิครับ”

     ดงวูเดินตามเด็กหนุ่มพร้อมกับเจ้าหน้าที่คนอื่น เขาชะโงกหน้าเข้าไปดูในเต็นท์ว่างเปล่าเมื่อโฮซอกชี้นิ้วไปที่คราบเลือดจุดเล็กจุดใหญ่

     “รอยนี่มัน” เจ้าหน้าที่หนุ่มอีกคนเข้ามานั่งยอง ยื่นมือสัมผัสคราบสีแดงแห้งกรังซึ่งติดแน่นบนผ้าปูที่นอน “นี่มันเลือดหนิดงวู”

     “จะบอกว่าเกิดอันตรายกับเด็กคนนั้นงั้นเหรอ”

     “เป็นไปได้ แต่ยังไงก็ต้องให้คนจากกรมตำรวจมาช่วย”

     ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบ เด็กหนุ่มทั้งสี่ซึ่งยืนห่างออกมาก็เริ่มจับกลุ่มประชุมกัน

     “บอกตรงๆ กูเริ่มไม่มีอารมณ์อยากเที่ยวต่อแล้วว่ะ” จีมินเปิดบทสนทนาด้วยการสารภาพ

     “กูก็เหมือนกัน” จองกุกเห็นด้วย “กูอยากกลับบ้านไม่ก็ช่วยหามากกว่า”

     โฮซอกนวดจมูกเพื่อคลายความเครียดที่นับวันจะยิ่งเพิ่มพูนขึ้น “พวกมึงว่าไงกูก็ว่างั้น อยากกลับก็กลับ แต่ถ้าอยากช่วยหาก็ต้องไปนอนพักที่บ้านกู ที่นี่มันอันตรายเกินไป”

     ทุกคนพยักหน้าลงความเห็น

     “สรุปคือ?”

     “กูอยากช่วยเจ้าหน้าที่” จีมินตอบ “กูอยากทำอะไรสักอย่าง ไม่อยากอยู่เฉยๆ”

     “แล้วมึงล่ะไอ้กุก”

     จองกุกเม้มปาก ความจริงเขาอยากกลับบ้านแต่พอเห็นคนขี้เกียจอย่างจีมินตอบแบบนั้นจึงไม่อยากน้อยหน้า “เออ กูก็อยากช่วยเจ้าหน้าที่”

     “งั้นกูลองไปขอเจ้าหน้าที่ก่อนละกัน ว่าไงเดี๋ยวจะมาบอก”

     โฮซอกเดินปลีกออกไปเพื่อขอพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ดงวู แรงกระตุกแขนเสื้อเรียกให้จองกุกเหลียวไปมองเจ้าของมือเรียวบาง

     “มีอะไรครับ?”

     “วีอยากกลับ” วิโอเรลเบ้ปาก พองลมในแก้มอย่างขัดใจ คนเห็นยกยิ้มเอ็นดูก่อนลูบศีรษะทุย ไม่วายยังสางผมม้าเล่นจนเห็นหน้าผากมนกับหว่างคิ้วยู่ยับ

     “แต่เสียงส่วนมากเขาบอกว่าอยากช่วยหานี่ อยู่ๆไปก่อนละกัน และก็... พาน้องชายวีมาด้วยนะ อยู่คนเดียวเดี๋ยวเป็นอันตรายเอา กุกไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นเหมือนเพื่อนกุกอีก”

     ร่างบางแนบแก้มกับท่อนแขนกำยำ ปากล่างอิ่มอวบยิ่งยื่นออกมาด้วยความเบื่อหน่าย

     “ก็... ได้...”

     “ว่าไงโฮป เจ้าหน้าที่เขาว่าไงบ้าง” จีมินละความสนใจจากสองคู่รักมาที่โฮซอก คนถูกถามตีหน้ายุ่งพร้อมส่ายศีรษะ

     “เจ้าหน้าที่เขาไม่อยากให้เราเข้าไปสอดว่ะ เขาบอกให้พวกเรากลับบ้านเพราะกลัวจะมีอันตราย”

     จองกุกถอนใจ “อย่างที่คิดจริงๆ”

     “แล้ว?” จีมินลากเสียง เลิกคิ้วสูง “จะเอาไงต่อ กลับเลยเหรอ”

     “ก็คงต้องเป็นยังงั้น เดี๋ยวพรุ่งนี้สายๆพวกเราค่อยกลับ” โฮซอกจำใจตอบเพื่อทำตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่

