facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 17

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.1k

ความคิดเห็น : 34

ปรับปรุงล่าสุด : 08 เม.ย. 2562 00:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 17
แบบอักษร

หัวใจขายฝาก

บทที่ 17


จอมภพโล่งอกเมื่อในที่สุดซีรีส์ที่เขาถ่ายทำก็ปิดกล้องเสร็จสมบูรณ์ลงเหลือเพียงตัดต่ออีกไม่นานก็จะฉายทางโทรทัศน์แล้ว และคืนนี้มีงานเลี้ยงปิดกล้องที่เจริญจัดขึ้นที่ห้องอาหารแห่งหนึ่ง จอมภพชวนให้ปาณัทไปด้วย


“จอมไปเถอะ ผมติดงานต้องคุยทางไกลกับลูกค้าทางจีน”


ปาณัทบอกเช่นนั้นจอมภพก็ไม่ได้คะยั้นคะยอ เขาจึงแต่งตัวให้ดูดีกว่าปกติแล้วไปร่วมงานเลี้ยง เมื่อไปถึงเขาก็สนุกสนานอยู่กับเพื่อนนักแสดงและทีมงานจนกระทั่งชานนท์และภาคภูมิมาถึง


“อ้าว จอม เปาไม่ได้มาด้วยหรือ”


เมื่อมาถึงภาคภูมิก็ถามถึงปาณัทเป็นสิ่งแรก จอมภพเผลอขมวดคิ้วอย่างไม่ชอบใจนัก


“ไม่ได้มาครับ พี่เปาติดงาน”


ภาคภูมินั่งลงตรงข้ามกับเขา ขณะที่ชานนท์เดินไปมุมเครื่องดื่มและโปรยยิ้มทักทายนักข่าวอย่างรู้งาน จอมภพไม่อยากพูดคุยกับภาคภูมินักแต่ด้วยมารยาทเขาจำเป็นต้องนิ่งฟังอีกฝ่ายเยินยอถึงปาณัท


“เปานี่เป็นคนขยันและจริงจังกับงานมากนะ ตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยแล้ว ทั้งหน้าตาดีและฉลาดด้วย เพื่อนในคลาสชอบเขากันทุกคน รวมทั้งผมด้วยที่ชื่นชมเปา”


จอมภพกัดฟันกรอด เขาอยากจะลุกหนีไปจากบทสนทนานี้เสียเหลือเกิน หน้าตาของเขาบึ้งตึงอย่างฝืนไม่อยู่ แต่ภาคภูมิก็ยังไม่ได้หยุดพูดราวกับเดาใจเขาไม่ออก                                                                                                                  


“อ้อ เพิ่งรู้ข่าวจากเปาว่าจอมเป็นลูกชายอาจารย์ภวัตใช่ไหม เสียใจด้วยนะเรื่องอาจารย์ เปาบอกว่าอาจารย์เสียชีวิตไปแล้ว พูดถึงอาจารย์ จำได้ว่าสมัยเรียนเปาเขาชอบอาจารย์มาก ไม่ได้ปิดบังความรู้สึกด้วยนะจนเพื่อนสนิทแซวกันใหญ่ ผมเองยังนึกอิจฉาเลย เพราะเปาชอบอาจารย์หรือเปล่าเขาก็เลยเอ็นดูจอมถึงขั้นรับเป็นผู้ปกครอง”


หัวใจของจอมภพเจ็บจี๊ดขึ้นมาทันที เหมือนแผลเก่าที่ใกล้จะหายสนิทกลับมาถูกกรีดแทงจนเลือดไหลอาบอีกครั้ง เขาเงยหน้าสบตาภาคภูมิว่าเขารู้ทันจุดประสงค์ของอีกฝ่ายว่าต้องการอะไร รอยยิ้มขรึมถูกจุดขึ้นที่มุมปากของชายหนุ่ม


“ก็คงเป็นอย่างนั้นแหละครับ พี่เปาช่วยเหลือดูแลผมเป็นอย่างดี และอย่างที่คุณภาคภูมิพูด ใครๆก็อดที่จะรักและชื่นชมพี่เปาไม่ได้รวมทั้งผมด้วย เป็นโชคดีของผมที่พี่เปาแยกได้ว่าผมกับพ่อคือคนละคนกัน ความรู้สึกที่เขามีต่อผมจึงไม่ใช่เพราะผมเป็นลูกพ่อ”


