email-icon Instagram-icon

ปีศาจในร่างเจ้าชายที่เเสนดีพร้อมที่จะขี่ม้าขาวเข้าไปช่วยเจ้าหญิงเเล้วครับ :) :x:กดไลค์เเละคอมเม้นต์เพื่อเป็นกำลังใจให้นักเขียนนะคะ:x:

คลั่งครั้งที่ 7 คำขอโทษของคนเจ้าเล่ห์

ชื่อตอน : คลั่งครั้งที่ 7 คำขอโทษของคนเจ้าเล่ห์

คำค้น : RAVE , ร้าย I คลั่ง I รัก , อวบ , น่ารัก , โหด , หื่น , ไอหมอก , ลิษา , ลิซ , Bad_devil

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 13.5k

ความคิดเห็น : 47

ปรับปรุงล่าสุด : 12 มี.ค. 2563 02:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
คลั่งครั้งที่ 7 คำขอโทษของคนเจ้าเล่ห์
แบบอักษร

คลั่งครั้งที่ 7 คำขอโทษของคนเจ้าเล่ห์ 

“หลบหน้าฉันทำไม” น้ำเสียงเข้มที่เอ่ยถามมาพร้อมกับนัยน์ตาเย็นเยียบที่แสดงให้เห็นว่าคนพูดนั้นอยู่ในอารมณ์คุกรุ่นเพียงใด 

“อ่ะ อึ่ก” ลิซเม้มปากแน่นในขณะที่รีบเสสายตามองไปทางอื่นเพียงเพราะเกรงกลัวคนตรงหน้าจนไม่กล้าสบสายตา 

“ฉันถามว่าหลบหน้าฉันทำไม” น้ำเสียงที่ใช้ถามเย็นเยียบขึ้นเป็นเท่าตัวเมื่ออีกฝ่ายยังคงไม่ตอบ 

“...” 

ร่างที่ถูกกักขังไว้กับกำแพงเริ่มสั่นขึ้นเรื่อยๆ โดยที่เจ้าของร่างนั้นก้มหน้าจนคางชิดกับคอทำให้ไอหมอกไม่สามารถเห็นดวงตาที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาของลิซในตอนนี้ได้ 

“อ่ะ ฮึก...” 

“...” 

มือที่กำลังจะเอื้อมไปดึงใบหน้าอีกฝ่ายให้เงยขึ้นมาสบตากันเป็นอันชะงักเมื่อมีเสียงสะอื้นดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน ไอหมอกเริ่มขมวดคิ้วมุ่นอีกครั้งก่อนที่จะเอื้อมมือไปเชยคางของคนนุ่มนิ่มขึ้น 

“ร้องไห้ทำไม” น้ำเสียงเข้มที่เคยใช้ถามก่อนหน้าอ่อนลงเป็นเท่าตัว ยิ่งเมื่อเห็นหยาดน้ำตาที่กำลังรินไหลบนใบหน้าน่ารัก นัยน์ตาคมเข้มที่เคยแข็งกร้าวก็เป็นอันอ่อนลงจนแทบไม่เหลือแววแข็งกระด้าง 

“ฮึก...ฮือ” 

“หื้ม ว่าไง?” 

ลิษายอมสบตากับอีกฝ่ายก่อนที่เรียวคิ้วจะขมวดขึ้นน้อยๆ...เธอไม่เข้าใจคนตรงหน้าเลยจริงๆ เดี๋ยวก็มาทำเป็นดี เดี๋ยวก็มาทำเป็นร้ายใส่เธอ เธอเองก็สับสนเป็นนะ 

“ลิซ...ฮึก ลิซกลัว” ลิซตอบไปตามความจริงพร้อมทั้งพยายามเบี่ยงหน้าหนีมือหนาที่พยายามจะเกลี่ยน้ำตาให้ 

“กลัวอะไร? หื้มมม :)” ทั้งๆที่รู้ว่าอีกฝ่ายนั้นกลัวอะไรแต่ก็ยังอยากจะแกล้งอยู่ดี 

“กลัว ฮึก...” 

ไอหมอกกระตุกยิ้มอย่างถูกใจ อารมณ์คุกรุ่นที่มีก็หายไปอย่างรวดเร็วเหมือนมันไม่เคยเกิดขึ้น ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือไปปาดน้ำตาให้คนที่กำลังพยายามต่อต้านจะดันมือเขาออก 

“กลัวอะไรคะ ไหนบอกพี่ซิ ^^” 

กึก! 

เป็นช่วงที่ลมหายใจของลิษาเป็นอันกระตุกไปช่วงนึงเมื่อได้ยินสรรพนามแปลกใหม่และน้ำเสียงหวานหูที่พูดออกมา แต่เมื่อเธอสบตาเข้ากับนัยน์ตาอีกฝ่ายนั้นก็พบว่ามันช่างตรงกันข้ามกับน้ำเสียงเสียจริง 

มันดูเหมือนเขากำลังสนุกที่ได้แกล้งเธอ...แบบนั้นมันน่ากลัวนะ 

“กลัวพี่ อึ่ก...” เสียงหวานตอบกลับไปสั่นๆ 

“แต่การหนีไปแบบนั้นมันไม่ใช่เรื่องดีเลยนะ รู้มั้ยว่าเธอทำให้ฉันแทบคลั่ง สองสามวันมานี้ก็เรียนไม่ค่อยรู้เรื่องเพราะมัวแต่คิดถึงเรื่องของเธอ” 

“อึ่ก ฮึก...” แล้วมันความผิดเธอหรือไงล่ะ 

ลิซได้แต่เถียงกลับไปในใจ น้ำตาก็ยังคงไหลไม่หยุดหย่อนยึงยามที่อีกฝ่ายเข้ามาใกล้มากเพียงใด ใจดวงน้อยของเธอก็สั่นระรัวไปด้วยความกลัว จนเธอได้แต่คิดย้อนไปถึงวันที่เธอเจอเขาครั้งแรก 

ครั้งนั้นเธอเผลอใจสั่นกับอีกฝ่ายไปได้ยังไงกันนะ แถมยังมองว่าอีกฝ่ายเป็นเหมือนกับเจ้าชายขี่ม้าขาวที่เข้ามาช่วยเธอเอาไว้เสียอีก ทั้งๆที่จริงน่ะ...เขามันปีศาจชัดๆ 

“หึ” เห็นแววตาแข็งกร้าวที่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะเถียงเขาอยู่ในใจเงียบๆแล้วไอหมอกก็หลุดหัวเราะออกมา ก่อนที่เขาจะเป็นฝ่ายย่อมอ่อนข้อให้ “ฉันขอโทษที่ทำอย่างนั้นไปโดยที่เธอไม่เต็มใจนะ ยกโทษให้ฉันได้หรือเปล่า” 

เป็นอีกครั้งที่ลิซทำใจกล้าที่จะเงยหน้าขึ้นไปสบสายตากับอีกฝ่าย เพื่อจะค้นหาว่าในแววตาที่แสนเจ้าเล่ห์คู่นั้นมันมีอะไรแอบซ่อนอยู่หรือเปล่า 

แต่ที่เธอเห็นก็มีเพียงความจริงใจเท่านั้น... 

“กะ ก็ได้ค่ะ” 

เจ้าของใบหน้าหล่อเหลายิ้มแฉ่งทันที นึกดีใจที่อีกฝ่ายยกโทษให้เขาเร็วกว่าที่คิด 

คนที่น้ำตาเริ่มหยุดไหลแล้วสูดหายใจกลั้นก้อนสะอื้นเบาๆก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงปกติ พลางคิดว่าดีแล้วที่เรื่องยุ่งยากจะได้จบลงเสียที “งั้นหลังจากนี้เราก็อย่ามายุ่งเกี่ยวกันอีกเลยนะคะ ลิซก็ยกโทษให้คุณแล้วด้วย” 

แล้วริมฝีปากบางก็เป็นอันหุบยิ้มลงทันที อีกฝ่ายเปลี่ยนสรรพนามไปเป็นแบบห่างเหินกว่าเดิมนั้นไม่เท่าไหร่ แต่ที่ไอ้ว่าอย่ามายุ่งเกี่ยวกันอีกนั่นมันอะไร! 

“ลิซขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ” 

กึก! 

“อ้ะ O_O” 

แขนแกร่งข้างที่ถูกทิ้งไว้ข้างลำตัวถูกยกขึ้นมายันกำแพงอีกข้างเพื่อกักขังคนในอาณัติไว้อย่างเต็มรูปแบบ เป็นการบอกกลายๆว่าจะไม่ยอมให้อีกฝ่ายออกไปไหน 

“พี่ก็ขอโทษแล้วไงครับ พี่สำนึกผิดจริงๆแล้ว พี่สัญญาเลยว่าจะไม่ทำอย่างนั้นอีกถ้าลิซไม่เต็มใจ อย่าบอกให้พี่เลิกยุ่งกับลิซเลยนะ แล้วก็อย่าเรียกกันด้วยสรรพนามเหินห่างอย่างนั้นสิ พี่เสียใจนะ” 

O[]o 

ลิซถึงกับเหวอไปเลยที่ได้ยินคำพูดตัดพ้อเศร้าๆรวมถึงใบหน้าหงอยๆจากคนขี้แกล้งด้านหน้า ตอนแรกเธอก็ว่าตกใจแล้วที่โดนกักตัวแต่มาตอนนี้ตกใจยิ่งกว่าเดิมเสียอีก 

“อ่ะ เอ่อ...” 

“พี่ขอโทษนะครับ” 

ยามนี้ไม้ตายของไอ้เพื่อนสนิทขี้อ้อนของเขาถูกงัดออกมาใช้ อย่างที่เขาเองก็ไม่คิดเหมือนกันว่าในชีวิตนี้จะได้ทำอะไรแบบนี้กับคนอื่น 

แต่ผู้หญิงมักแพ้ลูกอ้อน...จริงมั้ยล่ะ? 

“อย่าไล่พี่ไปไหนเลย” ไอหมอกว่าเสียงอ่อนพร้อมทั้งทำหน้าตาน่าสงสาร จากที่ตอนแรกเหมือนจะมาโกรธใส่อีกฝ่ายแต่ตอนนี้กลับต้องมาอ้อนอีกฝ่ายแทนเสียแล้ว 

“แล้วคุ-” 

นิ้วเรียวถูกยื่นออกไปแตะที่ริมฝีปากนิ่มอย่างรวดเร็วก่อนที่คำที่แสลงหูในความคิดของเจ้าของนิ้วจะหลุดออกมาจากปากคนนุ่มนิ่มอีก 

“เรียกพี่สิ~” 

“กะ ก็ได้ค่ะ...แล้วพี่...พี่ไอหมอกจะอยากยุ่งเกี่ยวกับลิซ...ไปทำไมล่ะคะ?” ถามไปก็เกาแก้มตัวเองไปด้วย เธอยังคงย้ำคำเดิมว่าเธอไม่ได้สวย หุ่นดี หรือว่าฐานะดีแบบผู้หญิงคนอื่นเลย แต่ทำไมคนด้านหน้าถึงได้พยายามเข้าหาเธอนักก็ไม่รู้ 

“ก็เพราะพี่อยากได้ลิซมาเป็นมะ...” 

ไอ้เชี่ยหมอก! มึงจะพูดอะไรของมึงเนี่ย! 

ไอหมอกสบถลั่นในใจตัวเองก่อนจะแสร้งยิ้มแล้วรีบเปลี่ยนคำพูดใหม่ “ก็เพราะพี่อยากรู้จักกับลิซไงครับ” 

“คนอย่างลิซ...เนี่ยนะคะ?” 

“ก็คนอย่างลิซนั่นแหละ น่า...” น่ากินชิบหาย “น่ารักจะตาย” 

“เอ่อคือ...” ลิซเกาคอตัวเองนิดๆ “พี่ไอหมอกพูดแบบเดิมก็ได้ค่ะ ไม่ต้องพูดเพราะกับลิซหรอก” 

“ได้หรอ” 

“ได้สิคะ” 

ไอหมอกถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เพราะเขาเองก็ไม่ได้ชอบพูดคะพูดขาหรือแทนตัวเองว่าพี่อะไรนักหรอก แทบไม่พูดเลยด้วยซ้ำ 

“แล้วตกลง ไม่ไล่ฉันแล้วได้มั้ย?” แต่ถึงอย่างนั้นก็คงต้องใช้เสียงหงอยๆพูดไปก่อน 

“คือลิซสงสัย...” 

“ถ้าเรื่องที่ว่าทำไมฉันถึงอยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเธอนัก ฉันก็ตอบตามความจริงไปแล้ว” ถึงจะไม่ทั้งหมดก็ตาม “หรือพูดง่ายๆคือฉันชอบเธอ เธอตรงสเปค” 

“ตรง...สเปค” 

ฉ่าาาาาา~ 

อยู่ๆลิซก็รู้สึกเหมือนหน้าตัวเองจะละลายเลย ทำไมมันร้อนอย่างนี้นะ ตั้งแต่เกิดมาเธอยังไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างตัวเองจะไปตรงสเปคใคร หรือมีใครมาชอบได้ 

“ล้อลิซเล่นหรือเปล่าคะ ลิซไม่มีตรงไหนสวยเลย” 

บางทีไอหมอกก็อยากจะจูบปิดปากนิ่มๆที่ชอบพูดดูถูกให้รู้แล้วรู้รอด ถ้าไม่ติดว่าไม่อยากทำให้อีกฝ่ายกลัวอีกครั้งทั้งๆที่พึ่งจะตามมาง้อได้ 

“ถ้าไม่ชอบฉันคงไม่ทำแบบนั้น...กับเธอ” เขาพูดถึงเหตุการณ์ที่ผ่านๆมา ที่เขาทั้งชอบลูบชอบจับอีกฝ่ายเป็นว่าเล่น ถึงแม้จะเป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆก็ตาม 

“อึ่ก...” 

ใบหน้าอวบอิ่มที่ถูกแต่งแต้มไปด้วยเลือดฝาดเหมือนจะยิ่งแดงขึ้นมากไปกว่าเดิมจนเจ้าของใบหน้าต้องยกมือตัวเองขึ้นมากุมเอาไว้ 

“ขอจีบได้มั้ย?” 

“คะ O_O” 

“ขอจีบได้มั้ย สัญญาว่าจะไม่ทำแบบนั้นอีกแล้วถ้าเธอไม่เต็มใจ จะไม่ล่วงเกินไม่ทำอะไรทั้งนั้น” ระหว่างนี้ก็ขอแอบไขว้นิ้วไว้แล้วกัน 

“คือ...” เจ้าของใบหน้าแดงก่ำรีบหลบสายตาของคนตรงหน้าไปที่อื่นทันที 

“นะครับ” 

ฮื้ออออ พี่ไอหมอกจะทำให้เธอเขินไปถึงไหนกันนะ! T/////T 

หงึก! 

ใบหน้าที่พยักหน้าขึ้นลงน้อยๆนั่นทำให้คนที่กำลังรอคอยคำตอบอย่างตั้งใจเผลอยิ้มร้ายออกม- เอ้ย! ยิ้มดีใจออกมา (แหม~ ไอหมอกนะไอหมอก แหมๆๆๆ // ไรท์) 

“สัญญาแล้วนะคะ” 

“...” ไอหมอกชะงักน้อยๆกับนัยน์ตากลมโตที่ช้อนขึ้นมามองเขาน้อยๆอย่างเขินอาย แต่แบบ...เฮ้อ เขาคงต้องทำตามสัญญาจริงๆสินะ “อืม ^^” 

“งั้นก็...ขอบคุณค่ะ ^_^” 

ใบหน้าน่ารักที่แต้มไปด้วยสีแดงจางๆเงยหน้าขึ้นมาสบสายตากับร่างสูงตรงหน้า ก่อนจะคลี่ยิ้มกว้างที่ไม่ค่อยได้ยิ้มบ่อยๆนักออกมาให้คนมองได้สตั้นเล่นๆ 

“...” 

เชี่ยเอ้ย! นั่นคือคำที่ไอหมอกกำลังสบถในใจอย่างไม่รู้จบในตอนนี้ นี่จะนับเป็นครั้งแรกเลยก็ได้ที่ลิซยิ้มให้เขาแบบนี้ และเขาก็ยอมรับว่ามันมีพลังทำลายล้างต่อเขามาก มันดีต่อใจอย่างบอกไม่ถูกและเขาก็ไม่เคยเป็นกับใครแบบนี้มาก่อน 

ในใจอยากจะกระชากคนตรงหน้ามาบดขยี้ปากนิ่มๆนั่นให้ช้ำ หลังจากนั้นก็ลากไปต่อกันที่ห้อง...แต่นั่นมันก็แค่ความคิด 

“อ้ะ ลิซต้องไปทำงานแล้ว ออกมานานแล้วด้วยสิ” เสียงใสๆพูดขึ้นมาอย่างตกใจยามที่เห็นเวลาในโทรศัพท์ของตัวเองที่บ่งบอกว่าเธอแอบอู้งานออกมาเกือบสิบนาทีได้แล้ว กลับไปมีหวังโดนด่าแหงเลย 

ใบหน้าหวาดๆของคนตรงหน้าทำให้ไอหมอกคลี่ยิ้มอีกครั้ง “ไม่ต้องกลัวน่า เดี๋ยวฉันช่วยเอง” 

หลังจากที่พูดจบไอหมอกก็พาคนตัวอวบเดินกลับเข้ามาในร้าน เห็นคนที่ดูท่าทางเหมือนจะเป็นผู้จัดการเตรียมเดินเข้ามาว่าคนข้าวตัวเขาก็ชิงเดินเข้าไปประชิดร่างสาวสองตรงหน้าซะก่อน 

“พี่สาวคงไม่ว่าอะไรใช่มั้ยครับ พอดีเมื่อกี้ผมรู้สึกไม่ดีนิดหน่อยเลยเรียกให้น้องเค้าไปช่วยพยุงเดินออกไปสูดอากาศ ^^” 

“อ้ะ ธะ...” 

“ขอโทษสำหรับค่าเสียเวลานะครับ แต่อย่าว่าน้องเค้าเลย” ว่าจบก็สอดแบงค์พันสองใบไปไว้ในมือของสาวสองตรงหน้าที่ทำหน้าเหวอกับการจู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัวของเขาอยู่ 

ไอหมอกยิ้มส่งท้ายเล็กน้อยแต่ก่อนที่จะเดินกลับไปยังโต๊ะตัวเองก็ไม่ลืมที่จะก้มลงไปกระซิบที่ข้างใบหูขาว “เดี๋ยวคืนนี้ฉันไปส่งนะ” 

ไม่รอให้ได้คำตอบร่างสูงที่เป็นจับจ้องของสาวๆในบริเวณนี้ก็เดินจากไปอย่างไม่คิดที่จะเล่นหูเล่นตากับสาวๆที่พยายามส่งสายตาให้เลยแม้แต่น้อย 

ก็นะ...เขามีคนนุ่มนิ่มอยู่แล้วทั้งคน จะไปสนใจคนอื่นอีกทำไม :) 

เวลาผับปิดของที่นี่คือตีสอง ซึ่งตอนนี้เวลาก็ล่วงเลยมาตีหนึ่งกว่าๆแล้ว คนที่แทบไม่ได้หยุดเดินเลยตั้งแต่เข้ากะงานมาถึงกับยกมือขึ้นปาดเหงื่อเบาๆ 

นึกโชคดีที่ผู้จัดการยังมีเมตตายอมให้เธอมาทำงานพิเศษในคืนวันศุกร์และวันเสาร์ ถึงงานจะหนักไปหน่อยเพราะที่นี่เป็นผับยอดนิยมทำให้มีคนหลั่งใหลเข้ามาไม่ขาด แต่มันก็ดีตรงที่เงินที่เธอได้มามันก็คุ้มค่ากับแรงที่เสียไป 

แต่จนแล้วจนรอดจนผับจะปิดก็ยังมีคนกลุ่มหนึ่งที่นั่งแช่มาหลายชั่วโมงแล้วแต่ก็ยังไม่ยอมลุกไปไหน แถมหนุ่มหล่อหนึ่งในนั้นยังคอยมองจ้องมาที่เธอแบบไม่ละสายตาอีก 

ก็จะใครล่ะ...มีอยู่แค่คนเดียวเท่านั้นแหละที่มาสนใจคนอ้วนๆแบบเธอ 

ลิษาคิดพลางส่ายหน้าเบาๆก่อนที่จะเดินผ่านโต๊ะของกลุ่มหนุ่มหล่อตรงไปที่โต๊ะริมสุดของผับ แต่ยิ่งเดินเข้าไปใกล้ก็เหมือนคิ้วเริ่มกระตุก 

และมันไม่ใช่สัญญาณที่ดีแน่ 

“แหม~ คิดถูกจริงๆสินะที่มาต่อที่ผับนี่” 

“คิดว่าจะย้ายที่ทำงานหนีไปแล้วซะอีกนะ ฮ่าๆๆๆๆ” 

ตอนนี้ลิซรู้สึกเหมือนจะร้องไห้ยังไงก็รู้ T^T 

ก็ในเมื่อโต๊ะที่เธอจะต้องเอาน้ำไปเสิร์ฟ โต๊ะที่เป็นเจ้าของเสียงสนุกสนานเมื่อกี้ กลุ่มคนที่กำลังนั่งอยู่รอบโต๊ะคือกลุ่มคนที่ชอบตามแกล้งเธอยังไงล่ะ 

“ว่าไงจ้ะ ซินเดอเรลล่า~” 

“คะ เครื่องดื่มค่ะ” 

“ทำไมเสียงสั่นแบบนั้นล่ะ แค่เจอเพื่อนเอง” 

“...” ลิซเม้มปากแน่นยามที่พยายามประคองมือสั่นๆของตัวเองให้ประคองของจากถาดไปวางที่โต๊ะโดยที่ไม่ให้ทั้งอาหารและเครื่องดื่มหก 

“เงียบเลยว่ะ สงสัยกลัวจนหัวหดหมดแล้ว!” 

“ฮ่าๆๆๆๆ” 

เสียงหัวเราะดังคลืนไปทั่วทั้งโต๊ะ แต่ลิซเองก็ไม่คิดจะตอบโต้เหมือนทุกทีอยู่แล้ว ยามที่เครื่องดื่มขวดสุดท้ายถูกวางลงบนโต๊ะเธอก็เตรียมจะเดินกลับไปให้เร็วที่สุด 

ถ้าไม่ติดว่ามีมือมากระชากแขนเธอไว้น่ะนะ... 

พลั้ก! 

“โอ้ย!” 

โซฟาที่ผับแห่งนี้มันนุ่มก็จริง...แต่มันไม่ได้ทำไว้เพื่อรองรับคนที่ถูกกระชากลงมาแบบนี้ ตอนนี้ส่วนหลังของเธอเลยปวดร้าวไปหมด 

“จะรีบไปไหนล่ะ มาดื่มกับเพื่อนก่อนไปสิจ้ะ” 

“เฮ้ย! เอามาดิ้” 

ลิษาที่ดันตัวเองขึ้นมานั่งดีๆได้แล้วแต่ยังไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้ได้แต่มองแก้วที่บรรจุน้ำสีอำพันตรงหน้าอย่างไม่ไว้วางใจ หัวก็สั่นครืดไปมาเป็นการปฏิเสธ แต่มันก็แน่อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายที่ตั้งใจมาแกล้งเธอคงไม่หยุดง่ายๆ 

“ถ้าอยากกลับไปทำงานแบบดีๆก็ดื่มซะ” ร่างผอมเพรียวในชุดเดรสรัดรูปที่นั่งข้างเธอเอ่ยบอกเสียงเหี้ยมพร้อมทั้งพยายามยัดขอบแก้วเข้ามาในปากเธอ มือเรียวอีกข้างของเจ้าหล่อก็บีบเข้าที่แก้มอวบพร้อมบีบจนเล็บจิกลงไปบนเนื้อ 

“แค่ดื่มไอ้นี่หมดแก้ว พวกฉันจะปล่อยแกไปแบบดีๆ” 

ลิซเริ่มลังเล...ถ้าเป็นแบบที่อีกฝ่ายว่ามันก็อาจจะคุ้มก็ได้ เพราะทุกทีกว่าที่ทั้งกลุ่มนั้นจะยอมลามือจากเธอมันก็ไม่ง่ายแบบวันนี้ 

มืออวบที่กำลังสั่นยกขึ้นมารับแก้วน้ำสีอำพันอย่างกล้าๆกลัวๆก่อนที่จะค่อยๆยกขึ้นจรดริมฝีปากแล้วกลืนกินเครื่องดื่มรสขมปร่าลงคออย่างช้าๆ แต่ก็ยากลำบากสำหรับคนที่ไม่แตะของพวกนี้ เธอยากจะอ้วกออกมาให้รู้แล้วรู้รอดแต่ก็ต้องฝืนกินไปเมื่อทุกสายตาของคนในโต๊ะกำลังจับจ้องมาที่เธอ 

“จิ๊ ช้าจริง!” 

พลั่ก! 

“อื้อ!” 

แก้วสีใสถูกดันเข้ามามากขึ้นจนจากที่จิบทีละน้อยๆเธอต้องเปลี่ยนเป็นรีบกลืนมันอึกใหญ่ แต่มันก็ยังไหลออกมาหกเปื้อนเสื้อพนักงานของเธออยู่ดี 

“อึ่ก! ฮึก! แค่กๆ” 

ลิซน้ำตาคลอเต็มสองหน่วยตาเมื่อสำลักน้ำรสแย่นั่นเข้าเต็มๆจนแสบคอแสบจมูกไปหมด 

“แก้วเดียวพอหรอว้า กูว่าแค่นั้นคงไม่มันส์ว่ะ อีกสักแก้วเป็นไง” 

“เออความคิดดี” 

เจ้าของใบหน้าน่าสงสารที่กำลังร้องไห้เพราะความกลัวส่ายหน้าพรืดเพื่อเป็นการปฏิเสธคำพูดนั้นของคนที่นั่งในโต๊ะนี้ แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ได้ผลอีกแล้วเพราะหนึ่งในนั้นกำลังยื่นอีกแก้วมาทางเธอ... 

.. 

. 

“มึงงงงงง กูดร็อปเรียนดีม้ายยยย เรียนหมอมันย๊ากกกก” 

แต่มึงเรียนมาสามสี่ปีแล้วไงไอ้เชี่ยโต๋ =_= 

“ว้านนนนน มึงว่าง้ายยยยย” 

“ง้ายพ่อง! ชอบเมาแล้วเรื้อนไอ้สัส” ว่านถีบใส่ไอ้เพื่อนที่มันเรื้อนมาใส่เขาจนได้ ตอนนี้บนโต๊ะของพวกเขาก็เหลือกันแค่สามคนแล้ว เพราะไอ้สายธารมันก็กลับไปพร้อมกับพี่หมอตั้งแต่ยังไม่เที่ยงคืนนู่น สรุปแล้วพี่หมอเขาก็รู้อยู่ดีนั่นแหละว่าถูกไอ้เพื่อนแง้วๆของเขามันตามมา 

“แล้วเมื่อไรมึงจะมีผั๊วววววอ่ะว่านนนนนน” 

“ผัวพ่อง! ไอ้เหี้ยนี่!” 

ผัวะ! 

ว่าแล้วเจ้าของใบหน้าสวยหนึ่งเดียวบนโต๊ะนี้ก็มะเหงกเข้าให้เต็มกระบาลไอ้คนปากหมา 

“ฮ่าๆๆๆ อันนี้กูเห็นด้วยกับไอ้โต๋ได้เปล่าวะ” ไอหมอกที่ยังสติครบถ้วนไม่เสียส่วนไหนไปให้กับแอลกอฮอล์ว่าขำๆยามที่เห็นเพื่อนโกรธจนหน้าแดงจัด 

“พ่องเหอะ!” 

“โถ่มึง เสียดายหน้าสวยๆ” 

“จิ๊” ว่านจิ๊ปากอย่างไม่พอใจ ไอ้พวกเหี้ยนี่ก็ชอบแหย่เขาเรื่องนี้จริงๆ ก็รู้แล้วโว้ยว่าหน้าหวานแต่มันจำเป็นต้องมีผัวมั้ยอ่ะถาม! (เกรี้ยวกราด) 

“ฮ่าๆๆๆๆ” 

สองหนุ่มที่ยังคงสติครบถ้วนดีต่างยกแก้วเหล้าขึ้นมาจิบกันต่อ ตาก็คอยมองไอ้คนที่เมาจนแทบไม่เหลือสติเลื้อยไปเลื้อยมาตามโซฟาไม่ให้มันหลุดไปเรื้อนใส่คนอื่น 

แต่แล้วบางสิ่งบางอย่างที่มันเด่นขึ้นมาในสายตาของคนหน้าสวยก็ทำเอาแก้วเหล้าในมือชะงักกึก... 

“เชี่ยหมอก” 

“อะไร?” ไอหมอกเลิกคิ้วถามเพื่อนที่ทำหน้าตกใจมองมาที่เขา 

“นั่นน้องนุ่มนิ่มของมึงรึเปล่า” 

.. 

. 

“มะ อึ่ก เราไม่เอาแล้ว” 

“อีกแก้วเดียวน่ายัยหมูตอน~” 

ตอนนี้ลิซรู้สึกร้อนวาบไปทั่วทั้งลำคอและท้องเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ แถมรสขมๆของมันยังติดอยู่ที่ลิ้นจนแทบจะอ้วกอีก ถ้าให้เธอดื่มอีกแก้วเธอไม่ไหวแน่ๆ 

“มาเร็ว อย่าให้ฉันต้องใช้กำลัง” 

“ไม่เอา ฮึก!” 

“จิ๊! มานี่ดิวะ อย่าลีลา” 

จังหวะที่ลิษาหลับตาปี๋เตรียมรับแรงกระชากที่แขนอีกครั้งแต่หลังจากหลับตาไปได้ซักพักก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะมีแรงมากระชากที่แขนแต่อย่างใด แต่เมื่อเธอค่อยๆคลี่เปลือกตาที่หลับตาปี๋ขึ้นเธอถึงได้รู้ว่าทำไมเธอถึงไม่โดนแรงกระชากนั้น... 

“พี่...ไอหมอก” 

“คิดจะทำอะไรเหรอครับ :)” น้ำเสียงเย็นเยียบมาพร้อมกับรอยยิ้มน่ากลัวจนคนที่โดนบีบข้อมือที่กำลังจะไปกระชากคนที่กำลังร้องไห้อยู่ถึงกับสั่น 

“คะ คุณเป็นใคร” 

“ไม่สำคัญหรอก สำคัญว่าเธอกำลังจะทำอะไรมากกว่า” ไอหมอกยังคงพูดต่อด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบพร้อมใช้นัยน์ตาแข็งกร้าวมองจ้องกลับไป 

เขาไม่คิดเกรงกลัวอีกฝ่ายที่มีกำลังคนมากกว่าเป็นเท่าตัวเลยแม้แต่น้อย ตอนนี้เขากำลังโกรธจัดที่ภาพที่เขาหันมาเห็นคือภาพที่ลิซกำลังถูกพวกนั้นกลั่นแกล้ง สภาพเสื้อที่เปื้อนไปด้วยน้ำสีอำพันก็ยิ่งเป็นตัวบ่งชัดอย่างดี 

“ฉะ...” 

ปึ้ด! 

“โอ้ย!” คนที่โดนบีบข้อมือร้องลั่นเมื่อแรงที่บีบเข้ามานั้นมันทวีความแรงมากขึ้น 

“เฮ้ย! ปล่อยเพื่อนกูนะเว้ย” ชายหนุ่มในกลุ่มคนหนึ่งทำท่าจะเข้ามาช่วยเพื่อนตัวเอง แต่ก็ต้องชะงักกับสายตาน่ากลัวที่ตวัดกลับมามองทั้งที่ริมฝีปากยังคลี่ยิ้มอยู่แท้ๆ 

น่ากลัวเป็นบ้า 

แต่ก่อนที่ไอหมอกจะได้อาละวาดให้มากไปกว่านี้น้ำเสียงอ่อนแรงปนกับลมหายใจหอบถี่ของคนที่นั่งอยู่ด้านหลังก็ทำให้การกระทำทั้งหมดของคนที่กำลังโกรธจัดชะงัก 

“พะ พี่...อ่ะ อื้อ ไอหมอก...ลิซ...” 

พลั่ก! 

ร่างสูงสะบัดข้อมือคนตรงหน้าไปอย่างไม่ใยดีจนอีกฝ่ายเซล้มลงไปกับพื้น แต่เขาไม่สนมันซักนิด สิ่งที่เขากำลังกังวลอยู่ตอนนี้คือใบหน้าของคนนุ่มนิ่มที่กำลังแดงก่ำและเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ ลมหายใจของลิซเองก็หอบถี่จนน่ากลัว 

“ลิซ...อื้อ...ร้อน” 

 

​เอาเเล้ววววว 

ร่วมเอาใจช่วยกับพี่ไอหมอกกันนะคะ 555555 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว