ภาคสองนี้เราจะพยายามแต่งให้ดีกว่าเดิมนะคะ ขอคำชี้แนะด้วยนะ ><

ชื่อตอน : Special 2

คำค้น : BTS , kookv

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.1k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 15 เม.ย. 2562 12:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Special 2
แบบอักษร

​SPECIAL II


"ว้าว! บรรยากาศดีชะมัด"

เสียงอุทานแสนร่าเริงของจีมินดังขึ้นท่ามกลางความเมื่อยล้าของสมาชิกคนอื่น วันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ แทฮยองที่ไม่อยากคุดคู้อยู่ในบ้านจึงชวนสามีกับลูกรวมทั้งจีมินและยุนกิมาปิคนิคด้วยกัน 

จองกุกหิ้วตะกร้าซึ่งบรรจุไปด้วยลูกงูทั้งสิบแปดตัวมายืนข้างภรรยาตัวเล็ก สายตากลมกวาดมองทุ่งหญ้าเขียวขจีแห่งฤดูใบไม้ผลิ และทะเลสาบกว้างใหญ่ที่สะท้อนแสงอาทิตย์ยามเช้าจนส่องแสงวิบวับดั่งกากเพชร

"เหนื่อยไหมแท ไปที่ใต้ต้นไม้ตรงนั้นเถอะ พี่จะได้ปูเสื่อให้"

รอยยิ้มแต้มบนดวงหน้าอิ่มเอิบบ่งบอกให้รู้ว่าตัวเองไหว แทฮยองเดินกุมท้องโตๆของตัวเองไปกับเพื่อนสนิทซึ่งมีสภาพไม่ต่างกัน แต่ท้องของจีมินโตกว่าเพราะใกล้ถึงเวลาคลอดเต็มแก่ สองเพื่อนรักช่วยกันประคองไปยืนรอใต้ต้นไม้ร่มรื่น ขณะที่พ่อบ้านทั้งสองกำลังปูเสื่อที่มีจำนวนเกือบสิบผืนเห็นจะได้ แน่ล่ะ รวมหลานอีกสิบแปดคนก็ต้องล้นอยู่แล้ว

พูดถึงหลานๆ ตอนนี้พวกเขาเลื้อยลงจากตะกร้าและแปลงร่างอยู่ในสภาพเด็กชายหญิงตัวน้อยๆอีกครั้ง หลังจากต้องนอนเบียดกันบนตะกร้าตลอดการเดินทาง

"อ้าว วิกกี้ทำไมยังอยู่ในตะกร้าล่ะ?" วีทันทักขึ้นเมื่อเหลียวไปเห็นลูกงูยังนอนเอกขเนกตัวเดียว

"สงสัยน้องหลับอยู่มั้ง เฮียปลุกน้องสิ" แทยุนบุ้ยปาก

"แหนะ ขี้เซาอีกแล้วยัยหนู" ผู้เป็นน้องชายเดินไปนั่งยองข้างๆตะกร้า ส่วนพี่น้องคนอื่นก็ไปนั่งรวมกับผู้ใหญ่กันหมดแล้ว "หนู ตื่นได้แล้ว เราถึงแล้วนะ"

ลูกงูตัวนั้นส่งเสียงครางแผ่วพลางขยับตัว ไม่นานก็ยอมเลื้อยลงมาอย่างเชื่องช้าและค่อยๆแปลงกายเป็นเด็กผู้หญิงผมสีคาราเมลฟูฟ่อง เหมาะกับใบหน้าง่วงๆหวานๆของเจ้าตัว 

วิกกี้นั่งหาวหวอด วีทันจึงถอนหายใจและยิ้มเอ็นดู อาสาไปอุ้มน้องสาวไว้ในอ้อมแขนแสดงถึงความแข็งแรงของเด็กชายเต็มที่

"ป่ะ เดี๋ยวเฮียอุ้มหนูไปนั่งเอง"

"เฮียวีใจดีจัง..." วิกกี้ชมเสียงหวานเบาๆ มือเล็กป้อมขยี้เปลือกตา

"แต่วิกกี้ต้องให้รางวัลด้วยการจูจุ๊บเฮียด้วยนะ"

เขาชี้แก้มข้างหนึ่ง น้องสาวก็ยอมทำตามไม่มีอิดออด

"จุ๊บ"

"น่ารักที่สุดเลยยัยตัวเล็ก ขอจับมาขยำได้ไหมเนี่ย!"

แรงสะกิดเล็กๆเรียกให้เจคหันไปมอง เลิกคิ้วสูงแทนคำถาม

"พี่เจค เล่นเกมส์กันป่ะ" แทฮันชวน ชี้นิ้วโป้งไปทางข้างหลังซึ่งมีจองฮยอนนั่งอยู่ ทำให้เจครู้ว่าน้องๆทั้งสองจะขอเล่นเกมส์ด้วย

"ได้ดิ เขยิบไปนั่งตรงนู้นกัน" เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อเตรียมตัวเข้าเกมส์ จองกุกที่สังเกตเห็นจึงพูดเตือน

"ถึงเวลากินต้องมากินนะเด็กๆ"

"คร้าบ" ลูกชาย-ติดเกมส์-ทั้งสามขานรับเสียงเนือยขณะนั่งสุมหัวกันบนมุมเสื่อซึ่งอยู่ห่างจากพี่น้องคนอื่น

"เฮีย มาเล่นเกมส์ด้วยกันป่ะ?" จองฮยอนเงยหน้าถามหลังจากเห็นอีกคนก้าวเข้ามานั่งบนเสื่อโดยที่ในอ้อมแขนยังมีร่างหลับปุ๋ยของน้องสาวผมฟู

"ไม่เอาอ่ะ จะอยู่กับวิกกี้"

"ว้าว ว้าว ว้าว...เพิ่งรู้นะเนี่ยว่านายเป็นพวกซิสค่อนน่ะ" เจคเย้าแหย่จนคนเป็นน้องหน้าแดงแจ๋

"ผมเปล่าสักหน่อย! ก็ไม่มีใครดูแลน้อง ผมก็เลยดูแลแทนไงเล่า"

"เจ๋งเลยวี ทำต่อไปนะ คงต้องฝากหน้าที่นี้ไว้กับนายซะแล้ว!"

"นี่ เลิกชมและก็มาบังคับตัวละครได้แล้วพี่เจค เดี๋ยวเวลพี่ก็ช้าหรอก" แทฮันทำเป็นดุ แต่ตาจ้องจอโทรศัพท์แบบไม่ยอมวาง

"เห้ย! นี่เวลพวกนายนำโด่ขนาดนี้แล้วเหรอ"

"ก็มัวแต่คาเม้าท์ จะไม่ให้ช้าได้ไง" จองฮยอนค่อนขอดบ้าง

อีกกลุ่มที่นั่งอยู่ใกล้ๆกันกำลังสนทนาถึงเรื่องที่โรงเรียน

"ไม่ไหวเลยกับเพื่อนที่โรงเรียน เอาแต่คอยหาเรื่องกันอยู่ได้" วอลกุกบ่นกระปอดกระแปดท่ามกลางวง

จองซุนขมวดคิ้วมุ่น "แล้วทำไมพี่ถึงไม่ตอกกลับไปล่ะ? พวกนั้นจะได้เลิกรังควานไง"

"ก็ต่อยคืนแล้ว แต่พวกนั้นยังยกแก๊งค์มาหาเรื่องพี่อยู่ดี"

"แล้วไปทำอีท่าไหนถึงได้ไปมีเรื่องกับเขาล่ะ" เซนาถาม

"ฉันแค่เผลอเหยียบเท้าและก็ขอโทษ"

"หยา นั่นนายเจอพวกอันธพาลเข้าให้แล้วไงวอลกุก" โซยาอุทาน

"แล้วพวกนั้นอยู่ชั้นไหนอ่ะ?" แทยุนถาม อยากรู้จักพวกที่มารังแกน้องชาย เจอที่ไหนจะได้ซัดคืนบ้าง

"ม.1"

"ก๊าก ฮ่าๆๆ!" ทุกคนในวงสนทนาลั่นหัวเราะ ไม่นึกว่าคนที่มาหาเรื่องจะกลายเป็นรุ่นพี่ตัวโตแต่กลับแพ้ให้วอลกุกที่เป็นแค่เด็กชายตัวเล็กๆ

มิรินพยายามกลั้นขำสุดกำลัง "นายอยู่แค่ป.2 แต่พวกนั้นกลับแพ้นายเนี่ยนะ?"

"ฉันก็งงเหมือนกันเนี่ย"

"มนุษย์ก็งี้ล่ะน้า..."

จองกุกนั่งชันเข่าคุยกับยุนกิกับจีมินอยู่ ทว่าเป็นต้องละความสนใจมาที่ลูกชายคนเล็กสุดท้องที่คลานมานั่งแหมะข้างๆแทน พอเห็นพวงแก้มป่องสีชมพูระเรื่อกับดวงตากลมแป๋วสุกใสก็อดหมั่นเขี้ยวไม่ได้ จึงก้มหน้าลงไปจูบเหม่งเกลี้ยงเกลานั้นแรงๆทีหนึ่ง

"ว่าไงครับทาทา? ไม่ไปเล่นกับพี่เขาเหรอ"

"ทาทาอยากนั่งตักป่ะป๊าฮะ"

"มาสิ ฮึ้บ" เขารวบร่างอ้วนปุ๊กลุ๊กของลูกชายขึ้นมานั่งบนตัก ก่อนฝังจมูกโด่งกับแก้มนุ่มฟุ้นหอมๆเต็มฟอด ทำเอาแทฮยองที่คอยแอบมองตลอดหลุดขำเบาๆด้วยความเอ็นดู จองกุกเหลือบมองตามเสียงทุ้มหวาน เห็นอีกฝ่ายสวมหูฟังจึงเกิดความสงสัย "แทฟังอะไรเหรอ?"

"แทฟังเพลงอยู่ฮะ"

"เพลงไรครับ?"

ร่างบางทำหน้าครุ่นคิด "อืม...ความจริงมันไม่เชิงเพลงหรอก มันเป็นดนตรีคลาสสิกอ่ะ เขาบอกว่าถ้าฟังจะช่วยพัฒนาสมองของลูกในท้องด้วย"

เขาส่งยิ้มตาหยี จองกุกได้ยินก็กะพริบตาปริบๆประหลาดใจ

"ไม่ยักรู้มาก่อนเลย แทแทเนี่ยใส่ใจอีกแล้ว"

"ก็ แหม" แทฮยองอายม้วน บิดตัวไปมา "ลูกคนที่สิบเก้าเป็นคนทั้งที แทก็ต้องศึกษาไว้หน่อยสิ..."

"แล้วคนที่ยี่สิบอยากให้เป็นงูหรือคนล่ะ" จองกุกยื่นหน้ากระซิบถามจนร่างบางหน้าแดงไม่กล้าตอบ 

"ทาทาอยากได้น้องเป็นมนุษย์อีกฮะ"

"ทะ...ทาทา นี่ลูก" คนเป็นแม่ยิ่งหน้าร้อนฉ่าเพราะลูกชายคนเล็กดันได้ยิน

"ก็ทาทาอยากให้น้องมีเพื่อน"

"ป๊าแค่ล้อเล่นน่ะทา แค่นี้ม๊าเขาก็จะแย่แล้ว" จองกุกช่วยเหลือภรรยาด้วยการเฉลย

ทาทาเบ้ปาก "งั้นก็ไม่เป็นไรฮะ แล้วแต่ป่ะป๊ากับหม่าม๊าเลย"

"งอนป๊าป่ะเนี่ย" เขาเขย่าขาหวังเอาอกเอาใจทำให้ร่างลูกชายสั่นตาม

"เปล่างอนซะหน่อย"

เด็กชายยังคงเง้างอนให้พ่อของตนต่อไป ทันใดนั้นแทฮยองก็สะดุ้งเฮือก ก้มมองดูท้องด้วยสายตาตื่นตระหนก

"เป็นอะไรไปแท?" จีมินถามระหว่างสังเกตอาการของเพื่อนสนิท

"เมื่อกี้...ลูกแทดิ้นด้วยล่ะ"

"ห๊ะ! จริงเหรอ?"

ทั้งจีมินทั้งจองกุกต่างพุ่งเข้ามาหาอย่างว่องไว จนทาทาถึงกับกลิ้งตกลงมาจากตัก นั่งลูบก้นป้อยๆ

"พี่ขอฟังได้ไหมแท พี่อยากได้ยินอ่ะ นะๆ"

"ชิมก็อยากฟังด้วย"

"ผม/หนูด้วยยย"

และแล้วทุกคนก็เข้ามารายล้อมร่างบางจนแทบไม่เหลืออากาศหายใจ คนฟังก็ได้แต่ยิ้มแห้งเหงื่อแตกพลั่ก มารุมพร้อมกันแบบนี้ใครจะไปตั้งรับทันกันล่ะ

"ดะ...ได้สิฮะ แต่ทีละคนนะ"

จองกุกได้ฟังเป็นคนแรก หลังจากเอาหูแนบท้องกลมโตของภรรยาก็ตาลุกวาว เพราะไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาจึงได้ยินเสียงเด็กในท้องชัดกว่าใคร

"ลูกของเราต้องแข็งแรงมากแน่ๆเลยแท"

"ต้องแหงอยู่แล้วฮะ ก็แทดูแลตัวเองอย่างดีนี่นา" เขายอมเปลี่ยนการกินของตัวเองเพื่อสุขภาพของลูกในท้อง ทั้งยังเล่นโยคะทั้งดื่มนมบำรุง ผักที่ไม่ชอบก็ยอมกิน ขนาดนัมจุนกับซอกจินยังแปลกใจ เพราะตอนแรกเขาเป็นคนช่างเลือกและจุกจิกเรื่องกินมากถึงมากที่สุดก็ว่าได้

"หลานดิ้นจริงๆด้วย" จีมินเงยหน้าขึ้นมาทำตาเป็นประกาย "แล้วแทเจ็บไหม ลูกดิ้นแบบนี้"

"ก็ไม่นะ เขาดิ้นไม่ค่อยแรงมากแทเลยไม่เจ็บ"

"คงอยากออกมาจนเต็มแก่แล้วล่ะสิหลานตัวน้อย" เขาลูบท้องของเพื่อนสนิทอย่างเบามือ "คราวนี้จะได้กี่คนกันน้า"

"น่าจะได้คนเดียว" 

"พี่รู้ได้ไงอ่ะ?" แทฮยองถามสามีตัวเอง คิดว่าอีกฝ่ายคงพูดโม้

"ก็พี่ได้ยินเสียงหัวใจเต้นแค่ดวงเดียว"

เขาเอานิ้วชี้หู ส่วนแทฮยองกับจีมินก็อ้าปากตะลึงค้าง ยกเว้นยุนกิเพราะเป็นอมนุษย์เหมือนกันจึงเข้าใจ และมันเป็นเรื่องธรรมดามากสำหรับพวกเขา

อะไรจะขนาดนั้น! สองคุณแม่ได้แต่คิดเช่นนี้

"โห น้องดิ้นใหญ่เลยอ่ะ ต้องอยากออกมาเล่นกับพวกพี่ๆแน่เลย" แทยุนยิ้มร่า หันไปพูดกับน้องๆที่กำลังต่อแถวด้วยความดีใจ

"ชักอยากลองตั้งชื่อให้น้องแล้วสิ จะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายกันนะ" จองซุนดีใจตามพี่สาว คราวนี้เธอมองท้องป่องนูนของคุณอาจีมิน "แล้วคุณอาชิมชิมจะคลอดเมื่อไรเหรอคะ? หนูอยากเล่นกับน้องใจจะขาดแล้ว!"

จีมินยิ้มเอ็นดู ตอบด้วยน้ำเสียงอบอุ่นพลางลูบศีรษะของหลานสาว "อืม...ก็น่าจะอาทิตย์หน้านะ ใช่ไหมกิ?"

คนถูกถามชักสีหน้าใคร่ครวญ "ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ก็น่าจะใช่ ของแทท้องกี่เดือนล่ะ?"

"ของแทเหรอ...ก็...น่าจะประมาณเดือนกว่ามั้ง" เมื่อก่อนเขาแอบสงสัยว่าทำไมท้องถึงโตเร็วขนาดนี้ แต่พอรู้ว่าจองกุกไม่ใช่มนุษย์ ความฉงนนั้นจึงถูกลบเลือน "ลุ้นจัง ของชิมจะได้ลูกกี่คนน้า"

"ต้องยี่สิบแน่เลย" จองกุกเอ่ยด้วยน้ำเสียงเริงร่า ตามด้วยยุนกิที่โทนเสียงต่างกันราวฟ้ากับดิน

"น่าจะยี่สิบห้ามากกว่า"

"ผมว่าสามสิบ!" วอลกุกออกความคิดเห็น

"ไม่ ต้องสามสิบสามสิถึงจะถูก" เจคขอทายบ้าง

"สี่สิบ!" ต่อมาก็ทาทา 

"หนูว่าห้าสิบ" จองซุนก็เข้าร่วมกับเขาด้วย

"งั้นก็หกสิบไปเลย!" 

คำทายของจองฮยอนทำให้จีมินหน้าซีดเผือด กลัวว่าตัวเองจะเลี้ยงเด็กซนไม่ไหว

"มะ...ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกมั้ง..."

"ไม่เป็นไรหรอกน่าจีม ถึงเยอะแต่ก็เลี้ยงไม่ยากนะ" ยุนกิพูดปลอบ โอบไหล่ภรรยาให้เจ้าตัวคลายความกังวล "ดูอย่างหลานๆสิ ไม่มีใครร้องไห้โยเยสักคน"

นั่นก็ถูก แต่ที่เขากังวลคือเรื่องค่าใช้จ่ายต่างหาก ไหนจะค่าเล่าเรียนอีก

"ทาทาไง ทาทาร้องไห้โยเย"

"ฮึก"

คำพูดแทงใจของพี่แทฮันทำให้คนเป็นน้องน้อยใจ ปากเริ่มเบ้ ขอบตาเริ่มร้อนผะผ่าวเตรียมกลั่นของเหลว

"เดี๋ยวเถอะตาแท ไปว่าน้องเขา" แทฮยองเอ็ดอึง กวักมือเรียกลูกคนเล็กสุดที่ทำหน้าหงิกให้มานั่งตัก 

"ก็ผมพูดความจริง" เด็กชายไหวไหล่อย่างไม่ยี่หระ จนโดนจองกุกลงโทษด้วยการถูกแขนรัดคอ กำปั้นใหญ่บี้กลางศีรษะทำเอาผมเสียทรง แถมยังเจ็บมากยิ่งกว่าสิ่งใดอีก "โอ๊ย พ่อครับ ผมเจ็บ!"

"ปากไม่ดีก็ต้องโดนลงโทษน่ะถูกแล้ว"

จองกุกใช้มะเหงกนวดหัวลูกชายตัวดีแรงขึ้น

"โอ๊ยยย! เจ็บๆๆๆ"

ทาทาแลบลิ้นสมน้ำหน้าให้พี่ชายที่กำลังทรมานกับมะเหงกพิฆาตของคุณพ่อ ส่วนเจ้าของตักอย่างแทฮยองก็หันรีหันขวางเมื่อรับรู้ว่าจำนวนเด็กๆไม่ครบเหมือนในตอนแรก

"เด็กๆอยู่ไม่ครบหนิ"

"หืม ก็ครบแล้วหนิแท" จองกุกยอมปล่อยร่างลูกชาย หันมองไปรอบๆตามภรรยา "เออ จริงด้วย หายไปไหนอีกสองคน"

เมื่อกี้ยังครบอยู่เลยไม่ใช่หรือ

คนเป็นแม่ใช้นิ้วนับทีละคนจนรู้ว่าใครหายไป "วีทันกับวิกกี้หายไปไหน"

"วีทันกับวิกกี้เหรอ" จีมินถามหลังจากกวาดมองตามอีกคน "เมื่อกี้เห็นเดินไปไหนแล้วไม่รู้กันสองคน"

"เอาอีกแล้วสองคนนี้" เขาส่ายหน้านึกอิดหนาระอาใจ "จะไปไหนก็ไม่รู้จักบอกกล่าวกันเลย ไม่อยากกินแซนด์วิชฝีมือแม่ขนาดนั้นรึไง"

คำตัดพ้อของภรรยาทำให้จองกุกเห็นใจ ลุกขึ้นยืนใส่รองเท้าเพื่อออกตามหาเด็กดื้อทั้งสอง 

"พี่จะไปตามหาเอง แทไม่ต้องห่วงนะ ลูกคงแค่เบื่อเลยเดินเล่นแถวนี้เท่านั้นแหละ"

"ฝากหน่อยนะฮะพี่กุก"

"จ้ะ" จองกุกยิ้มบางให้กับสายตาคาดหวังของอีกคน ออกตัวเดินจากจุดปิคนิคเพื่อแกะรอยลูกทั้งสองคนด้วยการดมกลิ่นที่ลอยค้างตามอากาศ กระทั่งรู้ว่ากลิ่นของพวกเขาหายเข้าไปในป่าซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดที่เขาเดินอยู่


________________________


กลิ่นชื้นและอากาศเย็นเยียบขับให้ป่าหนาทึบแห่งนี้ดูน่าขนลุก เสียงตะโกนของวีทันได้ทำลายความเงียบงันที่เคยมีอยู่ เขาพาวิกกี้มาเล่นซ่อนหาในป่าเพราะเจ้าตัวบอกว่ารู้สึกเบื่อ และเพราะโดนพรางกลิ่นเช่นนี้ทำให้เขาหาตัวน้องสาวไม่เจอเสียที เขากังวลเหลือเกินว่าวิกกี้อาจหลงทาง แต่ป่าที่นี่ก็กว้างเกินไป ฝีเท้าของเขาเริ่มสั่นเทิ้มเข้าไปทุกขณะแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

"วิกกี้! วิกกี้ หนูอยู่ไหน!? เฮียไม่เล่นแล้วนะ"

ถ้าเขาหาตัวน้องสาวไม่เจอ พ่อแม่ต้องไม่มีวันให้อภัยและกักบริเวณเขาเป็นแน่ อยู่ไหนกันนะยัยน้องขี้เซาของเขา

ส่วนทางด้านวิกกี้ อย่างน้อยเธอก็ไม่ได้หลับระหว่างซ่อนตัวอยู่ในโพรงไม้โดยการแปลงเป็นลูกงูจงอางสีเผือก เมื่อเวลาผ่านไปนานจนน่าสงสัย เธอจึงเลื้อยออกมาจากที่ซ่อนเพื่อตามหาพี่ชายเสียเอง บางทีเธออาจเลือกที่ซ่อนยากเกินไปสำหรับอีกคน หนำซ้ำยังอำพรางกลิ่นจนหมดไม่เหลือใบ้ไว้ให้วีทันสักกระผีก

"เฮีย เฮียอยู่ไหน?"

เธอเลื้อยไปตามทางรกเรื้อเต็มไปด้วยใบไม้แห้งกรอบ และพงหญ้าสูงซึ่งคลุมตัวเธอเสียมิด ลูกงูตัวน้อยกังวลจับใจ เป็นครั้งแรกในชีวิตที่หัวใจของเธอเต้นแรงด้วยความขลาดกลัว

และการที่อยู่ในร่างนี้ทำให้ตัวเธอไม่ต่างจากอาหารอันโอชะ โดยเฉพาะสัตว์ชนิดหนึ่งซึ่งกินงูอย่างเธอเป็นอาหาร

พังพอนสีน้ำตาลเข้มตัวเต็มวัยสะกดรอยตามวิกกี้มาได้พักหนึ่ง มันคำนวณไว้แล้วว่าเกมส์นี้จะจบลงเช่นไร จึงวิ่งไปดักหน้าด้วยการใช้พุ่มไม้เป็นที่อำพรางตัว พอลูกงูสีขาวเลื้อยมาถึงต้นไม้ก็กระโจนออกกัดหางน้อยๆไว้ วิกกี้ตกใจและรีบแผ่แม่เบี้ยทันทีตามสัญชาติญาณ 

"ฟ่อ!"

ฟันแหลมของมันกัดทะลุถึงเนื้อข้างใน เธอน้ำตาไหลพรากเพราะความเจ็บปวด พยายามแปลงร่างคืนแต่ไม่รู้ทำไมถึงคืนช้ากว่าปกติ ตามตัวของเธอเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงแล้ว ทว่าก็เทียบไม่ได้กับพังพอนตรงหน้าอยู่ดี

"เจ็บนะ! ปล่อยสิไอ้พังพอนบ้า!"

​​เธอตัดสินใจฉกคืนเพื่อโต้กลับ พังพอนตัวนั้นถอยร่นไปตั้งหลักหลังจากเธอถอนเขี้ยวออก เธอคืนร่างอย่างช้าๆจนมีขนาดตัวเท่าจงอางเต็มวัย ใบหน้างูเริ่มหายไป ขณะที่มันตั้งท่าจะพุ่งเข้ามากัดใหม่ และโชคดีเหลือเกินที่วีทันเข้ามาเจอพอดี

"วิกกี้!"

เขารีบวิ่งปราดมาช่วยน้องสาวทันที สไลด์เข้ามาขวางและใช้แขนตัวเองบังไว้จนรับฟันคมกริบแทน

"เฮีย!"

วิกกี้คืนร่างเดิมแล้ว แต่ผิวหนังบางส่วนยังคงเป็นเกล็ดอยู่ วีทันใช้ดวงตาสีอำพันขู่ข่มพังพอน พอรู้ว่าสิ่งมีชีวิตตรงหน้าคือมนุษย์ที่ตัวใหญ่กว่าหลายเท่า มันจึงกระชากปากออกจากแขนเด็กชาย วิ่งแจ้นหายเข้าไปในป่าอย่างไม่คิดชีวิตเพราะกลัวถูกจับกินเสียเอง

"เฮีย ฮึก...เฮียเป็นอะไรมากไหม"

"เฮียตะหากที่ต้องถาม เป็นอะไรรึเปล่า โดนมันกัดตรงไหนไหม?" 

ผู้เป็นพี่ชายนั่งยองตรงหน้าน้องสาว เมื่อเห็นรอยกัดเหวอะหวะบนขาข้างหนึ่งจึงยื่นมือไล้ตามบนอากาศ

"ฮึก...หนูเจ็บ"

"ชู่ว ไม่เป็นไรนะ ทุกอย่างจะต้องเรียบร้อย เดี๋ยวเฮียพากลับไปทำแผลเอง" เขาดึงน้องสาวเข้ามากอดแนบอก ฝังจมูกลงบนแพรผมฟูอย่างอ่อนโยน จากนั้นฝากจูบที่ข้างขมับชื้นเหงื่อ "เฮียขอโทษที่มาช่วยไม่ทัน"

"ไม่...ไม่เป็นไร ฮึก" เธอสูดน้ำมูก พยายามพูดให้ชัด "หนูผิดเองที่ซ่อนไกล ทำให้เฮียต้องหาลำบาก ฮึก แถมยังต้องมา...โดนกัดเพราะหนูอีก"

"แค่หนูของเฮียปลอดภัยเท่านี้ก็ดีที่สุดแล้ว ไม่ใช่ความผิดหนูหรอก หนูอย่าโทษตัวเองเลยนะคะ คนดี"

ทั้งหมดมันเป็นความผิดของเฮียเอง ถ้าเฮียไม่พาหนูเข้ามาเล่นในป่าล่ะก็ เรื่องแบบนี้คง--

"อะแฮ่ม"

เสียงกระแอมกระไอทำให้เด็กๆทั้งสองสะดุ้งโหยงพร้อมกัน วิกกี้ค่อยๆหันหลัง ส่วนวีทันก็ช้อนมองชายร่างสูงด้วยสายตายำเกรง

"นี่พวกลูก...พากันทำอะไร"

ทั้งคู่กลืนน้ำลายเอื้อก น้ำเสียงต่ำเข้มและสายตาดุดันที่นานๆทีเห็นครั้งทำให้พวกเขารู้สึกเหมือนยืนอยู่ต่อหน้ายมบาลเพื่อรับคำพิพากษา

"พะ...พวกเรา เล่นซ่อนหาครับ" เป็นวีทันที่กล้าเอ่ยออกไป "แต่ก็โดน...พังพอนกัด"

จองกุกกอดอก คิ้วขมวดมุ่น ดวงตาหรี่ลงอย่างจับผิด

"หนูผิดเองค่ะคุณพ่อ" วิกกี้รับแทน "เพราะความเอาแต่ใจของหนูทำให้พี่เขาต้องเจ็บตัว"

"ไม่ใช่ นั่นความผิดเฮียต่างหาก"

"เฮียไม่ผิดสักหน่อย หนูผิดเอง"

"เฮียผิดเอง"

"ไม่ หนูนั่นแหละผิด"

"เฮียผิด"

"หนูผิดตะ--"

"พอๆๆ เลิกรับผิดชอบแทนกันสักที" ในที่สุดจองกุกก็ทนไม่ไหว เขายกมือปรามก่อนที่ทุกอย่างจะกลายเป็นการทะเลาะ "พ่อจะถือว่าต่างคนต่างผิด ไม่มีใครถูกทั้งนั้น ในเมื่อมีคนหนึ่งทำให้อีกคนเจ็บ ทั้งคู่ก็ต้องได้รับโทษเหมือนกัน"

จองกุกตั้งกฏแบบนี้จริงๆ หากมีปัญหาหรือเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกันและไม่สามารถหามูลที่แท้จริงได้ เขาจะถือว่าต่างคนต่างผิดแม้ว่าจะมีคนหนึ่งที่เล่าความจริงและเป็นฝ่ายถูกก็ตาม อาจจะดูเผด็จการไปนิด แต่ถ้าทำแบบนี้จะไม่มีใครกล้ามีปัญหากันอีก เพราะต่อให้เป็นฝ่ายถูกอย่างไรก็โดนลงโทษร่วมกันอยู่ดี นี่ละคือวิธีการเลี้ยงลูกในแบบของเขา

"แต่..." จองกุกลากเสียงขณะที่แววตาเริ่มเปลี่ยนไป "ครั้งนี้พ่อจะไม่ถือสา ลุกขึ้น วีทัน"

เด็กชายยอมลุกขึ้นอย่างว่านอนสอนง่าย เขาก้มหน้าหลบเช่นเดียวกับวิกกี้เพราะไม่กล้าสบตาเคร่งขรึมของผู้เป็นพ่อ ถ้าให้พูดตรงๆคือเขายังกลัวอยู่

ทว่าจู่ๆสัมผัสอุ่นก็ทาบบนแก้มของเด็กๆ ทั้งคู่เงยหน้าขึ้น มองดูคุณพ่อที่ยื่นมือมาคลอพวงแก้มพวกเขาอย่างรักใคร่ สายตาที่เคยแข็งกร้าวกลับอ่อนลงจนเหลือเพียงความห่วงหา

"เจ็บมากไหม"

เด็กๆต่างพยักหน้า

"กลับบ้านไปเดี๋ยวพ่อทำแผลให้นะ"

เพียงแค่คำพูดสั้นๆและสายตาอบอุ่นก็เรียกน้ำตาของวิกกี้อย่างไม่ยากเย็น จองกุกระบายยิ้มพร้อมใช้นิ้วเกลี่ยน้ำตาบนแก้มใสของลูกสาว ส่วนวีทันพยายามกลั้นมันไว้ไม่ให้ไหลล้นจากขอบตา และเขาก็ทำได้สำเร็จ 

"ฮึก...ฮือ...คุณพ่อคะ"

วิกกี้รีบโผเข้ากอดร่างหนาของผู้เป็นบิดา เจ้าของร่างก็นั่งยองลูบหลังลูกสาวตอบ 

"มาสิ วีทัน"

เด็กชายมองแขนข้างหนึ่งที่อ้ากว้างต้อนรับเขา และใครจะอยากปฏิเสธอ้อมกอดนั้น โดยเฉพาะอ้อมกอดของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อ เขารีบวิ่งเข้าไปสวมกอด ฝังหน้าลงบนไหล่กว้างแข็งแรงขณะที่ทั้งร่างถูกโอบรัดไว้อย่างอบอุ่นและทะนุถนอม เขาสูดกลิ่นกายหอมของคุณพ่อพลางฟังเสียงสะอื้นของน้องสาว นานแค่ไหนแล้วนะที่เขาไม่ได้กอดคุณพ่อแบบนี้ รู้สึกคิดถึงสัมผัสนี้เหลือเกิน

"กลับกันเถอะ"

จองกุกช้อนร่างของลูกทั้งสองไว้ในอ้อมแขนคนละข้าง ร่วมกันหัวเราะครู่หนึ่งก่อนออกตัวเดินจากป่าโดยไม่ลืมหอมแก้มลูกคนละที พอเห็นแผลเหวอะขนาดนั้น เขาก็ไม่กล้าใจร้ายลงโทษลูกตัวเองลงหรอก




​TO BE CONTINUED

ยังมีตอนพิเศษอีกนะคะ สุขสันต์วันสงกรานต์ค่ะ^^


ความคิดเห็น