จอมภพลุกขึ้นยืน เขาค้อมศีรษะให้ภาคภูมิเป็นการหลีกหนีบทสนทนาโดยไม่สนใจความหน้าตึงคอแข็งที่เกิดขึ้นหลังจากการตอบโต้ของเขา ชายหนุ่มเดินเลี่ยงไปหาทีมงานเบื้องหลังอีกพักใหญ่จึงเดินเข้าห้องน้ำ เมื่อเดินกลับออกมาเขาพบกับชานนท์ที่กำลังเดินเซ


“จอม”


คู่ในละครเซเข้ามาหาจนจอมภพต้องรับร่างนั้นไว้อัตโนมัติ ได้กลิ่นแอลกอฮอลล์จางๆจากกลิ่นกาย แต่ชานนท์ก็ไม่น่าจะเมาขนาดเดินไม่ตรงทาง แสงแฟลชวูบวาบขึ้นท่ามกลางความมืด จอมภพเดาได้ทันทีว่าชานนท์คิดอะไรอยู่ เพราะจอมภพเห็นชานนท์ยืนคุยกับนักข่าวอยู่นาน


“นิค ปล่อยเดี๋ยวนี้”


เขาไม่อยากผลักไสให้เป็นข่าวใหญ่โตเพราะละครใกล้ฉายแล้ว หากมีข่าวคู่หลักของละครมีปากเสียงกันคงไม่ดีต่อทีมงานเป็นแน่ แต่ชานนท์ก็ยังซบไหล่ของจอมภพไม่ยอมปล่อย แถมยังยกแขนคล้องคอเขาไว้อีกด้วย


“ไม่ปล่อย ช่วยเราหน่อยไม่ได้หรือไง เราเมานะ”


“กูรู้ว่ามึงไม่เมา” จอมภพกระซิบเสียงเข้ม “แล้วก็รู้ด้วยว่ามึงต้องการอะไร อยากสร้างกระแสก็ไปสร้างที่อื่น อย่าเอากูไปยุ่งด้วย”


ชานนท์เงยหน้ามองร่างสูงอย่างถือดี วันนี้จอมภพใส่เสื้อเชิ้ตพอดีกับรูปร่าง เข้ากับกางเกงยีนส์แนบไปกับต้นขาแน่นกล้าม ยิ่งทำให้เสน่ห์ของบุรุษเพศแสดงออกมาอย่างล้นเหลือ ชานนท์ได้แต่กลืนน้ำลายด้วยความต้องการ


“ทำไมจะยุ่งไม่ได้ เราแสดงคู่กันนะ ในเรื่องเป็นผัวเมียกัน จะเป็นไรไปถ้าจะเป็นจริงๆนอกจอ”


“นิค!”


“ถ้าจอมผลักเรา ทำร้ายเราทำให้เราเสียหน้า ความลับของจอมจะไม่เป็นความลับอีกต่อไป”


ชานนท์ยิ้มอย่างเป็นต่อ จอมภพเอะใจ เขาเค้นเสียงถามชานนท์สีหน้าเกรี้ยวกราดในความมืด


“มึงเสือกมารู้เรื่องอะไรของกู”


ชานนท์ยักไหล่ เขากระซิบตอบคำถามด้วยสำเนียงยั่วเย้าโทสะจอมภพ


“คนเรามันก็มีอดีตด้วยกันทั้งนั้นแหละ จะเป็นไงน้าถ้าแฟนคลับรู้ว่าพระเอกในซีรีส์ที่พวกเขาชื่นชมเคยเป็นผู้ชายขายตัวมาก่อนหน้าจะเข้าวงการ”


มือแกร่งของจอมภพที่กำต้นแขนของชานนไว้บีบรัดแน่นจนชานนท์นิ่วหน้า แต่เขากลับชอบความดุดันนี้ของจอมภพ จินตนการภาพที่ร่างสูงแกร่งแสดงความดุดันเร่าร้อนบนเตียงแล้วชานนท์ก็ยิ่งปรารถนาไฟร้อนนี้


“เรื่องของกู ถ้ามึงอยากปากสว่างก็เชิญ”


ไม่รู้ว่าชานนท์ไปรู้เรื่องที่เขาเคยหาเงินด้วยบริการเพื่อนคุยได้อย่างไร ในที่สุดอดีตก็กลายมาเป็นตัวฉุดรั้งเขาไว้ แต่จอมภพจะไม่ยอมให้ชานนท์ใช้เป็นเครื่องมือต่อรองเด็ดขาด


“จอมไม่สนอดีตของจอม แต่คงไม่อยากให้เสี่ยเปาที่จอมเคารพรักต้องมาเสียอนาคตเพราะจอมหรอกเนอะ”


“มึงพูดอะไรของมึง”


“ก็ลองคิดดู ถ้าคนอื่นรู้ว่านักธุรกิจหนุ่มอนาคตไกลอย่างเสี่ยเปาเลี้ยงดูเด็กที่เคยขายตัวไว้ในบ้าน เอ๊ะ หรือว่าเสี่ยเปาเคยซื้อบริการแล้วถูกใจก็เลยมาผูกปิ่นโตเลี้ยงจริงจัง คนในแวดวงนักธุรกิจเขาจะมองเสี่ยเปายังไงน้า จอมลองคิดดูสิ”


“ไอ้เหี้ยนิค”


“จูบเราสิจอม จูบเดี๋ยวนี้ถ้าไม่อยากให้เสี่ยเปาเสียชื่อเสียง”


ชานนท์ท้าทายเพราะเขารู้ดีว่าตัวเองโจมตีถูกจุด จอมภพกัดฟันจนสันกรามขึ้นเพราะรู้ดีว่าอยู่ในสายตาของนักข่าว แต่ตอนนี้ชานนท์กำลังเป็นต่อ จอมภพจึงใช้มือบีบกรามของชานนท์แล้วจูบลงไปที่ปากน่ารังเกียจด้วยความจำใจ และทันใดแสงแฟลชก็สว่างวูบขึ้นมา ชานนท์คล้องคอเขาไม่ยอมปล่อยอยู่ครู่หนึ่งจึงค่อยคลายออกแล้วทำทีเป็นผลักไสเขาออกด้วยสีหน้าตกใจ


“จอม จูบเราแบบนี้ทำไม โอ๊ะ พี่นักข่าว ไม่ได้ถ่ายรูปใช่ไหมครับ ผมดื่มเหล้าเยอะไปหน่อย ไม่นึกว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ไม่ใช่ครับ ผมกับจอมเป็นเพื่อนสนิทกัน เรายังไม่ถึงขั้นคบกันอย่างที่พี่คิดหรอกนะครับ”


เกิดมาจอมภพก็เพิ่งเคยเห็นคนที่ปั้นน้ำเป็นตัวได้ไหลลื่นขนาดนี้ ชานนท์เป็นบุคคลอันตรายที่เขาไม่ควรเข้าใกล้เด็ดขาด ร่างสูงเบี่ยงกายหนีแต่ชานนท์รีบรั้งเขาไว้


“อย่าลืมนะจอม ยอมเรา ทำให้เรามีความสุข แค่นั้นความลับก็ยังเป็นความลับ เรายังต้องร่วมงานกันอีกหลายงาน อย่าเพิ่งทำตัวเองตกต่ำตอนนี้”


จอมภพสะบัดมือที่เกาะอยู่ด้วยความเดียดฉันท์ เขาทนอยู่สถานที่เดียวกับชานนท์ไม่ได้อีกต่อไป ชายหนุ่มตรงไปกล่าวคำอำลาเจ้าของค่ายและผู้กำกับก่อนจะเดินออกจากร้านอาหาร ตรงมายังรถยนต์ที่ปาณัทยกให้ใช้


“โว้ย”


สบถออกมาเมื่ออยู่เพียงลำพัง เกลียดที่อดีตของเขากลายเป็นข้อต่อรองอย่างดีของชานนท์ จอมภพไม่ได้กลัวอดีตจะทำร้ายตัวเขา แต่กลัวว่ามันจะทำให้ปาณัทเสื่อมเสียชื่อเสียงต่างหาก


เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นเรียกสติของจอมภพ ชายหนุ่มมองเบอร์ที่ปรากฏบนหน้าจอเมื่อเห็นว่าเป็นเพื่อนที่มหาวิทยาลัยจึงกดรับสาย


“ว่าไง”


“ไม่ว่าไงโว้ย ไอ้จอม หายไปเลยนะมึงตั้งแต่ไปเป็นดารา ว่างหรือเปล่าวะคืนนี้ พวกกูนัดมีตติ้งที่ผับพี่ชายกู ที่มึงเคยมานั่นแหละ ถ้าว่างก็มาแจมกันว่ะ”


จอมภพถอนหายใจ มองนาฬิกาแล้วยังไม่ดึกเท่าไหร่ จะกลับบ้านด้วยอารมณ์หงุดหงิดคงยังไม่เหมาะ เขาจึงขับรถไปยังผับที่เพื่อนโทรมาบอก เมื่อทักทายเพื่อนที่เรียนด้วยกันแล้วเขาจึงเดินไปที่เคาน์เตอร์บาร์เพื่อสั่งเครื่องดื่ม ชายหนุ่มนั่งถอนหายใจอยู่ที่เคาน์เตอร์บาร์นั่นเอง


“ดรายมาร์ตินีแก้วนึงครับ”


มีเสียงสั่งเครื่องดื่มดังใกล้ๆ จอมภพไม่ได้สนใจนักจนกระทั่งได้ยินเสียงเอ่ยถาม


“น้อง ตรงนี้ว่างไหม”


“ว่างครับพี่ เชิญเลย”


จอมภพหันไปตอบ เขาเห็นชายหนุ่มคนหนึ่ง อายุคงมากกว่าเขาไม่กี่ปีหน้าตาหล่อเหลา จอมภพจ้องมองเพราะอีกฝ่ายคุ้นหน้า ก่อนจะอุทานออกมาเมื่อนึกออก


“ใช่พี่ชาวี ที่เคยประกวดเดอะเฟมัสหรือเปล่าครับ” (จากเรื่อง “เพลิงพ่าย”)


สองถึงสามปีก่อนหน้านี้ เขาเคยเห็นเพื่อนผู้หญิงในห้องสมัยมัธยมปลายคลั่งไคล้นักร้องที่เข้าประกวดรายการเรียลลิตีโชว์ชื่อดังรายการหนึ่ง ถ้าจำไม่ผิดคนที่นั่งข้างเขาตอนนี้คือนักร้องประกวดที่ได้ที่หนึ่งคนนั้น


“ใช่แล้ว ไอ้น้อง ขอบใจนะที่ยังจำได้”


ชาวียิ้มให้ก่อนหันไปรับเครื่องดื่มจากบาเท็นเดอร์ อัธยาศัยอันดีของชาวีทำให้จอมภพนั่งคุยกับเขาต่อ


“พี่หายไปไหนตั้งนานครับ ไม่เห็นมีผลงานในวงการอีก”


“มีเมียว่ะ เลยต้องตามเมีย” ชาวียักคิ้ว เขาหัวเราะเบาๆเมื่อกล่าวถึงบุคคลอันเป็นที่รัก “ทำไงได้ ไอ้เรามันพ่อบ้านใจกล้า เมียสั่งให้ทำอะไรเราก็ต้องทำตาม จริงไหม น้องล่ะชื่ออะไรนะ มีเมียหรือยัง”


“ผมชื่อจอมภพครับพี่ เรียกจอมก็ได้ ส่วนเมีย จะว่าไปก็มีแล้วครับ”


“นั่นไง มีแล้วก็ต้องเข้าใจหัวอกพี่ นี่ไม่ได้กลัวเมียนะโว้ยแค่เกรงใจ ไม่อยากให้เมียเสียใจ ยิ่งเมียแก่อยู่ด้วยเดี๋ยวความดันขึ้นตาย”


จอมภพหัวเราะ ชาวีทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้นมาบ้าง


“เมียพี่แก่กว่าพี่เหรอ กี่ปีครับ”


“กี่ปีวะ นับแป๊บ หนึ่ง สอง สาม สี่ อ้อ สี่ปีมั้งนะ”


“ของผมก็แก่กว่านะ สิบปีแน่ะ”


อดีตนักร้องชื่อดังเบิกตากว้างก่อนจะหัวเราะชอบใจพลางตบบ่าจอมภพ


“เฮ้ย เจ๋งว่ะ พี่ว่าเมียพี่แก่กว่าหลายปีแล้วนะ ของน้องเด็ดกว่าโว้ย”


“อะไรเด็ด”


มีเสียงบุคคลอื่นดังขึ้นขัดจังหวะ ชาวีสะดุ้งเบาๆก่อนยิ้มแหยให้ฝรั่งหน้าตาหล่อเหลาที่พูดไทยชัดปร๋อ


“ไม่มีอะไรจ้ะที่รัก แค่ผมกับน้องแข่งกันอวดเมียแก่ เอ๊ย อวดเมียเฉยๆ นี่เมียพี่เองน้อง ชื่อโนเอล หล่อไหมล่ะ”


จอมภพนึกไม่ถึงว่าชาวีที่เป็นอดีตนักร้องชื่อดังจะมีคนรักเป็นชาย เขากำลังคิดว่าหากบรรดาเพื่อนๆของเขารู้ว่าคนที่เคยคลั่งไคล้มีคนรักเพศเดียวกัน พวกสาวๆเหล่านั้นจะว่าอย่างไรกันบ้าง


“ยินดีที่ได้รู้จักครับ ผมชื่อจอมภพ”


จอมภพแนะนำตัว ทั้งชาวีและโนเอลมีอัธยาศัยดีชวนพูดคุยจนรู้ว่า โนเอลมีธุรกิจเป็นโมเดลลิ่งหานายแบบไปทำงานตามแฟชั่นวีคที่ยุโรป และยังมีธุรกิจแบรนด์เสื้อผ้าของตัวเองอีกด้วย ทั้งคู่ทำงานต่างประเทศแต่ก็มาประเทศไทยบ่อยครั้ง ชาวีเป็นเพื่อนของเจ้าของผับนี้ที่เป็นพี่ชายของเพื่อนจอมภพ


“จะบอกให้โว้ยจอม พี่ปล้ำเมียบนชั้นสองของผับนี้แหละ ได้กันสองรอบก่อนแม่งทิ้งพี่ไปพร้อมกับหอบเสื้อผ้าพี่ไปด้วยตอนพี่เผลอหลับ แค้นชิบหายตอนนั้น”


ชาวีกระซิบบอกเมื่อเห็นโนเอลหันไปสั่งเครื่องดื่มเพิ่ม โนเอลหันขวับมาพอดีฝ่ามือพิฆาตจึงฟาดเข้าที่ไหล่ของชาวีจนร้องโอย


“อย่าตีแรงสิเมียจ๋า”


“แล้วมันใช่เรื่องไปเล่าให้น้องมันฟังไหม น้องจอมอย่าไปฟังนะ พูดมากเหลือเกิน ว่าแต่น้องจอมหุ่นดีนะ สูง มีกล้าม หน้าตาดี ตอนนี้มีงานทำไหม สนใจฝึกเดินแบบบ้างหรือเปล่า”


จอมภพหูผึ่ง สีหน้าบอกถึงความสนใจกับข้อเสนอของโนเอล


“เดินแบบต้องทำยังไงบ้างครับ”


“ไม่ยากหรอก เราแค่พรีเซนต์เสื้อผ้าที่เราใส่ให้เด่น ของมันฝึกกันได้อยู่ที่ความตั้งใจ ถ้าสนนะติดต่อมาเลย ผมจะฝึกให้แล้วติดต่อโมเดลลิ่งที่ทำงานด้วยกันอยู่หางานให้จอมทำ ถ้าตั้งใจทำงานเงินดีแน่ๆ”


จอมภพแลกเบอร์โทรศัพท์กับโนเอล ไม่ใช่เรื่องเสียหายที่จะผูกสัมพันธ์ไว้ เขาอยู่เฮฮากับเพื่อนพักหนึ่งก่อนจะขอตัวกลับบ้าน


ปาณัทหลับไปแล้วตอนที่จอมภพกลับมาถึงบ้าน ชายหนุ่มเดินย่องเข้าห้องน้ำไปชำระล้างร่างกายแล้วจึงเดินกลับมาที่เตียง เขาจ้องมองร่างโปร่งที่หลับสนิทอยู่บนเตียงภายใต้ผ้าห่มผืนหนา จอมภพถอนหายใจเมื่อต้องยอมรับกับตัวเองว่าปาณัทกลายเป็นคนที่มีอิทธิพลต่อเขามากที่สุด


เหตุการณ์ที่ชานนท์ใช้ความลับในอดีตมาข่มขู่นั้น ไม่ได้ทำให้จอมภพกลัวว่าเขาจะหมดอนาคตในวงการบันเทิง สิ่งที่เขากลัวคือมันจะส่งผลต่อปาณัทต่างหาก จอมภพกลัวว่าเขาจะทำลายปาณัทจนเสื่อมเสียชื่อเสียง


“กลับมาแล้วหรือจอม งานสนุกไหม”


ปาณัทลืมตางัวเงียถามเมื่อเขารู้สึกตัวตื่น กิริยาที่ยกมือถูดวงตาตนเองราวกับเด็กน้อยนั้นทำให้จอมภพต้องเอนกายลงนอนเคียงข้างและโอบกอดปาณัทไว้


“ไม่ค่อยสนุกหรอกครับ อยากกลับมานอนกอดพี่เปามากกว่า”


ปาณัทยิ้มทั้งที่ยังงัวเงีย เขาซุกกายอยู่ในอ้อมกอดของจอมภพ


“ปากหวานนะ ต้องมีอะไรแน่ๆเลยใช่ไหม”


“ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมแค่อยากกลับมานอนกอดพี่เปาจริงๆ”


จอมภพเกยคางไว้กับผมนุ่มของปาณัท อดไม่ได้ที่จะคิดถึงอนาคตของตัวเอง


“พี่เปา ถ้าผมไม่เล่นละครอีก แล้วมาทำงานที่โรงงานพี่เปาอย่างเดียวดีไหม”


ปาณัทเบี่ยงกายเงยหน้ามองจอมภพ ดวงตาคมคู่นั้นมีร่องรอยความกังวลที่ปิดไม่มิด


“เกิดอะไรขึ้น ต้องมีจริงๆนั่นแหละ เล่าให้ผมฟังได้ไหม”


จอมถอนหายใจ เขาวางมือแนบแก้มนุ่มของปาณัท


“เรื่องเก่าของผม มันทำท่าจะไม่เป็นความลับอย่างที่พี่เปาเคยคาดการไว้ ไอ้ตัวผมน่ะผมไม่แคร์หรอก ผมกลัวแต่จะทำให้พี่เปาซวยไปด้วย”


ปาณัทนิ่งฟังด้วยความใส่ใจ เมื่อชายหนุ่มระบายออกมาให้ฟัง เขาก็ยิ้มอ่อนโยน


“จอม อนาคตของจอม จอมก็ต้องตัดสินใจเองว่าจอมจะอยู่ในวงการบันเทิงต่อหรือไม่ ถ้าจะอยู่ต่อก็ขอให้อยู่เพราะจอมชอบ ถ้าไม่ชอบก็หางานอย่างอื่นก็ได้ แต่อย่าเอาผมไปเป็นกังวลเลย ไม่ว่าจอมจะตัดสินใจยังไง ผมก็จะอยู่ข้างๆจอมแบบนี้นั่นแหละ สบายใจเถอะ แต่ว่าตอนนี้นอนเถอะนะ ผมต้องตื่นเช้าไปประชุม”


ปาณัทสวมกอดราวกับจะมอบความอบอุ่นให้ จอมภพยิ้มรับและกอดตอบ เขาลูบแผ่นหลังของปาณัทเบาๆ บางทีชีวิตของจอมภพอาจจะต้องการแค่นี้ แค่มีปาณัทอยู่เคียงข้าง และการตัดสินใจกับทางเดินในอนาคต จอมภพจะไม่ทำให้ปาณัทต้องเสียใจเด็ดขาด


บัดนี้จอมภพรู้แล้วว่า เขารักปาณัทมากเกินกว่าจะยอมเสียปาณัทไปได้ เขาจะไม่ยอมให้ใครมาทำลายความผูกพันของเขากับปาณัท ไม่มีทาง!



TBC

อีกสัก 2-3 บท ก็น่าจะจบแล้ว ลุ้นๆ

มีตัวละครจาก “เพลิงพ่าย” มาแจมด้วย ชาวี-โนเอลนั่นเอง

สนใจหาอ่านได้จากเว็บเล้าเป็ดที่เดียวที่ยังลงอยู่จ้า


​อย่าลืมกดไลก์ กดดาวนะคะ

ความคิดเห็น