facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Regain Control : Part 7 [50%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.8k

ความคิดเห็น : 15

ปรับปรุงล่าสุด : 15 เม.ย. 2562 21:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Regain Control : Part 7 [50%]
แบบอักษร

7

มาคัสทิ้งตัวลงบนเตียงในห้องที่เพิ่งเป็นของเขาหมาดๆ เฟอร์นิเจอร์พื้นฐานมีเหมือนห้องอื่นๆ ทั่วไป ไม่มีอะไรมากกว่านั้น โต๊ะพร้อมเก้าอี้สองตัว เตียงหลังใหญ่กลางห้อง โซฟา ตู้เสื้อผ้า โทรทัศน์บนผนัง มีห้องน้ำในตัว ในตู้เสื้อผ้ามีแค่เสื้อยืดและกางเกงยืดสามตัวเท่านั้น และชั้นใน

เขาไม่เกี่ยงเรื่องนี้หรอก ดีเสียอีกที่มีคนเตรียมทุกอย่างให้

โทรศัพท์เครื่องบางถูกเก็บไว้ในลิ้นชักข้างเตียง มันจะมีประโยชน์หลังจากนี้

ร่างโปร่งตรงเข้าไปชำระร่างกายที่ใช้พลังงานไปมากเหลือเกินในวันนี้ สายน้ำอุ่นช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อให้สบายตัวมากขึ้น ในหัวคิดหาทางออกของตัวเองไปด้วย

ทั้งที่ตั้งใจจะขลุกอยู่ในห้องไม่ไปไหน แต่กระเพาะเจ้ากรรมก็ดันเรียกร้องให้ออกมาปะทะกับกลิ่นหอมเข้าพอดี

โยฮันกำลังนั่งทานมื้อเย็นอยู่หน้าครัว ฝั่งตรงข้ามของเขามีจานพาสต้าควันฉุยวางอยู่

มาคัสเดินตรงไปนั่งโดยไม่ลังเล

"เป็นเจ้าของโรงแรมมันก็ดีอย่างนี้ล่ะนะ มีทุกอย่างเสิร์ฟให้ถึงที่" ปากพูดในขณะที่กำลังเคี้ยวพาสต้าไปด้วย คนฝั่งตรงข้ามจึงวางส้อมและมีดในมือลง สเต๊กพร่องไปกว่าครึ่งแล้ว

"เวลาเคี้ยวอาหาร ไม่ควรพูด"

อาการกระตุกเกิดขึ้นทันทีเมื่อคนฟังสำลัก ทั้งขำและไอออกมาพร้อมๆ กัน จนชิ้นพาสต้าแทบกระเด็นออกจากปาก

"อย่าบอกนะว่าจะตั้งตัวเป็นผู้ปกครองกันจริงๆ "

"เด็กที่ถูกตามใจจนเคยตัวอย่างนายควรมีคนอบรมสั่งสอนเสียบ้าง" เพราะแค่ดูก็รู้เลยว่าคงถูกเลี้ยงอย่างตามใจมาตั้งแต่เด็กๆ

"ถ้าการปากกัดตีนถีบเลี้ยงตัวเองมาตั้งแต่เด็กคือการถูกเลี้ยงอย่างตามใจ ก็คงใช่"

มือที่กำลังหั่นสเต๊กหยุดลงทันที เขาเคยสั่งให้คนสืบค้นเรื่องราวของมาคัส แต่ไม่เคยลึกถึงเรื่องครอบครัว

"แต่ฉันก็ตามใจตัวเองมาตลอดจริงๆ นั่นแหละนะ"

ดวงตาสีเฮเซลนัทมองคนที่กำลังกินพาสต้าตรงหน้านิ่ง ดวงตาซุกซนเงยขึ้นสบกับเขาโดยไร้ร่องรอยความรู้สึกใด ไม่เศร้า ไม่นึกเสียใจหรือโทษโชคชะตาร้ายๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต เพราะมาคัสเข้มแข็ง เขาดูแลตัวเองได้ดี ...ดีมากจนเกินไปด้วยซ้ำ

สิ่งเหล่านั้นหล่อหลอมรวมกันจนกลายเป็นความแข็งกระด้าง และเป็นเขาอย่างทุกวันนี้

มีแค่ตัวเองและตัวเองมาโดยตลอด

ใครอื่นจึงไม่มีความสำคัญ

"นั่นคือเหตุผลที่ฉันอยู่ตรงนี้ไง"

มือที่กำลังตักเพนเน่เข้าปากชะงักไปชั่วครู่ เป็นจังหวะการเคลื่อนไหวที่หยุดไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนมาคัสจะกลบเกลื่อนมันด้วยท่าทางปกติ แน่นอนว่าไม่มีทางหลุดรอดดวงตาสีเฮเซลนัทไปได้

เพราะคนพูดตั้งใจให้ตีความหมายได้หลายแง่ อยู่ที่ว่าคนฟังจะคิดอย่างไร

"เพราะเด็กเอาแต่ใจอย่างนายควรมีฉันช่วยสั่งสอน"

"หึ"

น่าแปลกที่ครั้งนี้ความรู้สึกต่อต้านไม่มากเท่าที่ควร

"รู้มั้ยว่ายิ่งย้ำเรื่องฉันเด็กมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งย้ำว่านายแก่มากเท่านั้น"

โยฮันไม่ตอบ เพียงก้มลงหั่นเนื้อเป็นชิ้นพอดีคำและเริ่มทานต่อหลังจากที่หยุดไปพร้อมๆ กับความตึงเครียดที่เริ่มบรรเทาลง

แต่บรรยากาศบางเบาด้วยความผ่อนคลายกลับอยู่ได้ไม่นาน เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนี้ จานที่อาหารหมดเกลี้ยงถูกวางทิ้งไว้บนโต้ะ และทั้งสองคนเคลื่อนย้ายมาที่โซฟากลางห้อง ตรงหน้าคือภาพข่าวที่ยังคงฉายซ้ำ และรายงานความคืบหน้าที่ไม่ได้แตกต่างจากเดิมเลย

"นายสงสัยใคร"

"ไม่ต้องสงสัย เพราะเป็นคนคนนั้นไม่ผิดแน่"

โยฮันนิ่งเงียบรอฟังสิ่งที่มาคัสกำลังจะพูดต่อ แต่เจ้าตัวกลับนิ่งเงียบไปนานจนอดหันหน้าไปมองไม่ได้

"คนฉลาดอย่างนายก็น่าจะรู้ว่าเป็นใคร ไม่เห็นต้องถาม"

"ฉันจำเป็นต้องมั่นใจ เพราะระดับนายคงไม่สร้างปัญหาให้คนแค่คนเดียวแน่"

คนฟังหลุดขำออกมาเล็กน้อย แน่นอนว่ามันไปไม่ถึงดวงตา เพราะครั้งนี้เป็นตลกร้ายที่หมายถึงชีวิต

"วิลเลียม"

จริงอยู่ที่มาคัสไม่ได้มีศัตรูแค่คนเดียว แต่ส่วนใหญ่เป็นศัตรูเก่าเก็บ ไม้เบื่อไม้เมากระทบกระทั่งกันบ้าง แต่ที่ครั้งนี้มันน่ากลัวเพราะเป็นศัตรูที่เคยเป็นมิตร แถมรู้ไส้รู้พุงกันดีเหลือเกิน

"เสียหายไปมากแค่ไหน"

"น่าจะพอสร้างโรงแรมแข่งกับนายได้ครึ่งหนึ่ง"

...มากทีเดียว

โยฮันไม่คาดคิดว่ามาคัสจะถลำลึกมากถึงขนาดนั้น

"แล้วต้องการอะไร ถ้ามันอยากได้ชีวิตมันก็คงยิงเราไปแล้ว"

"เงินไงล่ะ มัดจำจำนวนครึ่งหนึ่งของทั้งหมด แต่ฉันไม่มีวันคืนให้มันแน่ เพราะฉันเองก็เสียหาย คนที่ควรจะคืนเงินให้พวกมันก็นายไง ฝีมือนายนี่"

"สิ่งที่หมอนั่นควรได้รับจากเรื่องที่ทำลงไปคือเข้าไปชดใช้ในคุก ไม่ใช่ได้รับเงินคืนและมาเรียกร้องด้วยวิธีนี้"

"งั้นทำไมฉันถึงยังอยู่ตรงนี้ได้ล่ะ"

เป็นประโยคคำถามที่ไม่ได้รับคำตอบใดๆ เพราะโยฮันก็ตอบคำถามให้ตัวเองไม่ได้เหมือนกัน เขายินดีส่งคนชั่วอย่างวิลเลียมเข้าคุกโดยไม่จำเป็นต้องคิด แต่กับคนที่นั่งอยู่บนโซฟาตัวเดียวกันกลับไม่ใช่ ...ทั้งที่ความผิดที่พวกเขาทำไม่ต่างกัน

"แย่หน่อยนะ ดูเหมือนออร่าสีขาวแห่งความดีของนายจะแปดเปื้อนเพราะฉันแล้วสิ"

"ไม่มีใครขาวสะอาดได้ทั้งหมดหรอกเด็กน้อย นายเพิ่งเห็นแค่ในส่วนที่ฉันอยากให้นายเห็นเท่านั้น"


มาคัสอยู่ที่นี่มาสามวันแล้ว

การข่มขู่จบลงเพียงเท่านั้น ผ่านมาสามวันแล้วแต่ไม่มีอะไรอีก นักข่าวเลิกสนใจข่าวนี้และหันไปจับข่าวนักแสดงสาวที่คลอดลูกออกมาหน้าตาไม่เหมือนคนเป็นพ่อแทนง่ายดายราวกับสายลมพัด และผู้คนจะลืมการโจมตีในวันนี้ไปเหมือนไม่เคยเกิดขึ้น

ร่างโปร่งเดินตามเจ้าของโรงแรมด้วยความเบื่อหน่ายเช่นเคย หลังจากงานเอกสารที่เขาต้องถ่างตาช่วยดู ก็เป็นการเดินตรวจความเรียบร้อยโดยรอบ

เบื่อ

อยากหาอะไรสนุกๆ ทำ

นี่คือสิ่งที่เขาคิด ในเมื่อทำตัวเป็นเด็กดีมาได้สักพักแล้ว โยฮันจัดการกับข้าวของส่วนตัวให้มาคัสใหม่ทั้งหมด เสื้อผ้า เครื่องใช้ และโทรศัพท์มือถือ ดังนั้นเขาจึงคืนโทรศัพท์เครื่องเก่าให้ลูอิสไปแล้ว คนสนิทของเขาได้รับสิทธิพิเศษเข้าออกห้องได้ตามสะดวก แต่แน่นอนว่าไม่เคยคลาดจากสายตาของโยฮันและคนของเขาไปได้

และวันนี้มาคัสจะทดสอบเรื่องนั้นสักหน่อย

โยฮันต้องเข้าประชุมในช่วงเย็น มาคัสได้รับอนุญาตให้กลับห้องก่อน ...โอกาสมาถึงแล้ว

"ฉันอยากไปข้างนอก"

ลูอิสตัวแข็งทื่อเมื่อได้ยินสิ่งที่เจ้านายบอก เพราะช่วงเวลาสงบสุขเพิ่งผ่านไปได้แค่สามวันเท่านั้นเอง

"แต่เราถูกจับตามองอยู่นะครับ คงไม่ใช่เรื่องง่าย"

"ไคล์เข้าประชุมด้วยไม่ใช่หรือไง เหลือแต่ตัวเล็กๆ จัดการไม่ยากหรอกน่า"

"แต่ผลที่จะตามมา...."

มาคัสจิ้ปากด้วยความหงุดหงิด ทั้งที่อายุไม่หนีกันเท่าไหร่แต่ทำไมความคิดความอ่านช่างเหมือนคนแก่ขี้บ่นแบบนี้นะ

"เขาอยากให้ฉันอยู่ที่นี่ฉันก็อยู่ แต่ไม่ได้บอกนี่ว่าห้ามไปไหน"

"แล้วเรื่องของวิลเลียมล่ะครับ มันไม่ปลอดภัย"

"มันยังไม่กล้าลงมืออีกในเร็วๆ นี้หรอก ข่าวเพิ่งจะซาไปเอง"

"แต่ว่า..."

"ออกไปดูข้างนอกสิว่ามีคนอยู่มั้ย เราลงลิฟต์ไปชั้นสอง ลงบันไดหนีไฟไปชั้นหนึ่งออกทางออกพนักงาน นายไปเรียกแท็กซี่วนมารับฉันที่ด้านหลัง"

แผนถูกวางเป็นฉากๆ แต่ลูกน้องก็ยังอดหนักใจไม่ได้อยู่ดี ใช่ว่าจะหลบหูตาสับปะรดของโยฮันได้ แต่ถึงหลบไปได้แล้วยังไงล่ะ กลับมาก็ไม่รู้ว่าจะเจอกับอะไรอีกสถานะตอนนี้ยังไม่ควรสร้างปัญหาแท่ๆ

แต่หากโยฮันบอกว่ามาคัสถูกเลี้ยงดูมาด้วยการตามใจละก็ อูลิสเป็นหนึ่งในนั้นแน่นอน

ทั้งสองจึงมานั่งตากแอร์เย็นฉ่ำอยู่ในรถแท็กซี่แบบนี้ไง แต่คนขับคงแปลกใจหากมองมา เมื่อคนหนึ่งระบายรอยยิ้มประดับใบหน้าสบายอกสบายใจ ส่วนอีกคนนั้นกระวนกระวายร่วงหน้าไปก่อนแล้ว

ปลายทางแรกคือบ้านของมาคัส เพราะเขาต้องการรถที่จอดทิ้งไว้ และลูอิสมีกุญแจติดตัวมาด้วย ส่วนเป้าหมายต่อไปนั้นเป็นสถานที่ลึกลับที่มาคัสโปรดปราน

อาจเป็นเพราะยังไม่ใช่เวลาเย็นมากนักผู้คนจึงยังไม่มากเท่าที่ควร แต่เสียงเพลงบีตหนักๆ และแสงวูบวาบก็ช่วยผ่อนคลายความเบื่อหน่ายให้มาคัสได้แล้ว ขาดอยู่อย่างเดียว....

"มาคนเดียวเหรอครับ"

คนที่แสร้งว่ามาคนเดียวหันตามเสียงหวานที่เดินเข้ามาทักด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่มเพราะนี่คือสิ่งที่เขารอ ส่วนลูอิสน่ะเหรอ นั่งอยู่หน้าบาร์ถัดออกไปอีกสามเก้าอี้นั่นไง

"ก็ขึ้นอยู่กับว่าใครถาม" น้ำเสียงเจ้าเล่ห์เรียกรอยยิ้มหวานประดับใบหน้าร่างเล็กตอบกลับมา

ตัวเล็กสเปกป๋า ทำไมมาคัสจะไม่ชอบ

"ผมก็ถามอยู่นี่ไง มาคนเดียวเหรอครับ"

"ครับ"

เพียงเท่านั้นปลาก็งับเหยื่อ เมื่อร่างเล็กไม่ยอมห่างกายมาคัสอีกเลย ผู้คนทยอยเข้ามาเรื่อยๆ ความคึกคักจึงเพิ่มขึ้นตาม แอลกอฮอล์แก้วแล้วแก้วเล่าถูกสั่ง ร่างเล็กเริ่มเบียดแนบกายเข้าหา จนกระทั่งร่างบางเกยอยู่บนตักมาคัส และใบหน้าเล็กโน้มเข้ามานัวเนียโดยไม่แคร์สายตาใคร

มาคัสปล่อยให้คนตัวเล็กทำตามใจ ก่อนเสียงแกะห่อฟอยล์ดังเข้าหู เจ้าตัวส่งช็อกโกแลตก้อนเหลี่ยมเข้าปากกัดไว้ครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งนั้นยื่นเข้าหาให้มาคัสลิ้มรส

"อะไร"

ร่างบางตอบไม่ได้เมื่อมีสิ่งนั้นคาอยู่ พลางดุนดันจนริมฝีปากแนบสนิท มาคัสจึงรับสิ่งนั้นเข้ามาอย่างเสียไม่ได้ ตามด้วยจูบเร่าร้อนจากฤทธิ์แอลกอฮอล์

รสหวานเลี่ยนบาดลิ้นตัดความขมปร่าในปาก ร่างบางบดเบียดทุกส่วนแนบเข้าหาจนไร้ช่องว่างระหว่างกัน อารมณ์จุดติดในจูบเดียวจนน่าประหลาดใจ มาคัสปล่อยให้คนตัวเล็กชักนำและปรนเปรออยู่อย่างนั้น จนเขาเลื่อนลงจากตัก และกระตุกให้เดินตามไป

แต่ทันทีที่เท้าเหยียบพื้นอาการโครงหัวก็เข้าเล่นงานทันทีจนซวนเซ ร่างเล็กจึงเข้าประคองด้วยรอยยิ้มฉ่ำเยิ้ม เสียงหัวเราะคิกคักตามเข้ามาในโสตประสาท

"แค่นี้ก็เมาแล้วเหรอ"

ไม่มีทาง ดื่มแค่นี้คนอย่างมาคัสไม่มีทางเมาแน่ ยกเว้นเสียแต่...

"เมื่อกี้เอาอะไรให้ฉันกิน"

"ของหวาน"

เวรเอ๊ย

อยากจะขัดขืนแรงดึงที่กำลังตรงไปยังห้องน้ำ แต่ร่างกายเกิดอ่อนแรงขึ้นมาเสียดื้อๆ แถมผิวตรงที่โดยสัมผัสยังร้อนวูบวาบจนไม่อยากให้อีกฝ่ายปล่อยเสียอย่างนั้น...อยากได้มากกว่านี้ อารมณ์พลุ่งพล่านเรียกพละกำลังกลับมา

จากที่เป็นฝ่ายถูกดึง มาคัสกลับรั้งร่างเล็กเข้ามาแนบอก ซุกไซร้ใบหน้าเข้ากับคนในอ้อมแขนที่ก้าวไม่ทันใจเสียที

"ใจเย็นๆ สุดหล่อ ตรงนี้ไม่นะ" เสียงหวานกระซิบข้างหู เรียกเสียงคำรามต่ำในลำคออย่างหงุดหงิดเมื่อสัมผัสที่ต้องการผละออกไป

ไม่

หยุดเดียวนี้

ความขัดใจทำให้กระชากร่างเล็กเข้ามากอดอีกครั้ง ถูลู่ถูกังจนไปหยุดที่โต๊ะว่างโต๊ะหนึ่งห่างจากห้องน้ำเพียงไม่กี่ก้าว มาคัสดันอีกฝ่ายลงกับโซฟา

"ขี้โกงนี่นา นายให้ฉันกินไอ้ก้อนหวานๆ นั่นคนเดียว" ปากบอกในขณะที่ก้มลงพรมจูบใส่ร่างเล็กไปทั่ว แทนที่อีกฝ่ายจะนึกอายกลับกลั้วหัวเราะคิก เพราะตอนนี้หลายคนเริ่มสนใจพวกเขาแล้ว

มือบางไล้ลงตามลำคอของมาคัส ก่อนจะหยิบขนมออกมาอีกชิ้นและยัดเข้าใส่มือคนที่คร่อมทับอยู่ด้านบน

"ป้อนผมสิ"

มาคัสยกสิ่งนั้นขึ้นกัดห่อฟรอยด์ออกทันทีโดยไม่ลังเล แต่ยังไม่ทันได้ป้อนอีกฝ่ายโลกของเขาก็พลิกตะแคงกลับด้าน วินาทีหนึ่งตรงหน้าของเขายังเป็นร่างบางน่าฟัดแต่วินาทีต่อมากลับกำลังเผชิญหน้ากับดวงตาสีเฮเซลนัทเรืองรอง

แน่นอนว่าคนเมาย่อมมองไม่เห็นความกรุ่นโกรธในนั้น

จะเป็นใครก็ได้ทั้งนั้นในตอนนี้

"อ้ามมมม" มาคัสป้อนของหวานในมือให้คนตรงหน้าทันที แม้ในหูจะได้ยินเสียงโวยวายเล็กๆ จากคนที่ถูกเมิน แต่มาคัสในตอนนี้ไม่สนใจอะไรแล้ว ความร้อนผ่าวในร่างกายต้องการการปลดปล่อย

แต่กลับต้องหงุดหงิดเพราะถูกปฏิเสธโดยการเบือนหน้าหนี แต่เจ้าตัวไม่ยอมแพ้

"กินสิ เร็วๆ เข้า อย่าเล่นตัว"

"นายเมาหรือไง" เสียเข้มเอ่ยถามแต่มาคัสไม่สนใจจะฟัง

ไม่ใช่ว่าขาดสติ เขายังคงพูดคุยรู้เรื่อง และจำได้ว่าคนตรงหน้าคือใคร เพียงในหัวกำลังถูกครอบงำด้วยบางอย่างที่ปลุกตื่นขึ้นมาแล้ว และสิ่งนั้นทำให้ไม่สนต่อให้เป็นโยฮันก็ตาม

"อ้าปาก"

มาคัสยังคงพยายามป้อนของหวานชิ้นนั้นไม่เลิกจนร่างสูงรวบตัวคนในอ้อมแขนเดินตามออกมาด้านนอก ทั้งแสงสีชวนเวียนหัว และผู้คนมากมายที่มุงดูไม่เลิกรา ปล่อยทิ้งให้ลูกน้องจัดการคนตัวเล็กที่กำลังโวยวาย

"เดินดีๆ "

ไอ้เจ้าเด็กนี่ก็เกาะแน่นเป็นลิง ไม่รู้ว่าดื่มไปมากแค่ไหน แต่ถึงขนาดทำให้เสียตัวตนขนาดนี้ได้ก็คงจะหนักหนาพอดู ทั้งที่แค่เข้าประชุมไปเพียงชั่วโมงเดียว ออกมาเจ้าตัวดีก็หายไปราวกับเล่นมายากล ยังดีที่เขาเปิดระบบติดตามในโทรศัพท์ที่ซื้อให้มาคัสไว้โดยที่เจ้าตัวไม่รู้ แล้วดูสิว่าเกิดอะไรขึ้น

ยัดเจ้าตัวเข้าไปในรถด้วยความทุลักทุเล ตั้งใจจะเค้นความจริงจากลูกน้องคนสนิทที่ออกมาด้วยกัน แต่กลับถูกคนบนรถคว้าแขนเอาไว้แน่นพยายามดึงเขาตามเข้าไป

ร่างสูงถอนหายใจเฮือกใหญ่ และเก็บเรื่องนี้ไว้จัดการทีหลัง

"กลับ"

ไคล์รับคำและรถเคลื่อนตัวออกทันที โดยลูอิสตามไปด้วยรถอีกคันหนึ่ง

พรึ่บ!

ยังไม่ทันได้ตั้งตัวเจ้าเด็กดื้อก็ขึ้นมานั่งคร่อมทับบนตักเขาเสียแล้ว และไม่พูดพร่ำทำเพลงเมื่อปากร้อนประกบลงมาและดันสิ่งที่อยู่ในปากให้โยฮันรับไว้ รสชาติหวานเลี่ยนจนคนไม่ชอบของหวานขมวดคิ้วมุ่น ตั้งใจปฏิเสธ แต่เรียวลิ้นเล็กดันมันเข้ามาจนสุด โยฮันจึงจำต้องกลืนอย่างไม่มีทางเลือก และตั้งท่าจะผละออกมาหายใจ แต่กลับถูกปากบางเม้มแน่นรุกไล่ไม่ยอมให้เบี่ยงหนี จูบนี้ทั้งเร่าร้อนและมอมเมาในคราวเดียว มือสองข้างขยุ้มคอเสื้อไว้แน่น ร่างบนตักบดเบียดสะโพกเข้าหา จนโยฮันต้องดันร่างโปร่งออกไปด้านข้างก่อนที่บางอย่างจะเตลิดไปมากกว่านี้

เสียงดังจ๊วบเกิดขึ้นทันทีเมื่อมาคัสถูกดันออกไปด้วยความไม่เต็มใจ

"ฮื่ออ" เจ้าลูกแมวส่งเสียงขู่ในลำคอ

มือหนาดันอีกฝ่ายให้อยู่ห่างๆ ไว้

"สร่างเมาเมื่อไหร่นายจะเสียใจกับเรื่องนี้แน่" โยฮันกัดฟันกรอดเมื่อร่างกายเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาบ้างแล้ว ก็เล่นเบียดตัวเข้าหากันขนาดนั้น ไม่ตื่นขึ้นมาสิแปลก

"ไม่" น้ำเสียงเอาแต่แต่ใจดังประท้วงทันควัน จนโยฮันต้องหันไปเร่งให้ไคล์ขับเร็วกว่านี้ ไม่อย่างนั้นคงได้ถูกเจ้าเด็กพยศจัดการบนรถแน่ ไม่นานหลังจากนั้นก็ถึงโรงแรมด้วยความทุลักทุเล โดยที่อุณหภูมิในร่างกายเริ่มแผดเผา

โยฮันกัดฟันทุกย่างก้าวดับความพลุ่งพล่านในร่างกายให้ดับลง แต่ดูเหมือนทุกอย่างยิ่งเลวร้ายขึ้น

"นายครับ..."

"ไม่เป็นไร" โยฮันบอกปัดน้ำเสียงเป็นห่วงของไคล์ขณะกำลังใช้ลิฟต์ส่วนตัวกลับขึ้นห้อง โดยมีมาคัสยืนเกาะแน่นอยู่ไม่ห่าง

จนกระทั่งกลับมาถึงห้องและประตูปิดลง พร้อมอารมณ์ที่ระเบิดออกอย่างห้ามไม่อยู่ร่างบางถูกอัดเข้ากับกำแพงพร้อมสติขาดผึง

ความถูกผิดพ่ายแพ้ให้กับอารมณ์ครอบงำ

"ความผิดนายเองนะ! "




50%

>>>>

ตัดให้ขาดเลยฉับๆๆๆ

อย่าโกรธกันน้า มันถึงจำนวนหน้าพอดีเลยยย

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว