ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

หนทางสวรรค์บนดิน

ชื่อตอน : หนทางสวรรค์บนดิน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 301

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 15 เม.ย. 2562 19:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
หนทางสวรรค์บนดิน
แบบอักษร

สามเดือนต่อมา

“นี้ตั้งใจหน่อยสิ”

“โธ่ คุณหนูทำไมพวกข้าถึงต้องเรียนอะไรแบบนี้ด้วยล่ะ ขอรับ”

“ก็ข้าบอกไปแล้วว่า ข้าเรียนสิ่งใดพวกท่านก็จะได้เรียนเหมือนๆกัน นี้ข้าอุส่าตั้งใจฟังตั้งใจดูอาจารย์สอนไม่ให้ขาดตกบกพร่องเลยน่ะ เพื่อจะได้มาสอนพวกท่านต่ออย่างไรเล่า”

“แต่ พวกข้าไม่อยากเรียนนี้ขอรับ”

“พวกท่านรู้หรือไม่ ว่ายังมีเด็กอีกมากมายขนาดไหนที่อยากเรียนแล้วไม่มีโอกาสได้เรียน แต่พวกท่านที่มีโอกาสได้เรียนแล้วใยถึงไม่ตั้งใจเรียน กลับมาทำตัวงอแงใส่ข้าเช่นนี้สมควรแล้วหรือ”

“ไม่ขอรับ”หนุ่มน้อยทั้งสามทำได้เพียงก้มหน้า น้ำตาตกในอย่างยอมรับชะตากรรมของตน

“ถ้ารู้ว่าไม่สมควรก็หยุดคร่ำครวญแล้วตั้งใจเรียนได้แล้ว ดูอย่างฟางฟาง สิไม่เห็นจะบ่นอะไรสักคำ”

“ขอรับคุณหนู” ก็นางเป็นหญิงแต่พวกข้าเป็นชายให้มาเรียนร้องเพลง ร่ายรำ เย็บปักเสื้อผ้า ข้าจะไปรู้สึกดีเหมือนนางได้อย่างไรเล่าขอรับ ทั้งสามได้แต่คิดคร่ำครวญในใจไม่กล้าพูดออกมา

“ดีงั้นประจำที่ เริ่มใหม่ตั้งแต่ต้น ถ้าทำได้ดีข้าจะสอนอย่างอื่นเพิ่มอีก”

“ขอรับ” เสียงตอบกลับมายานคาง

“ให้มันกระฉับกระเฉงหน่อย”ยู่จินเชียงในคราบอาจารย์จอมโหดก็เคี่ยวกร่ำสอนเด็กทั้งสี่ขับร้อง ร่ายรำนานกว่าสองชั่วยาม

“วันนี้พอแค่นี้ก่อน ไปพักผ่อนได้เจอกันพรุ่งนี้ยามเซิน ตกลงตามนี้น่ะ”

“ขอรับ คุณหนู”ทั้งสามรีบหายออกไปจากห้องอย่างไว ไม่แม้แต่หันกลับมามองห้องฝึกสอนอีกเลย

“ฟางฟาง เราไปเรือนใหญ่กันเถอะ พี่เสียวชิงอยู่นี้แหละเดี๋ยวข้าจะรีบไปรีบกลับท่านก็เตรียมน้ำอาบรอข้าแล้วกัน”

“เจ้าค่ะ คุณหนู”

  ยู่จินเชียงพาฟางๆเดินมาจนถึงเรือนใหญ่ ขึ้นเรือนเลี้ยวไปทางห้องหนังสือที่ท่านแม่ทัพใช้นั้งทำงานเป็นประจำ

“ท่านพ่ออยู่ด้านในหรือไม่” ยู่จินเชียงถามองครักษ์ที่เฝ้าหน้าประตูห้องหนังสือ

“อยู่ขอรับคุณหนู แต่ท่านแม่ทัพสั่งไว้ว่าห้ามผู้ใดรบกวนขอรับ”

“ท่านพ่อเชียงเอ๋อเข้าไปได้หรือไม่เจ้าค่ะ”ยู่จินเชียงร้องขออนุญาตเข้าไปในห้องอยู่ที่หน้าประตู

“เข้ามาได้” ท่านแม่ทัพพอรู้ว่าป็นบุตรสาวคนโปรดมาหาก็อนุญาตให้เข้ามาได้ทันทีเพราะช่วงนี้ตนต้องไปค้างอยู่ที่ค่ายทหารปรึกษาเรื่องกองทัพเสียหลายวัน ไม่ค่อยได้กลับมาจวนบ่อยนัก

“ฟางฟาง เจ้ารอข้าอยู่ตรงนี้เดี๋ยวข้าออกมา”

“เจ้าค่ะ ” 

“ท่านพ่อเจ้าค่ะ ลูกคิดถึงท่านพ่อที่สุดเลยเจ้าค่ะ” ยู่จินเชียงพุ่งเข้ากอดท่านแม่ทัพอย่างออดอ้อน   ทันทีเมื่อเข้ามาอยู่ในห้อง

“จะอ้อนเอาอะไรรึเชียงเอ๋อ วันนี้ถึงมาหาพ่อได้”

“ลูกแค่คิดถึงท่านนี้เจ้าค่ะ ท่านพ่อไปพักอยู่ที่ค่ายทหารเสียนานไม่กลับจวนมาตั้งหลายวัน กลับมาก็ไม่เห็นให้คนในจวนมาเรียกเชียงเอ๋อ ถ้าท่านแม่ไม่บอกว่าวันนี้ท่านจะกลับจวน ลูกก็คงไม่รู้ ช่วงนี้ท่านพ่อดูเครียดๆน่ะเจ้าค่ะ ท่านพ่อควรพักผ่อนบ้างน่ะเจ้าค่ะ เชียงเอ๋อเป็นห่วง ”ยู่จินเชียงพูดอย่างน้อยใจแต่พอเงยหน้าเห็นขอบตาของท่านแม่ทัพที่ดำคล้ำก็พูดออกมาด้วยความเป็นห่วง

“เชียงเอ๋อพ่อก็คิดถึงเจ้า แต่งานก็คืองานพ่อไม่อาจทิ้งงานกลับจวนมาหาเจ้าได้ ที่พ่อไม่ได้เรียกหาเจ้าเพราะพ่อต้องรีบสะสางงานงานจะได้มีเวลาอยู่กลับเจ้าอย่างไรเล่า ”ท่านแม่ทัพอุ้มยู่จินเชียงขึ้นมานั่งบนตักกอดนางแน่นด้วยความคิดถึง

“แม่เจ้าบอกว่าเจ้าต้งใจเรียนมากขึ้นไม่หนีเรียนแล้ว พ่อกลับมาแล้วได้ยินเช่นนี้ พ่อดีใจยิ่งนัก"

“ท่านแม่บอกว่าท่านพ่อต้องไปประจำหารที่ชายแดนจริงหรือไม่เจ้าค่ะ ” ยู่จินเชียงรีบถามขึ้นมาทันทีเมื่อนึกถึงสาเหตุที่ทำให้ท่านแม่ทัพไม่ได้กลับจวนมาหลายวัน

“เฮ้ย อย่างที่แม่เจ้าบอก พ่อต้องไปประจำชายแดนจริงๆ เชียงเอ๋อใยถึงทำหน้าเศร้าเช่นนั้นพ่อไปไม่นานเดี๋ยวก็กลับแล้ว”

“ท่านพ่อเป็นแม่ทัพ ที่ไปชายแดนเพราะกำลังจะเกิดสงครามขึ้นใช่ไหมเจ้าค่ะ เชียงเอ๋อกลัว เชียงเอ๋อไม่อยากให้ท่านพ่อไปเลยเจ้าค่ะ ท่านพ่อไม่เป็นท่านแม่ทัพไม่ได้หรือเจ้าค่ะ”

“เชียงเอ๋อเจ้ารู้หรือไม่ว่าทหารมีไว้เพื่อสิ่งใด”

“มีไว้เพื่อปกป้องแผ่นดินจากเหล่าข้าศึกศัตรูเจ้าค่ะ”

“เชียงเอ๋อถ้าวันนี้พ่อตามใจเจ้ายอมออกจากการเป็นแม่ทัพ ถ้าทหารทุกนายยอมออกจากการเป็นทหารตามที่คนในครอบครัวเขาร้องขอลูกคิดว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้น  ถ้าวันหนึ่งมีข้าศึกมาโจมตีบ้านเมือง ใครเล่าจะปกป้องแผ่นดินรักษาบ้านเมืองเอาไว้อีกกี่ชีวิตที่ต้องตายอนาคตของบ้านเมืองจะเป็นเช่นไร เชียงเอ๋อพ่อรู้ว่าเจ้าเป็นห่วงแต่เพื่อแผ่นดินบ้านเมืองที่เราเกิด ชีวิตของคนนับหมื่นในแผ่นดิน พ่อไม่สามารถทำตามในสิ่งที่เจ้าขอได้  ”

“ลูกเข้าใจเจ้าค่ะ ลูกแค่เป็นห่วงท่านพ่อ”ยู่จินเชียงพูดเสียงหงอยๆเอนตัวซบอย่างออดอ้อน ทั้งๆที่ท่านพ่อเป็นแม่ทัพประจำเมืองหลวงแต่เหตุใดถึงถูกส่งไปประจำชายแดนได้ ยู่จินเชียงได้เพียงคิดอยู่ในใจแต่ไม่ถามออกมา

“เชียงเอ๋อเด็กดี เจ้าเข้าใจแบบนี้ได้ก็ดีแล้ว”

“ท่านพ่อเจ้าค่ะ คือว่าลูกอย่างเรียนวรยุทธ อยากเรียนเวทย์ อยากเรียนแพทย์ อยากเรียนทุกอย่างเลย ท่านพ่ออนุญาตให้ลูกเรียนไหมเจ้าค่ะ”

“ทำไมเจ้าถามเช่นนั้นเล่า พ่อให้เจ้าเรียนอยู่แล้วแค่รอให้เจ้าโตกว่านี้ก่อนค่อยเรียนรู้เรื่องเหล่านั้น”

“แต่ลูกอยากเรียนตอนนี้นิเจ้าค่ะ ให้ลูกเรียนน่ะเจ้าค่ะ ”

“เชียงเอ๋อพ่อว่า….. ”ท่านแม่ทัพจะเอ่ยแย้งแต่พอเห็นใบหน้าอ้อนๆนั้นแล้วก็ขัดใจไม่ลง

“ก็ได้ๆๆพ่ออนุญาต แต่เจ้าต้องตั้งใจเรียนห้ามงอแง ห้ามหนีเรียนเข้าใจหรือไม่”

“เข้าใจเจ้าค่ะ ท่านพ่อเจ้าค่ะลูกขอเอาคนของลูกไปเรียนด้วยได้ไหมเจ้าค่ะ ”

“เอาสิ ถ้าวันหนึ่งลูกตกอยู่ในอัตรายพวกเขาจะได้ดูแลเจ้าได้”

“เจ้าค่ะท่านพ่อ ลูกรักท่านพ่อที่สุดเลย”

“เชียงเอ๋อของพ่อปากหวานจริง ไหนตอนแรกบอกว่าไม่อยากได้สิ่งใด”

“เชียงเอ๋อแค่อยากมีความรู้ติดตัวนี้เจ้าค่ะ มีพ่อเป็นถึงแม่ทัพทั้งทีจะปล่อยให้ตัวเองโง่งมทำให้สกุลจางขายหน้าได้อย่างไรเล่าเจ้าค่ะ ”

“เชียงเอ๋อของพ่อนี้ เหตุผลเยอะจริงๆ”

“ก็เชียงเอ๋อเป็นลูกท่านพ่อนิเจ้าค่ะ ทำสิ่งใดก็ต้องมีเหตุและผล เชียงเอ๋อทำให้ท่านพ่อเสียเวลาในการทำงานมามากแล้ว เชียงเอ๋อกลับเรือนก่อนน่ะเจ้าค่ะ ท่านพ่อก็อย่านอนดึกมากเพราะ มีบัณฑิตท่านหนึ่งกล่าวไว้ว่าการพักผ่อนจะทำให้สมองโล่งเวลาคิดแก้ปัญหาสิ่งใดก็จะคิดออกโดยง่าย ท่านพ่อลองทำดูบ้างน่ะเจ้าค่ะ ”

“ได้เดี๋ยวพ่อจะลองทำดู นี้ก็ดึกแล้วเจ้ากลับเรือนไปนอนเถอะ ”ท่านแม่ทัพจูบขมับยู่จินเชียงแล้ววางนางลงเดินจูงมือไปส่งที่หน้าประตู มองตามหลังจนยู่จินเชียงกับฟางฟางลงจากเรือนเดินเลี้ยวไปทางเรือนเลี่ยงฮวาจึงได้หันหลังกลับเข้าห้องไปทำงานต่อ

วันต่อมา

“พี่เสี่ยวชิง รู้หรือไม่ว่าป่ารกๆข้างหลังจวนเราที่ติดกับเขาลูกใหญ่นั้นเป็นของใคร” ยู่จินเชียงถามขึ้น หลังจากทานอาหารมื้อเช้าเรียบร้อยแล้ว

“เป็นของตะกูลจาง เจ้าค่ะ”

“ตะกูลจางหรือ พี่เสี่ยวชิงคิดว่าถ้าข้าไปขอซื้อเจ้าของที่จะขายให้ข้าหรือไม่”ยู่จินเชียงขมวดคิ้วอย่างครุ่นคิด นางเห็นที่หลังจวนรกร้างมานานแล้วจึงอยากได้ที่ตรงนั้นมาทำตามความฝันของตนเอง แต่ก็คงต้องใช้เวลาในการหาเงินมาซื้อหลายปีหน้าดู

“ทำไมคุณหนูถึงต้องไปขอซื้อด้วยเจ้าค่ะ คุณหนูไปขอท่านแม่ทัพก็ได้นิเจ้าค่ะในเมื่อที่ดินหลังจวนรวมถึงข้างๆจวนที่เป็นป่ารกๆทั้งหมดไปจรดตีนเขาลูกใหญ่นั้นเป็นของตะกูลของคุณหนูเอง”

“เออ ใช่ทำไมข้าถึงต้องไปซื้อด้วยเล่า ในเมื่อมันเป็นของท่านพ่ออยู่แล้ว”ยู่จินเชียงตบมือลุกขึ้นยืนอย่างดีใจ นึกด่าตัวเองในใจของบ้านตนเองแท้ๆกลับไม่รู้

“ฟางฟาง เราไปห้องหนังสือกัน พี่เสี่ยวชิงก็อยู่ดูแลความเรียบร้อยในเรือนต่อเถอะ ข้าแค่ไปหาหนังสืออ่านเดี๋ยวเที่ยงๆก็กลับแล้ว ถ้าสามคนนั้นถามถึงก็บอกไปว่าข้าสั่งให้พวกเขาตั้งใจอ่านและเขียนหนังสือให้คล่องถ้าพวกเขามีสิ่งใดที่ไม่เข้าใจฝากพี่เสี่ยวชิงสอนพวกเขาแทนข้าด้วยน่ะ”

“เจ้าค่ะ” เสี่ยวชิงเห็นว่าตั้งแต่มีสี่คนนั้นมาอยู่ด้วย คุณหนูดูไม่เหงาและไม่ดื้อเหมือนเมื่อก่อนจึงกล้าปล่อยให้ไปไหนมาไหนกลับเด็กเหล่านั้นตามลำพังแต่เฉพาะในจวนเท่านั้น

ส่วนฟางซินที่ตามอารมณ์ของยู่จินเชียงไม่ค่อยทันก็ได้แต่ลุกขึ้นเดินตามไป

“ฟางฟาง เจ้าช่วยข้าหาหนังสือการหลอมโอสถหน่อยสิ”เมื่อเข้ามาในห้องหนังสือ ยู่จินเชียงก็เดินไปที่หมวดพืชโอสถทันที

“คุณหนูทำเป็นหรือเจ้าค่ะ”

“ข้าทำไม่เป็นหรอก แต่ข้าจะฝึกทำจะได้เอาไปขาย ข้าต้องการเงิน ข้าจะสร้างสวรรค์เป็นดินให้เจ้าดู ”ยู่จินเชียงพูดอย่างจริงจัง ตาก็มองหาหนังสือเล่มที่ตนต้องการ

“สวรรค์บนดินเป็นเช่นไรหรือเจ้าค่ะ ”ฟางฟางถามอย่างสงสัยเพราะตนไม่รู้ว่าสวรรค์ที่ยู่จินเชียงพูดถึงมันมีลักษณะแบบไหน

“ข้าก็อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน ช่างเรื่องนั้นก่อน ตอนนี้ที่สำคัญคือข้าต้องการหาเงิน”

“คุณหนูไม่รอเรียนกับท่านอาจารย์ก่อนหรือเจ้าค่ะ อีก 2 วันท่านก็จะมาสอนแล้วนี้เจ้าค่ะ” เมื่อเช้ามีบ่าวจากเรือนใหญ่มาแจ้งว่าจะมีอาจารย์มาสอนการหลอมโอสถ เวทย์รักษา และวรยุทธ อีกสองวันข้างหน้าให้เตรียมเสื้อผ้าสำหรับฝึกไว้ให้เรียบร้อย

“ไม่เอาไม่รอ และเจ้าต้องเก็บเรื่องนี้เป็นความลับรู้ไหมห้ามบอกเรื่องนี้กลับใครเด็ดขาด”เรื่องเงินเรื่องทองจะมัวมารีรอได้ไง

“คุณหนูเอาจริงหรือเจ้าค่ะ”ฟางฟางถามเพื่อความแน่ใจ

“ก็จริงน่ะสิ เราจะเริ่มลงมือทดลองทำกันเย็นนี้เลย ”ยู่จินเชียงพูดอย่างมุ่งมั่นในจุดหมายของตนเอง

“ข้าทราบแล้วเจ้าค่ะ แล้วเราจะหลบพี่เสี่ยวชิงได้หรือเจ้าค่ะ ”ฟางฟางที่อยู่กับยู่จินเชียงได้สักพักแล้วไปไหนมาไหนก็ตัวติดกันตลอด จึงรู้ว่าถ้ายู่จินเชียงคิดจะทำสิ่งใดแล้วก็ยากที่จะเปลี่ยนใจได้ง่าย นางจึงได้แต่เออ ออ ตามยู่จินเชียงตลอด

“เอาเป็นว่าเราจะลงมือตอนที่พี่เสี่ยวชิงกลับไปนอนแล้ว วันนี้เจ้าก็มานอนกลับข้าเข้าใจหรือไม่”ยู่จินเชียงพูดเสียงกระซิบกระซาบเหมือนกลัวว่าจะมีใครมาได้ยินเข้า

“เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ” เฮ้ย สวรรค์บนดินรึ จะออกมาสภาพไหนกันน่ะ ข้าอยากเห็นไวๆจัง

......................................................................................................................................................

ความคิดเห็น