ฝากติดตามเค้าด้วยน้าาา💕

บทที่ 25 : มิอาจสงบ

ชื่อตอน : บทที่ 25 : มิอาจสงบ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.4k

ความคิดเห็น : 24

ปรับปรุงล่าสุด : 11 เม.ย. 2562 20:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 25 : มิอาจสงบ
แบบอักษร

บทที่ 25 : มิอาจสงบ


เหวินซานตัดขาดทุกสิ่งหลังจากที่เสวี่ยม่านหายตัวไป ยามนี้เข้าสู่ปีที่สาม บัดนี้คนผู้นั้นจะเป็นเช่นไร หนาวเหน็บเพียงไหนเมื่อมิได้อยู่ในอ้อมแขนของตน อดอยากหรือไม่.. เหวินซานตัดขาดได้จากทุกสิ่งแต่ภายในใจมิอาจตัดขาดได้จาก หรง เสวี่ยม่าน แม้แต่น้อย


มีบางคราวที่องค์รัชทายาทมาเยี่ยมพร้อมพระปิตุลาของตนที่บัดนี้ดูแลไพร่ฟ้าได้อย่างร่มเย็นเป็นสุขอีกทั้งบ้านเมืองยังมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์ดี เหวินซานมักชอบไปอยู่ภายในถ้ำใต้น้ำตกเผื่อฝึกฝนวรยุทธ์ แต่หากด้วยความที่จิตใจยังคงฟุ้งซ่านจึงเกิดธาตุไฟเข้าแทรกเกือบจะถึงแก่ชีวิตและรอดมาได้อย่างเป็นปริศนา


หยาง เหวินซานจึงเลิกการฝึกฝนใดช่วงนี้และเลือกที่จะออกเดินทางไปยังสถานที่ภายนอกหลังจากเก็บตัวอยู่บนป่าเขามานานหลายปี เขาท่องลงไปยังแดนใต้ที่ไกลสุดขอบแคว้น ครั้งแรกที่เขาเคยได้ลิ้มรสชาติชายคณิกาของกำนัลจากพระปิตุลาก็เป็นยามที่อีกฝ่ายคิดจะหนี แต่ยังไปได้ไม่ทันไรกลับถูกจับตัวได้เสียก่อน เหวินซานแย้มพระสลวลเล็กน้อยก่อนจะควบม้าต่อเพื่อไปยังปลายทางที่มั่นหมาย


การเดินทางไปยังดินแดนทางใต้ผู้เดียวครั้งนี้เหวินซานตัดสินใจไปเพียงผู้เดียวและไม่ได้คิดจะแจ้งแก่ผู้ใดไว้ว่าไปนานเพียงใดหรือไปที่ใด หากมีผู้แวะมาหาตนบนเขาคงมิพบอะไรเสียแล้วนอกจากความว่างเปล่าเท่านั้น


เส้นทางที่เปลี่ยนไปแต่ไม่มากนักหากแต่สะดวกต่อการเดินทางทำมาค้าขายยิ่งขึ้นและอันตรายมากขึ้น ทั้งโจรป่าที่หวังดักปล้นชาวบ้านรวมไปถึงเศรษฐีมั่งคั่ง แต่ยังดีที่มีทางราชการเป็นผู้ตรวจการความเป็นอยู่ของไพร่ฟ้าประชาชนอยู่ทุกเดือนจึงพอกำหราบกองกำลังโจรป่าที่ซ่องสุมตามป่าเขารกทึบได้บ้าง ช่วงนี้จึงมิมีผู้ใดมาดักปล้นตนให้มันเจ็บตัวเสียเปล่า เหวินซานยิ่งคิดหาทางระบายโทสะที่อดกลั้นมานานนับ หากต้องสงบใจไว้


วังหลวงตัดขาดจากยุทธภพแต่ในยามนี้เหวินซานกลับไม่ต่างจากคนร่อนเร่ในยุทธภพผู้หนึ่งที่เดินทางสัญจรอย่างไร้ที่มาที่ไปเช่นนี้ แต่ในความคิดตนนั้นยุทธภพเองก็มิได้ยิ่งใหญ่เกินไปกว่าวังหลวงเท่าใดนัก เพียงแค่แสดงป้ายที่บ่งบอกถึงอำนาจของคนภายในวังก็มิมีผู้ใดกล้ารบกวน ไหนเลยจะกล้าอาจหาญกับป้ายองคลักษณ์เกราะทองที่เป็นยอดฝีมือภายในวังหลวงเช่นนี้


.


.


“หยุด!! ไปจับตัวกลับมา”


เสียงกระทึกครึกโครมดังต้อนรับตั้งแต่ทางเข้าเมือง สุดแดนใต้ของแคว้นจะมีชาวชนเผ่าที่หลากหลายรวมถึงผู้มีลักษณะแปลกแยกหายาก เหวินซานเดินเข้ามาได้ยี่สิบก้าวแต่ถูกชนเข้าจนอีกฝ่ายที่ชนเซล้มลงกับพื้น.. สวมชุดสีแดงฉานใบหน้าขาวกระจ่าง


ช่างบอบบางเสียนี่.. บุรุษเพศงั้นรึ


ใบหน้าขาวที่ดูหล่อเหลาอีกทั้งยังงดงามยากพบเห็นในแถบนี้ราวกับหลงพลัดถิ่นต้องมาสะดุดล้มคะมำ.. จากนั้นก็กวาดเอาอาวุธบนพื้นที่วิ่งหอบมาหนีต่อไปแต่ดูแล้วกลับจะไม่ทันการเพราะข้อมือเล็กจ้อยถูกคว้าเอาไว้พลันฉุดกระชากอย่างแรงให้เดินตามจนอาวุธที่หอบหิ้วมาร่วงหล่นเต็มพื้น


 ผู้ที่มองดูเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบอย่างเหวินซานมิได้คิดจะหยิบยื่นมือเข้าไปช่วยผู้ใด หากปล่อยให้เป็นไปตามผลของการกระทำในสิ่งที่แต่ละคนได้เลือกไว้.. ร่างเล็กถูกดันหลังไปยังเส้นทางใหม่ที่เล็กแคบ


“เจ้าควรอยู่เรือนเฉยๆในฐานะอนุภรรยาเพื่อรอปรนนิบัตินายท่านของข้า”


“นายเจ้าเคยมาหาข้าสักคืนไหม สองปีที่ข้าอยู่เรือนเล็กยิ่งกว่าการที่ข้าอยู่มิสู้ตาย.. ขอร้องปล่อยข้าเถิด..”


“หึหึ..”


เสียงหัวเราะเย้ยหยันแค่นออกมาจากลำคอ มือสากหนาเลื่อนลงไปลูบคลำยังสะโพกกลมกลึงด้านล่างอย่างสนุกมือ


ใบหน้าขาวกระจ่างขบกรามแน่นก่อนจะตัดสินใจดึงเอามีดสั้นที่ซ่อนในแขนเสื้อออกมาแทงไปไม่ยั้งยังชายผู้อุกอาจกระทำหยาบช้ากับตน


อ๊ากกกกกก!

เลือดพุ่งกระจายเต็มใบหน้าขาวขณะที่เสียดแทงลึกลงไปยังลำคอ.. แล้วแทงซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนบริเวณรอบลำคอไม่มีจุดใดที่ใบมีดมิได้เชือดเฉือน

“เจ้าสมควรตายแล้ว”


มุมปากยกยิ้มอย่างพึงพอใจเช็ดคราบเลือดออกลวกๆใส่ชุดแดงฉานของตนแล้วตั้งท่าวิ่งอีกรอบ.. แต่กลับเดินตรงมายังข้างกายเหวินซานแล้วสอดแขนตนคล้องแขนแนบแน่นเพื่อเดินต่อราวกับมิมีสิ่งใดเกิดขึ้น


“เป็นท่านผู้เดียวที่ข้ามิเคยพบหน้า ช่วยข้าด้วยข้ามิสามารถไว้ใจผู้ใดที่ข้ารู้จัก”


“ถือว่าข้าเล่นปาหี่แก้เบื่อแล้วกัน”


เมื่อบุรุษชุดแดงคิดว่าตนเองปลอดภัยแล้วจึงคิดจะตอบแทนเหวินซานเสีย แต่หากน้ำใจนี้มิได้ต้องการรับไว้ จึงรับเพียงคำขอบคุณ


“ท่านดูมิใช่คนแถวนี้ซ้ำยังมีรูปลักษณ์ไม่ธรรมดา”


“เจ้าเองก็หาใช่คนเมืองนี้ใช่หรือไม่”


“เมื่อหลายปีก่อนข้าหนีสงครามมาจากแดนเหนือ”


เป็นดังที่เหวินซานคาดไว้ รูปลักษณ์ผิวพันธุ์เช่นนี้อย่างไรก็มิใช่แดนใต้ซ้ำยังจากมาไกลเสีย.. แล้วเหตุใดจึงไปอยู่ใต้การควบคุมของคนใหญ่คนโตเมืองนี้อีกทั้งยังเป็นอนุภรรยาผู้ถูกหมางเมิน


“หนีสงครามมาอย่างไรจึงพบเจอเรื่องเช่นนี้”


“ความจริงข้ามิได้คิดมาไกลสุดแดนถึงเพียงนี้หากแต่ถูกจับมาขาย..”


ดวงหน้ากึ่งหญิงกึ่งชายที่จะดูงดงามรึก็มีความหล่อเหลาพลันหมองลงทันตา “ข้าอาศัยอยู่หอคณิกาชายมาหลายปีก่อนจะถูกไถ่ตัวออกมาเป็นสมบัติสกุลหวังในฐานะอนุภรรยา ข้าไม่เคยทราบว่าผู้ใดทำแต่ข้าคิดว่า.. สามีในนามตบแต่งไม่ได้รับรู้หรือสนใจข้าเพียงแต่น้อย ข้าถูกขืนใจแทบทุกคืนที่ต้องอยู่ภายในเรือนเล็กลึกสุดภายในจวน.. พวกมันจงใจไถ่ข้าออกมาย่ำยี!!”


เหวินซานเงียบฟังขณะก้าวลงเรือยาวขนาดกลางลำหนึ่งแล้วจ่ายเพื่อเหมาลำไปยังเส้นทางที่ต้องการมาตั้งแต่แรก 


“ก่อนจะสุดปากแม่น้ำข้าจะส่งเจ้าข้ามไปยังอีกแคว้นซึ่งเชื่อมต่อไปยังหลากหลายเมือง..สุดแล้วแต่เจ้าจะไขว่ขว้าเอาเส้นทางที่เจ้าต้องการ”


ใบหน้านั้นก้มลงพยักหน้าเป็นการกล่าวแทนคำขอบคุณแก่หยาง เหวินซาน แล้วมอบถุงหอมใบหนึ่งให้ขณะที่เรือจอดเกือบจะเ ทียบฝั่งก่อนกระโดดก้าวเดินออกไปจนสุดสายตา


เหวินซานมินึกใส่ใจอันใดเก็บถุงหอมเข้าไว้ในอกเสื้อของตนแล้วมองสำรวจไปยังรอบๆที่มิได้มีลักษณะแตกต่างกันเพียงน้อย คนพายเรือมีการถามไถ่ทั่วไปบ้าง ชวนคุยยังปลายทางที่จะไปบ้างว่าเป็นเช่นไร เขาคุยโวโอ้อวดว่าไปมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ล้วนมิมีผู้ใดไปถึงหากมิใช่ผู้ที่เคยไปแล้วกลับมา


“ถึงแล้วขอรับ”


เจ้าคนพายจอดเทียบเรือยังจุดที่มิได้แตกต่างจากจุดอื่นเลย นี่น่ะรึที่โอ้อวดว่ามิเคยมีผู้ใดมาถึง มิใช่สักแต่พายสุ่มสี่สุ่มห้าก็คลำเจอหรือ แต่เหวินซานมิได้ติดใจเอาความอะไรพลันลงจากเรือมาแต่โดยดี.. ป่านานาพรรณแมกไม้ละลานสายตาช่างเหมือนกันทุกหย่อมหญ้า


เหวินซานเดินเข้าไปเรื่อยๆจึงพบว่าเส้นทางรกทึบกว่าเคย ซ้ำยังเหมือนกันไปหมดจะให้ตนกลับไปยังทางไหน.. หรือสุดท้ายแล้วตนโดนหลอกงั้นหรือ เพียงแต่เหวินซานยังเดินวนไปมาบริเวณนั้นอยู่นาน


ตุ้บ!!


“โอ้ย.. หัวข้า”


เสียงของแข็งกระแทกกิ่งไม้ที่แตกหน่อออกมาจนรกตา สายตาดุจเหยี่ยวคมเหลียวมองไปยังต้นตอของเสียงพบกับบุรุษชุดแดงคนเดิม..


“พบกันอีกแล้ว..”


ใบหน้านั้นยิ้มให้อย่างโง่เขลาแล้วลูบคลำศีรษะตนอย่างรวดร้าวไปมา เหวินซานมิได้ตอบกลับอันใดแต่ก้าวไปยังด้านหน้าต่อ..


“ท่านตามหาสิ่งใดอยู่หรือ.. หากมันมีอยู่จริงท่านจะพบมัน หากมันไม่มีอยู่ท่านจะไม่มีทางพบมันตลอดกาล”


ชายชุดแดงเดินเข้ามากุมมือเหวินซานแล้วฉุดด้วยกำลังน้อยนิดไปด้านซ้ายมือแล้วแหวกพงหญ้าแมกไม้นานาพรรณออก..


“เจ้า..”


เรือนขนาดกลางหลังหนึ่งเหมือนบ้านเรือนทั่วไปในเมืองปรากฎขึ้นทันตา.. ทั้งที่ตามหาผู้เดียวอยู่หลายชั่วยาม


“นายข้าอยากพบท่านแล้ว”


“เสี่ยวเปามานี่สิ”


“ขอรับท่านเหล่าหาน”


บุรุษชุดแดงเดินตามเสียงเรียกพร้อมพยักหน้าให้เหวินซานตามมาขณะที่ตนนั่งคร่อมลงบนตักด้วยท่าทางยั่วยวน.. แล้วที่วิ่งนั้นคืออันใดรึทีท่ารังเกียจบุรุษด้วยกันยามอยู่ที่หน้าประตูเมืองตอนนั้น หากแต่ยังไม่ทันจะคิดสิ่งใดต่อเหวินซานก็ถูกฉุดจากน้ำเสียงทุ้มแหบพร่าแต่ดูทรงพลัง


“เสี่ยวเปาคนดีของข้า ไหนดูสิเจ้าโดนอะไรมาบ้าง”


มือเรียวยาวลูบไล้ไปตามลำคอก่อนจะแหวกสาบเสื้อแล้วใช้ปลายนิ้วสะกิดยอดอกสีชมพูเข้มราวกับถ้าขบกัดแล้วมันจะแดงแจ๋อย่างไร


“อื้อ.. นายท่าน”


ฟุ่บ!


มิทันไรที่ถูกเล้าโลมร่างกายก็สลับเปลี่ยนไปเป็นงูเผือกตัวจิ๋วนอนขดบนตัก..


“เจ้านี่ใช้ไม่ได้.. พอหมดแรงก็หนีข้ากลับไปร่างงู”


น้ำเสียงมิได้ตำหนิจริงจังแล้วเก็บงูเผือกเสี่ยวเปาเข้าในอกเสื้ออย่างรักใคร่แล้วหันมาสนใจบุคคลที่สามเช่นเหวินซานต่อ


“เชิญท่านนั่งพักก่อน ต้องรับมือกับความซุกซนของเสี่ยวเปาที่ข้าให้ออกไปเชิญท่านมามิน้อยสินะ..”


“งูเผือกงั้นรึ.. อนุภรรยาชุดแดงผู้นั้นมิเคยมีอยู่”


“เคยมีอยู่หากหมดวิบากกรรมบนโลกไปเมื่อครึ่งปีก่อน ส่วนเรื่องราวก็เป็นดั่งที่เสี่ยวเปาเล่าให้ท่านฟัง เขาชอบรูปร่างหน้าตาเช่นนั้นจึงชอบแปลงกายในร่างนี้บ่อยครั้ง”


“งั้นหรือ.. ”


“ด้วยอยู่มิสู้ตายเหตุใดจึงจะต้องฝืน แต่เอาเถิดข้ามิสามารถไปล่วงล้ำหรือห้ามความต้องการผู้ใดได้ ท่านก็เช่นกัน..ปล่อยวางต่อสิ่งที่ท่านมิอาจรั้งไว้ หากคนผู้นั้นมิต้องการหวนคืนท่านก็ไม่สามารถได้กลับมา”


“ท่านหมายความว่า หรง เสวี่ยม่าน.. ยังมีชีวิตอยู่ใช่หรือไม่ เพียงแต่เขามิยอมกลับมาพบข้าด้วยตัวเอง”



TBC.............

หายไปนานเลยค่ะ🙏🙏🙏 สุขสันต์วันปีใหม่ไทยนะคะ เหวินซานต้องรอไปอีกกี่ตอน.. เหงาแทนพระเอก😂😂😂 ตอนนี้ไม่ยาวมากแต่จะมาต่อตอนหน้าให้ค่ะ

ความคิดเห็น