ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 9

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.8k

ความคิดเห็น : 45

ปรับปรุงล่าสุด : 08 เม.ย. 2562 22:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 9
แบบอักษร

** **

ตอนที่ 9

โรงน้ำชาลู่เฟินส่วนประกอบอื่นๆเป็นเพียงเครื่องเคียงเท่านั้น ส่วนที่จะมีชื่อเสียงและดึงดูดผู้คนคือชาปราณอย่างไม่ต้องสงสัย และขนมขึ้นชื่อคงจะไม่พ้นซาลาเปาไส้เนื้อที่ใช้เนื้อสัตว์วิญญาณมาเป็นวัตถุดิบ ราคาของมันคงมีเพียงเหล่าคุณหนูคุณชายที่จะได้ลิ้มลองมัน ซึ่งนั่นคือกลุ่มเป้าหมายที่หวังมู่เฟยวางแผนเอาไว้อยู่แล้ว

ส่วนชาซึ่งชาวบ้านธรรมดาสามารถจ่ายไหวจะผสมทั้งชาธรรมดาและชาปราณในแปดส่วนต่อสองส่วน ราคาจะธรรมดาสามัญทั่วไป ใช้ชาปราณสองส่วนเพื่อดึงดูดลูกค้าซึ่งคาดว่าแผนนี้จะประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ยามนี้ชาปราณในมิติของหวังมู่เฟยที่เก็บเอาไว้มีมากมายแทบไม่มีพื้นที่เก็บมันแล้ว แม้พันธุ์ชาที่ใช้ปลูกเป็นชาปราณจะธรรมดาจากเขาในหมู่บ้านจิง แต่ในเมืองเล็กๆแค่นี้ก็เพียงพอ แม้แต่เมืองใหญ่การจะได้ลิ้มลองชาปราณก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งเป็นพันธุ์หายากยิ่งไม่มี ชาพันธุ์หายากธรรมดาที่ไม่ใช่ชาปราณก็ยังพบได้น้อย

“ข้าได้ยินมาว่าวันนี้ที่โรงน้ำชาลู่เฟินจะให้คนจำนวนห้าร้อยคนที่เดินผ่านดื่มกินน้ำชาและขนมขึ้นชื่อโดยไม่คิดเงิน”

“โรงน้ำชาลู่เฟินใด?”

“โรงน้ำชาที่เพิ่งเปิดใหม่นั่นไง ที่อยู่ตรงข้ามร้านสมุนไพรซิ่นหลิง”

“พวกเราแวะไปดูกันเถิด เผื่อมีอะไรดีๆ”

เสียงพูดคุยของผู้คนในเมืองเจียวฉือจำนวนไม่น้อยกำลังพูดคุยเกี่ยวกับโรงน้ำชาลู่เฟินที่เพิ่งเปิดใหม่ ไม่เคยมีที่ใดให้ชาวบ้านชาวเมืองได้ลองลิ้มรสชาติของซื้อของขายเช่นนี้มาก่อน ยามนี้ด้านหน้าโรงน้ำชาลู่เฟินจึงมีผู้คนมากมากแออัดกันอยู่ ทั้งชาวเมืองและขอทาน กลายเป็นว่าไม่สามารถเข้าไปในโรงน้ำชาได้เลย ทำได้เพียงแค่ชกชิมที่เสี่ยวเอ้อนำน้ำชาออกมาแจกจ่ายในกระบอกไม้ไผ่เล็กๆให้ได้ลิ้มลองกันแทบทุกคนที่เดินผ่านไปผ่านมาเท่านั้น

เสี่ยวเอ้อในโรงน้ำชาลู่เฟินวันนี้ต่างทำงานกันอย่างขยันขันแข็งและหนักหน่วง ผู้คนแล้วผู้คนเล่าผ่านไปผ่านมาไม่มีหมด คนหนึ่งไปแล้วอีกคนหนึ่งก็เข้ามาแทนที่พูดคุยส่งต่อรสน้ำชาของโรงน้ำชาลู่เฟินกันปากต่อปาก แม้จะผสมชาปราณเพียงสองส่วนแต่ชาวบ้านธรรมดาผู้มีลมปราณขั้นเลี่ยนชีระดับ 1-2 เมื่อดื่มเข้าไปแล้วกลับรู้สึกกระปี้ประเป่าและรู้สึกว่าการเดินลมปราณรวดเร็วดีขึ้นอย่างมาก

เมื่อทราบกันทั่วหน้าแล้วว่าเป็นชาดี เสี่ยวเอ้อที่กำลังบริการจนหัวหมุนกล่าวว่าชาดังกล่าวเมื่อเข้ามาดื่มในโรงน้ำชาลู่เฟินแห่งนี้ในวันพรุ่งนี้ราคาอยู่ที่หนึ่งอีแปะดั่งชาทั่วๆไปในโรงน้ำชาและในโรงเตี๊ยมอื่นๆในเมืองเจียวฉือ แม้ก็มีชาดีกว่านี้แต่ราคาแพงจนชาวบ้านไม่อาจแตะต้อง แต่เพียงน้ำชาที่พวกมันได้ลองลิ้มชิมก็เพียงพอแล้ว แค่นี้ก็รู้สึกว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม น้ำชาอื่นๆในเมืองกลับกลายเป็นไม่คุ้มค่าราคาขึ้นมาทันที

หวังมู่เฟยคาดการณ์เอาไว้แล้วว่าต้องวุ่นวายเช่นนี้แน่ ไม่ว่าที่ใดเมื่อเป็นของที่แจกจ่ายไม่คิดราคาย่อมต้องวุ่นวายแย่งชิง เขาได้เตรียมชาเอาไว้แล้วให้เพียงพอต่อคนห้าร้อยคนในถังหลายใบและให้เสี่ยวเอ้อตักแจกจ่ายให้ชิมในกระบอกไม้ไผ่ บางคนนำน้ำเต้าของตนมาเสี่ยวเอ้อก็ตักให้โดยไม่มีอิดออด ถังแต่ละถังยังร้อนอยู่มาก มีทั้งคนต้มชา คนตักชาแม้วุ่นวายไปบ้างแต่ก็ยังถือว่าไม่มีเรื่องร้ายแรงตบตีกันหรือก่อกวนแต่อย่างใด

อาจเป็นเพราะเพียงไม่กี่ชั่วยามทุกอย่างก็จบลง ผู้ไม่ประสงค์ดีจึงไม่มีโอกาสได้ลงมือ  ผู้คนที่มาไม่ทันยังเสียดายไม่หายที่ไม่ได้ลิ้มรสชาดีที่หาได้ยากและราคาไม่แพง มีหลายคนบอกกล่าววันพรุ่งนี้จะมาเยือน ซาลาเปาสามร้อยลูกไส้เนื้อเป็นที่พูดถึงไม่แพ้น้ำชาแต่อย่างใด เนื้อสัตว์ธรรมดาผสมกับเนื้อสัตว์วิญญาณของวัวทมิฬจะไม่กระชุ่มกระชวยรสเลิศได้อย่างไร แม้แต่คหบดีใหญ่บางคนก็ยังไม่มีโอกาสได้ลิ้มลอง

แม้น้ำชาจะจัดชงในภาชนะขนาดใหญ่และรีบร้อน แต่อย่างไรสรรพคุณของมันก็ล่ำลือไปทั่วเมืองเจียวฉือเพียงวันเดียว โรงน้ำชาลู่เฟิเองชื่อเสียโด่งดังไปชั่วข้ามคืน โดยเฉพาะตระกูลหวังซึ่งเริ่มเป็นที่รู้จักของชาวบ้านบ้างแล้วในชื่อเจ้าของโรงน้ำชาลู่เฟิน โดยเฉพาะคุณชายหวังมู่เฟย

‘ค่าน้ำชาห้าเหรียญทองแดง ค่าซาลาเปาหกเหรียญทองแดง แม้ดูเหมือนไม่ขาดทุน แต่วัตถุดิบล้วนเป็นของชั้นเลิศทั้งสิ้น’

เห้อ! หวังมู่เฟยทอดถอนใจอยู่ผู้เดียวเมื่อดูบัญชีของโรงน้ำชา เขาลงทุนไปไม่น้อย ล้วนเป็นของดีที่ผู้คนไม่เคยได้ลิ้มลอง แม้เพียงเล็กๆน้อยๆแต่ก็รู้สึกแปลกประหลาดอยู่บ้าง แต่คนที่เคยใช้เงินต่างน้ำก็ปล่อยวางได้อย่างรวดเร็ว หากต้องการเขี่ยคู่แข่งรายเก่าออกไปจำเป็นต้องลงทุน เพียงเท่านี้นับว่าเล็กน้อยสำหรับชื่อเสียงโรงน้ำชาอันดับหนึ่งในอนาคต

จะอย่างไรภายภาคหน้าก็ต้องใช้ชาปราณผสมกับชาธรรมดาและใช้เนื้อสัตว์วิญญาณผสมไส้ซาลาเปาอยู่ดีเพื่อความเป็นที่หนึ่งในด้านคุณภาพและชื่อเสียงอันโด่งดังทั่วแว่นแคว้น นี่เป็นเพียงก้าวแรกเท่านั้น

“พี่ใหญ่ พรุ่งนี้หากผู้คนมากมายเช่นนี้อีกข้าคงดูแลได้ไม่ทั่วถึงเป็นแน่”

หวังจือโอดครวญอยู่ไม่ไกลจากหวังมู่เฟยนัก ยามนี้ครอบครัวสกุลหวังกำลังนั่งรับประทานอาหารเย็นกันอยู่ ทุกคนต่างยิ้มแย้มแจ่มใสเมื่อโรงน้ำชาลู่เฟินเริ่มต้นไปได้ด้วยดี

“ทำงานแค่นี้ก็บ่นแล้วรึ”

“แหะๆ” แน่นอนว่าหวังจือไม่กล้าโอดครวญอีกเมื่อเห็นใบหน้างดงามอ่อนหวานฉายประกายเหนื่อยล้าของผู้ที่เป็นใหญ่ที่สุดในสกุลหวังขณะนี้ จะไม่ให้หวังจือบ่นนิดบ่นหน่อยก็อย่างไรอยู่ เนื่องจากวันนี้ต้องคอยดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยของโรงน้ำชาลู่เฟินซึ่งมีชาวบ้านรุมล้อมมากมาย

และหากไม่มีหวังจือที่ทุกคนเห็นว่าเป็นผู้ที่มีลมปราณสูงส่งคอยดูแลความเรียบร้อย ชาวบ้านและขอทานอาจจะวุ่นวายแย่งชิงน้ำชากันเกิดขึ้นก็เป็นได้ อีกทั้งอาจแสดงความไม่พอใจเมื่อมาถึงแล้วไม่ได้ลิ้มรสชาที่กำลังเป็นที่พูดถึง เพียงเห็นหวังจือที่อายุยังน้อยแต่ลมปราณกลับสูงส่งก็ทำให้ชาวบ้านอยู่ในความสงบทันที ยังไม่ต้องกล่าวถึงเบื้องหลังของเด็กหนุ่มอีก ชาวบ้านล้วนต่างไม่ใช่คนโง่งมปานนั้น

“พี่ใหญ่ พรุ่งนี้ข้าขอไปทำงานด้วย” หวังหยุนตัวน้อยกระตือรือร้นอย่างยิ่ง เขาเองก็อยากทำงานช่วยพี่ใหญ่เหมือนกัน

“แน่นอนหยุนน้อย” พาหวังหยุนไปเปิดหูเปิดตาก็ไม่เลว อีกทั้งห้องทำงานจะได้ไม่น่าเบื่อจนเกินไป ยังสามารถแนะนำสมุนไพรในตำราให้หวังหยุนรู้จักในยามว่างอีกด้วย

“แล้วข้าเล่า” หวังเหมยหน้าหมองไปไม่น้อยเมื่อทุกคนต่างทำงาน มีเพียงนางที่ต้องอยู่ที่บ้าน

“น้องสามมีเรียนมิใช่หรือ”  แม้ว่าหวังจือจะอยากให้หวังเหมยไปไหนมาไหนเหมือนอยู่ที่หมู่บ้าน แต่ต่างคนก็ต่างมีหน้าที่ของตัวเองจึงได้แต่ไถ่ถามออกไปด้วยความห่วงใย

หวังเหมยเงียบไปหลายอึดใจก่อนจะยอมรับในที่สุด นางหมายมั่นเอาไว้แล้วว่าจะต้องเล่าเรียนให้จบโดยเร็วจะได้ช่วยงานพี่ใหญ่กับพี่รองอีกแรง

“พรุ่งนี้โรงน้ำชาลู่เฟินคงวุ่นวายอีกไม่น้อย ฝากเจ้าด้วยเสี่ยวจือ” สิ้นคำตอบรับของหวังจือต่อคำกล่าวของหวังมู่เฟยพี่น้องทั้งสี่ก็เปลี่ยนเรื่องราวพูดคุยเป็นเรื่องทั่วไปภายในเรือนพร้อมถามไถ่เรื่องราวของแต่ละคน หลังจากการรับประทานอาหารเย็นจบลงต่างคนก็ต่างแยกย้ายไปยังเรือนของตนเองเพื่อนอนหลับพักผ่อน

หวังมู่เฟยเข้าไปยังมิติของตนเองเพื่อจัดการสิ่งต่างๆอย่างเช่นทุกวัน ชาปราณยังเหลืออีกมากมายขายอีกหลายปีก็ไม่หมด มีเพียงเขาที่เก็บเกี่ยวไม่ทันเท่านั้น ส่วนเนื้อสัตว์วิญญาณวัวทมิฬยามนี้เหลืออยู่เพียงห้าร้อยจินเท่านั้น สามเดือนมานี้แม้จะรับประทานอย่างประหยัดและผสมกับเนื้ออย่างอื่นแต่ของเช่นนี้ยิ่งมายิ่งหมดลงเรื่อยๆ วันนี้ยังผสมไส้ซาลาเปาไปอีก หลงเหลือเพียงนี้ก็ดีมากแล้ว

ไม่อาจรอคอยให้หวังจือฝึกปรือหมัดเหล็กได้คล่องแคล้วเสียแล้ว หากโรงน้ำชาลู่เฟินอยู่ตัว หวังมู่เฟยคงต้องออกไปล่าสัตว์วิญญาณในเร็ววัน

วันรุ่งมาถึงอย่างรวดเร็ว หวังหมู่เฟย หวังจือและหวังหยุนเมื่อรับประทานอาหารเรียบร้อยทั้งสามจึงนั่งรถลากที่มีเสี่ยวเฮยเป็นผู้ลากไปยังโรงน้ำชาลู่เฟินตั้งแต่เช้าตรู่ หลิงเถาเองก็ตามหวังหยุนมาด้วยอย่างกระตือรือร้น ภายในห้องโดยสารกว้างขวางจึงจุคนทั้งสี่คนได้โดยไม่แออัดอันใด เนื้อที่ภายในยังเหลืออีกมากมายด้วยซ้ำไป

พี่น้องทั้งสามต่างนั่งดื่มชาปราณอยู่ภายในห้องโดยสารอย่างสุขสบาย หวังจือและหวังหยุนดื่มชาปราณจนชาชินเสียแล้ว ยามออกไปเที่ยวเล่นดื่มชานอกจวนทีไรเป็นอันต้องหน้าเสียทุกคราไปเนื่องจากความไม่ถูกปาก อีกทั้งชาเหล่านั้นยังไม่ให้ประโยชน์อันใดอีกด้วย ช่างเสียดายเงินโดยแท้

หลิงเถาเคยดื่มอยู่บ้างยามหวังหยุนแบ่งปันตามประสาเด็ก ไม่ได้แยกแยะนายบ่าวเพราะแต่ก่อนหวังหยุนเองก็เป็นเพียงชาวบ้านฐานะยากจนธรรมดาคนหนึ่ง หวังจือจึงนับหลิงเถาเป็นสหายของตนเอง ยิ่งหลิงเถาเป็นเกอหวังหยุนยิ่งปฏิบัติต่อหลิงเถาเป็นอย่างดี

เมื่อมาถึงโรงน้ำชาลู่เฟินซึ่งยามนี้เปิดให้บริการแล้วหวังมู่เฟยก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจกับผลลัพธ์ที่เห็น ยามนี้โรงน้ำชาลู่เฟินมีลูกค้านั่งอยู่เต็มทุกโต๊ะ เสี่ยวเอ้อและคนครัวทำงานกันอย่างหัวหมุน ยังดีที่ชั้นสามหวังมู่เฟยจะเปิดใช้บริการเฉพาะคนที่จองล่วงหน้าเท่านั้นจึงไม่มีคหบดีตระกูลใหญ่หรือพวกขุนนางมาต่อยตีแย่งชิงห้องสุดหรูบนชั้นสามที่มีเพียงห้าห้องเท่านั้น

ยามนี้ภายในโรงน้ำชาลู่เฟินลูกค้าเต็มทุกโต๊ะ ไม่เว้นแม้แต่ชั้นสามที่คิวจองยาวเหยียดไปถึงเดือนหน้า ผู้ใดจะไม่อยากมาลิ้มลองชาที่โด่งดังข้ามคืนกัน สรรพคุณของชาล่ำลือใส่สีตีไข่เสียจนจะเป็นชาจากสวรรค์อยู่แล้ว คุณหนูคุณชายผู้ใช้เงินเป็นน้ำบางจำพวกต้องสนใจเป็นธรรมดา จะให้ตกข่าวไม่เคยลิ้มลองได้อย่างไร ข่าวลือโด่งดังปานนั้นย่อมต้องมีผู้คนอยากลิ้มลอง

“เมื่อใดพวกเจ้าจะไปเสียทีเล่า ไม่เห็นหรือว่าพวกข้ารออยู่”

“นั่งนานเหลือเกิน น้ำชาเพียงกาเดียวนั่งตั้งหลายชั่วยาม”

เสียงพูดคุยสบถของชาวบ้านบางคนที่มาเยือนแล้วโต๊ะเต็มเสียก่อนดังขึ้นไม่ขาดด้านหน้าโรงน้ำชาลู่เฟิน หวังมู่เฟยถอนหายใจเฮือกใหญ่ ยังดีที่มาทัน ยังไม่มีเรื่องราวลงไม้ลงมืออันใดเกิดขึ้น

“เสี่ยวจือ พี่ใหญ่ฝากความสงบเรียบร้อยไว้กับเจ้าแล้ว”

“ขอรับ! เชื่อมือข้าได้เลย” หวังจือตอบรับอย่างแข็งขัน เขาได้ยินชาวบ้านบางคนพูดคุยด้วยความไม่พอใจเช่นกัน เขาเป็นถึงเลี่ยนชีระดับห้า หากไม่รักชีวิตก็เข้ามาก่อกวนได้เลย

เมื่อพี่น้องสกุลหวังทั้งสามปรากฏตัวขึ้นภายในโรงน้ำชาลู่เฟินก็เงียบเสียงลงทันใด เสียงพูดคุยเสียงดังต่างลดระดับลงกลายเป็นกระซิบกระซาบ ส่วนเนื้อหานั้นก็ไม่พ้นเจ้าบ้านสกุลหวังที่ยังเด็กนัก!

“โอ้ นั่นหรือหวังมู่เฟย เจ้าบ้านสกุลหวังเด็กถึงเพียงนี้”

“เป็นบุรุษที่สะอาดบริสุทธิ์เสียจริง หากกล่าวว่าเป็นเกอข้าก็เชื่อ!”

“ไม่คิดว่าเจ้าของโรงน้ำชาลู่เฟินจะอายุเพียงเท่านี้”

“ช่างงามนัก แม้แต่หญิงงามอันดับหนึ่งของเมืองเจียวฉือก็เทียบไม่ติด หน้าเสียดายที่เป็นบุรุษ”

แม้จะเป็นเพียงเสียงกระซิบกันแต่หวังมู่เฟยก็ได้ยินอยู่ดี เขาไม่สนใจอันใด โปรยยิ้มหวานหนึ่งคราเพื่อการค้าก่อนจะพาหวังหยุนและหลิงเถาไปยังชั้นที่สี่เพื่อสะสางงานเอกสารต่างๆ

เมื่อหวังมู่เฟยลับหายไปยังชั้นบนชาวบ้านมากมากที่อยู่ภายในโรงน้ำชาลู่เฟินก็กลับมาพูดคุยวุ่นวายเสียงดังอีกคราแต่ก็อยู่ในความสงบไม่น้อย หากไม่ใช่เพราะหวังจือแล้วจะเป็นผู้ใดได้อีก เด็กหนุ่มผู้นี้แม้จะยังเด็กแต่กลิ่นอายลมปราณที่แผ่ออกมาก็เป็นถึงขั้นเลี่ยนชีระดับห้า เลี่ยนชีระดับห้า! นี่เทียบเท่าเจ้าเมืองเจียวฉือเลยทีเดียว จะไม่ให้อยู่ในความสงบได้อย่างไร ความเกรงใจสกุลหวังอันลึกลับที่จู่จู่ก็ผุดขึ้นมาจึงมีหลายส่วน

เหล่าชาวบ้านที่เคยสบถด่าทอยามมาไม่ทันผู้อื่นแล้วโต๊ะภายในโรงน้ำชาลู่เฟินเต็มจนหมดต่างก็ค่อยๆหายตัวไปอย่างรวดเร็วอย่างรักตัวกลัวตาย เด็กหนุ่มผู้มีลมปราณสูงส่งผู้นี้เล่าลือกันว่าเป็นคุณชายหวังจือ หากสร้างความวุ่นวายให้กับโรงน้ำชาลู่เฟินพวกมันคงไม่ตายดีแน่

สกุลหวังความเป็นมาลึกลับการฝึกฝนเองก็แข็งแกร่งอย่างยิ่ง คุณชายรองหวังจืออายุเพียงสิบห้าปีก็มาถึงขั้นนี้แล้ว บางคนคาดเดาระดับลมปราณของคุณชายหวังมู่เฟยแล้วร่างกายกลับสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว ไม่กล้าคาดคิดอีกเนื่องจากน่าหวาดผวาเกินไป

แม้ชาวบ้านจะคาดว่าสกุลหวังคงจะกลายเป็นขุมอำนาจใหม่และต้องมีเรื่องผลประโยชน์ปะทะกับขุมอำนาจเก่าเป็นแน่ แต่ผู้ใดใช้ให้ชาของโรงน้ำชาลู่เฟินดีเลิศจนเกินไปเล่า เช่นนี้จึงทำให้พวกมันเข้ามาดื่มชาจนโต๊ะไม่มีว่าง แม้จะอกสั่นขวัญกระเจิงอยู่บ้างก็ตาม

ด้านล่างเหตุการณ์สงบเรียบร้อยเป็นอย่างดี ด้ายบนชั้นสี่หวังมู่เฟยกำลังจัดแจงคลังชาปราณและลงบัญชีเอาไว้เป็นอย่างดี เขาเอาเนื้อวัวทมิฬออกมาหนึ่งร้อยจินสำหรับวันนี้ อาหารบนชั้นสามนั้นราคาแพงเป็นอย่างยิ่ง ชาปราณไม่มีชาธรรมดาผสม ซาลาเปาเองก็ไม่มีเนื้อสัตว์ธรรมดาผสม ชากาหนึ่งจึงราคาห้าเหรียญทองแดง ส่วนซาลาเปานั้นราคาแพงอย่างยิ่ง ลูกละหนึ่งเหรียญเงิน! ส่วนขนมต่างๆนั้นราคาย่อมธรรมดาทั่วไปเนื่องจากส่วนผสมไม่ได้เลิศเลออันใดจานละสองอีแปะ

ส่วนราคาในชั้นที่สองแล้วแต่คนผู้นั้นต้องการชาและซาลาเปาราคาเท่าใด เนื่องจากชั้นนี้มีทั้งชาวบ้านผู้จับจองที่นั่งชั้นแรกไม่ทัน คุณหนูคุณชายคหบดี ขุนนางและจอมยุทธ์ปะปนกัน คนเหล่านี้มักชอบบรรยากาศคลึกคลื้น

แม้ชาปราณและซาลาเปาบนชั้นที่สามจะราคาแพงแต่เมื่อมาถึงแล้วก็ไม่อยากขายหน้า คุณหนูคุณชายทั้งหลายต่างก็ต้องได้ลิ้มลองสักครา หากไม่ดีจริงค่อยทำลายโรงน้ำชาหลอกลวงนี้ก็ไม่สาย แต่เมื่อชาและซาลาเปาเข้าปากไปแล้วแต่ละคนต่างตาโตตกตะลึงอย่างยิ่งยวด! ไม่ใช่แค่คุ้มราคา แต่พวกมันไม่เคยได้ลิ้มลองเสียด้วยซ้ำไป!

บางคนเป็นลูกหลานขุนนางเคยเดินทางไปเมืองใหญ่อยู่บ้างและได้เคยลิ้มลองเนื้อสัตว์วิญญาณอย่างยากลำบากต่างไม่อาจเก็บอาการได้อีกต่อไป ยิ่งชาปราณด้วยแล้วพวกมันยิ่งตกตะลึง พวกนี้แม้เพียงเล็กน้อยแต่ก็ช่วยเพิ่มพลังลมปราณ!! รสชาติยังดีเยี่ยม คุ้มค่าราคาอย่างยิ่ง!!

เมื่อผู้หนึ่งออกไปผู้หนึ่งก็เข้ามาไม่มีขาด ปากต่อปากเล่าลือ โรงน้ำชาลู่เฟินตลอดทั้งวันคึกคักอย่างยิ่ง หวังหยุนและหลิงเถานั่งกินซาลาเปาและชาปราณพร้อมอ่านตำราไปด้วยอย่างเป็นเด็กดี ส่วนหวังจือนั้นทำหน้าที่เป็นเครื่องรางได้อย่างดีเยี่ยม โรงน้ำชาลู่เฟินเริ่มต้นได้อย่างงดงาม

            โรงน้ำชาลู่เฟินปิดลงในยามอิ่ว(17.00-18.59 น.) เสี่ยวเอ้อและคนครัวต่างเหน็ดเหนื่อยกันอย่างยิ่ง ขนมที่ทำเอาไว้ไม่พอต่อความต้องการ ไหนจะซาลาเปาแสนแพงที่ขายในชั้นสามที่คาดว่าจะขายไม่ออกกลับขายจนหมดเกลี้ยง ส่วนสองพี่น้องผู้บรรเลงดนตรีนั้นยามนี้กลับบ้านไปแล้ว

            “พวกเจ้าทำได้ดีมาก อีกไม่นานโรงน้ำชาลู่เฟินคงอยู่ตัว ช่วงแรกหนักหน่วงไม่น้อยอีกไม่นานคงไม่หนักหนาเท่านี้”

            หวังมู่เฟยทำได้เพียงปลอบใจลูกจ้างทั้งหลายพร้อมสัญญาว่าเดือนนี้จะมีโบนัสให้ แม้ยุคสมัยนี้จะไม่จำเป็นก็ตาม แล้วอย่างไรเล่า ทำงานหนักย่อมต้องได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า แม้จอมเสเพลเช่นเขายังคิดเช่นนี้ หวังมู่เฟยยังมีคุณธรรมอยู่บ้าง และถือเป็นการซื้อใจคนไปในตัว

            หวังมู่เฟยยังคงอยู่ในโรงน้ำชาลู่เฟินเพื่อทำบัญชีรายวัน หวังจือ หวังหยุนและหลิงเถาฝึกฝนลมปราณรออยู่ในสวนด้านหลังโรงน้ำชา สวนนี้เป็นสวนเล็กๆที่หวังมู่เฟยทำเอาไว้เพื่อพักผ่อนหย่อนใจและเป็นที่วิ่งเล่นสำหรับเด็กๆ



*********************

มาแล้วจ้าาา เรื่อยๆกันเนอะ ฮา นางเพิ่งเปิดโรงน้ำชายกให้นางไปก่อน(ได้ยินว่าทุกตอนก็มีแต่เรื่องของนาง55)

อาร์เพิ่งหายป่วยหลังจากไม่สบายมาสามวัน คิดว่าถ้าสามวันยังไม่หายจะไปตรวจเลือดเพราะเด็กแถวบ้านเป็นไข้เลือดออก แต่หายพอดีโล่งใจไป ฮือออ

รักษาสุขภาพกันด้วยเด้อ อากาศร้อนมากกกกกกกกกกกกกก่อนไม่สบายฝนตกหนักพอดีสงสัยอากาศเปลี่ยนแปลงปรับตัวไม่ทันT_T  สงกรานต์นี้บายจ้า ยังไม่อยากไข้กลับ ทรมานมากกกกกกกกกก




ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว