ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ความใหม่ที่ลงตัว

ชื่อตอน : ความใหม่ที่ลงตัว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 300

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 12 เม.ย. 2562 23:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ความใหม่ที่ลงตัว
แบบอักษร

 ที่ศาลาริมน้ำตอนนี้ตกอยู่ในความเงียบมาได้เกือบสองเค่อแล้ว ตั้งแต่ยู่จินเชียงเข้ามานั้ง นางทำเพียงนั่งพิจารณารูปร่างหน้าตาผิวพรรณทั้งสี่คนอย่างสนใจใคร่รู้

“ข้าต้องการรู้ชื่อแซ่และเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับพวกเจ้า พวกเจ้าพอจะเล่าให้ข้าฟังได้หรือไม่” ยู่จินเชียงถามขึ้นหลังจากนั่งเงียบอยู่นาน

“ข้าหานเฟิงเป็นพี่ของหมิงซินขอรับ ข้าสองคนไม่มีแซ่เป็นคนแคว้นเว่ย ท่านพ่อข้าเสียไปตอนข้าอายุได้ 7 ปี เพราะเข้าป่าไปเก็บผักสมุนไพรมาขายแต่โดนสัตว์เวทย์ทำร้ายจนตายขอรับ ตลอดสามปีมานี้ท่านแม่และพวกข้าจึงต้องออกไปเก็บผักสมุทรไพรในป่ามาขายเพื่อความอยู่รอดไปวันๆ แต่เมื่อสองเดือนก่อนพวกข้าก็ออกไปเก็บสมุนไพรเหมือนทุกวัน แต่พวกข้ากลับโชคร้ายไปเจอกับกลุ่มพ่อค้าทาสเข้าจึงถูกจับตัวมาขายขอรับ ส่วนท่านแม่ของข้านั้นถูกซื้อไปได้เดือนกว่าแล้วขอรับ”หานเฟิงเด็กชายที่ดูโตสุดผิวค่อนข้างคล้ำจากการตากแดดพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่นพยายามจะไม่แสดงความรู้สึกลึกๆออกมาเพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวให้กับน้องชาย อายุราว 6ขวบผิวค่อนข้างขาว ดวงตาใสแจ๋ว นั่งพยักหน้าอยู่ข้างๆ

“ข้าจิ่นสือ ไม่มีแซ่ ไม่มีพ่อไม่มีแม่ ข้าเป็นขอทานอยู่ในแคว้นโจเติบโตมาได้เพราะมีลุงๆป้าๆที่เป็นขอทานพบข้าถูกทิ้งไว้ที่หน้าศาลเจ้าจึงนำข้ามาเลี้ยงดูขอรับ แต่สี่เดือนก่อนมีพ่อค้าทาสมาพักอาศัยอยู่ที่วัดร้างซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของพวกข้า เอ่ยปากขอซื้อข้า กับท่านลุงท่านป้าที่เลี้ยงดูข้ามา จึงถูกพวกเขาขายให้กับพ่อข้าทาสขอรับ” เด็กชายอีกคนพูดด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างเศร้า ก้มหน้าลงนึกน้อยใจในโชคชะตาของตน

“ข้าเจียวซินเป็นคนแคว้นจ้าว ข้า ข้าๆ ฮึก ข้า ฮึกๆๆ” เด็กหญิงคนเดียวในกลุ่มร้องไห้เมื่อนึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมา เม้มริมฝีปากตนเองแน่น

“ ถ้าเรื่องราวที่ผ่านมาทำให้เจ้าหวาดกลัวและเจ็บปวด ทุกครั้งที่เจ้านึกถึงมันเจ้าก็ไม่ต้องพูดไม่ต้องตอบข้าหรอก”ยู่จินเชียงมองเจียวซินด้วยความรู้สึกสงสาร ผิวพรรณก็ดี หน้าตาก็น่ารัก แต่ดูจากสภาพอารมณ์แล้วคงเจอเรื่องที่เลวร้ายมาไม่น้อย

 “ก่อนหน้านี้ไหนพวกเจ้าบอกว่าเป็นพี่น้องกัน แล้วเหตุใดตอนนี้ถึงได้มาคนละทิศละทางกันเสียแล้ว” ยู่จินเชียงขมวดคิ้วอย่างข้องใจทีตอนแรกช่วยกันพูดให้ข้าช่วยซื้อเด็กหญิงคนนั้น นึกว่าเป็นพี่น้องกันเสียอีกที่ไหนได้มากันคนละทิศละทางซ่ะงั้น

“คือ พวกข้าเป็นเด็กเพียงสี่คนที่อยู่เหลืออยู่ในนั้น พวกข้าอยู่กรงเดียวกันนอนด้วยกันจึงสนิทกันขอรับและนางเป็นหญิงเพียงคนเดียวที่เข้ามาทีหลังแถมยังตัวเล็กอีก พวกข้ากลัวว่านางจะทนไม่ไหวตายไปเสียจึงพยายามช่วยกันเรียกผู้คนที่มาใกล้พวกข้า ให้มาช่วยซื้อนางออกไปแต่ก็ไม่มีใครสนใจพวกเราเลยขอรับ พอเจ้าพ่อค้าทาสนั้นขายพวกข้าออกไปไม่ได้เสียทีก็ทุบตีพวกข้าจนนางล้มป่วย ที่พวกข้ารอดมาได้ก็เพราะได้รับความเมตตาจากคุณหนูขอรับ พวกข้าไม่ได้ตั้งใจที่จะหรอกลวงคุณหนูเลยน่ะขอรับ” หานเฟิงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

“ข้าก็ไม่ได้ว่าอะไรพวกเจ้าเสียหน่อย ข้าเพียงแค่สงสัยเท่านั้น” ยู่จินเชียงกวาดสายตามองทั้งสี่คน ที่มีสภาพดูดีกว่าเมื่อวานมากโข เพราะได้รับการรักษาและยาที่ดี บาดแผลที่ถลอก รอยช้ำต่างๆบนร่างกายก็ลดน้อยลง เจียวซินที่เมื่อวานแทบจะไม่รอดวันนี้กลับลุกขั้นมานั้งได้นานสองนาน ยู่จินเชียงมองด้วยความแปลกใจ

“เอาเป็นว่านับแต่นี้เป็นต้นไปพวกเจ้าคือคนของข้าแต่ข้าไม่มีเบี้ยให้พวกเจ้าเหมือนคนอื่นหรอกน่ะอย่างที่ข้าเคยบอกไปแล้วว่าข้านั้นไม่มีเงิน พวกเจ้ารับได้หรือไม่ ถ้าไม่ ข้ายินดีจะให้พวกเจ้าไป” ยู่จินเชียงรอฟังคำตอบ เด็กชายทั้งสามหันไปถามทางสายตากับเด็กหญิงเพียงคนเดียวในกลุ่ม แสดงให้รู้ว่าเด็กพวกนี้สนิทกันแค่ไหน

“พวกข้ายินดีที่จะอยู่กับคุณหนูขอรับ ชีวิตของพวกข้าลมหายใจของพวกข้าอยู่กับคุณหนูขอรับ” หานเฟิงหันมาตอบยู่จินเชียง ทุกคนพยักหน้าเป็นการยืนยัน

“ดี ในเมื่อพวกเจ้าตกลงที่จะอยู่กับข้าที่นี้แล้ว พวกเจ้าต้องฟังข้าเข้าใจหรือไม่”

“ขอรับ/เจ้าค่ะ”

“เรื่องแรกข้าอยากให้พวกเจ้าคิดเสียว่าเรื่องราวในอดีตที่ผ่านมาของพวกเจ้า ความทุกข์ทรมานที่พวกเจ้าได้พบเจอมาเป็นเพียงฝันตื่นหนึ่ง ข้ารู้ว่ามันคงเป็นเรื่องที่ยากมากแต่เพื่ออนาคตของพวกเจ้า ข้าอยากให้พวกเจ้าลืมมันไปเสียแล้วเริ่มต้นใหม่ คิดเสียว่าที่นี้คือบ้านหลังใหม่ของพวกเจ้าทำได้หรือไม่”

“ทำได้ขอรับ พวกข้าจะพยายามขอรับ”

“ดีมาก เรื่องที่สองข้าจะตั้งชื่อใหม่ให้กับพวกเจ้า ในเมื่อพวกเจ้ามาเริ่มชีวิตใหม่ที่นี้ทุกอย่างก็ควรจะเปลี่ยนใหม่หมด เริ่มใหม่หมดทุกอย่างดีหรือไม่”

“ดีขอรับ/ดีเจ้าค่ะ” ทั้งสี่คนคิดว่าจริงอย่างที่ยู่จินเชียงพูด เมื่อมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่นี้และต้องการลืมอดีตที่ผ่านมา ถ้าการเปลี่ยนชื่อสามารถช่วยให้ลืมอดีตที่เลวร้ายได้บ้างก็หน้าจะดี

“หานเฟิง ต่อไปนี้นามใหม่คือ ซือจิ้ง/ หมิงซิน เจ้าเปลี่ยนเป็น หมิงจิว /จิ่นสือ เปลี่ยนเป็น จิวจื่อ ส่วนเจ้าเจียวซิน เปลี่ยนเป็น ฟางซิน พวกเราอยู่คนละแคว้นต่างถินต่างแดนแต่กลับได้มาพบมาเจอกันถือว่ามีวาสนาต่อกันต่อไปนี้พวกเราคือครอบครัวเดียวกัน ตกลงตามนี้น่ะ ” ยู่จินเชียงพูดเสร็จสรรพรวบรัดแบบไม่มีใครสามารถแย้งได้ทัน สี่คนทำได้เพียงกระพริบตาปริบๆ

 “คุณหนูเจ้าค่ะใช้คำว่าพวกเราไม่ได้น่ะเจ้าค่ะ ”เสียวชิงพูดขึ้นเมื่อจับคำบางคำของยู่จินเชียงได้

“โธ่ พี่เสียวชิง ข้าบอกพวกเขาว่าให้คิดว่าที่นี้คือบ้านใหม่ของพวกเขา จะให้ข้าทำเป็นห่างเหินกับพวกเขาได้เช่นไรเล่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของเด็ก พี่เสี่ยวชิงโตแล้วไม่เข้าใจหรอก เอาเป็นว่าพี่เสี่ยวชิงกลับไปที่เรือนข้าน่ะแล้วเข้าไปในห้องเก็บผ้า หยิบผ้า มาหลายๆพับหลายๆสีหน่อยน่ะเจ้าค่ะ พี่เสี่ยวชิงเจ้าขาและห้ามบอกเรื่องนี้กับใครน่ะเจ้าค่ะ” ยู่จินเชียงกอดแขนออด อ้อน เอาหน้าถูไถแขนเสี่ยวชิง

“ก็ได้เจ้าค่ะ บ่าวจะไม่บอกใคร คุณหนูรอบ่าวอยู่ตรงนี้น่ะเจ้าค่ะห้ามลุกเดินไปไหนเด็ดขาดน่ะเจ้าค่ะ เดี๋ยวบ่าวจะรีบกลับมา”เสี่ยวชิงคิดว่าคุณหนูยังเล็กนักยังไม่เข้าใจความหมายของคำว่าครอบครัวดีพอ ที่พูดไปเพราะความสงสารสี่คนนั้น โตไปคุณหนูคงจะเข้าใจและรู้ว่าอะไรเป็นอะไรมากขึ้น

“มาเข้าเรื่องของเราต่อ อย่างที่บอกไปว่าพวกเจ้าคือคนของข้า และเป็นครอบครัวของข้าด้วย ถ้ามีใครในจวนมาหาเรื่องพวกเจ้าให้บอกไปว่าเป็นคนของคุณหนูยู่จินเชียง เรือนเลี่ยงฮวา จำเอาไว้ล่ะ ว่าแต่พวกเจ้าอายุเท่าไหร่กันบ้างข้าจะได้เรียกถูก”

“ข้า 9 ปีขอรับ/ข้า 6 ปีขอรับ/ข้า 8 ปีขอรับ/ข้า 4 ปีเจ้าค่ะ”ยู่จินเชียงพยักหน้าอย่างเข้าใจ

“งั้นต่อไปนี้เวลาอยู่กันตามลำพังข้าจะเรียกพวกเจ้าว่าท่าน และแทนตัวเองว่าเชียงเอ๋อดีหรือไม่ และข้าจะเรียกเจ้าว่าฟางๆน้อย จะได้ดูเป็นกันเองหน่อยบอกตามตรงข้าเหงา ในจวนนี้ไม่มีใครเล่นกับข้าได้ ท่านพี่ของข้าก็ไม่มีเวลามาอยู่กับข้าต้องเตรียมตัวเข้าสำนักศึกษาหลวง ข้าล่ะเหง้า เหงา มีพวกเจ้ามาอยู่ด้วยค่อยรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย ที่พูดไปตามนี้น่ะ ห้ามขัดข้าด้วย ”ยู่จินเชียงพูดเสร็จก็ยิ้มหวานตาหยีอย่างสุขใจ ต่อไปนี้ข้ามีอะไรทำให้หายเบื่อแล้ว ยังไม่ทันที่เด็กในสังกัดของยู่จินเชียงจะตอบเสี่ยวชิงก็เดินเข้ามาพร้อมกับพับผ้านับสิบหลากหลายสีที่มีบ่าวหญิงในเรือนช่วยถือมา

“คุณหนูเจ้าค่ะได้แล้วเจ้าค่ะ ”เสี่ยวชิงรู้จุดประสงค์ของยู่จินเชียงอยู่แล้วจึงไม่ถามและไม่ขัดอะไรเพราะพูดไปคุณหนูของนางก็ไม่เปลี่ยนใจอยู่ดี

“พวกเจ้าชอบสีไหนก็หยิบขึ้นมาสักสามสี่ผืน ห้ามขัดใดๆทั้งนั้น ”ยู่จินบอกให้บ่าวที่ถือผ้ามาวางลงตรงหน้าเด็กทั้งสี่คน บอกให้พวกเขาเลือกหยิบขึ้นมา

“พี่เสียวชิงทำไมชุดของข้าถึงไม่มีสีนี้หล่ะ ”ยู่จินเชียงหยิบพับผ้าสีแดงขึ้นมา

“คุณหนูเจ้าค่ะเสี่ยวชิงว่าสีมันแรงไปเจ้าค่ะ ไม่เหมาะกับวัยของคุณหนู บ่าวจึงไม่ได้ส่งให้ทางช่างตัดเย็บให้เจ้าค่ะ”ยู่จินเชียงปากยู่ใส่เมื่อได้ฟังเหตุผล

“ถ้าข้าโตกว่านี้ท่านต้องตัดผ้าสีนี้ให้กับข้าน่ะ”ยู่จินเชียงต่อรอง

“ได้เจ้าค่ะ” เสี่ยวชิงรับคำไปพลางๆ มองดูเด็กสี่คนหยิบจับผ้าอย่างกล้าๆกลัว

“ได้แล้วขอรับคุณหนู/เจ้าค่ะคุณหนู” ซือจิ้งกับจิวจื่อเลือกผ้าสีค่อนข้างทึบ ส่วนหมิงจิวกับฟางซินเลือกผ้าค่อนข้างสว่างสดใสยื่นให้กับเสียวชิง

“พี่เสี่ยวชิงเอาผ้าพวกนี้ ให้บ่าวในเรือนช่วยตัดให้พวกเขาทีน่ะ ”

“เจ้าค่ะคุณหนู” ยู่จินเชียงหันไปหยิบชุดที่ถือติดมือมาจากห้องยื่นให้ฟางซิน

“ฟางฟางน้อย รับไปสิข้าให้เจ้า ส่วนพวกเจ้าก็ทนใส่ชุดเก่าไปก่อนแล้วกันสักวันสองวัน กลับไปพักผ่อนได้แล้วไปห้องเดิมที่พวกเจ้านอนเมื่อคืนนั้นแหละ ส่วนฟางเอ๋อเจ้านอนห้องถัดไป พวกเจ้ายังไม่แข็งแรงนักกลับไปพักผ่อนได้แล้ว พี่เสี่ยวชิงไปส่งพวกเขาบอกให้บ่าวในเรือนหาข้าวให้พวกเขากินด้วยน่ะ ข้าต้องไปเรียนก่อนอาจารย์คงเดินทางมาถึงแล้ว”

“ พี่เสี่ยวชิงไม่ต้องมองข้าด้วยสายตาแบบนั้นเลยน่ะ ข้าจะไปเข้าเรียนจริงๆ พี่ไปส่งพวกเขาเถอะ ” ยู่จินเชียงพูดขึ้นเมื่อเห็นสายตาของเสี่ยวชิง

“คุณหนูเข้าเรียนจริงๆน่ะเจ้าค่ะห้ามแวะกลางทางน่ะเจ้าค่ะ”

“จริงๆ ข้าไม่แวะกลางทางหรอกหน่า สาบานเลยเอา”ยู่จินเชียงพูดด้วยท่าทางจริงจัง

“เจ้าค่ะงั้นบ่าวไปก่อนน่ะเจ้าค่ะ แล้วบ่าวจะรีบตามไป” ยู่จินเชียงส่ายหัวเมื่อเสียวชิงรีบเดินเร็วๆไม่รอใครกลับไปยังเรือน

“พูดอย่างกับข้าหนีเรียนบ่อยอย่างนั้นแหละ ท่านแม่ก็ไม่รู้เป็นอะไรให้อาจารย์มาสอนที่เรือนข้าก็ดีอยู่แล้วทำไมต้องเปลี่ยนไปเรียนที่เรือนใหญ่ด้วย โอ๊ยยยวัยรุ่นเซ็ง”ยู่จินเชียงเดินบ่นพึมพำๆไป ตลอดทางที่ไปเรือนใหญ่

....................................................................................................................................................................

เนื่องจากนางเอกของเรามาอยู่ในวัยเด็กอีกครั้ง จึงทำให้มีอารมณ์แบบเด็กๆตามมาด้วย ขอให้ทุกคนเข้าตรงจุดๆนี้ด้วยน่ะค่ะ ก็อยากจะให้ทุกคนอ่านแบบคลายเครียดกันเนอะ มีอะไรแนะนำกันได้น่ะค่ะ เจอกันตอนหน้าน่ะเจ้าค่ะ จุ๊ฟบุๆ

ความคิดเห็น