ฝากติดตามนิยายเรื่องใหม่ของไรท์ด้วยนะ

RISK.!! ความเสี่ยง 04

ชื่อตอน : RISK.!! ความเสี่ยง 04

คำค้น : Dark Shadow, RISK.!!, ความเสี่ยง, อาชา, ธาม, สายลับ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 336

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 08 เม.ย. 2562 22:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
RISK.!! ความเสี่ยง 04
แบบอักษร



RISK.!! ความเสี่ยง 04

..พาร์ทอาชา..

หลายวันก่อน

ทั้งผมและเขียดไปที่ IF เกือบจะทุกวันเงินที่ลงทุนไปทำให้เราได้ในสิ่งที่ต้องการนั่นคือทุกคนที่นี่คิดว่าพวกผมหลอกกินง่าย ใครก็อยากเล่นกับไอ้เขียดเพราะรู้สึกว่าอยากกินหมูแต่รอก่อนเถอะอีกไม่นานเดี๋ยวก็จะถึงเวลาที่เราจะได้คืนมาบ้าง ยิ่งมาบ่อยความสงสัยในตัวพวกผมก็ยิ่งลดน้อยลงพวกมันเปลี่ยนไปสนใจเงินในกระเป๋าแทนและนั่นคือสิ่งที่ผมต้องการ ผมจัดการหาข้อมูลทุกอย่างที่เกี่ยวกับที่นี่แต่ก็ยังต้องคอยระวังอยู่ตลอดเวลาเพราะผมไม่คิดว่าที่ที่อันตรายแบบนี้เรื่องที่ผมต้องการมันจะได้มาง่าย เออ..อีกอย่างผมขอเรียกไอ้สองทหารคู่ใจผมด้วยชื่อเดิมแล้วกันนะครับผมไม่ชินกับชื่อไทยของพวกมันจริงๆ

ที่นี่มีบริการครบวงจรถึงจะมีคนดูแลในแต่ละชั้นแต่นายใหญ่ของที่นี่คือซินสาวสองที่ไม่ว่าใครเจอก็ต้องหลงรักแต่ผมยังไม่เคยเจอหรอกนะครับ ชั้นที่ผมยืนอยู่ตอนนี้คือชั้นของเจ็มผู้ชายมาดเข้มดูน่ากลัวและไร้จุดอ่อนแต่ป่าวเลยจุดอ่อนของมันอยู่ที่ชั้นสองโรสไงครับ สาวสวยที่ดูแลชั้นที่ผู้ชายหลงใหลมากที่สุดโดยเฉพาะพวกที่หนีครอบครัวมาเที่ยวเข้าใจถูกแล้วโรสคือเมียของเจ็ม ตอนที่เด็กในร้านเล่าให้ผมฟังยังแอบกระซิบว่าอย่าไปบอกใคร เพราะพวกมันไม่ต้องการให้คนนอกรู้แต่ก็แน่ล่ะครับจุดอ่อนน่าสนใจขนาดนี้ก็ต้องระวังเป็นธรรมดา ทั้งหมดที่เอ่ยมานี้ไม่ใช่เจ้าของแต่เป็นแค่คนดูแลเดาไม่ออกเลยขนาดคนดูแลยังดูมีพิษสงรอบตัวขนาดนี้เจ้าของมันจะเป็นคนแบบไหนกัน

อีกอย่างที่ผมแปลกใจไม่รู้ว่าที่นี่มันใช้อะไรปิดปากพนักงานทุกคนถึงได้พร้อมใจกันเงียบ ข้อมูลที่ผมได้มันไม่ได้สำคัญพอที่จะเอาไปใช้ประโยชน์อะไรได้ พอผมเกริ่นเหมือนอยากรู้อะไรที่ลึกลงไปมากกว่านั้นก็มักจะถูกเบี่ยงประเด็นหรือไม่ก็ถูกเปลี่ยนเรื่องทุกครั้ง ปกติทีมเราไม่ต้องใช้เวลาหาข้อมูลกันมากขนาดนี้เลย

“มีตรงไหนที่เงียบสงบบ้าง” ผมส่งแบงก์พันให้ไปก่อนเอ่ยถามพนักงาน เพราะผมเริ่มคิดอะไรไม่ออกสมองมันตื่อตันเสียงในนี้ก็ดังจนน่ารำคาญ ทั้งๆ ที่หลายวันมานี้ผมก็พยายามหาโอกาสหาช่องโหว่ของที่นี่แต่ดูเหมือนมันยากกว่าที่คิดเยอะเลย ที่พ่อพูดมันคงจะจริงเรื่องนี้มันไม่ใช่ง่ายๆ ทางพ่อเองก็คงไม่ได้อะไรถึงได้เงียบแบบนี้

“เชิญด้านนี้ครับ” ผมถูกพามาที่ระเบียงด้านนอกลมเบาๆ ตีเข้ามากระทบที่หน้าทำให้ผมรู้สึกดีกว่าเมื่อกี้มากอย่างน้อยก็หายใจโล่งขึ้น ผมรู้ตัวเองดีว่าตอนนี้สภาพจิตใจย่ำแย่แค่ไหนไม่ค่อยจะมีสมาธิทำอะไร ถึงจะพยายามตั้งสติยังไงมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเวลาที่เผลอหรืออยู่คนเดียวเรื่องของคชาก็มักจะเข้ามาในหัวตลอด และทุกครั้งผมจะคิดว่าตัวเองผิดที่ไม่ยอมกลับมาตามสัญญาถ้าตอนนั้นผมอยู่ที่ไทยน้องคงไม่เจอเรื่องเลวร้ายแบบนี้ ผมเอาแต่โทษตัวเองทั้งๆ ที่รู้อยู่แก่ใจว่าอะไรคืออะไร

“ขอบใจมาก” ผมบอกก่อนทิ้งตัวนั่งที่เก้าอี้ก่อนจะมองไปด้านหน้าเพื่อรับลมพยายามสงบสติอารมณ์และความรู้สึกแย่ๆ ที่มีตอนนี้ ผมต้องทำยังไงนะถึงจะรู้ว่าคืนนั้นมันเกิดอะไรขึ้นกับน้อง จริงอยู่ที่ผมเคยผ่านการฝึกแถมยังทำภารกิจมาเยอะแต่นั่นมันคนละแบบกันกับตอนนี้

‘เจ็มอีกสองวันนายใหญ่จะมาซินได้บอกคุณไหม’ หือ..ผมนิ่งเป็นหินทันที ไม่ใช่ตกใจแต่ผมกำลังพยายามฟังสิ่งที่ตัวเองได้ยินต่างหาก เสียงที่ได้ยินมันดังมาจากระเบียงชั้นบนถัดจากผมไปนี่เอง

‘ไม่นะที่รัก ถ้าคุณไม่พูดผมก็ไม่รู้แล้วที่รักรู้ได้ยังไง’ หึ ที่รัก

‘ฉันมีคนของฉันเหมือนกันนะ ในเมื่อนายจะมาทำไมซินถึงไม่บอกอะไรเลยในเมื่อเราก็เป็นหนึ่งในผู้ดูแลที่นี่เหมือนกัน มาทีไรก็เป็นแบบนี้ทุกครั้งไม่เห็นลงมาจากชั้นเก้าเลยซักที’

‘นายใหญ่คงไม่ได้ต้องการจะเจอกับเรา’

‘ไม่จริง ซินอาจจะกันท่าเราก็ได้นะเจ็มทำไมคุณไม่คิดแบบนี้บ้าง’ นี่สินะช่องโหว่

‘ซินคงไม่ทำอย่างนั้น งานที่รับผิดชอบก็มากพออยู่แล้วคุณอย่าเอาเวลามาคิดเรื่องไร้สาระเลยนะโรส’

‘เบื่อคุณจริงๆ รู้ไหม’ แล้วผมก็ได้ยินเสียงตึงตังออกไป ไม่อยากจะเชื่อว่าการออกมานั่งที่ระเบียงจะทำให้ผมได้คำตอบที่ตัวเองกำลังหาอยู่ ถ้าอย่างนั้นเราเริ่มกันเลยเถอะ


ผมส่งสัญญาณให้เควินท์โวยวายเพราะเล่นเท่าไหร่ก็เสียจนสุดท้ายก็หมดตัวและผมเองก็รีบเข้าไปพาผู้เป็นนายออกมาทันทีเพราะเราต้องรีบกลับไปวางแผนขั้นต่อไปแล้ว ก่อนหน้านี้ผมโทรไปบอกให้แบล็คจัดการสมัครเข้าเป็นสมาชิกของที่นี่ตามนามบัตรเรียบร้อยแล้ว

“พี่รู้อะไรดีๆ มาใช่ไหม” พอขับรถออกมาได้ไม่นานฝรั่งช่างถามมันก็ยิงคำถามมาทันที

“ใช่”

“อะไรอะ”

“ค่อยเล่า” ผมหันกลับมองทางเพราะกำลังขับรถ

“ทำไมล่ะพี่หรือพี่ไม่ไว้ใจผม” เรื่องง่ายๆ ทำไมมันคิดไม่ได้วะ

“กูไม่อยากพูดหลายรอบ เก็ตนะ”

“อ่า..” มันเป็นคนที่ต้องการคำอธิบายอยู่เสมอไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตามและมันก็เป็นแบบนี้มาตั้งแต่วันแรกที่เข้าไปฝึก นี่ก็ผ่านมาหลายปีแล้วแต่นิสัยมันก็ยังเป็นเหมือนเดิมเวลาที่ผมรำคาญมันมากๆ ผมจะเดินหนีครับเข้าใจไหมบางครั้งมันก็ถามเยอะเกินไป ผมเองก็ไม่ได้ใจเย็นมากขนาดมานั่งตอบทุกเรื่องด้วยไงไม่เหมือนไอ้แบล็คไอ้นี่มันขยันอธิบายเหมาะแล้วที่สนิทกัน


เรากลับมาที่ฐานผมหมายถึงที่ร้านกาแฟเพื่อเตรียมวางแผนสิ่งที่ต้องจัดการในวันพรุ่งนี้ ถึงจะรู้แล้วว่าคนที่เราต้องการมันจะมาเมื่อไหร่แต่การที่จะขึ้นไปบนชั้นที่ค่อนข้างจะเป็นที่ต้องห้ามแบบนั้นมันก็คงไม่ง่าย อีกอย่างเพราะที่ตั้งของร้านอยู่ใจกลางเมืองสามารถมองเห็นมันได้จากทุกมุม เป็นไปไม่ได้เลยที่ผมจะลักลอบเข้าไปทางด้านนอกเพราะยังไงก็ต้องมีคนเห็นแน่อีกอย่างผมก็ยังไม่ต้องการให้ใครรู้ว่าพวกผมเป็นใครและกำลังทำอะไรอยู่ตอนนี้

“จัดการหรือยัง” พอเจอหน้าคนที่รับหน้าที่เฝ้าฐานผมหมายถึงร้านโอ๊ย..เมื่อไหร่จะชินวะ ร้านๆ ฐานๆ อยู่นี่แหละ ผมถามแบล็คถึงเรื่องที่ให้จัดการทันทีตั้งแต่เจอหน้า

“เรียบร้อยครับว่าแต่เราจำเป็นต้องสมัครเป็นสมาชิกด้วยหรอ แพงชะมัด” หือ..ไม่ค่อยเห็นแบล็คบ่นนะหรือมันจะแพงมาก

“พี่เล่ามาได้แล้วผมรอฟังอยู่” ตามเข้ามาอีกตัวแล้ว

“เท่าไหร่ที่ว่าแพง” ผมถามก่อนเดินเข้าไปดู

“หมื่นห้าแค่ค่าสมัครนะ” เออ แพงจริงหวะ

“เออแพง แต่มันก็จำเป็น”

“ยังไงครับ” กลายเป็นว่าแบล็คเองก็อยากรู้เหมือนกับเควินท์

“เป้าหมายจะมาที่นั่นอีกสองวัน สถานที่นัดพบน่าจะเป็นชั้นเก้า”

“แค่เราจะขยับตัวไปชั้นอื่นมันยังให้พนักงานไปส่งเลยนะ” ก็นั่นน่ะสิ

“แล้วคุณอาชามีแผนยังไงครับ” เอ่อ..

“ไอ้แบล็คถ้ามึงยังเรียกกูแบบนั้นกูจะถีบแล้วนะ” บอกเป็นล้านครั้งว่าไม่ให้เรียกแบบนี้

“ฮ่าๆ ก็เป็นการเป็นงานไง” ถึงจะต้องปวดกระบาลเพราะพวกมันทุกวันแต่อย่างน้อยผมก็ยังดีใจที่มันสองคนอยู่ข้างผมตอนนี้

“ไม่ต้อง ฟังให้ดีพรุ่งนี้จองตัวเด็กชั้นสี่ให้กูแล้วก็มึงด้วยนะแบล็คเอาตัวท็อปเลย งานนี้คงต้องใช้เงินอีกแล้ว”

“ผมล่ะ”

“เควินท์คืนพรุ่งนี้มึงต้องอยู่ที่นี่ ส่วนกลางวันกูมีงานให้มึงสองคนไปจัดการ”

“โคตรไม่แฟร์” หึๆ เควินท์ทำท่าไม่พอใจ

“ทำยังไงก็ได้ให้ชั้นห้าใช้การไม่ได้ขอแบบยกชั้นและต้องใช้เวลานานในการซ่อมด้วยอย่างน้อยก็ต้องคืนนึง” ถ้าชั้นห้ามีปัญหาลูกค้าของชั้นสี่ก็จะไม่มีห้องไว้สำหรับรับบริการและนั่นคือเหตุผลที่ผมจะเข้าไปซื้อเด็กที่นั่นในจำนวนเงินที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ เชื่อเถอะว่าชั้นเก้าต้องถูกเปิดใช้บริการแน่นอนรายได้แต่ละคืนคงไม่ใช่น้อยๆ ยังไงพวกมันไม่ยอมเสียเงินจำนวนนั้นไปง่ายๆแน่ผมมั่นใจ ที่เล่ามาตั้งแต่ต้นคือเหตุการณ์ก่อนที่ผมจะได้เจอไอ้เด็กหน้าหวานนั่นคนที่ไม่น่าเกิดมาเป็นผู้ชายเพราะมันไม่เหมาะกับคำคำนี้ผมบอกเลย


คืนนั้น

ตอนแรกผมคิดว่าแค่หน้ามันซะอีกที่ไม่ธรรมดาแต่ตอนนี้ผมว่ามันต้องไม่ใช่แค่เด็กขายซะแล้ว ตั้งแต่ตอนแรกที่มันเห็นผมสายตาจับผิดก็ถูกส่งมาให้ทันที แต่มันก็เลือกที่จะไม่พูดอะไรออกมาทำตัวปกติเหมือนมันไม่ได้สงสัยอะไร ถ้าเป็นเด็กขายคนอื่นๆ เขาคงบอกให้ผมถอดแว่นดำที่ใส่อยู่นี่ออกแล้วหรือไม่อย่างนั้นก็คงถามแล้วว่าผมใส่มันทำไม แต่นี่เล่นไม่ทำถามอะไรสักคำมันก็ยิ่งน่าสงสัยสิครับ

ก่อนขึ้นมาบนชั้นนี้หมายถึงตอนที่มันไปจัดการเรื่องห้องถึงผมจะทำเป็นไม่ได้สนใจแต่ความจริงแล้วผมมองมันอยู่ตลอดเวลา และพอจะจับอาการมันได้ตอนที่รู้ว่าต้องขึ้นไปใช้ชั้นเก้าแทนที่จะเป็นชั้นห้า ตามันเบิกกว้างเป็นประกายเหมือนเจอของถูกใจทำไมมันถึงมีอาการแบบนั้น

“จะให้ผมสั่งอะไรขึ้นมาให้ทานบนนี้ไหมครับ” มันถามผมแบบนี้สองรอบแล้วนะ ไม่รู้ว่าต้องการขายของหรืออยากจะให้ผมกินอะไรสักอย่างเข้าไปกันแน่ แต่จากเปอร์เซ็นต์ที่ดูแล้วน่าจะเป็นอย่างหลังมากกว่านะ

ยิ่งได้เข้ามาในห้องผมก็ยิ่งมั่นใจในท่าทางของมันที่แสดงออกทุกอย่างเริ่มจะชัดเจนทั้งสายตาและก็การกระทำ เด็กขายที่ไหนพอเข้ามาได้ก็ตรงไปเปิดม่านมองสำรวจไปทั่วแบบนี้วะ เพื่อความมั่นใจผมขอเช็คอะไรอีกสักหน่อย

“แปลกใจเหมือนไม่เคยใช้ห้องนี้” ผมเริ่มซักถามเพื่อดูว่ามันจะตอบผมกลับมายังไง

“ครับไม่เคย” แน่สิชั้นนี้ไม่ได้มีไว้สำหรับลูกค้าข้อมูลผมแน่น

“ปกติใช้ห้องไหน”

“ช่างมันเถอะครับ อาหารก็ไม่เครื่องดื่มก็ไม่งั้นเรา..” มันเลี่ยงที่จะไม่ตอบสินะ ผมว่ามันเองก็คงรู้อะไรเกี่ยวกับที่นี่บ้างแหละ

“ถอดสิจะได้ทำ” ผมตรงเข้าประเด็นทันที

“เอ่อ..คือต้องจ่ายเพิ่มจากข้างล่างด้วยนะครับ” หึ เวลาเรานั่งดูคนที่พยายามเอาตัวรอดมันสนุกแบบนี้เอง โดยเฉพาะไอ้คนตรงหน้าผมตอนนี้

“เรื่องอะไร รีบๆ ถอดไม่ต้องมาเรียกร้องไม่มีให้” อ้างต่อเลยสิกูรอดูมึงอยู่

“ถ้าไม่มีก็ไม่ให้เอานะครับ” หนักแน่นสุดๆ

“ถามจริง มึงไม่รู้หรือไงกฎของเด็กขายคือห้ามเรียกร้อง” ทำไมผมต้องรู้สึกสนุกไม่เข้าใจ

“ขอโทษด้วยครับแต่ผมไม่เหมือนคนอื่น ผมชอบทั้งเรียกทั้งร้องเลยล่ะ” ถ้าไม่ติดว่าทุกอย่างที่เราคุยกันไอ้เควินท์มันได้ยินด้วยนะผมคงหัวเราะออกไปแล้ว แถเก่งจริงๆ

“คือยังไงก็จะไม่ถอดใช่ไหม” ผมเองก็ไม่อยากจะยอมนักหรอกครับ

“ให้ไม่ได้ก็ไม่ถอดครับ” ยิ่งคุยก็ยิ่งน่าสนใจนะ สงสัยเราคงต้องรู้จักกันมากกว่านี้แล้วมั้ง

“เออ ไม่ถอดกูก็ไม่เอา” ผมบอก

“ไม่เอางั้นผมลงไปข้างล่างนะครับ” ก็ในเมื่อผมซื้อมันมาแล้วทำไมมันถึงอยากจะออกไปจากห้องนี้นักล่ะ

“หยุด!” ทันทีที่ผมบอก ไอ้เควินท์มันก็หัวเราะออกมาดังลั่นไม่ใช่แค่มันที่ได้ยินผม ผมเองก็ได้ยินมันเหมือนกันเดี๋ยวกลับไปจะเตะแม่ง โทษฐานก่อกวนผมขณะปฏิบัติหน้าที่

“ยังไงกันแน่ ผมไม่มีเวลามานั่งรอทั้งคืนนะครับ” แล้วมึงจะรีบไปไหนครับ

“ทำไม จะรีบไปเอากับคนอื่นต่อ?”

“ใช่ครับ วันนี้คิวยาว” คำตอบมันโคตรจะปลอมเลย

“วันอื่นอาจจะได้แต่วันนี้ไม่ได้” ผมยื่นคำขาดเพราะดูท่าแล้วมันไม่ใช่การเรียกเงินเพิ่มแต่มันต้องการจะออกไปจากที่นี่จริงๆ

“หมายความว่ายังไง” พอผมบอกว่าไม่ได้มันถึงกับเสียงแข็งขึ้นมาเลย

“หึ เยอะนะที่จ่ายไปจะไม่ให้อะไรตอบกลับมาบ้างเลยหรือไง” ผมยังคงใช้น้ำเสียงปกติเพราะตอนนี้ยังพอมีเวลา เมื่อกี้เควินท์บอกกับผมว่าแบล็คเองก็ขึ้นมาแล้วเช่นกัน

“เอ่อ..งั้นคุณเข้าไปอาบน้ำก่อนดีกว่านะครับ” มันคงรู้ว่าการพูดเสียงแข็งแบบนั้นไร้ประโยชน์สำหรับคนอย่างผม

“ไม่อยากอาบ” บอกแล้วไงครับว่าผมสนุก

“งั้น.. งั้น..” อะไรยังไงไหนว่ามาซิ

“หึ เป็นเด็กขายจริงใช่ไหมไม่เหมือนเลยซักนิด ถ้ามึงอยากให้กูอาบนักกูอาบก็ได้สั่งอะไรขึ้นมาให้กูกินด้วยเลยก็ได้” ผมยังอยากเล่นกับมันต่อแต่อีกใจผมก็อยากรู้ว่ามันต้องการอะไร มันเป็นใคร และกำลังทำอะไรอยู่ เลยต้องเปิดโอกาสให้มันได้แสดงให้ผมดูสักหน่อย

“ครับ”

หลังจากเดินเข้าห้องน้ำผมก็ต้องมานั่งรอเวลา ไม่ต้องเดาแล้วมั้งว่ามันจะทำอะไรกับอาหารที่สั่งมาพวกนั้นอยากให้ผมกินจนใจจะขาดทำไมผมถึงจะดูไม่ออก

(พี่ ตัวจริงเขาน่ารักไหม) เควินท์ถามเสียงร่า ทำไมมันถึงไม่ดูสถานการณ์บ้างเลยมันใช่เวลามาถามไหมวะ

“ธรรมดา”

(หรอ แต่เหมือนพี่จะสนุกนะถามซะเยอะเลย) นี่ไง ดีแล้วเมื่อกี้ไม่เสือกหัวเราะออกไปไม่งั้นมันต้องพูดมากกว่านี้

“มันคืองาน”

(ฉลาดขนาดนี้พี่จะสลัดยังไง) เออจริงตอนนี้ผมคิดแบบมันเลย ผมว่าไอ้คนข้างนอกนั่นก็มีเรื่องที่อยากจะทำบนชั้นนี้เหมือนกัน

“ให้แบล็คจัดการแทนกูเลย” วันนี้ที่มาไม่ได้ตั้งใจจะทำอะไรครับก็แค่สำรวจเท่านั้น

(อย่าเผลอไปโดนวางยานะพี่)

“รู้แล้ว”


ผมออกจากห้องน้ำในสภาพเดิมดูเหมือนอาหารทุกอย่างจะพร้อมมากสำหรับผม ถึงเด็กนี่จะดูแปลกใจว่าทำไมผมยังคงอยู่ในสภาพเดิมแต่มันก็ไม่ได้พูดอะไรคิดว่ามันแปลกไหมล่ะ มันเลือกที่จะเดินมาจับแขนผมให้ไปนั่งที่เก้าอี้แทนสงสัยมันจะรีบมากครับ งั้นเดี๋ยวผมจัดการให้เอง

“หึ ไปอาบน้ำสิ”

“ไม่เป็นไรครับเดี๋ยวผมนั่งเป็นเพื่อนคุณทานเสร็จก่อนค่อยไปอาบ ทานสิครับมีแต่ของอร่อยๆ ทั้งนั้น” มึงต้องการแน่ใจว่ากูจะกินมันเข้าไปใช้ไหมเด็กน้อย

“ไม่กินหรือไง” ผมก็อยากรู้ว่ามันจะทำยังไงต่อ

“คุณทานเถอะครับ ก่อนจะรับลูกค้าพวกเราต้องกินข้าวก่อนอยู่แล้ว” ปลอมมาก

“ก็ถ้าไม่อาบน้ำงั้นก็กินด้วยกัน” ลองดูว่าใครจะชนะ

“อือ..งั้นผมไปอาบน้ำก็ได้ครับ” มันต้องอย่างนั้นเด็กดียอมให้พี่หลอกซะดีๆ ว่าง่ายๆ พี่จะได้มาบ่อยๆ นะ

“ตามนั้น”

ผมจัดการเขี่ยอาหารไปทั่วจานเหมือนว่ากินเข้าไปบ้างแล้ว มาถึงขนาดนี้ผมคงต้องเล่นไปตามน้ำเอาแบบที่มันต้องการเลย บทผู้ชายหน้าโง่หลอกง่ายอาจจะเหมาะกับผมก็ได้นะครับใครจะไปรู้

แกร็ก “หึๆ คิดว่าต้องเหนื่อยซะแล้ว” ออกมาแล้วสินะ ว่าแต่เมื่อกี้มันว่าอะไรนะเหนื่อยงั้นหรอแสดงว่าถ้าผมยังไม่ยอมโง่แกล้งหลับมันจะใช้กำลังจัดการผมงั้นสิ หึๆ โคตรน่าสนใจ

“ไหนขอดูหน้าหน่อย” ซนซะแล้ว หรือผมจะต้องใช้กำลังกับมันตอนนี้ผมยังไม่อยากให้ใครรู้จริงๆ ว่าผมเป็นใครหน้าตาเป็นแบบไหน

ครืด... ครืด...!! ไม่อยากจะเชื่อในความพอดี พอดีโทรศัพท์มันดังไงล่ะครับ

“ว่าไง”

“จัดการตามแผนที่เหลือผมจัดการเอง” แผน? แล้วคนตรงหน้าก็เปิดประตูออกไปแบบไม่มีลังเลอย่างกับพวกมืออาชีพ

(ร้ายไม่เบา) นี่มึงฟังทุกอย่างเลยใช่ไหมฮะเควินท์

“ไปสืบมาว่ามันเป็นใคร”

(สนใจเป็นพิเศษ ฮ่าๆ)

“เควินท์!”

(รับทราบครับ) ต้องขึ้นเสียงสินะ หลังจากนี้คงเป็นหน้าที่ของแบล็ค

“ไปตามแบล็ค” ผมบอก ก่อนจะเดินไปเปิดตู้เย็น มาดูกันว่าคืนนี้ใครที่มันจะต้องหลับเป็นตายกันแน่

(พี่ มีคนแฮกระบบรักษาความปลอดภัยก่อนผมซะอีก) ว่าไงนะ คงไม่ใช่ไอ้คนที่ออกไปเมื่อกี้หรอกใช่ไหม

“แบล็คล่ะ”

(มันบอกมีคนแอบเข้าไปในห้องวีไอพี) ชัดเลย

“บอกมันแค่สำรวจแล้วรีบออกมา”

(ครับ)

ตกลงเด็กหน้าหวานนั่นเป็นใครแต่ที่แน่ๆ มันต้องไม่ได้ทำงานคนเดียว ถึงขนาดมีมือแฮกที่เก่งพอๆ กับคนของผมมันต้องไม่ธรรมดาแน่


แกร็ก!! ผมจัดการทิ้งตัวลงนอนเหมือนอย่างตัวแรกไม่น่าเชื่อว่ามันจะกลับมาเร็วขนาดนี้ คิดไม่ผิดเลยที่เชื่อไอ้แบล็คใส่แว่นดำเข้ามา ถึงมันจะดูแปลกแต่อย่างน้อยผมก็สามารถมองเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้าได้อย่างชัดเจนโดยที่ไม่มีใครสงสัย นี่มันไม่ใช่แค่แว่นกันแดดหรือแว่นดำธรรมดาแต่มันคือแว่นสารพัดประโยชน์ คนอื่นที่มองเข้ามาอาจจะเห็นว่ามันมืดมากแต่สำหรับผมที่สวมมันอยู่ผมสามารถมองเห็นทุกอย่างได้เหมือนคนปกติไม่ได้มืดมิดอย่างที่คนอื่นคิด

“เกือบไปแล้วแม่ง” แสดงว่าต้องเกิดเรื่องขึ้นข้างนอกถึงได้ดูตื่นแบบนี้ ถ้าบอกว่ามันเป็นมืออาชีพท่าทางมันคงนิ่งมากกว่านี้แต่ถ้าจะบอกว่าเป็นแค่มือสมัครเล่นมันก็เหมือนจะไม่ใช่ ตกลงมึงเป็นใครวะ

คนตรงหน้าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดอะไรสักอย่างก่อนจะวางมันลง คงจะรายงานกลับไปใช่ไหมถ้าผมเดาไม่ผิด มันก็เป็นปกตินี่ครับสำหรับคนที่ทำงานแบบนี้ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรเราก็ต้องรายงาน แล้วมันใครล่ะคนที่มันทำงานให้

“เชี้ยเกือบลืม!!” อะไรอีกล่ะ คนที่ผมสงสัยรีบปลดกระดุมถอดเสื้อกับกางเกงของตัวเองออกต่อหน้าต่อตาผมก่อนจะไปเอาเสื้อคลุมอาบน้ำมาสวมทับแทน ผมจะไม่อะไรเลยยังไงเราก็ผู้ชายเหมือนกันถ้ารูปร่างมันไม่น่ามองขนาดนี้ นี่คือผมเห็นไม่ค่อยชัดนะเพราะทั้งห้องถูกปิดไฟไปแล้วเกือบหมดอย่าให้ผมต้องจินตนาการต่อตอนนี้เลย คนหลับก็สามารถกลืนน้ำลายได้ใช่ไหมวะ

“ไหนขอดูหน้าให้ชัดๆ หน่อย” หรือการกลืนน้ำลายของผมครั้งนี้แม่งจะดังไป คนที่ผมมองอยู่ถึงได้หันมาจ้องผมทันทีแบบนี้ อีกอย่างมันจะสงสัยอะไรกับหน้าผมนักหนา

ก๊อก ก๊อก ก๊อก !! ความพอดีครั้งที่สองของคืนนี้ พอดีมีคนมาเคาะตอนที่มันจะดึงแว่นผมออกอีกแล้วเฮ้อ..

แกร็ก “มาดาม!” มาดาม หมายถึงซินหรือเปล่า

“ทำไมมาเปิดช้านักนนท์” เหมือนเธอกำลังไม่พอใจคงเพราะเรื่องที่ไฟดับยกชั้นแถมกล้องก็ใช้การไม่ได้

“โธ่..มาดามผมก็ทำงานอยู่น่ะสิครับ มีอะไรหรือเปล่าเมื่อกี้ไฟดับด้วยใช่ไหม” ไอ้หน้าหวานแกล้งทำเป็นกระซิบแต่ผมก็ได้ยินนะครับ

“ใช่ เราเห็นอะไรผิดปกติบ้างหรือเปล่าก่อนหน้านี้” จะไม่เห็นได้ไงก็มันเป็นคนทำ

“ลูกค้าเราอยู่กับเราตลอดหรือเปล่า” สงสัยแม้กระทั่งลูกค้ารอบคอบมากจริงๆ

“ตลอดครับ ชวนขึ้นห้องตั้งแต่มาเลยกว่าจะหมดแรงผมเกือบตายเจ็บเอวไปหมดแล้ว” ฮ่าๆ ผมชอบจังที่มันบอกกลับไปแบบนั้น คงหมายถึงหลอกล่อผมจนหมดแรง

“โอเคๆ”

“ตกลงว่ามันเรื่องอะไรครับมาดาม”

“ไม่มีอะไรแค่ระบบรักษาความปลอดภัยเราขัดข้อง”

“ครับ”

“ไปทำงานต่อเถอะ”

“เกือบแล้วไอ้ธาม” ธาม? ใครวะ หมายถึงมันหรือเปล่าหรือยังมีคนอื่นอีก

คนตรงหน้าเดินไปเปิดตู้เย็นหยิบน้ำออกมาดื่มและนั่นทำให้ผมอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ นี่คือบทสรุปของคืนนี้มึงแพ้นะไอ้หน้าหวานฮ่าๆ

..จบพาร์ทอาชา..

เมื่อยังไม่มีอะไรที่มันคืบหน้าผมก็ยังคงต้องกลับมาทำงานที่นี่ตามปกติ เอาวะเมื่อวานไม่ได้วันนี้พรุ่งนี้ วันต่อๆไปก็ยังมี ต้องมีสักวันที่ผมได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการถ้าไม่เสือกถูกจับได้ไปซะก่อนนะ

“เพรียวมาดามไม่เข้าหรอวันนี้ยังไม่เจอเลย” ความจริงผมตั้งใจถามว่าเกิดอะไรขึ้นต่างหากเพราะหน้าไอ้คนที่ผมกำลังคุยด้วยอยู่ตอนนี้โคตรจะไม่รับแขกแถมตาก็แดงก่ำ

“เดี๋ยวคงลงมา” มีอะไรหรือเปล่าวะ

“อ่อ แล้ววันนี้พี่มีลูกค้าจองไหม”

“มีนะ” เพรียวคลิกเม้าท์สองสามครั้งก่อนจะหันมาตอบ

“งั้นพี่ไปเตรียมตัวก่อน” เฮ้อ..ผมต้องใช้ยานอนหลับไปอีกนานแค่ไหนวะ หมายถึงเอามันมาใช้กับคนอื่นเนี้ยแหละครับ

“เออพี่ชั้นห้าใช้ได้เหมือนเดิมแล้วนะวันนี้” ไม่ต้องบอกกูก็รู้

“เค”

บรรยากาศในร้านวันนี้โคตรจะอึมครึมผมจะไปถามใครได้บ้างว่ามันเกิดเรื่องอะไร เมื่อวานทุกอย่างก็ยังปกติอยู่หรือว่าที่นายใหญ่มาวันนี้จะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น

“พี่นนท์มาตอนไหน” คลองเปรมวันนี้มาแปลกไม่แหกปากเหมือนทุกวัน

“สักพักแล้ว” ผมบอกก่อนหันกลับมาสนใจหนังสือการ์ตูนในมือที่ถือไว้บังหน้าไม่ได้อ่านอะไรจริงจังนักหรอกครับ

“พี่ได้เจอมาดามหรือยัง”

“ยัง ทำไม” ผมยังคงสนใจที่หนังสือทั้งๆ ที่หูผึ่งตั้งแต่ได้ยินคำถามแล้วหรือมันจะไปรู้เรื่องอะไรมาอีก

“แต่พี่อย่าไปเล่าต่อเลยนะ” ยังจะลีลาอีก ช้าแบบนี้คราวหน้าจะไม่แบ่งเงินให้มันแล้ว

“มีอะไรสำคัญหรือไง” คีพลุคสุดๆ ทั้งที่อยากรู้จะตายห่าแล้วเล่ามาซักทีสิวะ

“เมื่อกี้ผมขึ้นไปช่วยพี่อาร์ขนเครื่องดื่มชั้นหก แล้วดันไปได้ยินพี่เพรียวกับมาดามคุยกันที่บันไดหนีไฟ มาดามกับพี่เพรียวกอดกันแล้วก็ร้องไห้ด้วยนะพี่”

“แอบฟังหรือแอบดู”

“ทั้งสองอย่างเลย แต่ประเด็นมันอยู่ที่หน้ามาดามพี่บวมช้ำอย่างกับคนถูกซ้อม” ถูกซ้อม?

“มองผิดหรือเปล่า” ผมทนคีพลุคต่อไปอีกไม่ไหว วางหนังสือก่อนจะหันหน้ามาคุยกับคลองเปรมทันที

“ไม่ผิดหรอกพี่ ผมมองตั้งนาน” ต้องมีอะไรหลังจากที่ตู้ปลาแตกแล้วด้วยแน่ๆ

“มีคนเห็นเราหรือเปล่า” มันไม่รู้ตัวเลยใช่ไหมว่าเรื่องที่ตัวเองทำมันเสี่ยงต่อการหัวขาดมากขนาดไหน ถ้าถูกจับได้ตายอย่างหมาเลยนะมึง

“ไม่มีหรอกพี่ ผมเดินตามหลังพี่อาร์ลงมาแล้วดันได้ยิน”

“ไม่ต้องไปเล่าให้ใครฟังอีกนะ ถ้ามีคนอื่นรู้เราจะเดือดร้อน” อันนี้ผมเตือนด้วยความหวังดี

“ผมไม่เล่าต่อหรอกพี่ ถ้าไม่ใช่พี่ผมก็ไม่ไว้ใจใครเหมือนกันที่นี่อันตรายจะตายไป” รู้ก็ดีแล้ว

“เมื่อกี้ขึ้นมาท่าทางเพรียวก็แปลกๆ เหมือนกัน”

“คิดเหมือนกันเลยตาแดงเหมือนคนที่พึ่งร้องไห้มาเลยเนาะ” เรื่องต้องหนักขนาดไหนถึงได้กอดกันร้องไห้แบบนั้น ทั้งหมดมันมาจากการกระทำของผมใช่ไหม

“ช่างเหอะเราก็แค่ลูกจ้าง” ถ้าพวกมันไม่ทำผิดผมคงไม่ต้องเข้ามาที่นี่ ผมทำตามหน้าที่ทุกอย่างคือจัดการสืบเรื่องชั่วๆ ที่พวกมันทำ

“ใช่พี่พูดถูก งั้นเดี๋ยวผมมาหาใหม่นะพี่ไปดูตารางของตัวเองก่อนเผื่อว่าจะถูกจองตัวเหมือนคนแถวนี้เขาบ้าง” เหน็บแนมตลอดถามกูด้วยอยากโดนจองไหม

“ไปๆ”

ผมหยิบหนังสือการ์ตูนขึ้นมาถือไว้อย่างเดิมเพราะเริ่มมีเด็กคนอื่นเข้ามานั่งในนี้ด้วยเหมือนกัน ก็คงมีชะตากรรมเดียวกันกับผมนั่นแหละครับหมายถึงวันนี้ถูกจอง ตั้งแต่ผมเข้ามาก็มีคนที่สนิทด้วยไม่กี่คนหรอกครับที่นี่มันก็เหมือนกับที่อื่นๆ มีคนรักมันก็ต้องมีคนเกลียด ยิ่งผมมีลูกค้าเยอะคนที่เคยอยู่มาก่อนก็ต้องไม่ชอบใจอยู่แล้ว แต่ถึงจะไม่ชอบยังไงก็ไม่มีใครกล้าเข้ามาหาเรื่องผมแบบเปิดเผยจะมีก็แต่แอบด่าตอนเดินผ่านบ้าง เข้ามาที่นี่ผมต้องใช้ความอดทนกับหลายเรื่องมากจริงๆ เดี๋ยวรอวันไหนที่ผมทนไม่ได้ก่อนพ่อจะต่อยให้เลือดกบปากซักวัน ไอ้พวกที่ชอบแอบด่าเนี้ยมันต้องโดนจะได้สงบ


“พี่นนท์ลูกค้าพี่มาแล้วนะ พี่เพรียวให้เด็กพาขึ้นไปรอที่ห้องแล้วรีบไปสิ” แบบนี้ได้ด้วยหรอมาถึงก็ขึ้นห้องเลยตั้งใจมาทำเรื่องอย่างว่าโดยเฉพาะว่างั้นเถอะ แต่เดี๋ยวมึงจะได้รู้จักกับคำว่าหลับเป็นตายกูสัญญา ก็เหมือนกับเมื่อวานนี้เอ่อ..

พอนึกถึงเรื่องเมื่อวานผมก็อดสงสัยอีกไม่ได้ หลังจากที่ผมหลับไปผมมั่นใจว่ามันไม่ได้เกิดอะไรขึ้นแน่นอนร่างกายของผมมันบอก แต่ทำไมมันถึงทิ้งข้อความไว้แบบนั้นล่ะผมทำให้มันสนุกแถมยังให้เงินมาอีกเยอะด้วย ต่อให้คิดซ้ำไปซ้ำมายังไงผมก็ไม่ได้คำตอบที่ต้องการ

“เฮ้อ..” เจอแบบนี้ก็คงจะต้องช่างแม่งมันอย่างเดียวแล้วล่ะ และทางที่ดีเราอย่ามาเจอกันอีกเลยครั้งเดียวก็เกินจะพอ

“509 นะพี่”


ผมออกจากห้องก็ตรงไปที่บันไดเพื่อขึ้นไปชั้นห้าทันที ห่างกันแค่ชั้นเดียวถ้าลูกค้าไม่เมาที่นี่มีนโยบายให้เดินขึ้นบันไดครับ ดูเหมือนกฎทุกอย่างจะถูกตั้งมาเพื่อองค์กรอย่างเดียวเลยก็ถ้ามึงจะละเอียดรอบคอบขนาดนี้ทำไมไม่ไปจัดตั้งบริษัทแบบที่มันถูกกฎหมายวะ ทำอะไรก็ได้ที่ไม่ผิดต่อศีลธรรมไม่สร้างความเดือดร้อนให้สังคม และที่สำคัญไม่ผิดกฎหมาย

ก๊อก ก๊อก ก๊อก “ผมเข้าไปนะครับ” เมื่อไหร่จะหมดเวลามีมารยาทซักที เอาจริงผมไม่ใช่คนที่ชอบพูดเพราะเลยนะครับพอต้องมาทำงานแบบนี้ผมเลยรู้สึกเหนื่อยมากเป็นพิเศษ เหมือนทุกอย่างที่ทำแม่งโคตรจะยากเลยแต่ถ้าจะให้ส่งลุงชาติเข้ามาก็เหมือนจะขายไม่ได้ หรือจะเป็นเมย์เราก็ต้องมานั่งระแวงเป็นห่วง สุดท้ายเวรเลยมาตกที่ผมไอ้ธามคนนี้

“ไง” !! เกือบวิ่งออกจากห้องนี่มันทำอย่างที่พูดจริงดิ

“คุณ!!” ผมไม่ได้มีเวลาตกใจอะไรมากนักหรอกครับ คนที่ไม่คิดว่าจะมานั่งมองผมอยู่ที่โซฟาผมเลยต้องเดินเข้าไปนั่งด้วย

“ตกใจอะไรอย่าบอกว่าไม่เคยมีใครกลับมาซื้อมึงซ้ำ” พูดอย่างกับกูไม่ใช่คน

“ผมบอกตอนไหนว่าตกใจ แค่แปลกใจครับ” ตั้งแต่เมื่อวานมึงได้อาบน้ำบ้างหรือยังทำไมทุกอย่างยังเหมือนเดิมแม้แต่เสื้อผ้าและแว่นตา

“ต้องเจอกันบ่อยๆ จะได้หายแปลกใจ” !! อะไรคือเจอกันบ่อยๆ?

“ว่าไงนะครับ”

“ตกลงว่ามึงชื่ออะไรนะ” กรรม อีกแล้วหรอวะนี่ผมต้องมาดูแลลูกค้าความจำสั้นหรือไง

“นนท์ครับผมชื่อนนท์ ถ้านับรวมจากเมื่อวานด้วยก็รอบที่สามแล้วนะครับคุณลูกค้า” และกูหวังเป็นอย่างยิ่งว่ามึงจะจำได้ซักที

“หึรอบที่สาม แล้วตกลงว่าชื่อของมึงคืออะไรกันแน่” ทำไมคำถามมันฟังดูแปลกๆ หรือว่าผมคิดมากไปเอง

“นนท์ครับ” เออ กูยืนยันให้อีกรอบก็ได้

“นนท์ก็นนท์” ฟังที่มันพูดสิเหมือนกับไม่เชื่อ

“อยากทานหรือดื่มอะไรก่อนไหมครับ” แผนเดิมจากเมื่อวานเลยไม่รู้จะได้ผลหรือเปล่าถ้าไม่ผ่านเดี๋ยวคิดใหม่แต่ถ้าผ่านก็ถือว่าดีไม่ใช่หรือไง เล่นมาแบบไม่บอกไม่กล่าวผมคิดไม่ทันจริงๆ ครับอีกอย่างคนที่กลับมาซ้ำๆ ก็ไม่ได้มาติดต่อกันแบบมันด้วย

“หึ คุ้นๆ นะเหตุการณ์นี้” วันนี้พูดเยอะนะมึงอะ แล้วแต่ละอย่างที่พูดก็เล่นเอาผมงงไปหลายรอบในสิ่งที่มันต้องการจะสื่อ

“เอ่อ..” วิธีนี้อาจใช้ไม่ได้ผล

“ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้น เมื่อวานมึงทำกูสนุกมากวันนี้เลยแค่อยากมาคุยด้วยเฉยๆ” ครั้งแรกที่ผมเจอลูกค้าแบบนี้ มีอย่างที่ไหนแค่มานั่งคุย

“แต่เงินที่คุณจ่ายมันเยอะนะครับ” จริงๆ แล้วผู้ชายคนนี้เป็นใครกันแน่

“นั่นมันเรื่องของกูเงินก็เงินกู หรือว่าอยากให้ทำมากกว่านั้นได้นะ” มึงกูทุกคำเถื่อนเหมือนหน้ากับชุดที่ใส่มาจริงๆ เลยนะ มึงเนี้ย

“ผมไม่ได้หมายความแบบนั้น ว่าแต่จะคุยอะไรกับผมครับ”

“ก็เรื่องทั่วๆ ไป อย่างเช่นมึงเป็นคนที่ไหน ตอนนี้อยู่กับใคร” เสือกชะมัด แถวบ้านกูเรียกซักไม่ใช่คุย

“เรื่องผมไม่มีอะไรน่าสนใจหรอกครับ ผมเป็นเด็กกำพร้าอยู่บ้านเด็กกำพร้ามาตั้งแต่เกิด จบครับ” ไม่ต้องเสือกถามอะไรอีกแล้วนะ

“แล้วตอนนี้อยู่กับใคร” จะซักให้กูขาวเลยรึไง

“ทำไมผมรู้สึกว่านี่ไม่ใช่การคุยอย่างที่คุณบอก แต่ผมกำลังถูกซักประวัติมากกว่า”

“คุย แบบนี้ที่บ้านกูเรียกคุย” อยากถามกลับไปเหลือเกินว่าบ้านพ่อหรือบ้านแม่มันที่บอกว่าแบบนี้เรียกว่าคุย

“ผมอยู่กับลุงแล้วก็ลูกสาวของลุง” มากสุดได้แค่นี้นะไอ้หนวดปลอมถ้ามากกว่านี้กูตอบไม่ถูกแล้วนะเฮ้ย

“ไหนว่าไม่มีพ่อแม่แล้วลุงมาจากไหน” เชี้ย...ทำไมยิ่งคุยยิ่งรู้สึกเหมือนถูกสอบปากคำล่ะ

“ลุงก็เด็กกำพร้าเหมือนกัน” ขอโทษนะลุงชาติผมไม่มีทางเลือก

“ฮะ!!” ทำไมวะ

“หมายถึงลุงก็โตมาจากบ้านเด็กกำพร้าเหมือนกันครับ” เฮ้อ..ตกใจแรงอย่างกับว่าผมพูดอะไรผิด

“หึ คิดมาดี” เดี๋ยวนะ

“อะไรนะครับ”

“ดีที่มีลุงอยู่ด้วย” ผมมั่นใจว่ามันแถเมื่อกี้ผมได้ยินทุกอย่างที่มันพูดมานั่นแหละ

“ถามผมมาเยอะแล้วผมถามบ้างได้ไหมครับ” ผมถามยิ้มๆ

“อยากรู้เยอะเลยใช่ไหม ถามมาสิ” อีกครั้งแล้วที่คำพูดของมันเหมือนรู้ว่าผมกำลังคิดอะไรอยู่ ผมอ่านง่ายขนาดนั้นเลยหรอวะ

“คุณชื่ออะไรครับคุณลูกค้า” ผมกำลังถามอะไรโง่ๆ คิดหรอว่ามันจะบอกผม

“อาชา ชื่อกู” ตอบไวขนาดนี้โกหกแน่ๆ

“ที่แปลว่าม้าหรอครับ” ผมมั่นใจว่าต้องไม่ใช่ชื่อมัน

“ใช่ แต่เหมือนมึงจะไม่เชื่อนะ” เออกูไม่เชื่อ

“ถึงผมจะไม่รู้ว่าที่บอกมามันเป็นชื่อคุณจริงหรือเปล่า แต่ยังไงก็ยินดีที่ได้รู้จักนะครับคุณอาชา” หือ..?

“จะพูดปากเปล่าได้ยังไง” คนตรงหน้ายืนมือออกมาเหมือนต้องการให้ผมจับมันตอบด้วยเช่นกัน กูคนไทยครับ

“หึ โอเค” กดดันไม่ยอมดึงมือกลับแบบนี้ยอมจับด้วยก็ได้วะก็แค่มือ เราจับมือกันอยู่แบบนั้นแถมยังมองหน้ากันอีกต่างหากอยากรู้จริงๆ ว่าดวงตาใต้แว่นดำคู่นี้มันจะเป็นยังไงกันนะ

“กูต้องกลับแล้ว” หลังจากที่เราปล่อยมือออกจากกันคนตรงหน้าก็ลุกขึ้นจากโซฟาทันที แต่นี่มันยังไม่ถึงสองชั่วโมงเลยนะ ลงไปตอนนี้ทุกคนคงคิดว่าผมโดนเท

“ครับ” แต่ใครจะคิดยังไงก็ช่างเหอะ ถ้าให้มันอยู่นานกว่านี้มีหวังมันหาคำถามแปลกๆ มาถามผมอีก

เราเดินลงมาด้านล่างพร้อมกันและมันก็เป็นอย่างที่ผมคิดสายตาหลายคู่หันมามองที่ผมโดยเฉพาะเด็กในร้านบางคนถึงกับยิ้มออกมา อะไรจะเกลียดกูมากขนาดนั้น

“อ่อ เรื่องชื่อกูไม่ได้โกหก” พอพูดจบก็กดลิฟต์ลงไปด้านล่างทันทีจะมาย้ำทำไมบอกตอนไหนว่าอยากรู้

“เฮ้อ..เหนื่อย” ผมรู้สึกแบบนั้นจริงๆ ครับตั้งแต่ตอบคำถามไอ้คนเมื่อกี้แล้ว ผมคอยลุ้นตลอดกลัวว่ามันจะถามอะไรที่ผมยังไม่ได้คิดคำตอบไว้ก่อนน่ะสิ



.................................................



To Be Continued……….



ความคิดเห็น