ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : กอดครั้งที่14

คำค้น : #วินหมอก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.2k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 10 เม.ย. 2562 11:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กอดครั้งที่14
แบบอักษร







Chapter 14







ตอนนี้ผมกำลังเที่ยวชมสิ่งมหัศจรรย์ของโลกอีกอย่างอยู่ ซึ่งสิ่งนั้นอยู่ในประเทศไทยนี้เอง หลายคนคงจะงงว่าประเทศไทยมีสิ่งมหัศจรรย์ที่ไหน ผมจะเฉลยให้สิ่งนั้นก็คือ ท๊าดา!! ห้องพี่วินนี่เอง

อ้าว! ไม่ตกใจกันหรอ

หมอกเซ็งเลย

อ๊ะ! นั่นกล่องอะไรอ่ะ

มองซ้ายมองขวา เมื่อเห็นว่าไม่มีคนอยู่แล้วเลยมุดไปลากกล่องที่อยู่ใต้เตียงออกมา

“น้องหมอกครับ อยู่ไหน”

แว๊ก!! พี่วินมา

ผมดันกล่องกลับเข้าที่เดิมก่อนจะลุกขึ้นยืน ตะโกนตอบกลับพี่วินไปด้วยน้ำเสียงเหมือนไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่นะ ไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่ได้ไปเจออะไรแปลกๆเลย ไม่เล๊ย!!!

“หมอกอยู่นี่ครับ”วิ่งออกจากห้องมาหาพี่วินที่ยืนทำกับข้าวอยู่ในครัว

“จะเสร็จแล้วครับ”พี่วินเงยหน้ามามองผมที่ยืนยิ้มทำหน้าทำตาใส่อยู่

“จะเสร็จแล้วหรอครับ งั้นหมอกช่วยนะ”เดินไปหยุดอยู่ข้างๆพี่วิน หยิบจานส่งไปให้คนตัวโตกว่า

พี่วินรับจานไปถือไว้ก่อนจะตักอาหารที่เพิ่งทำเสร็จใส่

หื้อ หอม

“น้ำลายไหลแล้วครับ”พี่วินพูดขึ้นมา

ผมยกหลังมือขึ้นมาเช็ดมุมปากแต่มันกลับไม่มีอะไรเลย นี่พี่วินแกล้งผมเรอะ

ผมหันไปถลึงตาใส่จนคนพี่ต้องหัวเราะออกมา

พี่วินเดินถือจานไปวางไว้บนโต๊ะก่อนจะเรียกผมให้มานั่ง เมนูวันนี้ที่พี่วินทำก็คือ ท๊าดา!!สปาเกตตี้ทะเล เย้!!

เอ่อ ทำไมวันนี้หมอกดูดีดๆผิดปกติจัง

งงม่ะ หมอกก็งง -*-

“อร่อยไหมครับ”พี่วินถามขึ้น

“อื้อ”ผมพยักหน้าตอบเพราะยังมีเส้นสปาเกตตี้อยู่ในปากเลยพูดไม่ได้

หลังจากดูหนังแล้วตบด้วยของหวานเสร็จพี่วินก็พาผมไปซื้อของกระจุกกระจิกนิดหน่อย และสุดท้ายก็ชวนผมกลับมาที่ห้อง หื้อ

รู้นะ ฉันรู้นะว่าเธอคิดอะไรอยู่~~

ผมกินสปาเกตตี้ในจานจนหมดแล้วแล้วก็อาสาล้างจานให้ เมื่อทำความสะอาดห้องครัวเรียบร้อยไม่มีอะไรต้องล้างอีกผมก็เดินออกมานั่งข้างพี่วินที่โซฟาตัวยาว

“ผมอยากกลับแล้วครับ”

“หือ ไม่นอนนี่หรอ”พี่วินหันมาถาม

แหนะๆ พี่วินจ้องจะกินผมอีกแล้วใช่ไหม ไม่ได้กินหรอก หึ

ผมพยักหน้าเป็นคำตอบและส่งยิ้มกลับไปให้

“โอเคครับ เดี๋ยวพี่ไปส่ง”พี่วินลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินไปหยิบกุญแจรถและเรียกผมให้เดินตามออกจากห้องไป

วันนี้ที่ผมต้องกลับไปที่ห้องไม่ได้เพราะไม่อยากเสียตัวเป็นครั้งที่สามหรอกนะ แต่เพราะมีเรื่องต้องคุยกับไอซุง แถมไอซุงยังทักมาบอกด้วยว่าวันนี้น้องซีนมาหา หื้อ น้องซีนที่น่ารักอยากเจอแล้ว เพราะแบบนี้แหละเลยต้องกลับไป

ผมโบกมือลาพี่วินหยอยๆก่อนจะรีบวิ่งขึ้นหอพัก อยากเจอน้องซีนแล้ววว

ผมมาหยุดยืนอยู่ที่หน้าห้องไอซุงกำลังจะยกมือขึ้นเคาะประตูเพื่อเรียกเจ้าของห้องก็ต้องง้างมือค้างกลางอากาศเพราะเจ้าของห้องดันเปิดประตูออกมาจ๊ะเอ๋ผมซะก่อน

“อ้าว! มาพอดีเลย ไอซีนหมอกมาแล้ว”ไอซุงเดินม้วนตัวกลับเข้าไปในห้อง

ผมเดินตามไอซุงเข้ามาไม่ลืมที่จะปิดประตูให้ เจ้าหมอกนี่คนดีจริงๆ

“พี่หมอก!!!!”ผมยังไม่ได้โผล่หน้าไปให้น้องเห็นเลยด้วยซ้ำก็ได้ยินเสียงคนที่อยากเจอผมดังลั่นมาแต่ไกล ก่อนจะเห็นเจ้าตัวกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกมาจากห้องนอนไอซุงและมีโน้ตบุ๊คหนีบมาด้วย

ผมยิ้มกลับไปให้น้องก่อนจะเดินไปนั่งที่โซฟา

“ซุง ไปซื้อของกินมึงดิ ไหนบอกหิว”น้องซีนหันไปมองหน้าไอซุงขณะที่หย่อนก้นนั่งลงข้างๆผม

“เออ ไล่กูจัง”ไอซุงบ่นก่อนจะเดินออกจากห้องไป

ผมหันมาสนใจน้องซีนที่กำลังเปิดโน้ตบุ๊คก่อนจะเลื่อนมาให้ผมดูกล่องแชทที่ค้างอยู่บนหน้าจอ

“อะไรครับ”ผมถาม

“คือเรื่องนี้ ซีนรู้มานานแล้วแต่เพิ่งจะหาคนที่น่าสงสัยที่สุดเจอแล้วซีนก็คิดว่าต้องใช่คนนี้แน่ๆ”ซีนอธิบายเมื่อเห็นผมทำหน้างงใส่

“...”และผมก็กำลังงงอยู่

“ซีนถามจริงๆนะ พี่หมอกไม่สงสัยบ้างหรอว่าทำไมพี่วินถึงมาชอบพี่หมอก”

“เดี๋ยว! เกี่ยวอะไรกับพี่วิน?”

“ก็จะเล่าให้ฟังอยู่นี่ไง....”

“...”ตั้งใจฟังอยู่ รีบเล่ามาซักทีสิว้อย

“คือพี่ปลายอ่ะ วานให้ไอซุงมันช่วยดูแลพี่หมอกให้หน่อย เพราะช่วงหลังๆเนี่ยพี่ปลายต้องบินไปนอกบ่อย แล้วไอซุงมันก็มาวานผมอีกที แล้วบังเอิญวันนึงผมไปได้ยินคนกลุ่มนึงคุยกันระหว่างที่กำลังตามพี่หมอกอยู่...”

“เดี๋ยว นี่แอบตามพี่หรอ”น่ากลัวเกินไปแล้ว เจ้าหมอกนี่ไม่ระวังตัวเลย

“ผมเพิ่งจะรู้เมื่อวันก่อนนี้เองว่าคนคนนั้นคือพี่วิน และพี่วินก็คือเจ้าของแชทนี้ลองอ่านดูครับ”ชี้ไปที่หน้าจอโน้ตบุ๊คอีกครั้ง

ผมหันไปมองหน้าจอโน้ตบุ๊ตอีกครั้งก่อนจะกดไล่อ่านแชทไปจนสุด ข้อความในแชทแต่ละอันที่ผมอ่านมันทำให้ผมเกิดความคิดมากมายตีกันจนยุ่งไปหมด ผมสับสนมากกับพี่วินคนที่เป็นคนพิมพ์ข้อความกับคนที่พูดอยู่กับผมแทบจะทุกวัน เขาคือคนคนเดียวกันจริงๆหรือเปล่า

ถ้าหากว่าเขาคือคนเดียวกัน ผมจะโกรธตัวเองมาก ที่เชื่อคำพูดคนคนนี้

“เหมือนเขาจะเดิมพันกันนะครับ ว่าจะมาจีบพี่หมอก แต่ก่อนหน้านี้เค้าคุยกันด้วยว่าเห็นพี่หมอกเอาขนมไปให้เค้า งานนี้คงจะไม่ยาก”

ใช่ ผมมันง่ายเองแหละ

“อีกนานแค่ไหน”ผมหันไปถามซีนที่นั่งอยู่

“อะไรครับ”

“อีกนานแค่ไหนเค้าถึงจะบอกเลิกพี่”

“ประมาณอาทิตย์หน้าครับ พี่หมอกจะเอายังไงครับ”ผมรู้ว่าซีนมันอยากช่วยผม แต่จะให้ผมทำยังไงหล่ะ ในเมื่อความรักครั้งนี้ มีผมจริงจังอยู่คนเดียว

“ปล่อยให้เค้าทำไป”

ผมทำอะไรไม่ได้หรอก ได้แต่หวังว่าที่ผ่านมาสิ่งที่ผมทำให้เค้ามันอาจจะทำให้เค้าเปลี่ยนใจได้ แต่ก็ไม่แน่ บางทีเค้าอาจจะไม่ได้รู้สึกอะไรตั้งแต่แรก และตอนนี้เค้าก็คงจะไม่ได้รู้สึกอะไร

“พี่หมอก ให้ไอซุงช่วยก็ได้นะ”ซีนมองหน้าผม

“ไอซุงปัญหามันเยอะแล้วซีน ปล่อยให้มันเป็นแบบนี้แหละ เดี๋ยวก็ไม่ได้เจอกันแล้ว”ใช่ แค่อาทิตย์หน้าอาทิตย์เดียวแล้ว

ช่วงนี้เป็นช่วงสอบ และผมมีสอบแค่อาทิตย์หน้าอาทิตย์สุดท้ายแล้วหลังจากนั้นก็ไม่มีเรียนอีก อาจจะมีไปซ้อมละครบ้าง แต่พี่วินก็คงจะไม่โผล่หัวไปหรอก

“แต่พี่ปลายรู้เรื่องนี้นะครับ”

“พี่ปลายรู้ได้ยังไง”

“แค่รู้เรื่องครับแต่ไม่รู้ว่าเป็นใคร ตอนนี้พี่ปลายน่าจะกำลังสืบอยู่ครับ”

“อย่าบอกพี่ปลายว่าเป็นพี่วิน”ผมหันไปบอกซีน

“ผมไม่บอกครับ แต่ถ้าพี่ปลายสืบเจอเองอันนี้ก็ไม่รู้ครับ”ซีนพับหน้าจอโน้ตบุ๊คลง

สุดท้ายผมก็ตัดสินใจจะให้ซีนช่วยมากกว่าเพราะไม่อยากให้ซุงมันเครียด ซีนบอกว่าซุงยังไม่รู้เรื่องนี้ งั้นผมก็สบายใจได้เลยว่าไอซุงจะไม่มาโวยวายว่าผมไม่ยอมให้มันช่วย เดี๋ยวเรื่องมันก็คงเงียบไปเอง โดยที่ไอซุงไม่ต้องมารับรู้เรื่องพวกนี้

ครั้งนี้ผมคงจะเศร้าไม่นานเพราะอย่างน้อยผมก็มีเวลาทำใจตั้งหนึ่งอาทิตย์ ผมไม่ยอมเป็นฝ่ายถูกกระทำแค่คนเดียวแน่ๆ ครั้งนี้ผมต้องได้เอาคืนบ้าง







15:25 PM.

“น้องหมอก!!!”เสียงนี้อีกแล้ว

พี่เรย์เดินเข้ามานั่งลงที่ข้างๆผมพร้อมวางถุงขนมในมือลงบนโต๊ะ ตอนนี้ผมกำลังนั่งกินข้าวอยู่ในโรงอาหารคนเดียวเพราะรอใยไหมซื้อข้าวอยู่

“พี่ซื้อขนมมาฝากครับ”พี่เรย์หันมายิ้มและวางแก้วน้ำชาเขียวลงข้างๆผม “อันนี้ก็ของพี่ครับ”

“ขอบคุณครับ”หันไปยิ้มตอบก่อนจะกินข้าวต่อ

“อาทิตย์นี้ไม่ได้ซ้อมละครกับน้องหมอกเลย คิดถึงน้องหมอกมากเลยครับ”พี่เรย์ยังคงนั่งยิ้มมองหน้าผมอยู่

“คิดถึงก็ไปหาสิครับ หอก็อยู่ใกล้ๆกัน”ผมหันไปพูดกับพี่เรย์

“หือ เดี๋ยวนี้ชวนผู้ชายไปหาที่ห้องเลยหรอครับ”พี่เรย์มองหน้าผม ปากยังคงยิ้มอยู่แต่แววตากลับไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกว่าคำพูดจากคนตรงหน้าเป็นเพียงคำหยอกล้อแบบที่มันควรจะเป็น

อ่า อาการแบบนี้คล้ายๆอาการโกรธ

“งั้นเดี๋ยวผมไปหาเองก็ได้ครับ”หัวเราะตอบกลับไป

“เดี๋ยวตีเลยครับ”พี่เรย์ส่ายหัวก่อนจะหันหน้าไปทางอื่น

ทำไมใยไหมไปนานจังบอกไปซื้อผัดกระเพราไข่ดาวนี้ไปเลี้ยงหมูเลี้ยงไก่ ปลูกกระเพราปลูกพริกเองอยู่หรอ ไปเป็นชาติแล้วเนี่ย

ผมกินข้าวรอใยไหมจนหมดแล้วใยไหมก็ยังไม่มาซักที ส่วนพี่เรย์ก็ยังนั่งอยู่ข้างผมไม่ยอมไปไหน

“วันนี้น้องหมอกว่างไหมครับ”พี่เรย์ถามและดูดกาแฟในมือไปด้วย

“วันนี้มีนัดกับซุงครับ”ผมพูดและแกะห่อขนมที่พี่เรย์ซื้อมาให้กินไปด้วย มีแต่ของชอบผมทั้งนั้นเลย

“ไปไหนครับ”พี่เรย์หันมายิ้มถาม

หึๆ อยู่ๆผมก็คิดแผนการบางอย่างออก

“ว่าจะชวนไอซุงไปเที่ยวครับ เห็นช่วงนี้มันเหงาๆ อยากหาแฟนให้มันซักคนครับ”หันไปยิ้มตอบกลับพี่เรย์

เห็นพี่เรย์นิ่งไปสักพักเจ้าตัวก็หัวเราะตอบกลับมา

“ซุงบอกว่าเหงาหรอครับ? เห็นมีแต่คนมาจีบไม่ใช่หรอ”

“ก็ยังไม่มีแฟนนี่ครับ จะคุยกับใครก็ได้ เห็นมันบอกว่ามันอกหักหน่ะครับ แอบชอบเค้าแต่เหมือนเค้าจะไม่ชอบมัน”ผมพูดนิ่งๆและหันกลับมาสนใจห่อขนมตรงหน้า แต่ในใจนี่คือขำก๊ากไปแล้ว ฮ่า

หันไปมองหน้าพี่เรย์ก็เห็นกำลังกดโทรศัพท์ทำหน้าเครียดอยู่ เอาจริงๆถ้าบอกว่าพี่เรย์เป็นพี่ชายผมคนที่ไอซุงมันชอบผมก็จะเชื่อ เพราะดูจากสภาพพี่เรย์ตอนนี้น่าจะหงุดหงิดน่าดู แต่เอ๊ะ ไหนไอซุงบอกว่าเค้าไม่ได้ชอบมัน งั้นพี่เรย์ก็อาจจะไม่ใช่หรอ ว้อยยยยยยยยย  งงไปหมดแล้ววววววว

ผมนั่งกินขนมได้ซักพักก็ได้รับข้อความจากใยไหมว่าให้ไปหาที่หน้าตึกคณะหน่อย ถึงจะงงอยู่แต่ก็รีบเก็บของ

“ไปไหนครับ”พี่เรย์หันมาถาม

“มีธุระครับ ขอตัวก่อน”

กล่าวลาเสร็จก็เดินออกไปหาใยไหมที่หน้าตึกคณะ ไม่รู้ว่าทำไมใยไหมไม่ยอมไปนั่งกินข้าวด้วยกันทั้งๆที่วางกระเป๋าไว้แล้วแท้ๆ ผมเดินออกจากโรงอาหารคณะมาที่หน้าตึกก็เห็นใยไหมนั่งอยู่โต๊ะม้าหินอ่อน กำลังนั่งกินชานมไข่มุกอยู่

“ทำไมไม่ไปกินข้าวด้วยกัน”ผมวางกระเป๋าลงและนั่งลงฝั่งตรงข้ามใยไหม

“พี่เรย์หน่ะสิ มาบอกว่ามีเรื่องจะคุยกับแกให้ฉันไปนั่งที่อื่น แล้วคุยเรื่องอะไรกัน”ใยไหมมองหน้าผมเพื่อจะเอาคำตอบ

“ก็คุยปกตินะ ไม่เห็นมีอะไรเลย”พี่มันก็ชวนผมคุยปกตินะ หรือผมไม่ได้สังเกตุเอง นี่ผมโง่ขนาดดูคนไม่ออกเลยหรอเนี่ย

“เออ ฉันว่าจะบอกแกนานแล้ว แม่ฉันอยากให้ย้ายไปเรียนแถวบ้านอ่ะ ฉันว่าจะทำเรื่องย้ายแล้ว ปีหน้าก็ไม่ได้อยู่ด้วยแล้วนะ”

“เห้ย! ได้ไง เข้ามาก็เข้ามาเรียนด้วยกันแกจะไปจบที่อื่นไม่ได้”

“ไม่เห็นเป็นไรเลย แกก็อยู่กับซุงไง แถมมีพี่วินด้วย”

ทำไมช่วงนี้พอมีคนพูดถึงพี่วินแล้วผมถึงไม่อินแล้ววะ หรือรู้แล้วว่ายังไงก็ต้องโดนบอกเลิกเร็วๆนี้

ผมกลับมาที่หอพร้อมกับใยไหม รอไปสอบวิชาสุดท้ายอีกทีก็พรุ่งนี้ ผมกำลังเตรียมแผนกับน้องซีนอยู่ว่าจะทำอะไรดี ตอนนี้อยู่ระหว่างการคาดการว่าถ้าหากทำแบบนี้พี่วินจะทำแบบไหน นี่ก็ผ่านมาสองวันแล้ว ผมยังคุยกับพี่วินปกติเหมือนเดิมทุกอย่างสิ่งที่ต่างคือช่วงนี้ผมห่อขนมไปให้พี่วินด้วย

และนี่คือแผนแรกของผม ทำให้เขารู้สึกว่าเคยมี

ติ้ง!!!

ผมหยิบโทรศัพท์ออกมากดดูข้อความที่เพิ่งจะถูกส่งเข้ามา

WINN: อยู่ที่ห้องไหมครับ?

K’M: ไม่อยู่ครับ

ถึงผมจะกำลังนั่งอยู่ในห้องแต่ก็เลือกที่จะตอบว่าไม่ ผมควรจะเป็นคนถอยห่างออกมาก่อนที่ผมจะโดนบอกเลิก นี่มันอาจจะเป็นทางเดียวที่ทำให้ผมไม่รู้สึกเสียใจไปมากกว่าการที่ถูกบอกเลิกทั้งๆที่ต้องการเขาอยู่

WINN: จะกลับตอนไหนครับ

K’M: ไม่แน่ใจครับ ผมติดธุระอยู่ไว้ค่อยคุยนะครับ

แล้วผมก็กดปิดการสนทนานี้โดยไม่ตอบกลับไปอีก ผมคิดว่าพี่เรย์อาจจะไปบอกพี่วินเรื่องที่ผมจะออกไปข้างนอกกับซุงแน่ๆ เขาอาจจะแค่แกล้งหวงผมไปอย่างนั้นแหละ หรือไม่นี่ก็อาจจะเป็นแผนของเขา

ก๊อก ก๊อก!!

ผมเดินไปส่องดูคนที่ยืนเคาะประตูห้องของผมอยู่ก่อนจะเปิดประตูให้เข้าเมื่อเห็นว่าเป็นคนที่ผมรออยู่

“มึงไปบอกอะไรไอพี่เรย์”ทันทีที่เห็นหน้าผมไอซุงก็ยิงคำถามใส่เลย

“ไม่ได้บอกอะไรหนิ”ผมเดินกลับเข้าไปนั่งที่โซฟาตัวเดิมที่เพิ่งจะลุกขึ้นมา

“ถ้าไม่ได้บอกแล้วเค้าจะไปหากูที่คณะทำไม”มันเดินมานั่งลงข้างๆผม

“เค้าอาจจะอยากคุยกับมึง เออกูว่าพี่เรย์ชอบมึงแน่เลย”ผมหันไปหาไอซุง

“มึงจะบ้าหรอหมอก พี่มันจะมาชอบกูทำไม”ไอซุงตอบ มันดูตกใจกับคำพูดผมเล็กน้อยจนผมอดขำไม่ได้

“เดี๋ยวนี้ทำไมมีแต่คนมารุมชอบซุงน๊าาาาาาาา”แกล้งพูดเสียงกระดี๊กระด๊าหยอกมันไปจนมันต้องถอนหายใจออกมา

“มีอะไรกินไหม?”ไอซุงลุกขึ้นยืนเดินไปหาอะไรกินในครัว

แหนะมีเปลี่ยนเรื่อง เขินแน่ๆเลย ฮิฮิ

“ขนมในกระปุกอ่ะ ทำเมื่อวาน”ผมตอบก่อนจะหยิบโน้ตบุ๊คขึ้นมากดตอบข้อความน้องซีน

“ใยไหมจะไปตอนไหนอ่ะ”ไอซุงถามและแกะกระปุกขนมเอาออกมากินไปด้วย

“น่าจะปีหน้าแหละ ไม่มีใครเค้าย้ายกลางเทอมหรอกซุง”

“หรือหลอกด่าว่ากูถามคำถามโง่?”ไอซุงเอานิ้วชี้หน้าตัวเอง

“คิดเองเออเอง”ผมส่ายหัวกับคำพูดมันก่อนจะปิดหน้าจอโน้ตบุ๊คลงเพื่อที่จะไปอาบน้ำ

ไอซุงยังคงวุ่นวายกับการหาของกินในห้องของผม นี่มันเห็นห้องผมเป็นห้องอาหารหรือไง มาทีไรถามหาแต่ของกินตลอดเลย

หลังจากผมอาบน้ำแต่ตัวเสร็จก็ออกมาหาไอซุงที่ยังคงนั่งกินขนมอยู่ไม่ยอมไปไหน นี่มันกะจะกินให้อ้วนตายไปเลยหรือไง

“มึงไม่คิดจะทำอย่างอื่นเลยหรอ”ผมเดินไปหาของกินบ้างเพราะเริ่มจะหิวขึ้นมาบ้างแล้ว

“กูมาเพื่อกิน”มันตอบและเปิดทีวีดูไปด้วย

มึงจะชิวเกินไปแล้วซุง

“ไปสอบวันไหนอีก”ไอซุงหันมาถามผม

“พรุ่งนี้วันสุดท้าย”ผมตอบและหันไปเปิดเตาแก๊สอุ่นข้าวต้มที่ทำทิ้งเอาไว้เมื่อเช้า

“กูขี้เกียจจะไปสอบแล้วเนี่ย”ไอซุงทิ้งตัวลงไปนอนบนโซฟาหยิบหมอนขึ้นมานอนกอดและดูหนังไปด้วย

เออ เชื่อและว่ามันชิว

หลังจากกินข้าวเสร็จผมก็เก็บจานที่ไอซุงมันเหลือไว้ไปล้างและเดินมาหยุดยืนอยู่ข้างๆมัน ก่อนจะยกเท้าเขี่ยขามันเบาๆ

“ให้นั่งด้วย”ผมบอกมัน

ไอซุงลุกขึ้นบิดขี้เกียจก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งเอาหมอนมากอดเหมือนเดิม ผมนั่งลงอีกฝั่งหนึ่งก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเล่น

ไม่รู้ว่าไอซุงกลับไปตอนไหนพอผมรู้สึกตัวอีกทีก็เช้าแล้ว ผมนอนอยู่บนเตียงของตัวเองคิดว่าไอซุงน่าจะเป็นคนอุ้มมาส่งก่อนที่มันจะกลับไป ผมลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวก่อนจะเดินลงไปรอพี่วินที่ใต้หอ

ผมเดินไปหยุดอยู่ที่รถของพี่วินที่จอดอยู่ไม่ไกลเปิดประตูขึ้นไปนั่งก่อนจะถามคำถาม

“ทำไมมาเร็วจังครับ”

“พี่เพิ่งจะมาตะกี้”พี่วินตอบกลับมาก่อนจะยื่นถุงกระดาษมาตรงหน้าผม

“อะไรครับ”หันไปถามและรับถุงมาถือไว้ในมือ

“วันครบรอบหนึ่งเดือนครับ”พี่วินยิ้มตอบกลับมา

ผมไม่ได้ตอบกลับอะไร ในใจมีความรู้สึกหน่วงแปลกๆ ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นหรือดีใจแบบที่มันควรจะเป็น เพราะรู้ว่ายังไงมันก็ต้องเป็นวันนี้หรือเปล่า วันที่ทุกอย่างจะจบลง วันที่ผมจะได้รู้ว่าจริงๆแล้ว พี่วินไม่เคยจริงจังกับผมตั้งแต่แรก

“ขอกอดหน่อยได้ไหมครับ”ผมหันไปถามพี่วินที่กำลังขับรถอยู่

“หือ? เอาสิครับ”

พี่วินยกแขนข้างนึงขึ้นมาโอบรอบบ่าผม ผมโน้มตัวเข้าไปหาพี่วินกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น นี่คงจะเป็นกอดสุดท้ายที่ผมจะได้ ก่อนที่ทุกอย่างจะจบลง ผมผละออกจากพี่วินส่งยิ้มไปให้อีกฝ่ายทั้งที่ในใจอยากจะร้องไห้เหลือเกิน ใจนึงก็อยากให้เรื่องหลอกลวงนี่จบไปซักทีแต่อีกใจกลับอยากให้มันเป็นแบบนี้ อยากยอมเป็นคนโง่ให้เขาหลอกว่ารัก ดีกว่ารู้ความจริงว่าที่ผ่านมาเขาไม่เคยรักเลย

นี่แหละ มันทำให้ผมเข้าใจแล้วว่าบางทีผมอาจจะง่ายเกินไป จนเขาไม่เห็นคุณค่าในตัวผม ไม่ได้รู้สึกอยากจะมีผมอยู่ในวันที่จะเสียผมไป

กอดครั้งนี้ไม่ใช่กอดจากความรัก แต่เป็นกอดที่บอกว่า ‘ลาก่อน’

“วันนี้พี่วินไปไหนหรือเปล่าครับ”ผมหันไปมองหน้าคนที่ขับรถอยู่

“วันนี้พี่วินนัดเพื่อนไว้ครับ”พี่วินตอบกลับมาก่อนจะเลี้ยวรถเข้าเขตมหาวิทยาลัย “น้องหมอกมีอะไรหรือเปล่า”

“เปล่าครับ”

พี่วินจอดรถที่หน้าตึกคณะผม ผมหันไปบอกลาก่อนจะเดินลงจากรถ ในหัวผมแทบจะไม่มีเนื้อหาที่จะใช้สอบในวันนี้เลยด้วยซ้ำ คิดแต่เรื่องแผนการที่วางไว้กับน้องซีน ยังไงผมก็ต้องทำให้มันสำเร็จให้ได้ ผมจะไม่ยอมเป็นคนที่ร้องไห้อยู่คนเดียว

หลังจากสอบเสร็จผมก็นั่งรถประจำทางไปลงที่หอพักพี่วิน ผมถามป้าแม่บ้านที่อยู่ข้างล่างป้าก็บอกว่าพี่วินไม่อยู่ที่ห้องผมเลยขอกุญแจห้องพี่วินให้ช่วยเปิดห้องให้หน่อย ตอนแรกป้าแกก็ไม่ยอมแต่พอผมยัดเงินไปให้ป้าแกเลยรีบวิ่งมาเปิดห้องให้

ผมเริ่มแผนการของตัวเองโดยวางแผนไว้ว่าจะทำให้เหมือนการฉลองครบรอบหนึ่งเดือน เพราะผมรู้ว่ายังไงก็ต้องเป็นวันนี้ เพราะข้อความที่น้องซีนเอาให้ผมดูวันนั้น มันทำให้หัวใจของผมชาทุกๆครั้งที่เห็นหน้าพี่วิน ข้อความที่ว่านั่นก็คือ


WINN: มึงคิดว่ากูจริงจัง?

KORN: ใครจะไปรู้ ถ้าครบรอบมึงยังไม่เลิกถือว่ามึงแพ้

WINN: ครบรอบนี้กูเลิกแน่ พวกมึงเตรียมโอนเงินให้กูได้เลย

ROY: น้องมันจะยอมเลิกหรอ?

ARUN: ดูน้องมันชอบมึงมากเลยนะ

WINN: ไม่ยากหรอ เหมือนก่อนที่จะได้น้องมันนั่นแหละ

ใช่ เขาบอกว่าผมง่าย และการที่จะเลิกกับผมนั้นมันก็ง่ายเหมือนก่อนที่จะได้ผมนั่นแหละ คิดแล้วก็ตลกตัวเอง ทั้งๆที่รู้ว่าจระเข้มันไว้ใจไม่ได้ ก็ยังจะไปหลงรักมัน ทั้งๆที่ก็ไม่รู้ว่ามันจะแว้งมากัดเราเมื่อไหร่

ผมนั่งมองผลงานตัวเองอยู่เงียบๆมาซักพักหลังจากที่จัดทุกอย่างเสร็จ ตอนนี้ผมนั่งอยู่ในห้องนอนพี่วินที่เต็มได้ด้วยลูกโป่งหลากหลายขนาดที่ผมเป็นคนนั่งสูบเอง

ผมถอดแหวนที่นิ้ววงที่พี่วินเป็นคนสวมให้ตั้งแต่วันที่คบกันวันแรกออก วางมันไว้ที่หัวเตียง ไม่รู้ว่าน้ำตาผมไหลออกมาตั้งแต่ตอนไหน เวลามันใกล้เข้ามาทุกที เวลาที่ทุกอย่างมันกำลังจะจบ ไม่รู้ว่าตัวเองจะมองหน้าพี่วินแล้วยิ้มให้แบบที่เคยทำได้อีกไหม ไม่รู้จะห้ามน้ำตาไม่ให้ไหนต่อหน้าเขาได้หรือเปล่า

ผมไม่อยากเป็นคนอ่อนแอ ไม่อยากให้เขารู้ว่าผมจริงจังกับเขามากแค่ไหน ผู้ชายที่ผมตกหลุมรักมาเกือบจะสองปีคนนี้ กำลังจะเป็นคนเดียวกันกับคนที่ทำให้ผมเสียความรู้สึกที่สุด

(ขึ้นไปแล้วครับ) เสียงของน้องซีนดังออกมาจากปลายสาย

ผมทิ้งตัวลงนั่งบนปลายเตียงมองไปที่ประตูห้องนอนที่ผมยังคงปิดไว้อยู่

(เหมือนมีผู้หญิงขึ้นไปด้วยครับ) น้องซีนยังคงพูดต่อ

ผมถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่กำกล่องของขวัญที่ผมเตรียมมาในมือไว้แน่น

“ซีนกลับไปก่อนเถอะ”ผมพูดสายตอบกลับไป

(แต่...)

“นะซีน”ผมไม่อยากให้น้องเห็นความอ่อนแอของผม ไม่อยากให้ใครเห็นทั้งนั้นแม้แต่ตัวผมเอง ผมไม่อยากเห็นตัวเองร้องไห้แต่ยิ่งห้ามก็เหมือนน้ำตามันจะยิ่งไหล

(ครับ) น้องซีนพูดก่อนจะกดตัดสายไป

แกร๊ก!!

ผมได้ยินเสียงเปิดประตูห้องดังขึ้น หัวใจผมเริ่มเต้นเร็วมากขึ้น

ผมยังคงนั่งอยู่ในห้องนอนที่ปิดประตูไว้อยู่ ได้ยินเสียงพี่วินคุยกับคนที่พี่วินพาเข้ามาด้วย ผมถอนหายใจอีกครั้งก่อนจะลุกขึ้นยืนเดินไปหยุดอยู่ที่ประตูห้องนอนที่ยังคงกั้นผมและคนที่อยู่ข้างนอกไว้

“วินคะ เราเข้าไปในห้องกันไหม”เสียงผู้หญิงที่คาดว่าน่าจะเป็นคนที่พี่วินพาขึ้นมาด้วยอย่างที่น้องซีนบอกพูดขึ้นมา

“ตรงนี้ก็ได้ครับ”เสียงพี่วินตอบกลับอีกฝ่ายไป

ผมรวบรวมสติอีกครั้งก่อนจะฉีกยิ้มให้กับตัวเองเอื้อมมือไปเปิดประตูห้องนอนออก

“สุขสันต์วันครบรอบครับพี่วิน”ผมไม่รู้ว่าอีกฝ่ายอยู่ตรงไหน เพราะกล่องของขวัญที่ผมเตรียมมานั้นใหญพอที่จะปิดหน้าผมได้ ผมเลื่อนกล่องของขวัญลงต่ำจนเห็นพี่วินที่ยืนอยู่ห่างผมไม่ไกลมาก มีผู้หญิงคนหนึ่งที่ดูดีมากๆยืนอยู่ข้างๆเขา

“น้องหมอก!!!”พี่วินดูตกใจที่เห็นผม แต่ขอโทษทีเถอะการแสดงพี่ไม่ได้เนียนเลย มองก็รู้แล้วว่าพี่วินไม่ได้ตกใจที่เห็นผมยื่นอยู่ตรงนี้

ใครบ้างที่จะไม่รู้ว่ามีคนขึ้นมาบนห้องตัวเอง ผมเชื่อว่างทางหอพักยังไงก็ต้องโทรไปบอกบ้างแหละ

“ผมมีของขวัญมาให้ด้วยครับ”ผมเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าพี่วินพร้อมกล่องของขวัญใบโตที่ผมอุ้มอยู่

ผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างๆพี่วินดูตกใจมากที่เห็นผมเดินออกมาจากห้องนอนของพี่วิน

“วินคะ”เธอเอื้อมมือมาจับแขนพี่วิน แต่พี่วินกลับสะบัดออก

“ออกไป”พี่วินหันไปพูดกับผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างๆจนเธอหน้าเสีย

ผมวางกล่องของขวัญของผมไว้ที่โต๊ะใกล้ๆ และเดินกลับมายืนอยู่ข้างหน้าพี่วินแบบเดิม

“ไม่ต้องหรอกครับ เดี๋ยวผมออกไปเอง ขอให้สนุกนะครับ”ผมยิ้มให้อีกฝ่ายก่อนจะหมุนตัวเดินออกมา

“น้องหมอก ฟังพี่ก่อนสิครับ”พี่วินดึงมือผมไว้ให้ผมหันกลับไปหา

“จะให้ฟังอะไรครับ ยังไงก็ต้องเลิกกับผมอยู่แล้วนี่ เลิกตอนนี้เลยสิครับ”ผมยิ้มตอบกลับไปให้อีกฝ่าย แม้ใจผมมันจพังไปหมดแล้ว อยากจะร้องไห้ออกมาอยู่แล้ว ผมแทบจะกลั้นน้ำตาตัวเองไม่ไหว

“น้องหมอกพูดอะไร”พี่วินมองหน้าผม

“ครั้งนี้ได้เท่าไหร่ครับ ความรักของผมมันมีค่าเท่าไหร่ครับสำหรับการเดิมพันครั้งนี้”ผมแกะมือพี่วินออก เงยหน้ามองคนที่ยืนอยู่ข้างหน้า

พี่วินไม่ได้ตอบอะไรกลับมา เขาคงตกใจเพราะไม่คิดว่าผมจะรู้แผนการของเขา ผมมองหน้าพี่วินด้วยสายตานิ่งๆเพราะไม่รู้ว่าต้องทำแบบไหน

“งั้นก็คงต้องจบมันได้แล้ว จะเอาเท่าไหร่”พี่วินพูดขึ้นมาหลังจากที่เงียบไปนาน

คำพูดจากคนตรงหน้ามันทำให้ผมรู้จริงๆว่าที่ผ่านมา ความรักของผมไม่ได้ทำให้เขาเปลี่ยนใจได้เลยแม้แต่น้อย

“พี่ไม่เคยรักผมเลยใช่ไหมครับ”ผมถามอีกฝ่ายทั้งๆที่ยังมองหน้าเขาอยู่

“มันก็เป็นแค่เกม ใครมันจะโง่มารักวะ”

ผมไง ที่โง่ไปรักพี่

ผมพูดบอกกับตัวเองในใจ ถอนหายใจออกมาเบาๆ ผมเงยหน้าขึ้นมองพี่วินอีกครั้งก่อนจะส่งยิ้มกลับไป ยิ้มที่ใครๆก็ดูออกว่าไม่ได้เต็มใจจะยิ้มซักนิด

“พี่มีแต่ตัวจริงๆด้วย...”ตัวที่ไร้ซึ่งหัวใจ สิ่งที่ผมต้องการจากเขามาตลอดแต่หารู้ไม่ว่าจริงๆแล้วเขาไม่เคยมีสิ่งที่ผมต้องการมาตั้งแต่แรก “อยากเป็นคนพูดไหมครับ”

“เราเลิกกัน...”

“อย่ามาให้ผมเห็นหน้าอีก”ผมพูดแทรกพี่วินก่อนจะเดินออกมาจากห้องของเขา

มันจบแล้วจริงๆด้วย ผมไม่มีพี่วินอีกแล้ว พี่วินคนที่ผมเคยตกหลุมรัก

ผมเดินออกจากหอพักพี่วินกลั้นน้ำตาที่มันกำลังจะไหล ตอนนี้ภาพตรงหน้ามันเบลอไปหมด ผมมองไม่เห็นแล้วด้วยซ้ำว่าตอนนี้ผมหยุดอยู่ตรงไหน อยากจะทิ้งตัวลงร้องไห้มันออกมาตรงนี้ ถ้าไม่ติดว่าอายคนที่เดินผ่านไปมา ผมคงทำแบบที่ใจคิดไปแล้ว

“น้องหมอก!!”ผมโดนดึงจากด้านหลังจนตัวผมหมุนกลับไปหาเจ้าของเสียงที่เรียก

“พี่เรย์”ผมมองคนตรงหน้าไม่ชัดนัก แต่จากน้ำเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ทำให้ผมจำได้ดี

พี่เรย์ไม่พูดต่อเมื่อเห็นว่าน้ำตาผมมันกำลังไหล เขารวบตัวผมเข้าไปกอดไว้แน่นก่อนจะเอ่ยปาก

“กลับบ้านเรากันนะครับ...น้องชาย”











---------------------------------------

แง่ว พี่เรย์ขา ขอกอดโหน่ยยยยยย

เค้ากลับมาแย้วน้าาาาาา

ความคิดเห็น