     “น่าเสียดายจังเลย” วิโอเรลทำหน้าเศร้า “หวังว่าทั้งสามคนจะยังปลอดภัยอยู่นะ”

     แม้ความหวังจะเป็นศูนย์ แต่จองกุกเลือกให้กำลังใจร่างบาง

     “ต้องปลอดภัยแน่ พวกนั้นเอาตัวรอดเก่งจะตาย... โดยเฉพาะไอ้นัมกับไอ้จิน”

     จีมินพยักหน้าเห็นพ้อง “ใช่ เพราะงั้นไม่ต้องเป็นห่วงนะน้องวี”

     ร่างบางพยักหน้า ส่งยิ้มสดใสกลับไปให้ชายหน้าหวาน โฮซอกมองภาพที่เจ้าตัวถูกจองกุกลูบหัวด้วยความเอ็นดูขณะที่ในใจเริ่มรู้สึกตงิด โดยเฉพาะในวันที่นัมจุนกับซอกจินหายไปและวิโอเรลอยู่ในเต็นท์ ทว่าเป็นต้องพับความคลางแคลงนั้นเมื่อระลึกได้ว่าอีกฝ่ายไร้เดียงสาเกินกว่าจะเป็นผู้ร้ายเหมือนอย่างที่เขาคิด




     ทั้งวันนี้เด็กหนุ่มทั้งสี่ใช้เวลาหมดไปกับการช่วยเจ้าหน้าที่หาตัวคนหาย แต่สุดท้ายกลับไร้ซึ่งวี่แวว หลังจากทานอาหารค่ำเสร็จก็เข้านอนเร็วกว่าปกติ เพราะพรุ่งนี้ต้องรีบตื่นเช้าเพื่อเก็บข้าวของและออกเดินทางกลับไปยังเมืองหลวง

     จองกุกล้มตัวลงนอนหวังพักผ่อนเอาแรง ในใจเป็นกังวลมากขึ้นหลังจากเจ้าหน้าที่ได้ติดต่อทางญาติของเพื่อนทั้งสามถึงการหายตัวไป เขาพยายามข่มเปลือกตาลง ทว่าความกระวนกระวายที่มีทำให้เขาหลับไม่ลง

     วิโอเรลที่อยู่ในอ้อมกอดสังเกตได้ถึงอาการเหล่านั้น รวมถึงลมหายใจที่ดูหยาบและแรงกว่าปกติ

     “จองกุก นอนไม่หลับเหรอ”

     คนถูกทักค่อยๆปรือตาขึ้น สบมองกับดวงตารีเรียวที่มีชั้นตาไม่เท่ากัน

     “ครับ... นอนไม่หลับ”      

     “เพราะเรื่องสามคนนั้นใช่ไหม”

     ร่างสูงไม่แม้แต่จะตอบหรือพยักหน้า แต่เปลือกตาที่หลุบลงเพื่อซ่อนความมัวหมองนั้นทำให้ร่างบางมองปราดเดียวก็รู้

     “ให้วีช่วยไหมล่ะ” เขายกแขนรองศีรษะ

     “ยังไง?”

     “ร้องเพลงกล่อมไง”

     จองกุกยิ้มขำ เลิกคิ้วอย่างแปลกใจ “วีร้องเพลงเป็นด้วยเหรอ?”

     วิโอเรลพยักหน้าเบาๆ ใช้มือข้างที่ว่างค่อยๆลูบกลุ่มผมสีเข้มของชายหนุ่มที่รัก

     “หลับตาสิ”

     เปลือกตาใสสีขาวของชายหนุ่มหรี่ลงกระทั่งปิดสนิท จองกุกฟังคนรักร้องเพลงขณะที่ศีรษะยังคงถูกลูบ ราวกับเด็กน้อยที่นอนฟังผู้เป็นแม่ขับกล่อมด้วยเสียงเพลงแสนหวาน

Come little children, I'll take thee away,

มาเถิดเด็กน้อยเอ๋ย ข้าจะเผยให้เจ้าดู

Into a land of enchantment.

พาเจ้าเข้าสู่ดินแดนแปลกตา

Come little children, The time's come to play,

มาสิเด็กน้อย ได้เวลาเล่นกันแล้ว

Here in my garden of shadows.

เล่นในนี้ ที่สวนแห่งเงาของข้า

Follow sweet children, I'll show thee the way,

ตามมาสิหนูๆ ข้าจะแสดงให้เห็นเอง

Through all the pain and the sorrows.

ทั้งความเจ็บปวดและความเศร้าโศก

Weep not poor children, For life is this way,

อย่าร้องนะเด็กน้อยผู้น่าสงสาร ทั้งหมดนั้นคือชีวิต

Murdering beauty and passions.

ละทิ้งความดีและห้วงกิเลสเหล่านั้นเสีย”

     ราวกับเสียงขับร้องนั้นคือคาถาอันศักดิ์สิทธิ์ จองกุกเข้าสู่ห้วงนิทราอย่างช้าๆขณะร่างบางยังเปล่งเสียงหวาน ลูบศีรษะและหน้าผากเนียนด้วยความรักใคร่ ทว่าในน้ำเสียงหวานล้ำนั้น กลับแฝงไว้ซึ่งความเย็นยะเยือกชวนน่าขนลุก

     จองกุกประคองสติอันน้อยนิดไว้และถามคำถามหนึ่ง

     “วีไปได้ยินเพลงนี้จากไหน”

     วิโอเรลระบายยิ้ม หยุดร้องครู่หนึ่งเพื่อตอบแฟนหนุ่ม 

     “มีคนเคยร้องให้วีฟังน่ะ”

     คนคนนั้น... คนที่ตั้งชื่อให้เขาและยังเป็นคนที่เขารัก

     ในที่สุดชายหนุ่มก็พ่ายแพ้ให้กับความง่วงที่มากเสียจนไม่อาจทัดทาน เขาหลับสนิทภายใต้ฝ่ามือเรียวบางของคนรัก คนเฝ้าดูอมยิ้ม ไล้ปลายนิ้วเย็นเฉียบมาที่ปลายจมูกและรีบชักออก

     “ราตรีสวัสดิ์ที่รักของวี”

     เขาทาบจูบบนหน้าผากทีหนึ่งเหมือนแทนคำล่ำลา พยุงกายลุกขึ้นออกไปจากเต็นท์เมื่อมีเสียงร้องคร่ำครวญดังจากในท้อง ก่อนจะไปจากที่นี่เขาอยากจับกินเหยื่อสักตัว เพราะไปอยู่กับจองกุก เขาต้องอดลิ้มรสเนื้อหวานๆอย่างเนื้อมนุษย์แน่ ดังนั้นครั้งนี้จึงเป็นครั้งสุดท้าย ว่าแล้วก็กวาดสายตาระหว่างสองเต็นท์ ตอนนี้โฮซอกย้ายออกไปนอนด้วยการใช้เต็นท์ของพวกนัมจุนแทน เท่ากับว่าตอนนี้จีมินนอนอยู่คนเดียว

     วิโอเรลกระหยิ่มยิ้ม เดินตรงไปยังเต็นท์หลังหนึ่งซึ่งไม่มีไฟส่องสว่าง เมื่อรูดซิปผ้าร่มอย่างเบามือก็เห็นร่างหลับปุ๋ยของชายหน้าหวานอย่างจีมิน เขาคลานเข้าไปแบบระมัดระวัง รูดซิปปิดผ้าร่มไว้ทั้งสองชั้น จากนั้นคลานขึ้นไปคร่อมร่างล่ำสันเต็มไปด้วยมัดกล้ามสมชายชาตรี ร่างกายของอีกฝ่ายช่างน่าหลงใหลเสียจนเขาอยากลองชิมสักครั้ง แต่เพราะคำขอที่ว่าอยากเป็นคนสุดท้ายของจองกุกได้รั้งความปรารถนานั้นไว้ ทำให้มือเรียวที่ลูบไปตามแผงอกกว้างเปลี่ยนมาที่ใบหน้าแทน

     “ต้องขอโทษด้วยจริงๆจีม”

     มือข้างนั้นเลื่อนขึ้นมาอุดที่ปาก วิโอเรลโน้มหน้าลงไปยังซอกคอพร้อมกับอ้าปากเผยคมเขี้ยว ขณะที่ร่างกายเริ่มเปลี่ยนไปทีละส่วน หางยาวงอกขึ้นเช่นเดียวกับใบหูกลม ลายสีดำวาดผ่านผิว ตาสีฟ้าทอระยับในความมืด

     ระหว่างที่ปลายเขี้ยวจวนจะสัมผัสผิวขาวๆ เสียงย่ำเท้าและเสียงรูดซิปเต็นท์ได้เรียกใบหน้าของเสือสมิงหนุ่มให้เงยขึ้น

     “จีม มึงหลับรึยัง กูขอยืมโฟมล้างหน้า... หน่อย...”

     โฮซอกลืมเค้นเสียงตัวเอง ตาเรียวเล็กเบิกโตให้กับภาพเบื้องหน้า

     “โฮก!”

     เขาพูดอะไรไม่ออก ได้แต่ล้มลงก้นจ้ำเบ้าหลังจากโดนคำรามโดยปีศาจในร่างมนุษย์ครึ่งเสือ แขนขาตะกุยหนีก่อนพยุงร่างสั่นเทาให้ลุกขึ้นยืน ตอนนี้สติเขาแตกกระเจิง รู้แต่ว่าต้องไปบอกเพื่อนอีกคนให้รีบออกไปจากที่นี่

     “ไอ้กุก! กุก! ตื่นดิวะเฮ้ย!”

     โฮซอกรูดซิปเต็นท์ ตะโกนปลุกร่างสูงพร้อมใช้มือเขย่าตัวแรงๆ เจ้าของร่างร้องเสียงหงุดหงิดในลำคอก่อนสบถด่าด้วยความโมโห

     “อีเ*ย คนจะหลับจะนอน”

     จองกุกใช้แขนปัดพลางหันหลังหนี เลื่อนชายผ้าห่มขึ้นมาคลุมหัวเสียแทบมิด โฮซอกจึงจำต้องกระชากผ้าห่ม ดันไหล่เพื่อนให้หันกลับมาทางเดิม

     “มึงต้องตื่นเดี๋ยวนี้ไอ้กุก! นี่มึงไม่รู้เลยเหรอว่ากำลังนอนกับตัวอะไร!”

     คำถามนั้นทำให้คิ้วคมเข้มขมวดมุ่น จองกุกฝืนลืมตาดันตัวขึ้นนั่ง ใช้ตาที่ยังไม่ตื่นเต็มดวงในการจ้องตอบ

     “มึงบ่นเชี่ยไรของมึงโฮป กูก็นอนกับวีไง”

     ทว่าพอหันไปอีกด้าน ร่างที่ควรนอนอยู่ข้างๆกลับมีเพียงฟูกที่นอนยับๆและไออุ่นที่ยังคงหลงเหลือจางๆ

     “อ้าว เมียกูหายไปไหนวะ?”

     จองกุกเอามือสัมผัสที่นอนเปล่าๆนั้นราวกับไม่อยากเชื่อ สายตาก็สอดส่องไปทั่วเต็นท์ แต่สิ่งที่เขาเจอมีเพียงใบหน้าเคร่งเครียดของเพื่อนตัวดีที่บังอาจมาปลุกเขากลางดึก

     โฮซอกบีบไหล่อีกคนแน่นขึ้น “นี่มึงยังกล้าเรียกมันว่าเมียอีกเหรอ กูถามจริงเถอะไอ้กุก มึงรู้อะไรบ้างวะเนี่ย!”

     “สัส กูเจ็บนะเว้ย” คนถูกเขย่าไหล่กำข้อมือคืน “แล้วมึงบ่นเชี่ยไรกูฟังไม่รู้เรื่อง!”

     นอกจากจะหงุดหงิดที่โดนรบกวนเวลานอนแล้ว เขายังต้องมานั่งฟังคำบ่นที่ต้องแปลเป็นภาษาคนอีกทีงั้นหรือ!

     สีหน้าเจ็บปวดทำให้โฮซอกต้องยอมปล่อยไหล่หนาให้เป็นอิสระ เขาหายใจเข้าลึกๆรวบรวมความใจเย็นและความใจกล้าทั้งหมดเพื่อบอกในสิ่งที่เขาเพิ่งเผชิญมา

     “กุก มึงฟังกูดีๆนะ”

     จองกุกมองอีกฝ่ายด้วยสายตาดุกร้าว แต่ก็ยอมปิดปากตั้งใจฟัง

     “ความจริงแล้ว... วิโอเรลเขาเป็น---”

     “เป็นอะไรเหรอ”

     พูดยังไม่ทันจบก็ต้องใจหายวาบให้กับเสียงทุ้มหวานที่ดังอยู่ข้างหลัง โฮซอกรีบหันก่อนเจอเข้ากับรอยยิ้มสีแดงที่ดูน่าขนลุกยิ่งกว่าครั้งใด




​To be continued

​________________________________

เกือบไปแล้วจีมิน นี่ถ้าโฮปไม่มาเจอเข้าพอดีนะ... คงมีสภาพแบบว่า... โฮปก็ช่างน่าสงสารจริง ไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะโดนไรบ้าง lol

เพลงที่วีร้องคือ come little children นะคะ มันก็ออกหลอนๆหน่อยนะ555

ความคิดเห็น