สวัสดีนักอ่านที่หลงเข้ามานะคะ😂 เรื่องนี้ก็สยองๆหน่อยนะ และก็อย่าลืมเอาตับมาด้วยล่ะ คราวนี้นายเอกเราใจร้ายมากๆ ชอบไม่ชอบหรืออยากติชมอะไรก็เม้นต์พูดคุยได้เลยน้าาาา

เขี้ยวที่ 17 : เจอ (NC)

ชื่อตอน : เขี้ยวที่ 17 : เจอ (NC)

คำค้น : BTS , kookv , allv

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5k

ความคิดเห็น : 15

ปรับปรุงล่าสุด : 02 พ.ค. 2562 11:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เขี้ยวที่ 17 : เจอ (NC)
แบบอักษร

เขี้ยวที่ 17

เจอ



    บรรยากาศนี้มัน... ช่างคุ้นตาเขาชะมัด

     จองกุกทอดมองผืนหญ้าเขียวชอุ่มในสวนสาธารณะแห่งหนึ่งของกรุงโซล ที่ซึ่งเขากับพ่อเคยวิ่งออกกำลังกายด้วยกันเมื่อครั้งยังเด็ก เขาก้มลงมองมือตัวเองที่กำลังถือกล้องตัวหนึ่ง ในจอสี่เหลี่ยมมีคลิปวิดีโอเชิญชวนให้เขากด คิดได้ดังนั้นจึงกดเล่นทันทีด้วยความอยากรู้อยากเห็น

     “เอาสิวี ทำให้ผมมีความสุขหน่อยสิ”

     สายตาคู่กลมมองอย่างนิ่งงัน

     “ไม่อัดวิดีโอได้ไหม”

     “ไม่เอาน่าวี ทำเป็นไม่สนใจมันสิ และก็มาอมให้ผมเร็วๆได้แล้ว หรือจะให้ผมทิ้งความสุภาพแล้วจับกระแทกใส่ปาก หืม?”

     จองกุกจ้องมองปากอิ่มสีแดงครอบท่อนกายของใครคนหนึ่ง อวัยวะในอกซ้ายยังคงเต้นจังหวะปกติ ไร้ซึ่งความรู้สึกหวั่นไหว

     เขาเงยหน้าขึ้นเพราะได้ยินเสียงประหลาด ทว่าทิวทัศน์เบื้องหน้ากลับเปลี่ยนเป็นป่ารกทึบแทนที่จะเป็นสนามหญ้าในสวนสาธารณะ จู่ๆขาของเขาก็ก้าวออกไปเอง เสียงครางปนหอบได้นำทางเขาไปยังต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง เขาแอบมองชายสองคนกำลังพลอดรักกันใต้ต้นไม้อย่างไม่มียางอาย ร่างสีน้ำผึ้งและผมสีบลอนด์ทองดึงดูดสายตาของเขามากที่สุด

     “อ๊า! อย่า... อย่าทำแรง”

     “ทาสอย่างมึงไม่มีสิทธิห้าม มึงต้องครางชื่อกู! อ้อนวอนกูเท่านั้นเข้าใจไหม!”

     จองกุกมองภาพนั้นนิ่งๆ ในมือยังคงถือกล้องที่ฉายวิดีโอ ทันใดนั้นก็มีเสียงหนึ่งวิ่งแทรก มันคือเสียงสะอื้นไห้สลับสูดน้ำมูก และที่สำคัญมันอยู่ใกล้มาก เขาค่อยๆหันหน้าไป... เห็นชายหนุ่มคนหนึ่งที่หน้าตาเหมือนเขาทุกประการกำลังมองชายสองคนนั้นด้วยดวงตาแดงก่ำ น้ำตาไหลอาบแก้มเป็นสาย น้ำมูกถูกสูดกลับเข้าไปในจมูกแดงๆเปียกชื้น

     เขาละสายตาจากชายหนุ่มเพื่อกลับไปมองภาพบาดตาอีกครั้ง

     “ครางสิ! ครางชื่อกู!”

     “ยะ... ยุนกิ”

     “ดังๆ!”

     “ยุนกิ! อ๊า ยุนกิ!”

     จองกุกถอนสายตา กลับมามองใบหน้าชายหนุ่มข้างๆ แววตาของอีกฝ่ายดูเจ็บปวดเหลือเกิน

     จนเขาเองก็เริ่มเจ็บตาม...

     โดยเฉพาะตรงอกข้างซ้าย




     “จองกุก ตื่นได้แล้ว เช้าแล้วน้า...”

     แรงเขย่าเบาๆและเสียงทุ้มหวานทำให้จองกุกต้องลืมตาขึ้น เขารีบปรับอารมณ์ให้เข้าที่หลังจากเพิ่งหลุดจากฝันร้าย พอขยี้ตาเสร็จก็มองรอยยิ้มของคนปลุก

     “อรุณสวัสดิ์ครับที่รัก”

     รอยยิ้มบางเริ่มปรากฏบนใบหน้าสลักเสลา

     “อรุณสวัสดิ์ครับวี”

     ร่างบางคลี่ยิ้มกว้างกว่าเดิม ก้มลงไปหอมแก้มสากฟอดใหญ่ก่อนล้มตัวลงนอน เขาวางหน้าบนแผงอกแข็งแกร่งของแฟนหนุ่มที่เขาคิดว่าอบอุ่นที่สุด จองกุกลูบศีรษะทุยตอบ สางกลุ่มผมนุ่มอย่างอ่อนโยนพร้อมหอมแก้มคืน

     “เมื่อคืนนี้สนุกมากเลยนะ”

     เขายิ้มขำ กระซิบตอบเสียงแผ่ว

     “วีก็ร้อนแรงมากเหมือนกัน”

     วิโอเรลหัวเราะคิกคักพลางลูบไล้ไปตามหน้าท้องแข็ง ก่อนหยุดที่แก่นกายซึ่งนอนสงบใต้ผ้าห่ม

     “อยากทำอีกจัง”

     “เอาสิ กุกอยากพอดีเลย”

     “จริงเหรอ ทำได้ใช่ไหม” ร่างบางลุกขึ้นนั่ง ดวงตาแวววาวด้วยความดีใจ

     จองกุกพยักหน้า ส่งมือบีบเค้นสะโพกคนถามแทนคำตอบ ความจริงเขาไม่ได้อยากเพราะยังกลัวเจ็บเหมือนเมื่อคืน เขาไม่ต้องการให้น้องชายตัวเองได้เลือดอีก แต่ในเมื่อแฟนตัวเล็กมีความต้องการถึงขนาดนี้ เขาก็พร้อมสนองให้ตามคำพูดที่เคยให้ไว้กับอีกคน

     วิโอเรลร่นชายผ้าห่มลง พอเห็นแท่งกายของร่างสูงก็กวาดลิ้นทั่วริมฝีปากล่าง

     “วีขอทำความสะอาดให้นะ”

      “ตามสบายเลย คนดี”

     เขายกแขนรองศีรษะ มองดูคนรักค่อยๆเลียท่อนกายพร้อมนวดคลึงพวงองุ่น จากหนอนน้อยก็เริ่มขยายขึ้นกลายเป็นมังกรยักษ์ชูคอ มีเส้นเลือดพาดตามแท่งโคนดูน่ากลัว แต่ไม่ใช่สำหรับวิโอเรล

     “ซี๊ด” จองกุกสูดปากระบายความซ่านกระสัน ส่งมือลูบหัวทุยอย่างเอ็นดู ไม่มีการกดหัวบังคับหรือจิกผมแต่อย่างใด

     “ชอบไหม” ร่างบางถามหลังจากถอนปาก มือเรียวชักรูดแท่งแข็งขืนเป็นจังหวะ

     “อืม... ชอบ...”

     เขายิ้มภูมิใจก่อนก้มไปปรนเปรออีกครั้ง จองกุกหอบหายใจถี่เร็วขึ้น จู่ๆก็มีภาพหนึ่งซ้อนทับภาพตรงหน้าพร้อมกับเสียงก้องในหัว

     ‘เอาสิวี ทำให้ผมมีความสุขหน่อยสิ’

     “อา...” เขาเริ่มนิ่วหน้า นิ้วมือจิกลงบนกลุ่มผมสลวยอย่างไม่ตั้งใจ

     ‘ไม่อัดวิดีโอได้ไหม’

     ‘ไม่เอาน่าวี ทำเป็นไม่สนใจมันสิ’

     “อืม...” วิโอเรลครางในลำคอขณะครอบปากอมแท่งร้อน เร่งจังหวะผงกศีรษะเพราะเข้าใจว่าแฟนหนุ่มต้องการมากกว่านี้

     จองกุกมองภาพนั้นด้วยสายตาปวดร้าว

     ‘แล้วก็มาอมให้ผมเร็วๆได้แล้ว หรือจะให้ผมทิ้งความสุภาพแล้วจับกระแทกใส่ปาก หืม?’

     ร่างบางเงยหน้าขึ้นเมื่อเห็นว่าแท่งในมือเหยียดขยายเต็มที่ เขาประคองท่อนเอ็นพร้อมปีนขึ้นไปนั่งคร่อม เป็นจังหวะเดียวกับที่จองกุกได้สติพอดี

     “วีไม่ไหวแล้วอ่ะ ขอใส่เลยนะ”

     เจ้าของแท่งกายเม้มปากด้วยความกังวล ขณะที่สะโพกอวบอิ่มหย่อนตัวลงจนส่วนหัวมุดเข้าไปในตัวอุ่นๆของร่างบาง

     “อ่ะ...”

     “เจ็บไหม?” วิโอเรลถามพลางแช่สะโพกไว้แค่นั้น

     “ไม่ค่อยเจ็บเท่าไร... วีขยับเลยก็ได้ กุกไหวอยู่...”

     “ถ้าเจ็บก็บอกวีนะ”

     “อืม...”

     สิ้นเสียงครางรับ วิโอเรลจึงกดสะโพกลงช้าๆกระทั่งโพรงสวาทกลืนความเป็นชายหมดแท่ง จองกุกหลุดเสียงร้องเมื่อความเจ็บแปลบเล็กๆแล่นเข้ามา เขาทำหน้าเหยเกพลางครางประสานกับคนข้างบนเป็นระยะ มือหนาบีบสะโพกกลม ประคองมันไว้ไม่ให้เจ้าของร่างขยับเอียง เขาช้อนสายตามองสีหน้าของแฟนตัวเล็ก แก้มแดงแจ๋กับริมฝีปากที่เผยอหอบหายใจทำให้ร่างบางดูร้อนแรงกว่าปกติหลายเท่า เขาอยากนึกชมหากไม่ติดว่ามีภาพความทรงจำซ้อนทับใบหน้านั้นอีกครา

     ‘อ๊า! อย่า... อย่าทำแรง!’

‘ทาสอย่างมึงไม่มีสิทธิห้าม มึงต้องครางชื่อกู!’

     จองกุกกัดฟัน เสียงครางหายเข้าไปในคอทันทีที่ภาพเหล่านั้นผุดขึ้นมาหลอกหลอน

     ‘ครางสิ! ครางชื่อกู!’

     ‘ยะ... ยุนกิ’

     ‘ดังๆ!’

     ‘ยุนกิ! อ๊า ยุนกิ!’

     “จองกุก ซี๊ด... จอง อ๊า กุก...”

     เจ้าของชื่อทำได้เพียงกัดฟันกรอด แต่แล้วเขาก็ลุกขึ้น พลิกให้ร่างบางนอนอยู่ใต้ร่าง มือใหญ่จับตรึงเอวคอดกิ่วไว้แน่นหนา ความโกรธจากไหนไม่รู้บังคับให้เขากระแทกกายเข้าไปสุดแรง อัดแรงโทสะและความเจ็บปวดทั้งหมดผ่านช่องทางเล็กๆจนบอบช้ำ วิโอเรลอยากกรีดร้องใจจะขาดแต่ก็กลัวว่าจะทำให้คนอื่นได้ยิน จึงได้แต่ยกมือปิดปากกลั้นเสียงคราง สะดุ้งสุดตัวทุกครั้งที่แท่งร้อนกระหน่ำแทงราวกับสัตว์ป่า ไร้ซึ่งความปรานีปราศรัย มันพุ่งเข้ามาและกระชากเรี่ยวแรงกับสติของเขาเสียจนหมด เหลือเพียงร่างอ่อนปวกเปียกที่โยกคลอนตามแรงกระแทกแสนดุร้ายของคนข้างบน

     “จองกุก เบาหน่อย อื้อ... วีเจ็บนะ”

     แต่ยิ่งพูดแบบนั้นอีกคนก็ยิ่งทวีแรงสาดซัด วิโอเรลกัดปากระบายความจุกเกือบห้อเลือด ในขณะที่จองกุกเบียดกายเข้ามาเรื่อยๆ ซอยสะโพกถี่ยิบตามแรงอารมณ์ เนื้อช่วงล่างกระทบกันเสียงดังถึงขั้นเสียงแฉะฉ่ำข้างในยังดังไม่เท่า ทุกอย่างสิ้นสุดลงเมื่อแท่งปรารถนาฉีดน้ำเชื้อขาวขุ่นเต็มช่องรัก

     “แฮ่ก...”

     ทั้งคู่หอบโกยอากาศเข้าปอด ร่างบางอ้าแขนหวังขอจูบ

     “จองกุก จูบวีหน่อย...”

     ร่างสูงโน้มตัวลงมอบจุมพิษแสนหวานด้วยความเต็มใจ เขานึกโทษตัวเองที่เมื่อกี้เผลอทำรุนแรงตามความรู้สึกแปลกๆ เริ่มสงสัยว่าทำไมภาพพวกนั้นถึงผุดขึ้นมาขณะที่เขาร่วมรักกับแฟนตัวเล็ก

     “ขออยู่ท่านี้สักพักนะ อุ่นดี” ร่างบางร้องขอโดยยังไม่คลายอ้อมกอด ท่อนกายยังคงคาอยู่ข้างในโพรงอุ่น จองกุกทำตามคำขอด้วยการสวมกอดคืน เอนตัวลงนอนพร้อมดึงคนรักให้เข้ามาในผืนผ้าห่มด้วยกัน รับรู้ถึงไอร้อนจากร่างและหยาดเหงื่อเย็นชื้น พวกเขาแลกจูบกันไปมากระทั่งเสียงเรียกของจีมินดังขึ้นจากนอกเต็นท์

     “กูทำอาหารเช้าเสร็จแล้วนะเว้ย อย่าลืมมากินล่ะ”

     “เออ เดี๋ยวไป” จองกุกขานรับด้วยความหงุดหงิดใจ ค่อยๆถอนตัวตนออกจากโพรงอุ่นขณะที่วิโอเรลขำคิกคักเบาๆ “ขำไร หืม... จุ๊บ ไปอาบน้ำกันเถอะ”

     คนฟังหลับตาพริ้มให้กับจุมพิษบนหน้าผากก่อนเผยยิ้ม “ขออาบด้วยคนได้ไหม”

     “อยากอาบด้วยเหรอ?”

     เขาพยักหน้าหงึกหงัก

     “ได้สิ เดี๋ยวกุกถูหลังให้ ป่ะ”

     ขณะเดียวกันทางด้านของจีมินผู้มีหน้าที่ทำอาหารเช้ารวมถึงไล่ปลุกเพื่อนจอมขี้เซาทั้งหลาย เขาสาวเท้าเดินไปที่เต็นท์ของตัวเองและตะโกนปลุกคนข้างในทันที

     “ตื่นเว้ยโฮป จะแดกไหมข้าวอ่ะ”

     สักพักก็มีเสียงงัวเงียตอบกลับมา “ขออีกห้านาที”

     “พวกกูแดกหมดก่อนไม่รู้ด้วยนะ”

     “สัสจีม กูบอกว่าขออีกห้านาที”

     จีมินหัวเราะชอบใจที่ได้ปั่นหัวเพื่อนแต่เช้า เขาเดินถอยออกมาเพื่อมุ่งหน้าไปยังเต็นท์ของยุนกิต่อ

     “ตื่นๆๆ! ตื่นโว้ยไอ้กิ เมื่อคืนก็ไม่โผล่หัวออกมากินข้าวกับเพื่อนฝูงเลยนะมึงอ่ะ”

     และคำตอบที่ได้กลับมาคือความเงียบ เขาคาดไว้อยู่แล้ว เพื่อนคนนี้ปลุกเท่าไรก็ไม่ยอมตื่นหรอก เขาชินแล้วล่ะ

     “กูทำข้าวเช้าเสร็จแล้ว อย่าลืมออกมากินนะเว้ย” จากนั้นเขาจึงกลับไปที่แคมป์ไฟเพื่อทานอาหารฝีมือตัวเองก่อนคนอื่น

     ตอนนี้จองกุกกำลังมีปัญหาเรื่องการปลดปัสสาวะ เพราะแก่นกายที่เจ็บระบมจากการเสียครั้งแรกทำให้เขาปลดปล่อยลำบาก วิโอเรลที่เห็นว่าแฟนหนุ่มไม่ออกมาจากห้องน้ำสักทีจึงเดินเข้าไปถามไถ่

     “เป็นไรอ่ะจองกุก ยังฉี่ไม่เสร็จอีกเหรอ”

     “อืม มันเจ็บอ่ะ” เขาเหยหน้าขณะปลดเปลื้องออกมาทีละนิด

     “งั้นวีกลับเต็นท์ก่อนนะ”

     “โอเค”

     “จะฝากเก็บของไหม?”

     “ไม่เป็นไร เดี๋ยวกุกเก็บเอง” เขากลัววิโอเรลจะหอบไม่ไหวจึงปฏิเสธ ก้มหน้าปลดทุกข์ต่ออย่างยากลำบาก เขาภาวนาขอให้อาการเจ็บนี้หายไวๆ

     วิโอเรลเดินมาที่แคมป์ไฟหลังจากเก็บของเสร็จ เข้ามานั่งบนเก้าอี้พับข้างจีมิน เขาหลุดยิ้มให้กับท่าทางสวาปามของอีกฝ่าย ดูท่าทางจะหิวจัด

     “จีมินนี่กินเก่งจัง”

     คนถูกทักเงยหน้าขึ้นมายู่ปาก “น้องวี ผมบอกแล้วไงว่าอย่าเรียกจีมินนี่”

     “คิกๆ โทษที ก็วีเอ็นดูนี่นา”

     จีมินหน้าแดง ก้มลงทานไส้กรอกสอดไส้แป้งต๊อกพร้อมกับข้าวเปล่า

     กลิ่นหอมฉุยดึงดูดจมูกของโฮซอก เขาขุดตัวออกมาจากเต็นท์เพื่อเดินตามกลิ่นมาที่แคมป์ไฟ สายตากวาดมองข้าวในถ้วยของจีมินกับวิโอเรลอย่างสนอกสนใจ

     “ไส้กรอกเหรอ”

     “ใช่ สอดไส้แป้ง” จีมินอาสาตอบ

     “ไหน เอามาชิมดิ๊” เขานั่งลงบนเก้าอี้พับตัวถัดไปหลังจากตักข้าวในหม้อ เป็นจังหวะเดียวกับที่จองกุกเดินเข้ามานั่งข้างวิโอเรล

     “กินไรครับเมีย ฟอด...” เขาตั้งใจพูดประโยคนั้น ยื่นหน้าหอมแก้มที่ป่องนูนจากการเคี้ยวข้าวของร่างบางจนจีมินอยากเบะปาก

     “ไปสวีทกันไกลๆโว้ย! รู้ไหมคนอื่นกินข้าวไม่อร่อย”

     โสดแล้วพาลจริงๆ โฮซอกส่ายหน้าเอือมก่อนลงมือเขมือบไส้กรอกต่อ

     จองกุกหันมายักคิ้ว “แล้วใครให้มึงโสด”

     “มึงคิดว่ากูอยากโสดนักเหรอห๊ะ แล้วเรียกเขาว่าเมียนี่คือได้กันแล้วใช่ป่ะ?”

     “แค่กๆ!” โฮซอกสำลัก

     วิโอเรลหน้าขึ้นสี แต่ยังทำเป็นกินข้าวต่อแบบไม่รู้เรื่อง

     “จีม มึงถามอะไรก็เกรงใจคนกินข้าวหน่อยดิ” จองกุกบุ้ยปากไปทางโฮซอก แต่จีมินกลับไม่สำนึก

     “แล้วใครเริ่มก่อนล่ะ มึงทำเป็นเปลี่ยนเรื่องงี้แสดงว่าได้กันแล้วจริงใช่มะ”

     คนถูกถามหน้าแดง แต่วิโอเรลหน้าแดงยิ่งกว่า

     โฮซอกให้ความช่วยเหลือด้วยการโพล่งประเด็นอื่น “ไอ้กิเมื่อไรจะมาแดกข้าววะ ปกติมันไม่ได้เรียกยากขนาดนี้หนิ มื้อเช้ามันออกมาเร็วจะตาย”

     “ป่านนี้รากงอกติดที่นอนแล้วมั้ง” จองกุกพูดเสริมพลางขอบคุณทางสายตา

     “หรือว่าที่มันไม่ตื่นเพราะวันนี้ไม่ได้ออกไปไหนวะ?”

     “ให้กูไปดูให้ป่ะ กินข้าวหมดพอดี”

     “ฝากด้วยไอ้จีม คราวนี้ลากมันมาเลยนะ”

     จีมินพยักหน้าให้โฮซอกก่อนหยัดกายขึ้น เดินตรงไปที่เต็นท์ของเพื่อนตัวขาวทำให้พลาดเห็นจองกุกกับโฮซอกกำลังแปะมือแท็กทีมกัน เขาหยุดยืนอยู่หน้าเต็นท์พร้อมเท้าสะเอว

     “ไอ้กิ ตื่น ถ้ามึงไม่ออกมาคือข้าวหมดไม่มีให้แดกนะเว้ย”

     เงียบกริบ

     “เฮ้อ” เขาถอนใจเฮือกใหญ่ “ไม่ออกมาดีๆใช่ไหม”

     เมื่อเส้นความอดทนขาดผึง จึงถือวิสาสะรูดซิปผ้าร่มทั้งสองชั้นอย่างรวดเร็ว เขายื่นหน้าเข้าไปหวังตะโกนปลุกและอยากเห็นสภาพของเพื่อนตัวขาว

     “ไอ้สัสกิ มึงจะเรียกยากไปหนะ---”

     ทว่าสิ่งที่เขาพบมีเพียงกองผ้าห่มที่ขดกองกันยุ่งเหยิง และคราบสีแดงที่ส่งกลิ่นคาวคลุ้งทั่วเต็นท์ ชวนให้คนเห็นอยากยกมือปิดปาก ขย้อนสิ่งที่เพิ่งทานเข้าไปให้หมดไส้หมดพุง




​To be continued

​________________________________

ขอโทษที่มาอัพช้านะค้า ไรท์ว่าจะเขียนเรื่องใหม่ไปด้วย ช่วงนี้อาจไม่ได้มาอัพบ่อยเหมือนเดิมแล้วนะ มันจะจบแล้วด้วยล่ะ เลยปวดหัวกับการสรุปเนื้อเรื่องนิดหน่อย5555 ใครที่อ่านตอนนี้แล้วงง ไรท์จะสรุปย่อๆให้ฟังละกัน ตอนนี้จองกุกของเราคนเดิมเริ่มกลับมาแล้วนั่นเองค่ะ -v-

ความคิดเห็น